ประเด็น ปั่นแล้วไหลลื่น เป็นเพราะล้อหรือชุดขับเคลื่อน คิดว่าน่าจะได้คำตอบแล้ว จากความเห็นข้างบน
ผมขอแชร์ความคิดในเรื่องการอัพรถนะครับ การอัพรถในความหมายของผมไม่รวมถึงการอัพเพื่อความสวยงาม แต่อัพเพื่อการใช้งานจริงนะครับ
กีฬาจักรยาน ผมคิดว่าความสำคัญไม่ได้อยู่ที่ความเร็วสูงสุดไปทั้งหมดหรอก ผมว่ามันอยู่ที่ความทนทาน ความสม่ำเสมอซะมากกว่า
อย่างเช่น จักรยานเดิมๆ คันนึง ใหม่ออกห้าง เจ้าของมือใหม่นำไปปั่น ได้ความเร็วสูงสุด 35 กม/ชม แต่ได้แปบเดียว 5 วินาทีได้ หลังจากนั้นหมดแรง เอาใหม่อีกรอบ เอารถไปอัพ ทั้งชุดล้อ ชุดขับเคลื่อน แล้วมาปั่นอีกรอบ รอบนี้ได้ความเร็ว 35-37 แต่ได้ระยะเวลานานขึ้นมากกว่าเดิม (ยังไม่รวมถึงการซ้อมมากๆ ก็จะทำให้แข็งแรงและทำปั่นดีมากกว่าเดิม) ผมว่าตรงนี้แหล่ะ คือ ประโยชน์ของการอัพรถ การอัพรถคือการหาอุปกรณ์ที่ช่วยผ่อนแรงของเราให้สามารถออกแรงเท่าเดิม แต่ทำให้เราขี่ได้ทนขึ้น นานขึ้น ได้ระยะทางมากขึ้นด้วยความเร็วเท่าเดิม ซึ่งมีผลมากจากอุปกรณ์ที่เบาขึ้น ความลื่นไหลที่มากกว่าของติดรถ และด้วยความเบาและลื่นไหลนี่เองจึงส่งผลให้ ราคาค่างวดขึ้นไปเป็นหลักแสน
มาถึงที่ว่า ทำไมต้องคาร์บอน ตามความคิดของผม จุดเด่นของคาร์บอนไม่ได้อยู่ที่น้ำหนักเบาหรอก อลูเบากว่าคาร์บอนมีให้เห็นเยอะไป แต่จุดเด่นของคาร์บอนคือการซับแรงสั่นสะเทือนที่ดีกว่าอลูมีเนียมหรือที่ได้ยินคุ้นหูว่า มันนุ่มนั่นแหละ การซับแรงสั่นสะเทือนมีผลต่อความเมื่อยล้า ของกล้ามเนื้อ บางคนถึงกับบอกว่า "แค่หลักอานอลูกับหลักอานคาร์บอน การซับแรงก็ต่างกันแล้ว" ยิ่งสะเทือนมากความเมื่อยล้ายิ่งมากตาม ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปั่นลดตามไปด้วย
การปรับรถจะเชื่อใครดี ผมว่าเชื่อได้ทุกคน แต่สุดท้ายเชื่อตัวเองดีที่สุด ฟังคนอื่นมามากเท่าไร ก็เอามาลองใช้กับตัวเองให้มากเท่านั้น สไตล์แต่ละคนไม่เหมือนกัน เทคนิคแต่ละคนไม่เหมือนกัน (บางคนเทคนิคอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีพาณิชย์ อาชีวะ ด้วย

) เอาที่ลองแล้วเหมาะกับตัวเราที่สุดนั่นแหล่ะ ที่สำคัญคือเรื่องแบบนี้ต้องอาศัยเวลา ลองวันสองวันบางทีไม่รู้หรอก ต้องอดทนกับมันหน่อย
ปั่นไม่ทันกลุ่มซักที ไม่ต้องกังวลครับ เอาแค่วันนี้คุณปั่นได้ดีกว่าเมื่อวาน และตั้งใจว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ ก็พอแล้วครับ
ปล.ชอบกระทู้แบบนี้จัง ท่านอื่นมีความเห็น อย่างไร แชร์ประสบการณ์กันนะครับ