TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

เชิญชวนเพื่อนๆมาออกทริปแบบกันเอง ไม่มีทีมงานจัดการปั่นอย่างเป็นระบบมากนัก ดูแลกันเองพอสมควรในหมู่เพื่อนฝูง

ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย

รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

รูปภาพ

ปั่นจักรยานชมกรุง ตามรอยประวัติศาสตร์

ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี


วันอาทิตย์ที่ 12 มิถุนายน 2554

07.00 น. พร้อมกันที่ สวนหย่อมริมแม่น้ำเจ้าพระยาใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าฝั่งธนบุรี ลงทะเบียน

08.00 น. ออกเดินทาง ใช้เส้นทางถนนบรมราชชนนี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอรุณอัมรินทร์ขึ้นสะพานอรุณอัมรินทร์

08.20 น. เดินทางถึง วัดอัมรินทราราม สักการะหลวงพ่อโบสถ์น้อย พระพุทธบาทล่าง ฟังเรื่องราวการสร้างบ้านแปงเมืองธนบุรี

09.00 น. ถึงวัดสุวรรณาราม วัดโบราณครั้งกรุงศรีอยุธยา สถานที่ประหารชีวิตนายทัพพม่างุยอคงหวุ่นและเหล่าทหารพม่านับพันชีวิต

09.30 น. ออกเดินทาง มุ่งหน้าสู่ศาลาแดงบ้านช่างหล่อ ฟังตำนานช่างหล่อพระพุทธรูป ชมคูเมืองฝั่งตะวันตก

10.00 น. แวะกรมอู่ทหารเรือ ฟังเรื่องศึกสงครามทางเรือ ชมกิจการและรับฟังภารกิจของกรมอู่ทหารเรือ

10.45 น. มุ่งหน้าสู่วัดอรุณราชวราราม ฟังประวัติหอพระในพระราชวังพระเจ้าตากสิน

11.15 น. เดินทางถึง วัดโมลีโลกยาราม (วัดท้ายตลาด)ฟังประวัติวัดในเขตพระราชฐาน และ ตลาดในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน

11.35 น. เดินทางถึง วัดหงส์รัตนาราม สักการะ และฟังประวัติ สมเด็จพระเจ้าตากสินช่วงสุดท้ายแห่งพระชนม์ชีพ ร่วมวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เหตุการณ์ในวันสวรรคต

12.00 น. ออกเดินทาง ตามเส้นทางถนนอรุณอัมรินทร์ เข้าถนนบรมราชชนนี

12.30 น. กลับถึงสวนหย่อมใต้สะพานสมเด็จพระ ปิ่นเกล้าโดยสวัสดิภาพ

:arrow: :arrow: นำทริปและวิทยากรบรรยาย โดย คุณต่อ ระพีพัฒน์ เกษโกศล และทีมงาน
:arrow: :arrow: ดูแลโดยคณะกรรมการ ผึ้งงาน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม เชิญคลิกค่ะ

รายการข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

สามารถร่วมกิจกรรมได้ทุกท่านไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ มาตามนัดได้เลยค่ะ
ระยะทางไม่เกิน 10 กม.


ทุกกิจกรรมมีจักรยานให้ยืมขี่ร่วมกิจกรรมฟรี 50 คัน
(สนใจรีบโทรจองสิทธิล่วงหน้าได้ที่ 02-612-4747 นะคะ วันร่วมกิจกรรมอย่าลืมติดบัตรประชาชนไปด้วยนะคะ)

ขอขอบคุณกองการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร และทีมวิทยากร คุณต่อ ระพีพัฒน์ เกษโกศล และทีมงาน


รูปภาพ
แก้ไขล่าสุดโดย จารุกัญญา TCHA เมื่อ 26 เม.ย. 2011, 14:09, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

รูปภาพ

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี หรืออีกพระนามหนึ่งที่พวกเรารู้จักกันคือ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประสูติเมื่อ วันอาทิตย์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ปีขาลฉศก จุลศักราช 1096 ซึ่งตรงกับวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2277 ทรงเป็นบุตรนายอากรบ่อนเบี้ยชาวจีน ชื่อ ไหฮอง กับนางนกเอี้ยง ซึ่งมีเคหสถานอยู่หน้าบ้านเจ้าพระยาจักรี สมุหนายก ในขณะคลอดเกิดอสุนีบาตผ่าลงตรงเสาดั้ง ณ เรือนคลอด และมีเรื่องเล่ากันว่าเมื่อคลอดได้ 3 วัน มีงูเหลือมใหญ่เลื้อยเข้าไปขดในกระด้งรอบตัวเด็กเป็นทักขิณาวัฎ โดยมิได้ทำอันตรายแก่ทารก ตั้งแต่ได้เด็กมา เจ้าพระยาจักรีได้ลาภผลเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นท่านจึงตั้งชื่อเด็กว่า "สิน"

เมื่อเด็กชายสินอายุได้ 5 ขวบ เจ้าพระยาจักรีนำไปฝากไว้กับพระอาจารย์ทองดี วัดโกษาวาส เพื่อศึกษาหนังสือไทย ขอม และพระไตรปิฏก ครั้นอายุได้ 13 ปี ก็ได้นำตัวไปถวายเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์ นายสินได้ศึกษาหาความรู้ในสำนักอาจารย์ญวน จีน และแขก ต่อมาอายุได้ 21 ปี ได้อุปสมบท และได้พบกับพระภิกษุทองด้วง (สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) พระภิกษุทั้ง 2 รูป แม้จะอยู่ต่างวัดกันก็ตาม แต่ก็เคยรู้จักคุ้นเคยกัน เพราะพระภิกษุทั้ง 2 ได้เดินไปรับพระราชทานการถวายบิณฑบาตในพระราชวังเป็นประจำ วันหนึ่งมีซินแสจีนคนหนึ่งเดินผ่านพระภิกษุทั้ง 2 รูป ซึ่งกำลังนั่งรอรับพระราชทานการถวายบิณฑบาต ซินแสผู้นั้นเดินเลยไปแล้วชะงักเดินกลับมาใหม่พร้อมกับหัวเราะเสียงดัง พระภิกษุทั้งสองก็ถามว่า ท่านหัวเราะอะไร ซินแสผู้นั้นก็บอกว่า ตนเป็นหมอดูลักษณะของบุคคล ที่ตนหัวเราะก็เพราะ


เกิดมาข้าพเจ้าไม่ เคยเห็น
สองสหายหลายประเด็น เด่นชี้
ภายน่าว่าจักเป็น ปิ่นกษัตร์
นั่งอยู่คู่กันฉนี้ แน่ล้วนชวนหัว ฯ


ซินแสได้ทำนายพระภิกษุองค์แรก คือพระภิกษุสินว่า


ชายใดไกรลักษณ์พร้อม เพราะองค์
ศักดิ์กษัตร์ถนัดทรง ส่งชี้
สมบัติขัติยมง คลครอบ ครองแฮ
ชายนั้น คือ ท่านนี้ แน่ข้าพเจ้าพยากรณ์ ฯ


ส่วนพระภิกษุองค์ที่ 2 คือ พระภิกษุทองด้วงนั้น ซินแสได้ทำนายว่า

ท่านเป็นบุรุษต้อง ตามลักษณ์ ล้วนแล
บุญเด่นเห็นประจักษ์ เจิดกล้า
จักสู่ประภูศักดิ์ สุรกษัตร์
สืบศุภวงศ์ทรงหล้า สฤษดิ์เลี้ยง เวียงสยาม ฯ



พระภิกษุทั้ง 2 รูป เมื่อได้ฟังคำทำนายก็บอกว่า ซินแสพูดเพ้อเจ้อ ล้อเลียนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อพระภิกษุสินลาสิกขาบทก็ได้กลับเข้ารับราชการ ต่อมาได้ตำแหน่งมหาดเล็กรายงาน ต่อมาในสมัยสมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ มหาดเล็กรายงานสินก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองตาก และเมื่อพระยาตากถึงแก่ อนิจกรรม จึงโปรดให้หลวงยกกระบัตรสินดำรงตำแหน่งพระยาตาก ราษฎรเมืองตาก จึงเรียกว่า พระยาตากสิน

เนื่องจากพระยาตากสินรับราชการด้วยความซื่อสัตย์ จึงโปรดให้เลื่อนเป็น พระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร ซึ่งเป็นเมืองเอกด่านหน้าศึกในสมัยนั้น แต่ในขณะนั้นพม่ายกทัพมาล้อมกรุงศรีอยุธยาพระยา วชิรปราการจึงได้ช่วยราชการศึกในกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าเอกทัศน์ทรงอ่อนแอในการสงคราม แม้แต่จะยิงปืนใหญ่ต่อสู้ข้าศึกนั้นจะต้องได้รับพระบรมราชานุญาต ทำให้พระยาตากสินท้อใจเห็นว่าไม่มีทางที่จะรักษากรุงศรี-อยุธยาไว้ได้แน่ จึงได้รวบรวมสมัครพรรคพวกฝ่ากำแพงเมืองด้านตะวันออกไป เดินทางผ่านเมืองนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง ซึ่งเมืองเหล่านั้นยินยอมเป็นสมัครพรรคพวก จนมาถึงเมืองจันทบุรี ซึ่งเป็นหัวเมืองใหญ่ชายทะเลตะวันออก เจ้าเมืองจันทบุรีไม่ยอมอ่อนน้อม พระยาตากสินจึงตัดสินใจตีเมืองจันทบุรีให้ได้ โดยสั่งให้ทหารเทอาหารมื้อเย็นทิ้งเสีย ให้ไปหากินเอาในเมืองจันทบุรี ถ้าไม่ได้ก็ต้องตายพร้อมกัน ด้วยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ของพระยาตากสิน ทำให้ทหารของพระยาตากสินตีเมืองจันทบุรีได้ พระยาตากสินก็สะสมเสบียงอาหารและเรือรบไว้ แล้วยกทัพมาตีเมืองธนบุรี สู้รบกับพม่าที่โพธิ์สามต้น และได้ชัยชนะยกทัพเข้ากรุงศรีอยุธยา พระยาตากสินเห็นว่าไม่ควรตั้งราชธานีที่กรุงศรีอยุธยาต่อไป จึงย้ายมาตั้งที่กรุงธนบุรี

รูปภาพ

พระยาตากสินได้ปราบดาภิเศกเป็นกษัตริย์ เมื่อ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2310 หลังจากนั้นได้ทรงปราบปรามก๊กต่าง ๆ ที่แตกแยกกันตอนเสียกรุงศรีอยุธยา คือ ก๊กเจ้าพระยาฝาง ก๊กเจ้าพระยาพิษณุโลก ก๊กเจ้านคร และก๊กเจ้าพิมาย

พ.ศ.2321 พระยาตากสินได้โปรดให้เจ้าพระยาจักรีเรียกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์ ลานช้าง หลวงพระบาง และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตและพระบางมา ยังกรุงธนบุรีด้วย

พ.ศ. 2323 เกิดจราจลในประเทศเขมร พระเจ้าตากสินจึงโปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ยกทัพไปปราบจราจลในเขมรพอดี กรุงธนบุรีเกิดจราจล เนื่องจากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีพระสติวิปลาสสำคัญว่าพระองค์ลุโสดาบัน จึงบังคับให้พระสงฆ์กราบไหว้ บรรดาขุนนางผู้ใหญ่ก็ข่มเหงรังแกราษฎร พระองค์จึงโปรด ให้พระยาสรรค์ไปปราบ แต่พระยาสรรค์กลับยกทัพจับสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีให้สละราชสมบัติ และบังคับให้ทรงผนวช ตัวพระยาสรรค์เองคิดจะเป็นผู้สำเร็จราชการ แต่เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพกลับมาจากเขมร บรรดาขุนนางผู้ใหญ่และราษฎรจึงอัญเชิญขึ้นครองราชย์สมบัติแทน และให้สำเร็จโทษสมเด็จพระเจ้าตากสินเสียเมื่อ วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 จึงเป็นอันสิ้นสุดรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าตากสิน ซึ่งมีระยะเวลา 15 ปีเท่านั้น

ด้วยคุณความดีของพระองค์ที่ทรงต่อสู้กอบกู้เอกราชของชาติไทย รัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทยจึงพร้อมใจกันขนานนามว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และได้สร้างอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ขึ้นที่วงเวียนใหญ่ ธนบุรี เมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2497 ตัวอนุสาวรีย์สูง 8.59 เมตร กว้าง 1.8 เมตร ยาว 3.50 เมตร มีรูปหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์เป็นรูปทรงม้า ทรงพระมาลา ยกกรข้างขวาชูดาบพร้อมที่จะเผชิญกับข้าศึกอย่างฉับพลัน ที่ฐานของอนุสาวรีย์มีคำจารึกว่า


อนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เฉลิมพระบรมราชกฤดาภินิหาร
แห่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พระองค์ผู้เป็นมหาวีรบุรุษของชาติไทย
ประสูติ พ.ศ. 2277 สวรรคต พ.ศ. 2325
รัฐบาลไทยพร้อมด้วยประชาชนชาวไทย
ได้ร่วมกันสร้างขึ้นประดิษฐานไว้
เมื่อวันที่ 17 เมษายน พุทธศักราช 2497
เพื่อเตือนใจให้ประชาชนชาวไทยรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงเพียร
พยายามปราบอริราชศัตรู กอบกู้เอกราชของชาติไทยให้กลับคืนดำรงอิสรภาพสืบมา


นอกจากนี้ทางราชการได้กำหนดให้วันที่ 28 ธันวาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสวยราชย์ปราบดาภิเษก เป็นวันถวายบังคมพระบรมรูปเป็นประจำทุกปี
พระราชบุคลิกลักษณะในการเป็นผู้นำทางทหาร

ตลอดพระชนมชีพของสมเด็จพระเจ้าตากสินเต็มไปด้วยการทำศึกสงคราม และตลอดเวลา 15 ปี ที่ กรุงธนบุรีได้เป็นราชธานีอยู่เกือบจะหาเวลาว่างสำหรับจะทรงบูรณะบำรุงกรุงธนบุรีไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นหัวใจของประเทศ ฉะนั้นธนบุรีจึงไม่มีอะไรเหลือเป็นสิ่งสำคัญเลย แม้พระราชวังก็ได้สร้างไว้ไกล้ๆ ป้อมโบราณ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทั้งนี้ก็เพื่อจะอาศัยป้อมเป็นเครื่องคุ้มครองอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เพราะขาดกำลังคน ขาดอาวุธ ขาดเงิน ขาดทรัพย์สมบัติดั้งเดิม ดูเหมือนจะขาดไปทุกอย่าง และหากจะนำไปเปรียบเทียบกับฐานะของหัวหน้าก๊กที่เป็นไทยด้วยกันอีก 5 ก๊กแล้ว จะเห็นว่าฐานะ ของพระองค์ท่านแย่กว่าเพื่อน เพราะไม่ได้อยู่ในราชสกุล หาคนนิยมอุดหนุนไม่ได้ ไม่มีภูมิลำเนาเป็นหลักฐานอย่างผู้นำก๊กอื่นๆ และไม่มีกระทั่งกำลังคนจะใช้สอย ขั้นแรกทรงมีเพียง 500 คน ไม่น่าจะทรงกระทำการใหญ่กอบกู้ประเทศได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อพิจารณาก็พบว่าสิ่งนั้นไม่ใช่อื่นใด คือ "พระราชบุคลิกลักษณะประจำพระองค์" หมายถึง "ลักษณะของพระราชอุปนิสัยและพระปรีชาสามารถประจำพระองค์" ที่ได้แสดงออกในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่าง ๆ

พระราชอุปนิสัยดีงามหลายอย่างของพระองค์ เฉพาะที่เกี่ยวกับทางทหาร ซึ่งได้ส่งเสริมให้พระองค์เป็นผู้นำทางทหารของไทยที่ดีเยี่ยมพระองค์หนึ่ง และถึงขั้นที่ถวายพระเกียรติเป็น "มหาราช" ได้บ้างเท่าที่พอจะมองเห็นในขณะนี้ก็คือ

1. ทรงมีพระทัยกล้าหาญ คุณลักษณะของผู้นำข้อนี้สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงมีอยู่เต็มเปี่ยม ในการนำทหารหนีวงล้อมของพม่าออกไปจากกรุงศรีอยุธยานั้น พม่าได้ส่งกำลังออกติดตาม แต่ก็ปรากฎว่าได้ทรงขี้ม้านำทหารออกตะลุมบอนกับข้าศึกถึง 3 ครั้ง ในการเข้าตีเมืองจันทบุรี ก็ทรงช้างเข้าทำลายประตูเมืองเอง ต้องถูกระดมยิง จากกำแพงราวกับห่าฝน นายท้ายช้างเกรงจะเป็นอันตรายต่อพระองค์จึงใช้ขอบังคับช้างให้ถอยออกมาให้ห่าง สมเด็จพระเจ้าตากสินขัดพระทัยทรงเหลียวมาเงื้อพระแสงจะฟัน นายท้ายช้างต้องทูลขอชีวิต แล้วไสช้างเข้าดันประตูเมืองจันทบุรีทะลายลง
เมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว ทรงมีกำลังทหารมากขึ้นและจัดเป็นกองทัพหน้าและทัพหลวงได้แล้ว ทุกครั้งเสด็จคุมทัพหลวงด้วยพระองค์เอง พอทัพหน้าปะทะเข้ากับข้าศึกจะรีบเสด็จไปทรงบัญชาการทัพหน้าส่วนพระองค์เองเกือบทุกครั้ง ทั้งนี้เพราะนอกจากจะได้ประโยชน์ที่ทรงเห็นเหตุการณ์ด้วยพระองค์เองแล้ว สามารถจะตรัสสั่งงานได้ทันท่วงที และเป็นตัวอย่างส่งเสริมกำลังใจแก่ทหารอีก โดยเหตุนี้เองที่ทำให้พระองค์ทรงถูกยิงเข้าที่พระชงม์เมื่อคราวรบกับหน่วยปฏิบัติพิเศษของ หลวงโกษา (ยัง) ณ ตำบลเกยชัย ถึงกับต้องถอยกลับพระนคร
นอกจากนั้น ในการอำนวยการรบยังทรงกล้าเสี่ยง หรือกล้าได้กล้าเสียอย่างน่ากลัวจะพลาดพลั้งอย่างยิ่งหลายครั้ง

2.ทรงสามารถตัดสินพระทัยแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้รวดเร็วและถูกต้องอย่างน่าอัศจรรย์ เรื่องนี้จะเห็นได้จากการรบที่บ้านพรานนก คือขณะที่พระองค์ทรงหยุดทหารพักเหนื่อยอยู่ตรงชายทุ่งเมื่อเวลา 16.00 นาฬิกา พม่ายกกำลังทางบกทางน้ำไล่เข้ามาจวนตัวทำอะไรแทบไม่ทันทั้งนั้น จึงตกลงพระทัยได้ทันทีว่า จะทรงแก้ไขสถานการณ์อย่างไร โดยทรงให้พวกกองเสบียงและข้าวของหนักยกล่วงหน้าไปก่อนสั่งให้วางรายปืนไว้ตรงช่องทางเดิน แล้วพระองค์เองทรงนำทหารไป ล่อทหารพม่า ทำอย่างนี้อยู่ 3 หน พม่าก็ถอยกลับและในตอนที่ทรงสั่งให้เอาอาหารและทุบหม้อข้าวทิ้งก่อนเข้าตีเมืองจันทบุรี ตรัสว่า "ถ้าตีเมืองจันทบุรีไม่ได้ก็ตายกันเสีย ให้หมดก็แล้วกัน" ทั้งนี้เพราะขณะนั้นคงตกอยู่ในฐานะอับจนจริง ๆ กำแพงเมืองจันทบุรีก็แข็งแรงมาก ทหารในเมืองก็มากกว่า สดชื่นกว่า อยู่ในกำบังดีกว่า เสบียงอาหาร ในหน่วยทหารของพระองค์ก็เหลือน้อยเต็มที จึงทรงแก้ไขเอาด้วยการเพิ่มกำลังใจให้แก่ทหารด้วยวิธีนั้นและแล้วก็สำเร็จ นี่เป็นตัวอย่างในการตัดสินพระทัยของพระองค์
ส่วนตัวอย่างการแก้ปัญหาในด้านการปกครองก็มีอยู่ คือ เมื่อประกาศตั้งเมืองธนบุรีขึ้นเป็นราชธานีแล้ว ราษฎรที่แตกกระสานซ่านเซ็นอยู่ในที่ต่าง ๆ ได้ชวนกันมาอยู่ในพระนครมากขึ้น จึงเกิดข้าวไม่พอกิน เพราะชาวบ้านไม่ได้ทำนาตามปกติถึง 2 ปี และยังถูกข้าศึกแย่งเอาไปเสียอีกมากข้าวจึงไม่พอกินอาจจะมีพ่อค้า ต่างเมืองเอามาขายบ้าง แต่ราษฎรก็กำลังสิ้นเนื้อประดาตัว จึงทรงแก้ไขง่าย ๆ อย่างที่ราชการสมัยนี้ทำกันคือทรงยอมเสียพระราชทรัพย์ซื้อข้าวถังละ 4 บาท 5 บาท พร้อมกับแจกเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มทันที เมื่อข้าวขายได้ราคาดีทำให้พวกพ่อค้าเอาข้าวและผ้าผ่อนมาขายมากขึ้น ราคาก็ถูกลง ทั้งทำให้พระองค์ได้รับคะแนนนิยมมีผู้เข้า มาสวามิภักดิ์ขึ้นเรื่อย ๆ

3. ทรงมีความอดทน ในการรบ ความอดทนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งอย่างหนึ่งของทหาร เพราะความเหน็ดเหนื่อยและอดหยากลำบากทางกาย ความคับแค้นทางใจที่เกิดขึ้นในระหว่างสงครามย่อมบั่นทอนกำลังกายและกำลังใจของทหารให้เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว โดยเหตุนี้ความอดทนจึงเป็นเครื่องสนับ สนุนความมีชัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงมีความอดทนทั้งทางกายและใจอย่างดียิ่ง จึงทรงแก้ปัญหาการรบที่ยาก ๆ เต็มไปด้วยอุปสรรคต่าง ๆ ให้คลี่คลายลงได้โดยเร็ว มิได้ทรงรอให้โชคชะตามาช่วยพระองค์เลย ตัวอย่างในเรื่องนี้จะเห็นได้ในคราวรบพม่าที่ตำบลบางแก้ว ราชบุรี เมื่อ พ.ศ.2317 และ ในตอนแรกเมื่อตีเชียงใหม่ได้แล้ว ขณะที่ประทับอยู่ที่เมืองตาก (ราว ๆ เขื่อนภูมิพลขณะนี้) ทรงทราบว่ากองทัพพม่าจะยกเพิ่มเติมเข้ามาอีก ก็ทรงร้อนพระทัย รีบลงเรือล่องจากเมืองตากมายังค่ายหลวงที่บ้านระแหง (ซึ่งอยู่ทางใต้ระยะทางเดิน 1 วัน) ตั้งแต่เวลา 2 ยาม กลางทางคงมืด เรืนชนตอล่มลง ต้องว่ายน้ำช่วยพระองค์เอง ขึ้นหาดแล้วต้องเดินด้วยพระบาทมาจนถึงบ้านระแหง เมื่อคราวรบกับกองทัพอะแซหวุ่นกี้ เมื่อ พ.ศ.2318 ที่ได้เมืองพิษณุโลกคราวเหตุการณ์คับขันค่ายชั้นที่ 3 ที่บ้านกระดาน ถูกพม่าล้อม พระองค์ต้องเสด็จดำเนินด้วยพระบาทจากค่ายขั้นที่ 2 ที่บ้านท่าโรง เพื่อขึ้นไปทอดพระเนตรเหตุการณ์ด้วยพระองค์เอง ขากลับก็เสด็จพระราชดำเนินด้วย พระบาทเช่นกัน ถ้าเป็นบุคคลธรรมดาเดินเท้าเกือบ ๆ 15 กิโลเมตร ก็ไม่แปลกอะไร แต่บุคคลชั้นพระเจ้าแผ่นดินเสด็จพระราชดำเนินด้วยพระบาทมาไกล ๆ เช่นนี้หากไม่ได้ง่ายนัก
ในการบัญชาการทัพอยู่ที่บ้านปากพิง ใต้เมืองพิษณุโลกลงมา ระยะทางราววันหนึ่งเต็ม ๆ นั้นก็ได้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีความอดทนอย่างประหลาด ด้วยพระองค์ต้องคอยฟังข่าวจากเมืองพิษณุโลก ที่อยู่ทางเหนือ และทางกรุงธนบุรี, เมืองเพชร, เมืองกุย และเมืองปราณที่อยู่ทางใต้อยู่จนกระทั่งยุบกองบัญชาการซึ่งเป็นเวลา ถึงเดือนครึ่ง จากรายละเอียดในพงศาวดารจะเห็นว่า ระหว่างนั้นพระองค์แทบจะไม่มีเวลาบรรทมและทรงปลีกพระองค์ไปจากกองบัญชาการได้เลย เพราะสายการข่าวที่ ทรงวางไว้อย่างดี ได้นำข่าวทะยอยเข้ารายงานเป็นจำนวนมาก แต่ทรงสั่งการแก้ไขเหตุการณ์ไปได้ทันทีตลอดเวลา

4. ทรงมีพระทัยรักความยุติธรรมและเหตุผล มีเหตุการณ์อยู่หลายครั้งที่แสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ทรงยอมใช้พระราชอำนาจตามพระราชหฤทัย ก่อนที่จะได้ผ่านพระราชวินิจฉัยเป็นอย่างดีเสียก่อนเสมอ ดังจะเห็นได้จากคราวยกทัพไปปราบก๊กเจ้านครศรีธรรมราช เมื่อ พ.ศ.2312 ครั้นตีเมืองนครและจับตัวเจ้านครได้แล้ว พวกลูกขุนปรึกษากันวางโทษให้ประหารชีวิต แต่สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีไม่ทรงเห็นด้วย ตรัสว่า "เวลาบ้านเมืองแตกใคร ๆ ที่มีกำลังก็หมายจะเป็นใหญ่ด้วยกันทั้งนั้น เจ้านครยังไม่เคยเป็นข้าของใครมาก่อน ถึงจะคิดรบพุ่งต่อสู้ ก็จะถือเป็นความผิดมิได้ และเมื่อจับได้เจ้านครก็อ่อนน้อมโดยดี จะขอเอาตัวไปใช้ในกรุง" และโดยเหตุนี้เอง พระองค์ก็ได้คนดีเอาไว้เป็นกำลังอีกผู้หนึ่ง แม้เมื่อคราวมีผู้ฟ้องว่าในขณะที่กำลังประทับอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราชนั้น พระยาอภัยรามฤทธิ์และพระยาอนุชิตราชา ยกทัพกลับจากเขมร เป็นการขัดพระบรมราชโองการที่ตรัสสั่งให้ยกกำลังไปตีเขมรแต่เมื่อพระยาอนุชิตราชากราบทูลว่า การที่ยกกองทัพกลับเข้ามาเพราะพระองค์เสด็จไป ตีหัวเมืองปักษ์ใต้เป็นเวลานานมาก และมีข่าวลือว่าทรงสิ้นพระชนม์เสียแล้ว คนทั้งสองจึงรีบยกกองทัพกลับมาป้องกันพระนคร ไม่ยอมเป็นข้าผู้อื่น เมื่อได้ทรงฟังเหตุผลแล้ว ก็หายกริ้ว ตรัสสรรเสริญว่า "ควรแล้ว" ดังนี้เป็นต้น พระราชคุณธรรมข้อนี้เองที่ทำให้ทหารไว้ใจในพระองค์ แม้เลือดเนื้อและชีวิตก็ยอมที่จะสละให้ได้
ยุทธวิธีของสมเด็จพระเจ้าแผ่นดิน

ความรู้ที่ได้ถ่ายเทมาจากครูชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างชาวโปรตุเกสและชาวฝรั่งเศส ได้ทำให้วิธียุทธในสมัยกรุงธนบุรีก้าวหน้าและแปลกต่าง ไปมากดังจะยกเอาแต่ที่แปลกๆ และเด่น ๆ ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงใช้ มีดังนี้

1. กองทัพที่เกิดใหม่ กองทัพนี้หมายถึง "กองทัพเรือ" ตามที่จริงกองทัพกรุงศรีอยุธยารู้จักใช้เรือในการรบมานานแล้ว แต่ใช้เพียงเป็นพาหนะเคลื่อนย้ายกำลังทหารและสัมภาระเท่านั้น
กองทัพเรือได้เริ่มมาจัดขึ้นเป็นรูปกองเรือรบและใช้รบได้ผลก็ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินดังในเรื่อง "ไทยรบพม่า" กล่าวว่า "พอถึงเดือน 11 ปีกุน พ.ศ. 2310 สิ้นมรสุม เจ้าตากต่อเรือรบได้ 100 ลำ รวบรวมทหารทั้งไทยจีนได้ประมาณ 4,000 ก็ยกกองทัพเรือออกจากจันทบุรีในเดือน 11 นั้น" เป็นอันว่ากองทัพเรือไทยได้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าตากสินนี้เอง

2. ทรงเปลี่ยนแปลงแผนสงคราม ตั้งแต่เดิมมานั้นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยานิยมใช้ตัวกรุงศรีอยุธยาเป็นที่มั่นตั้งรับข้าศึกเสมอ
แต่ในสมัยกรุงธนบุรีนี้ สมเด็จพระเจ้าตากสินไม่ทรงยอมใช้พระนครเป็นที่ตั้งรับต่อไป ทั้งนี้อาจจะเนื่องด้วยว่า ปืนใหญ่สมัยนี้มีอำนาจยิ่งขึ้นในระยะยิง และความแม่นยำในการทำลาย การตั้งรับที่คอยให้ข้าศึกลากเอาปืนใหญ่เข้ามาตั้งยิงชายพระนครนั้น ย่อมทำให้ทรัพย์สินและชีวิตราษฎรข้างหลังพลอยเสียหายล้มตายและ ทำมาหากินไม่ได้ พลอยทำให้ขวัญไม่ดีไปด้วยอย่างหนึ่ง วิธีการรบด้วยการตั้งรับเช่นนั้นย่อมเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะต้องคอยแก้ปัญหาที่ฝ่ายข้าศึกบุกขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ไม่มี อิสระ หนทางที่จะได้ชัยชนะจึงแทบจะไม่มีเวลาเอาเสียเลย ดังนั้นจะสังเกตุได้ว่า เมื่อทราบว่าข้าศึกยกมา สมเด็จพระเจ้าตากสินจะทรงส่งกำลังส่วนย่อยออกไปยับยั้งไว้ตั้ง แต่ระยะไกล ๆ แล้วจะทรงยกกำลังส่วนใหญ่ (หรือทัพหลวง) ตามออกไปทำลายล้าง ดังนั้นจึงกล่าวได้ตลอดรัชสมัยของพระองค์ ไม่เคยมีกองทหารข้าศึกเข้ามาถึงชาน พระนครแม้แต่ครั้งเดียว และแผนสงครามที่กล่าวนี้ได้เป็นแบบอย่างถ่ายทอดไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อ ๆ มาทรงนำมาใช้

3. ใช้ปืนใหญ่สนับสนุนการรบกว้างขวางขึ้น ในปลายสมัยอยุธยากิจการปืนใหญ่ในประเทศไทยก้าวหน้าไปมาก ทั้งเทคนิคในการสร้าง และการใช้ในการรบ สมเด็จพระเจ้าตากสินได้ทรงใช้ปืนใหญ่สนับสนุนในการรบอย่างกว้างขวางและได้ผลดียิ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยุทธในสมัยนี้ก้าวหน้าไปไกลมาก ทหารจะออกไปตั้งค่ายไม้ไผ่โดดเด่นอยู่กลางทุ่ง เหมือนสมัยอยุธยาไม่ได้อีกแล้วจะต้องขุดคูกำบังลูกกระสุนเข้าไปไกล้ตัวข้าศึกให้มากที่สุดที่จะมากได้ แล้วจึงตรูกันขึ้นจากคู กำบังใช้อาวุธสั้นตะลุมบอน การรบที่เป็นตัวอย่างได้ดีก็คือการรบเพื่อป้องกันเมืองพิษณุโลกของเจ้าพระยาจักรีและพระยาสุรสีห์เมื่อ พ.ศ. 2318 บังเอิญแม่ทัพพม่าที่อำนวยการ ล้อมคือ อะแซหวุ่นกี้ แม่ทัพอายุ 72 ปี ของพม่าผู้นี้ได้มาพบคู่ต่อสู้ที่มีฝีไม้ลายมือในการรบเยี่ยมยอดเท่าเทียมกัน คือ พระยาจักรี ทั้งสองฝ่ายจึงได้แสดงความชัดเจนออกมาให้เห็น ที่น่าสนใจและถือเป็นบทเรียนก็ได้คือเมื่อต่างฝ่ายทำอะไรกันไม่ได้ ต่างก็วางแนวขุดคูวางกำลังยืนกันอยู่ จะใช้ปืนใหญ่ช่วยก็ทำได้ยาก เพราะสมัยนั้นเป็นปืนใหญ่กระสุนวิถีตรง เป็นส่วนมาก ต่อมาทั้งสองฝ่ายจึงใช้วิธีขุดคูกำบังตัวเข้าหากันเป็นสาย ๆ พอคูทะลุถึงกันก็ใช้อาวุธสั้นตะลุมบอนกัน แต่ก็ไม่ได้ผลเด็ดขาดอะไร ต่างก็แก้ไขเหตุการณ์ได้ ดังนี้ จะเห็นว่าการรบที่เรียกว่า "สงครามนอกสนามเพลาะ" ซึ่งใช้กันในสงครามโลกครั้งที่ 1 นับเป็นปี ๆ นั้นในสมัยธนบุรีไทยกับพม่าได้นำมาใช้ก่อนแล้ว

4. การจัดกองทัพ สังเกตได้ว่าการจัดกองทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินนี้ได้รับการแก้ไขปรับปรุงใหม่ แตกต่างกับที่เคยใช้กันมาในครั้งก่อน ๆ มาก ดังจะได้ยกมาเล่าให้เป็นอย่างๆ ไป

ก. การจัดขบวนทัพ ในการจัดขบวนทัพของกรุงศรีอยุธยาในสมัยก่อน ๆ ได้จัด กำลังออกเป็น 3 ส่วน คือ กองทัพหน้า กองทัพหลวง และ กองทัพหลัง
แต่ในสมัยกรุงธนบุรีนี้ กองทัพหลังหายไป ไม่ทรงจัด มีแต่กองทัพหน้าและกองทัพหลวง ทั้งนี้อาจจะเป็นด้วยกำลังไม่พอจัดก็เป็นได้ สมเด็จพระเจ้าตากสินจึง เอาส่วนสัมภาระเลี้ยงดู และส่วนช่วยรบอื่น ๆ มาไว้กับกองทัพหลวง กองทัพหลวงต้องช่วยคุ้มครองหน่วยสัมภาระและกองพาหนะให้ด้วย
นอกจากนั้นภายในกองทัพหลวงยังทรงจัดกองปืนใหญ่หนุนทั่วไปขึ้นพิเศษกองหนึ่ง ทั้งนี้เพราะไม่อาจจะจัดหน่วยปืนใหญ่ไปประจำอยู่ตามหน่วยรบย่อยที่ แยกออกไปปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ ได้ ด้วยมีจำนวนปืนใหญ่จำกัด จัดรวมไว้เป็นส่วนกลางหน่วยเดียวเหมาะกว่า ในเวลารบหากด้านไหนถูกข้าศึกรบกวนหนักก็จะทรงส่งกองปืน ใหญ่นี้ไปช่วยยิงกั้นทางให้ และถ้าจะเข้าตีค่ายก็จะส่งไปช่วยยิงทำลายค่ายเบิกทางให้ก่อน ในการรบที่เมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.2318 นั้นทรงใช้ "กองปืนใหญ่เกณฑ์หัด" ซึ่งมีกำลังประมาณ 200 คน เป็น "กองปืนใหญ่หนุนทั่วไป" ช่วยหน่วยรบ 2 หน่วยที่เคลื่อนที่คร่อมแม่น้ำแควใหญ่ตั้งแต่ปากพิงไปถึงพิษณุโลก

ข. การจัดขบวนรบ หรือการจัดขบวนสำหรับที่จะรบ น่าแปลกที่ขบวนรบที่สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงนำมาใช้ในคราวรบกับกองทัพอะแซหวุ่นกี้ ที่เมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ.2318 นั้นช่างมีพระราชดำริ (หรือที่พูดกันอย่างสมัยใหม่ว่าแนวความคิด) เหมือนกับการจัดขบวนสงครามสมัยใหม่นี้มาก คือได้วางกำลังเป็นแนว ๆ ซ้อนกันในทางลึกดังจะเห็นว่าทีแรกทรงวางแนวของกองทัพหลวงไว้ที่บ้านปากพิงห่างจากเมืองพิษณุโลก ที่กองทัพพิษณุโลกในการบังคับบัญชาของสมเด็จพระยาจักรีกำลัง ขับเคี่ยวกับกองทัพของอะแซหวุ่นกี้ที่ลัอมอยู่โดยรอบ จากบ้านปากพิงถึงพิษณุโลกห่างราว 20 กิโลเมตร ระหว่างตำบลทั้งสองนี้ได้ทรงวางแนวทหารคร่อมลำน้ำน่านไว้ 5 แนว เฉลี่ยแล้วแต่ละแนวห่างกันราว 4 กิโลเมตร และระหว่างแนวเหล่านี้ได้ให้ทำทางริมแม่น้ำเพื่อให้ติดต่อกันสะดวกโดยตลอด การวางกำลังไว้เป็นชั้น ๆ ในทางลึกหลาย ๆ ชั้นเช่นนี้ ย่อมจะป้องกันมิให้ข้าศึกเข้าตีทะลุทะลวงเข้ามาถึงกองบัญชาการกองทัพที่บ้านปากพิงได้ง่าย สมมุติว่าเข้าตีแนวแรก ๆ คือแนวที่ 1 และที่ 2 สำเร็จทะลุเข้ามาได้ แต่ถึงแนวที่ 3 เข้าข้าศึกก็หมดแรงถูกแนวที่ 3 ทำลายได้หมด

5. การวางสายข่าว สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงเห็นความสำคัญของการหาข่าว การส่งข่าวมาให้ทรงทราบว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง จึงทรงวางพิธีการไว้อย่างดี โดยเหตุนี้ทุกคราวที่พระองค์ทรงเป็นแม่ทัพที่บัญชาการรบทุก ๆ สงครามจะมีข่าวจากที่ต่าง ๆ ทั้งไกลและใกล้หลั่งไหลมาสู่พระองค์ไม่ขาดสาย ดังจะเห็นได้ชัดในคราวสงครามเมืองพิษณุโลกที่เคยยกตัวอย่างมาแล้วนั่นเอง ที่กองบัญชาการของพระองค์ที่บ้านปากพิงนั้น จะมีข่าวการรบจากในเมืองพิษณุโลกเล็ดลอดมาถึง พระองค์ ข่าวจากแนวหน้าทุกแนว ข่าวจากกรุงธนบุรี และข่าวทางไกลจากเมืองเพชรบุรี ราชบุรี ด่านแม่สอด ด่านเจดีย์สามองค์ จะมาสู่พระองค์ท่านตลอดเวลา และแล้วก็ทรง พิจารณาสั่งการไปได้ทันที เช่นเมื่อทรงทราบว่ามีทหารยกเข้ามาทางด่านแม่สอดตรงมาทางเมืองตาก ก็ทรงสั่งกองทหารออกไปสกัดทันที เมื่อทรงมีข่าวว่ามีกำลังพม่าเข้ามาป้วน เปี้ยนอยู่ที่เพชรบุรี ก็ทรงสั่งกำลังจากกองทัพหลวงส่วนหนึ่ง ยกไปป้องกันกรุงธนบุรีและทรงสั่งทหารหน่วยอื่นไปทำลายทหารพม่าหน่วยนั้น จะเห็นว่าในการรบคราวนั้นทรง ส่งกำลังจากทัพหลวงออกไปเรื่อย ๆ จนน่ากลัวว่ากองทัพหลวงจะหมดกำลังทีเดียว เพราะมีกำลังน้อยอยู่แล้วแต่ก็ทรงกล้าเสี่ยงอย่างหมิ่นเหม่
การที่ทรงสั่งการไปได้รวดเร็วทันเวลาเช่นนี้ ก็เพราะทรงได้รับข่าวจากสายการข่าวที่ทรงวางไว้เป็นอย่างดีนั้นเอง

6. การหน่วยสนับสนุน (หรือหน่วยช่วยรบ) ได้แก่กองเสบียง กองยานพาหนะ และอื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวกับการรบ แต่จำเป็นสำหรับการบำรุงเลี้ยง ดูและลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์จากข้างหลัง คือจากภายในมายังแนวหน้า ในเรื่องนี้สมเด็จพระเจ้าตากสินทรงจัดแปลกไปกว่าในสมัยอยุธยา และถูกต้องตามหลักการอย่างยิ่ง
ในสมัยอยุธยานั้น เมื่อกองทัพจะยกไปรบทางใดจะมีคำสั่งจากในกรุงออกไปเกณฑ์ให้หัวเมืองรายทางที่กองทัพจะผ่าน เคลื่อนกำลังคน เสบียง พาหนะต่าง ๆ ซึ่งรวมทั้งเกวียน เรือ และช้าง ม้า วัว ไว้คอยช่วยเหลือลำเลียงให้เป็นทอด ๆ ถ้าเป็นอาหารก็มอบให้เลย หมายความว่ากองทัพจะยกไปฝากท้องไว้กับชาวบ้านตามทาง

แต่ในสมัยธนบุรีนี้จะทำเช่นนั้นได้ยากเพราะบ้านเมืองเพิ่งพ้นจาก "บ้านแตกสาแหรกขาด" มาใหม่ ๆ ข้าวปลาอาหารตามหัวเมืองต่างยังไม่สมบูรณ์ การเรียกเกณฑ์จึงได้ผลไม่แน่นอนทั้งจะเป็นการไปรับแกชาวบ้านท้องถิ่น สมเด็จพระเจ้าตากสินจึงใช้วิธีใหม่ คือ ลำเลียงไปจากในกรุงเลย ฉะนั้นจึงเกิดมีกองเสบียงรวมอยู่ ในทัพหลวงอีกอย่างหนึ่ง นอกจากนั้นเนื่องจากสมัยของพระองค์ท่านนี้ เรามีเรือมากแล้ว จึงทรงพยายามลำเลียงหน่วยทหารในเขตหลังที่ปลอดจากถูกข้าศึกโจมตีเรือมากที่สุด เพราะนอกจากจะลำเลียงไปได้คราวละมาก ๆ แล้ว ยังเป็นการออมกำลังทหาร จะได้ไม่เหน็ดเหนื่อยเป็นการได้เปรียบแก่ข้าศึก

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก http://kanchanapisek.or.th/kp8/culture/bkk/bkk211.html
รูปประจำตัวสมาชิก
siamman18
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1204
ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2009, 14:38
team: ปั่นไปเรื่อย
Bike: Jamis X2; GT Transeo 4.0,caad 10 ,lapierre 400
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย siamman18 »

อนุสาวรีย์ของ พระเจ้าตากสิน ท่าน นี่กว่าจะได้สร้างนี่ เป็น การร่าวมกันโหวตของเหล่าประชาชน และผู้แทนราษฏร ฝั่งธนบุรีทั้งสิ้นเลย
กว่าจะได้สร้างแทบตาย...
รูปประจำตัวสมาชิก
bichun@sanook.com
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2439
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 13:10
Tel: 0891480005
team: ไบชุน
Bike: nohave
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย bichun@sanook.com »

ไปด้วยครับ :)
ไบชุนvsจักยาน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=376323
โอนเงิน
ไทพานิด 089-2-00062-2 บุญชัย เกาะไพศาล
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

แผนที่จุดนัดหมาย..

- จุดนัดหมายคือบริเวณสวนหย่อมซึ่งอยู่ใต้สะพานฯ ติดแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี

- สถานที่จอดรถ

1. จอดรถได้ที่ช่องทางคู่ขนาน ของถนนบรมราชชนนี ทั้งฝั่งขาเข้า และฝั่งขาออก

2.ลานจอดรถวัดดุสิตาราม(จากริมแม่น้ำไปตามถนนบรมราชชนนี ฝั่งขาออก ประมาณ 100 เมตร)


รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Praifon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1360
ลงทะเบียนเมื่อ: 27 มิ.ย. 2010, 21:13
Tel: 0636499929 Prai
team: Novice of BKK Bike Trainee
Bike: ซาเล้งเก่าๆ
ตำแหน่ง: บนโลกใบนี้

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย Praifon »

:D
ไปด้วย 1ที่ครับ


ขายปลาคาร์ฟนอกนำเข้าทั้งปลีกและส่งติดต่อสอบถามได้ 0636499929 หรือไอดีไลน์19323054
.....
รูปประจำตัวสมาชิก
bichun@sanook.com
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2439
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 13:10
Tel: 0891480005
team: ไบชุน
Bike: nohave
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย bichun@sanook.com »

จองจักรยาน 2 คัน 12 มิย 54
1 บุญชัย เกาะไพศาล (089-148-0005)
2 ประสิด พิรุนโปย
ตามรอยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี :P
แก้ไขล่าสุดโดย bichun@sanook.com เมื่อ 14 พ.ค. 2011, 21:49, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ไบชุนvsจักยาน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=376323
โอนเงิน
ไทพานิด 089-2-00062-2 บุญชัย เกาะไพศาล
รูปประจำตัวสมาชิก
Mr.Hanaga
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 307
ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2010, 11:34
Tel: 0818269139
Bike: KHS T33 สีส้ม / Pivot M5.7
ตำแหน่ง: บางกอกและปริมลฑล

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย Mr.Hanaga »

ไม่ทราบว่าจักรยานมีเบาะนั่งด้านหลังไหมครับ
จะได้พาลูกไปด้วยครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
ton-pongphun
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 217
ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ธ.ค. 2009, 21:52
Tel: 081-403-6672
team: ปั่นกับคุณภรรยา..ครับ...
Bike: Rocky Mountain Vertex 10
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย ton-pongphun »

รูปภาพ

จักรยานไม่มีเบาะนั่งด้านหลังครับ..ถ้าน้องเล็กมากอาจจะไม่ค่อยสะดวกครับ...

ทริปที่แล้ว..ตามรอยสกุลบุญนาค ได้เก็บเกี่ยวความรู้ทางประวัติศาสตร์มากมายเลยครับ ทริปหน้าขอไปด้วยอีกครับ...
:D
รูปประจำตัวสมาชิก
ooz
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 76
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2008, 01:29
Tel: (O88)66I-5588
team: Likevelo
Bike: Giant NRS XTC, Giant VT2, Giant XTC, Cannondale Badboy, Parlee TTi

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย ooz »

ขอไปด้วย 2 คน 1 คันอีกเช่นเคยครับผม
ทริปที่แล้วตามรอยสกุลบุญนาคก็ได้ไปร่วมมาพร้อมกับลูกชายครับ
วิทยากรมีความรู้มากมายครับ เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกทุกท่านก็น่ารักมากครับ ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ
:D :) :lol: :P :mrgreen:
แอ๊พ LikeVelo บน iPhone และ Android แอ๊พเพื่อนคู่กายชาวจักรยานของไทย พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้

App Store --> https://itunes.apple.com/th/app/likevel ... 48018?mt=8

Play Store --> https://play.google.com/store/apps/deta ... fe4a3d.app
รูปประจำตัวสมาชิก
ooz
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 76
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2008, 01:29
Tel: (O88)66I-5588
team: Likevelo
Bike: Giant NRS XTC, Giant VT2, Giant XTC, Cannondale Badboy, Parlee TTi

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย ooz »

คุณMr.Hanaga ครับ ลูกกี่ขวบแล้วล่ะครับ ของผมลูกชาย 4 ขวบ(คนริม) พอดีจักรยานผมเอามาเองมีที่นั่งเด็ก เลยสบาย
ทริปที่แล้วมีพี่ผู้หญิงคนนึง(คนริม)ใช้จักรยานฟรีของกทม. พกลูกชายวัย 2ขวบครึ่งมาด้วย (คนกลาง) โดยให้ลูกแกยืนบนตัวถังตรงกลางแล้วเอามือจับแฮนด์ไว้ ก็มาได้จนจบทริปเลยนะครับ นับถือ
ไฟล์แนบ
photo.JPG
photo.JPG (40.94 KiB) เข้าดูแล้ว 1043 ครั้ง
แอ๊พ LikeVelo บน iPhone และ Android แอ๊พเพื่อนคู่กายชาวจักรยานของไทย พร้อมให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ววันนี้

App Store --> https://itunes.apple.com/th/app/likevel ... 48018?mt=8

Play Store --> https://play.google.com/store/apps/deta ... fe4a3d.app
รูปประจำตัวสมาชิก
banchay
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 121
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2011, 11:35
Tel: 083-2510253
team: ไร้สังกัด
Bike: merida / SPECIALIZED E5

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย banchay »

ไปด้วยครับ กิจกรรมดีๆ ไม่พลาดแน่
รูปประจำตัวสมาชิก
จารุกัญญา TCHA
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2316
ลงทะเบียนเมื่อ: 22 พ.ค. 2010, 01:21
Tel: 087-719-4227
team: สมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย TCHA

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย จารุกัญญา TCHA »

รายชื่อผู้ยืมจักรยาน
1-10.คุณชัชมนต์ สมาร์ท 081-615-1818 ยืม 10 คัน
11.ญาณิศา เอกมหาชัย 089-123-6001 (ทั้ง4ครั้ง)
12.อานันท์ บัณฑุกุล (ทั้ง4ครั้ง)
13.จุฬาลักษณ์ จิตตดีชัย 081-857-5051 (ทั้ง4ครั้ง)
14.ศรีสมร ทองพยงค์ (ทั้ง4ครั้ง)
15.อมรรัตน์ คูสกุลสมศักดิ์ (ทั้ง4ครั้ง)
16.นายกำพล ชเนศวร (ทั้ง4ครั้ง)
17.กัญญพัฒน์ บัณฑุกุล (ทั้ง4ครั้ง)
18.ศศิโสภิณ สวนยิ้ม
19.ศศิโสภา สวนยิ้ม
20.กมล เสียงเพราะ
21.สังวาล เขียวรอด
22-23.ธนัชอร พิพัฒน์ธนพงศ์ 2 คัน
24.จรรยาณี วิสุทธิกุลพาณิชย์
25.จุไรพร วิสุทธิกุลพาณิชย์
26.ปวีณา เอี่ยมพิกุล
27.สุจิตตรา สะอาดใจ
28.นฤพร โชคสมบูรณ์ชัย
29-30.ประดับ ศรีเพชร 2 คัน
31-33.พันทิวา ดอกเรียง 3 คัน
34.พัชรีวรรณ ไชยอนิรุทธ์
35.นัทกฤษ ยอดราช
36.น.ส.รุ่งนภา ตะวันรอน
37.นิสานาถ ศุภจรรยา 1 คัน
38.อำนาจ ส่งอุไรล้ำ 1 คัน
39.กัณณ์หทัย จิระชัยชยานนท์ 1 คัน
40.สรายุทธ รัตนธรรม 1 คัน
41.นางสาวสมถวิล บุญน้อม 1 คัน
42.นายเสงี่ยม รอดแรม 1 คัน
43.ด.ช.พีรศิลป์ พวงพิกุล 1 คัน
44.นางสาววีณา ไวยรุฒ 1 คัน
45.คุณ วรายุ สินธุสาร ขอจองจักรยาน 1 คันครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
bichun@sanook.com
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2439
ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2009, 13:10
Tel: 0891480005
team: ไบชุน
Bike: nohave
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย bichun@sanook.com »

ไปด้วยครับ
บุญชัย เกาะไพศาล 1 คัน
ประสิด พิรุนโปย 1 คัน
ไบชุนvsจักยาน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=376323
โอนเงิน
ไทพานิด 089-2-00062-2 บุญชัย เกาะไพศาล
รูปประจำตัวสมาชิก
SP26_tum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1748
ลงทะเบียนเมื่อ: 17 เม.ย. 2009, 17:07
Tel: 0876791441 023381452
team: บางกะปิหวานเย็น @ ปั่น เว้ย เฮ้ย ..
Bike: LA LG .เหล็กแท้ๆ.....
ตำแหน่ง: 1858 บางนา กทม 10260
ติดต่อ:

Re: TCHA ชวนปั่น อาทิตย์ 12 มิ.ย.54 ปั่นชมกรุงฯตามรอยประวัติศาสตร์ตอน สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

โพสต์ โดย SP26_tum »

bichun@sanook.com เขียน:ไปด้วยครับ
บุญชัย เกาะไพศาล 1 คัน
ประสิด พิรุนโปย 1 คัน

:D :D :D
You may go faster , but i see more
คุณอาจไปเร็วกว่า แต่เราเห็นมากกว่า
ตอบกลับ

กลับไปยัง “จัดทริปย่อย”