ตอบจริงจังเลยนะพี่หมี
มันสะสมมานาน
ยิ่งแก่ตัว ระบบเผาผลาญยิ่งแย่ลงครับ
สังเกตุง่ายๆ คนเฒ่าคนแก่ จะทานน้อยลงเรื่อยๆ เพราะเผาผลาญน้อย ก็เลยมีความอยากอาหารน้อยลง รวมถึงร่างกายใช้พลังงานน้อยลงด้วย
ดังนั้น อันดับแรกคือ ปรับระบบเผาผลาญให้ดีเสียก่อนครับ
โดยใช้หลัก ปั่นแบบ แอโรบิกต่ำ ให้หัวใจเต้นไม่เกิน 55-70% ครับ
แรกๆ ผมก็ปั่นมั่วครับ จนท่านเสืออิฐ คนหลังอานมาแนะนำไว้ในกระทู้ผมครับ
เลยได้แนวทางที่ถูกต้อง ปัจจุบัน ผมเชื่อว่าร่างกายผม ปรับระบบเผาผลาญแล้ว เนื่องจาก ขนาดว่า ไม่ได้ปั่นเลย แต่น้ำหนักก็ลงเรื่อยๆ (ทานเท่าเดิม)
แสดงว่า เผาผลาญดีขึ้น
ถ้ามองเป็นการคำนวณ เช่น ปกติ ร่างกายผมเผาผลาญที่ 1500 ต่อวัน ทานไป 1800 เหลือ 300 ก็กลายเป็นไขมัน สะสม
แต่ทุกวันนี้ร่างกายผมอาจเผาผลาญดีขึ้นเป็น 1800 ต่อวัน ทานไป 1800 ก็เลยไม่เหลืออะไรให้สะสม บางวันอาจทานน้อยกว่า โดยรวมน้ำหนักเลยลดลงเรื่อยๆ สม่ำเสมอ
และจากการศึกษาหลายๆ เว็บ ชัดเจนว่า
การปรับระบบร่างกายของแต่ละคน ใช้เวลาไม่เท่ากันครับ
ผมใช้เวลา 1 เดือน พี่หมีอาจใช้ 1 ปี ก็ได้ เพราะด้วยอายุที่ต่างกันครับ
แต่อย่างไรก็ดี ก็ควรออกกำลังกายโดยใช้หลัก แอโรบิก ไปเรื่อยๆ ครับ
หลักแอโรบิกง่ายๆ คือ
1. ออกกำลังกายต่อเนื่อง 40 นาที ขึ้นไป ยิ่งนานเท่าไร ยิ่งเห็นผลมากขึ้นเท่านั้น
2. ออกกำลังกายเบาๆ เอาพอให้เป่าปากบ้าง ห้ามหอบ หรือหนักจนต้องร้องว่าเหนื่อย
3. ทำต่อเนื่องเป็นประจำ
ที่สำคัญ ช่วงนี้อาจลดช้าลง เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นก็ได้ครับ พี่แข็งแรงขึ้น มีกล้ามเนื้อมากขึ้น ตัวกล้ามเนื้อหนักกว่าไขมัน อาจเป็นเหตุให้เหมือนว่าน้ำหนักไม่ลดลง แต่จริงๆ หุ่นดีขึ้น เป็นต้นครับ
บันทึกเสือมือใหม่ 500 ก.ม. แรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - ถึงเวลาเปลี่ยนเฟืองหน้าจาก 2 ใบ เป็น 3 ใบ
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
ข้อความจากอีกกระทู้หนึ่งครับ
- moobinchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 2583
- ลงทะเบียนเมื่อ: 27 ก.ค. 2010, 07:22
- Tel: 0818065034
- team: NOVICE BKK
- Bike: GIANT SOMA TREK DAHON MIYATA KONA
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
ขอแก้ไขนิดนะค่ะ คุณสามีทำงานเป็นผู้จัดการประจำเที่ยวบินค่ะ (INFLIGHT MANAGER หรือ IM)
เงินเดือนห่างแสนอยู่หลายค่ะ เมีย1 ลูก2 หมา4 เดือนชนเดือนเลย แต่ก็ไม่ค่อยมัธยัสถ์เท่าไหร่
กลัวโลกแตกซะก่อน ต้องรีบใช้เงิน เป็นพวกสุขนิยม กิน เที่ยว ตามอัตถภาพ
ก็ยังซ้อมอยู่แทบทุกวัน ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก (40โล)
อ่านแล้วมีกำลังใจอดทนรอให้ผอมเลยล่ะค่ะ
ก็โชคดีที่ยังได้มีรถจักรยานไว้ขี่ มีสามีดีๆเลี้ยง ไม่รู้ว่าคนเราจะอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน
เลยต้องหาเวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด แบบมีความสุขด้วยนะค่ะ
เงินเดือนห่างแสนอยู่หลายค่ะ เมีย1 ลูก2 หมา4 เดือนชนเดือนเลย แต่ก็ไม่ค่อยมัธยัสถ์เท่าไหร่
กลัวโลกแตกซะก่อน ต้องรีบใช้เงิน เป็นพวกสุขนิยม กิน เที่ยว ตามอัตถภาพ
ก็ยังซ้อมอยู่แทบทุกวัน ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก (40โล)
อ่านแล้วมีกำลังใจอดทนรอให้ผอมเลยล่ะค่ะ
ก็โชคดีที่ยังได้มีรถจักรยานไว้ขี่ มีสามีดีๆเลี้ยง ไม่รู้ว่าคนเราจะอยู่ด้วยกันอีกนานแค่ไหน
เลยต้องหาเวลาอยู่ด้วยกันให้มากที่สุด แบบมีความสุขด้วยนะค่ะ
-
isva
- สมาชิก
- โพสต์: 90
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2011, 15:14
- Tel: 0
- team: 0
- Bike: TREK-Gary Fisher Collection wahoo 29 er
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
เพิ่มซื้อจักรยาน (ดี ๆ) เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
หลังจากอ่าน+ปั่นรถพับ มานาน
กำลังปรับตัวให้เข้ากับรถ เอหรือต้องปรับรถให้เข้ากับตัว
อ้อ ผมอยู่แถวๆ พระราม 5 เหมือนกันครับ แต่ยังไม่เคยไปปั่นเส้นนครอินทร์ ใจยังไม่ถึงครับ
หลังจากอ่าน+ปั่นรถพับ มานาน
กำลังปรับตัวให้เข้ากับรถ เอหรือต้องปรับรถให้เข้ากับตัว
อ้อ ผมอยู่แถวๆ พระราม 5 เหมือนกันครับ แต่ยังไม่เคยไปปั่นเส้นนครอินทร์ ใจยังไม่ถึงครับ
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
มาร่วมทีม TEC.Bike กับพวกผมซิครับisva เขียน:เพิ่มซื้อจักรยาน (ดี ๆ) เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว
หลังจากอ่าน+ปั่นรถพับ มานาน
กำลังปรับตัวให้เข้ากับรถ เอหรือต้องปรับรถให้เข้ากับตัว
อ้อ ผมอยู่แถวๆ พระราม 5 เหมือนกันครับ แต่ยังไม่เคยไปปั่นเส้นนครอินทร์ ใจยังไม่ถึงครับ
จุดนัดหมายแยกบางสีทอง เสาร์นี้ไปราชดำเนิน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=348765
อาทิตย์ไปกับดาฮอน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 7&t=339335
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
จาก 1200 - 1600 กิโลเมตร
ผมได้เรียนรู้ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1. การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
2. การเลือกรถจักรยานอีกคันหนึ่ง ด้วยหลัก GI
การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
หลังจากผมปั่นมาได้ 1200 กิโลเมตร ตามทริปเขาไปหลายทริป ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เปลี่ยนยางเถอะพี่ ถ้าอยากปั่นสนุก ไอ้เราก็อยากออกกำลังกาย แต่เวลาปั่นทางไกลทีไร หัวใจจะหลุดจากอกทุกที มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านเขา จนทำให้แต่ละทริปไม่ค่อยสนุกเหมือนที่ควร
เลยเริ่มหาข้อมูลว่ายางทางเรียบตัวไหนดีนะ ก็ได้มาหลายตัว แต่สุดท้าย เลือกของ ฟอเต้ แต่เป็นยางลายเดียว เกรดเดียวกับ พานา (โรงงานเดียวกัน)

สิ่งที่พบในการใช้ยางเส้นนี้มา 300 กิโลเมตร พบว่า
- อัตราเร่ง ดีขึ้น สามารถเร่งจาก 0-30 ได้อย่างรวดเร็ว และในถนนราดยางอย่างดี สามารถปั่นยืนพื้นที่ 36 Km/h ได้สบายๆ จากเดิมยืนพื้นที่ 28 ก็จะตายเอา
- การเกาะถนน การรีดน้ำ ก็พอได้ แต่ยังไม่มั่นใจเท่ายางเก่า
- เนื้อยาง แข็งมาก เพราะมีเคฟล่าในตัว เรียกว่า จับเนื้อยางเก่ากับยางใหม่เปรียบเทียบกันแล้ว แทบจะการันตีได้เลยว่า ไม่รั่วแน่ๆ
นอกจากนี้ผลของการเปลี่ยนยาง ยังทำให้ ใช้พลังงานลดลงอย่างมาก (ไม่ดีต่อการลดน้ำหนักเลย)
คือ เดิมเส้นทางเดิมๆ 60 กิโลเมตรของผม เคยใช้พลังงานไป 2800-3000 Kcal เหลือแค่ 2400 Kcal เท่านั้น หรือเส้นทาง 40 กิโลเมตรเดิมๆ เคยทำไว้ที่ 2300Kcal ก็เหลือแค่ 1700 เท่านั้น
อาจเป็นเพราะน้ำหนักลดลง ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ เพราะยางมันทำให้รถเร็วขึ้น แรงต้านทานน้อยลง เราจึงใช้พลังงานน้อยลง
ตอบคำถามน้องเอม (khunaim) ได้เลยที่วันนั้นไปทริปนครปฐมด้วยกัน ไปถึง น้องเอมใช้พลังงานไปแค่ 1200-1300 ผมใช้ไป 2 พันกว่า (ตอนนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนยาง) แต่ยางน้องเอม เป็นยางหน้า 1.25 อยู่แล้ว จึงใช้พลังงานน้อย ผนวกด้วยเป็นเฟรมโครโม ยิ่งปั่นแล้วไหล ก็ยิ่งใช้พลังงานน้อย
ดังนั้นใครที่คิดว่าอยากปั่นจักรยานให้สนุก ไม่ได้คิดลดน้ำหนักมากมาย แนะนำเลยว่า ถอดยางเก่าขายไป แล้วเอาขายหน้าเล็กๆ ลายยางเป็นทางเรียบมาใส่แทนจะเวิร์กสุดๆ
ผมได้เรียนรู้ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1. การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
2. การเลือกรถจักรยานอีกคันหนึ่ง ด้วยหลัก GI
การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
หลังจากผมปั่นมาได้ 1200 กิโลเมตร ตามทริปเขาไปหลายทริป ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เปลี่ยนยางเถอะพี่ ถ้าอยากปั่นสนุก ไอ้เราก็อยากออกกำลังกาย แต่เวลาปั่นทางไกลทีไร หัวใจจะหลุดจากอกทุกที มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านเขา จนทำให้แต่ละทริปไม่ค่อยสนุกเหมือนที่ควร
เลยเริ่มหาข้อมูลว่ายางทางเรียบตัวไหนดีนะ ก็ได้มาหลายตัว แต่สุดท้าย เลือกของ ฟอเต้ แต่เป็นยางลายเดียว เกรดเดียวกับ พานา (โรงงานเดียวกัน)
สิ่งที่พบในการใช้ยางเส้นนี้มา 300 กิโลเมตร พบว่า
- อัตราเร่ง ดีขึ้น สามารถเร่งจาก 0-30 ได้อย่างรวดเร็ว และในถนนราดยางอย่างดี สามารถปั่นยืนพื้นที่ 36 Km/h ได้สบายๆ จากเดิมยืนพื้นที่ 28 ก็จะตายเอา
- การเกาะถนน การรีดน้ำ ก็พอได้ แต่ยังไม่มั่นใจเท่ายางเก่า
- เนื้อยาง แข็งมาก เพราะมีเคฟล่าในตัว เรียกว่า จับเนื้อยางเก่ากับยางใหม่เปรียบเทียบกันแล้ว แทบจะการันตีได้เลยว่า ไม่รั่วแน่ๆ
นอกจากนี้ผลของการเปลี่ยนยาง ยังทำให้ ใช้พลังงานลดลงอย่างมาก (ไม่ดีต่อการลดน้ำหนักเลย)
คือ เดิมเส้นทางเดิมๆ 60 กิโลเมตรของผม เคยใช้พลังงานไป 2800-3000 Kcal เหลือแค่ 2400 Kcal เท่านั้น หรือเส้นทาง 40 กิโลเมตรเดิมๆ เคยทำไว้ที่ 2300Kcal ก็เหลือแค่ 1700 เท่านั้น
อาจเป็นเพราะน้ำหนักลดลง ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ เพราะยางมันทำให้รถเร็วขึ้น แรงต้านทานน้อยลง เราจึงใช้พลังงานน้อยลง
ตอบคำถามน้องเอม (khunaim) ได้เลยที่วันนั้นไปทริปนครปฐมด้วยกัน ไปถึง น้องเอมใช้พลังงานไปแค่ 1200-1300 ผมใช้ไป 2 พันกว่า (ตอนนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนยาง) แต่ยางน้องเอม เป็นยางหน้า 1.25 อยู่แล้ว จึงใช้พลังงานน้อย ผนวกด้วยเป็นเฟรมโครโม ยิ่งปั่นแล้วไหล ก็ยิ่งใช้พลังงานน้อย
ดังนั้นใครที่คิดว่าอยากปั่นจักรยานให้สนุก ไม่ได้คิดลดน้ำหนักมากมาย แนะนำเลยว่า ถอดยางเก่าขายไป แล้วเอาขายหน้าเล็กๆ ลายยางเป็นทางเรียบมาใส่แทนจะเวิร์กสุดๆ
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
การเลือกรถจักรยานอีกคันหนึ่ง ด้วยหลัก GI
หลังจากผมปั่นมาได้ 1500 กิโลเมตร ภรรยาก็เริ่มเห็นดีเห็นงามจากหุ่นที่ดีขึ้น น้ำหนักจาก 92.4-93 กิโลกรัม ก็ลงมาเหลือแค่ 87 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน กางเกงทำงานแทบใส่ไม่ได้ ต้องไปแก้ทรง เสื้อตัวโตๆ XXL ใส่แล้วไหล่ตกหมดหล่อทุกตัว
ทำให้ภรรยาเริ่มมีเสียงเล็กๆ "อยากปั่นบ้างแต่ไม่มีจักรยาน"
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=350121
ทำให้ผมต้องเลือกรถจักรยานอีก 1 คัน โดยมีคำสั่งมาว่า "รถพับเท่านั้นที่ฉันชอบ"
ใจผมก็ชอบรถพับ เพราะน่าจะตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด จึงคิดเลียนแบบคุณหมา สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น ที่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ด้วยรถพับ
แต่ก็ติดปัญหาที่ว่า รถพับจะเร็วและแรงตามคนอื่นได้จริงหรือ
ศึกษาไปศึกษามา จึงพบคำตอบเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อิงความรู้สึก ว่า การเปรียบเทียบความสามารถของรถจักรยานให้ใช้ค่า GI หรือ Gear Inches แทน
ค่า GI อธิบายง่ายๆ คือ
ค่าที่ใช้เปรียบเทียบโดยตัดตัวแปรอื่นๆ ออกให้หมด เหลือแค่ เกียร์กับล้อ
หลักคิดจริงๆ น่าจะมาจากว่า "เมื่อเราหมุนจานหน้า 1 รอบ รถวิ่งได้ระยะทางกี่นิ้ว"
ตัวอย่างเช่น สมมติว่า เฟืองหน้ามีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง และเฟืองหลังมีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง ดังนั้นหมายความว่า หมุนเฟืองหน้า 1 รอบ ได้เฟืองหลัง 1 รอบ
เราเรียกว่ามีอัตราทดเท่ากับ 1
คำนวณโดย เอา (เฟืองหน้า/เฟืองหลัง)
เช่น ถ้าเฟืองหน้าเสือภูเขา 48 ฟันเฟือง ใช้กับเฟืองหลัง 11 ฟันเฟือง จะได้อัตราทดเท่ากับ 48/11 = 4.36 หรือ 1 รอบเฟืองหน้า ได้ 4.36 รอบเฟืองหลัง
เมื่อได้ค่าอัตราทดแล้ว ก็มาคำนวณโดยคูณเส้นรอบวงของล้อ เช่นล้อ 26 นิ้ว ได้เส้นรอบวงเท่ากับ 2 pi r โดย r คือ รัศมี หรือล้อ 26 นิ้วต้องหาร2 ส่วนค่า พาย ก็ใช้ 22/7 เลยก็ได้ คำนวณง่ายดี
จึงคำนวณได้เป็น 2*(22/7)*(26/2) = 81.5 นิ้ว
ดังนั้นหมายความว่า ด้วยอัตราทด 4.36 เมื่อเราหมุนเฟืองหน้า 1 รอบ จะทำระยะทางได้ 81.5*4.36 หรือเท่ากับ 355.34 นิ้ว
แต่จะเห็นว่า เป็นการคำนวณที่ยุ่งยากมาก มีค่า พาย เข้ามาเกี่ยว ค่า GI ที่เป็นสูตรจริงๆ จึงตัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นออก
เหลือสูตรจริงๆ แค่
GI = ขนาดล้อ * (เฟืองหน้า / เฟืองหลัง)
หรือ ตามตัวอย่างจะได้ GI= 26*48/11 = 113
โดยค่า GI จะต้องหาทุกเกียร์ แต่เราจะดูแค่เกียร์เบาสุดกับต่ำสุดเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น รถเสือภูเขาเมริดาของผม มี GI สูงสุดที่ 26*42/11 = 99 และมี GI ต่ำสุดที่ 26*22/32 = 18
เป็นต้น
ทีนี้ พอเราได้ค่า GI มาแล้ว เราก็สามารถเปรียบเทียบรถได้เลยว่า รถใครแรงกว่าใคร โดยไม่เอาตัวแปรเรื่องผู้ขี่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง
อย่างรถที่ผมซื้อให้ภรรยา คือ Speed P18 มีค่า GI เท่ากับ 33 - 102 (ประมาณๆ นะครับ เพราะยังไม่ได้ไปนั่งนับเฟืองหลังเลยว่า แต่ละเฟืองเท่าไร แค่ประมาณๆ)
หรือหมายความว่า รถพับของภรรยาผม เมื่อเร่งสูงสุด จะเร็วกว่าเสือภูเขาของผม แต่เวลาปีนเขาจะเหนื่อยกว่า
หลังจากผมปั่นมาได้ 1500 กิโลเมตร ภรรยาก็เริ่มเห็นดีเห็นงามจากหุ่นที่ดีขึ้น น้ำหนักจาก 92.4-93 กิโลกรัม ก็ลงมาเหลือแค่ 87 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน กางเกงทำงานแทบใส่ไม่ได้ ต้องไปแก้ทรง เสื้อตัวโตๆ XXL ใส่แล้วไหล่ตกหมดหล่อทุกตัว
ทำให้ภรรยาเริ่มมีเสียงเล็กๆ "อยากปั่นบ้างแต่ไม่มีจักรยาน"
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=350121
ทำให้ผมต้องเลือกรถจักรยานอีก 1 คัน โดยมีคำสั่งมาว่า "รถพับเท่านั้นที่ฉันชอบ"
ใจผมก็ชอบรถพับ เพราะน่าจะตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด จึงคิดเลียนแบบคุณหมา สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น ที่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ด้วยรถพับ
แต่ก็ติดปัญหาที่ว่า รถพับจะเร็วและแรงตามคนอื่นได้จริงหรือ
ศึกษาไปศึกษามา จึงพบคำตอบเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อิงความรู้สึก ว่า การเปรียบเทียบความสามารถของรถจักรยานให้ใช้ค่า GI หรือ Gear Inches แทน
ค่า GI อธิบายง่ายๆ คือ
ค่าที่ใช้เปรียบเทียบโดยตัดตัวแปรอื่นๆ ออกให้หมด เหลือแค่ เกียร์กับล้อ
หลักคิดจริงๆ น่าจะมาจากว่า "เมื่อเราหมุนจานหน้า 1 รอบ รถวิ่งได้ระยะทางกี่นิ้ว"
ตัวอย่างเช่น สมมติว่า เฟืองหน้ามีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง และเฟืองหลังมีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง ดังนั้นหมายความว่า หมุนเฟืองหน้า 1 รอบ ได้เฟืองหลัง 1 รอบ
เราเรียกว่ามีอัตราทดเท่ากับ 1
คำนวณโดย เอา (เฟืองหน้า/เฟืองหลัง)
เช่น ถ้าเฟืองหน้าเสือภูเขา 48 ฟันเฟือง ใช้กับเฟืองหลัง 11 ฟันเฟือง จะได้อัตราทดเท่ากับ 48/11 = 4.36 หรือ 1 รอบเฟืองหน้า ได้ 4.36 รอบเฟืองหลัง
เมื่อได้ค่าอัตราทดแล้ว ก็มาคำนวณโดยคูณเส้นรอบวงของล้อ เช่นล้อ 26 นิ้ว ได้เส้นรอบวงเท่ากับ 2 pi r โดย r คือ รัศมี หรือล้อ 26 นิ้วต้องหาร2 ส่วนค่า พาย ก็ใช้ 22/7 เลยก็ได้ คำนวณง่ายดี
จึงคำนวณได้เป็น 2*(22/7)*(26/2) = 81.5 นิ้ว
ดังนั้นหมายความว่า ด้วยอัตราทด 4.36 เมื่อเราหมุนเฟืองหน้า 1 รอบ จะทำระยะทางได้ 81.5*4.36 หรือเท่ากับ 355.34 นิ้ว
แต่จะเห็นว่า เป็นการคำนวณที่ยุ่งยากมาก มีค่า พาย เข้ามาเกี่ยว ค่า GI ที่เป็นสูตรจริงๆ จึงตัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นออก
เหลือสูตรจริงๆ แค่
GI = ขนาดล้อ * (เฟืองหน้า / เฟืองหลัง)
หรือ ตามตัวอย่างจะได้ GI= 26*48/11 = 113
โดยค่า GI จะต้องหาทุกเกียร์ แต่เราจะดูแค่เกียร์เบาสุดกับต่ำสุดเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น รถเสือภูเขาเมริดาของผม มี GI สูงสุดที่ 26*42/11 = 99 และมี GI ต่ำสุดที่ 26*22/32 = 18
เป็นต้น
ทีนี้ พอเราได้ค่า GI มาแล้ว เราก็สามารถเปรียบเทียบรถได้เลยว่า รถใครแรงกว่าใคร โดยไม่เอาตัวแปรเรื่องผู้ขี่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง
อย่างรถที่ผมซื้อให้ภรรยา คือ Speed P18 มีค่า GI เท่ากับ 33 - 102 (ประมาณๆ นะครับ เพราะยังไม่ได้ไปนั่งนับเฟืองหลังเลยว่า แต่ละเฟืองเท่าไร แค่ประมาณๆ)
หรือหมายความว่า รถพับของภรรยาผม เมื่อเร่งสูงสุด จะเร็วกว่าเสือภูเขาของผม แต่เวลาปีนเขาจะเหนื่อยกว่า
- เสืออิฐ คนหลังอาน
- ขาประจำ
- โพสต์: 3633
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 12:02
- Tel: ๐8๖-๕8๑-๑2๔2
- team: ฅน...ครยก
- Bike: Blue Treker (Trek๓๙๐๐) ปี ๐๘ , Red Davil (Trek ๒.๑) ปี ๑๒
- ตำแหน่ง: ไม่เป็นหลักแหล่ง: นครนายก, พะเยา, เชียงราย
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
...เข้ามาหาความรู้ เพิ่มเติมครับ
...ชอบกระทู้นี้ด้วยครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=350121
...เดี๋ยวต้องส่ง mail ให้ว่าที่ ผบ.ทบ. ไปศึกษาซะหน่อยแล้ว
...ตอนนั้นผมก็มีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าครับ
...จากเอว 38 ลงมาเหลือ 35-36 กางเกง "หลุดตูด" ทุกตัว เป็นพวก hip hop ไปเลยครับ เดือดร้อนต้องเปลี่ยนใหม่เลยครับ
...ชอบกระทู้นี้ด้วยครับ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=350121
...เดี๋ยวต้องส่ง mail ให้ว่าที่ ผบ.ทบ. ไปศึกษาซะหน่อยแล้ว
...ตอนนั้นผมก็มีปัญหาเรื่องเสื้อผ้าครับ
...จากเอว 38 ลงมาเหลือ 35-36 กางเกง "หลุดตูด" ทุกตัว เป็นพวก hip hop ไปเลยครับ เดือดร้อนต้องเปลี่ยนใหม่เลยครับ
"นักรบ...ย่อมมีบาดแผล"
เสืออิฐ คนหลังอาน
*********************************************************************
>>> สำนักฝึกวิชาห้อง 100 รอบ ยินดีต้อนรับ <<<
เสืออิฐ คนหลังอาน
*********************************************************************
>>> สำนักฝึกวิชาห้อง 100 รอบ ยินดีต้อนรับ <<<
- sorrawut
- ขาประจำ
- โพสต์: 137
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 มิ.ย. 2011, 14:07
- Bike: CHEVROLET FD207R-Y
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
- ขอบคุณครับ
ตอนนี้ผมยังปั่นได้ระยะทางรวมไม่ครบ 100 กิโลเมตรเลย
กำลังพยายามอยู่ครับ ให้ได้ 500 กิโลเมตร
ตอนนี้ผมยังปั่นได้ระยะทางรวมไม่ครบ 100 กิโลเมตรเลย
กำลังพยายามอยู่ครับ ให้ได้ 500 กิโลเมตร
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1200 กม. แล้วครับ
sorrawut เขียน:- ขอบคุณครับ
ตอนนี้ผมยังปั่นได้ระยะทางรวมไม่ครบ 100 กิโลเมตรเลย
กำลังพยายามอยู่ครับ ให้ได้ 500 กิโลเมตร
ไม่ต้องรีบครับ ต่อไประยะทางในแต่ละทริปจะเพิ่มขึ้นแล้วระยะทางโดยรวมจะเร็วขึ้นเอง
- จอมปั่นสะท้านภพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 407
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:00
- team: Only One
- Bike: White GaryFisher Wahoo 09..........Bianchi Camaleonte Sport 2 Due 2013........Bianchi Infinito CV Ultegra 2014
- ติดต่อ:
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
มาบันทึกไว้ว่า ตามอ่านมาตลอด
เพราะชอบสไตล์การวิพากษ์วิจารณ์

เพราะชอบสไตล์การวิพากษ์วิจารณ์
ปั่นมา ครบ 10 ปี 94,500 กม.....
-
ซามูไร 2 ล้อ
- ขาประจำ
- โพสต์: 6679
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.ค. 2011, 14:31
- Tel: xxxxxxxxx
- team: ՏʍíӀҽ ϲӀմБ and novice thailand
- Bike: เฟรสสัน ตราจรเข้
- ตำแหน่ง: ทุกทีี่ท่อากาศดี
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
- ระ ซอยสิบสี่
- ขาประจำ
- โพสต์: 496
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.ย. 2008, 22:34
- Tel: 0891209889
- team: 99ซิตี้ไบค์, จักรยานโลโซ ปั่นเล่นอาทิตย์ละวันสองวัน
- Bike: Kona Fire Mountain Nine, Rit K9 85, Dahon Archer P18, Dahon Espresso, Bridgestone MB5
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
อีกทางเลือก คือ Maxxis Overdrive ครับ ผมใช้ 26x1.75 มีกันหนามด้วย ใช้มาประมาณ 3000 กม. แล้ว ไม่เคยปะยางเลย สูบลมประมาณ 50 psi ผมว่ากำลังดีครับbreeze เขียน:จาก 1200 - 1600 กิโลเมตร
ผมได้เรียนรู้ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ
1. การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
2. การเลือกรถจักรยานอีกคันหนึ่ง ด้วยหลัก GI
การเปลี่ยนยาง ประสบการณ์ยางทางเรียบสำหรับมือใหม่
หลังจากผมปั่นมาได้ 1200 กิโลเมตร ตามทริปเขาไปหลายทริป ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เปลี่ยนยางเถอะพี่ ถ้าอยากปั่นสนุก ไอ้เราก็อยากออกกำลังกาย แต่เวลาปั่นทางไกลทีไร หัวใจจะหลุดจากอกทุกที มันเหนื่อยกว่าชาวบ้านเขา จนทำให้แต่ละทริปไม่ค่อยสนุกเหมือนที่ควร
เลยเริ่มหาข้อมูลว่ายางทางเรียบตัวไหนดีนะ ก็ได้มาหลายตัว แต่สุดท้าย เลือกของ ฟอเต้ แต่เป็นยางลายเดียว เกรดเดียวกับ พานา (โรงงานเดียวกัน)
สิ่งที่พบในการใช้ยางเส้นนี้มา 300 กิโลเมตร พบว่า
- อัตราเร่ง ดีขึ้น สามารถเร่งจาก 0-30 ได้อย่างรวดเร็ว และในถนนราดยางอย่างดี สามารถปั่นยืนพื้นที่ 36 Km/h ได้สบายๆ จากเดิมยืนพื้นที่ 28 ก็จะตายเอา
- การเกาะถนน การรีดน้ำ ก็พอได้ แต่ยังไม่มั่นใจเท่ายางเก่า
- เนื้อยาง แข็งมาก เพราะมีเคฟล่าในตัว เรียกว่า จับเนื้อยางเก่ากับยางใหม่เปรียบเทียบกันแล้ว แทบจะการันตีได้เลยว่า ไม่รั่วแน่ๆ
นอกจากนี้ผลของการเปลี่ยนยาง ยังทำให้ ใช้พลังงานลดลงอย่างมาก (ไม่ดีต่อการลดน้ำหนักเลย)
คือ เดิมเส้นทางเดิมๆ 60 กิโลเมตรของผม เคยใช้พลังงานไป 2800-3000 Kcal เหลือแค่ 2400 Kcal เท่านั้น หรือเส้นทาง 40 กิโลเมตรเดิมๆ เคยทำไว้ที่ 2300Kcal ก็เหลือแค่ 1700 เท่านั้น
อาจเป็นเพราะน้ำหนักลดลง ร่างกายแข็งแรงขึ้นด้วยส่วนหนึ่ง ก็เป็นได้ แต่ที่แน่ๆ คือ เพราะยางมันทำให้รถเร็วขึ้น แรงต้านทานน้อยลง เราจึงใช้พลังงานน้อยลง
ตอบคำถามน้องเอม (khunaim) ได้เลยที่วันนั้นไปทริปนครปฐมด้วยกัน ไปถึง น้องเอมใช้พลังงานไปแค่ 1200-1300 ผมใช้ไป 2 พันกว่า (ตอนนั้นยังไม่ได้เปลี่ยนยาง) แต่ยางน้องเอม เป็นยางหน้า 1.25 อยู่แล้ว จึงใช้พลังงานน้อย ผนวกด้วยเป็นเฟรมโครโม ยิ่งปั่นแล้วไหล ก็ยิ่งใช้พลังงานน้อย
ดังนั้นใครที่คิดว่าอยากปั่นจักรยานให้สนุก ไม่ได้คิดลดน้ำหนักมากมาย แนะนำเลยว่า ถอดยางเก่าขายไป แล้วเอาขายหน้าเล็กๆ ลายยางเป็นทางเรียบมาใส่แทนจะเวิร์กสุดๆ
ส่วน Forte ผมเพิ่งเอามาลองใช้ครับ ใส่ในรถอีกคัน เพิ่งลองปั่นไปประมาณ 200 กิโล ตามสเปคให้สูบลมได้ถึง 70 psi แต่ในทางปฏิบัติ แค่ 50-60 ก็พอแล้วครับ ไม่งั้นจะแข็งไปหน่อย
รถที่มี GI เท่ากัน อาจกินแรงไม่เท่ากันก็ได้นะครับbreeze เขียน:การเลือกรถจักรยานอีกคันหนึ่ง ด้วยหลัก GI
หลังจากผมปั่นมาได้ 1500 กิโลเมตร ภรรยาก็เริ่มเห็นดีเห็นงามจากหุ่นที่ดีขึ้น น้ำหนักจาก 92.4-93 กิโลกรัม ก็ลงมาเหลือแค่ 87 กิโลกรัม ภายใน 4 เดือน กางเกงทำงานแทบใส่ไม่ได้ ต้องไปแก้ทรง เสื้อตัวโตๆ XXL ใส่แล้วไหล่ตกหมดหล่อทุกตัว
ทำให้ภรรยาเริ่มมีเสียงเล็กๆ "อยากปั่นบ้างแต่ไม่มีจักรยาน"
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้ http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 3&t=350121
ทำให้ผมต้องเลือกรถจักรยานอีก 1 คัน โดยมีคำสั่งมาว่า "รถพับเท่านั้นที่ฉันชอบ"
ใจผมก็ชอบรถพับ เพราะน่าจะตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด จึงคิดเลียนแบบคุณหมา สาวนักเปิบกับหนุ่มนักปั่น ที่ไปเที่ยวที่ต่างๆ ด้วยรถพับ
แต่ก็ติดปัญหาที่ว่า รถพับจะเร็วและแรงตามคนอื่นได้จริงหรือ
ศึกษาไปศึกษามา จึงพบคำตอบเชิงวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อิงความรู้สึก ว่า การเปรียบเทียบความสามารถของรถจักรยานให้ใช้ค่า GI หรือ Gear Inches แทน
ค่า GI อธิบายง่ายๆ คือ
ค่าที่ใช้เปรียบเทียบโดยตัดตัวแปรอื่นๆ ออกให้หมด เหลือแค่ เกียร์กับล้อ
หลักคิดจริงๆ น่าจะมาจากว่า "เมื่อเราหมุนจานหน้า 1 รอบ รถวิ่งได้ระยะทางกี่นิ้ว"
ตัวอย่างเช่น สมมติว่า เฟืองหน้ามีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง และเฟืองหลังมีฟันเท่ากับ 30 ฟันเฟือง ดังนั้นหมายความว่า หมุนเฟืองหน้า 1 รอบ ได้เฟืองหลัง 1 รอบ
เราเรียกว่ามีอัตราทดเท่ากับ 1
คำนวณโดย เอา (เฟืองหน้า/เฟืองหลัง)
เช่น ถ้าเฟืองหน้าเสือภูเขา 48 ฟันเฟือง ใช้กับเฟืองหลัง 11 ฟันเฟือง จะได้อัตราทดเท่ากับ 48/11 = 4.36 หรือ 1 รอบเฟืองหน้า ได้ 4.36 รอบเฟืองหลัง
เมื่อได้ค่าอัตราทดแล้ว ก็มาคำนวณโดยคูณเส้นรอบวงของล้อ เช่นล้อ 26 นิ้ว ได้เส้นรอบวงเท่ากับ 2 pi r โดย r คือ รัศมี หรือล้อ 26 นิ้วต้องหาร2 ส่วนค่า พาย ก็ใช้ 22/7 เลยก็ได้ คำนวณง่ายดี
จึงคำนวณได้เป็น 2*(22/7)*(26/2) = 81.5 นิ้ว
ดังนั้นหมายความว่า ด้วยอัตราทด 4.36 เมื่อเราหมุนเฟืองหน้า 1 รอบ จะทำระยะทางได้ 81.5*4.36 หรือเท่ากับ 355.34 นิ้ว
แต่จะเห็นว่า เป็นการคำนวณที่ยุ่งยากมาก มีค่า พาย เข้ามาเกี่ยว ค่า GI ที่เป็นสูตรจริงๆ จึงตัดตัวแปรที่ไม่จำเป็นออก
เหลือสูตรจริงๆ แค่
GI = ขนาดล้อ * (เฟืองหน้า / เฟืองหลัง)
หรือ ตามตัวอย่างจะได้ GI= 26*48/11 = 113
โดยค่า GI จะต้องหาทุกเกียร์ แต่เราจะดูแค่เกียร์เบาสุดกับต่ำสุดเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น รถเสือภูเขาเมริดาของผม มี GI สูงสุดที่ 26*42/11 = 99 และมี GI ต่ำสุดที่ 26*22/32 = 18
เป็นต้น
ทีนี้ พอเราได้ค่า GI มาแล้ว เราก็สามารถเปรียบเทียบรถได้เลยว่า รถใครแรงกว่าใคร โดยไม่เอาตัวแปรเรื่องผู้ขี่เข้ามาเกี่ยวข้องนั่นเอง
อย่างรถที่ผมซื้อให้ภรรยา คือ Speed P18 มีค่า GI เท่ากับ 33 - 102 (ประมาณๆ นะครับ เพราะยังไม่ได้ไปนั่งนับเฟืองหลังเลยว่า แต่ละเฟืองเท่าไร แค่ประมาณๆ)
หรือหมายความว่า รถพับของภรรยาผม เมื่อเร่งสูงสุด จะเร็วกว่าเสือภูเขาของผม แต่เวลาปีนเขาจะเหนื่อยกว่า
รถที่ใช้ชุดขับเคลื่อนที่เป็นจุดหมุน (ที่เห็นความแตกต่างชัดเจนก็เช่น โซ่ และดุมล้อ) มีการเสียดทานที่น้อยกว่า ย่อมให้ความเร็วสูงกว่า แม้ว่าจะใช้แรงเท่ากันและ GI เท่ากันครับ
บันทึกหลังอานของคนรักสองล้อ <---- กดเพื่ออ่าน
ประกันอุบัติเหตุ เริ่มต้นวันละ 2 บาท
บริการประกันชีวิต-วินาศภัยครบวงจร
บริการที่ปรึกษา บัญชี / ภาษี / กฏหมายธุรกิจ / วางแผนมรดก <---- กดดูรายละเอียด
ประกันอุบัติเหตุ เริ่มต้นวันละ 2 บาท
บริการประกันชีวิต-วินาศภัยครบวงจร
บริการที่ปรึกษา บัญชี / ภาษี / กฏหมายธุรกิจ / วางแผนมรดก <---- กดดูรายละเอียด
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
ผมอยากได้รุ่นนี้ละครับ แต่ของไม่มี เลยคิดไปคิดมา ลองของถูกๆ ก่อนดีกว่า ก็เลยได้ ฟอเต้ กันหนามมาด้วยครับระ ซอยสิบสี่ เขียน:อีกทางเลือก คือ Maxxis Overdrive ครับ ผมใช้ 26x1.75 มีกันหนามด้วย ใช้มาประมาณ 3000 กม. แล้ว ไม่เคยปะยางเลย สูบลมประมาณ 50 psi ผมว่ากำลังดีครับ
เรื่องสูบลมนี่ ผมสูบเกือบเต็ม max ครับ ชอบยางแข็งๆ
อันนี้ก็เห็นด้วยครับ ว่า ค่า GI แค่บอกได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าอะไหล่ของรถ ต่างกัน คุณภาพต่างกัน ก็จะเสียแรงต่างกันระ ซอยสิบสี่ เขียน:รถที่มี GI เท่ากัน อาจกินแรงไม่เท่ากันก็ได้นะครับ
รถที่ใช้ชุดขับเคลื่อนที่เป็นจุดหมุน (ที่เห็นความแตกต่างชัดเจนก็เช่น โซ่ และดุมล้อ) มีการเสียดทานที่น้อยกว่า ย่อมให้ความเร็วสูงกว่า แม้ว่าจะใช้แรงเท่ากันและ GI เท่ากันครับ
แต่ค่า GI จะบอกได้ว่า เราปั่นรอบขา 80 รถพับ กับรถเสือภูเขา หรือกับรถเสือหมอบ ถ้าปั่นโดยใช้เกียร์ที่มีค่า GI เท่ากัน ปั่นด้วยรอบขาเท่ากัน ได้ความเร็วเท่ากันแน่นอน
แต่ความเหนื่อย หรือกินแรง นี้ คงไม่เท่ากันอยู่แล้วครับ
-
isva
- สมาชิก
- โพสต์: 90
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2011, 15:14
- Tel: 0
- team: 0
- Bike: TREK-Gary Fisher Collection wahoo 29 er
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
เมื่อวันอาสาฬหฯ ลองไปขี่ที่ ถนนนครอินทร์ วนไปวนมาระหว่างที่กลับรถใต้สะพานข้ามแยกบางศรีเมือง ไปวนที่กลับรถใต้สะพานข้านคลองบางกอกน้อย (รึปล่าว) รวมรอบละ 2 กม. (ช่วงตรงนี้รถน้อยสุดแล้วในถนนเส้นนี้
) วนอยู่ 3-4 รอบ ลองขี่ข้ามสะพานข้ามแยกฯ โอย กว่าจะข้ามได้ แทบแย่ แต่ตอนลงนี่สุดยอด ชอบๆ รู้เลยว่าขายังอ่อน
ช่วงนี้กำลังปรับตัวให้ชินกับรถ อยากออกทริปกะเค้าบ้าง
ปล. ขอบคุณ คุณ breeze และท่านอื่นๆ ที่เขียนให้อ่าน ได้ข้อมูลเยอะเลยครับ
ปล. ขอบคุณ คุณ breeze และท่านอื่นๆ ที่เขียนให้อ่าน ได้ข้อมูลเยอะเลยครับ
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: บันทึกเสือมือใหม่ 500 กิโลเมตรแรกของคุณ (เชิญร่วมแชร์) - อัพข้อมูลใหม่ถึง 1600 กม. แล้วครับ
แถวบ้านผมเลยisva เขียน:เมื่อวันอาสาฬหฯ ลองไปขี่ที่ ถนนนครอินทร์ วนไปวนมาระหว่างที่กลับรถใต้สะพานข้ามแยกบางศรีเมือง ไปวนที่กลับรถใต้สะพานข้านคลองบางกอกน้อย (รึปล่าว) รวมรอบละ 2 กม. (ช่วงตรงนี้รถน้อยสุดแล้วในถนนเส้นนี้) วนอยู่ 3-4 รอบ ลองขี่ข้ามสะพานข้ามแยกฯ โอย กว่าจะข้ามได้ แทบแย่ แต่ตอนลงนี่สุดยอด ชอบๆ รู้เลยว่าขายังอ่อน
![]()
![]()
ช่วงนี้กำลังปรับตัวให้ชินกับรถ อยากออกทริปกะเค้าบ้าง
![]()
ปล. ขอบคุณ คุณ breeze และท่านอื่นๆ ที่เขียนให้อ่าน ได้ข้อมูลเยอะเลยครับ
ปกติ ช่วงลูกปิดเทอม ผมจะปั่นตอนเช้า ตีสีกว่าๆ ถึงหกโมง ปั่นจาก ตีนสะพานพระราม 5 ถึง วงแหวนรอบนอก โดยใช้เส้นถนนนครอินทร์ทั้่งเส้นครับ ไปกลับได้ 23 กิโลเมตรโดยประมาณ
แต่พอเปิดเทอม มีภารกิจ ปลุกลูก อาบน้ำลูก เลยไม่ได้ปั่นตอนเช้าเลยครับ เพราะจะกลับมาไม่ทันดูแลเขา (อนุบาลนะครับ)
ยังไง ช่วงนี้ผมปั่นฝึกให้ภรรยา ตอนเช้าวันเสาร์อาทิตย์ ทริปเบาๆ ประมาณ 30 กิโลเมตร ออกตีห้าครึ่ง-หกโมง กลับถึงแยกบางสีทองประมาณ 8-9 โมงเช้า
สนใจก็ไปฝึกด้วยกันได้นะครับ