จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

ข่าวสาร หรือ พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย สมพิศ »

ผู้จัดการออนไลน์ เขียน:
554000007196303.JPEG
554000007196303.JPEG (40.16 KiB) เข้าดูแล้ว 1544 ครั้ง
โปรไบค์” ร้านจำหน่ายจักรยานที่นักปั่นทั้งคนไทยและต่างชาติรู้จักดี ณ วันนี้อยู่ได้อย่างยาวนานมาถึง 20 ปีแล้ว ผู้ประกอบการตัวจริงบอกเล่าประสบการณ์ เบื้องหลังความสำเร็จของโปรไบค์คืออะไร และอนาคตของร้านจักรยานที่ก่อร่างสร้างมาตั้งแต่ศูนย์จนถึงวันนี้กลายเป็นอันดับหนึ่งของร้านขายจักรยานคุณภาพจะไปไกลได้ขนาดไหน มีหลักคิดและวิธีการทำธุรกิจที่ผู้ประกอบการนำไปประยุกต์ใช้ได้

  • ๐ ตั้งหลักธุรกิจ
หลังจากที่ “นที ชัยสินธพ” เจ้าของร้านจักรยาน “โปรไบค์” ตัดสินใจถอยจากการเป็นกำลังสำคัญในการช่วยพี่ชายดูแล TN Group กิจการด้านคอมพิวเตอร์คอมมิวนิเคชั่นรายใหญ่ มานานเกือบ 10 ปี เพื่อหันมาสร้างธุรกิจของตัวเอง ด้วยเหตุผล 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ สุขภาพที่ย่ำแย่จากการทำงานหนักเกินไป เกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว และเรื่องที่สองคือ คิดว่าถึงเวลาต้องทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้คือการเป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างมากับมือ เพราะในตอนนั้นมีอายุ 35 แล้ว หากเริ่มต้นช้ากว่านั้น อาจจะหมดไฟหมดแรงไปก่อน

ส่วนการเลือกทำธุรกิจจักรยานนั้นมาจาก 2 เหตุผลเช่นกัน เหตุผลแรกคือ “ความรู้” และเหตุผลที่สองคือ “ความรัก” ในจักรยาน ด้วยความชอบงานช่างมาตั้งแต่เด็ก และคุ้นเคยกับจักรยานเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่การขี่เล่น แต่เป็นการสนุกกับการเอาชิ้นส่วนมาประกอบขึ้นเป็นคัน ซึ่งสองเหตุผลดังกล่าวก็คือกุญแจแห่งความสำเร็จสองดอกแรกนั่นเอง

“พ่อกับแม่มาจากเมืองจีนไม่ได้เรียนสูง เรียนภาษาไทยแค่อ่านออกเขียนได้ แต่มุ่งมั่นสร้างตัวด้วยการค้าขายสร้างครอบครัวมา เมื่อก่อนรุ่นพ่อค้าขายแบบเก่าๆ เช่น ขายลวดทองแดงเป็นกิโล แต่พี่ชายคิดเริ่มธุรกิจด้วยรูปแบบใหม่ และตั้งความหวังว่าเราจะช่วยขยายธุรกิจไปเรื่อยๆ แต่อาจจะเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่อยากจะทำอะไรด้วยตัวเอง ตอนเรียนเมืองนอกก็คิดว่าจะทำอะไรอยู่ที่นั่น เพราะอยากทำอะไรด้วยตัวเองอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว และพ่อกับแม่สอนว่า อะไรที่ทำได้เอง จะทำให้ภูมิใจ แต่ในตอนเริ่มธุรกิจของตัวเองพ่อกับแม่เสียชีวิตไปแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ในครอบครัวไม่เห็นด้วยและคิดว่าคงจะไปไม่รอด”

“แต่ภรรยาเป็นคนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจนี้เดินมาได้เพราะเป็นทั้งคนที่ให้กำลังใจและช่วยดูแลมาตลอด คุยกันว่าจะทำธุรกิจแบบเล็กๆ พออยู่ได้ ทำตามกำลังของตัวเอง และในช่วงเริ่มต้น ยังไม่ได้ทำเต็มที่เพราะยังต้องช่วยธุรกิจของพี่ชาย จึงเริ่มจากการซ่อมและจำหน่ายอะไหล่จักรยานในปี 1991 ซึ่งทำในวันเสาร์-อาทิตย์ แต่เมื่อลูกค้าเห็นว่าเราทำได้ดี ก็ให้เราหาจักรยานให้ ขยายเป็นการซื้อขาย จนคิดว่าน่าจะมีแบรนด์ของเราเอง แต่ต้องไปไต้หวันตระเวนหาอยู่นานกว่าจะได้พบกับผู้ผลิตที่ยอมผลิตเพียงปีละ 300 คันตามแบบที่ต้องการ”

ในปี 1993 จักรยานคุณภาพดีราคาเหมาะสมยี่ห้อ Challenger จึงมีโอกาสเข้ามาสร้างตลาดในเมืองไทย และประสบความสำเร็จอย่างไม่ยากนัก เพราะในตอนนั้น จักรยานที่จำหน่ายอยู่ในเมืองไทยมีแบบไทยทำไทยใช้ซึ่งคุณภาพไม่ดีนัก กับจักรยานนำเข้าซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลก แต่ราคาสูง

“ชาเลนเจอร์ชนะเทร็ค เราเป็นรายแรกที่ล้มเขาได้ ทั้งๆ ที่เป็นโนว์แบรนด์ ตอนนั้นแค่ 2 ปี ขายปีละ 500-600 คัน ก็ทำให้เขาขายไม่ได้แล้ว เพราะราคาต่ำกว่า สเป๊กดีกว่า ห่างกันครึ่งๆ เช่น รุ่นที่ถูกที่สุดของเรา 1.25 หมื่นบาท ของเขา 2 หมื่น และรุ่นที่แพงที่สุดของเรา 1.75 หมื่นบาท ของเขา 3 หมื่นบาท ตอนนั้นเทร็คทำทุกประเภทไม่มีช่องว่างให้เจาะ แต่เราทำเทรกตลาดเขาอยู่แล้วเพราะเห็นว่าต้นทุนต่างกันถึง 20%”
554000007196301.JPEG
554000007196301.JPEG (66.1 KiB) เข้าดูแล้ว 1544 ครั้ง
  • ๐ ขับเคลื่อนตามทิศทาง


หลังจากชาเลนเจอร์ทำให้ยอดขายเทร็คนิ่งอยู่พักใหญ่ ในที่สุด “เทร็ค” จึงเข้ามาติดต่อให้โปรไบค์เป็นตัวแทนจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย และกลายเป็นคู่ค้ากันมานับแต่นั้นจนถึงวันนี้ 14 ปีแล้ว ในขณะที่ “ชิมาโน่” อะไหล่จักรยานยี่ห้อดังจากญี่ปุ่นก็ค้าขายกันมานานถึง 18 ปีแล้ว

“เราติดต่อไบค์ชอปที่เป็นตัวแทนจำหน่าย TREK ในตอนนั้น เพราะคิดว่าขอแค่เป็นดีลเลอร์แต่เขาไม่สนใจ และเราไม่เคยติดต่อเทร็ค เพราะมีหลักในการทำธุรกิจว่าเราจะไม่เข้าไปยุ่งถ้าเขาค้าขายกันอยู่ และเราไม่ไปขอ เพราะการทำธุรกิจกับต่างประเทศ ผู้ประกอบการหลายคนปล่อยให้ต่างประเทศคอนโทรล แต่ถ้าเขามาหาเขาต้องไม่มายุ่งกับเราในแง่ของการบริหารจัดการ เป็นเงื่อนไข ไม่มีการต่อรอง เพราะเราตั้งใจทำให้ดีที่สุดอยู่แล้ว แต่เราต้องสุภาพกับเขา และเราต้องทำให้ได้ตามที่บอกด้วย”

นที เล่าถึงประสบการณ์การค้าขายกับเทร็คและชิมาโน่ว่าเป็นไปด้วยดี และแทบไม่เห็นจุดบอด เทร็คเป็นอเมริกันแต่พยายามทำตัวเป็นตะวันออก เช่น อเมริกันจะไม่มีการยืดหยุ่น แต่เทร็คยืดหยุ่นมากเพื่อให้เหมาะกับตลาดของเรา และเราเองก็พยายามสร้างเครดิตด้วยการย้ำกับพนักงานไม่ให้เคลมโดยไม่จำเป็น เพราะบางเรื่องแค่บอกกล่าวไม่ต้องส่งสินค้าชิ้นใหม่มาเปลี่ยน เพื่อให้เขารู้ว่าเราทำทุกอย่างตรงไปตรงมา และทำให้รู้ว่าการทำงานกับเราต้องทำแบบนี้ ไม่ต้องกำหนดอะไรมากมาย เพราะเราเต็มที่ให้ทุกอย่าง

“เทร็คเป็นเบอร์หนึ่งของตลาดโลก วิธีการคิดของเขาเหมือนเรามาก ทำให้สบายใจ เขาคิดทุกอย่างว่าจะทำอย่างไรให้โลกดีขึ้น ทำอย่างไรให้คนมาขี่จักรยานมากขึ้น นอกจากตัวสินค้า เขามองสังคมด้วย เช่น การจัดขี่การกุศลทุกปีสามารถระดมทุนได้มาก ฯ เขาอยู่มา 30 กว่าปีแล้ว ถือว่าเก่าแก่ มีมาร์เก็ตแชร์ 30% ถือว่ามาก เพราะตลาดโลกมีผู้ผลิตและยี่ห้อเยอะมาก เทร็คเติบโตได้ด้วยวิธีคิดของเขามากกว่า เพราะการเข้าไปในประเทศต่างๆ ไม่ใช่ง่าย”

แม้กระแสรักสุขภาพกำลังเติบโตอย่างมาก แต่คนไทยส่วนมากไม่ใส่ใจสุขภาพอย่างแท้จริง ไม่ห่วงตัวเอง เช่น สังเกตได้จากการกินอาหารรสจัดเกินไป โดยส่วนตัวไม่ได้มองว่าจักรยานเป็นเทรนด์ แต่มองว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ถ้าแต่ละบ้านมีจักรยานหนึ่งคันก็สามารถไปไหนมาไหนได้ เมื่อวันที่น้ำมันหมดโลก หรือวันที่หลังงานเหลือน้อยและราคาสูง แต่ก่อนจะให้เขามาสนใจจักรยาน ต้องทำให้ชอบก่อน ด้วยการพาไปขี่ในที่สวยๆ อากาศดีๆ เช่น ไปเชียงใหม่ขึ้นดอยอินทนนท์ และการทำกิจกรรมแฟมิลี่เดย์ ทำให้มีคนชอบขี่จักรยานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และลูกค้าจากเดิมที่เคยมาคนเดียว ก็พาเพื่อนหรือคนในครอบครัวมาร่วม

รวมทั้ง การขี่แบบเซนจูรี่ ซึ่งทำมาสิบปีแล้วมีคนสนใจเพิ่มขึ้นตลอด ทุกคนต้องขี่ให้ถึงจุดหมาย ตามระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกจากเพื่อสุขภาพของตัวเอง ยังเป็นการฝึกจิตใจไม่ให้ถอยหรือล้มเลิกง่ายเกินไปก่อนจะสำเร็จ ซึ่งสามารถต่อยอดไปทำเรื่องอื่นๆ ในเรื่องความแข็งแรงต้องมีทั้งเรื่องจิตใจและร่างกาย เพราะนอกจากจะเอาตัวรอดได้เอง เพราะการอยู่กับจักรยานคือการอยู่กับตัวเอง ยังช่วยคนอื่นได้ เพราะมีสติแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด

การจัดกิจกรรมเป็นส่วนสำคัญอย่างมากของโปรไบค์ นอกจากจะเป็นการสร้างความผุกพันกับลูกค้าเดิม ยังเป็นการดึงดูดลูกค้าใหม่ให้มีจักรยานเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ในแง่ของการบริหารจัดการ จะเข้าไปร่วมอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ลูกค้าสบายใจ ซึ่งข้อดีของการจัดกิจกรรมแบบนี้คือมีแต่ความสนุกสนานและยิ้มแย้มแจ่มใสให้กัน แต่ไม่จัดการแข่งขันเพราะเห็นว่ามักจะมีการทะเลาะกันเสมอ เช่น โกงอายุ โกงรุ่น ไม่มีน้ำใจนักกีฬา นอกจากนี้ ค่าสมัครทั้งหมดจะนำไปมอบให้การกุศล เพื่อให้ลูกค้ามีส่วนร่วมแบ่งปันให้กับสังคม เพราะค่าใช้จ่ายในการจัดเป็นงบประมาณด้านโปรโมชั่นที่จัดสรรไว้แล้ว แต่สนับสนุนทีมจักรยานของกองทัพอากาศ เพราะมีการฝึกสอนนักกีฬาแบบเอาจริงเอาจัง ในแง่จิตใจด้วยไม่ใช่แค่ร่างกาย ตอนนี้มีนักกีฬาอาชีพที่ติดทีมชาติ ซึ่งไม่ใช่ง่าย

เช่นเดียวกันกระแสการตื่นตัวเรื่องสิ่งแวดล้อม เนื่องจากคนส่วนมากยังไม่ตระหนักในเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ทำให้การกระตุ้นเห็นผลช้า แต่มองว่าเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและทำต่อเนื่อง ซี่งสิ่งที่ทำอยู่สอดแทรกอยู่ในกิจกรรมและการใช้โซเชียลมีเดีย เช่น การย้ำกับผู้ร่วมกิจกรรมไม่ให้ทิ้งขยะระหว่างทาง เพราะมีจุดทิ้งขยะที่เตรียมไว้ให้ และยืนยันอย่างจริงจังเรื่องการไม่รับสมัครหน้างานและเกินกว่าที่กำหนดไว้คือ 300 คน เพราะไม่ต้องการเตรียมน้ำ และอาหารเกินความจำเป็น จนกินเหลือและทิ้งขว้าง เพราะคิดว่ายังมีคนอีกมากที่ไม่มีกิน ในแง่ธุรกิจ ไม่ต้องการใช้กระแสนี้เป็นประโยชน์ในการหากำไร เพราะคิดว่าคนที่ทำธุรกิจทุกคนต้องคิดถึงเรื่องนี้ สำหรับจักรยานประเภทฟิกซ์เกียร์ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมในไทย โปรไบค์ ไม่คิดจะนำมาจำหน่าย เพราะอยากให้คนใช้จักรยานให้เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพ ท่องเที่ยว หรือใช้งาน ไม่ใช่ใช้โชว์ เพราะฟิกซ์เกียร์ไม่ปลอดภัยมาก เนื่องจากไม่มีเบรก นอกจากนี้ กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบจักรยานประเภทนี้ ยังไม่ชอบสวมหมวกกันน๊อค แต่ในต่างประเทศกฎหมายบังคับว่าต้องมีเบรก

ชาเลนเจอร์เติบโตมาตลอด ก้าวกระโดดปีละเท่าตัว จนกระทั่งขายได้ปีละ 4 พันคัน แต่ต้นทุนเริ่มจะสู้คู่แข่งไม่ได้รวมทั้งเทร็ค ที่เริ่มย้ายฐานการผลิตมาที่ไต้หวันและจีน ปีละเป็นล้านคัน ทำให้อำนาจต่อรองต่างกันมาก เพราะเพียงแค่ซื้อของได้ถูกกว่า 10% ก็แย่แล้ว ชาเลนเจอร์จึงค่อยๆ ลดการทำตลาดลงไปเรื่อยๆ แต่ปีนี้จะผลิตรุ่นพิเศษ Retro เป็นแบบย้อนยุค 100 คัน สไตล์กึ่งโบราณตัวถังเป็นเหล็กเบาะหนัง มีหมายเลขกำกับทุกคัน เพื่อต้องการขายเป็นของที่ระลึกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบชาเลนเจอร์โดยเฉพาะ เพราะมีลูกค้าที่ภูมิใจกับแบรนด์ของคนไทย บางคนยังใช้อยู่ไม่ยอมเปลี่ยน
554000007196302.JPEG
554000007196302.JPEG (38.92 KiB) เข้าดูแล้ว 1544 ครั้ง
  • ๐ วางรากฐานอนาคต
สำหรับตลาดรวมของจักรยานทุกประเภท ทั้งเมาเทนท์ไบค์ เสือหมอบ และฟิกซ์เกียร์ ในปัจจุบันที่มีตัวเลข 1 แสนคัน แต่เป็นของจักรยานมือสองที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศมากถึง 4 หมื่นคัน สำหรับโปรไบค์มีส่วนแบ่งตลาด 30 % จาก 6 หมื่นคัน สำหรับการแข่งขันของธุรกิจร้านจักรยานในไทย มักจะเปิดมาแต่อยู่ได้ไม่นานต้องปิดไป เพราะดูแลไม่ดีพอเพราะมักจะมีกิจการหลายอย่าง และเพราะการบริการหลังการขายเป็นจุดสำคัญที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งไม่ใช่แค่การขายได้เท่านั้น แต่ต้องดูแลรักษาและซ่อมได้ด้วย

“แต่สำหรับเราอยู่ได้ด้วยจักรยาน ศึกษาโปรดักต์ทุกตัวด้วยตัวเอง ที่นี่เป็นบ้านที่สองเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต การทำธุรกิจต้องทุ่มทั้งตัว ไม่ใช่อยากจะเลิกเมื่อไรก็ได้ เพราะลูกค้าซื้อของเพราะเชื่อว่าเราจะอยู่กับเขาตลอดไป”

การวางอนาคตของธุรกิจ ในวัย 57 ปีของนที เพราะการมองว่าการสามารถส่งต่อกิจการได้เป็นความสำเร็จที่แท้จริงไม่ใช่ยอดขาย ดังนั้น อีก 3 ปี เขาคิดจะถอยไปมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาเพื่ออยู่ในจุดที่สามารถมองภาพได้กว้างขึ้นและให้ความคิดเห็นได้เต็มที่ ซึ่งตอนนี้ถอยมามาก เพื่อให้คนรุ่นหลังๆ ได้ประสบการณ์ โดยมีการเตรียมส่งต่อให้รุ่นที่ 2 และวางตัวรุ่นที่ 3 เอาไว้แล้ว เพื่อเป็นทายาททางธุรกิจต่อไป เพราะไม่มีทายาทโดยสายเลือด แต่มองว่าทุกคนเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ ยังมอง 20 ปีต่อจากนี้ว่า โปรไบค์ต้องเป็นแหล่งเรียนรู้ และสร้างคน และเชื่อว่าคนที่อยู่ด้วยกันมาจะสานต่อกิจการต่อไปได้ และบอกเสมอว่าจะอยู่หรือไม่ไม่รู้ แต่คนข้างนอกจะคาดหวังว่าเมื่อออกจากที่นี่ไปต้องเก่ง และไว้ใจได้

“ความซื่อสัตย์” เป็นกุญแจแห่งความสำเร็จดอกที่สามที่ทำให้ธุรกิจเติบโตมาอย่างยืนนาน บางครั้งเรื่องเล็กน้อยกลับทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปในทางดีขึ้นอย่างมาก ยกตัวอย่าง มีสินค้าตัวหนึ่งที่เขาส่งมาให้เรา แต่เขาไม่ได้เรียกเก็บเงินมา เพราะมีความผิดพลาดของเขาไม่รู้ว่าส่งไปให้ใคร แต่เราก็ส่งเงินไปให้ เขาดีใจมาก ถึงจะไม่กี่หมื่นบาท แต่เป็นเรื่องสำคัญ

ส่วนข้อคิดสำคัญที่มักจะถ่ายทอดให้ทีมงานคือ การคิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อได้รู้ได้เห็นอะไรต้องนำมาพิจารณา ต้องอ่านหนังสือหลากหลายและศึกษา เช่น เรื่องคาร์บอนฟูทปริ้นท์ ทำให้มีแคมเปญWe believe in a healthy world. ซึ่งใช้เมื่อปีที่แล้ว แต่ “Healthy World” ต้องเริ่มมาจากสุขภาพของตัวเราเองก่อน แล้วความคิดดีๆ จะตามมา เพราะคิดว่ามีคนไทยน้อยคนเข้าใจเรื่องนี้ จึงเป็น Mission ของเราใน 2-3 ปีข้างหน้าที่จะต้องทำให้คนเข้าใจ เพราะ Trek รณรงค์เรื่องนี้มา 2 ปีแล้วในการลดคาร์บอนฯ แม้กระทั่งกระบวนการผลิตของเขายืนยันว่า ทิ้งคาร์บอนฯ ไว้ต่ำมากต่ำที่สุด

ในขณะที่ปรัชญาการทำธุรกิจคือ “ไม่ขาย” แต่พยายามแนะนำลูกค้าว่าควรจะทำอะไร และบอกลูกค้าว่าอย่าหมกมุ่นกับจักรยานมากเกินไปทั้งในการขี่ เช่น ขี่ลงเขาด้วยความเร็วสูงเกินไปเพราะอันตรายถึงชีวิต กับการตามซื้อทุกรุ่น ซึ่งมากเกินไป ขอให้ซื้ออย่างมีเหตุผลมากกว่าอารมณ์ เพราะคิดว่าการเป็นคนให้ดีกว่าเป็นคนรับ คิดราคาขายแค่พอมีกำไร ทั้งๆ ที่ตั้งราคาได้สูงกว่านี้

สำหรับนที ความสุขในการทำธุรกิจนี้มาจากการได้พบว่า จักรยานทำให้โลกเล็กลงมาก ทำให้เจอเพื่อนที่ไม่เจอกันมาหลายสิบปี และลูกค้ากลายมาเป็นเพื่อน ได้แลกเปลี่ยนทัศนคติกัน เพราะเป้าหมายการทำธุรกิจนี้คือ เพื่อให้สุขภาพดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีธุรกิจที่เลี้ยงตัวได้ และได้ส่งต่อไปถึงพนักงานที่เปรียบเหมือนลูกซึ่งตอนนี้มี 35 คน รวมถึง ดีลเลอร์ซึ่งมีอยู่ 57 ราย และรู้สึกดีกับการทำให้ดีลเลอร์หลายรายเจริญเติบโตได้

“ความสำเร็จที่ได้มาต้องให้เครดิตพี่ชายและพี่สาวที่สอนให้เข้าใจว่าจะสร้างและรักษาธุรกิจได้อย่างไร ทั้งเรื่องของความซื่อสัตย์ ซึ่งเป็นอย่างแรกที่ต้องทำเพราะถ้าไม่ทำจะได้รับผลของการไม่ซื่อสัตย์ การหาความรู้ใหม่ๆ อยู่เสมอ ด้วยการอ่านและกล้าคบคน เพราะเชื่อว่าคนสองคนที่รู้คนละเรื่องเมื่อคุยกันกลายเป็นคนสองคนรู้คนละสองเรื่อง และการสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง คือการต้องมองไปข้างหน้าตลอดเวลาว่าธุรกิจจะเติบโตไปได้อย่างไร แต่ใช้วิธีคิดแบบง่ายๆ คิดและทำออกมาทีละอย่าง เมื่อจบจึงคิดและทำทันทีเพื่อให้งานสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน” ผู้ประกอบการมากประสบการณ์ ย้ำในตอนท้าย

------------
ที่มา : ผู้จัดการ 360 รายสัปดาห์
รูปภาพ
โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 3 มิถุนายน 2554 08:04 น.
:arrow: http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews. ... 0000067455
รูปประจำตัวสมาชิก
โอ๊ตนนท์
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 11110
ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 00:56
Tel: 0878229217
team: กลุ่ม รวมมิตร
Bike: mongoose tyax elite pro2005&2007,jamis draka xc pro,fishbone bigass,LA X-Limited,Stark str trial,Intense M1,Bromton
ตำแหน่ง: 117/56 ม 5 ซ ไพลินสนธิ ต บางกระสอ อ เมือง จ นนทบุรี 11000

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย โอ๊ตนนท์ »

:D :D ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ นำมาให้อ่าน ครับ.. :D :D ... เป็นบุคคล ที่น่านำไปเป็นตัวอย่าง ในการสู้ชีวิตจริงๆ... :) :)
กระทู้ทริปยาวๆที่สุดในชีวิตของผม..มาเดินทางไปพร้อมกับผมได้ที่กระทู้นี้..กด...ภาพประกอบหนังสือ ทิเบตสองขา จากแดนไทย สู่หลังคาโลก..
หยุดปั่นสักวัน ไปเที่ยวงานเทศกาลโยเกิร์ต บนหลังคาโลกกันเถอะ..กด..Shoton Festival เทศกาลโยเกิร์ต..
รูปประจำตัวสมาชิก
ตี๋เล็ก-เด็กรังสีฯ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 13376
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:36
Tel: 08-1280-2385
team: ชุมชนคนใช้จักรยานจังหวัดตาก
Bike: ฺBianchi , CHARLENGER , TREK SLR

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย ตี๋เล็ก-เด็กรังสีฯ »

ขอบคุณครับพี่สมพิศ อย่างน้อยทำให้ผมได้รู้ว่า ทำไม เจ้าม้าบินของผม จึงหาทายาทยากเหลือเกิน.... :lol:
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ครับ :D
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
Road Bike
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1632
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 14:34
team: Family Bike
Bike: Tandem, 2seats, 2wheels, together.

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย Road Bike »

แถมให้อีกบทความครับ ตั้งแต่ปี2547


After Work ชีวิตบนหลังเสือ นที ชัยสินธพ

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 4 มิถุนายน 2547 15:24 น.



หากจะกล่าวว่า นที ชัยสินธพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โปรไบค์ จำกัด คือต้นแบบของ

ผู้ชายที่ตามหาฝันของตัวเอง ด้วยการปั่นสองล้อ ก็คงไม่เกินจริงนัก

เพราะเขาใช้เวลามากกว่าครึ่งชีวิตค้นหาสิ่งตัวเองต้องการ และสานฝันวัยเด็กให้

เป็นจริงได้ในที่สุด

หลังจากบินไปศึกษาต่อเกี่ยวกับ Aircraft and Avionic License ที่ Northrop

University ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยหวังจะไปลงหลักปักฐานยังดินแดนแห่งเสรี

เขาก็พบกับความจริงที่ว่า เบื้องหลังรูปปั้นเทพีเสรีภาพ ยังมีเงาแห่งความ

ลำเอียง กั้นขวางระหว่างตะวันตก และตะวันออกอยู่

นที ไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งฝันแดนมะกันให้รกร้าง... ก่อนจะบินกลับมาเมืองไทย

สวมหมวกเป็นเซลส์แมน ให้กับบริษัท TN. Group ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว

"ผมต้องทำงานหนัก และรับผิดชอบงานหลายๆ ด้าน เหมือนกับพนักงานคน

อื่นๆ โดยไม่ได้รับอภิสิทธิ์ใดๆ และรู้สึกกดดันมาก เพราะเราต้องทำให้เพื่อนร่วม

งานยอมรับนทีกล่าวถึงโทษฐานที่ทำงานในบริษัทตัวเอง

จากการโหมงานหนักมานับปี สุขภาพของเขาก็เริ่มแย่ นทีจึงเดินออกจาก

บริษัท แล้วหันกลับไปมองสิ่งที่เขาพบ ก็คือ ภาพผู้ชายบ้างานคนหนึ่งทำงานหามรุ่งหาม

ค่ำ โดยที่ไม่มีเวลาแม้แต่จะดูแลสุขภาพ...

ตั้งแต่นั้นเขาก็ลุกขึ้นมาดูแลตัวเอง ด้วยการปั่นจักรยาน และก็หลงอยู่ในโลก

สองล้อจนถึงวันนี้

"จริงๆ ชีวิตผมคลุกคลีอยู่กับจักรยานมาตั้งแต่อายุ 6-7 ขวบ แล้ว พอ 10

ขวบผมก็ทำงานพิเศษที่ร้านคุณพ่อ และเจียดเงินค่าขนมอยู่นานร่วมสองปี เพื่อซื้อ

จักรยานราคา 3 พันกว่าบาทตอนนั้น นทีกล่าวถึงความผูกพัน และความภูมิใจที่มีกับเจ้าสองล้อคันแรกให้ฟัง

หลังประกอบจักรยานที่ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงเสร็จ นทีก็พาเจ้าสองล้อคู่กาย

ในชุดกางเกงนักเรียน กับเพื่อนแท้อีกคน ไปตะลุยบางแสน เขาพูดถึงประสบการณ์แรกบนหลังเสือว่า

"เกือบตาย! เพราะเราไม่เคยปั่นไกลๆ มาก่อน ขากลับพวกเราจึงต้องโบกสิบล้อกลับบ้านกัน

และจากความผูกพันอยู่กับจักรยานหลายสิบปี ทำให้นทีทิ้งทุกอย่างที่บริษัท

ของตัวเอง หันมาทำ และอยู่กับสิ่งที่ตนรัก ด้วยการเป็นเจ้าของร้านจักรยานเล็กๆ ที่สร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือเปล่า

นทีบอกว่าเหนื่อย" แต่ก็มีความสุข

ปัจจุบันร้านจักรยานเล็กๆ นั้น คือบริษัทโปรไบค์ จำกัด ที่ที่เป็นศูนย์รวม และ

ที่ปรึกษาเกี่ยวกับจักรยาน ที่ได้รับการยอมรับจากนักปั่นทั่วโลก

จากประสบการณ์ที่ย่ำอยู่บนถนนสายนี้มาค่อนชีวิต เขาบอกถึงข้อแตกต่าง

ระหว่างจักรยานคุณภาพดี กับจักรยานตามท้องตลาดอย่างรู้จริงว่า

"มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่โครงสร้างหลัก คือตัวถัง และวัสดุที่ใช้

จักรยานที่มีคุณภาพดีจะมีน้ำหนักเบา แข็งแรงทนทาน สมรรถนะเยี่ยม เหนืออื่นใดดีไซน์จะสวยงามมากๆ

ยิ่งประสิทธิภาพในการใช้งานนั้นเทียบกันไม่ได้เลย ที่สำคัญเราสามารถฝากชีวิตไว้กับมันได้

อุปกรณ์ของจักรยานทุกชิ้นมีส่วนสำคัญทั้งสิ้น หมวกใส่เพื่อเซฟตัวเอง รองเท้า

จักรยานจะช่วยถ่ายทอดกำลังขาไปสู่บันไดขับเคลื่อนล้อได้เกินร้อยเปอร์เซ็นต์

ความปลอดภัย และความพร้อมของร่างกายเป็นสิ่งที่นักปั่นจะละเลยไม่ได้

ก่อนออกไปขี่เสือคู่ใจทุกครั้ง นที จึงต้องเช็กความพร้อมร่างของกาย ด้วยการ

จับการเต้นชีพจรของตัวเองว่าเป็นปกติหรือไม่ เขาบอกว่า มันจะทำให้เรารู้จักตัวเอง

ว่าสมบูรณ์แค่ไหน เพราะคนที่รู้จักนักกีฬาดีที่สุด ก็คือตัวนักกีฬาเอง ไม่ใช่โค้ช

สำหรับวันหยุดพักผ่อนแล้วชายวัย 50 คนนี้ ก็เลือกที่จะออกไปขี่เสือแต่เช้า

ถ้าไม่ใช่บริการเส้นทางจักรยานในกรุงเทพ ฯ ที่สวนรถไฟ จตุจักร เขาจะไปปั่นที่พุทธมณฑล เป็นประจำ

หากวีกเอนด์ไหน นัดชมรมคนขี่เสือได้ เขาก็จะขี่เสือกันที่ชลบุรี ที่อำเภอหนอง

ใหญ่ ซึ่งเป็นสนามที่ประทับใจมากที่สุด เพราะ ภูมิประเทศแถบนั้นเป็นภูเขา เหมาะ

สำหรับการขี่เสือหมอบ และเมาเทนไบค์มาก

การปั่นจักรยานกับอุบัติเหตุ เป็นของคู่กัน แม้แต่เซียนจักรยานอย่าง นที ก็เคยล้ม และพลาดมาเช่นกัน

เขาบอกว่า "นักจักรยานที่ฝึกมาเป็นอย่างดีจะไม่ล้มทางขวามือ เพราะจานจักร

ยานอาจทำให้ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงได้

การล้มแต่ละครั้ง คือการเรียนรู้ เพราะเราจะกล่าวโทษใครไม่ได้เลย นอกจาก

กล่าวโทษมือ และความประมาทคะนองของตัวเองและสิ่งที่ นทีได้มาจากการโลก

หลังอานจักรยาน นั้นมีค่ามหาศาล "การขี่จักรยานสอนให้ผมเป็นคนกล้าตัดสินใจ

ขณะเดียวกันก็ต้องมีการวางแผน ที่สำคัญต้องรู้จักตัวเอง

ช่วงไหนถึงจังหวะต้องแตะเบรกก็ต้องแตะ เหมือนการทำธุรกิจที่ต้องมองไปข้าง

หน้าตลอด อย่าหยุดคิดแม้แต่วินาทีเดียว

ถ้าพลาดพลั้ง เกิดบาดเจ็บไปบ้าง ก็ต้องยอมเสียเวลาที่จะรักษาตัวเอง

เหมือนนักธุรกิจที่ดีก็ต้องรู้จักตัวเอง อย่าฝืนถ้าไม่พร้อม การกลับมาไม่มีคำว่าวันสายแน่นอน
รูปประจำตัวสมาชิก
Dhandranunda
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 9545
ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
Tel: 083970โหลโหลโหล
team: ไม่มี
Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย Dhandranunda »

ว่าไปนะ ผมชอบทำเลที่ตั้งร้านโปรไบค์ที่สุด
เดินทางสะดวกเพราะรถไฟฟ้า
ขวด

The Power Of Slow Ride
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย สมพิศ »

Road Bike เขียน:แถมให้อีกบทความครับ ตั้งแต่ปี2547

After Work ชีวิตบนหลังเสือ นที ชัยสินธพ

โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 4 มิถุนายน 2547 15:24 น.
.................................................
ขอบคุณมากครับคุณ Road Bike


รูปภาพ

After Work ชีวิตบนหลังเสือ นที ชัยสินธพ
โดย ผู้จัดการ 360° รายสัปดาห์ 4 มิถุนายน 2547 15:24 น.
:arrow: http://www2.manager.co.th/mgrWeekly/Vie ... 0000003413

รูปประจำตัวสมาชิก
ancora
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 162
ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มี.ค. 2011, 13:45
team: -
Bike: -

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย ancora »

ขนาดการตลาดของรถจักรยานต่อปี มูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว

100,000 คัน x ประมาณ 10,000 บาท = 1 พันล้านบาท

100,000 คัน x ประมาณ 20,000 บาท = 2 พันล้านบาท

และน่าจะมีอัตราการขยายตัวได้อีกเยอะ :idea: :?: :idea:
เสือเฒ่าเจ้าท่า
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 709
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 22:09
Tel: 027518335
team: การท่าเรือแห่งประเทศไทย
Bike: gt

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย เสือเฒ่าเจ้าท่า »

.... :D น่าเข้าไปอุดหนุนกันเยอะๆนะครับ ผมแม้จะไม่ได้ใช้รถแบรนด์นี้ แต่ผมก็เข้าไปสนับสนุนอุปกรณ์ของเขาหลายๆอย่าง บริการเป็นกันเอง อัธยาศัยดี แถมบางตัวยังลดเปอร์เซ็นต์ให้อีกด้วย แถมอะไหล่แท้ประกันคุณภาพให้ด้วย...... :geek:
รูปประจำตัวสมาชิก
ลูแปง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2104
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 18:49
Tel: 0 8 1 - 8 1 4 - 5 6 5 3
team: HappyBike / 99CityBike
Bike: Klein / Bernds / Co-Motion / Abici
ตำแหน่ง: 26 ซ.พึ่งมี 46 สุขุมวิท บางจาก พระโขนง กทม10260

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย ลูแปง »

พี่นทีเป็นบุคลที่น่าชื่นชมมากๆโดยเฉพาะความคิดของแก
ได้รู้จักแกตอนซื้อเสือภูเขาคันแรก Challenger
พี่เค้าให้คำแนะนำดีๆมากมาย ดูแลลูกค้าอย่างดี
ผ่านมากว่า 16-17 ปีก็ยังดีเหมือนเดิม
ขอชื่นชมจากใจจริง :D :D :D
เม้าส์แบบแฮปปี้ๆ > http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=2&t=321968
ชมสินค้าร้าน happybike > https://www.facebook.com/Happybikeshop
LINE ID : happybike
รูปประจำตัวสมาชิก
สมพิศ
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 20893
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:08
Tel: +66894556699
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Jamis Dakota
ตำแหน่ง: สะพานพระราม 7 บางกรวย นนทบุรี
ติดต่อ:

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย สมพิศ »


พบอีกหนึ่งบทความครับ :mrgreen:

gotomanager.com เขียน:
นที ชัยสินธพ ชีวิตที่ขี่เสือ (หมอบ)

"คนที่เข้ามาเริ่มเล่นใหม่ๆ ต้องถามตัวเองก่อนว่าจะเล่นขนาดไหนอย่างไร เพื่อออกกำลังกาย ท่องเที่ยวอย่างธรรมดาหรือจะขี่ทางโลดโผน หรือเพื่อการแข่งขัน ดูงบประมาณในกระเป๋าด้วยนะ และที่สำคัญ จักรยานราคาเป็นแสนไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลยสำหรับคนที่เริ่มเล่น" นที ชัยสินธพ กรรมการผู้จัดการ และเจ้าของ บริษัทโปรไบค์ กล่าวกับ" ผู้จัดการ"

นทีเป็นผู้มีประสบการณ์ และความรู้เกี่ยวกับจักรยานมากคนหนึ่งทีเดียว ตัวเขาเองก็ชอบขี่จักรยานเสือภูเขาเป็นชีวิตจิตใจ การใช้ชีวิตในเมืองบนหลังเสือ (ภูเขา) ของคนคนนี้ จึงน่าสนใจทีเดียว นทีมีบ้านหลังใหญ่ในซอยหลังสวน มีออฟฟิศ และ โชว์รูมขายรถอยู่หน้าบ้าน

"ทุกๆ เช้าผมก็ขี่จักรยานจากบ้านข้ามถนนไปขี่ในสวนลุมพินี พอสายๆ ก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัวเดินทะลุรั้วบ้านไปออฟฟิศ พอวันหยุดเกือบทุกอาทิตย์ก็จะไปขี่จักรยาน ที่ชลบุรี รอบๆ เขาเขียวกับเพื่อนๆ ร่วมก๊วน ซึ่งขี่มา 5 ปีแล้วยังมีเส้นทางใหม่ๆ ให้เราลองอยู่ตลอด บางทีก็เอาลูกค้าใหม่ๆ ไปจัดขี่ พวกนี้พอขี่เป็นก็จะไปสร้างกลุ่มของตัวเองขึ้นมาขยายเพิ่มขึ้นไปอีก" ก๊วนขี่จักรยานที่นทีเอ่ยชื่อมาแต่ละคนส่วนใหญ่เป็นคนในวงการธุรกิจทั้งนั้น

นทีชอบขี่จักรยานมาตั้งแต่เด็กๆ และชอบเล่นกีฬาทุกประเภทตั้งแต่เรียนชั้นประถมที่เซนต์คาเบรียล สถานที่ที่เขาขี่เล่นเมื่อประมาณ 40 ปีก่อนก็คือ สวนลุมพินี ถนนราชดำริ ถนนสารสิน ซอยหลังสวน ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงถนนเลนเดียว คลองแสนแสบยังร่มรื่นและเต็มไปด้วยน้ำใส ครอบครัวของเขาได้ย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อประมาณ 45 ปีที่ผ่านมา ด้วยความรักและผูกพันกับย่านนี้อย่างมากๆ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่เขาเป็นแกนนำคนหนึ่งที่คัดค้านเรื่องสถานีรถไฟฟ้าจะใช้สวนลุมพินีเป็นอู่ซ่อมรถ

นทีเรียนจบมาด้านอุตสาหกรรมไฟฟ้า เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ และ Aircraft & Avionics License จาก Northrop University และทำงานประจำอยู่ที่บริษัท T.N. กรุ๊ปก่อนที่จะบุกเบิกทำธุรกิจจักรยาน

ผู้ที่มีส่วนทำให้นทีเข้าวงการนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้วคือ วสันต์ จาติกวณิช "ตอนนั้นคุณปุ้ม วสันต์ เป็นคนชอบเล่นกีฬามาก และได้เปิดร้านจักรยานเสือภูเขา เป็นร้านแรกๆ มีการจัดกิจกรรมแข่งจักรยานด้วย ผมเองกลับจากเมืองนอกใหม่ๆ ก็วิ่งจ็อคกิ้งอยู่รู้ข่าวเรื่องการแข่งก็ไปเข้าร่วมด้วย และก็เริ่มศึกษาสนใจมาตั้งแต่ตอนนั้น แรกๆ ก๊วนผมไปขี่เล่นแถวรังสิตคลอง 10, 11, 12, 13 จนปรุไปหมด ขี่จนหมารู้จัก จากตอนแรกๆ เห่าจังเลย กระทั่งพักหลังๆ วิ่งกระดิกหางเข้าใส่ด้วยความคุ้น

จากตรงนั้นทำให้คนสนใจแล้วมองว่าตัวเองก็มาเข้าร่วมได้ เพราะกลุ่มที่ไปอายุ 40 ปีก็มี 50 ปีก็มี หลายคนเริ่มเปลี่ยนความคิดที่ว่าเป็นกีฬาสำหรับเด็กๆ เพราะ เป็นการขี่ออกกำลังก็ได้ ไม่จำเป็นต้องแข่งเสมอไป ซึ่งผมเองก็เห็นว่าน่าจะเป็นแนวทางเลือกใหม่สำหรับการออกกำลังของคนไทย"

โปรไบร์คเลยเกิดขึ้นมาเมื่อปี 2534 ร้านแรกอยู่ที่ทาวเฮา้ส์เล็กๆ ในซอยร่วมฤดี ก่อนจะย้ายมาณ ที่นี้เมื่อ 5 ปีก่อน นทียังได้ออกแบบจักรยานยี่ห้อ Challenger ขึ้นมาเองโดยมีบริษัทที่ไต้หวันเป็นผู้ผลิต ปัจจุบันได้ผลิตเป็นรุ่นที่ 8 แล้ว และโปรไบค์ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายจักรยานหลายยี่ห้อ รวมทั้งให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องบริการหลังการขายด้วย

สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นความตั้งใจของเขาก็คือ ต้องการให้เด็กๆ มีพัฒนาการนอกโรงเรียนและมีส่วนช่วยดึงเด็กออกมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

"ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าทำได้ยาก เพราะเสาร์อาทิตย์พ่อแม่ต้องให้เด็กเรียนพิเศษเป็นส่วนใหญ่ แต่เพื่อนในกลุ่มเดียวกันจะไม่มีใครให้ลูกเรียนพิเศษเลยนะ แต่ที่เขาพูดๆ กันก็เห็นว่าเรียนได้เกรดดีๆ กันทั้งนั้น แต่เราต้องอธิบายให้เด็กๆ รู้ว่านี่คือกีฬา เป็นการออกกำลังกาย ไปใช้ชีวิตร่วมกัน ไม่ใช่มาอวดรถอวดอุปกรณ์กัน ซึ่งไม่ถูกต้องอย่างมาก"

กิจกรรมอย่างหนึ่งของโปรไบค์ตอนนี้ก็คือ การจัดการแข่งขัน โดยเน้นในเรื่องความสนุกสนานมากกว่าและได้จัดมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง งานใหญ่จัดได้แค่ครั้งเดียว ต่อปีแต่จะมีกิจกรรมอย่างอื่นๆ มาเสริม และต่อไปมีแนวคิดว่าอาจจะไม่เน้นเรื่องจักรยานอย่างเดียว และที่กำลังเตรียมงานอยู่ก็คือการจัดขี่จักรยานให้กับกลุ่มเด็กด้อยโอกาส

"การมีรถสวย รถแพงไม่ใช่ประเด็นสำคัญ" นทีย้ำกับ "ผู้จัดการ" ในวันนั้น



รูปภาพ
โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ (พฤษภาคม 2544)
:arrow: http://www.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=1096
S&D
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 117
ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 10:55
Tel: 0818015314
Bike: KHS

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย S&D »

ใช้ Challeger 3 คันอายุแต่ละคันมากกว่า 15 ปียังใช้อยู่ทุกวันนี้ ขี่ดีกว่ารถรุ่นใหม่ๆ
เมื่อไหร่จะมีการเชิญลูกค้าเก่าๆมาพบปะกันบ้างละครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
GT2008
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4156
ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 11:20
team: ปั่นไม่โหด ความเร็วไม่เกิน 30
Bike: MTB, RB, FB

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย GT2008 »

ขอแสดงความชื่นชมด้วยคนครับ........ :D
รูปประจำตัวสมาชิก
baosamnoi
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 386
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2010, 10:04
team: phrayalea
Bike: trek3900

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย baosamnoi »

ชื่นชมครับ
เพราะรักเจ้าดอก...จึงบอกให้ปั่น
รูปประจำตัวสมาชิก
ธานินทร์๙๙
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1546
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:22
team: กลุ่มรวมมิตร
Bike: Lemond

Re: จักรยานโปรไบค์... กับเส้นทางสู่ความยั่งยืน ___ (ผู้จัดการออนไลน์)

โพสต์ โดย ธานินทร์๙๙ »

ขอบคุณครับ.. พี่สมพิศ

ผมขอถือโอกาสนี้เอาอีกบทความมารวมไว้ในนี้ให้อยู่ซะที่เดียวกันด้วย จะได้ไว้อ้างอิงได้ และไม่ตกหล่น แม้ว่าจะไม่ใช่ภาษาเรา ใครไม่สันทัดภาษาต่างด้าวคงไม่ว่ากันนะครับ :mrgreen:

เป็นบทความเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ปีนี้เอง วันนั้นผมอ่านในหนังสือพิมพ์แต่เช้าตอนเข้าห้องน้ำ แล้วโทรศัพท์ไปคุยกับคุณนทีตอนสาย ซึ่งตอนที่ผมโทร.ฯไปนั้นคุณนทียังไม่รู้เลยว่าหนังสือพิมพ์ลงบทความนั้นแล้ว :D
Bangkok Post เขียน: Bicycling enthusiast triumphs in uphill climb

Probike founder and managing director never wavered from doing what he loves best

• Published: 1/03/2011 at 12:00 AM
• Newspaper section: Business


Natee Chaisinthop clearly remembers the time he was asked by his older cousins at the annual get-together at the family shrine what he was doing for work. The silence was deafening when he replied, "Selling bicycles", after other young relatives had proudly boasted of their 20-million-baht sales in their chosen businesses.

รูปภาพ
Natee Chaisinthop promises that ‘a customer will never walk out of our shop with a bicycle that’s not suitable for him or her’.

He admits he must have sounded ridiculous and looked embarrassing in their eyes back then in the early 1990s, when charging more than 10,000 baht for a bike was considered very odd indeed. But the founder and managing director of Thailand's leading speciality bicycle store Probike was determined to work at what he loved best - and now Probike is gearing up to celebrate its 20th anniversary this July.

From very humble origins with a staff of only two - Mr Natee and his understanding wife - Probike is now the second-largest distributor in Asia of Trek bicycles, after Japan, and handles other leading high-end brands including Gary Fisher and Dahon.

It also sells equipment under the Shimano, Bontrager and Giro brands among others to more than 80 dealers nationwide, commanding a majority market share for upper-middle and high-end mountain bikes and road bikes or 20-25% of Thailand's 2-billion-baht bicycle market.

"When I first started Probike, people laughed at me. They said I'd never make it. When I took my mountain bikes to dealers to sell, they refused even to let me park them outside their shops," he said.
Probike now sells more than 10,000 mountain bikes a year priced from 12,500 to more than 300,000 baht each, compared with just a handful sold in the early days.

Sales growth has averaged 15-20% a year and is expected to continue unabated thanks to a focus on quality customer service, said Mr Natee.
A bicycling enthusiast ever since he was little, Mr Natee graduated from Northrop University in Inglewood, California and holds aircraft and avionics licences. After spending four years as a mechanic at Western Airlines in the US followed by 11 years at his family's TN Group, he quit and struck out on his own.

"I decided enough was enough. I had to do what I loved to do," said Mr Natee.
He described himself back then in unflattering terms - overweight at 85 kilogrammes, a chain smoker and a frequent drinker.

"I doubt I would have lived much longer had I continued like that, so I made a solemn oath to turn myself around," said Mr Natee.

Struggling against the odds, success did not come overnight. It took seven or eight years for Probike just to break even and stay afloat.

But like all successful businesses, Probike had a clear vision of what it was and which services it would provide for its customers.

รูปภาพ

"We believe in service above all else. A customer will never walk out of our shop with a bicycle that's not suitable for him or her. We have to be certain that everything is in proper working order and that the bike geometrically matches the customer," said Mr Natee.

But one of the company's most important achievements is undeniably the creation of its own in-house bicycle brand - Challenger - which Probike was savvy enough to create early on.

The Challenger brand meant more affordable mountain bikes, but more importantly the design was better suited to the smaller build of Thai riders and thus helped cement the popularity of mountain biking in the country.
Probike subcontracted a bicycle factory in Taiwan to produce Challengers to the firm's specifications and using its unique designs.

More than 10,000 Challenger bikes were sold before the brand was regrettably phased out over the past seven or eight years due to uncompetitive production costs. However, the Challenger brand is credited with having played a crucial role in launching the mountain-bike craze in Thailand.

Today, Thailand has hundreds of thousands of mountain bikers - businesspeople, corporate employees, the elderly and retirees, as well as Mr Natee himself, now 57.

He frequently heads out of Bangkok for cycling holidays, particularly at Khao Kheow in Chon Buri province, just an hour's drive away.

รูปภาพ

Mr Natee said that with cycling, particularly mountain biking, continuing to gain in popularity, Probike needed to shift its strategic focus away from competition sponsorship and more toward family activities.

The company has also set its sights on upgrading itself to offer comprehensive solutions and up-to-date advice on the exercise aspect of bicycling.
"Competition that promotes a no-surrender mentality and maybe results in serious injuries will no longer be our focus," said Mr Natee, who plans to leave Probike's routine operations to his successor, assistant managing director Sangsun Prachaanuwong.

"Probike is about to pass another key milestone, as I am set to pass on the routine management and operations to a new generation. My tasks will mainly be to speak with suppliers and seek new cycling technologies for Probike - and do full-time biking."
รูปภาพ
Bangkok Post, 1/3/2011

http://www.bangkokpost.com/business/eco ... hill-climb

ตอบกลับ

กลับไปยัง “พูดคุยเรื่องทั่วไปในแวดวงจักรยาน”