-ระหว่างรอจอดชิดผนังที่ไม่ใช่ทางเดิน
-ตอนยกขึ้นถอดกระเป๋า ไมล์ ไฟ ต่างๆไว้กับเรา
-รถไฟที่มีตู้สัมภาระจะเป็นขบวนเดินทางไกลทั้งหมดจะลงท้ายด้วย ด่วน ด่วนพิเศษ รถเร็ว
-ที่เป็นขบวนสปรินท์เตอร์ ดีเซลราง ไปไม่ได้ครับ....ยกเว้นจะพับได้เล็กมากๆยกวางแบบกระเป๋าทั่วไปได้
-ไปกาญจนบุรีขี้นที่ธนบุรี..ไม่มีตู้สัมภาระเห็นเพื่อนบอกสายนี้ยกขึ้นตู้ธรรมดาชั้นสามได้
-ระวาง90บาทในรายละเอียดเป็นค่าระวางของกีดขวาง...ควรยกขึ้นลงเองไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเอาเชือกไปผูกด้วย....ถ้าจ่ายค่ายกจะยุ่งยากมากครับเขาอยากให้เจ้าของดูแลอง
-รถออกตรงเวลาที่เดียวที่ต้นทางครับ เช่นออกจากหัวลำโพง หรือเชียงใหม่ ถ้าท่านขึ้นระหว่างทางส่วนมากLATEครับ...ขึ้นรถไฟต้องทำใจเย็นๆ..วางแผนเลือกขึ้นสถานีใหญ่ในตัวเมืองจะมีขบวนมาจอดมากกว่า
-ถามเจ้าหน้าที่ที่โบกธงก่อนขบวนเข้านะครับว่าตู้สัมภาระของขบวนนี้จะจอดประมาณไหนเพื่อให้คุณเข็นไปรอขึ้นใกล้...ไม่งั้นเจอขบวนยาวๆมีหอบแหง
-เช็ค ถาม เวลาของสถานีที่เราจะลง ระวังอย่าหลับเพลิน บางทีลงรถไฟห้าทุ่ม ข้างนอกมองไม่เห็นอะไรเลย เตรียมวิ่งไปรับจักรยานที่หัวขบวนด้วยครับ ให้อะดีนาลีนทำงานหน่อย
-ไปคราวละ1-3คันกำลังดีมากว่านี้ถ้าท่านขึ้นระหว่างทางมักบอกว่าเต็มครับ เพราะระหว่างทางมีสินค้าเตรียมขนลง จักรยานเราอาจทำความยุ่งยากได้ มีอิดออดธรรมดา
-ขึ้นรถชั้นสามมียืน ลำบากหน่อยครับ เว้นว่าท่านตีตั๋วชั้นอื่นที่จองได้ล่วงหน้าซึ่งจะมีในขบวนวิ่งไกลๆ และห้องน้ำไม่สะอาดทุกที่ท่านผู้หญิงจะลำบากหน่อย...ส่วนผมถ้าไม่ไกลไม้เข้าครับรอปลายทางเลย
-ขบวนไกลที่ต้องกินอาหาร ถ้าให้ดีพกขึ้นไปทั้งน้ำอาหารทีเราชอบ ข้างบนไม่เวอร์คจ้า
เที่ยวรถไฟมีเวลาต้องรอแยะหน่อยครับ ใครชอบเดินตลาดบ้านๆต่างจังหวัดเดินเล่นได้ หลายแห่งมีห้องอาบน้ำครับ อารมณ์แบ็กแพคเกอร์ อย่าคาดหวังกับบริการ รฟม. คิดเสียว่ายังดีกว่าอินเดีย จะทำให้ท่านเที่ยวสนุกไม่เสียอารมณ์ครับ อย่างเจ้าหน้าที่ขายตั๋วบางที่บทบาทเป็นข้าราชการมากกว่าการให้บริการครับ..คุยสักพักหลายคนก็ดีครับไม่มีอะไร...พกรอยยิ้ม ถอดแว่นดำก่อนถาม ผมทำแบบนี้ตลอดครับ ถามทางได้ไม่มีหลง ขอปะยางซ่อมรถ แม้ยามปวด...อึ๊.หนักๆก็ได้น้ำใจระหว่างทางครับ
สงสัยโทรคุยกันได้ครับยินดีจ้า