นักปั่นอาชีพ

ถ้าเป็นรถหรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเป็นของเสือหมอบโดยเฉพาะ เชิญเข้าห้องนี้ครับ

ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity

beeggs
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 3180
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
Tel: 0947963336
team: kNightBIKE
Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย beeggs »

Full name Takashi Miyazawa
Date of birth February 27, 1978 (1978-02-27) (age 33)
Place of birth Japan
Height 1.65 m (5 ft 5 in)
Weight 60 kg (130 lb; 9.4 st)

โปรนี่ไซส์เล็กๆ ก็ยังปั่นเก่ง :o


(ทะยอยอ่านยังไม่จบ :) )
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
รูปประจำตัวสมาชิก
ขุนช้าง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 639
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย ขุนช้าง »

ติดตามอ่านกระทู้นี้ ถูกใจเพราะแต่ละคนที่เข้ามาร่วมแจม ต่างก็มีความต้องการมีส่วนร่วมที่จะผลักดันวงการจักรยานให้กว้างขวาง ผมก็เป็นคนหนึ่งซึ่งมีความเห็นเช่นเดียวกับท่านๆ ที่ร่วมในกระทู้นี้ โดยเฉพาะคุณตั้ม-วิสุทธิ์ คงจะคุ้นๆกันบ้างน๊ะ ปัจจุบันผมเป็นผู้สนับสนุนให้กับทีม Bikenet ชลบุรี ใช้ชื่อว่าชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet

มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนกีฬาจักรยานให้เป็นที่กว้างขวาง เพราะเห็นว่ากีฬาจักรยานเป็นกีฬาจริงๆ คนที่สนใจกีฬานั้นล้วนแต่ขี่จักรยานทั้งสิ้นซึ่งเป็นการออกกำลังกายโดยตรง แต่ต่างจากกีฬาอื่นที่ผมก็ชอบเหมือนกัน เช่นเทนนีส กอล์ฟ หรือฟุตบอลซึ่งคนชอบกีฬาเช่นเหล่านี้ไม่ได้ออกกำลังกาย คล้ายๆก็เป็นเกมซะมากกว่า ที่เน้นความเพลินเพลินหรือความมันส์ในอารมณ์

คนชอบจักรยานต่างก็ขี่จักรยาน แต่คนชอบฟุตบอลน้อยคนนักที่ได้เล่นฟุตบอลส่วนใหญ่จะดูทางทีวี หรือเล่นบอลตู้ซะมากกว่า จักรยานเป็นกีฬาของความทรหดอดทน สามัคคีเป็นพวกพ้อง ที่สำคัญสามารถชักพาเยาวชนให้หันมาสนใจเล่นกีฬาชนิดนี้แทนการไปข้องเกี่ยวกับ เกมส์ ซิ่งมอเตอร์ไซค์ หรือยาเสพติดได้

ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไม่มีทางออกของเยาวชนในสังคมบ้านเรา แต่กว่าจะได้ผลขนาดไหนคงต้องอาศัยหลายๆคน มีส่วนร่วมผลักดัน ให้เกิด "กระแสสังคมจักรยาน" แค่ผู้สนับสนุนไม่กี่คนคงจะเป็นไปได้ยาก หรือจะหวังทางราชการคงได้แค่ "ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ" หรือแบบวูบวาบมาเร็วไปเร็ว เท่านั้นเอง แรงผลักดันตัวจริงนั้นอยู่ที่พวกเราทุกคนชาวจักรยานที่จะช่วยกันสร้างกระแส และผลักดันให้เกิดขึ้น

ลองนึกดูซิครับว่าถ้าใน ตูร์เดอร์ฟรองซ์ ครั้งนี้ที่จะมีขึ้นในเดือนหน้า เกิดมีนักจักรยานไทยเราเข้าร่วมการแข่งขันด้วย จะเป็นอย่างไร สมมุติว่าเป็นภุชงค์ ซ้ายอุดมศิลป์ กระแสวงการจักรยานเราจะเป็นอย่างไร ผมทายว่าคงต้องคืกคักมากขึ้นแน่ เวป ThaiMTB คงจะแทบระเบิด

ต้องมีข่าวทางทีวี และหนังสือพิมพ์ทุกวัน มีการถ่ายทอดออกทางทีวี คนได้ติดตามชม จักรยานก็จะขายดี เด็กๆก็จะหันมาขี่จักรยานกันมากขึ้น นักกีฬาจักรยานคนอื่นคงต้องขยันฟิตกันมากกว่าแต่ก่อน ด้วยหวังว่าตนเองจะได้มีโอกาสบ้าง คล้ายๆกับตอนที่ ภราดรกำลังรุ่งในกีฬาเทนนิส ส่วนทางราชการก็คงต้องเห็นความสำคัญต่อวงการจักรยานมากขึ้น

คงต้องมีการการแย่งชิงตำแหน่งนายก-เลขาสมาคมจักรยานเพื่อสร้างผลงานกันสนุกกันล่ะทีนี้ ที่สำคัญเด็กๆ ที่ซิ่งมอไซค์ ติดเกมส์ คงต้องหันมาขี่จักรยานกันมากขึ้น และยอมรับว่าใครได้ขี่จักรยานแล้วเกือบทั้งร้อยทั้งร้อยพวกเยาวชนติดกันงอมแงมคล้ายกับยาเสพติด

แต่ไปติดกับสิ่งที่ดี ไม่ใช่สิ่งที่เลว มันเป็นสิ่งที่ดีที่เขาจะได้เรียนรู้ถึงรสชาดของความทรหดอดทน ที่ต้องแลกมาด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวด เป็นพื้นฐานในการใช้ชีวิตของเขาในภายภาคหน้า

Lance Armstrong เป็นฮีโรในวงการจักรยานของพวกอเมริกัน มีส่วนเยอะมากๆ ในการผลักดันให้เกิดกระแสจักรยานในเมืองเขา เราเช่นเดียวกัน ถ้าเรามีฮืโร่ของเราสักคนหนึ่ง เด็กๆ ของเราคงจะมาขี่จักรยานกันมากขึ้นกันเยอะ แต่เสียดายเราได้แค่มีแต่ "ฮีโร่มัยซีน..เด้อ.."

บางคนอาจจะคิดว่าผมโม้ ฝันเฟื่อง ผมก็เคยคิดเช่นนั้น ปีที่แล้วผมไป TDF 2010 จุดประสงค์ประการหนึ่งคือ ผมต้องการเข้าไปค้นหาว่า ผมเพ้อฝันไปหรือเปล่า ผมได้รับเชิญเข้าไปสังเกตุการณ์ถึงภายใน รู้จักทักทายพูดคุยกับผู้บริหารของ ASO (The Amaury Sport Organisation) Christian Prudhomme (Tour de France Director) Bernard Hinault อดีตแชมป์ TDF 5 สมัย ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่สุดของวงการจักรยานฝรั่งเศส, Bernard Thévenet แชมป์ TDF 2 สมัย ผมได้แนะนำตัวเองว่าเป็นเจ้าของธุรกิจ และต้องการสนับสนุนกีฬาจักรยานในประเทศไทย ซึ่งเขาให้ความสนใจมาก (คงแบบว่าไอ้ตี๋นี่แหละคงจะมีโอกาสทำเงินให้ข้าจากเมืองไทยในอนาคต)

นอกจากนั้นวัน rest day ผมได้มีโอกาสร่วมขี่จักรยาน กับ Bernard Hinault และผู้บริหารของ ASO รวมทั้งหมดประมาณ 7 ท่าน โดยเฉพาะ Laurent Lachaux - Directeur Marketing et Commercial เราได้ขี่ไปคุยกันไป ผมจับความได้ว่าทาง ASO เป็นธุรกิจหวังผลกำไรต้องการรายได้จากการดำเนินการ ไม่ว่าที่ไหนมีโอกาสเขาจะไปทุกที่ และเมืองไทยก็เป็นเป้าหมายหนึ่งที่เขาให้ความสนใจ

ปัญหาของเขาอย่างหนึ่งคือเขาไม่สามารถจัดการแข่งจักรยานในฤดูหนาวได้ ทางซีกโลกเอเชียเป็นที่น่าสนใจ และล่าสุดทาง Peter Pouly (อดีตสุดยอดนักแข่ง XC ของฝรั่งเศส เพื่อนกับ Julien Absalon และเคยคุ้นเคยกับ Cadel Evans, ปัจจุบันทำงานให้กับ ASO ในส่วนของการแข่งขัน Oxygen Challenge) Peter ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทย (เสร็จสาวไทยไปเรียบร้อยแล้ว) และต้องการใช้ชีวิตอนาคตในเมืองไทย ผมก็เลยเป็นทั้งผู้ดูแลพี่เลี้ยงและประสานอะไรต่างๆให้กับ Peter

เลยเอาเขานี่แหละเป็นตัวช่วยคอยผลักดันให้งานการผลักดันวงการจักรยานให้เกิดความเป็นไปได้เท่าที่จะทำได้ ตามโอกาสอำนวย สรุปได้เลยว่า ASO กำลังหาช่องลงจัดงานจักรยานในเมืองไทยในไม่ช้านี้ ซึ่งนักแข่งเขาก็ต้องการประเทศที่เขาสามารถฝึกซ้อมในช่วงเวลาอากาศหนาวของเขาด้วยเหมือนกัน ยังมีข่าวแว่วซึ่งได้รับการยืนยันว่า ต่อไปจะมีการจัดการแข่งขันจักรยานแบบ World Tour เก็บคะแนนสะสม และไปจบที่ ฝรั่งเศส และสนามหนึ่งที่ทาง ASO มองไว้คือ เมืองไทยเรานี่แหละ....

ปีนี้ผมก็จะไป Tour de France อีก ไปหาคำตอบของผมต่อไปด้วยเที่ยวไปด้วย แล้วจะเป็นอย่างไร เฮหรือแห้วก็ต้องว่ากันไป แต่ทีสำคัญสิ่งต่างๆทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นถ้า เราไม่เกิด "สังคมคนจักรยาน" อย่างแท้จริงขึ้นมา เมื่อเดือนที่แล้วผมไปร่วมทริปกับ Probike โชคดีมากได้พบกับ มร. Gary Fisher ผู้เป็นตำนานของ Mountain bike ได้ทักทายกันนิดหน่อย แต่ที่ผมประทับใจมากคือ เขาถือป้าย motto ของเขาก่อนที่จะปั่นร่วมทริปเขียนว่า "Anyone who rides a bike is a friend of mine." ผมว่าใช่เลยครับประโยคนี้เป็นประโยคสำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่า คนที่ไม่ได้ขี่จักรยานไม่ใช่เพื่อนน๊ะครับ

ว่าเลยไปที่จริงเราควรหรือพยายามให้เกิดโลกแห่ง "พระศรีอารยะเมตตรัย" คือเกิดความเมตตาในวงกว้าง คือทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด (ไม่ใช่พี่ชายของพระพุทธเจ้าน๊ะครับ - นอกเรื่องไปหน่อย) ผมเสียดายที่บางครั้งเห็นแบบว่า เป็นลักษณะเป็นแบบ"พวกใครพวกมัน" "ทีมใครทีมมัน" "ยี่ห้อใครยี่ห้อมัน" โอเคครับ เราสนุกในเกมส์ แต่บนความสมานฉันท์จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเป็นเช่นนี้ลองคิดดูซิครับ ในอนาตควงการของเราจะเป็นอย่างไร แทนที่จะหาทางออกร่วมกัน ผลประโยน์น์ร่วมกับแบ่งปันกัน ผมอยากเห็นแบบปั่นไปคุยกันไปบ้างทักทายกันบ้าง "หวัดดีคับ มาจากไหนครับ มาหลายคนน๊ะครับ เอาไว้ไปปั่นแถวบ้านผมน๊ะครับ ผมจะพาไปปั่นคร้าบ" ผมว่าถ้าเป็นอะไรทำนองนี้มันจะชื่นมื่นมากเลย

พูดถึงตัวเด็กนักกีฬาหน่อยครับ เมื่อวานนักกีฬาดาวน์ฮิลล์ น้องเพ็ชร์ และ เจ้าปอ คว้าเหรียญทองในการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาชิงแชมป์เอเซียครั้งที่ 17 ประเภทดาวน์ฮิลที่เมืองซูโจว ประเทศจีน ผมถือว่าสุดยอดมากเลยครับ โดยเฉพาะดาวน์ฮิลล์หญิงนอกจะไม่ค่อยจะได้รับการสนับสนุนแล้วยังเรียกว่าแทบจะถูกกีดกันเสียด้วยซ้ำ (อย่าพูดเรื่องนี้ต่อเลยครับ..เดี๋ยวเซ็ง) แต่นักกีฬากลับทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเหนือความคาดหมาย และคาดว่าจะมีเยาวชนหันมาเลือกดาวน์ฮิลล์เป็นกีฬามากขึ้นเป็นแน่แท้

น้องเพ็ชร์เป็นนักกีฬาในสังกัดทีม Life and Living Bikenet เป็นตัวอย่างของนักกีฬาที่รักและตั้งใจในการเล่นกีฬาอย่างเป็นชีวิตจิตใจ มีกริยาอ่อนน้อมถ่อมตน พร้อมทั้งมีแม่ที่คอยสนับสนุนให้กำลังใจติดตามตลอดซึ่งหายากมาก ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่อยากจะสนับสนุน ผมว่าถ้าน้องเพ็ชร์เป็นแบบนี้ใครก็ยินดี ทั้งนี้เป็นเพราะ "การวางตัว"ของนักกีฬาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เนื่องจากนักกีฬามีโอกาสและมีหนทางที่ยาวไกลที่จะมุ่งสู่ความสำเร็จในอนาคต แต่ไม่สามารถทำด้วยตัวคนเดียวได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากผู้อื่น

ดังนั้นพฤติกรรมของนักกีฬาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ว่าจะเป็นที่น่าสนับสนุนจากบุคคลอื่นหรือไม่ นักกีฬาบางคนมุ่งแต่เป้าหมายจนบางทีลืมไปว่าพฤติกรรมของตนเองอาจจะเป็นปัจจัยที่ตัดอนาคตตัวเองก็เป็นได้ ในทีมของผมมีเด็กบางคนมีความสามารถสูง ศักยภาพก็ดีมีโอกาสมาก แต่ในที่สุดก็ต้องแพ้ภัยตนเอง ซึ่งน่าเสียดายจริงๆ

กลับมาเรื่องศักยภาพของนักกีฬาเรา ซึ่งยอมรับว่าเสือหมอบเป็นที่สุดของวงการจักรยานในปัจจุบันนี้ ถามว่าเรามีโอกาสสู้เขาได้ไหม ผมตอบจริงๆ ว่าไม่รู้ แต่ผมยังเชื่อในเรื่องความพยายามความฝึกฝน และความรักในกีฬา ผมคิดว่าถ้าเด็กของเราได้มีโอกาสมีประสพการณ์ในต่างประเทศน่าจะเป็นการดี โดยเฉพาะในประเทศฝรั่งเศสที่มีการแข่งขันจักรยานถนนทุกอาทิตย์

ซึ่งระหว่างนี้อีตา Peter อยู่ที่ฝรั่งเศส ทำงานให้ ASO อยู่ ก็ร่วมการแข่งอยู่เป็นประจำ ผมก็เคยคุยกับปีเตอร์ว่าจะเอาเด็กไทยเราไปร่วมแข่งพร้อมทั้งซ้อมที่ฝรั่งเศส ซึ่งก็เป็นไปได้ไม่ยาก ถามว่าทำไมต้องที่นี่ ก็เพราะประการหนื่ง ผมไม่รู้จักที่อื่น และอีกประการหนึ่ง มันมีแต่เขา และเขาก็เขาจริงๆ ขึ้น ขึ้น ไม่มีลง และถ้าลงก็ลงกันแบบดิ่งนรก ซึ่งเรารู้กันอยู่แล้วว่าเสือหมอบรับดับโลกวัดกันที่ไต่เขาและลงเขา ที่ฝรั่งเศสเสื้อลายจุดถึงว่าเป็น second classification รองจากเสื้อเหลือง และใครได้เสือเหลืองก็มักจะได้จุดด้วย (ผิดพลาดประการใดช่วยชี้แนะ) และอีกประการหนึ่ง ตูร์ ก็แข่งกันที่นี่ เล่นซ้อมกันสนามแข่งระดับโลกให้มันรู้กันไปเลย

มีรายการหนึ่งซึ่งที่ผ่านมาผมพยายามหานักกีฬาไทยไปหาประสพการณ์ แต่เนื่องจากติดรายการซีเกมส์ ที่อินโดปลายปีนี้ เลยหายๆกันไป แต่ความเห็นผมว่าเป็นการไต่เต้าหาประสพการณ์ที่ดีมาก รายการนี้คือ The Haute Route (High Road)

http://www.hauteroute.org/en/ เป็นรายการของอเมเจอร์ 7 วัน เขาล้วนๆ 21-27 สิงหาคมนี้ สตาร์ทที่เจนีวา ผ่านเทือกเขา Alps จบที่ Nice ระยะทางไม่มาก แค่ 716 กม. แต่ทานโทษครับต้องไต่เขารวมระดับ 18,000 เมตร! ผมว่าใครผลงานดี จะต้องมีแมวมองเป็นแน่ เดิมคุยกับปีเตอร์กับอีกนายหนึ่งคืออีตามานู ที่มีบ้านอยู่ใกล้ๆ Geneva ว่าจะคอยดูแลให้ได้ และทีสำคัญรายการนี้เพื่อนสนิทของ Peter ที่รู้จักกับผมด้วยเคยเป็นหนึ่งในผู้บริหารคนสำคัญของ ASO แต่ยังco กับ ASO อยู่ ชื่อ(ไม่บอก) เป็นผู้จัดขึ้นมา(OC. Thirdpole)

ถ้ามีท่านใดอยากจะสนับสนุนนักกีฬาคนไหนร่วมกัน อยากจะส่งนักกีฬาใครที่มีศักยภาพพอ ติดต่อกันมาได้น๊ะครับ เผื่อจะได้ช่วยๆกันผลักดัน (ต้องถามปีเตอร์ก่อนว่าเขายังคงว่างอยู่หรือเปล่าในเวลานั้น) อาจจะเป็นก้าวแรกของการเดินทางที่ยิ่งใหญ่ของนักจักรยานไทยก็เป็นได้...ใครจะไปรู้

ขอเรื่องทีมของผมหน่อยน๊ะครับ บอกหน่อยว่าถึงผมจะไม่ได้สนับสนุนทีมจักรยาน Life and Living Bikenet ในอนาคตหรืออาจจะต้องล้มเลิกไปเมื่อไร ผมก็ไม่เสียดายเท่า หากถ้าวงการจักรยานของเรา มันจะแคบและมืดมัว ขาดความสามัคคี แบ่งพรรคแบ่งพวก ทั้งๆที่มันเป็นสิ่งที่สามารถ สร้างกิจกรรมสังคมที่ดีต่อเยาวชนและคนทั่วๆไปแบบเราๆท่านๆ อีกมากโข เราอาจจะได้มีถนนดีๆสำหรับขี่จักรยานทั่วประเทศ ให้คนทั่วไปได้เห็นความสำคัญต่อคนขี่จักรยาน ไม่ว่าเพื่อการเดินทางหรือออกกำลังกาย คนจักรยานจะไม่ขี่กันแบบเกะกะถนนกีดขวางทางจราจร(ในบางครั้ง) ขี่ไปที่ไหนมีแต่คนต้อนรับ รถราก็หลบให้ทางเพื่อความปลอดภัยอย่างเกรงใจ ไม่ถูกมองว่าเป็นพวกกักขฬะ(ผมเคยได้ยินจากคนอื่นต่อว่ามาบ้าง)ขี้เต๊ะ เรื่องแบบนี้พวกเราโดยเฉพาะผู้ใหญ่ๆ คงต้องช่วยกันทุกคน

นักกีฬาคนใดที่มีความตั้งใจจริง พฤติกรรมดี สุภาพ ขยันอดทน ยินดีทุ่มเทความสามารถความพยายามในกีฬานี้ ที่สำคัญเห็นความสำคัญต่อการมีวินัยเป็นอันดับแรกทางชมรมยินดีมีส่วนร่วมในการสนับสนุน เพื่ออนาคตอาจจะได้เป็นฮีโร่ให้กับเด็กๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในวงการกีฬาจักรยานของเรา ติดต่อมาได้ครับ

ผมเองขี่จักรยานมาเกิน 15 ปี ขี่หมอบมาสัก 10 ปี มาติดจริงๆ เมื่อ5-6 ปีมานี้ ยอมรับว่ามันเปลี่ยนชีวิตผมจริงๆ (พร้อมกับได้ศึกษาพุทธศาสนาตามเนื้อหาที่ท่านพุทธทาสได้เรียบเรียงมาด้วย) มันได้ทั้งสุขภาพที่คนในวัยผม (50+) ไม่ค่อยจะดีนัก โดยเฉพาะที่เป็นเจ้าของธุรกิจ และได้คลุกคลีกับสังคมจักรยานที่เป็นสังคมต่างวัย และไม่แยกชนชั้น ผมว่ามันเป็นอะไรที่ดีจริงๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสังคมอื่นๆ ที่มีประสพการณ์มา

เอาเท่านี้ดีกว่าครับ โม้มาเยอะ รู้สึกสบายใจที่ได้ระบายความรู้สึกออกมา แต่ก็เสียวๆ ใครจะด่าผมมั่งไหมเนี่ยะ ไม่เป็นไรครับ ยินดีรับฟังความคิดเห็น เพราะพวกเราคือคนจักรยานด้วยกัน.....ใช่ไหมครับ


profile ของรายการ La Haute Route
รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย ขุนช้าง เมื่อ 13 มิ.ย. 2011, 11:26, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
Hoon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 656
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย Hoon »

ยินดีที่ได้รับรู้ว่าคุณ ขุนช้าง อยู่เบื่องหลังทีม Bike net ผมเองในฐานะผู้จัดแข่งชื่นชมทีมคุณมาตั้งนานแล้ว ว่าตั้งใจจริงทั้งการฝึกซ้อมและแข่งขัน
ยิ่งดีใจมากเลย ที่ได้รับทราบว่ามีผู้พยายามพลักดัน กีฬาจักรยานไทยสู่ระดับโลกแบบท่านอยู่ ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ ขอให้ท่านทำได้สำเร็จครับ
saiudomsil
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 218
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2009, 21:53
Tel: 0818854702
team: พะเยา
Bike: archor
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย saiudomsil »

ยินดีเหมือนกันครับคุณขุนช้าง ได้ยินแต่กิตติศัพท์แต่ไม่เคยเห็นกันเลย ผมดีใจที่ยังมีผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันในเรื่องจักรยาน เด็กหลายๆคนที่ผมเห็นพรสวรรค์ด้านจักรยาน อยากแนะนำให้ไปหาประสบการณ์ที่ฝรั่งเศส แต่ที่เป็นอุปสรรคมากที่สุด คือ ทุนทรัพย์ หรือค่าใช้จ่าย เพราะที่ฝรั่งเศส ค่าใช้จ่ายสูงมาก

ยกตัวอย่างที่ บาส ไปเมื่อปี 2551 ครอบครัวเราอยู่ในฐานะปานกลาง แต่เมื่อเห็นลูกมีความพยายาม จึงทำงานหนักมากขึ้น เพื่อเก็บเงินยอมลงทุนให้ลูก ค่าใช้จ่ายก็จะมี ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ+ไฟ ค่าน้ำมัน และค่ากินอยู่ เดือนหนึ่งอย่างประหยัดน่ะครับ ประมาณ 3 หมื่นบาท ส่วนค่าตั๋วเครื่องบิน ทางคุณเต้ยสยามพาราเป็นผู้สนับสนุน ครอบครัวผมเก็บเงินได้ 9 หมื่น และมีคุณหมอแป้ง (หมอฟันที่พะเยา) รักและชื่นชมบาสตั้งแต่เล็กๆ สนับสนุนให้ 1 หมื่นบาท รวมเป็นเงิน 1 แสน ที่บาสไปใช้ชีวิตอยู่ในฝรั่งเศส

การใช้ชีวิตอยู่ที่ฝรั่งเศส ก็จะต้องไปเช่าอยู่รวมกับพวกนักปั่นญี่ปุ่น 4-5 คน ค่าใช้จ่ายช่วยกันหาร กับข้าวก็เปลี่ยนกันทำกินเอง จะไปแข่งที่ไหน ก็ต้องวางแผนว่า เสียค่าน้ำมันรถเท่าไหร่ ถ้าไกลเกินไปก็ไม่ไหวครับ แม่บาสเขาจะสอนให้บาสทำบัญชีค่าใช้จ่ายทุกวัน เพราะไม่งั้นก็จะไม่พอจ่าย เพราะค่าครองชีพสูงมาก
รายจ่ายในฝรั่งเศส.jpg
รายจ่ายในฝรั่งเศส.jpg (111.27 KiB) เข้าดูแล้ว 1620 ครั้ง
ส่วนรายรับ ถ้ามีอันดับก็จะมีเงินรางวัลครับ ซึ่งบาสแข่ง 27 ครั้ง ก็มีหลายอันดับที่ได้ ทางทีม Tilly จะเป็นผู้สะสมเงินรางวัลไว้ให้ แรกๆก็ไม่มีอันดับเลย เพิ่งมาได้อันดับก็ในเดือนที่ 3 อันดับที่บาสทำได้ดีที่สุด คือ แข่งใน cat 1 ได้อันดับที่ 6 แต่นับอันดับ cat 2 ได้ที่ 1 ครบกำหนดกลับ 3 เดือน เก็บเงินรางวัลมาคืนแม่ได้ประมาณ สองหมื่นเจ็ด

นี่แหละครับ ถ้าตั้งใจแข่งให้ได้อันดับก็มีเงินรางวัลกลับบ้าน หักลบก็หมดไปประมาณ 7 หมื่น ปีที่แล้วบาสก็เตรียมตัวจะไปแต่ติดที่เอกสาร(วีซ่า)ไม่ผ่าน แปลกดีเหมือนกันครับ ปีก่อนบาสไปได้ผ่าน แต่ปีที่แล้วไม่ผ่าน ซึ่งครอบครัวเราก็ไม่มีความรู้เรื่องเอกสารต่างประเทศด้วย นี่ก็เป็นอุปสรรคอีกอย่างหนึ่งของนักปั่นที่จะเดินทางไปต่างประเทศครับ เขากลัวเราจะไปเป็นโรบินฮู้ดมั๊งครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
rote2128
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1374
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 ก.ย. 2008, 10:41

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย rote2128 »

รู้ว่ากว่าจะถึงจุดหมายมันยาก แต่เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ


ถ้าไม่เริ่มก้าว ก็จะไม่ถึงเส้นชัย
รถไม่แพง แรงเหลือน้อย
รูปประจำตัวสมาชิก
prayoonko
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 321
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2010, 11:06
Bike: Tamac SL3
ตำแหน่ง: BKK

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย prayoonko »

ผมว่าถ้าสามารถดันนักปั่นไทยไปรายการใหญ่ๆในยุโรปได้ หรือ สามารถดึง tour ใหญ่ๆมาจัดในไทยได้ ก็จะเป็นการจุดกระแสได้ดีเลยนะครับ
เห็นด้วยกับข้อคิดต่างๆ และขอขอบคุณกระทู้ดีๆแบบนี้ครับ เอาใจช่วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
เอส-เมอร์ริด้า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10763
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:41
Tel: 087-818-9071
team: Bike Joy/ทีมล้างตา/ทีมอกาลิโก
Bike: MERIDA Karahari 510, rocky moutain,แหม่ม Brompton
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย เอส-เมอร์ริด้า »

...เอาใจช่วยด้วยคนครับ ทุกวันนี้ชอบดูแข่งจักรยานมากๆ มันเพลินดี ...

อยากให้เมืองไทยได้จัดแข่งระดับอาชีพได้ มีการถ่ายทอดทางทีวีให้ได้ดูกัน เส้นทางในบ้านเราน่าปั่นหลายที่

เช่นทางเหนือ รอบวงกลมเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนไม่ค่อยได้ไปจัดแข่งเท่าไร ... ผมยังไม่เคยขี่เสือหมอบมาก่อน แต่คิดว่าในอนาคตอยากจะลองดูบ้าง...

ทุกๆ ครั้งก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเรา เพื่อให้เกิดสังคมจักรยาน การประชาสัมพันธ์ให้หันมาขี่จักรยานกันมากยิ่งขึ้น ผมว่าก็ต้องโตแบบก้าวกระโดดเลย...

...ยอมรับว่า คนที่สนใจอย่างจักรยานต้องปั่นจักรยานด้วย ไม่เหมือนฟุตบอลที่บูม แต่ไม่ต้องเล่นก็ได้ เพราะเวลาดูจักรยานแข่งจะนานมากๆ บางที่ 3-4 ชม. ถ้าไม่สนใจจริงๆ คงทนนั่งดูได้ยาก ตรงนี้สำคัญ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าร่วมแรงร่วมใจกัน

และต้องให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่สนใจในการปั่นจักรยาน ผลักดันให้เกิดขึ้นจริง แค่จะจัดทัวร์ในประเทศไทย แล้วต้องปิดถนน...แค่นี้ก็เรื่องใหญ่แล้วสำหรับคนไทย ที่ชอบความสบาย :mrgreen:
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
รูปประจำตัวสมาชิก
aunmtb
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1284
ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ส.ค. 2009, 22:32
team: สนามบินสุวรรณภูมิ
Bike: สับถัง bottecchia dahon classic
ตำแหน่ง: ลาดกระบัง สนามบินสุวรรณภูมิ
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย aunmtb »

อยากให้มีการจัดแข่งแบบเป็นรอบๆ คนจะได้เชียร์สนุก ผู้จัดแข่งก็ดูแลได้ทั่วถึง นักแข่งก็สนุกไปด้วย :D
*...เส้นแบ่งกึ่งกลางระหว่างคนดีกับคนบ้าคือ ...นักปั่นจักรยาน ^^
★★★ เวียงจันทน์-หลวงพระบาง★★★ >>> http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=249732
รูปประจำตัวสมาชิก
wheeler 168
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 467
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:10
team: ไม่แน่นอน
Bike: Trek Emonda SL

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย wheeler 168 »

อ่านแล้วรู้สึกดีที่มีคนรักและพร้อมช่วยผลักดันวงการจักรยานไทยให้ไปไกลระดับโลกได้ จริงๆ อย่างที่หลายๆ ท่านบอกผมว่ามันต้องเริ่มที่พวกเราทุกคนช่วยกัน
ลองขี่จักรยานกันเยอะๆ รับรองครับว่าทุกอย่างที่เกี่ยวกับจักรยานก็ต้องตามมา ทั้งทางจักรยาน นักจักรยานอาชีพ รายการโปรทัวร์ ฯลฯ จากการที่ไปมาหลายประเทศที่มีโปรทัวร์
สิ่งหนึ่งที่เห็นได้เลยว่าประเทศเหล่านั้นเขาให้ความสำคัญกับจักรยานมากแทบเรียกได้ว่ามากกว่ารถยนต์ซะอีก ทั้งทางปั่น ที่จอดรถ เพื่อรณรงค์ให้คนมาปั่นจักรยานกัน
เลยไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศเหล่านั้นสามารถสร้างนักจักรยานระดับโลกขึ้นมาได้ พอหันมามองบ้านเราก็ได้แต่ถอนหายใจในพื้นฐานที่มีจนดูว่าเป็นไปได้ยาก :cry:

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเริ่มจากคนที่รักจักรยานและพร้อมปลูกฝังแก่คนรุ่นหลัง ขี่กันเยอะๆ แข่งกันเยอะๆ ให้เยาวชนได้เห็นเยอะๆ ผมเชื่อว่าแม้นักจักรยานไทยไปตูร์ เดอ ฟรองซ์ หรือโปรทัวร์ในไทย
จะยังไม่เกิดในอนาคตอันใกล้ แต่มั่นใจว่าง่ายกว่าบอลไทยไปบอลโลกครับ (แต่ถ้ามวยโลกไม่แน่) :lol:

ว่าแล้วก็อย่าลืมช่วยกันนะครับ 8-)
Haven't you got talent ?


Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ขุนช้าง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 639
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย ขุนช้าง »

ผมเชื่อว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรือมีบางคนเท่านั้นที่คิดแบบนี้ ผมได้เคยฟังมาจากหลายคนในวงการจักรยานที่พูดคุยกัน จึงเรียบเรียงมาดังที่ว่า ใครมีความเห็นอย่างไร ที่สอดคล้องหรือข้อแนะนำเพิ่มเติมหรือเป็นอย่างอื่นใด ช่วยกันดีไหมครับ ช่วยกันออกความเห็น เพื่อให้เกิดกระแส "สังคมคนจักรยาน" ที่พวกเราอยากให้เป็นจริงขึ้นมา อย่าให้ความคิดที่ซ่อนอยู่ในความรู้สึกของเราๆท่านๆ หายไปในกลีบเมฆ เหมือนผ่านมาแล้วผ่านไปเลยครับ ขอให้กระทู้นี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างในทางที่ดีขึ้นมาในวงการของเรา ช่วยๆกันน๊ะครับ อย่าน้อยให้เกิดกระแส "คนจักรยานทุกคนเป็นเพื่อนกัน" เพื่อเป็นพื้นฐานของอะไรดีๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต แต่ถ้าไม่เริ่มตรงนี้ ผมก็มองไม่เป็นว่าจะเริ่มตรงไหนถึงจะดี ถ้าเราเริ่มด้วยความรู้สึกที่ดี สิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมาก็น่าจะดีไปด้วย...ผมคิดว่าอย่างนั้น

ขอบคุณ "พี่หุ่น" ผมเคยได้ยินประธานเส พูดถึงพี่หุ่นขอบคุณและของแสดงความนับถือครับ

ต้องขอชื่นชมพ่อน้องบาสและน้องบาส ที่มีความพยายามความตั้งใจ อย่าล้มเลิิกยอมแพ้กับความตั้งใจตนเองน๊ะครับ มีอะไรผมช่วยได้ ยินดีครับ สักวันคงได้มีส่วนร่วมกันผลักดันให้เกิดสิ่งดีกับสังคมจักรยานในบ้านเรา วงการจักรยานบ้านเราต้องคนผลักดันเช่นแบบนี้

เสี่่ยตั้ม ซุปเปอร์แมน ถึงแม้ตอนหลังไม่ค่อยคุ้นกันเท่าไร เราก็เป็นเพื่่อนกันเสนอน๊ะจ๊ะ จะบอกให้ เห็นมานูบอกว่าตอนนี้น้องอาเล๊กซ์ไม่สบายอยู่ UCi Aigle บอกดูแลรักษาตัวอย่าหักโหมเกินไป

ขอบคุณทุกคนที่ร่วมอ่านกระทู้นี้ (ดูตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก) และคิดว่าคนที่อ่านคงไม่แค่อ่านผ่านไปแบบเฉยๆ คงต้องคิดอะไรบ้าง ขอบคุณทุกคนที่มีความรู้สึกดีต่อวงการจักรยาน และขอผมเป็นคนหนึ่งในส่วนนั้นด้วยครับ
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
รูปประจำตัวสมาชิก
seven@klein
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 40114
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:29
team: Deep Team
Bike: Klein

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย seven@klein »

แต่ทีสำคัญสิ่งต่างๆทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นถ้า เราไม่เกิด "สังคมคนจักรยาน" อย่างแท้จริงขึ้นมา เมื่อเดือนที่แล้วผมไปร่วมทริปกับ Probike โชคดีมากได้พบกับ มร. Gary Fisher ผู้เป็นตำนานของ Mountain bike ได้ทักทายกันนิดหน่อย แต่ที่ผมประทับใจมากคือ เขาถือป้าย motto ของเขาก่อนที่จะปั่นร่วมทริปเขียนว่า "Anyone who rides a bike is a friend of mine." ผมว่าใช่เลยครับประโยคนี้เป็นประโยคสำคัญที่สุด แต่ไม่ได้หมายความว่า คนที่ไม่ได้ขี่จักรยานไม่ใช่เพื่อนน๊ะครับ

ว่าเลยไปที่จริงเราควรหรือพยายามให้เกิดโลกแห่ง "พระศรีอารยะเมตตรัย" คือเกิดความเมตตาในวงกว้าง คือทุกคนเป็นเพื่อนกันหมด (ไม่ใช่พี่ชายของพระพุทธเจ้าน๊ะครับ - นอกเรื่องไปหน่อย) ผมเสียดายที่บางครั้งเห็นแบบว่า เป็นลักษณะเป็นแบบ"พวกใครพวกมัน" "ทีมใครทีมมัน" "ยี่ห้อใครยี่ห้อมัน" โอเคครับ เราสนุกในเกมส์ แต่บนความสมานฉันท์จะดีกว่าไหมครับ ถ้าเป็นเช่นนี้ลองคิดดูซิครับ ในอนาตควงการของเราจะเป็นอย่างไร แทนที่จะหาทางออกร่วมกัน ผลประโยน์น์ร่วมกับแบ่งปันกัน ผมอยากเห็นแบบปั่นไปคุยกันไปบ้างทักทายกันบ้าง "หวัดดีคับ มาจากไหนครับ มาหลายคนน๊ะครับ เอาไว้ไปปั่นแถวบ้านผมน๊ะครับ ผมจะพาไปปั่นคร้าบ" ผมว่าถ้าเป็นอะไรทำนองนี้มันจะชื่นมื่นมากเลย

ผมชอบคำพูดท่อนนี้ของพี่ขุนช้างจังเลยครับ ซึ่ง 2 ทิตย์ก่อน ผมก็เป็นคนกลางนัดผู้ที่มีสิทธิ์ขาดในการจัดทริประหว่าง sport Bicycle กับ TCA มานั่งคุยกัน ว่าเป็นไปได้ไหมครับว่าเรามาดูโปรแกรมทริปกัน ทำยังไงไม่ให้ตรงกัน เพราะตัวผมเองไม่อยากเห็นการแบ่งแยกแบ่งกลุ่ม ซึ่งทุกๆคน ทุกๆกลุ่ม มีเพื่อน ส่วนใหญ่มีรถทั้ง 2 ค่าย แต่เมื่อทริปชนกันก็ต้องเลือกไป..การเลือกค่ายก็จะเกิดขึ้น แต่หากทริปไม่ชนกัน อาทิตย์นี้ทริปของ S ก็เฮโลไปกัน อาทิตย์หน้าของ B ก็เฮโลไปกัน หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายคุยกันก็เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า เราช่วยกันดีกว่ามั้ย ดูวันกันนิด หลีกได้ก็หลีก หรือจำเป็นจริงๆหลีกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร จัดทริปร่วมกันบ้างโดยมีใครหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าภาพ 2 เดือนครั้งก็ยังดี รวมตัวกันให้คนเมืองแตกตื่นกันไปเลยครับว่า จักรยานนอกจากได้สุขภาพที่ดีแล้วเรายังได้สังคมที่ รักกันจริงๆ
ขออนุญาติลงภาพพี่ขุนช้างกำลังสนุกกับเพื่อนๆ :D

ผมถ่ายระหว่างเรากำลังสนุกด้วยกันเหนื่อยด้วยกัน :D
รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
ขุนช้าง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 639
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2008, 16:50
team: ชมรมจักรยาน Life and Living Bikenet
ติดต่อ:

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย ขุนช้าง »

อุ๊ย...อายฮ่ะ....
"Live and Ride Together...."
Life and Living Bikenet
รูปประจำตัวสมาชิก
Red Lion
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 761
ลงทะเบียนเมื่อ: 08 มี.ค. 2010, 21:20
team: WBC + 99 City + 331 NM + OSK Cycling
Bike: GT AV 3.0 + BC B4P

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย Red Lion »

เดือน นี้ ตรงกัน หมด 26 ทั้ง S, P, B เลยครับ
RSRS = RIDE SMART RIDE SAFE
Maa
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 236
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ก.ย. 2010, 23:34
Tel: 0841686552
team: PCS CANNONDALE MTB

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย Maa »

สู้ สู้ นะ
รับซ่อม จักรยาน ทุกชนิด และซ่อมมอเตอร์ไซค์ ให้คำแนะนำต่างๆฟรี
เพื่อความสะดวก กรุณาโทรติดต่อล่วงหน้า 084-1686552 ช่างหม่า line id: marmotorbike
รูปประจำตัวสมาชิก
nuke
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 10591
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 14:26
Tel: 0653566582

Re: นักปั่นอาชีพ

โพสต์ โดย nuke »

ครั้งนึงเคยคุยกับพี่ตั้มได้ความว่า เบ็ดเสร็จนักเเข่งจักรยานคนนึง
ปัจจัยพื้นฐานถ้ามีครบก็จะดีมาก 4 ข้อ
1 พรสวรรค์ (ร่างกายต้องเหมาะกับกีฬาจักรยาน อ้วนตุ้ยคงไม่ไหว)
2 พรเเสวง (มุ่งมั่น ขยัน มีระเบียบ ค้นหา ใฝ่รู้ ฉลาด รอบคอบ เวลา ครอบครัว ฯลฯ)
3 เงิน (ปัจจัยที่จะใช้ทั้งก่อนเเละหลังการปั่นจักรยาน)
4 ดวง (ต้องมีคนที่บิ๊กๆเห็น มีผู้สนับสนุน สมาคมหรือชมรม มองเห็นความสามารถ)

อืม ถ้ามีครบ4ผมว่าเป็นเเสงสว่างที่ดีเเล้ว เเต่ส่วนมาก มักจะขาดกันคนละข้อสองข้อ :lol: :mrgreen:
facebook :>> http://www.facebook.com/nukedoisuthep
สถานะ >> อากาศร้อน
ตอบกลับ

กลับไปยัง “เสือหมอบ (roadbike)”