ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
- krawee
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2008, 09:06
- Tel: 4โทร547อะไรน้อ
- team: ปั่นกะแฟน
- Bike: giant ขาวๆ
ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ที่ความเร็ว 20-25 km/h ต้องการฝึกเพื่อเดินทางไกลครับวันละ 100km
เกิดอาการสับสนครับ แต่เดิมเคยฝึกแต่ควงรอบขา และพยายามรักษารอบที่ 60-90 รอบ
อยากเร็วหรือช้าก็เปลี่ยนเกียร์เอา แต่ไปได้ฟังเสือบางท่านแนะนำว่าปั่นทางไกล ต้องใช้เกียร์สูง
และกดเติมเนิบๆเพื่อรักษาการไหลของรถไปเรื่อยๆ ผมลองวิธีนี้แล้วได้ซัก 20km ปวดหัวเข่าครับ
ถ้าปั่นซัก 80-100km ถ้าทางจะไม่รอด
เอาไงดีครับจะฝึกแบบเดิมเพื่อเพิ่มความแข็งเแกร่งให้ันั่งได้ยาวขึ้นดี
หรือฝึกกดหนักเนิบๆ อย่างไหนจะดีกว่ากันครับ
ปล.ผมใช้เสือภูเขาถูกไซด์และเซ็ตตำแหน่งหัวเข่าเหนือแป้นแล้วครับ
เกิดอาการสับสนครับ แต่เดิมเคยฝึกแต่ควงรอบขา และพยายามรักษารอบที่ 60-90 รอบ
อยากเร็วหรือช้าก็เปลี่ยนเกียร์เอา แต่ไปได้ฟังเสือบางท่านแนะนำว่าปั่นทางไกล ต้องใช้เกียร์สูง
และกดเติมเนิบๆเพื่อรักษาการไหลของรถไปเรื่อยๆ ผมลองวิธีนี้แล้วได้ซัก 20km ปวดหัวเข่าครับ
ถ้าปั่นซัก 80-100km ถ้าทางจะไม่รอด
เอาไงดีครับจะฝึกแบบเดิมเพื่อเพิ่มความแข็งเแกร่งให้ันั่งได้ยาวขึ้นดี
หรือฝึกกดหนักเนิบๆ อย่างไหนจะดีกว่ากันครับ
ปล.ผมใช้เสือภูเขาถูกไซด์และเซ็ตตำแหน่งหัวเข่าเหนือแป้นแล้วครับ
ขอบคุณทุกความสาหัส ที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น
- ZIGGA FISHER
- ขาประจำ
- โพสต์: 689
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ธ.ค. 2008, 02:52
- Tel: 085-227-2745
- team: แก๊งค์ไอติม
- Bike: GARY FISHER/KLEIN
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
การปั่นทางไกลควรเซพแรงปั่นให้ได้มากที่สุด ไม่ต้องเน้นความเร็ว ปั่นแต่เอาระยะทางที่ไกลๆไว้ก่อน ***ปั่นแบบควงรอบขากดและดึงสลับกันไป***ใช้จานกลางใบที่ 2 กับปรับไล่เกียร์เฟืองท้ายไปเรื่อยๆ จะดีกว่า ไม่หนักมากเท่าไร สำหรับปั่นทางไกล ส่วนถ้ากดเกียร์หนักๆอย่างเดียว จะดีตรงที่เพิ่มความเร็วไม่ต้องควงขารอบมากๆ แต่จะเสียตรง ที่ใช้กล้ามเนื้อมากเกินไป จะทำให้ร่างกายล้าได้ไวมาก ถ้าซ้อมมาไม่ดีจริงๆ ส่วนมากไปไม่รอดตลอดระยะทางไกลครับ เพราะการปั่นทางไกลมีทั้งตัวแปรมากมายทั้งสภาพลม อากาศ และสภาพทางต่างๆอีก ร่างกายต้องพร้อมสมบูรณ์ที่สุดก่อนจะออกปั่น เพื่อจะเอาตัวรอดจากความล้า+ความเหนื่อยและระยะทางไกลๆ (มือใหม่ควรใช้เกียร์ที่ไม่หนักไม่เบาจนเกินไปสำหรับการปั่นทางจะดีกว่า) ถนอมร่างกายไว้ปั่นสะสมชั่วโมงบินดีกว่าครับ ...

- สายลมอิสระ
- ขาประจำ
- โพสต์: 767
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ก.พ. 2010, 12:27
- Tel: 089-7390105
- team: เครือข่ายจักรยานหาดใหญ่
- Bike: la
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ระยะทางประมาณ 100 km ผมใช้เกียร์ที่ปั่นเบาๆขาคับ ความเร็วประมาณ 20-25
ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้เกียร์หนักคับ เสียกำลังขาเปล่าๆ แต่ถ้าอยากฝึกแรงขาก็ใช้เกียร์หนักๆเลยคับ
ผมว่าความเร็วน่าจะ 30 เป็นอย่างต่ำคับ ได้กำลังดีเลย ปล ของผม หมอบแนวทั่วริ่งคับ+สัมภาระ ปั่นราวๆ 20-40 คับ
ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้เกียร์หนักคับ เสียกำลังขาเปล่าๆ แต่ถ้าอยากฝึกแรงขาก็ใช้เกียร์หนักๆเลยคับ
ผมว่าความเร็วน่าจะ 30 เป็นอย่างต่ำคับ ได้กำลังดีเลย ปล ของผม หมอบแนวทั่วริ่งคับ+สัมภาระ ปั่นราวๆ 20-40 คับ
- zefer111
- ขาประจำ
- โพสต์: 1083
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2009, 23:32
- ติดต่อ:
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ระยะ100 กิโลเมตร ผมปั่นอยู่สองวิธี โดยปั่นคนเดียวไม่มีดูดรถใหญ่ ใช้เสือภูเขา ครับ
วิธีแรก ถ้าวันไหนลมแรงผมก็เน้นรอบขาโดยใช้เกียร์ 2-8 , 2-9 ที่รอบขา 80 -105 AV ส่วนใหญ่ประมาณ 29 ครับ
วิธีที่สอง ถ้าลมนิ่ง หรือลมหนุนก็จะใช้เกียร์หนักเลยครับ 3-8 , 3-9 รอบขาที่ 65 - 85 AV ส่วนใหญ่ประมาณประมาณ 30 -31 ครับ
โดยส่วนตัวถ้าผมใช้วิธีแรกเมื่อปั่นเลย100 กม.ไปแล้ว ตะคริวเริ่มถามหาเลยครับ
แต่ถ้าวิธีที่สองยังมีแรงเหลือให้ปั่นไปได้อีกหลายสิบกิโล ครับ
แต่แนวทางการปั่นผมว่าแล้วแต่บุคคลนะครับ เพราะโครงสร้างสรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสามารถในการปั่นด้วยเกียร์ต่างๆจึงต่างกัน
สำหรับของผมนั้นอยากที่จะมีกล้ามเนื้อต้นขาที่ใหญ่และแข็งแรง ซึ่งมีโปรรุ่นพี่แนะนำว่าให้ฝึกปั่นด้วยเกียร์ 3-8 ตลอดเส้นทางการปั่น
ผมก็นำมาฝึก โดยกดหนักสลับกับเน้นรอบขา เช่นวันจันทร์ฝึกกดหนัก วันอังคารก็เน้นรอบขา สลับกันไปเรื่อยๆครับ

วิธีแรก ถ้าวันไหนลมแรงผมก็เน้นรอบขาโดยใช้เกียร์ 2-8 , 2-9 ที่รอบขา 80 -105 AV ส่วนใหญ่ประมาณ 29 ครับ
วิธีที่สอง ถ้าลมนิ่ง หรือลมหนุนก็จะใช้เกียร์หนักเลยครับ 3-8 , 3-9 รอบขาที่ 65 - 85 AV ส่วนใหญ่ประมาณประมาณ 30 -31 ครับ
โดยส่วนตัวถ้าผมใช้วิธีแรกเมื่อปั่นเลย100 กม.ไปแล้ว ตะคริวเริ่มถามหาเลยครับ
แต่ถ้าวิธีที่สองยังมีแรงเหลือให้ปั่นไปได้อีกหลายสิบกิโล ครับ
แต่แนวทางการปั่นผมว่าแล้วแต่บุคคลนะครับ เพราะโครงสร้างสรีระแต่ละคนไม่เหมือนกัน ความสามารถในการปั่นด้วยเกียร์ต่างๆจึงต่างกัน
สำหรับของผมนั้นอยากที่จะมีกล้ามเนื้อต้นขาที่ใหญ่และแข็งแรง ซึ่งมีโปรรุ่นพี่แนะนำว่าให้ฝึกปั่นด้วยเกียร์ 3-8 ตลอดเส้นทางการปั่น
ผมก็นำมาฝึก โดยกดหนักสลับกับเน้นรอบขา เช่นวันจันทร์ฝึกกดหนัก วันอังคารก็เน้นรอบขา สลับกันไปเรื่อยๆครับ
Endurance & Durable !!!~~
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
อันดับแรก
อย่าไปสนใจ ความเร็ว
ฝึกรอบขาให้ได้ 100 รอบ ทำจนกล้ามเนื้อติด
อันดับที่สอง
ฝึกหัวใจ การปั่นทางไกล สิ่งสำคัญคือ ต้องประหยัดแรง
หรือแปลง่ายๆ ต้อง ใช้ทุกพลังอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นหัวใจต้องเต้นให้น้อยที่สุด ในอัตรารอบขาที่ดีที่สุด บนเกียร์ที่เหมาะสมที่สุด
อันดับ 3
ฝึกปั่นเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ
เรื่องวิธีการทั้งสาม ลองอ่านจากบันทึกของผม (ตรงลายเซ็นต์) ดูครับ
----------------------
ตอบคำถามจากหัวข้อกระทู้
ปั่นบันได แบบควงรอบขา
ถ้าไม่มีคลิปเลส ก็ทำยากหน่อย แต่ก็ฝึกกันได้
ให้จังหวะมันพอดีๆ
เมื่อรอบขาเร็วขึ้น หากจังหวะไม่พอดี รถจะกระโดด เด้งขึ้น ลง ตามแรงกดที่ไม่เท่ากัน
ลองฝึกดู ให้รอบขาสูงขึ้น แต่รถไม่กระโดด เด้งไปมา แสดงว่าควงรอบขาได้ ไม่ใช่ใช้แรงกด
อย่าไปสนใจ ความเร็ว
ฝึกรอบขาให้ได้ 100 รอบ ทำจนกล้ามเนื้อติด
อันดับที่สอง
ฝึกหัวใจ การปั่นทางไกล สิ่งสำคัญคือ ต้องประหยัดแรง
หรือแปลง่ายๆ ต้อง ใช้ทุกพลังอย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้นหัวใจต้องเต้นให้น้อยที่สุด ในอัตรารอบขาที่ดีที่สุด บนเกียร์ที่เหมาะสมที่สุด
อันดับ 3
ฝึกปั่นเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ
เรื่องวิธีการทั้งสาม ลองอ่านจากบันทึกของผม (ตรงลายเซ็นต์) ดูครับ
----------------------
ตอบคำถามจากหัวข้อกระทู้
ปั่นบันได แบบควงรอบขา
ถ้าไม่มีคลิปเลส ก็ทำยากหน่อย แต่ก็ฝึกกันได้
ให้จังหวะมันพอดีๆ
เมื่อรอบขาเร็วขึ้น หากจังหวะไม่พอดี รถจะกระโดด เด้งขึ้น ลง ตามแรงกดที่ไม่เท่ากัน
ลองฝึกดู ให้รอบขาสูงขึ้น แต่รถไม่กระโดด เด้งไปมา แสดงว่าควงรอบขาได้ ไม่ใช่ใช้แรงกด
- breeze
- ขาประจำ
- โพสต์: 1872
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ก.พ. 2011, 16:14
- Tel: 0849407000
- team: ยังไม่มีสังกัด แต่อยู่แถวพระราม 5 บางกรวย ครับ
- Bike: Dahon Archer P18 , Anchor CX900
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
เพิ่มเติมให้
ต้องฝึก Low Aerobic ครับ
คือ ระดับความทนทานต่ำ เพื่อให้กล้ามเนื้อทนทานได้นานๆ
สามารถปั่น 3-4 ชั่วโมงติดกันโดยไม่พักได้
ระดับนี้ หัวใจเต้นแค่ 55-70% เท่านั้น
แรกๆ อาจปั่นได้ช้า แต่พอฝึกๆ ไป จะเร็วขึ้นเอง เพราะเราทนมากขึ้น
ครั้งแรกผมฝึกได้แค่ 21 Km/h ผ่านไป 2-3 อาทิตย์ ผมสามารถทำได้ 24 Km/h
ปัจจุบันกำลังก้าวข้ามไป 28 Km/h แล้ว
หมายความว่า ด้วยหัวใจที่เต้นแค่ 70% ผมสามารถทำความเร็วได้ 25-30 ตลอดทาง ไม่มีหยุดพัก ส่วนพลังงานก็ใช้แค่ 70%
ตามสถิติล่าสุด 65 กิโลเมตร ผมใช้พลังงานไป 2500 Kcal ใช้เวลาปั่นไป 2.50 ชั่วโมง
ต่างกับเมือ 2 อาทิตย์ก่อนโดยแท้ ที่ปั่น 45 กิโลเมตร ใช้พลังงานไป 2600 Kcal และใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง
ลองจับสถิติดู แล้วจะรู้ว่าร่างกายพัฒนาขึ้นครับ
ต้องฝึก Low Aerobic ครับ
คือ ระดับความทนทานต่ำ เพื่อให้กล้ามเนื้อทนทานได้นานๆ
สามารถปั่น 3-4 ชั่วโมงติดกันโดยไม่พักได้
ระดับนี้ หัวใจเต้นแค่ 55-70% เท่านั้น
แรกๆ อาจปั่นได้ช้า แต่พอฝึกๆ ไป จะเร็วขึ้นเอง เพราะเราทนมากขึ้น
ครั้งแรกผมฝึกได้แค่ 21 Km/h ผ่านไป 2-3 อาทิตย์ ผมสามารถทำได้ 24 Km/h
ปัจจุบันกำลังก้าวข้ามไป 28 Km/h แล้ว
หมายความว่า ด้วยหัวใจที่เต้นแค่ 70% ผมสามารถทำความเร็วได้ 25-30 ตลอดทาง ไม่มีหยุดพัก ส่วนพลังงานก็ใช้แค่ 70%
ตามสถิติล่าสุด 65 กิโลเมตร ผมใช้พลังงานไป 2500 Kcal ใช้เวลาปั่นไป 2.50 ชั่วโมง
ต่างกับเมือ 2 อาทิตย์ก่อนโดยแท้ ที่ปั่น 45 กิโลเมตร ใช้พลังงานไป 2600 Kcal และใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง
ลองจับสถิติดู แล้วจะรู้ว่าร่างกายพัฒนาขึ้นครับ
- krawee
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2008, 09:06
- Tel: 4โทร547อะไรน้อ
- team: ปั่นกะแฟน
- Bike: giant ขาวๆ
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ขอบคุณทุกๆความเห็นเลยครับ มีประโยชน์จริงๆครับ
หลายๆท่านแนะนำเรื่องความทนทานของกล้ามเนื้อ
ดังนั้นผมคิดว่าต้องทำเรื่องนี้ก่อนแล้วล่ะ
ขอบคุณมากคร้าบบ
หลายๆท่านแนะนำเรื่องความทนทานของกล้ามเนื้อ
ดังนั้นผมคิดว่าต้องทำเรื่องนี้ก่อนแล้วล่ะ
ขอบคุณมากคร้าบบ
ขอบคุณทุกความสาหัส ที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
อันดับแรกคือต้องออกแรงที่บันไดให้เป็นก่อนครับ
จากนั้นฝึกปั่นที่รอบขาที่คงที่และใช้งานได้จริง
สุดท้ายคือเรือ่งของความทนทานอย่างที่มีท่านข้างบนบอกครับ ฝึกปั่นสบายๆนานๆ
ขอขยายความแต่ละหัวข้อนะครับ
อันแรกเรื่องการออกแรง ในการปั่นจริงๆเราไม่ออกแรงกดหรือย่ำเป็นพิเศษครับ การทำแบบนั้นทำให้ล้าได้งา่ยแม้ว่ากล้ามเนื้อกดดูจะมีแรงและใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ทว่าในความเป็นจริงขณะกดกล้ามเนื้อเล็กบางส่วนเช่นที่หน้าขาต้องรับแรงไปด้วย นานๆเข้าก็ล้า ยิ่งล้าเราก็ต้องขยับให้การกดมันหนักขึ้นๆจากสะโพก สุดท้ายสะโพกก็ตะคริวกินไปก่อนเพื่อน การออกแรงวงรอบการปั่นที่ดีจะทำได้ดีกว่า แต่ต้องฝึกฝนก่อนครับหากไม่ฝึกแล้วไปเจอกับเวลานานๆเลยก็จะแป้กเสียก่อน ฝึกก็"ม่ยากครับลองค้นๆดูครับ (พอดีทำงานไปด้วย ไม่สามารรถยาวได้ครับ ขออภัย)
เรื่องที่สองเรื่องรอบขาที่ใช้ได้จริง อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า รอบต่ำใช้กล้ามเนื้อมาก รอบสูงใช้หัวใจมาก ยิ่งสูงหัวใขบยิ่งทำงานมากกล้ามเนื้อยิ่งสด ทีนี้การปั่นเชิงสุขภาพและการแข่งขันเค้าเน้นหัวใขครับ ถ้าเพื่อสุขภาพก็เพื่อออกกำลังกายระบบไหลเวียนและการหายใจก็คือหัวใจและปอดนั่นเอง สำหรับการแข่งขันจำเป็นต้องถนอมแรงกล้ามเนื้อใว้เวลาจำเป็นครับทะเล่อทะล่าหนักมากไปถึงเวลากล้ามเนื้อหมดก็เสร็จ สำหรับการขี่ท่องเที่ยวระยะไกลหรือทัวริ่งแท้ๆ รอบขาไม่จัดขนาด 90-100 ครับ เพราะการขี่ที่ระยะทางไกลมากๆเป็นวันๆคืนๆ เค้าจะขี่แบบไม่ให้อะไรทำงานหนักเลยซักอย่าง รอบขาลดไปที่รอบสบายๆราวๆ 80 และไม่เน้นความเร็ว ไม่กด ควงไปเรื่อยๆสบายๆเบาๆ ต่างจากการปั่นเพื่อสุขภาพและการแข่งขันครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าท่าน จขกท. ปั่นแบบใหนครับ ระยะทางไกลที่ว่านี้ขี่กันเป็นวันหรือเปล่า หรือแค่ร้อย ร้อยกว่าๆ พวกนี้ขี่กันไม่เกิน ครึ่งวันครับ แต่ยังไงก็ต้องฝึกซ้อมมา ปั่นกันไม่ถึงขั้นทนทรมานอะไร
สุดท้ายคือเรื่องของการซ้อมความทนทาน จริงๆแล้วการขี่จักรยานใครก็ขี่เป็นวันได้ครับ อย่านับว่าเร็วแค่ใหนก็พอ แต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะ"ล้า" ครับไม่ใช่เหนื่อย ความล้าเกิดจากทั้งร่างกายส่วนบน ก้น และขา ในขาของเราขจณธปั่นจักรยานมีกล้ามเนื้อต่างๆทำงานมากมายมหาศาล กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ใช้งานเลยในชีวิตประจำวัน พอต้องออกไปทำงานนานๆมันก็ล้าก่อน พอมันทำงานหนักมากๆเข้ามันก็เรียกร้องพลังงานและการจัดการจากระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจก็ทำงานหนักขึ้นๆ จุดนั้นแม้จะผ่อนยังไงก็ตาม เราก็ยังรู้สึก"เหนื่อย" อยู่ดี ใครที่ปั่นแล้วยืดระยะไปเรื่อยๆจะเจอจุดนี้กันทุกคนครับ บางคนสุขภาพดีหน่อยยิงได้สองชั่วโมางก็ทำได้ แต่พอพ้นพิกัดไปแล้วจะเหนือ่ยล้าทันที ด้วยเหตุนี้การซ้อมความทนทานเชิงแอโรบิคจึงเข้ามามีส่วนสำคัญครับ ให้ลองหาพิกัดเวลาที่เราปั่นได้แล้วขยายออกไปเรือ่ยๆ ความเร็วไม่ใช่ประเด็นเลยครับ ปั่นไป ซอยไปเรื่อยๆ จากสองเป็นสาม เป็นสี่ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ หรือลองทำง่ายๆดังนี้ครับ ปั่นไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกล้ามากๆ ฟรีขาก็แล้ว ซอยขาก็แล้วยังไม่หายเหนื่อย นั่นแหละครับ ทนปั่นต่อไปอีกซักครึ่งชั่วโมงแล้วคูลดาวน์ (ย้ำนะครับอย่าปั่นเร็ว และต้องมีน้ำกินสม่ำเสมอนะครับ) ทำแบบนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ
จากนั้นฝึกปั่นที่รอบขาที่คงที่และใช้งานได้จริง
สุดท้ายคือเรือ่งของความทนทานอย่างที่มีท่านข้างบนบอกครับ ฝึกปั่นสบายๆนานๆ
ขอขยายความแต่ละหัวข้อนะครับ
อันแรกเรื่องการออกแรง ในการปั่นจริงๆเราไม่ออกแรงกดหรือย่ำเป็นพิเศษครับ การทำแบบนั้นทำให้ล้าได้งา่ยแม้ว่ากล้ามเนื้อกดดูจะมีแรงและใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ทว่าในความเป็นจริงขณะกดกล้ามเนื้อเล็กบางส่วนเช่นที่หน้าขาต้องรับแรงไปด้วย นานๆเข้าก็ล้า ยิ่งล้าเราก็ต้องขยับให้การกดมันหนักขึ้นๆจากสะโพก สุดท้ายสะโพกก็ตะคริวกินไปก่อนเพื่อน การออกแรงวงรอบการปั่นที่ดีจะทำได้ดีกว่า แต่ต้องฝึกฝนก่อนครับหากไม่ฝึกแล้วไปเจอกับเวลานานๆเลยก็จะแป้กเสียก่อน ฝึกก็"ม่ยากครับลองค้นๆดูครับ (พอดีทำงานไปด้วย ไม่สามารรถยาวได้ครับ ขออภัย)
เรื่องที่สองเรื่องรอบขาที่ใช้ได้จริง อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า รอบต่ำใช้กล้ามเนื้อมาก รอบสูงใช้หัวใจมาก ยิ่งสูงหัวใขบยิ่งทำงานมากกล้ามเนื้อยิ่งสด ทีนี้การปั่นเชิงสุขภาพและการแข่งขันเค้าเน้นหัวใขครับ ถ้าเพื่อสุขภาพก็เพื่อออกกำลังกายระบบไหลเวียนและการหายใจก็คือหัวใจและปอดนั่นเอง สำหรับการแข่งขันจำเป็นต้องถนอมแรงกล้ามเนื้อใว้เวลาจำเป็นครับทะเล่อทะล่าหนักมากไปถึงเวลากล้ามเนื้อหมดก็เสร็จ สำหรับการขี่ท่องเที่ยวระยะไกลหรือทัวริ่งแท้ๆ รอบขาไม่จัดขนาด 90-100 ครับ เพราะการขี่ที่ระยะทางไกลมากๆเป็นวันๆคืนๆ เค้าจะขี่แบบไม่ให้อะไรทำงานหนักเลยซักอย่าง รอบขาลดไปที่รอบสบายๆราวๆ 80 และไม่เน้นความเร็ว ไม่กด ควงไปเรื่อยๆสบายๆเบาๆ ต่างจากการปั่นเพื่อสุขภาพและการแข่งขันครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าท่าน จขกท. ปั่นแบบใหนครับ ระยะทางไกลที่ว่านี้ขี่กันเป็นวันหรือเปล่า หรือแค่ร้อย ร้อยกว่าๆ พวกนี้ขี่กันไม่เกิน ครึ่งวันครับ แต่ยังไงก็ต้องฝึกซ้อมมา ปั่นกันไม่ถึงขั้นทนทรมานอะไร
สุดท้ายคือเรื่องของการซ้อมความทนทาน จริงๆแล้วการขี่จักรยานใครก็ขี่เป็นวันได้ครับ อย่านับว่าเร็วแค่ใหนก็พอ แต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะ"ล้า" ครับไม่ใช่เหนื่อย ความล้าเกิดจากทั้งร่างกายส่วนบน ก้น และขา ในขาของเราขจณธปั่นจักรยานมีกล้ามเนื้อต่างๆทำงานมากมายมหาศาล กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ใช้งานเลยในชีวิตประจำวัน พอต้องออกไปทำงานนานๆมันก็ล้าก่อน พอมันทำงานหนักมากๆเข้ามันก็เรียกร้องพลังงานและการจัดการจากระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจก็ทำงานหนักขึ้นๆ จุดนั้นแม้จะผ่อนยังไงก็ตาม เราก็ยังรู้สึก"เหนื่อย" อยู่ดี ใครที่ปั่นแล้วยืดระยะไปเรื่อยๆจะเจอจุดนี้กันทุกคนครับ บางคนสุขภาพดีหน่อยยิงได้สองชั่วโมางก็ทำได้ แต่พอพ้นพิกัดไปแล้วจะเหนือ่ยล้าทันที ด้วยเหตุนี้การซ้อมความทนทานเชิงแอโรบิคจึงเข้ามามีส่วนสำคัญครับ ให้ลองหาพิกัดเวลาที่เราปั่นได้แล้วขยายออกไปเรือ่ยๆ ความเร็วไม่ใช่ประเด็นเลยครับ ปั่นไป ซอยไปเรื่อยๆ จากสองเป็นสาม เป็นสี่ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ หรือลองทำง่ายๆดังนี้ครับ ปั่นไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกล้ามากๆ ฟรีขาก็แล้ว ซอยขาก็แล้วยังไม่หายเหนื่อย นั่นแหละครับ ทนปั่นต่อไปอีกซักครึ่งชั่วโมงแล้วคูลดาวน์ (ย้ำนะครับอย่าปั่นเร็ว และต้องมีน้ำกินสม่ำเสมอนะครับ) ทำแบบนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- krawee
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2008, 09:06
- Tel: 4โทร547อะไรน้อ
- team: ปั่นกะแฟน
- Bike: giant ขาวๆ
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
แต่ละท่านนี่ผมยอมรับเลย ลุ่มลึกจริงๆครับ
ขอบคุณมากๆครับ
ขอบคุณทุกความสาหัส ที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น
- เด็กราดรีขี่4300
- ขาประจำ
- โพสต์: 12984
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 11:01
- Tel: 081-9951152
- team: LoveBike
- Bike: จักรยานเก่าๆ
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ถ้าปกติปั่นอยู่ 25 ปั่นไกลก็ปั่นช้าลงมานิด สัก 20-23 ปั่นรอบช้ากว่าที่เคยปั่นหน่อย
อาจจะเพิ่มเกียร์มานิดจะได้ลดรอบให้ช้าลง อย่าไปกดหนักๆมันจะทำร้ายกล้ามเนื้อ
พอนานๆตะคริวมันจะมา ขึ้นเนิน สวนลมก็อย่าไปกดใช้เกียร์ช่วยเอา
ชั่วโมงนึงหรือ 20 โลพักทีนึง หรือบ่อยกว่านั้นถาแดดร้อน ลมแรง หน้าจะมืด
100 กิโลนี่ปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เดี๋ยวก็ถึง ไม่ต้องรีบ ใครรีบไปก่อน
อาจจะเพิ่มเกียร์มานิดจะได้ลดรอบให้ช้าลง อย่าไปกดหนักๆมันจะทำร้ายกล้ามเนื้อ
พอนานๆตะคริวมันจะมา ขึ้นเนิน สวนลมก็อย่าไปกดใช้เกียร์ช่วยเอา
ชั่วโมงนึงหรือ 20 โลพักทีนึง หรือบ่อยกว่านั้นถาแดดร้อน ลมแรง หน้าจะมืด
100 กิโลนี่ปั่นเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เดี๋ยวก็ถึง ไม่ต้องรีบ ใครรีบไปก่อน
- arnont108
- สมาชิก
- โพสต์: 98
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ย. 2010, 12:25
- team: world group tour the Thai
- Bike: ราแดก ไม่ Radac
- ตำแหน่ง: RN & TN studo 92/1 หมู่1 บ.สบทา ต.ปากบ่อง ถ.ลำพูน-ป่าซาง อ.ป่าซาง จ.ลำพูน 51120
- ติดต่อ:
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ไม่ว่าจะปั่นไกลแค่ไหน ทุก 25 กม หรือ 1 ชั่วโมง ต้องพักครับ อาจแบ่งเป็นปั่น 50 นาที พัก 10 นาที
ทำอย่างนี้ตั่งแต่ชั่วโมงแรกครับ ร่างกายจะไม่สะสมความล้า ความเร็วก็ประมาณ 20 กม/ชม ต้นๆ
ไม่แนะนำให้ปั่นยาวต่อเนื่องกันเกิน 2 ชม ครับ วิธีนี้ผมรับรองว่า คุณปั่นได้รอบโลกโดยไม่เหนื่อยมากครับ ลองดู
ทำอย่างนี้ตั่งแต่ชั่วโมงแรกครับ ร่างกายจะไม่สะสมความล้า ความเร็วก็ประมาณ 20 กม/ชม ต้นๆ
ไม่แนะนำให้ปั่นยาวต่อเนื่องกันเกิน 2 ชม ครับ วิธีนี้ผมรับรองว่า คุณปั่นได้รอบโลกโดยไม่เหนื่อยมากครับ ลองดู
ขี่จักรยานแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ชั้น 7
- krawee
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2008, 09:06
- Tel: 4โทร547อะไรน้อ
- team: ปั่นกะแฟน
- Bike: giant ขาวๆ
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
คือผมเคยออกทริปเกิน 80 km อยู่ 2 ครั้งครับ ไปกับทีมที่คุ้นเคยกัน
รู้สึกมันไม่หนักเกินไปถ้าเราขี่แบบรู้สภาพตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นการไปกลับในวันเดียวกัน
ที่นี่ผมวางแผนกับแฟนว่าจะไปแบบรอนแรม คือไปหาที่พักเอาข้างหน้า มันจึงต้อง
คำนึงถึงความสามารถ ระยะทางและเวลาขั้นต่ำที่เราจะทำได้ในแต่ละวันอย่างยิ่งสิครับ
เพราะต้องกำหนดวัน กำหนดที่พักล่วงหน้าได้ด้วย ไม่งั้นลางานเวลาจำกัด เกิดปั่นไม่ได้ตามเป้า
จะกร่อยเอาครับ
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้แหละคร้าบบบ
รู้สึกมันไม่หนักเกินไปถ้าเราขี่แบบรู้สภาพตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นการไปกลับในวันเดียวกัน
ที่นี่ผมวางแผนกับแฟนว่าจะไปแบบรอนแรม คือไปหาที่พักเอาข้างหน้า มันจึงต้อง
คำนึงถึงความสามารถ ระยะทางและเวลาขั้นต่ำที่เราจะทำได้ในแต่ละวันอย่างยิ่งสิครับ
เพราะต้องกำหนดวัน กำหนดที่พักล่วงหน้าได้ด้วย ไม่งั้นลางานเวลาจำกัด เกิดปั่นไม่ได้ตามเป้า
จะกร่อยเอาครับ
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้แหละคร้าบบบ
ขอบคุณทุกความสาหัส ที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น
-
peak101
- สมาชิก
- โพสต์: 88
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ก.พ. 2011, 08:12
- Bike: หมอบ 1 คัน
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ชัดเจนขึ้นมาก ขอบคุณมากครับ..giro เขียน:อันดับแรกคือต้องออกแรงที่บันไดให้เป็นก่อนครับ
จากนั้นฝึกปั่นที่รอบขาที่คงที่และใช้งานได้จริง
สุดท้ายคือเรือ่งของความทนทานอย่างที่มีท่านข้างบนบอกครับ ฝึกปั่นสบายๆนานๆ
ขอขยายความแต่ละหัวข้อนะครับ
อันแรกเรื่องการออกแรง ในการปั่นจริงๆเราไม่ออกแรงกดหรือย่ำเป็นพิเศษครับ การทำแบบนั้นทำให้ล้าได้งา่ยแม้ว่ากล้ามเนื้อกดดูจะมีแรงและใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ทว่าในความเป็นจริงขณะกดกล้ามเนื้อเล็กบางส่วนเช่นที่หน้าขาต้องรับแรงไปด้วย นานๆเข้าก็ล้า ยิ่งล้าเราก็ต้องขยับให้การกดมันหนักขึ้นๆจากสะโพก สุดท้ายสะโพกก็ตะคริวกินไปก่อนเพื่อน การออกแรงวงรอบการปั่นที่ดีจะทำได้ดีกว่า แต่ต้องฝึกฝนก่อนครับหากไม่ฝึกแล้วไปเจอกับเวลานานๆเลยก็จะแป้กเสียก่อน ฝึกก็"ม่ยากครับลองค้นๆดูครับ (พอดีทำงานไปด้วย ไม่สามารรถยาวได้ครับ ขออภัย)
เรื่องที่สองเรื่องรอบขาที่ใช้ได้จริง อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า รอบต่ำใช้กล้ามเนื้อมาก รอบสูงใช้หัวใจมาก ยิ่งสูงหัวใขบยิ่งทำงานมากกล้ามเนื้อยิ่งสด ทีนี้การปั่นเชิงสุขภาพและการแข่งขันเค้าเน้นหัวใขครับ ถ้าเพื่อสุขภาพก็เพื่อออกกำลังกายระบบไหลเวียนและการหายใจก็คือหัวใจและปอดนั่นเอง สำหรับการแข่งขันจำเป็นต้องถนอมแรงกล้ามเนื้อใว้เวลาจำเป็นครับทะเล่อทะล่าหนักมากไปถึงเวลากล้ามเนื้อหมดก็เสร็จ สำหรับการขี่ท่องเที่ยวระยะไกลหรือทัวริ่งแท้ๆ รอบขาไม่จัดขนาด 90-100 ครับ เพราะการขี่ที่ระยะทางไกลมากๆเป็นวันๆคืนๆ เค้าจะขี่แบบไม่ให้อะไรทำงานหนักเลยซักอย่าง รอบขาลดไปที่รอบสบายๆราวๆ 80 และไม่เน้นความเร็ว ไม่กด ควงไปเรื่อยๆสบายๆเบาๆ ต่างจากการปั่นเพื่อสุขภาพและการแข่งขันครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าท่าน จขกท. ปั่นแบบใหนครับ ระยะทางไกลที่ว่านี้ขี่กันเป็นวันหรือเปล่า หรือแค่ร้อย ร้อยกว่าๆ พวกนี้ขี่กันไม่เกิน ครึ่งวันครับ แต่ยังไงก็ต้องฝึกซ้อมมา ปั่นกันไม่ถึงขั้นทนทรมานอะไร
สุดท้ายคือเรื่องของการซ้อมความทนทาน จริงๆแล้วการขี่จักรยานใครก็ขี่เป็นวันได้ครับ อย่านับว่าเร็วแค่ใหนก็พอ แต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะ"ล้า" ครับไม่ใช่เหนื่อย ความล้าเกิดจากทั้งร่างกายส่วนบน ก้น และขา ในขาของเราขจณธปั่นจักรยานมีกล้ามเนื้อต่างๆทำงานมากมายมหาศาล กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ใช้งานเลยในชีวิตประจำวัน พอต้องออกไปทำงานนานๆมันก็ล้าก่อน พอมันทำงานหนักมากๆเข้ามันก็เรียกร้องพลังงานและการจัดการจากระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจก็ทำงานหนักขึ้นๆ จุดนั้นแม้จะผ่อนยังไงก็ตาม เราก็ยังรู้สึก"เหนื่อย" อยู่ดี ใครที่ปั่นแล้วยืดระยะไปเรื่อยๆจะเจอจุดนี้กันทุกคนครับ บางคนสุขภาพดีหน่อยยิงได้สองชั่วโมางก็ทำได้ แต่พอพ้นพิกัดไปแล้วจะเหนือ่ยล้าทันที ด้วยเหตุนี้การซ้อมความทนทานเชิงแอโรบิคจึงเข้ามามีส่วนสำคัญครับ ให้ลองหาพิกัดเวลาที่เราปั่นได้แล้วขยายออกไปเรือ่ยๆ ความเร็วไม่ใช่ประเด็นเลยครับ ปั่นไป ซอยไปเรื่อยๆ จากสองเป็นสาม เป็นสี่ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ หรือลองทำง่ายๆดังนี้ครับ ปั่นไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกล้ามากๆ ฟรีขาก็แล้ว ซอยขาก็แล้วยังไม่หายเหนื่อย นั่นแหละครับ ทนปั่นต่อไปอีกซักครึ่งชั่วโมงแล้วคูลดาวน์ (ย้ำนะครับอย่าปั่นเร็ว และต้องมีน้ำกินสม่ำเสมอนะครับ) ทำแบบนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ
- krawee
- ขาประจำ
- โพสต์: 446
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2008, 09:06
- Tel: 4โทร547อะไรน้อ
- team: ปั่นกะแฟน
- Bike: giant ขาวๆ
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ตรงประเด็นมากครับpeak101 เขียน:ชัดเจนขึ้นมาก ขอบคุณมากครับ..giro เขียน:อันดับแรกคือต้องออกแรงที่บันไดให้เป็นก่อนครับ
จากนั้นฝึกปั่นที่รอบขาที่คงที่และใช้งานได้จริง
สุดท้ายคือเรือ่งของความทนทานอย่างที่มีท่านข้างบนบอกครับ ฝึกปั่นสบายๆนานๆ
ขอขยายความแต่ละหัวข้อนะครับ
อันแรกเรื่องการออกแรง ในการปั่นจริงๆเราไม่ออกแรงกดหรือย่ำเป็นพิเศษครับ การทำแบบนั้นทำให้ล้าได้งา่ยแม้ว่ากล้ามเนื้อกดดูจะมีแรงและใหญ่กว่าส่วนอื่นๆ ทว่าในความเป็นจริงขณะกดกล้ามเนื้อเล็กบางส่วนเช่นที่หน้าขาต้องรับแรงไปด้วย นานๆเข้าก็ล้า ยิ่งล้าเราก็ต้องขยับให้การกดมันหนักขึ้นๆจากสะโพก สุดท้ายสะโพกก็ตะคริวกินไปก่อนเพื่อน การออกแรงวงรอบการปั่นที่ดีจะทำได้ดีกว่า แต่ต้องฝึกฝนก่อนครับหากไม่ฝึกแล้วไปเจอกับเวลานานๆเลยก็จะแป้กเสียก่อน ฝึกก็"ม่ยากครับลองค้นๆดูครับ (พอดีทำงานไปด้วย ไม่สามารรถยาวได้ครับ ขออภัย)
เรื่องที่สองเรื่องรอบขาที่ใช้ได้จริง อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่า รอบต่ำใช้กล้ามเนื้อมาก รอบสูงใช้หัวใจมาก ยิ่งสูงหัวใขบยิ่งทำงานมากกล้ามเนื้อยิ่งสด ทีนี้การปั่นเชิงสุขภาพและการแข่งขันเค้าเน้นหัวใขครับ ถ้าเพื่อสุขภาพก็เพื่อออกกำลังกายระบบไหลเวียนและการหายใจก็คือหัวใจและปอดนั่นเอง สำหรับการแข่งขันจำเป็นต้องถนอมแรงกล้ามเนื้อใว้เวลาจำเป็นครับทะเล่อทะล่าหนักมากไปถึงเวลากล้ามเนื้อหมดก็เสร็จ สำหรับการขี่ท่องเที่ยวระยะไกลหรือทัวริ่งแท้ๆ รอบขาไม่จัดขนาด 90-100 ครับ เพราะการขี่ที่ระยะทางไกลมากๆเป็นวันๆคืนๆ เค้าจะขี่แบบไม่ให้อะไรทำงานหนักเลยซักอย่าง รอบขาลดไปที่รอบสบายๆราวๆ 80 และไม่เน้นความเร็ว ไม่กด ควงไปเรื่อยๆสบายๆเบาๆ ต่างจากการปั่นเพื่อสุขภาพและการแข่งขันครับ ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าท่าน จขกท. ปั่นแบบใหนครับ ระยะทางไกลที่ว่านี้ขี่กันเป็นวันหรือเปล่า หรือแค่ร้อย ร้อยกว่าๆ พวกนี้ขี่กันไม่เกิน ครึ่งวันครับ แต่ยังไงก็ต้องฝึกซ้อมมา ปั่นกันไม่ถึงขั้นทนทรมานอะไร
สุดท้ายคือเรื่องของการซ้อมความทนทาน จริงๆแล้วการขี่จักรยานใครก็ขี่เป็นวันได้ครับ อย่านับว่าเร็วแค่ใหนก็พอ แต่ที่ทำไม่ได้นั้นเป็นเพราะ"ล้า" ครับไม่ใช่เหนื่อย ความล้าเกิดจากทั้งร่างกายส่วนบน ก้น และขา ในขาของเราขจณธปั่นจักรยานมีกล้ามเนื้อต่างๆทำงานมากมายมหาศาล กล้ามเนื้อบางส่วนไม่ได้ใช้งานเลยในชีวิตประจำวัน พอต้องออกไปทำงานนานๆมันก็ล้าก่อน พอมันทำงานหนักมากๆเข้ามันก็เรียกร้องพลังงานและการจัดการจากระบบไหลเวียนโลหิต หัวใจก็ทำงานหนักขึ้นๆ จุดนั้นแม้จะผ่อนยังไงก็ตาม เราก็ยังรู้สึก"เหนื่อย" อยู่ดี ใครที่ปั่นแล้วยืดระยะไปเรื่อยๆจะเจอจุดนี้กันทุกคนครับ บางคนสุขภาพดีหน่อยยิงได้สองชั่วโมางก็ทำได้ แต่พอพ้นพิกัดไปแล้วจะเหนือ่ยล้าทันที ด้วยเหตุนี้การซ้อมความทนทานเชิงแอโรบิคจึงเข้ามามีส่วนสำคัญครับ ให้ลองหาพิกัดเวลาที่เราปั่นได้แล้วขยายออกไปเรือ่ยๆ ความเร็วไม่ใช่ประเด็นเลยครับ ปั่นไป ซอยไปเรื่อยๆ จากสองเป็นสาม เป็นสี่ชั่วโมง ไปเรื่อยๆ หรือลองทำง่ายๆดังนี้ครับ ปั่นไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้สึกล้ามากๆ ฟรีขาก็แล้ว ซอยขาก็แล้วยังไม่หายเหนื่อย นั่นแหละครับ ทนปั่นต่อไปอีกซักครึ่งชั่วโมงแล้วคูลดาวน์ (ย้ำนะครับอย่าปั่นเร็ว และต้องมีน้ำกินสม่ำเสมอนะครับ) ทำแบบนี้เรื่อยๆ เดี๋ยวดีขึ้นเรื่อยๆเองครับ
ขอบคุณทุกความสาหัส ที่ทำให้ผมเติบโตขึ้น
-
Trinity
- ขาประจำ
- โพสต์: 113
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 17:47
- team: Bike & Beer
- Bike: เสือภูเขาประกอบตามใจฉัน, หมอบ Trek, หมอบวินเทจ, พับ Chevrolet
- ติดต่อ:
Re: ปั่นทางไกล พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ออกแรงกดลูกบันไดกันยังไงครับ
ขออนุญาตเพิ่มเติมในมุมของผู้หญิง เพราะ จขกท. เขียนว่าจะไปออกทริปกับแฟน (หวังว่าแฟนคงเป็นผู้หญิงนะคะkrawee เขียน:คือผมเคยออกทริปเกิน 80 km อยู่ 2 ครั้งครับ ไปกับทีมที่คุ้นเคยกัน
รู้สึกมันไม่หนักเกินไปถ้าเราขี่แบบรู้สภาพตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นการไปกลับในวันเดียวกัน
ที่นี่ผมวางแผนกับแฟนว่าจะไปแบบรอนแรม คือไปหาที่พักเอาข้างหน้า มันจึงต้อง
คำนึงถึงความสามารถ ระยะทางและเวลาขั้นต่ำที่เราจะทำได้ในแต่ละวันอย่างยิ่งสิครับ
เพราะต้องกำหนดวัน กำหนดที่พักล่วงหน้าได้ด้วย ไม่งั้นลางานเวลาจำกัด เกิดปั่นไม่ได้ตามเป้า
จะกร่อยเอาครับ
จึงเป็นที่มาของกระทู้นี้แหละคร้าบบบ
เคยปั่นเกิน 80 กม. อยู่ 2 ครั้ง และในแต่ละครั้งคือปั่นไปเช้า-เย็นกลับ ไม่ได้ปั่นต่อเนื่องหลายวัน การกำหนดระยะทางที่จะปั่นในแต่ละวันเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง และอย่าลืมกำหนดจำนวนวันที่จะปั่นด้วย เพราะการปั่นต่อเนื่องหลายวันไม่เหมือนกันนั้นมีอาการเหนื่อยล้าสะสมอยู่ในแต่ละวัน ซึ่งการพักฟื้นแค่คืนเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับคนไม่เคย
Trinity ก็เคยปั่นวันละ 80-90 กม.วันเดียวจบอยู่หลายครั้ง แต่พอออกทริปครั้งแรกแค่ 2 วัน วันแรก 95 กม. สบาย ๆ แต่พอวันที่ 2 ผ่านไปแค่ 80 กม. จาก 20 กม.จอดพัก กลายเป็น 10 กม. จอดพัก กว่าจะครบ 115 กม. ถึงที่หมายแทบอยากจะพักทุก ๆ 5 กม.เลยล่ะค่ะ
ขอให้ความเห็นว่าให้เริ่มออกทริปตั้งแต่เช้าตรู่ 6-7 โมงเช้า และจบทริปไม่เกิน 3-4 โมงเย็น เพื่อให้มีเวลาพักผ่อนนาน ๆ และการปั่นในช่วงกลางวันตั้งแต่ 11 โมง ถึงบ่าย 2 โมงอาจเจออากาศร้อนมาก (หรือมีโอกาสเจอฝนในช่วงนี้) ทำให้อ่อนเพลียเร็ว ยิ่งถ้าเจอทั้งแดดเจอทั้งฝน ก็มีอาจเป็นไข้ได้
ถ้าเป้าหมายคือการปั่นไปเที่ยว ให้เวลากับการจอดชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง ถ่ายรูป ทานอาหารอร่อยบ้าง ทริปแรก ๆ ยังไม่ต้องเครียดมากเรื่องระยะทาง อาจจะวันละ 80-100 กม. ใครจะว่าเราไม่เจ๋งก็ไม่ต้องสนใจ ปั่นตามสภาพร่างกาย ให้ร่างกายเป็นคนบอกว่าเราควรไปเร็วแค่ไหน ไกลแค่ไหน แล้วพอแกร่งขึ้นก็ค่อย ๆ เพิ่มระยะทางในทริปต่อ ๆ ไปเป็นวันละ 100 กว่า และ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ถ้าเป้าหมายคืออยากไปให้ไกลที่สุดเท่าที่ทำได้ ระหว่างทางมีอะไรบ้างก็ไม่รู้ สองตาเห็นแต่ล้อคันหน้า ก็ลุยไปเลยค่ะ
โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าออกทริปหลาย ๆ วัน Trinity ไม่ชอบวางทริปที่ร่างกายหมดสภาพในแต่ละวัน ชอบที่จะมีสภาพดี ๆ ได้นั่งคุย นั่งดื่มเบียร์คนละแก้วสองแก้วกับคนข้าง ๆ ทานอาหารได้อร่อย ได้ถ่ายรูปตามทางบ้าง ที่พักบ้าง และคิดว่าผู้หญิงคนอื่น ๆ ก็คงจะคิดเช่นเดียวกัน ไหน ๆ ก็ได้มาทำกิจกรรมที่ชอบกับคนที่รักแล้ว ก็อยากมีช่วงเวลาดี ๆ บ้าง ไม่ใช่ไปถึงที่หมายในแต่ละวัน ได้แต่ทานข้าวผัด Room Service แล้วก็หมดสภาพ
แต่ถ้าอยากซ้อมระยะทางไกล ๆ ก็จะเลือกเส้นทางที่คุ้นเคย ปั่นไป-ปั่นกลับ ไม่ต้องสนใจชมวิว ชมอะไรกันล่ะ ขอให้ได้ระยะทางที่ต้องการภายในเวลาอันสั้นที่สุด ถึงบ้านแล้วจะหมดสภาพก็ไม่เป็นไร
แถมอีกนิดค่ะ การปั่นนาน ๆ วันละหลาย ๆ ชั่วโมง หลาย ๆ วันติดต่อกัน ก็จะพบกับการเจ็บก้นด้วยค่ะ กางเกงก็ช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด ถึงขนาดกลับบ้านแล้วไม่อยากนั่งเก้าอี้เลยล่ะค่ะ อยากนอนอย่างเดียว
ไปปั่นที่ไหนกัน ถ่ายรูปมาอวดกันบ้างนะคะ...ขอให้สนุกกับการออกทริปค่ะ