เชิญชวน ละ ลด เลิก ...เราหยุดแล้ว ท่านหยุดหรือยัง

ผู้ดูแล: พลพล, Real

Real
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5123
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:00
Tel: 083-22000-98
team: Ramindra
Bike: RB, MTB, FOLDING
ติดต่อ:

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย Real »

ปรัชญาว่าด้วยการสุรา :mrgreen:

สุรา รสชาติคล้ายกันทั้งโลก
คุณสมบัติก็ เหมือนกัน คือ กินแล้วเมาเหมือนกันหมด
คนที่ดื่มสุรามากๆ มักจะมีคอแข็ง แกร่งประดุจเหล็กไหล
เวลาตายไปตกนรก โดนยมบาลเอาน้ำร้อนกรอกปากก็ไม่สะทก สะท้าน
เนื่องจากตอนเป็นคนเตรียมการมาดี ผมขอเสนอว่านรกขุมนี้ควรเปลี่ยนวิธีการลงโทษ เป็นแบบใหม่
การสังสรรค์ในหมู่ชายฉกรรจ์ ถ้าขาด สุราไป
ก็คล้ายกับการสั่งเกาเหลาไม่เอาน้ำ การสนทนาในวงเหล้า
จะทวีความ มันส์ เมื่อสุราเริ่มทยอยเข้าปากไป
ไอ้คนที่เพิ่งรู้จักกัน ก็จะสนิทดั่ง ญาติมิตรชนิดตายแทนกันได้
การพูดจาก็จะดังระงมคล้ายมีไมค์มาจ่อปาก
และ อาการทั้งหมดจะสงบลง เมื่อบิลเก็บตังค์มา
การดื่มสุราเอาสนุก บางทีก็ไม่จำ เป็นต้องเมา
โดยเฉพาะผู้ชาย ยามเมาแล้วไม่ค่อยน่าคบ
เพราะมักมีวิญญาณ โผน กิ่งเพชร เข้าสิง
อยากบู๊ท่าเดียว พวกนี้อันตราย
ส่วนรายไหนเมาแล้ว ใจป้ำ ควักตังค์จ่ายเป็นระวิง อันนี้ท่านว่า น่าคบ
ผู้หญิงก็คน ใช่ว่าจะเมา ไม่เป็น พอเมาถึงจุด
จะมีคำพูดประจำว่า "ชั้นไม่มาว แต่ไม่เหมือนเดิม
" ส่วนคำพูดแรกหลังจากถูกจีบ คือ "นายมารถอะไร"
การดื่มสุราในงานวันเกิด เจ้า ภาพจะกลายเป็นบุคคลสำคัญ
จะตดจะเรอก็ไม่มีใครว่า พูดจาอะไรก็ถูกก็ดีไป หมด
แต่คนเป็นเจ้าภาพมักไม่ค่อยสนุก เพราะต่างรู้ชะตากรรมว่า มื้อนี้กู แน่ๆ
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการดื่มสุรา ก็คือการชนแก้ว
อันนี้ไม่เหมาะกับ พวกมือตีนหนัก แก้วอาจร้าวบาดปากได้
การชนแก้วอย่างถูกวิธี อาจทำให้คุณได้ เบอร์สาวโต๊ะข้างๆ

รูปภาพ

สูตรต่างๆ ในการมิกซ์สุรา
4-4-2 ( โซดา-น้ำ- สุรา ) เป็นสูตรเฉพาะของเฟอร์กี้ หลังปึ้ก
กลางเปรี๊ยะ หน้าหวดเพี้ย เหมาะ สำหรับท่านที่ดื่มเรื่อยๆ
หวังเก็บแต้มเสมอนอกบ้าน
4-3-3 ( โซดา-น้ำ- สุรา ) เป็นสูตรเด็ดของแวนเกอร์ หลังขาด กลางขึง
หน้าตะบึง เหมาะสำหรับท่านที่ ดื่มเอามันส์ หวังเก็บสามแต้มเต็ม
3-5-2 ( โซดา-โค้ก-สุรา ) เป็นสูตรลับของ ราฟาเอล หลังเสียบ กลางซ่า
หน้าซิ่ง เหมาะสำหรับสตรีและกระเทย
4-4-2 defense ( น้ำแดง-เหล้าขาว-ลิโพ ) อันนี้โค้ชหรั่ง ช้อบชอบ
ทานง่าย ประหยัดงบ และส่งเสริมเอกลักษณ์ไทยๆ
สุรา มีชื่อสามัญว่า เหล้า คำว่า สุรา อาจจะมา จาก สุระ ที่แปลว่า
ยิ่งใหญ่
เพราะเห็นใครๆสุราเข้าปากไป มักจะยิ่งใหญ่คับ โต๊ะเกินกว่าบุคคลธรรมดา
ร่างกายของคนเรา ทางพระเรียกว่า อินทรีย์ธาตุ
รับความรู้สึกผ่านทางทวารทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ลิ้น และกาย
โดยมีประสาท เป็นผู้สั่งการ สิ่งที่เรารับเข้าทางทวารทั้งห้า
ทางพระเรียกว่า ทุกขัง คือ สภาพจริงที่ทนได้ยาก
การดื่มสุราเข้าไปมากๆ จะทำให้ประสาทสั่งการได้ช้า ลง
เพราะสุรามีฤทธิ์กดประสาท ส่งผลให้ทวารทั้งห้าทำงานได้ช้าลงไปด้วย
คนเราก็รับทุกขังได้น้อยลง เมื่อคนเราขาดทุกขัง
ก็เหมือนขาดสภาพจริงที่ทนได้ ยาก
เหลือแต่จิตเปล่าๆ เวลาสนุกก็สนุกสุดๆ ทุกข์ก็ทุกข์สุดๆ
รวมทั้ง โมโห โกรธ กล้า ก็จะมากกว่าคนในภาวะปกติ

โกวเล้ง ปราชญ์แห่งการ สุรา ยังกล่าวไว้ว่า "ข้ามิได้พึงใจในรสชาดสุรา
แต่ข้าพึงใจในบรรยากาศของการร่ำ สุรา"
เฮียฮ้อ อาร์เอส ก็ออกมาย้ำว่า "อย่าอุดหนุน สุราผี โซดาเถื่อน"
น้าหมัก ก็สนับสนุนว่า
"การดื่มสุราทำให้ความสามารถในการจีบหญิงเพิ่มขึ้น"
ส่วนไอ้กระผม ก็ตั้งมั่นอยู่ในหลัก "เมาจัง ตังค์อยู่ครบ"
อันนี้ไม่ค่อยดีครับ ไม่ขอแนะนำ
เพราะท่านอาจถูกบอยคอตจาก องค์การสหสุราชาติได้
หลายคนถก เถียงกันว่า สุราอะไรอร่อยที่สุด ชีวาส แบล็กเลเบิล หรือว่า สวิง
ผมขอตอบ ให้เลยครับว่า เหล้าฟรีอร่อยที่สุด
ท่านทั้งหลายต่างก็รู้กันอยู่ว่า หลัง ดื่มจะต้องเมา
ก็ขอให้เตือนใจไว้เสมอว่า เมาไม่ขับ กับ ต้องใส่ถุง แล้วท่าน
จะไม่ตายเพราะการดื่ม
อันความคิดก๊อกก๊อกของผมคิดว่า ทำปัจจุบันขณะเมาให้ดี ที่สุด
ก็พอแล้ว เพราะการดื่มสุรา ก็แค่การยกน้ำขมๆผสมโซดาเข้าปากไป
แล้วคุณจะหวังอะไรให้มากกว่านั้น

ระดับของความเมา

ระดับที่ 1: SMART(ฉลาด)

เมื่อคนดื่มเหล้าเข้าไปเมาจนถึงระดับนี้ซึ่งเป็นระดับแรก จะรอบรู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาล
และมักจะชอบเผื่อแผ่ความรู้ให้ทุกๆ คน ความเป็นจริงทุกอย่างในจักรวาลจะถูกนำออกมาเปิดเผยหมด
ไม่ว่าใครจะพูดเรื่องอะไรคุณจะกลายเป็นผู้วชาญทางด้านนั้นพอดิบพอดี และคุณจะรู้สึกว่าทุกๆ
อย่างที่คนอื่นพูดมาจะเป็นเรื่องผิดไปหมด ไม่ตรงกับข้อมูลที่คุณมี จึงจะมีการเริ่มตั้งข้อโต้แย้งต่างๆ
กัน

ระดับที่ 2: GOOD LOOKING (ดูดี)

คุณจะเริ่มค้นพบว่าคุณมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น และทุกๆ
คนเริ่มที่จะหันมาสนใจคุณเพราะคุณดูดี แน่นอนคุณสามารถเดินไปคุยกับทุกๆ คนได้ทุกๆ เรื่องด้วย
เพราะคุณทั้งดูดี และฉลาด

ระดับที่ 3: RICH (รวย)

เมื่อเมาถึงระดับนี้คุณจะค้นพบว่าตัวเองนั้นมีเงินมหาศาล คุณสามารถที่จะเลี้ยงเหล้าทุกคนได้
เพราะคุณมีเงินมหาศาล และถ้าใครพูดอะไรผิดหูคุณสามารถที่จะท้าพนันได้ทุกเรื่องเพราะคุณยังฉลาดกว่าด้วย
นอกจากนี้คุณยังดูดีมากๆ ด้วย

ระดับที่ 4: BULLET PROOF(คงกระพัน)

เมื่อเมาถึงระดับนี้ตัวคุณจะมีวิชาคงกระพันแก่กล้ากว่าคนทั่วไป และพร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกับทุกๆ คนได้
เพราะไม่มีใครจะทำอันตรายคุณได้ คุณสามารถท้าพนันตีต่อยกับเพื่อนคุณก็ได้
และคุณก็ไม่กลัวแพ้ด้วยเพราะว่าคุณทั้งฉลาด, ทั้งดูดี, ทั้งรวย และต่อสู้เก่งระดับนักมวยอาชีพ

ระดับที่ 5: INVISIBLE(หายตัว)

ระดับความเมาสุดยอด คุณต้องดื่มมากจึงจะเมาถึงระดับนี้ได้ ด้วยความเมาที่ระดับนี้คุณสามารถทำอะไรก็ได้
เพราะไม่มีใครเห็นคุณ จะไปเต้นรำบนโต๊ะ, แหกปากร้องเพลงกลางถนน,
ไล่ตีหัวคนอื่นก็ทำได้เพราะไม่มีใครเห็นคุณ
รูปภาพ
พูดคุยกันในfacebook คลิ๊ก ---> http://www.facebook.com/real.bicycle

Project : ปลุกคืนชีพ เฟรมคาร์บอน คลิ๊ก---> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 0&t=281682
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

หวัดดียามสายครับพี่น้อง

...ขอบคุณครับคุณเรียวสำหรับบทความดีๆ ;) ส่วนสูตรต่างๆ นั้นผมลองมาหมอแว้ว :mrgreen:


...ดื่มนมจากเต้าดีกว่าดื่มเหล้าจากกลม
ดื่มแล้วสุขสมเพราะดื่มนมจากเต้า
ดื่มแล้วตรอมตรมเพราะดื่มผิดเต้า...
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

...วันนี้ขออนุญาตินำบทความโทษของการดื่มสุรามาให้อ่านกันนะครับ
ทำไม การดื่มสุรา จึงเป็นเรื่องที่ควรงดเว้น ท่าน พ.อ.ปิ่น มุทุกันต์ ท่านบอกว่า เพื่อให้เห็น
เหตุผลชัดเจน ควรจะได้ยกเอาพระพุทธวจนะ ในคัมภีร์พระไตรปิฎก มาพิจารณากัน เพราะ
ท่านได้แสดงไว้อย่างครบ ถ้วนพอเพียงที่ใครๆจะเห็นสมจริงว่า การดื่มสุราเป็นข้อควรงด
เว้นจริงๆ

ในพระไตรปิฎกดังกล่าว ท่านระบุโทษของสุราไว้ ๖ สถาน ซึ่งเราจะได้หยิบ ขึ้นศึกษาเป็น
ข้อๆไป ดังต่อไปนี้


โทษข้อที่ ๑ เหล้าทำให้เสียทรัพย์

ข้อนี้เห็นจะไม่มีใครสงสัย เห็นกันตำตาอยู่แล้ว เพราะเหล้าเป็นสิ่งที่เราทำ กินเองไม่ได้
ไม่เหมือนข้าวปลาอาหารอย่างอื่น ถ้าใครขืนต้มเหล้าเองก็ผิด กฎหมาย เมื่อทำเองไม่ได้
ก็จำเป็นต้องซื้อเขากินนี่แหละทางเสียทรัพย์บาง คนอ้างว่า เรากินเหล้าที่คนอื่นเลี้ยง ก็ไม่
เห็นจะต้องเสียเงินเสียทอง ถูกแล้ว ที่เขาดื่มเหล้าส่วนมาก หรือแทบทุกคน ก็มักจะเริ่มต้น
ด้วยการ"กินเหล้าฟรี" ทั้งนั้น คือถูกคนอื่นเขายัดเยียดให้ดื่ม จึงดื่ม แต่ครั้นฟรีไปๆ ไม่เท่าไร
ตัว ก็ต้องซื้อดื่มเอง และนานเข้า ก็ต้องซื้อเลี้ยงคนอื่นด้วย เพื่อใช้หนี้เหล้าที่ เขาได้ซื้อเลี้ยง
เรามา และก็เป็นการลงทุนไว้สำหรับวันหน้าด้วย เขาจะได้ เลี้ยงเราบ้างนอกกจากนั้น บางคน
ยังอ้างว่า เราดื่มแต่น้อย พอเจริญอาหาร ไม่เห็นจะทำให้ล่มจมอะไร นี่ก็ถูกอีก แต่อย่าลืมว่า
มากย่อมจะมาจากน้อย ถ้าเราขุดหลุมฝังตัวเอง วันหนึ่งลึกคืบหนึ่ง ท่านก็บอกว่า ไม่เป็นไร....
ถูก พรุ่งนี้อีกคืบหนึ่ง ท่านก็บอกว่าไม่เป็นไรอีก... ถูกอีก
มะรืนนี้อีกคืบหหนึ่ง ท่านก็ว่าไม่เป็นไร.... ก็ถูกอีก

แต่ถ้าขุดลงวันละคืบไม่รู้จักหยุด ถึงท่านจะบอกว่า ไม่เป็นไรๆ ทุกวันก็ตาม นานเข้า หลุม
นั้นก็จะลึกลงๆ อาจถึง ๑๐๐ คืบ ๒,๐๐๐ คืบ และการขึ้นจาก หลุมนั้น ท่านอาจจะต้องใช้บันได
พาด ก้าวขึ้นเองไม่ได้ง่ายๆ เหมือนแต่ก่อน และถ้าขืนขุดลึกลงไปอีก เพียงวันละคืบๆเท่านั้น
ท่านก็จะไม่มีทางขึ้นจาก หลุมนั้นได้เลย แม้ปากท่านจะบอกว่า ไม่เป็นไรๆก็ตาม และก็ไม่แน่
นักว่าผู้อื่นจะะสามารถช่วยท่านได้ สิ่งที่แน่ที่สุด มีอยู่อย่างหนึ่ง คือหลุมนั้น จะกลายเป็นหลุม
ฝังศพของท่านเองเรื่องดื่มเหล้าก็เหมือนกันนั่นแหละ ท่าน เพราะคนหลงคารมของตัวเอง
ว่าไม่เป็นไรๆนั่นแหละ พินาศล่ม จมไปนับไม่ถ้วนแล้ว"


โทษข้อที่ ๒ เหล้าเป็นเหตุก่อวิวาท
ท่านคงจะเคยเห็นมาบ้าง คนที่ดื่มเหล้า แล้วชอบชวนทะเลาะไม่เลือกหน้า
เมาเหล้าแล้วตะโกนด่าใครๆ ตามตรอกตามซอย
เมาเหล้าแล้วเอานายมาด่าว่าสาดเสียเทเสีย
เมาเหล้าแล้วพูดลวนลามผู้หญิง ไม่ว่าลูกเขาเมียใคร
เมาเหล้าแล้วท้าชก ท้าต่อย แม้กับเด็กๆปูนลูกปูนหลาน
หรือเมาเหล้าอวดดี ท้าตีกับพระทั้งวัด
แล้วก็มีบางคน พลอยเห็นว่า เหล้าเป็นของวิเศษ ทำให้คนกล้า ที่ว่าเหล้าทำให้คนกล้านั้น
เป็นความจริง พระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ตรัสว่า เหล้าทำให้คนขลาด แต่ตรัสว่า เหล้าเป็นเหตุก่อ
วิวาท

เราลองมาพิจารณากันดูอย่างเป็นกลางว่า ความกล้าที่เราได้รับจากเหล้านั้น ใช้ได้จริงหรือไม่
ความกล้าเป็นคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่งของคน ใครมีไว้แล้ว ดีกว่าความขี้ขลาดตาขาว แต่ว่า
เมื่อเรามีความกล้าแล้ว จะต้องมีสิ่งหนึ่งคอยกำกับ หรือควบคุม เพื่อให้ความกล้านั้น แสดงออก
ในทางที่ไม่เป็นโทษ เหมือนดาบคมก็ต้องมีฝัก จึงจะไม่มีอันตราย สิ่งกำกับความกล้า ได้แก่
คุณธรรมที่เรียกว่า "สติ" ความระลึกได้
กล้า - มีสติ จึงเรียกว่า กล้าหาญ
ถ้ากล้า โดยไม่มีสติกำกับ เขาเรียกว่า ความบ้าบิ่น ไม่ใช่ความกล้า คนเรามักจะเข้าใจผิด เอา
ความบ้าบิ่นมาเป็นความกล้า คือเห็นใครทำอะไรได้ เกินกว่าคนสามัญ ก็ยกกันว่ากล้าความ
จริง การทำอะไร ผิดจากคนสามัญนี้ อาจทำไปโดยฤทธิ์อย่างอื่นก็ได้ คนที่ทำอะไรแผลงๆ
เลยขีด คนสามัญ เราก็เห็นกันทั่วไป และก็รู้จักกันอยู่แล้วว่า ไม่ใช่คนดี วิเศษเสมอไปทีนี้
เหล้าที่คนดื่ม เข้าไปนั้น เป็นเครื่องทำลายสติ คือทำให้สติฟั่นเฟือน ลืมตัว และหมดสภาพ
ที่เป็นตัวของตัวเอง คนเราพอสติพิกลพิการไปแล้ว ก็ทำอะไรแผลงๆได้ทุกคน ถ้าเราจะถือว่า
การทำเช่นนั้น เป็นความกล้าที่ดีแล้ว ก็นับว่าเป็นการเข้าใจผิด เพราะความกล้า เช่นนั้น ไม่มี
ประโยชน์อะไรเลยแก่ชีวิตของเราและแก่ใครๆ นอกจากเป็นทางนำความร้าวรานมา สู่สังคม
เท่านั้น รวมความแล้ว เหล้าแทนที่จะทำให้ผู้ดื่มเป็นคนกล้า ดังที่บางคนชอบอ้าง แต่กลับทำ
ให้ ผู้ดื่มจนเมาแล้ว ชอบพูดพล่ามกวนใจคนอื่น และเข้าใจผิดในตัวเองว่า เป็นผู้มีฤทธาศักดา
เดช เหนือมนุษย์ทั้งหลาย กลายเป็นคนชอบก่อการทะเลาะวิวาท หลักฐานพยาน มีอยู่ถมไป
หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าวให้อ่านอยู่ แทบมิเว้นแต่ละวัน ว่าเมาแล้วตีกัน เมาแล้วฆ่ากัน เมาแล้วชก
ต่อยกัน มีอยู่เสมอ
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

โทษข้อที่ ๓ เหล้านำโรคมาให้
หมายความว่า การดื่มเหล้าทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บหลายอย่างด้วยกัน ผมเองไม่ใช่หมอ พูด
ไป ประเดี๋ยวท่านก็จะว่า คิดเอาเอง พูดเอาเอง หันเข้าหาหมอดีกว่า ใครจะรู้เรื่องโรคดีกว่า
หมอ และก็ควรจะได้รับความคิดเห็นจากหมอ ที่เชี่ยวชาญในแขนงต่างๆ เพื่อประมวลความ
คิดเห็นดู หมอคนแรกที่ผมได้ติดต่อปรึกษาหารือ เป็นหมอแผนปัจจุบัน รักษาโรคภัยไข้เจ็บ
ธรรมดา ท่านเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุด
ของกองทัพบก คือพันเอกหลวงมงคลแพทยาคม ( ยศในสมัยนั้น ) ท่านชี้แจงว่าโรคที่เกิด
จากการดื่มสุรา มีอยู่เป็นอันมาก เท่าที่พอจะนึกตอบผมได้ทันที ก็มีดังต่อไปนี้

๑. ทางเดินอาหาร เหล้าทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ
๒. ทางระบบประสาท เหล้าทำให้มือสั่น ตามัว ทำให้เกิดวิกลจริต ที่เรียกว่า บ้าพิษสุรา
๓. ระบบทางเดินโลหิต เหล้าถ้าดื่มพอสมควร ทำให้ชีพจรเต้นเร็ว ถ้าดื่มมาก
ทำให้ชีพจรอ่อนลง เต้นระยะไม่เท่ากัน และสุดท้ายหมดสติ
๔. ต่อมไม่มีสาย เหล้าทำให้อักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดโรคเบาหวาน ปวดข้อ และเป็นโรคตับแข็ง
๕. ระบบการหายใจ เหล้าทำให้ผู้ดื่มหายใจช้าลง ระยะไม่เท่ากัน

รวมความแล้ว เหล้าให้โทษแก่ร่างกาย
เชิญท่านตามไปพบหมออีกท่านหนึ่ง คือนายแพทย์ประสบ รัตนากร ท่านผู้นี้เป็นนายแพทย์
ผู้เชี่ยวชาญทางจิตและประสาท ได้เคยไปศึกษาเรื่องเหล้าโดยตรง ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
ครั้นกลับมาเมืองไทยแล้ว ก็ได้พยายามหาทางชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดื่มเหล้า ให้
ประชาฃนทราบอย่างกว้างขวาง ในคราวเข้าประชุมร่วมกัน ที่กระทรวงมหาดไทย ในฐานะ
เป็นกรรมการลดการดื่มสุรา ผมได้รับมอบบันทึกเรื่องเหล้าไว้จากท่านชุดหนึ่ง ในบันทึกนั้น
ท่านกล่าวถึงเรื่องในอเมริกา เขามีสมาคมเลิกเหล้า ( Alcoholics anomymhus )
สมาคมได้พยายามค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องการดื่มสุรา ซึ่งเป็นปัญหาทางการแพทย์ทุกแง่ทุกมุม
จนสามารถสรุปลงได้ว่า

โรคติดสุรามีอยู่ ๖ ประเภท คือ
๗. Pathological คือโรคเมาเหล้า
๘. Pelirium Tremens คือโรคไข้เหล้า มีอาการลืมตัว ผวาง่าย มีไข้สูง ๓ - ๑๐ วัน ระแวง
มองเห็นภาพลวงตา แล้วหวาดกลัว รู้สึกแปลกๆ คล้ายแมลงตอมไต่ผิวหนัง อัตราการตาย
สูงถึง ๑๐ %
๓. Korsakoff's Syndrome คือโรคเหล้าละลายประสาท ไม่อยากกินอาหาร เหน็บชา
ลืมตัวง่ายพูดพล่อย
๔. Acutchallucinosis คือโรคเหล้าละลายจิต มีอาการเหมือนโรคจิต มีความระแวงและ
สำคัญผิด เห็นและได้ยินสิ่งลวงตา ลวงหู บางครั้งทนไม่ได้ ต้องด่า หรือออกท่าทางประกอบ

นอกจากนี้ ท่านได้กล่าวถึงสถิติในอเมริกา มีคนติดเหล้าประมาณ ๕ - ๗ ล้านคน คนเหล่านั้น
ทำให้เกิดผลเสียแก่ทางเศรษฐกิจของชาติ ๘,๐๐๐ ล้านเหรียญต่อปีในบูดาเปสต์ มีหลักฐาน
แน่นอนว่า คนที่ฆ่าตัวตายนั้น เป็นพวกติดเหล้าเสีย ๘๐ %ดร.ฟอเรล ได้ทำการสำรวจ ใน
ประเทศสวิส พบว่า ๓ ใน ๔ ของพวกอาชญากร ปรากฏว่าเป็นพวกติดเหล้า และ ๑ ใน ๓
ของคนที่ต้องไปรักษาตัวในโรงพยาบาลโรคจิตนั้น มีเหล้าเป็นต้นเหตุรวมอยู่ด้วยเสมอ ฟัง
หมอแผนปัจจุบันกี่คนๆ ก็ว่าเหล้าเป็นเครื่องนำโรคเหมือนกันลองหันไปหาหมอไทยๆ แผน
โบราณดูบ้าง จะว่าอย่างไร ?สำหรับหมอแผนโบราณ ผมจะไม่ไปรบกวนหมอตามบ้านล่ะ
เข้าเฝ้า "หมอเดิม" ทีเดียว คือ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ผู้ทรง
รอบรู้เรื่องเหล่านี้เป็นอย่างดี ได้ทรงอธิบายไว้ชัดเจน ว่าเหล้าทำให้เกิดโรคหลายอย่างเช่น

* โรคขัดตามข้อ
* โรคเมื่อยขบ
* โรคแน่น มีลมพิษในกระเพาะ
* โรคจุกเสียด
* โรคอ้วก
* โรคอ้วนฉุ อ่อนเพลีย
* โรคนอนไม่หลับ
* โรคเบื่ออาหาร ลิ้นเป็นฝ้า คอแห้ง


เท็จจริงประการใด หวังว่าทุกท่านพอจะพิสูจน์ได้ ลองนึกถึงคนที่ติดสุราดูก็ได้ เท่าที่
ท่านเคยพบ เห็นว่ามีโรคพวกนี้จริงหรือไม่ รวมความว่า หลักวิชาการอันหนึ่ง ที่พระพุทธเจ้า
ตรัสไว้เมื่อ กว่า ๒,๕๐๐ ปีก่อนโน้นว่า "เหล้านำโรคมาให้" ก็ยังถูกต้องจนทุกวันนี้ "หมอ"
ทั้งแผนเก่าแผนใหม่ ทั้งหมอไทย หมอฝรั่ง ต่าง รับรองกันทั้งสิ้น.
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ ช.
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 883
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 13:24
Tel: 089-1755223
team: RAMINDRA
Bike: หมอบ กับ ภูเขา

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย เสือ ช. »

ทำไม่ได้หร็อก ตั้งสามเดือน :oops:
รูปประจำตัวสมาชิก
lop@watkhoh
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 438
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:24
Tel: 0982704426
team: RAMINDRA
Bike: TREK, COLNAGO, POLYGON, FUJI

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย lop@watkhoh »

ช่วยเป็นกำลังใจครับพี่พลพล...
ผมเองคงงดเลยคงไม่ได้ครับ...แต่จะพยายามลดลง(ปริมาณและความถี่ในการดื่ม) และจะไม่ดื่มเลยในที่สุด เพื่อสุขภาพของตัวเราเอง และเพื่อคนที่เรารักและรักเรา....
:D :D :D
"HEAL THE WORLD"
ภูมิใจ ช่วยลดโลกร้อน
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

เสือ ช. เขียน:ทำไม่ได้หร็อก ตั้งสามเดือน :oops:
...ขอบคุณสำหรับกำลังใจ :mrgreen: ฮึฮึ... ;)

...งานนี้ใจล้วนๆๆๆ ครับเสือ ช. 555
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

lop@watkhoh เขียน:ช่วยเป็นกำลังใจครับพี่พลพล...
ผมเองคงงดเลยคงไม่ได้ครับ...แต่จะพยายามลดลง(ปริมาณและความถี่ในการดื่ม) และจะไม่ดื่มเลยในที่สุด เพื่อสุขภาพของตัวเราเอง และเพื่อคนที่เรารักและรักเรา....
:D :D :D

...ขอบคุณครับน้าลพ ยินดีด้วยเช่นกันถ้าจะเริ่มได้ตั้งแต่พรรษานี้ ว่าแต่เมื่อไหร่เจอกัน :o จะได้ปั่นด้วยกันไง ;)
รูปประจำตัวสมาชิก
EIT
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 605
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 พ.ย. 2010, 14:25
team: ลาดพร้าว/รามอินทรา
Bike: สเปเชี่ยลไลท์, เบียงชี่

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย EIT »

สวัสดีครับ พี่พลพล เป็นกำลังใจให้ทำได้อีกแรงครับ :P
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

EIT เขียน:สวัสดีครับ พี่พลพล เป็นกำลังใจให้ทำได้อีกแรงครับ :P
...ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับน้าEIT สำหรับกำลังใจคราวนี้จะได้ปั่นตามดูดน้าได้บ้าง :mrgreen:

....วันนี้มีบทความของท่าน พ.อ.ปิ่น ที่กล่าวถึงโทษของการดื่มสุราอีก 3 ข้อมาให้ทุกท่านได้อ่านกันนะครับ

โทษข้อที่ ๔ เหล้าทำให้เสียชื่อเสียง
แน่นอนที่สุด ชื่อเสียงย่อมไม่มีแก่คนสติฟั่นเฟือน ซึ่งอาจทำความผิดได้ทุกประตู บางคน
อ้างว่า ดื่มเพื่อสังคม คล้ายๆกับว่า การสังคมคบหากัน จำเป็นต้องดื่มเหล้า ไม่ดื่มไม่ได้ ซึ่ง
เป็นความเข้าใจผิด หรือเป็นการแก้ตัว ผมเคยฟังท่านผู้ใหญ่บรรยายมารยาท ในสังคม และ
เคยศึกษาจากตำราสังคมหลายเล่ม ไม่เคยฟังหรือพบว่า การสังคมต้องดื่มเหล้า มีแต่สอน
ซ้ำๆซากๆว่า "จงอย่าดื่มสุรา ถ้าอดไม่ได้จริงๆ ก็จงดื่มให้น้อยที่สุด และเมื่อรู้สึกตัว ว่าเมา
ควรรีบปลีกออกจากสังคมเสีย"... มีแต่สอนกันอย่างนี้ เหล้าไม่ใช่แกนแห่งสังคมแน่ บางคน
อ้างความจำเป็นในการผูกมิตร จึงดื่มเหล้า อ้างว่าถ้าไม่ดื่มเหล้า เราจะนับถือ กันได้อย่างไร ?

นี่ก็อีกแหละ คนเลี้ยงเหล้ามีเพื่อนมากจริง เราอาจหาเพื่อนได้เป็นพันๆในชั่วโมงเดียว แต่
น่า เสียดายที่ว่า รุ่งเช้า เหล้าสร่างแล้ว มิตรภาพก็สร่างไปด้วย พอเมาแล้ว ก็มักจะปววารณา
"น้องชายมีอะไรใช้พี่นะ อย่าเกรงใจ"... แต่รุ่งเช้า พูดกันไม่รู้เรื่อง ดูซิ เพราะฉะนั้น เราตั้ง
สูตรได้ว่า มิตรที่ได้ด้วยเหล้า ก็เหมือนผ้าที่ย้อมด้วยขมิ้น สีตกเร็ว ต้องย้อมกันบ่อยๆ จึงจะได้
สีเดิม ผู้ที่ผูกมิตรด้วยเหล้า ถ้าตัวตกอับลง ไม่มีเหล้าให้เขากินเมื่อไร มิตรก็จะหายไปเมื่อนั้น
ผมเคยเห็นมาแล้ว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดใกล้กับตัวข้าพเจ้ามาก คือท่านผู้ซึ่งเคยเป็นเจ้ามือเลี้ยง
เหล้า ขนาดหนักผู้หนึ่ง ซึ่งบรรดาคอสุราทั้งหลายยกเป็น "ตั้วเฮีย" ทีเดียว เกิดล้มป่วยลง
อย่างหนัก พอแสดงอาการหมดหวัง ที่จะเป็นเจ้ามือได้ต่อไปแล้ว บรรดาสุรามิตรทั้งหลาย
ซึ่งไม่เคยขาดบ้านแต่ก่อน หายหน้าไปหมด เหลือแต่ผู้นับถือกันด้วยใจแท้ๆ ไม่มีอะไรย้อม
คอยนั่งกรอก ข้าวกรอกน้ำให้ เป็นอย่างนี้แหละท่าน มิตรภาพใน ขวดเหล้า มันระเหยได้
เมื่อเหล้าหมด มิตรก็หมดด้วย


โทษที่ ๕ เหล้าเป็นเหตุให้ทำน่าอดสู
ข้อนี้ จริงที่สุดอีกเหมือนกัน ใครๆก็เคยพบเคยเห็น คนเราเวลาปกติก็เรียบร้อย จะออกจาก
บ้านแต่ละที ต้องกวดขันเสื้อกางเกง กลีบไม่กระดิก จะพูดจาก็รู้จักรักษาชั้นเชิง ไว้ศักดิ์รักศรี
ไม่ให้ใครดูถูก แต่ครั้นเมาแล้ว กลายเป็นคนละคน ความคิดที่จะถนอมเกียรติ และศักดิ์ศรี
ของตนเอง ไม่รู้หายไปไหน เลยทำอะไรได้ทุกอย่าง ที่คนไม่เมาทำไม่ได้ ที่ว่าทำน่าอดสู ก็คือ
ทำสิ่งน่าอับอาย เช่น นอนกลางถนน นั่งลงบนที่โสโครก ถ่ายอุจจาระปัสสาวะ และโก่งคอ
อาเจียน ในที่ทุกหนทุกแห่ง ปล่อยปละกับการแต่งเนื้อแต่งตัว รวมความว่า "หมดตัว" ก็แล้ว
กัน อย่าว่าแค่เสื้อผ้าเลย แม้แต่แข้งขาตีนมือของตัวเอง ก็ปล่อย ทิ้งหมด มันเป็นความจริง
ที่ไม่น่าจะเสียเวลาอธิบาย เพราะเห็นกันอยู่ทั่วไปแล้ว หัวคิดที่ออกมาในขณะมึนเมานั้นเป็น
หัวคิด ที่ใช้การไม่ได้ มีใครมาเล่าให้ฟัง จำไม่ได้เสียแล้ว

จำได้แต่ว่า ขณะนั้น ข้าพเจ้าประจำอยู่ที่กองพลที่ ๔ นครสวรรค์ และก็กำลังโดยสารรถ
ล่องลงมาจากเหนือ มีใครคนหนึ่ง สนทนามาในรถไฟ มาเล่าให้ฟังถึงหัวคิดของคนเมา
เท็จจริงให้เป็น ของคนเล่าก็แล้วกัน และถ้าพาดพิงถึงท่านผู้ใด ก็ขอโทษด้วย เล่าตามที่เขา
เล่า ครั้งหนึ่ง ทางจังหวัด มีการสร้างถนน จากตัวจังหวัด ไปถึงอำเภอแห่งหนึ่งครั้นทำถนน
เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สั่งให้คน งานเอารถบรรทุกหลักกิโลเมตร ไปปักตามรายทาง วิธีทำ
ก็คือ คนพวกพวกนี้จะต้องวัดระยะทาง ๑ ก.ม. และขุดหลุมปักหลักกิโลไว้ แต่ครั้นพ้นสายตา
นายไปแล้ว คนงานทั้งหมดก็พากัน "ตกน้ำ" ล่อกันเสียเมาแอ๋ พอเมาแล้ว ก็เกิดความคิดขึ้นมา
แปลกๆ คนหนึ่ง เสนอความเห็นขึ้นว่า การที่นายสั่งให้ปักหลักกิโล รายกันออก ห่างกัน ๑ ก.ม.
นั้นไม่ถูก ผิดศีลธรรม เพราะเป็นการทรมานหลักกิโล ให้พลัด พรากกัน เขาจะคุยกันบ้างก็ไม่
ได้ เป็นบาปหนัก นายสั่งผิด คณะพรรคพวกเห็นจริงด้วย มีมติเป็นเอกฉันท์ ไชโย ปักหลักกิโล
รวม กันไว้ดีกว่า ที่สุด เมื่อเสร็จแล้ว หลักกิโลสายนี้ ก็เลยพิกล ไปหมด บางทีเดินตั้งครึ่งวัน ก็
ไม่เจอ หลักกิโล แต่พอเจอเข้า ก็เห็นปักรวมกันไว้ เป็นสิบๆหลัก ตั้งสลอนเหมือนป่าช้าฝรั่ง
ครั้นสอบสวนได้ความตามที่เล่ามาแล้ว คือคนงาน พากัน "ตกน้ำ" เสีย พอสมองพิกล งาน
ก็พิการไปด้วย... น่า อดสูนักแลพ่อตา ลดลง เรียก ลูกเขยว่าเพื่อน...ลูกเขยสถาปนาตัวเองขึ้น
เรียกพ่อตาว่า "ไอ้น้องชาย" มีอยู่ถมไปในวงสุรา"


โทษข้อที่ ๖ เหล้าบั่นทอนกำลังปัญญา
ยังมีผู้เข้าใจผิดอีกอย่างหนึ่งว่า เหล้าทำให้ปัญญาเปรื่องปราชญ์ หัวคิดแล่น บางคนอ้าง
ตัวอย่าง สุนทรภู่ กวีเอกของไทย ว่าแต่งกลอนได้ดี ก็เพราะเหล้า มีชื่อเสียงเพราะเหล้า ซึ่ง
เป็นความเข้าใจ และเป็การอ้างที่ผิดจากความจริง ความจริง สติปัญญาของคน ได้มาจาก
การศึกษา คนกินเหล้ามาก เหล้าทำให้ปัญญาทึบ ถ้าเขาไม่ได้กินเหล้า สมองจะมึนชา แต่ถ้า
กินเหล้า เหล้าจะเข้า ไปกระตุ้นเส้นประสาท ให้ความคิดแจ่มใสชั่วประเดี๋ยวหนึ่ง แล้วก็กลับ
ทรุดหนักลงไปอีก คนติดสุราแล้ว เลยคว้าเอาตรงที่เหล้ากระตุ้นประสาทนั้น ว่าเหล้าทำให้
ปัญญาเปรื่องปราชญ์ เป็นการคิดถึงผลได้เพียง หยิบมือเดียว แต่ที่เสีย ไปตั้งกอง ไม่พูดถึง
การที่อ้างสุนทรภู่เป็นตัวอย่างว่า แต่งกลอนได้ดีเพราะเหล้า และมีชื่อเสียงเพราะเหล้านั้นผิด
ถนัด
อ่านประวัติสุนทรภู่ดูเถอะ ฉบับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ และฉบับของ กรมพระยา
ดำรงราชานุภาพ แสดงไว้ชัดเจนว่า สุนทรภู่เป็นนักแต่งกลอนก่อนกินเหล้า ไม่ใช่กินแล้วจึง
แต่งเป็นจะว่าสุนทรภู่ได้ปัญญามาจากเหล้าได้อย่างไร และเหล้าไม่ได้ทำให้ชื่อเสียงของ
สุนทรภู่ดีขึ้นเลย ตรงข้าม เหล้าทำให้สุนทรภู่ลำบากยากเข็ญมาก แล้วทำให้สุนทรภู่ต้องติด
คุกติดตะราง เหล้าทำให้สุนทรภู่ถูกเมียทิ้งและเหล้าทำให้สุนทรภู่ ถูกโหรเรียกว่า
"อาลักษณ์ขี้เมา"

รวมความว่า ถ้าเกียรติยศของสุนทรภู่จะแจ่มใสเหมือนดวงอาทิตย์ เหล้าก็เป็นผู้สร้างจุดดำ
ขึ้นในดวงอาทิตย์นั้น ข้อนี้ สุนทรภู่เองรู้ดี จึงแต่งกลอนสาปเหล้าว่า "น้ำนรก"
กลอนนั้นว่า
"ถึงโรงเหล้าเตากลั่นควันโขมง มีคันโพงผูกสายไว้ปลายเสา
โอ้บาปกรรมน้ำนรกเจียวอกเรา ให้มัวเมาเหมือนหนึ่งบ้าเป็นน่าอาย"

และเมื่อสำนึกตัวได้แล้ว สุนทรภู่ก็เลิกดื่มเหล้า แล้วเขียนกลอนไว้ว่า "ถึงนครชัยศรีมีโรงเหล้า เป็นของเมาตัดขาดไม่ปรารถนา "ถ้าเหล้าเพิ่มสติปัญญาให้คนจริง
เราคิดง่ายๆก็แล้วกัน รัฐบาลคงเปิดให้คนต้มเหล้ากินอย่างเสรีมานานแล้ว พลเมืองจะได้ฉลาด
ไม่ต้องตั้งกระทรวงศึกษาธิการให้เสียเงินเปล่าๆ และพระพุทธเจ้าคงไม่ห้ามการกินเหล้าแน่
การหาเรื่องโฆษณา ว่าการกินเหล้า ดีอย่างนั้น อย่างนี้ เป็นเรื่องของคนดื่มเหล้าจนติด แล้ว
โฆษณาปลอบใจตัวเอง และในโอกาสเดียวกัน ก็หาเพื่อน หรือหาเจ้ามือไว้ ฝ่ายคนขายเหล้า
ก็กระพือใหญ่ เพื่อให้คนนิยมกินเหล้ามากๆ ตัวจะได้รวย"
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

สวัสดียามสายครับตอนนี้เริ่มนับถอยหลังแล้วครับ 2-1-0 :D พรุ่งนี้คงล้างท้องส่วนวันที่ 16 วันเข้าพรรษาและเป็นวันงดดื่มสุราแห่งชาติด้วย พรุ่งนี้ตั้งใจว่าจะพาลูกๆไปทำบุญไหว้พระเพื่อความเป็นศิริมงคลกับตัวเองและครอบครัวครับ

...วันนี้มีนิทานชาดก การกำเหนิดสุราหรือเหล้ามาให้อ่านกันครับ บางท่านอาจจะยังไม่ทราบความเป็นมาเพราะมัวแต่ดื่มอย่างเดียว :D

...พรานคนหนึ่งชื่อนายสุระ เข้าไปยังป่าหิมพานต์ เจอไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง แตกเป็นคาคบสามกิ่ง ตรงคาคบมีโพรงเท่าตุ่ม เมื่อฝนตกก็มีน้ำขังอยู่ในโพรงไม้นี้.... ใกล้ๆ ไม้ต้นนี้ก็มี ต้นสมอไทย มะขามป้อม และมีเถาพริกไทยขึ้นเลื้อยอยู่ด้วย เมื่อผลสุกแล้ว ทั้งมะขามป้อม สมอไทย และเมล็ตพริกไทยก็หล่นลงในโพรงนี้...

ใกล้ๆนั้น ก็มีข้าวสาลีป่า นกคาบมากินที่ต้นไม้นี้... เมื่อแดดร้อนจัด น้ำในโพรงก็กลั่นตัวเองตามธรรมชาติ... นกทั้งหลาย ก็ไปดื่มกินน้ำในโพรงนี้ เกิดมึนเมาขึ้น บางตัวก็หล่นลงมา สลบอยู่ครู่หนึ่งก็ตื่นขึ้นมา บินไปได้ตามปกติ... นายสุระ พิจารณาเห็นว่า น่าจะไม่มีอันตราย จึงลองขึ้นไปบนต้นไม้ตักมาชิมดู...

นายสุระ ดื่มไปก็รู้สึกครื้มใจ จึงจับนกที่หล่นอยู่มาปิ้งกินแกล้มสบายใจ... ดื่มกินอยู่คนเดียวนานๆ ไม่สนุก จึงนำไปฝากฤาษีซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นั้น... ฤาษีนี้ชื่อ วรุณ ทั้งสองดื่มเหล้าแกล้มนกปิ้งก็รู้สึกครื้มอกครื้มใจ จึงชวนกันนำน้ำนี้เข้าไปเผยแพร่ในเมือง....

นิทานยังอีกยาว ผู้สนใจไปอ่านต่อที่ กุมภชาดก.

......

เพราะฤาษีวรุณ เป็นผู้ค้นพบร่วมกับนายสุระ ดังนั้น คำว่า วารุณี จึงสามารถแปลว่า เหล้า ได้เช่นเดียวกัน โดยความหมายว่า...

•น้ำของนายสุระ ชื่อว่า สุรา
•น้ำของฤาษีวรุณ ชื่อว่า วารุณี
รูปประจำตัวสมาชิก
pun-kukot
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 148
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 14:44
Tel: 086-325-0011
team: ชมรมจักรยานคูคต
Bike: เสือหมอบ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย pun-kukot »

นอกจากจะงดเหล้าแร้วววว....เห็นน้าพลพลบอกว่าจะงด เ้-้า ด้วยไง :lol: :lol: :lol: :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

pun-kukot เขียน:นอกจากจะงดเหล้าแร้วววว....เห็นน้าพลพลบอกว่าจะงด เ้-้า ด้วยไง :lol: :lol: :lol: :lol:

...เลิกเด้า เลิกจนครับน้าปั้น :o

...หยุดดื่ม 3 วันแล้วรู้สึกร่างกายเบาๆ :mrgreen: หลังจากนี้จะรีดน้ำหนักตัวให้เหลือน้อยที่สุด :D
N'TONG
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 5684
ลงทะเบียนเมื่อ: 15 พ.ค. 2009, 15:10
team: RaMiNdRa
Bike: SpEcIaLiZeD
ติดต่อ:

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย N'TONG »

พลพล เขียน:
pun-kukot เขียน:นอกจากจะงดเหล้าแร้วววว....เห็นน้าพลพลบอกว่าจะงด เ้-้า ด้วยไง :lol: :lol: :lol: :lol:

...เลิกเด้า เลิกจนครับน้าปั้น :o

...หยุดดื่ม 3 วันแล้วรู้สึกร่างกายเบาๆ :mrgreen: หลังจากนี้จะรีดน้ำหนักตัวให้เหลือน้อยที่สุด :D
งั้นผมขอทดสอบ :mrgreen: พี่พลพลหน่อยว่าเลิกเ้-้าจริงป่าว :lol: :lol: :lol:

รูปภาพ
อีกแบบ :mrgreen:
รูปภาพ

รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย เสือต้อง เมื่อ 32 ธ.ค 2499 , 25:61 , แก้ไข หลาย ครั้งละ.
รูปประจำตัวสมาชิก
พลพล
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3983
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 15:34
Tel: 081-5739129
team: รามอินทรา-คู้บอน
Bike: ทัวร์ริ่ง Bianchi เก่าๆ

Re: ชวนพี่ๆเพื่อนๆ งดเหล้าเข้าพรรษาคร๊าบ

โพสต์ โดย พลพล »

แหมน้องต้องดูจากภาพแรกคงเลิกยาก แต่ถ้าดู 2 ภาพหลังแล้วอยากเลิก :mrgreen: 555
ตอบกลับ

กลับไปยัง “กลุ่มรามอินทรา”