คติธรรม--คำสอนดี ๆ-- สิ่งเตือนสติ

ห้องนี้เทียบได้กับ "ห้องนั่งเล่น" ในกระดานเดิมนะครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ton40
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 372
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
team: ทั่วริ่งอิสระ
Bike: BERGAMONT

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย ton40 »

Saturn Sky เขียน:
ton40 เขียน:อย่างคุณ แอ๋ว ในขณะนี้ก็ไม่ใช่ ด.ญ.แอ๋วเมื่อหลายๆๆๆๆๆๆปีก่อน แต่มีคุณ แอ๋วในปัจจุบันนี้ได้ก็อาศัยความสืบต่อเนื่องของอัตตภาพจากด.ญ.แอ๋วในอดีต
ฉะนั้นจะว่าเป็นคนๆเดียวกันก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนละคนกันก็ไม่ใ่ช่ แต่เป็นการเปลี่ยนสถานะภาพจากสถานะภาพหนึ่งไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในขันธ์หนึ่งที่มีการเกิดขึ้นสืบเนื่องติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายในชาติหนึ่งๆ งงไม่ครับ ผมเขียนเองยังงงงงเลย....ฮิ ฮิ
อื่มมม...เจ้าชายสิทธัตถะ ยังถือว่าเป็นปถุชน แต่หลังจากออกผนวชและตรัสรู้ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พ้นแล้วจากตัณหาเครื่องร้อยรัด เป็นผู้ก้าวล่วงไปจากขันธ์๕ ฯลฯ
แต่กัมชรูปยังคงบัญญัติว่าอดีตคือเจ้าชายสิทธัตถะ ยังงี้ใช่มั๊ยคะ

ส่วน"ขันธ์หนึ่งที่มีการเกิดขึ้นสืบต่อเนื่องติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายในชาติหนึ่ง ๆ" แอ๋วไม่เข้าใจค่ะ
แต่ถ้าบอกว่าจิตเกิดดับเกิดดับสืบต่อเนื่องกันตลอดเวลา อันนี้พอเข้าใจ :) :)
"พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พ้นแล้วจากตัณหาเครื่องร้อยรัด แต่ยังไม่ก้าวล่วงจากขันธ์ ๕ นะครับ ผู้ที่จะก้าวล่วงขันธ์ ๕ได้จริงๆนั้นก็ต่อเมื่อปรินิพพานแล้วเท่านั้น"

"กัมชรูปที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าก็บัญญัติชื่อว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ครับ "

"ขันธ์หนึ่งในที่นี้คือ รูปขันธ์ของเจ้าชายสิทธัตถะที่เกิดขึ้นแล้วดับลงทุกๆ 17 ขณะจิต(จิตเกิดขึ้นและดับลง 17 ขณะเท่ากับรูปธรรมเกิดขึ้นและดับลง 1ขณะ)ที่สืบเนื่องติดต่อกันมาทุกขณะจิตจนถึงความเป็นพระพุทธเจ้าก็คือ รูปขันธ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ แต่เมื่อบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็เป็นรูปขันธ์ของพระพุทธเจ้าซึ่งเปลี่ยนฐานะจากบุคคลธรรมดาไปเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นรูปขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งคุณวิเศษต่างๆมากมายซึ่งต่างจากรูปขันธ์สมัยยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นรูปขันธ์ของบุคคลธรรมดา เช่น มีผิวพรรณผ่องใสมากขึ้น มีรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกาย " ไม่รู้ว่าจะเข้าใจบ้างเปล่า...
ดังนั้นการที่มีบุคคลใดบุคลหนึ่งมาทำดีหรือไม่ดีกับเจ้าชายสิทธัตถะ หรือกับพระพุทธเจ้าจึงมีผลมากน้อยต่างกัน ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

ton40 เขียน:
Saturn Sky เขียน:
ton40 เขียน:อย่างคุณ แอ๋ว ในขณะนี้ก็ไม่ใช่ ด.ญ.แอ๋วเมื่อหลายๆๆๆๆๆๆปีก่อน แต่มีคุณ แอ๋วในปัจจุบันนี้ได้ก็อาศัยความสืบต่อเนื่องของอัตตภาพจากด.ญ.แอ๋วในอดีต
ฉะนั้นจะว่าเป็นคนๆเดียวกันก็ไม่ใช่ จะว่าเป็นคนละคนกันก็ไม่ใ่ช่ แต่เป็นการเปลี่ยนสถานะภาพจากสถานะภาพหนึ่งไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในขันธ์หนึ่งที่มีการเกิดขึ้นสืบเนื่องติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายในชาติหนึ่งๆ งงไม่ครับ ผมเขียนเองยังงงงงเลย....ฮิ ฮิ
อื่มมม...เจ้าชายสิทธัตถะ ยังถือว่าเป็นปถุชน แต่หลังจากออกผนวชและตรัสรู้ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พ้นแล้วจากตัณหาเครื่องร้อยรัด เป็นผู้ก้าวล่วงไปจากขันธ์๕ ฯลฯ
แต่กัมชรูปยังคงบัญญัติว่าอดีตคือเจ้าชายสิทธัตถะ ยังงี้ใช่มั๊ยคะ

ส่วน"ขันธ์หนึ่งที่มีการเกิดขึ้นสืบต่อเนื่องติดต่อกันอย่างไม่ขาดสายในชาติหนึ่ง ๆ" แอ๋วไม่เข้าใจค่ะ
แต่ถ้าบอกว่าจิตเกิดดับเกิดดับสืบต่อเนื่องกันตลอดเวลา อันนี้พอเข้าใจ :) :)
"พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้พ้นแล้วจากตัณหาเครื่องร้อยรัด แต่ยังไม่ก้าวล่วงจากขันธ์ ๕ นะครับ ผู้ที่จะก้าวล่วงขันธ์ ๕ได้จริงๆนั้นก็ต่อเมื่อปรินิพพานแล้วเท่านั้น"

"กัมชรูปที่เคยเกิดขึ้นแล้วก่อนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าก็บัญญัติชื่อว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ครับ "

"ขันธ์หนึ่งในที่นี้คือ รูปขันธ์ของเจ้าชายสิทธัตถะที่เกิดขึ้นแล้วดับลงทุกๆ 17 ขณะจิต(จิตเกิดขึ้นและดับลง 17 ขณะเท่ากับรูปธรรมเกิดขึ้นและดับลง 1ขณะ)ที่สืบเนื่องติดต่อกันมาทุกขณะจิตจนถึงความเป็นพระพุทธเจ้าก็คือ รูปขันธ์ของเจ้าชายสิทธัตถะ แต่เมื่อบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็เป็นรูปขันธ์ของพระพุทธเจ้าซึ่งเปลี่ยนฐานะจากบุคคลธรรมดาไปเป็นพระอรหันต์ ซึ่งเป็นรูปขันธ์อันเป็นที่ตั้งแห่งคุณวิเศษต่างๆมากมายซึ่งต่างจากรูปขันธ์สมัยยังเป็นเจ้าชายสิทธัตถะซึ่งเป็นรูปขันธ์ของบุคคลธรรมดา เช่น มีผิวพรรณผ่องใสมากขึ้น มีรัศมีแผ่ซ่านออกจากพระวรกาย " ไม่รู้ว่าจะเข้าใจบ้างเปล่า...
ดังนั้นการที่มีบุคคลใดบุคลหนึ่งมาทำดีหรือไม่ดีกับเจ้าชายสิทธัตถะ หรือกับพระพุทธเจ้าจึงมีผลมากน้อยต่างกัน ครับ
อื้ม เข้าใจค่ะ....ในแนวความคิดมันอาจไม่เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็จบลงตรงที่เดียวกันแหละค่ะ :lol: :lol: คงเหมือนการปฏิบัติธรรม มีหลายวิธีให้เลือกปฏิบัติ ก็แล้วแต่ใครจะเลือกปฏิบัติแบบไหนให้ถูกกับจริตของตนเอง :D :D


กัมชรูป หมายถึง รูปที่เกิดจากกรรม มี 18 องค์ธรรมคือ ปสาทรูป๕ ภาวะรูป๒ หทยรูป๑ ชีวิตรูป๑ อวินิพโภครูป๘ ปริจเฉทรูป๑
ส่วนเรื่องของนิพพานมี 2 อย่างว่าโดยบุคคลคือ
1.สอุปาทิเสสนิพพาน หมายถึง นิพพานที่เป็นไปกับขันธ์๕ คือ วิบากและกัมมชรูป ที่เหลือจากกิเลสทั้งหลาย ว่าโดยบุคคลได้แก่ นิพพานของพระอรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่
2.อนุปทิเสสนิพพาน หมายถึง นิพพานที่ไม่มีขันธ์๕ คือ วิบากและกัมมชรูปที่เหลือจากกิเลสทั้งหลาย ว่าโดยบุคคลได้แก่ นิพพานของพระอรหันต์ที่ปรินิพพานแล้ว
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

สติเกิดกุศลเกิด
ขณะได้ยินระลึกรู้ขณะหนึ่ง สติเกิดขึ้นขณะหนึ่งแล้ว
นั่งอยู่ก็มีสติระลึกรู้ ขยับตัวก็ระลึกรู้ ได้สติขึ้นมาในขณะนั้น
เคลื่อนไหวไปมีสติรู้ทัน ไม่เคลื่อนไหวไปด้วยความหลง
แต่เป็นการเคลื่อนไหวไปด้วยสติ สตินั้นเป็นธรรมที่ประกอบด้วยกุศล กุศลจิตที่เกิดขึ้น
ฉะนั้น ถ้าใครหวังว่าจะสร้างกุศลให้เกิดขี้นให้มาก ๆก็เจริญสติให้เกิดขึ้น
ถ้าสติเกิดขึ้นกุศลก็เกิดขึ้น ก็เท่ากับว่าในชีวิตประจำวันทำกุศลได้ตลอด ทำบุญได้ตลอด
เดินไปก็มีสติ ก็เท่ากัับเดินไปด้วยบุญกุศล นอนมีสติรู้ไปก็นอนด้วยบุญกุศล
เวลาคิดมีสติ ก็คิดด้วยบุญกุศล คู้เหยียดเคลื่อนไหวด้วยบุญกุศลทำบุญอยู่ตลอดเวลา
สร้างกุศลตลอดเวลาอย่างนี้
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

ขาดสติอกุศลก็เกิด
ตรงกันข้างถ้าคนไม่ปฏิบัตินอกจากไม่ได้กุศลแล้วอาจเป็นอกุศล
ส่วนใหญ่จะเป็นอกุศล คือไม่ใช่กุศล เป็นบาป เป็นธรรมฝ่ายไม่ดี
เป็นอกุศลกรรม อย่าคิดว่าเราไม่ได้ไปฆ่าเขา ไม่ได้ไปลักขโมยเขา
ไ่ม่ได้ประพฤติผิดในกาม ไม่ได้โกหก ไม่ได้ดื่มสุราเมรัย เราไม่ได้ทำบาปทำกรรมอะไร
อย่าเข้าใจอย่างนั้น ความโลภก็เป็นบาป ความโกรธก็เป็นบาป ความหลงก็เป็นบาป
ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด เร่าร้อน อิจฉาริษยา มานะ ทิฐิ ถือเนื้อถือตัว เป็นธรรมฝ่ายอกุศล
ฝ่ายบาปทั้งนั้น มาพิจารณาดูว่า วันหนึ่งเราโกรธกี่ครั้ง บ่อยไหม มีความโลภบ่อยไหม
มีความหลงเผลอเรอบ่อยไหม มีความถือเนื้อถือตัวบ่อยไหม มีความอิจฉาริษยาไหม
มีความฟุ้งซ่านไหม หงุดหงิดไหม ท้อถอยไหม อย่างนี้คืออกุศลทั้งนั้น
ท่านทั้งหลายก็อาจยอมรับสิ่งเหล่านี้เกิดขี้นในใจเสมอ ๆ นั่นก็แสดงว่าถ้าไม่เจริญสติ
ไม่ปฏิบัติธรรม จิตจะตกไปในฝ่ายอกุศลมากที่สุด แต่ขณะใดที่เจริญสติมีสติระลึกรู้
ขณะนั้นอกุศลไม่เกิด จิตเป็นกุศล มันแย่งกัน ถ้าไม่เกิดกุศล ก็เป็นอกุศล
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

เห็นแล้วมีสติระลึกรู้ไหม ถ้าไม่มีสติระลึกรู้ อกุศลก็เกิดขี้น ไม่โลภก็โกรธ ไม่โกรธก็หลง
ได้ยินครั้งหนึ่ง ถ้าไม่มีสติรู้ก็จะเกิดไม่ยินดียินร้าย หรือไม่ก็หลง ก็เป็นอกุศลทั้งนั้น
ได้กลิ่นครั้งหนึ่ง ได้ลิ้มรสครั้งหนึ่ง ได้สัมผัสเย็นร้อนอ่อนแข็งหย่อนตึง ครั้งหนึ่ง
ถ้าไม่มีสติระลึกรู้แล้ว ถ้าไม่โลกก็โกรธ หรืออย่างน้อยก็หลงเผลอเรอ ไปกับอกุศลทั้งนั้นเลย
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

ปุจฉา....พระนิพพานนั้น เมื่อว่าโดยอาการที่เป็นอยู่แล้ว มีกี่อย่าง คืออะไรบ้าง :roll: :roll:
แก้ไขล่าสุดโดย Saturn Sky เมื่อ 18 ก.ค. 2011, 19:25, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
daylight
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2010, 12:35
Tel: 08631*****
team: general
Bike: TRIGON,Coyote

Re: คติธัมคำสอนดี ๆ สิ่งเตื่อนสติ

โพสต์ โดย daylight »

Saturn Sky เขียน:ขาดสติอกุศลก็เกิด
ตรงกันข้างถ้าคนไม่ปฏิบัตินอกจากไม่ได้กุศลแล้วอาจเป็นอกุศล
ส่วนใหญ่จะเป็นอกุศล คือไม่ใช่กุศล เป็นบาป เป็นธรรมฝ่ายไม่ดี
เป็นอกุศลกรรม อย่าคิดว่าเราไม่ได้ไปฆ่าเขา ไม่ได้ไปลักขโมยเขา
ไม่ได้ประพฤติผิดในกาม ไม่ได้โกหก ไม่ได้ดื่มสุราเมรัย เราไม่ได้ทำบาปทำกรรมอะไร
อย่าเข้าใจอย่างนั้น ความโลภก็เป็นบาป ความโกรธก็เป็นบาป ความหลงก็เป็นบาป
ฟุ้งซ่าน หงุดหงิด เร่าร้อน อิจฉาริษยา มานะ ทิฐิ ถือเนื้อถือตัว เป็นธรรมฝ่ายอกุศล
ฝ่ายบาปทั้งนั้น มาพิจารณาดูว่า วันหนึ่งเราโกรธกี่ครั้ง บ่อยไหม
มีความโลภบ่อยไหม
มีความหลงเผลอเรอบ่อยไหม มีความถือเนื้อถือตัวบ่อยไหม มีความอิจฉาริษยาไหม
มีความฟุ้งซ่านไหม หงุดหงิดไหม ท้อถอยไหม อย่างนี้คืออกุศลทั้งนั้น
ท่านทั้งหลายก็อาจยอมรับสิ่งเหล่านี้เกิดขี้นในใจเสมอ ๆ นั่นก็แสดงว่าถ้าไม่เจริญสติ
ไม่ปฏิบัติธรรม จิตจะตกไปในฝ่ายอกุศลมากที่สุด แต่ขณะใดที่เจริญสติมีสติระลึกรู้
ขณะนั้นอกุศลไม่เกิด จิตเป็นกุศล มันแย่งกัน ถ้าไม่เกิดกุศล ก็เป็นอกุศล
มีสาระประโยชน์มาก ในวันหนึ่งเราโกรธกี่ครั้ง น่าคิดครับ
ศรัทธร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1056
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 08:06
Tel: ----
team: สัมมปทาน4
Bike: หายตัว

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย ศรัทธร »

:o ไม่เข้าสะนาน บานเยย :lol: ขอบคุณทุกท่านคร๊าพที่นำสาระประโยชน์มาให้อ่านกัน
ศรัทธร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1056
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 08:06
Tel: ----
team: สัมมปทาน4
Bike: หายตัว

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย ศรัทธร »

การที่เราจะเป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยความผาสุก
ทั้งในภพนี้และภพหน้าด้วยนั้น
พระพุทธองค์ตรัสว่า
จะต้องเป็นผู้มีความถึงพร้อม ที่เรียกว่า สัมปทา มี 8 ประการ
ศรัทธร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1056
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 08:06
Tel: ----
team: สัมมปทาน4
Bike: หายตัว

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย ศรัทธร »

ใครที่ติเตียนผู้อื่นว่าไม่ดี ก็ชื่อว่าติเตียนตัวเองเช่นเดียวกัน
เพราะว่าเจตนานั้นเป็นโทษชื่อว่าพาล คือไม่ชอบใจผู้อื่นนั่นเอง
ส่วนผู้ใดติเตือนตนเอง ว่าอย่างนี้เป็นบาป
อย่างนี้ควรละ หรือเป็นบุญ ชื่อว่าบัณฑิต อย่างนี้ควรให้เกิด
กำหนดรูปนามด้วยสติ รู้รูปนามด้วยปัญญา
ฆ่ากิเสลด้วยปัญญา พ้นทุกข์ด้วยความเพียร
ศรัทธร
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1056
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ต.ค. 2010, 08:06
Tel: ----
team: สัมมปทาน4
Bike: หายตัว

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย ศรัทธร »

การที่ยังปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปเปล่า ๆ แม้จะอยู่ในว้ัยที่แก่ตัวแล้ว
โดยไม่เตรียมสะสมเสบียงคือบุญกุศลไว้บ้าง
หรือคิดว่าเมื่อตายไปแล้ว ลูกหลานเขาคงทำไปให้เอง
นับว่าประมาทยิ่งแล้ว สะสมบุญไว้ด้วยตนเองเรื่อยไปนั่นแหละเป็นดีที่สุด
และถูกต้องที่สุด การหวังน้ำบ่อหน้า โบราณเขาสอนกันนักว่า
ไม่ควรประพฤติ เพราะมีแต่จะให้ผิดหวังอย่างเดียว

วาทะธรรม พระธรรกิตติวงศ์
รูปประจำตัวสมาชิก
showkun
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 160
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 มิ.ย. 2009, 08:46
team: เบตงบ้านเรา
Bike: merida matt tfs 100(เขียว)
ตำแหน่ง: ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย showkun »

เยี่ยมเลยคับ :) :) :)
หนึ่งก้าวที่ยาวไกล อาจหวั่นไหวและล้มลง หนึ่งก้าวที่มั่นคง อาจสั้นลงแต่มั่นใจ
รูปประจำตัวสมาชิก
phanyasit
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 987
ลงทะเบียนเมื่อ: 18 พ.ค. 2010, 10:48
Tel: 0872345658
team: ศีล5
Bike: เสือหมอบ

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย phanyasit »

มีสาระมากๆครับ และก็ได้บุญด้วย ;) ;)







มีสาระมากๆครับ แล้วก็ได้บุญด้วย ;) ;)

การเผยแพร่ธรรมก็ได้บุญครับ :!:

สติ คือธรรม สูงสุด
รูปประจำตัวสมาชิก
ton40
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 372
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ค. 2011, 13:50
team: ทั่วริ่งอิสระ
Bike: BERGAMONT

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย ton40 »

ขอบคุณครับ คุณ ศรัทธร กับคติธรรมะทั้งหลาย ครับ...
รูปประจำตัวสมาชิก
Saturn Sky
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40184
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ธ.ค. 2008, 17:24
Tel: ☎ หมดเวลา 555+☎
team: ช่วงสับสน555
Bike: ★จำยี่ห้อไม่ได้อ่ะ5555..•
ตำแหน่ง: secret

Re: คติธรรมคำสอนดี ๆ สิ่งเตือนสติ

โพสต์ โดย Saturn Sky »

ศรัทธร เขียน::o ไม่เข้าสะนาน บานเยย :lol: ขอบคุณทุกท่านคร๊าพที่นำสาระประโยชน์มาให้อ่านกัน
อะไรบานคะศรัทธร :lol: :lol: บานแบบมีสาระก็หยวน ๆ เถอะน่า :mrgreen:
เปล่า"หยิ่ง"!!! แค่ นิ่ง ดูเชิง
ตอบกลับ

กลับไปยัง “คุยนอกเรื่องใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับจักรยาน”