
Thanks: ฝากรูป

Thanks: ฝากรูป

Thanks: ฝากรูป

Thanks: ฝากรูป

Thanks: ฝากรูป

Thanks: ฝากรูป
ผู้ดูแล: gunoupat








ขอบคุณภาพสวยๆ จากนายพี ทั้งปั่นทั้งถ่าย ขนาดไม่ค่อยได้ซ้อมแต่เห็นแล้วว่าความเก๋ายังมี..สุดยอดมาก วันนี้สนุกมากตามที่น้องเจี๊ยบบอก..ประทับใจ เอาเสือภูเขาเข้าป่าเข้าแทร็ค 2 วันติดตามชื่อและหน้าที่ของมัน(..สงสัยน้องดำด้านจะชอบทางลุยๆ เป็นพิเศษ เปิดตัวที่ท่าด่านอาทิตย์ก่อนเจอฝน เมื่อวานที่สามหลั่นเข้าป่าและลุยฝุ่นลุยโคลน วันที่เข้าแทร็ค ลุยน้ำฝน..Nong Jeab เขียน:บอกได้คำเดียวว่ามันส์.... ไม่เคยปั่นทางแทร็คแบบนี้เลย สุดยอดเลย วันนี้คงเป็นทริปหนึ่งที่ประทับใจมากๆ ทั้งสนุก ทั้งกลัว ทั้งเสียว โอ๊ยบอกไม่ถูกต้องไปสัมผัสกันเอง มันยากที่จะบรรยายจริงๆนะค่ะ ทริปนี้ได้หัวลากขาแรง (พี่นัน) เลยต้องบังคับให้ตัวเองต้องไหวให้ตลอดทริป ไม่งั้นโดนทิ้งแน่ๆ ขอบคุณพี่นันนะค่ะ ที่มาเป็นหัวลากให้ตลอดทริปทั้งไปและกลับ (บอกว่าวันนี้จะมาเบาๆเพราะเมื่อวานหนักที่สามหลั่นแล้ว แต่งั๋ยไม่เบาเลยล่ะ
) วันนี้ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ขอแบบนี้สักเดือนละหน OK มั้ยค่ะ หัวลาก...
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 4&t=301411พล 347 เขียน:เรื่องของวัยกับกระดูกนักปั่น (Skeleton)[/color][/size]
ใครที่เคยคิดว่าเป็นนักปั่นน่องเหล็ก ยิ่งปั่นกระดูกยิ่งแกร่ง สงสัยต้องคิดใหม่ละครับ
ผลของวัยต่อกระดูก
ลดของความเข้มข้นมวลกระดูก (Bone Mineral Density – BMD)
ความสูงลดลง ความยืดหยุ่นหายไป
แล้วมันมีความหมายต่อเรายังไง
ไม่ว่าจักรยานจะได้ชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพขนาดไหนก็ตามแต่ เมื่อไล่มาถึงสุขภาพของกระดูกแล้ว
เป็นอีกเรื่องที่ต้อง อึ้ง เลยครับ พูดไม่ออก คุยไม่ได้ การปั่นลูกบันไดที่สม่ำเสมอ
ไม่มีแรงกระแทกกระทั้นต่อข้อและเท้าหรือเข่ารุนแรงโดยตรง เมื่อเทียบกับกีฬาประเภทอื่น
อย่างเช่น วิ่ง ฟุตบอล หรือแบดมินตัน ทำให้คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า จักรยานเป็นกีฬาที่เป็นมิตรที่แสนดีกับกระดูกและข้อ
ซึ่งก็ถูกบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ใช่ทั้งหมดครับ
มีรายงานศึกษาวิจัยเรื่องมวลกระดูกบนนักปั่นที่บ่งบอกถึงปริมาณ BMD ในระดับที่ต่ำกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ออกกำลังกายด้วยซ้ำไป
การวิจัยนี้มีการทำหลายต่อหลายครั้ง ผลที่ได้เหมือนเดิมทุกครั้ง รายงานชุดเดียวกันยังพบว่ามีการสูญเสียปริมาณ
BMD น้อยมากบนกีฬาที่มีการกระแทกกระทั้นสูง (impact exercises) อย่าง นักวิ่ง นักยกน้ำหนัก
งานวิจัยชุดเดียวกันยังระบุเลยว่า 31% ของนักปั่นส่อการโรคกระดูกพรุน (สูญเสียปริมาณ BMD)
เมื่อเทียบกับแค่ 5% เท่านั้นของบุคคลทั่วไปที่ไม่ออกกำลังกาย บทสรุปของเรื่องนี้ก็คือนักปั่นทั้งหลาย
ควรต้องออกกำลังกายประเภทอื่นที่เป็น high impact exercise ด้วยนะครับ แทนที่จะเอาดีแค่
ปั่น ปั่น และปั่นเพียงอย่างเดียว
และที่น่าตกใจมากกว่านี้นะครับ มีการศึกษาพบว่า พวกนักปั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เสือหมอบทั้งหลายยังคงมี
BMD ต่ำ ต่ำ และต่ำ แม้ว่าจะมีการทานอาหารเสริมอย่างพวก แคลเซี่ยมอย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม
การปั่นแบบทางไกลยาว ๆ นิ่ง ๆ ทำให้มีการสูญเสียเกลือแร่ รวมถึงแคลเซียมจากเหงื่ออย่างต่อเนื่อง
ส่งผลด้านลบอย่างคาดไม่ถึงได้เหมือนกัน ใครที่เคยคิดว่าทานแคลเซียมเสริมแล้วเพียงพอ
เห็นจะต้องคิดกันใหม่แล้วครับ
กระดูกปกติ
กระดูกพรุน
โรคกระดูกพรุนนี้ ไม่มีอาการนะครับ คนเป็นโรคนี้ไม่รู้สึกอะไร ไม่มีการเจ็บปวดใด ๆ ทั้งสิ้น
รู้อีกทีเมื่อมีการหกล้ม กระดูกแตก หักง่ายมาก แล้วซ่อมยาก พิการเอาง่าย ๆ เหมือนกับปลวกกินบ้าน
ยังงั้นเลย กินเงียบสนิท รู้อีกทีก็สายเสียแล้ว หมดทั้งหลัง
วิธีการวัด BMD แบบที่วัดข้อเท้าที่พวกขายแคลเซี่ยมทั้งหลายทำกันอยู่นั้น ไม่ค่อยแม่นยำกันเท่าไรนะครับ
ในทางการแพทย์แทบจะเชื่อถือไม่ได้เลย การวัดที่ถูกต้องต้องครบเครื่องแบบนี้ครับ
ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องกระดูกกับวัยแล้ว คงไม่แปลกใจกันนะครับว่าผู้ชายเรานั้นความสูงลดลงถึง 3 เซนต์
ในช่วงอายุ 40 – 70 ปี ขณะที่ผู้หญิงลดลงได้มากกว่า 5 เซนต์ ส่วนหนึ่งเกิดจากการเคลื่อน
กดและงอตัวของกระดูกสันหลัง และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากการลดลงของปริมาณ BMD
ผลที่เกิดขึ้นนอกจากทำให้เตี้ยลงแล้ว ยังเกิดอาการหลังโก่งหรือการงอตัวไปข้างหน้าด้วยครับ
เพราะฉะนั้นก็ต้องคอยปรับความสูงเบาะ ความยาวสเต็ม ความสูงแฮนด์ หรืออาจจะถึงเปลี่ยนเฟรมให้เล็กลงก็มีครับ
Bone Loading Exercise
ข่าวดีสำหรับการกระชากวัยกระดูกก็คือ มวลกระดูกสามารถป้องกันและสร้างขึ้นใหม่ได้ แนวทางเดียวกันกับการกระชากวัยกล้ามเนื้อ
ยังคงใช้ได้ผล นี่เป็นอีกเหตุผลนะครับที่ resistance training หรือ impact training อย่าง interval training
และ weight training โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยกน้ำหนัก วิ่ง ฟุตบอล บาสเก็ตบอล แบดมินตัน เทนนิส
ล้วนเป็นการออกกำลังกายที่เสริมสร้างมวลกระดูกอย่างยอดเยี่ยมครับ
กระดูกใครแกร่งกว่ากัน เสือหมอบ หรือเสือภูเขา
แถมอีกนิดครับ มีรายงานเพิ่มเติม โดยการวัด BMD โดยใช้เทคนิคที่ละเอียดแม่นยำบนนักปั่นรุ่นเก๋าที่ปั่นมาแล้วถึง 8 ปี
มีเสือภูเขา 16 คน เสือหมอบ 14 คน และอีก 15 คนที่ไม่ใช่นักปั่น โดยให้นักปั่นฝึกซ้อมประจำที่ 11 ชั๋วโมงต่อสัปดาห์
ผลที่ได้คือค่า BMD สูงสุดบน นักเสือภูเขาครับ เฮเลยครับ ตามด้วยพวกไม่ใช่นักปั่น และเสือหมอบรั้งอันดับสุดท้าย
เสือภูเขามีการกระแทกกระทั้นของกระดูกสูง การปั่นบนผินถนนที่ขรุขระ การกระเด็นกระของล้อสงผลมาถึงกระดูก
และเกิดผลดี ๆ ได้อย่างนี้นี่เองครับ
ส่วนเสือภูเขาที่ปั่นบนทางเรียบที่ไม่มีการกระแทกกระทั้นเลย ก็ไม่ถือว่าช่วยสร้างกระดูกนะครับ
ว่าแล้วก็ปัดฝุ่นเจ้าเสือภูเขาคันโปรดในอดีต เตรียมออกมาโลดแล่นกันซักหน่อยแล้วละครับ
โอ.. เขาอีโต้ เพื่อนยาก เดี่ยวนี้เป็นไงมั่งก็ไม่รู้ ไม่ได้ไปเยี่ยมเยือนเสียนานแสนนาน ชักคิดถึงเสียแล้วซิ....![]()
ทริปนี้สนุกและมันส์มากทั้งปั่นทางเรียบความเร็ว 30++ ยาวๆ (บางช่วงครั้งเกือบ 37+) กับทางแทร็ค ครั้งนี้เกือบหัวทิ่ม.. ขอบคุณภาพสวยๆ จากนายพี ฝีมือยังดีเหมือนเดิม.. ขอบคุณพี่นันท์ที่มาเป็นหัวลากให้ทั้งขาไป-กลับ มันส์มากครับ..