☆☆กลุ่มยืดเส้น☆☆==> ♨ ♨ ♨ ♨ <==
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- pu700
- ขาประจำ
- โพสต์: 1594
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2010, 11:33
- Tel: 0816636366
- team: osk 97 / ยืดเส้น
- Bike: Surly
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
อีก 7km ครบ180 ไปหัวหินได้เลยครับ

- trk93
- ขาประจำ
- โพสต์: 2961
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2009, 08:04
- Tel: 086-900-8893
- team: Non
- Bike: ..Wheeler เก่าๆ Maruishi...
- ตำแหน่ง: กทมฯ...
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
ปู..สงสัยว่าต้องใช้ชื่อ..ทีมยืดเส้น แล้วแหละ..ชื่อนี้เกิดแล้วนะ..ในห้องลุงโท..
เอาชื่อนี้ เป็นสื่อซะเลย..
น้องโอ๊ตกับน้องเปิ้ล เที่ยวนี่ปั่นสบายเลย.. ยกนิ้วโป้ง.2 อัน
คุณอ๊อตครับ.เสาร์หรืออาทิตย์นี้ เนื่องจากคุณปูหัวลากไม่ว่าง..
คิดว่า.จะชวนปั่นแบบจิ๊บๆ กระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่ให้รถที่อุตส่าห์ ลงทุนซื้อมามันน้อยใจ..
ครึ่งวันกลับบ้าน..ระยะทางประมาณ 60-70โล สภาพถนนทางเรียบรถใหญ่ มีน้อย..
แล้วคุณอ๊อต.จะติดใจแอบไปปั่นซ้อมคนเดียว..ขอบอก
ถ้าสะดวกก็นัดพบกันกลางทางได้ ระหว่าง ซ.ศูนย์วิจัยกับลาดพร้าวใกล้กันแค่จมูก
เอ้อ.ฝากขอบคุณคุณนายคุณอีอตด้วยครับ ที่ชวนขึ้นรถตอนที่เป็นตะคริว..
เพราะอาการไม่รุนแรง..
น้องโอ๊ตกับน้องเปิ้ล ท่านอื่นว่างหรือสะดวกก็เชิญครับ
โทรนัดคุยหากันได้ ไม่ต้องเกรงใจ..
เอาชื่อนี้ เป็นสื่อซะเลย..
น้องโอ๊ตกับน้องเปิ้ล เที่ยวนี่ปั่นสบายเลย.. ยกนิ้วโป้ง.2 อัน
คุณอ๊อตครับ.เสาร์หรืออาทิตย์นี้ เนื่องจากคุณปูหัวลากไม่ว่าง..
คิดว่า.จะชวนปั่นแบบจิ๊บๆ กระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่ให้รถที่อุตส่าห์ ลงทุนซื้อมามันน้อยใจ..
ครึ่งวันกลับบ้าน..ระยะทางประมาณ 60-70โล สภาพถนนทางเรียบรถใหญ่ มีน้อย..
แล้วคุณอ๊อต.จะติดใจแอบไปปั่นซ้อมคนเดียว..ขอบอก
ถ้าสะดวกก็นัดพบกันกลางทางได้ ระหว่าง ซ.ศูนย์วิจัยกับลาดพร้าวใกล้กันแค่จมูก
เอ้อ.ฝากขอบคุณคุณนายคุณอีอตด้วยครับ ที่ชวนขึ้นรถตอนที่เป็นตะคริว..
เพราะอาการไม่รุนแรง..
น้องโอ๊ตกับน้องเปิ้ล ท่านอื่นว่างหรือสะดวกก็เชิญครับ
โทรนัดคุยหากันได้ ไม่ต้องเกรงใจ..
ความจริงเข้าใจง่าย.....
- Ahoy..Bike
- ขาประจำ
- โพสต์: 143
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2008, 12:01
- Tel: 0814828426
- team: Free transferred
- Bike: แบบสองล้อ ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยกำลังปั่นหนึ่งแรง..คน
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
ทริป ลุงโท เมื่อวันเสาร์ ขอขอบคุณ พี่ๆ ทีมปั่นยืดเส้นทุกท่านนะครับ
เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม ที่ได้ร่วมทีมปั่นครั้งนี้ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ วินัยในทีม การวางแผน tempo ของการเดินทาง และ
พี่ปู ลีดเดอร์ชิป สุดยอด
พี่โอ หัวลาก ชั้นครู
พี่ทัต พี่อ๊อด คุณโอ๊ด คุณเปิ๊ล สมาชิกที่ยอดเยี่ยม
ขากลับผมแยกที่ ไอทีฯ ขับรถกลับบางนา เนื่องจากมืดและสภาพการจราจร เลยไม่ได้กล่าวลาทุกท่าน ขอบคุณพี่ปูที่จอดแวะส่ง
ปั่นกันมาทั้งวัน ผมก้อลืมอยู่อย่างหนึ่ง คือ ... แนะนำตัว
ผม ขวัญชัย ครับ เรียกสั้นๆ ว่า ขวัญ.
โอกาสหน้าคงมีโอกาสได้ร่วมทริป กับทุกท่านอีกครับ
เป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม ที่ได้ร่วมทีมปั่นครั้งนี้ สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ วินัยในทีม การวางแผน tempo ของการเดินทาง และ
พี่ปู ลีดเดอร์ชิป สุดยอด
พี่โอ หัวลาก ชั้นครู
พี่ทัต พี่อ๊อด คุณโอ๊ด คุณเปิ๊ล สมาชิกที่ยอดเยี่ยม
ขากลับผมแยกที่ ไอทีฯ ขับรถกลับบางนา เนื่องจากมืดและสภาพการจราจร เลยไม่ได้กล่าวลาทุกท่าน ขอบคุณพี่ปูที่จอดแวะส่ง
ปั่นกันมาทั้งวัน ผมก้อลืมอยู่อย่างหนึ่ง คือ ... แนะนำตัว
โอกาสหน้าคงมีโอกาสได้ร่วมทริป กับทุกท่านอีกครับ
ปั่นชมวิว
- trk93
- ขาประจำ
- โพสต์: 2961
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2009, 08:04
- Tel: 086-900-8893
- team: Non
- Bike: ..Wheeler เก่าๆ Maruishi...
- ตำแหน่ง: กทมฯ...
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
เอ้อ..คนที่ใส่เสือ Merida สีเขียวล่ำๆ ขี่รถ khs มีโช๊คหลังใช่มั้ยครับ
ยินได้รู้จักครับ..คุณขวัญ อยู่ถึงบางนา บ้านไกลกว่าพี่ซะอีก..
เดาว่าเป็นทหารเรือแน่ๆ..อย่างนี้ต้องคุยเรื่องดำน้ำกับคุณโอ..
ถ้าว่างมาร่วมทริปด้วยกันนะครับ...
ยินได้รู้จักครับ..คุณขวัญ อยู่ถึงบางนา บ้านไกลกว่าพี่ซะอีก..
เดาว่าเป็นทหารเรือแน่ๆ..อย่างนี้ต้องคุยเรื่องดำน้ำกับคุณโอ..
ถ้าว่างมาร่วมทริปด้วยกันนะครับ...
ความจริงเข้าใจง่าย.....
- เตเบซ
- สมาชิก
- โพสต์: 49
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 09:03
- team: ขบวนการปั่นยืดเส้น
- Bike: Merida Matt 40d, Miyata
- ตำแหน่ง: พระราม6
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
ผมอยากถามชื่อเหมือนกัน แต่กลัวว่าคนอื่นรู้หมดแล้วมีผมไม่รู้อยู่คนเดียว เลยแอบเรียกว่าคุณเขียวAhoy..Bike เขียน:
ขากลับผมแยกที่ ไอทีฯ ขับรถกลับบางนา เนื่องจากมืดและสภาพการจราจร เลยไม่ได้กล่าวลาทุกท่าน ขอบคุณพี่ปูที่จอดแวะส่ง
ปั่นกันมาทั้งวัน ผมก้อลืมอยู่อย่างหนึ่ง คือ ... แนะนำตัวผม ขวัญชัย ครับ เรียกสั้นๆ ว่า ขวัญ.
- เตเบซ
- สมาชิก
- โพสต์: 49
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ก.พ. 2011, 09:03
- team: ขบวนการปั่นยืดเส้น
- Bike: Merida Matt 40d, Miyata
- ตำแหน่ง: พระราม6
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
ไปกี่โมงน่ะครับ แต่ว่าเสาร์อาทิตย์นี้ผมก็ไม่สะดวกไปอยู่ดีtrk93 เขียน: น้องโอ๊ตกับน้องเปิ้ล ท่านอื่นว่างหรือสะดวกก็เชิญครับ
โทรนัดคุยหากันได้ ไม่ต้องเกรงใจ..
ถามไว้ก่อนเผื่อโอกาสหน้าชวนอีกจะได้กะเวลาไปด้วยครับ
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
สวัสดีครับทุกท่าน ผมกลับมาแล้วครับ ต้องขอโทษทุกท่านที่ต้องขอตัวแยกกลับก่อนจากทริป"ลุงโท"เนื่องจากต้องพาลูกชายไปบวชหน้าไฟให้พ่อตา เลยอดมีประสพการณ์ดีดีร่วมกัน แต่เห็นกระทู้ที่ลงความเห็นกันไปแล้วรู้เลยว่าขี่สนุกเป็นทริปประทับใจอันหนึ่งแน่ๆ

แต่ผมก็เอาจักรยานไปด้วยเผื่อมีโอกาศสักชั่วโมงที่ว่างจะได้ขี่
เสพติดจักรยานซะแล้ว
แล้วค่อยเอากระทู้นี้เล่าเรื่องด้วยภาพกันต่อไปนะครับกระผม
แต่ก่อนอื่นขออนุญาตินำเอาข้อความของคุณ felix ที่เป็นประโยชน์แก่มือใหม่ หรือมือเก่าไม่ถึงปีอย่างผมมาลงไว้อ่านกันที่นี่ครับ
เผื่อวันข้างหน้าเราจะมีทริปสร้างน้องใหม่ขาอ่อนกันกับเขาบ้างนิ


แต่ผมก็เอาจักรยานไปด้วยเผื่อมีโอกาศสักชั่วโมงที่ว่างจะได้ขี่
แล้วค่อยเอากระทู้นี้เล่าเรื่องด้วยภาพกันต่อไปนะครับกระผม
แต่ก่อนอื่นขออนุญาตินำเอาข้อความของคุณ felix ที่เป็นประโยชน์แก่มือใหม่ หรือมือเก่าไม่ถึงปีอย่างผมมาลงไว้อ่านกันที่นี่ครับ
เผื่อวันข้างหน้าเราจะมีทริปสร้างน้องใหม่ขาอ่อนกันกับเขาบ้างนิ
แก้ไขล่าสุดโดย nookhook เมื่อ 24 พ.ค. 2011, 17:40, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
Felix เขียน:ทริปนี้ เป็นทริปที่ดีทริปหนึ่งครับ
ต้องยกเครดิตให้ลุงโทกับทีมงานทุกท่านครับ
ผมเองคงจะนับว่าเป็นมือใหม่ อยู่เพราะเพิ่งปั่นจักรยานมาได้ไม่ถึง 1 ปี
และแทบจะไม่รู้จักใครในแวดวงจักรยานเลย
วันนั้น ก็บังเอิญพบกับพี่ปู เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียน เป็น OSK97
ก็เลยได้ร่วมกลุ่มไปด้วย ทำไปทำมาก็เลยได้กลายมาเป็นหัวลากให้กับสมาชิกในกลุ่ม 8 คน
แบบตกบันไดพลอยกระโจน เนื่องจากพี่นก เพื่อนพี่ปูติดธุระด่วนอย่างกระทันหันก็เลยต้องกลับก่อน
ผมก็เลยลากทั้งขาไปและขากลับ บวกกับปั่นไปส่งสมาชิกในทีมและวนกลับบ้าน ระยะทางรวม 198 กม
(เสียดายนิดหน่อย ขาด 2 กม ก็จะครบ 200 กม)![]()
โดยส่วนตัว สิ่งที่พบในวันนั้นมีบางอย่างน่าสนใจครับ
อย่างแรก คือ ระยะทาง 130-140 กม เป็นระยะทางที่ท้าทายอยู่พอสมควร และเป็นระยะทางที่ดูเหมือนง่าย
แต่เป็นระยะทางที่ยาก เมื่อเทียบกับระยะทาง 200 กม เพราะอะไร ?
เพราะว่า มันจะใกล้ก็ไม่ใกล้ จะไกลก็ไม่ไกล, ระยะทางขนาดนี้ สำหรับมือเก่า ไม่ใช่ปัญหาเพราะแรงดีมีเทคนิคมีประสบการณ์
สำหรับมือใหม่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะประเมินตัวเองได้ว่า "มันยาก มันไกล" การปั่นจึงปั่นด้วยความตระหนักรู้ในพละกำลัง
และความสามรรถของตนเองที่มีอยู่ แต่สำหรับมือกลางเก่ากลางใหม่ เท่าที่สังเกตเห็น ตลอดเส้นทาง จะเป็นระยะทางทีสร้างปัญหา
ให้กับนักปั่นกลุ่มนี้ คือ ด้วยความที่ไม่ใกล้และไม่ไกล ทำให้การประเมิน ตัวเองผิดพลาด การเฉลี่ยกำลัง การกระจายความเครียด
จากการใช้งานของกล้ามเนื้อไม่เหมาะสม การดื่มน้ำ การรักษาอุณหภูมิของร่างกาย การเติมสารอาหารและเกลือแร่
นอกจากนั้น ยังทำให้การวางแผนการปั่นและการเดินทาง ขาดความรอบคอบรัดกุมโดยไม่เจตนา
กลุ่มก็เลยกระจัดกระจาย การเฉลี่ยกำลังระหว่างสมาชิกในกลุ่มก็ทำไม่ได้
เช่นการลาก การดูด การเกาะกลุ่ม การสื่อสารภายในกลุ่ม
กลุ่มของผมออกจากร้านข้าวมันไก่เป็นกลุ่มเกือบๆท้าย
พี่ปูอาสัยความเป็นรุ่นพี่สั่งให้ผมเป็นหัวลาก![]()
![]()
![]()
โดยพี่ปูจะเป็นคนปิดท้าย และควบคุมการเดินทางและการสื่อสารของกลุ่ม
ผมเป็นหัวลากใช้ความเร็ว ระหว่าง 26-27 กม/ชม ตลอดทางทั้งไปทั้งกลับ
โดยมีคุณเปิ้ลผู้หญิงคนเดียว ตามติดผมมาใกล้ๆ ต่อด้วยคุณโอ้ตแฟนคุณเปิ้ล
ตามด้วยคุณอ๊อด คุณทัต คุณอีกท่าน(ผมไม่ทราบชื่อ) พี่ปูเป็นคนสุดท้าย
ก่อนออกจากร้านข้าวมันไก่ พี่ปูและผมก็มีการ brief ว่าเมื่อเวลาปั่นตามผมให้ปั่นตามใกล้อย่างห่างมาก
เพราะห่างมากจะไม่ได้ประโยชน์ จากการบังลมของหัวลาก และเมื่อปั่นตามไม่จำเป็นต้องพักขาหรือฟรีล้อ
เพราะผมที่เป็นหัวลากจะไม่พักขา จะควงเอาไว้ตลอด เว้นแต่เมื่อถึงทางเลี้ยวหรือทางแยก
เมื่อออกเดินทาง ช่วงแรกๆ นักปั่นหลายท่านแซงกลุ่มของผมไปจำนวนมาก สมาชิกในกลุ่ม
ชักใจคอไม่ดี กลัวว่าจะไม่ทันกลุ่มที่นำไปก่อน (ผมแอบได้ยิน![]()
![]()
)
ผมกับพี่ปูก็บอกกับสมาชิกในกลุ่มว่า ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราจะไปทันกลุ่มหน้าสุดพอดีก่อนถึงจุดพักจุดแรก
ที่สามแยกตรงที่มี ซุ้มขายเครื่องดื่ม แล้วกลุ่มของผมก็ตามไปทันพอดี
ระหว่างการเดินทาง ผมจะไม่เร่งความเร็วเพื่อแซง แต่จะปล่อยให้ความเร็วตามธรรมชาติจากการกดลูกบันได
แบบหน่วงๆ เนิบๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ พารถและกลุ่มแซงขึ้นไปเองอย่างช้าๆ ระยะทางการแซงอาจจะมากหน่อย
แต่กล้ามเนื้อของสมาชิกทุกคนในกลุ่มจะไม่เเครียด และระหว่างที่พักรถ จะไม่นั่งไม่นอน แต่จะกายบริหารเบาๆ
ระหว่างแวะพักอาหารกลางวัน ผมกินเต็มคราบเลยครับ ข้าวสามจาน กาแฟเย็นหนึ่งแก้ว น้ำหนึ่งขวด
เพราะ
ทราบกำหนดการของทริปว่าจะมีการแวะชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเจ้าสามพระยา, ศูนย์ศึกษาประวติศาสตร์และพิพิธภัณฑ์ของเล่น
ซึ่งน่าจะใช่เวลาไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง เวลาสองชั่วโมงนี้มีค่ามากเพราะเป็นเวลาที่ร่างกายจะมีโอกาสดูดซึมสารอาหาร
เพื่อนำไปใช้ในช่วงขากลับ การปั่นจักรยานในเกาะเมืองอยุธยาเป็นการปั่นเบาๆ เรื่อยๆ เฉื่อยๆ ไม่สร้างภาระให้กับร่างกายมากนัก
ระหว่างที่พักและปั่นสบายๆในเกาะเมืองนั้น ผมดื่มน้ำเรื่อยๆ รวมๆแล้วน่าจะมากกว่า 2 ลิตร
การสังเกตว่าร่างกายยังสามารถดื่มน้ำได้อีกหรือไม่ให้สังเกตจากปัสสาวะของเราเอง
ถ้ามีสีเข้มจัดหรือเหลืองข้น และรู้สึกร้อน แสดงว่าเรายังดิ่มน้ำได้เรื่อยๆ การดื่มน้ำระหว่างพัก ให้ดื่มทีละน้อย
ครั้งละ 2-3 อึก แต่ดื่มบ่อยๆ และอย่าลังเลที่จะเข้าห้องน้ำเพื่อถ่ายน้ำทิ้งบ้าง ระยะเวลา 2 ชั่วโมงนั้น
เพียงพอต่อการดูดซึมน้ำเข้าสู่ร่างกายและระบายของเสีย จนกระทั่งปัสสาวะนั้นเป้นอุณภูมิปกติไม่ร้อน และมีสีจางลงจนเกือบใส
เมื่อนั้นแสดงว่าร้างกายของเราพร้อมแล้วสำหรับการเดินทางในช่วงต่อไป
ช่วงขากลับ กล่มของผมออกเดินทางเกือบจะกลุ่มท้ายๆเช่นเคย ผมซึ่งเป็นหัวลาก จะลดความเร็วลงเหลือประมาณ 22-23 กม/ชม
เนื่องจากสมาชิกบางท่านมีการเตือนของการเป็นตะคริว เมื่อมีอาการเป็นตะคริว แล้วจะแก้กลับคืนมาก็เป็นเรื่องยากหรืออาจจะต้อง
ใช้เวลานาน หากร่างกายไม่ฟิตหรือแข็งแรงพอ เหลือระยะทางไม่ถึง 2 กม จะถึงสถานีรถไฟบางปะอินก็ต้องหยุดพัก
เพราะคุณอ๊อดและคุณทัต เริ่มออกอาการตะคริว "ทั้งกลุ่มหยุดพักทั้งหมด"และมาหยุดพักนานพอสมควรที่ปั๊มบางจาก
เมื่อเริ่มเดินทางต่อ ภรรยาคุณอ๊อดซึ่งขับรถตามมาเรื่อย ก็ต้องรับคุณอ๊อดขึ้นรถ เนื่องจากเป็นตะคริวจนเกินกว่าจะฟื้นสภาพได้ทัน
ส่วนคุณทัตก็ออกอาการเช่นกัน และหลายครั้งก็เกือบๆจะหลุดจากกลุ่ม พี่ปูก็คอยประกบไว้ประคองกันมาเรื่อย ผมเองก็ลดความเร็วหัวลาก
ลงเหลือ 20 กม/ชม เพื่อให้คุณทัติตามเข้ากลุ่มได้ทัน การลดความเร็วของผมก็ไม่ได้พักขาหรือฟรีล้อและใช้เกียร์เพื่อให้ความเร็วลดลง
สาเหตุของการเป็นตะคริวของทั้งสองท่านแตกต่างกัน
คุณอ๊อดนั้นเกิดจากการใช้เกียร์ที่มีความเร็วสูงของเสือหมอบ เมื่อรถเข้าใกล้คันหน้ามากเนื่องจากเสือหมอบนั้นความเร็วสูงโดยธรรมชาติ
คุณอ๊อดใช้วิธีการฟรีล้อหรือพักขา โดยที่เกียร์ยังเหมือนเดิม เมื่อความเร็วของเสือหมอบลดลง จนมีระยะห่างคุณอ๊อดก็เร่งความเร็วขึ้น
โดยที่เกียร์ยังเป็นเกียร์เดิม นั่นทำให้ต้องออกแรงกดลูกบันไดมากเพื่อสร้างความเร็วขึ้นมา ลักษณะเช่นนี้ทำให้กล้ามเนื้อเกิดความเครียด
และเพราะใช้แรงมากจนเป็นตะคริวในที่สุด
ส่วนกรณีของคุณทัตินั้น เกิดจากความเข้าใจผิด เพราะเข้าใจว่า ปั่นจักรยานทางไกลต้องใช้จานสอง ทำให้เบาแรง
ผมสังเกตจากกระจกมองหลัง เห็นวงรอบการปั่นของคุณทัตินั้นเร็วมาก เมื่อเทียบกับคุณเปิ้ลที่อยู่อยู่หลังผม
เมื่อจอดพักผมจึงเข้าไปดูจานหน้า พบว่าใช้จานสอง สอบถามได้ความว่า ใช้จานสองมาโดยตลอด
และนี่เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดตะคริว ผมจึงแนะนำให้ใช้จานใหญ่สุด แล้วปรับแต่งเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็ว
จะช่วยชลอการเกิดตะคริวได้ นอกจากนั้น ยังเกิดจากการใช้คลีต ซึ่งฝากความหวังไว้กับแรงยกหรือแรงดึงมากเกินไป
จนทำใช้กล้ามเนื้อไม่เท่าเทียมกัน ผมก็เลยแนะนำให้ปั่นจักรยานด้วยการออกแรงถีบลูกบันไดที่เฉลี่ยการใช้งานของกล้ามเนื้อ
เช่น การจิกปลายเท้า กวักลูกบันได และการยันลูกบันได และการขยี้ลูกบันได (ไม่ทราบจะเรียกอย่างไรดี)
หลังจากนั้น คุณทัติก็ไม่เกิดอาการเป็นตะคริวอีกเลยจนกรัทั่งแยกจากกันที่วัดเสมียนนารี
ระหว่างทางกลับ กลุ่มของผมก็ใช้ความเร็วได้มากขึ้น บางช่วงเมื่อตามลม ความเร็ว ถึง 30 กม/ชม
โดยที่สมาชิกในกลุ่มไม่ทันรู้สึกตัว จนกระทั่งมาทันกับกลุ่มใหญ่ที่ร้านขายน้ำ
ช่วงระยะสุดท้ายของการปั่นประมาณ ดอนเมืองถึงวัดเสมียนนารี เป็นช่วง cool down
ความเร็วลดลงเหลือแค่ 18 กม/ชม โดยใช้เกียร์ที่เบาแรงที่สุด ก่อนจะแยกย้ายกัน
ผมแนะนำสมาชิกในกลุ่มว่า ถ้าเป็นไปได้เมื่อเวลาอาบน้ำ หใช้น้ำเย็นจัดมากๆ หรือถ้ามีน้ำแช่น้ำแข็งได้ยิ่งดี แช่เท้าแช่ทั้งตัว
หรีอราดตัว สลับกับอารแช่หรีออาบน้ำร้อน แม้ว่ามันอาจจะทรมานอยู่สักหน่อย แต่เช้าวันรุ่งขึ้น
กล้ามเนื้อจะสดชื่นมากเหมือนไปม่ไดออกแรงปั่นจักรยานมา 140 กม
วิธีการปั่นจักรยานของผมอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด
แต่ก็อาจจะจะเป็นแนวทางที่มีประโยชน์สำรับผู้ที่รักการปั่นจักรยานทางไกลได้บ้างครับ
ป.ล.1 ผมรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ที่ไม่ได้ให้คำแนะนำคุณอ๊อด ก่อนที่จะเป็นตะคริว ต้องขอโทษคุณอ๊อดด้วย ไม่เช่นนั้นแล้ว
ทั้งกลุ่มคงไปและกลับกันได้ครบทุกคน
ป.ล.2 http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 8&t=286689
การเดินทางของผมโดยใช้เทคนิควิธีของมือเก่า ครับ
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
Felix เขียน:จากเจตนารมย์ที่น่ายกย่องของคุณลุงโท ในการฝึกนักปั่นมือใหม่
หลายๆท่านให้ความเห็นว่านะจะมีการแบ่งกลุ่ม ตามความสามารถ
กรณีผมกลับมีความเห็นต่างออกไปครับ
เพราะ
ด้วยเจตนารมย์ของทริปคือ "การฝึกมือใหม่" ดังนั้น เมื่อมือเก่ามาร่วมทริป
มือเก่าหล่านั้น ต้องมีทัศนคติเพื่อการช่วยเหลือ "มือใหม่"
ให้ผ่านการทดสอบจักรยานทางไกลให้ได้โดยที่ "ร่างกายไม่บอบช้ำ สะบักสะบอม"
สามารถกลับไปทำงานต่อในวันต่อไปได้แบบสบายๆ
ดังนั้นมือเก่าทั้งหลาย ที่มาร่วมทริปย่อมรู้ตัวดีว่า ตัวเอง "สามารถ" ในระดับเก่าหรือไม่เก่า
เมื่อรู้ตัวเองว่าเป็นมีเก่ามีประสบการณ์ ต้องลดตัวเองลงมาเพื่อช่วยเหลือมือใหม่
การปั่นทำความเร็ว 30++ ควรจะไปปั่นทริปในระดับนั้น หรือทริปแข่งขัน แบบใจเกินร้อย หรือแข่งขันแบบอื่นๆ
ในทริปฝึกมือใหม่การปั่นด้วยความเร็วสูง ไม่ได้ช่วยฝึกมือใหม่ หากแต่จะเป็นการกดดันมือใหม่ จนเกิดความท้อแท้
จนถึงขั้นเลิกปั่นจักรยานไปเสียเลย
แต่หากว่าต้องการปั่นด้วยความเร็วสูงๆเพื่ออวดเพื่อโชว์ ผมคิดว่ามือเก่าเหล่านี้ไม่สมควรมาร่วมทริป
ด้วยว่าจำนวนผู้ร่วมทริปมีจำนวนมาก ไม่ทราบว่าใครเป็นมือเก่ามิอใหม่
ขอเสนอวิธีการคือ
มีจุดนัดหมายเพียงจุดเดียว เช่น ที่ IT Square เพื่อระหว่างทางไปจนถึงร้านข้าวมันไก่
จะเป็นช่วงเวลาที่สามารถสังเกตและประเมิน นักปั่นแต่ละท่านได้ว่า ใครเป็นมือใหม่หรือมือเก่า
ผมเชื่อว่า มือเก่า ทุกท่าน มีประสบการณ์มากพอที่จะสังเกตเห็นความเป็นมือใหม่จากการปั่นในช่วงนี้
ที่ร้านข้าวมันไก่ ก็จัดระบบทีมระบบกลุ่มกันใหม่ เป็นกลุ่มย่อยๆ กลุ่มละประมาณ 10-15 คน ที่เป็นมือใหม่
โดยมีมือเก่าอย่างน้อย 3 คน ทำหน้าที่ต่างๆกัน คือ 1 หัวลาก 2 ปิดท้าย 3 อยู่ตรงกลาง
ทั้งสามคนต้องทำหน้าที่สังเกตจังหวะการปั่น การใช้เกียร์ และคอยแนะนำระหว่างการเดินทาง
มือเก่าทั้งสามคนไม่จำเป็นต้องเป็นทีมงานก็ได้ แต่ต้องตระหนักถึงเจตนารมย์ ของผู้ก่อตั้งทริป ในการ"ฝึกมือใหม่"
ความเร็วของแต่ละกลุ่มให้เอาคนที่อ่อนที่สุดเป็นเกณฑ์ เมื่อคนหนึ่งไม่ไหว ก็หยุดทั้งกลุ่ม
ยางรั่วจอดรถปะยางก็หยุดทั้งกลุ่ม แล้วออกเดินทางต่อไปพร้อมๆกัน
ระหว่างที่มีการหยุดเพื่อแก้ไขปัญหา ก็ใช้เวลาช่วงนี้ให้เป็นประโยชน์ มือเก่า ก็ให้คำแนะนำมือใหม่
โดยที่มีตัวอย่างจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มือใหม่ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น
ทุกคนล้วนผ่านการเป็นมือใหม่มาก่อนทั้งนั้น ย่อมได้รับการแนะนำ การให้ความรู้จากมืเก่ากว่ารุ่นก่อนๆ
และเมื่อถึงคราวที่ตนเองกลายมาเป็นมือเก่า ก็ควรจะส่งมอบ สิ่งที่ได้รับมาให้แก่มือใหม่รุ่นต่อๆไป
สำหรับมือใหม่ เมื่อเข้ามาร่วมทริปแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ การยอมรับความเป็นมือใหม่ของตนเอง
และยอมรับคำแนะนำจากมือเก่า และหากมีข้อสงสัย ต้อง "ถามทันที" อย่าปล่อยเอาไว้
การขอร่วมกลุ่มกับกลุ่มอื่นๆ หรือการขอเกาะไปกับกลุ่มอื่นๆ ไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเสียฟอร์ม
ผมเชื่อว่า มือเก่าทุกท่าน ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำอย่างเต็มใจ
และที่สำคัญไม่น้อยคือ กลุ่มที่มาด้วยกัน "อย่าทิ้งกัน"
วิธีการนี้ มือเก่า อาจจะรู้สึกอึดอัด และรำคาญ แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่รู้สึกเช่นนี้ ก็คิดว่าไม่เหมาะสม
ต่อการร่วมทริปที่มีจุดประสงค์เพื่อฝึกมือใหม่
ถ้าท่านที่ร่วมทริปในวันนั้น ลองสังเกตกลุ่มของผม จะเห็นว่า
ผู้นำทริปคือ พี่ปู ทำให้สมาชิกในกลุ่ม 8 คน กลายเป็นหนึ่งเดียว
เวลาแซงก็แซงทั้งกลุ่ม (ที่จริงไม่น่าเรียกว่าแซง น่าจะเรียกว่า การรักษาความเร็วสม่ำเสมอ มากกว่าคันที่อยู่ข้างหน้า)
และเมื่อใครคนใดคนหนึ่งอาจจะตามกลุ่มไม่ทัน พี่ปูก็จะเร่งความเร็วขึ้นมาบอกผมให้ลดความเร็วเพื่อ Pack กลุ่มจนติด
โดยไม่ต้องหยุดรถ วิธีนี้ จะช่วยให้กลุ่มที่รักษาความเร็วได้ไม่เหนื่อยมาก ขณะเดียวผู้ที่กำลังจะหลุดกลุ่ม
ก้ไม่ต้องออกแรงปางตาย เพื่อมาให้ทันกลุ่ม
การปั่นจักรยานทางไกล หากคิดเพียงว่า 140 ไปถึงกลับได้ คงไม่พอ
เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไรหาก ไปถึงกลับได้ แต่ร่างกายทรุดโทรมและสะบักสะบอม
สิ่งที่ผมเขียนมานี้ อาจจะดูแรงๆและตรงไปตรงมาสักหน่อย อาจจะไม่ถูกใจไปบ้างต้องขออภัยครับ
---------------------------------------------------------------
ฝากถึงคุณ อ๊อด ครับ
คุณอ๊อดเก่งมากครับ ถือว่าเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง เพียงแต่ขาดเทคนิค เท่านั้น ผมเชื่อว่า คุณอ๊อด ไม่เพียงแต่จะผ่านทริป 140 กม
ได้เท่านั้นครับ แต่สามารถผ่านทริป 200 กม ได้ โดยร่างกายไม่บอบช้ำทรุดโทรมด้วยครับ
ฝากถึงคุณ Breeze ครับ
เข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ใช่คนตัวใหญ่ครับ แต่เป็นคนตัวโคตรใหญ่![]()
![]()
![]()
ฝากถึงคุณเปิ้ล ที่ตามเกาะหลังผมมาตลอดครับ
คุณเปิ้ล เป็นผู้ที่สอบผ่าน จักรยานทางไกล ทริปนี้ อย่างเต็มภาคภูมิครับ
ฝากถึงพี่ปู OSK97 ครับ ขอบคุณมากสำหรับการต้อนรับแบบชมพู-ฟ้า ลูกสวนไม่ทิ้งกันครับ
ฝากถึงคุณลุงโท ครับ
ขอบคุณสำหรับทริปที่มีเจตนารมย์ที่ดีเช่นนี้ครับ หากมีโอกาสจะขอไปช่วยเป็นหัวลากให้มือใหม่อีกครับ
- trk93
- ขาประจำ
- โพสต์: 2961
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2009, 08:04
- Tel: 086-900-8893
- team: Non
- Bike: ..Wheeler เก่าๆ Maruishi...
- ตำแหน่ง: กทมฯ...
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
นกพี่ขอแสดงความเสียใจด้วย....
ความจริงเข้าใจง่าย.....
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
ขอบคุณครับพี่ทัด
ตอนที่แยกกันผมกลับพุทธมลทลสายสอง น่าจะหกสิบกว่าโล เคยจับระยะตอนขับรถทำงานนานแล้ว
ใช้เวลาสามชั่วโมงพอดี รวมพัก กับปะยางหนึ่งครั้ง ขี่กลับสวนลม แดดแรงตลอด
ตอนที่แยกกันผมกลับพุทธมลทลสายสอง น่าจะหกสิบกว่าโล เคยจับระยะตอนขับรถทำงานนานแล้ว
ใช้เวลาสามชั่วโมงพอดี รวมพัก กับปะยางหนึ่งครั้ง ขี่กลับสวนลม แดดแรงตลอด
Felix เขียน:ผมไปกับกลุ่มลุงโทเมื่อวันเสาร์ครับ
เจอกับคุณต้น เห็นว่า จะนัดกันไปอยุธยา
แต่ไม่ทราบเวลานัด วันนี้ก็เลย ปั่นไปเที่ยวที่บางเลน ตอนเช้า กลัมาถึงบ้านบ่ายโมงพอดี
รวมระยะทาง 101 กม พอดี เสียดายที่ไม่ได้ไปร่วมด้วย ไม่ทราบเวลานัดหมายน่ะครับ
-----------------------------------
ทริปอยุธยากับกลุ่มลุงโทเมื่อวันเสาร์
ตั้งใจว่าจะแอบๆตามไปห่างๆแบบชมนกชมไม้
ปรากฏว่า มีรุ่นพี่โรงเรียน OSK97 มาทัก เพราะผมใส่เสื้อทีมฟุตบอล OSK101
พี่เขาก็เลยชวนไปด้วยกัน รวมกันเป็นกลุ่มย่อย 8 คน
ไปได้แค่ร้านข้าวมันไก่ พี่ท่านหนึ่งเกิดติดธุระด่วนมากต้องกลับบ้านเพราะพ่อตาถึงแก่กรรม
ผมก็เลยเป็นหัวลากแบบตกบันไดพลอยโจน![]()
ลากไปลากกลับ ตลอดเส้นทาง รวมทั้งลากไปส่งตามจุดต่างๆใน กทม รวมระยะทางวันนั้น 198 กม
ผมใช้วิธีการจากพี่หน่อยคือ รักษาความเร็วคงที่ 26 กม/ชม สวนลมจะลดลงเหลือประมาณ 21-22 กท/ชม
เมื่อตามลมหรือลงสะพาน ก็เป็น 28-32 กม/ชม แล้วแต่สถานการณ์ แต่แรงกดลูกบันไดคงที่เท่าเดิม
ปั่นแบบหน่วงๆค่อยไป ไม่เร่ง ควงขาตลอดไม่หยุดพักขา
เพื่อให้คนตามสามารถตามดูดเกาะหลังไปได้
กลุ่มของผมออกเดินทางจากร้านข้าวมันไก่เป็นกลุ่มเกือบสุดท้าย
การปั่นช่วงแรกๆสมาชิกในกลุ่มค่อนข้างจะเป็นกังวลว่าจะโดนทิ้งห่างจากกลุ่มที่ออกไปก่อน
เนื่องจากทิ้งช่วงเวลาห่างกันจากร้านข้าวมันไก่เกือบๆ 15 นาที
เพราะว่า ตอนที่ผมปั่นเป็นหัวลาก คนที่ตามบอกว่า ปั่นเหมือนไปซื้อกับข้าวหน้าปากซอย
เนิบๆ หน่วงๆ เหมือนคนขี้เกียจปั่น![]()
ผมก็บอกว่า ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะตามแซงเก็บได้ทุกกลุ่มแน่นอน
และก็เป็นความจริงๆ กลุ่มของผมมาทันกลุ่มแรก พอดี ตรงจุดพักสามแยกที่มีซุ้มเป๊บซี่ก่อนถึงปั๊มบางจาก
เมื่อเวลาจะแซงผมก็จะใช้แรงกดลูกบันไดเท่าเดิม และจะแซงเมื่อความเร็วคงที่ในขณะนั้น
เร็วกว่ากลุ่มหรือรถคันข้างหน้าไม่มีการออกแรงกดลูกบันไดเพิ่ม ปล่อยให้ความเร็วที่มีอยู่นั้น
แซงขึ้นไปตามธรรมชาติ
สมาชิกในกลุ่ม เป็นมือใหม่เกือบทั้งหมด มีเก่าอยู่หนึ่งท่านคือ รุ่นพี่ OSK97 ที่ทำหน้าที่ปิดท้าย
ส่วนที่เหลือนั้นรวมทั้งเสือหมอบ เป็นมือใหม่ทั้งหมด แต่ก็สามารถดูดเกาะตามมาได้ทุกคน
ขากลับ ผมก็ใช้หลักการของทีม MJ Bike คือ ใช้คนที่อ่อนที่สุดเป็นเกณฑ์ และหยุดพักเป็นระยะ
ระหว่างที่พัก ผมกับรุ่นพี่ที่รับหน้าที่ปิดท้าย ก็ให้คำแนะนำในการปั่นเป็นกลุ่ม การใช้เกียร์ การปรับการใช้งานของกล้ามเนื้อ
พี่ท่านหนึ่งซึ่งกำลังจะเป้นตะคริว ก็สามารถผ่านพ้นการเป็นตะคริวไปได้ ส่วนอีกท่านที่ปั่นเสือหมอบ นั้นไม่สามารถ
เพราะได้เป็นตะคริวไปก่อนหน้านั้นไปแล้ว จึ่งต้องขึ้นรถกลับ(มีภรรยาขับรถตามมาเป็นรถเซอร์วิสให้สามี)
ทั้งกลุ่มที่เหลือสมาชิกอยู่ 7 คน ก็กลับมาถึง กทม ได้อย่างสะดวกสบายไม่เหนื่อยล้า
สิ่งที่พบในทริปนี้ มีหลายอย่างน่าสนใจ คือ
ระยะทาง 140 กม เป็นระยะทางที่ท้าทายการปั่นจักรยานมาก เพราะว่า จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้
ระยะทางขนาดนี้ ทำให้นักปั่นหลายคน ประเมินกำลังของตัวเองไม่ถูก อีกทั้งตัวแปรคือ สภาพอากาศที่ร้อนจัด
และลมแรง นอกจากนั้น บรรยากาศการปั่นเป็นกลุ่มขนาดใหญ่ จะมีกลิ่นไอของการแข่งขันอบอวลอยู่เสมอ
นักปั่นหลายท่านจึงเร่งแซงด้วยความเร็วสูง แต่สุดท้ายก็เรี่ยวแรงก็ร่อยหรอ จนความเร็วลดลง จากนั้นก็ต้องพักขา
ก็ยิ่งทำให้การรักษาความเร็วและการไหลของรถยิ่งยากมากขึ้น เมื่อต้องเร่งความเร็วให้ทันกลุ่มก็ต้องออกแรงมาก
กล้ามเนื้อต้องทำงานหนัก ในที่สุดก็เป็นตะคริว เมื่อก่อนจะเกิดตะคริว ก็ยังฝืนทนปั่นต่อไปโดยไม่มีการผ่อนแรง
หรือกระจายความเครียดของกล้ามเนื้อ เสือหมอบราคา กว่าครึ่งแสน ก็มีจุดจบที่กระบะท้ายรถในที่สุด เพราะปั่นต่อไปไม่ไหว
สิ่งที่พบเห็นอีกอย่างหนึ่ง คือ การปั่นเป็นกลุ่มแบบไม่เกาะกลุ่ม การปั่นเดี่ยวๆ หรือการปั่นเป็นกลุ่มห่างๆกัน
ไม่เกิดประโยชน์เลยในการปั่นจักรยานทางไกล หลายกลุ่มทิ้งเพื่อนกลุ่มเดียวกันที่เหลือความเร็วอยู่เพียง 20 กม/ชม![]()
เมื่อเป็นเข่นนี้แล้ว แม้ว่า ทุกคนจะสามารถผ่านระยะทาง 140 กม ได้ แต่ร่างกายที่ทรุดโทรมเมื่อยล้า
ก็คงไม่น่าจะถือว่าเป็นการ "สอบผ่าน"![]()
ปล. ผมใช้ Gary Fisher ที่เปลี่ยนยางเป็น Kenda Kwest แล้ว มีบางท่านที่ร่วมปั่นในทริปนั้น บอกว่า
ยางนี้มันหนืด มันไม่พุ่ง มันนิ่มเกินไป ฯลฯ ผมก็ไม่รูว่าจะตอบอย่างไรดี ก็เลยตอบว่า
"เพราะมันเป็นสีฟ้า เข้ากับสีรถ"![]()
แต่ท่านที่ถามผม ตามดูดผมตลอดทางเลย![]()
![]()
- appel
- สมาชิก
- โพสต์: 36
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ค. 2011, 18:53
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
เสียใจด้วยค่ะพี่นก (ตอนแรกนึกว่าพี่ปูอำ คิดว่าแค่มีธุระทั่วๆไป)
เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยกันจนจบทริป มีพี่นกปิดท้ายแล้วมั่นใจว่าไม่หลุดกลุ่ม
พอรอบนี้พี่ไม่อยู่เลยกลายเป็นพี่ปูทำหน้าที่แทนเลย
ไว้ยังงัยเจอกันทริปหน้าค่ะพี่
เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยกันจนจบทริป มีพี่นกปิดท้ายแล้วมั่นใจว่าไม่หลุดกลุ่ม
พอรอบนี้พี่ไม่อยู่เลยกลายเป็นพี่ปูทำหน้าที่แทนเลย
ไว้ยังงัยเจอกันทริปหน้าค่ะพี่
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
น้องเปิ้ลโพสต์ 1 แล้ว
ยินดีกับเทคนิคใหม่ที่ตามหัวลาก(ผู้นำ)ได้ตลอดทาง เป็นเร็วมากครับ

พี่ปูขาแรง แต่เป็นมือใหม่กับเส้นทางนี้ครับappel เขียน:เสียใจด้วยค่ะพี่นก (ตอนแรกนึกว่าพี่ปูอำ คิดว่าแค่มีธุระทั่วๆไป)
เสียดายที่ไม่ได้ไปด้วยกันจนจบทริป มีพี่นกปิดท้ายแล้วมั่นใจว่าไม่หลุดกลุ่ม
พอรอบนี้พี่ไม่อยู่เลยกลายเป็นพี่ปูทำหน้าที่แทนเลย
ไว้ยังงัยเจอกันทริปหน้าค่ะพี่
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
มาเล่าเรื่องด้วยภาพ หลังจากที่ไม่ได้ไปอยุธยาพร้อมกัน มีเหตุต้องกลับก่อน
ผมก็เอา "แดงฟูจิ" ไปยืดเส้นต่อที่กบินทร์บุรี หลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว อีกวันหนึ่งตอนเย็นพอมีเวลาปั่นแถวๆนั้นก็เก็บรูปมาฝากกันครับ

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนขับรถผ่านไปเฉยๆ แต่ตอนนี้ได้มีโอกาศเห็นความสวยงามของทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างนี้ ด้วยการขี่จักรยาน


มีบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้หน้าร้อน ไม่ร้อนอย่างที่คิด
ผมก็เอา "แดงฟูจิ" ไปยืดเส้นต่อที่กบินทร์บุรี หลังจากเสร็จภาระกิจแล้ว อีกวันหนึ่งตอนเย็นพอมีเวลาปั่นแถวๆนั้นก็เก็บรูปมาฝากกันครับ

นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนขับรถผ่านไปเฉยๆ แต่ตอนนี้ได้มีโอกาศเห็นความสวยงามของทิวทัศน์ที่ผ่านไปอย่างนี้ ด้วยการขี่จักรยาน


มีบรรยากาศดีๆ ที่ทำให้หน้าร้อน ไม่ร้อนอย่างที่คิด
-
nookhook
- ขาประจำ
- โพสต์: 1191
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ก.ค. 2010, 16:15
Re: "ชวนปั่นยืดเส้น" : สรุปทริป ไปตลาดน้ำลำพญา :
มีสนามกอล์ฟด้วย เมื่อก่อนไม่สวยเท่านี้

ร่มรื่นเหมือนอุโมงต้นไม้

ทางหลวงชนบทค่อนข้างดีครับ


สองข้างทางเป็นทุ่งนา ไม่ก็ไร่มันสัมปะหลัง

เห็นเทือกเขาใหญ่อยู่ไม่ใกล วันหน้ามีโอกาศต้องไป

ร่มรื่นเหมือนอุโมงต้นไม้

ทางหลวงชนบทค่อนข้างดีครับ


สองข้างทางเป็นทุ่งนา ไม่ก็ไร่มันสัมปะหลัง

เห็นเทือกเขาใหญ่อยู่ไม่ใกล วันหน้ามีโอกาศต้องไป