ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
มีนัดกับเพื่อนๆ ว่าจะไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์กัน แต่คราวนี้ตัดใจหยุดยาว เพื่อจะออกเดินทางล่วงหน้าเพื่อนๆ สัก 4 วัน เพราะตั้งใจจะปั่นมารอก่อนจะขึ้นเรือ เลยเกิดทริปอันยาวไกลนี้เกิดขึ้น
สรุป
เดินทางจาก หลักสี่ กทม ถึง อำเภอเมือง จ. ระนอง
ออกเดินทาง 03.30 วันพฤหัส ที่ 5 มีนาคม2552
ถึงอำเภอเมือง จังหวัดระนอง 15.30 วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2552
ระยะเวลารวม 3 คืน 4 วัน
ระยะทางรวมทั้งสิ้นถึงหน้าร้านอินเตอร์เนท จ. ระนอง 676.39 กิโลเมตร
อัตราเร็วเฉลี่ยที่ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เดินทางด้วย Kona Jake the Snake ครับ
ทีนี้มาดูรายละเอียดพร้อมรูปประกอบนิดๆ หน่อยๆ กันครับ
วันพฤหัสที่ 5 มีนาคม 2552
กทม - หัวหิน
เช้านี้ออกเดินทางจากบ้าน หลักสี่ กทม ตั้งแต่เวลา ตีสามกว่าๆ อากาศดีทีเดียว ขี่ปั่นผ่านเมืองเข้ามาทาง Local Road มาต่อทีสพานควาย สนามเป้า อนุเสาวรีย์ชัย แล้วก็ตรงยาวผ่านหน้ามาบุญครอง เข้ามาสี่พระยา สีลม แล้วก็ขึ้นสะพานตากสิน ดั้นด้นจนมาออกถนนพระรามสอง จากนั้นก็ขี่สาย ธนบุรี-ปากท่อ ยาวๆ เลยครับ มาถึงมหาชัยช่วงพระอาทิตย์ขึ้นพอดีๆ จากนั้นก็มุ่งมั่นขี่ ทำความช่วงนี้ประมาน 24-26 km/hr (ไม่กล้าออกแรงมาก กลัวหมด) จากนั้นก็อดทนปั่นอย่างค่อนข้างหน้าเบื่อ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนมาถึงปากท่อ แล้วก็เลยมากินข้าวแกงที่เขาย้อยตอน 11 โมง กินข้าวพะแนง ไข่พะโล้ แล้วก็ตามด้วย เส้นเล็กน้ำอย่างอร่อย ช่วงกำลังจะออกก็มาเจอคุณเล็ก (ฝันดีฝันเด่น) เข้ามาถามเรื่องจักรยานพอดี ได้พูดคุยกันนิดหน่อย แล้วก็ออกเดินทางต่อ มุ่งตรงเข้าเพชรบุรี อากาศตอนเที่ยงๆ นี้ร้อนเอาการทีเดียว นี่ขนาดเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว เข้ามาถึงเพชรบุรี แวะกินกาแฟร้านใกล้ๆ เขาวง เจ้าของจัดร้านได้น่ารักมาก ดูได้ในรูปนะครับ ตัดสินใจขี่เส้นทางสายในผ่าน หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน ขะอำ หัวหิน ช่วงนี้แหละที่ทำผมผิดคาดจริงๆ นึกในใจว่า ถึงเพชรบุรีแล้ว คงไม่ต้องรีบร้อน วันแรกน่าจะผ่านไปได้อย่างสบายๆ แต่ผมคาดการผิดถนัด เหตุการณ์กลับเป็นตรงกันข้ามครับ ผมใช้เวลา เกือบ 5 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงหัวหิน เพราะต้องทนสู้กับอากาศที่ร้อนจัด และลมตะเภาตอนบ่าย ช่วงนี้ เหนื่อยแบบหนักหนาทีเดียว อากาศร้อนมากๆ ร้อนจนช่วงที่พักกินน้ำ เอาหมวกไปตากสิบนาที นี่แห้งสนิทเลย ฮ่าฮ่า ผมมาถึงชะอำตอนเกิอบ บ่าย 4 โมง พักเอาแรงที่ร้านข้างทาง แล้วก็เดินทางต่อเข้าไปหัวหิน กำลังขี่เบื่อๆ อยู่พอดี ก็มาปะจักรยานเสือภูเขาคันหนึ่ง ซึ่งปั่นโดยพี่สุนทร พี่แกเป็นทหารรักษาพระองค์ตามเสด็จมาหัวหินบ่อยๆ พี่สุนทรกำลังขี่กลับเข้าที่พักที่ไกลกังวล ผมมาเจอแกเข้า คุยกันถูกคอตามประสาคนปั่นจักรยานด้วยกันครับ งานนี้หายร้อนหายเบื่อทันที คุยกันโขมงโฉงเฉงไปตลอดทางเลยครับ พี่แกน่ารักมาก เป็นธุระหาที่พักในหัวหินให้ผมเสร็จสับ จนกระทั่งส่งผมเข้าห้องพี่แกจึงกลับไป เย็นนั้นยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่ตัวแดงจากการถูกแดดเผามากทีเดียว ออกมาหากินข้าวต้มปลาชามนึง หลังจากที่ร้านก๋วยเดี๋ยวลูกชินเนื้อวัวเข้าโปรดไม่ขาย เข้าที่พักตอนสัก สามทุ่ม พยายามนอนครับ แต่ดันนอนไม่ค่อยหลับ กว่าจะหลับปาเข้าไปเที่ยงคืน เป็นอันจบการเดินทางไปหนึ่งวันครับ
สรุป
เดินทางจาก หลักสี่ กทม ถึง อำเภอเมือง จ. ระนอง
ออกเดินทาง 03.30 วันพฤหัส ที่ 5 มีนาคม2552
ถึงอำเภอเมือง จังหวัดระนอง 15.30 วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม 2552
ระยะเวลารวม 3 คืน 4 วัน
ระยะทางรวมทั้งสิ้นถึงหน้าร้านอินเตอร์เนท จ. ระนอง 676.39 กิโลเมตร
อัตราเร็วเฉลี่ยที่ 22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เดินทางด้วย Kona Jake the Snake ครับ
ทีนี้มาดูรายละเอียดพร้อมรูปประกอบนิดๆ หน่อยๆ กันครับ
วันพฤหัสที่ 5 มีนาคม 2552
กทม - หัวหิน
เช้านี้ออกเดินทางจากบ้าน หลักสี่ กทม ตั้งแต่เวลา ตีสามกว่าๆ อากาศดีทีเดียว ขี่ปั่นผ่านเมืองเข้ามาทาง Local Road มาต่อทีสพานควาย สนามเป้า อนุเสาวรีย์ชัย แล้วก็ตรงยาวผ่านหน้ามาบุญครอง เข้ามาสี่พระยา สีลม แล้วก็ขึ้นสะพานตากสิน ดั้นด้นจนมาออกถนนพระรามสอง จากนั้นก็ขี่สาย ธนบุรี-ปากท่อ ยาวๆ เลยครับ มาถึงมหาชัยช่วงพระอาทิตย์ขึ้นพอดีๆ จากนั้นก็มุ่งมั่นขี่ ทำความช่วงนี้ประมาน 24-26 km/hr (ไม่กล้าออกแรงมาก กลัวหมด) จากนั้นก็อดทนปั่นอย่างค่อนข้างหน้าเบื่อ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน จนมาถึงปากท่อ แล้วก็เลยมากินข้าวแกงที่เขาย้อยตอน 11 โมง กินข้าวพะแนง ไข่พะโล้ แล้วก็ตามด้วย เส้นเล็กน้ำอย่างอร่อย ช่วงกำลังจะออกก็มาเจอคุณเล็ก (ฝันดีฝันเด่น) เข้ามาถามเรื่องจักรยานพอดี ได้พูดคุยกันนิดหน่อย แล้วก็ออกเดินทางต่อ มุ่งตรงเข้าเพชรบุรี อากาศตอนเที่ยงๆ นี้ร้อนเอาการทีเดียว นี่ขนาดเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว เข้ามาถึงเพชรบุรี แวะกินกาแฟร้านใกล้ๆ เขาวง เจ้าของจัดร้านได้น่ารักมาก ดูได้ในรูปนะครับ ตัดสินใจขี่เส้นทางสายในผ่าน หาดเจ้าสำราญ ปึกเตียน ขะอำ หัวหิน ช่วงนี้แหละที่ทำผมผิดคาดจริงๆ นึกในใจว่า ถึงเพชรบุรีแล้ว คงไม่ต้องรีบร้อน วันแรกน่าจะผ่านไปได้อย่างสบายๆ แต่ผมคาดการผิดถนัด เหตุการณ์กลับเป็นตรงกันข้ามครับ ผมใช้เวลา เกือบ 5 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงหัวหิน เพราะต้องทนสู้กับอากาศที่ร้อนจัด และลมตะเภาตอนบ่าย ช่วงนี้ เหนื่อยแบบหนักหนาทีเดียว อากาศร้อนมากๆ ร้อนจนช่วงที่พักกินน้ำ เอาหมวกไปตากสิบนาที นี่แห้งสนิทเลย ฮ่าฮ่า ผมมาถึงชะอำตอนเกิอบ บ่าย 4 โมง พักเอาแรงที่ร้านข้างทาง แล้วก็เดินทางต่อเข้าไปหัวหิน กำลังขี่เบื่อๆ อยู่พอดี ก็มาปะจักรยานเสือภูเขาคันหนึ่ง ซึ่งปั่นโดยพี่สุนทร พี่แกเป็นทหารรักษาพระองค์ตามเสด็จมาหัวหินบ่อยๆ พี่สุนทรกำลังขี่กลับเข้าที่พักที่ไกลกังวล ผมมาเจอแกเข้า คุยกันถูกคอตามประสาคนปั่นจักรยานด้วยกันครับ งานนี้หายร้อนหายเบื่อทันที คุยกันโขมงโฉงเฉงไปตลอดทางเลยครับ พี่แกน่ารักมาก เป็นธุระหาที่พักในหัวหินให้ผมเสร็จสับ จนกระทั่งส่งผมเข้าห้องพี่แกจึงกลับไป เย็นนั้นยังไม่เหนื่อยเท่าไหร่ แต่ตัวแดงจากการถูกแดดเผามากทีเดียว ออกมาหากินข้าวต้มปลาชามนึง หลังจากที่ร้านก๋วยเดี๋ยวลูกชินเนื้อวัวเข้าโปรดไม่ขาย เข้าที่พักตอนสัก สามทุ่ม พยายามนอนครับ แต่ดันนอนไม่ค่อยหลับ กว่าจะหลับปาเข้าไปเที่ยงคืน เป็นอันจบการเดินทางไปหนึ่งวันครับ
- ไฟล์แนบ
-
- ระหว่างทางจาก ปึกเตียนไปชะอำ อากาศร้อนได้ใจจริงๆ เลย
- n675102109_2779155_518922[1].jpg (52.48 KiB) เข้าดูแล้ว 3925 ครั้ง
-
- ร้านกาแฟเล็กๆ ริมถนน ใกล้ๆ เขาวง เพชรบุรี แต่งร้านได้น่ารักมาก เจ้าของร้านบริการดีครับ
- n675102109_2779151_6497710[1].jpg (28.73 KiB) เข้าดูแล้ว 3933 ครั้ง
-
- สะพาน ช่วงเลยมหาชัยมาหน่อย ไม่รู้ว่าสะพานอะไรครับ ถ่ายตอนหลังพระอาทิตย์ขึ้น
- n675102109_2779150_716045[1].jpg (17.14 KiB) เข้าดูแล้ว 3933 ครั้ง
-
- ไอ้เจ้านี่แหละครับที่พาผมเดินทางมาได้
- 2578_72165822109_675102109_2779149_1041151_n[1].jpg (36.28 KiB) เข้าดูแล้ว 3936 ครั้ง
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
วันศุกร์ 6 มีนาคม 2552
หัวหิน - บ้านกรูด
วันนี้เดินทางเป็นวันที่สอง ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเลยตอนตีห้าครึ่งได้ จัดแจงอาบน้ำ เก็บข้าวของ แล้วก็พร้อมเดินทางครับ ขี่ออกมาจากหัวหินตอนหกโมงเช้าเศษ พึ่งจะเริ่มสว่างพอดี ว่าจะมากินสตาร์บัคสักหน่อย แต่ร้านเปิดตอน 7 โมงเช้า ผมเลยได้แต่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วออกเดินทางโดยไม่ได้มีอะไรรองท้องเลย แต่ระยะทางจากหัวหิน มาปรานบุรีไม่ไกล สัก 20 โล ได้ ผมเลย มาหยุดกินข้าวขาหมูตรงร้านทางออกปรานบุรี แล้วก็มุ่งมั่น หวังว่าจะไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับวันนี้ เหมือนเดินอีกนั่นแหละ ตอนเช้านี่ขี่สบายจริงๆ อากาศดี ลมไม่แรงมาก ขี่แล้วรู้สึกเพลิดเพลินมาก ผมมาถึงกุยบุรีตอน สิบโมงพอดีๆ แวะเข้าไปหาที่ทำการไปรษณีย์ทันที แน่นอนครับ ผมส่งเสื้อผ้าและของใช้ที่ใช้แล้วจากเมื่อวานกลับบ้านที่กรุงเทพฯครับ (แหม เดินทางไกลก็ต้องหาทางลดน้ำหนักกันหน่อย) สรุปเป็นผลจริงๆ ผมส่ง EMS กลับบ้านในราคา ร้อยกว่าบาท แลกกับ สามกิโลที่หายไป แถมยังได้ซักเสื้อตั้งแต่ตัวเรายังกลับไม่ถึงบ้านอีกตะหาก ออกจากกุยบุรี อาการเดิมมาอีกแล้วครับ วันนี้แดดร้อนกว่าเมื่อวานอีก แม้ลมยังไม่แรง แต่อากาศร้อนทอนแรงผมไปเยอะทีเดียว ช่วงจากกุยบุรี เข้าไปประจวบ เป็นทางเรียบๆ ยาวๆ เลยครับ สักประมาน 30 กิโลได้ แต่เป็น 30 กิโลที่ผมว่ายาวนานมากๆ และก็เหมือนฟ้าประทาน... ผมเจอจักรยานแบกสัมภาระอยู่เต็มคันอยู่ข้างหน้าผม !!! ผมเร่งฝีเท้ากระแทกบันไดไล่จักรยานคันนั้นไปในทันที จากระยะแม้ว่าจะไกลอยู่ ผมประมาณได้ว่าต้องเป็นผู้ชายที่สูงใหญ่กว่าผมอย่างแน่นอน และแล้วก็ได้เข้าไปเทียบและทักทายกับ Gary นักท่องเที่ยวขาปั่นแหลกจากออสเตรเลีย วัยสี่สิบกว่า สอบถามได้ความว่า Gary มีจุดหมายปลายทางที่ภูเก็ต แต่เน้นขี่วันละนิดละหน่อย เพราะพี่แกมีเวลานานถึง 30 วันที่จะท่องเที่ยว หลังจากการขี่เร็วที่น่าเบื่อ กลับเป็นการขี่ระยะทาง 15 กิโลเมตรที่แสนช้า (เฉลี่ยนประมาน 16-18 km/hr) แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่านานเลย มิตรภาพข้ามเชื้อชาติก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว Gary เล่าให้ฟังถึงประสบการในการปั่นทั้งใน เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเราก็พูดคุยกันสารพัด อย่างสนุกสนาน ระหว่างทางก่อนที่จะถึงประจวบไม่นาน เราก็เจอฝรั่งอีกคนนึง กำลังเขินจักรยานขึ้นเนินอยู่พอดี เราจึงรีบเข้าไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า สรุปแกเป็นตะคริว หลังจากนั้นเราทั้งสามคนกลางเป็นลงมาเดินเข็นจักรยานเป็นเพื่อน และรอจนแกได้ยืดเส้นยืดสายดีแล้ว ผมกับ Gary จึงปั่นออกมา และมุ่งหน้าเข้าประจวบ วันนี้ Gary มีจุดหมายที่ประจวบ แต่ผมคงต้องเป็น วินเดอะสตาร์(เพราะผมต้องไปต่อ) ผมเลยปั่นเข้ามาในตัวเมืองประจวบ พา Gary มากินอาหารไทยๆ ข้าวเหนียว ลาบ ไก่ย่างอยู่หน้าหาดที่ประจวบ เลยดูนาฬิกาอีกที ล่วงเลยไปถึงบ่ายสองแล้วทีเดียว ผมกับ Gary คงถึงเวลาต้องจากกัน (แต่ผมกับแกมีนัดกันอีกทีหลังจากที่เราทั้งสองกลับมาที่กรุงเทพฯแล้ว คงเป็นช่วงต้นเดือนหน้า) เวลาบ่ายอันแสนหน้าเบื่อ และโหดร้าย ก็กลับมาเยือนผมอีกครั้ง ผมใช้เวลาตั้งแต่ บ่ายสองครึ่ง จนถึงบ่ายสี่โมง มาได้ถึงเพียงแค่ อำเภททับสะแก และผมก็มานั่งทานอาหารเย็นที่ทับสะแกนี่แหละ และผมออกจากทับสะแกอีกครั้งนึงช่วงพระอาทิตย์เกือบตกดินแล้ว... พออาทิตย์ลับ ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน ความมืดแบบที่มองอะไรไม่เห็นเลย ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเลย ผมมองไม่เห็นเศษกระจก มองไม่เห็นทาง แถมไม่รู้ว่า รถข้างหลังมองเห็นผมด้วยหรือเปล่า สองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ ณ ตอนนั้น ผมปั่นอย่างไม่คิดชีวิต ได้แต่ปั่นไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลคือผมพ่ายแพ้ต่อความกลัว หลังจากที่ผมปั่นมาได้ประมาณสัก ยี่สิบโลจากทับสะแก ผมจึงเลี้ยวรถเข้ามาที่บ้านกรูด แต่ผมจะต้องขี่เข้าไปในบ้านกรูดจากทางแยก อีกร่วมสิบกิโล นั่นแปลว่าพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องเพิ่มระยะทางปั่นอีก สิบกว่าโลเช่นเดียวกัน แต่เอาก็เอา ผมขี่เข้ามาถึงบ้านกรูดจนได้ ประมาณสัก สองทุ่มกว่าๆ วนหาที่พักอยู่สักพักจึงเลือกได้ ที่พักดีทีเดียว ผมสั่งต้มข่าไก่ และข้าวเปล่า แต่ผมทานได้เพียงต้มข่าไม่กี่คำ อาจเป็นเพราะวันนี้ผมค่อนข้างเหนื่อยดีเดียว จึงทำให้กินอะไรไม่ค่อยลง และก่อนนอนในคืนนี้เอง ผมเริ่มรู้สึกชาที่มือซ้าย บริเวณนิ้วก้อย กับนิ้วนาง... !!!
หัวหิน - บ้านกรูด
วันนี้เดินทางเป็นวันที่สอง ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเลยตอนตีห้าครึ่งได้ จัดแจงอาบน้ำ เก็บข้าวของ แล้วก็พร้อมเดินทางครับ ขี่ออกมาจากหัวหินตอนหกโมงเช้าเศษ พึ่งจะเริ่มสว่างพอดี ว่าจะมากินสตาร์บัคสักหน่อย แต่ร้านเปิดตอน 7 โมงเช้า ผมเลยได้แต่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แล้วออกเดินทางโดยไม่ได้มีอะไรรองท้องเลย แต่ระยะทางจากหัวหิน มาปรานบุรีไม่ไกล สัก 20 โล ได้ ผมเลย มาหยุดกินข้าวขาหมูตรงร้านทางออกปรานบุรี แล้วก็มุ่งมั่น หวังว่าจะไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้สำหรับวันนี้ เหมือนเดินอีกนั่นแหละ ตอนเช้านี่ขี่สบายจริงๆ อากาศดี ลมไม่แรงมาก ขี่แล้วรู้สึกเพลิดเพลินมาก ผมมาถึงกุยบุรีตอน สิบโมงพอดีๆ แวะเข้าไปหาที่ทำการไปรษณีย์ทันที แน่นอนครับ ผมส่งเสื้อผ้าและของใช้ที่ใช้แล้วจากเมื่อวานกลับบ้านที่กรุงเทพฯครับ (แหม เดินทางไกลก็ต้องหาทางลดน้ำหนักกันหน่อย) สรุปเป็นผลจริงๆ ผมส่ง EMS กลับบ้านในราคา ร้อยกว่าบาท แลกกับ สามกิโลที่หายไป แถมยังได้ซักเสื้อตั้งแต่ตัวเรายังกลับไม่ถึงบ้านอีกตะหาก ออกจากกุยบุรี อาการเดิมมาอีกแล้วครับ วันนี้แดดร้อนกว่าเมื่อวานอีก แม้ลมยังไม่แรง แต่อากาศร้อนทอนแรงผมไปเยอะทีเดียว ช่วงจากกุยบุรี เข้าไปประจวบ เป็นทางเรียบๆ ยาวๆ เลยครับ สักประมาน 30 กิโลได้ แต่เป็น 30 กิโลที่ผมว่ายาวนานมากๆ และก็เหมือนฟ้าประทาน... ผมเจอจักรยานแบกสัมภาระอยู่เต็มคันอยู่ข้างหน้าผม !!! ผมเร่งฝีเท้ากระแทกบันไดไล่จักรยานคันนั้นไปในทันที จากระยะแม้ว่าจะไกลอยู่ ผมประมาณได้ว่าต้องเป็นผู้ชายที่สูงใหญ่กว่าผมอย่างแน่นอน และแล้วก็ได้เข้าไปเทียบและทักทายกับ Gary นักท่องเที่ยวขาปั่นแหลกจากออสเตรเลีย วัยสี่สิบกว่า สอบถามได้ความว่า Gary มีจุดหมายปลายทางที่ภูเก็ต แต่เน้นขี่วันละนิดละหน่อย เพราะพี่แกมีเวลานานถึง 30 วันที่จะท่องเที่ยว หลังจากการขี่เร็วที่น่าเบื่อ กลับเป็นการขี่ระยะทาง 15 กิโลเมตรที่แสนช้า (เฉลี่ยนประมาน 16-18 km/hr) แต่ผมกลับไม่รู้สึกว่านานเลย มิตรภาพข้ามเชื้อชาติก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว Gary เล่าให้ฟังถึงประสบการในการปั่นทั้งใน เวียดนาม ลาว กัมพูชา และเราก็พูดคุยกันสารพัด อย่างสนุกสนาน ระหว่างทางก่อนที่จะถึงประจวบไม่นาน เราก็เจอฝรั่งอีกคนนึง กำลังเขินจักรยานขึ้นเนินอยู่พอดี เราจึงรีบเข้าไปถามว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า สรุปแกเป็นตะคริว หลังจากนั้นเราทั้งสามคนกลางเป็นลงมาเดินเข็นจักรยานเป็นเพื่อน และรอจนแกได้ยืดเส้นยืดสายดีแล้ว ผมกับ Gary จึงปั่นออกมา และมุ่งหน้าเข้าประจวบ วันนี้ Gary มีจุดหมายที่ประจวบ แต่ผมคงต้องเป็น วินเดอะสตาร์(เพราะผมต้องไปต่อ) ผมเลยปั่นเข้ามาในตัวเมืองประจวบ พา Gary มากินอาหารไทยๆ ข้าวเหนียว ลาบ ไก่ย่างอยู่หน้าหาดที่ประจวบ เลยดูนาฬิกาอีกที ล่วงเลยไปถึงบ่ายสองแล้วทีเดียว ผมกับ Gary คงถึงเวลาต้องจากกัน (แต่ผมกับแกมีนัดกันอีกทีหลังจากที่เราทั้งสองกลับมาที่กรุงเทพฯแล้ว คงเป็นช่วงต้นเดือนหน้า) เวลาบ่ายอันแสนหน้าเบื่อ และโหดร้าย ก็กลับมาเยือนผมอีกครั้ง ผมใช้เวลาตั้งแต่ บ่ายสองครึ่ง จนถึงบ่ายสี่โมง มาได้ถึงเพียงแค่ อำเภททับสะแก และผมก็มานั่งทานอาหารเย็นที่ทับสะแกนี่แหละ และผมออกจากทับสะแกอีกครั้งนึงช่วงพระอาทิตย์เกือบตกดินแล้ว... พออาทิตย์ลับ ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน ความมืดแบบที่มองอะไรไม่เห็นเลย ทำให้ผมรู้สึกว่าไม่ปลอดภัยเลย ผมมองไม่เห็นเศษกระจก มองไม่เห็นทาง แถมไม่รู้ว่า รถข้างหลังมองเห็นผมด้วยหรือเปล่า สองจิตสองใจว่าจะเอาอย่างไรดี แต่ ณ ตอนนั้น ผมปั่นอย่างไม่คิดชีวิต ได้แต่ปั่นไปข้างหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ผลคือผมพ่ายแพ้ต่อความกลัว หลังจากที่ผมปั่นมาได้ประมาณสัก ยี่สิบโลจากทับสะแก ผมจึงเลี้ยวรถเข้ามาที่บ้านกรูด แต่ผมจะต้องขี่เข้าไปในบ้านกรูดจากทางแยก อีกร่วมสิบกิโล นั่นแปลว่าพรุ่งนี้เช้าผมก็ต้องเพิ่มระยะทางปั่นอีก สิบกว่าโลเช่นเดียวกัน แต่เอาก็เอา ผมขี่เข้ามาถึงบ้านกรูดจนได้ ประมาณสัก สองทุ่มกว่าๆ วนหาที่พักอยู่สักพักจึงเลือกได้ ที่พักดีทีเดียว ผมสั่งต้มข่าไก่ และข้าวเปล่า แต่ผมทานได้เพียงต้มข่าไม่กี่คำ อาจเป็นเพราะวันนี้ผมค่อนข้างเหนื่อยดีเดียว จึงทำให้กินอะไรไม่ค่อยลง และก่อนนอนในคืนนี้เอง ผมเริ่มรู้สึกชาที่มือซ้าย บริเวณนิ้วก้อย กับนิ้วนาง... !!!
- ไฟล์แนบ
-
- ร้านน่ารักที่ ทับสะแก นั่งเพลินจนค่ำมืดทีเดียว
- n675102109_2779194_7298947[1].jpg (36.29 KiB) เข้าดูแล้ว 3876 ครั้ง
-
- Gary กับจักรยานของเราทั้งคู่ ถ่ายตอนช่วงที่เราพักเหนื่อยกัน ก่อนจะถึงประจวบไม่กี่กิโล
- n675102109_2779193_2660201[1].jpg (50.79 KiB) เข้าดูแล้ว 3881 ครั้ง
-
- คู่หูข้ามชาติคู่ใหม่
- n675102109_2779192_131284[1].jpg (34.05 KiB) เข้าดูแล้ว 3883 ครั้ง
-
- ไปรษณีย์ กุยบุรี จุดลดน้ำหนักของผม
- n675102109_2779185_3072466[1].jpg (57.28 KiB) เข้าดูแล้ว 3879 ครั้ง
-
- การปั่นจักรยานยามเช้านี่สดชื่นดีจริงๆ
- n675102109_2779165_1538923[1].jpg (40.57 KiB) เข้าดูแล้ว 3890 ครั้ง
-
- สตาร์บัค ยังไม่เปิด แค่ถ่ายรูปก้อได้ฟระ
- n675102109_2779156_1447418[1].jpg (40.28 KiB) เข้าดูแล้ว 3893 ครั้ง
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
วันเสาร์ 7 มีนาคม 2552
บ้านกรูด - ชุมพร
วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว อาการมือชาจากเมื่อคืนก็ยังไม่หาย นั่นคงเป็นเพราะผมค่อนข้างจะทิ้งน้ำหนักลงบนมือด้านซ้ายค่อนข้างมาก และมือด้านซ้ายของผมจับที่แฮนด์เกือบตลอด ผิดกับมือข้างขวาที่ผมจะพักบ่อยกว่า และอาจจะเกี่ยวกับขนาดของแฮนด์ที่แคบ เมื่อเวลาที่ผมจับด้านบนบ่อยๆ ทำให้มือผมเอียงบิดจนอาจเกิดการกดทับได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นมากนะครับ ก็ยังต้องสู้กันต่อไป...
ผมขี่ออกจากบ้านกรูดตั้งแต่เช้า แวะลงมาเดินหน้าหาดได้สัมผัสกับทะเลงามนิดหน่อย ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปชุมพร ตามโปรแกรมที่วางไว้วันนี้น่าจะเป็นวันที่เบาที่สุด เพราะระยะทางที่ขี่น้อยกว่าสองวันที่ผ่านมา ระยะทางจาก บ้านกรูดไปถึงชุมพร ตกประมาน 120 กิโลเมตร ซึ่งไม่ได้มากเมื่อเทียบกับสองวันที่ผ่านมา ผมจึงค่อนข้างผ่อนคลายกับการปั่นในวันนี้ ผมออกจากบ้านกรูดตอนประมาน 7 โมงเช้า มุ่งตรงผ่านทางแยกเข้าบางสะพาน และบางสะพานน้อย ตลอดเวลาในการปั่น มือข้างซ้ายก็ยังชาอยู่เล็กน้อย ที่ผมเตรียมมาก็มี วิตามิน บีรวม และ เมททิวโคบอล ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้กี่มากน้อย เพราะเรายังต้องปั่นอยู่ แต่ก็เปลี่ยนท่าทางการปั่น เพื่อลดการกดทับในบริเวณมือด้านซ้าย ภูมิประเทศในการปั่นวันนี้ เป็นเนินเล็กๆ ตลอดเส้นทาง บวกกับความร้อนของแดด ทำให้เหนื่อยมากขึ้นทีเดียว เพราะวันนี้ปั่นติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้ว และผมก็มาผ่านระยะทางรวม 500 กิโลเมตร ก่อนหน้าจะถึงชุมพรไม่กี่สิบกิโล ถือเป็นกำลังใจในการปั่นได้อย่างมากทีเดียว
ผมมาถึงตัวเมืองชุมพรช่วงกำลังร้อนเลย ตอน บ่ายสองโมงครึ่ง เข้าโรงแรม แล้วได้งีบหลับช่วงบ่ายๆ สักสองชั่วโมง ก่อนออกมาหาอะไรทาน และขี่วนรอบตัวเมือง และแว๊บเข้าร้านนวดแผนไทย กดไปสองชั่วโมงเลย
สำหรับวันนี้ เป็นวันที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ต้นขาเริ่มมีอาการปวดเมื่อย และมือก็ยังคงชาอยู่ ผมนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจาก กังวลว่าสภาพร่างกายจะพร้อมสำหรับการปั่นในวันรุ่งขึ้นหรือไม่ กระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนเลย
บ้านกรูด - ชุมพร
วันนี้เป็นวันที่สามแล้ว อาการมือชาจากเมื่อคืนก็ยังไม่หาย นั่นคงเป็นเพราะผมค่อนข้างจะทิ้งน้ำหนักลงบนมือด้านซ้ายค่อนข้างมาก และมือด้านซ้ายของผมจับที่แฮนด์เกือบตลอด ผิดกับมือข้างขวาที่ผมจะพักบ่อยกว่า และอาจจะเกี่ยวกับขนาดของแฮนด์ที่แคบ เมื่อเวลาที่ผมจับด้านบนบ่อยๆ ทำให้มือผมเอียงบิดจนอาจเกิดการกดทับได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นมากนะครับ ก็ยังต้องสู้กันต่อไป...
ผมขี่ออกจากบ้านกรูดตั้งแต่เช้า แวะลงมาเดินหน้าหาดได้สัมผัสกับทะเลงามนิดหน่อย ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าไปชุมพร ตามโปรแกรมที่วางไว้วันนี้น่าจะเป็นวันที่เบาที่สุด เพราะระยะทางที่ขี่น้อยกว่าสองวันที่ผ่านมา ระยะทางจาก บ้านกรูดไปถึงชุมพร ตกประมาน 120 กิโลเมตร ซึ่งไม่ได้มากเมื่อเทียบกับสองวันที่ผ่านมา ผมจึงค่อนข้างผ่อนคลายกับการปั่นในวันนี้ ผมออกจากบ้านกรูดตอนประมาน 7 โมงเช้า มุ่งตรงผ่านทางแยกเข้าบางสะพาน และบางสะพานน้อย ตลอดเวลาในการปั่น มือข้างซ้ายก็ยังชาอยู่เล็กน้อย ที่ผมเตรียมมาก็มี วิตามิน บีรวม และ เมททิวโคบอล ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้กี่มากน้อย เพราะเรายังต้องปั่นอยู่ แต่ก็เปลี่ยนท่าทางการปั่น เพื่อลดการกดทับในบริเวณมือด้านซ้าย ภูมิประเทศในการปั่นวันนี้ เป็นเนินเล็กๆ ตลอดเส้นทาง บวกกับความร้อนของแดด ทำให้เหนื่อยมากขึ้นทีเดียว เพราะวันนี้ปั่นติดต่อกันเป็นวันที่สามแล้ว และผมก็มาผ่านระยะทางรวม 500 กิโลเมตร ก่อนหน้าจะถึงชุมพรไม่กี่สิบกิโล ถือเป็นกำลังใจในการปั่นได้อย่างมากทีเดียว
ผมมาถึงตัวเมืองชุมพรช่วงกำลังร้อนเลย ตอน บ่ายสองโมงครึ่ง เข้าโรงแรม แล้วได้งีบหลับช่วงบ่ายๆ สักสองชั่วโมง ก่อนออกมาหาอะไรทาน และขี่วนรอบตัวเมือง และแว๊บเข้าร้านนวดแผนไทย กดไปสองชั่วโมงเลย
สำหรับวันนี้ เป็นวันที่ผมเริ่มรู้สึกว่าตัวเองอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ต้นขาเริ่มมีอาการปวดเมื่อย และมือก็ยังคงชาอยู่ ผมนอนไม่ค่อยหลับ เนื่องจาก กังวลว่าสภาพร่างกายจะพร้อมสำหรับการปั่นในวันรุ่งขึ้นหรือไม่ กระสับกระส่ายตลอดทั้งคืนเลย
- ไฟล์แนบ
-
- ผ่าน 500 กิโลเมตร แล้วครับนายท่าน
- n675102109_2779240_4869094[1].jpg (36.61 KiB) เข้าดูแล้ว 3840 ครั้ง
-
- มาถึงประตูแห่งภาคใต้จนได้
- n675102109_2779239_21913[1].jpg (35.72 KiB) เข้าดูแล้ว 3841 ครั้ง
-
- บ้านกรูดยามเช้า
- n675102109_2779236_5163116[1].jpg (28.25 KiB) เข้าดูแล้ว 3855 ครั้ง
-
- ภาพเงามืดของจักรยานผม กับทะเลบ้านกรูด
- n675102109_2779235_6902926[1].jpg (21.58 KiB) เข้าดูแล้ว 3841 ครั้ง
- dang
- ขาประจำ
- โพสต์: 428
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ส.ค. 2008, 10:24
- team: N/A
- Bike: Trek and Bianchi
- ตำแหน่ง: BKK
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
-สู้ๆนะครับ K.วิน เอาใจช่วย...สนุกกับการเดินทางและปลอดภัยด้วย...
ผมแดงที่เคยไปเอาล้อที่บ้าน...

ผมแดงที่เคยไปเอาล้อที่บ้าน...
- wintutor
- ขาประจำ
- โพสต์: 122
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 พ.ย. 2008, 11:01
- Tel: 0849290036
- Bike: เสือพับ เสือภูเขา เสือหมอบ เสือผู้หญิง
- ตำแหน่ง: BKK
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2552
ชุมพร - ระนอง (วันสุดท้าย)
เช้านี้ตื่นมาพบว่าร่างการสะบักสะบอมทีเดียว ขานี่ไม่ค่อยยากจะก้าวออกไปเลย มือซ้ายยังคงชาอยู่ แต่รู้สึกว่าดีขึ้นบ้าง ตรูดเก็บเริ่มระบม จากการนั่งบนอานมาตลอดสามวัน จะไหวเหระวะกรู (คิดในใจ) วันนี้มีอีก 120กิโลที่จะต้องไปต่อ...
ผมเช็คเอาท์จากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ แวะกินก๋วยจั๊บในเมืองชุมพร พอหกโมงครึ่งผมก็ปั่นออกเดินทางทันที เพราะรู้ว่าถ้าลากยาวๆ ต่อไปอาจไปไม่ไหว เพราะร่างกายล้าซะแล้ว แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เส้นทางจากชุมพรมาระนองนั้น ร่มรื่นกว่าที่คิดมาก ถึงจะไม่ใช่ทางเขาสูง แต่ก็คดเคี้ยว ทำให้ปั่นแล้วเพลิดเพลินทีเดียว ภูมิทัศน์ของข้างทางก็เขียวขจี ทำให้ลืมเหนื่อยได้ถนัดทีเดียว เช้านี้การขี่ไม่ได้หนักหนา แต่ผมก็รู้สึกได้เลยว่า ขาเราอ่อนแรงลง อีกทั้งอาการระบมตรูด บั่นทอนการปั่นเยอะทีเดียว เพราะท่านนักปั่นคงจะนึกภาพออก ผมใช้รอบเบามากไม่ได้น้ำหนักจะลงที่อานเยอะ ยิ่งน้ำหนักลงที่อานเยอะ ตรูดก็ยิ่งระบม ฮา ฮา ฮา
กะในใจว่าวันนี้ ค่อยๆ ปั่น พักเยอะหน่อยก็ได้ ตำรากับทฤษฎีการปั่น โยนมันทิ้งไปก่อน งัดวิชาเอาตัวรอดเข้าว่าก่อน... แต่แล้วผมก็มาครึ่งทางที่กระบุรีอย่างไม่ยากเย็นเลย ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่ 11 โมง แอบเหน็บ ขนมจีบ กับซาลาเปาทับหลี จากบ้านทับหลีที่อยู่ก่อนหน้ากระบุรีสัก 10 โล มาด้วย และก็เป็นผล เพราะผมกินขนมจีบหมดกล่องระหว่างทางจากกระบุรีเข้ามาที่ระนอง แม้เส้นทางจะเป็นป่าเขา แต่อากาศก็ร้อนจัด วันนี้ผมกินน้ำเป็นว่าเล่น ซัดน้ำเปล่าไปสัก หก เจ็ดขวด แถมยังมี แป๊ปซี่ สปอนเซอร์ แล้วยังชาดำเย็น อีกตะหาก
การเดินทางดูเหมือนจะราบรื่นดีไปซะทุกอย่าง ผมมาถึงทางแยกเล็กๆ ก่อนเข้าตัวเมืองระนอง ทำให้ผมเลือกขี่เส้นเล็กที่อ้อมกว่าเล็กน้อย แทนที่จะไปเส้นทางหลัก เหตุผลก็เพราะว่า ผมตั้งใจจะมากิน ร้านโปรดที่ระนอง ชื่อร้าน ปากน้ำซีฟู๊ด ร้านนี้อร่อยเหาะจริงๆ ทั้งหอยนางรม ต้มข่าทะเล กุ้งทอดเกลือ ฯลฯ ผมปั่นมาตามเส้นทางเลาะข้างทะเล มองเห็นประเทศพม่าอยู่คู่ขนานมาตลอดทาง รู้สึกว่า วันนี้เราก็เหนื่อยนะ แต่ทำไมทุกอย่างมันดูง่ายดายไปหมด คุณว่าอะไรๆ มันจะเป็นอย่างนั้น่จริงๆ หรือ ??
และแล้วก่อนที่จะมาถึงร้านปากน้ำ ผมเจอเขาชันเหมือนมาทดสอบกำลังใจก่อนหมดทริปเลย ที่จริงเขาชันขนาดนี้ บ่ยั้นหรอก ถ้าสภาพร่างกายผมมันเป็นปกติ แต่มาเจอเอาตอนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขนาดนี้ อารมที่จิตใจต้องต่อสู้กับคำว่า เข็น หรือ ขืน มันก็เกิดขึ้น สุดท้าย ผมขืนใจปลดคลีตทั้งสองข้าง แล้วย่ำเอาจนผ่านมาได้ นึกว่าจะมาถึงร้านปากน้ำแล้ว ดันมาเจออีกเนินพอๆ กัน แต่ทีนี้กัดฟันเอามันจนได้ และผมก็มาถึงร้าน โดยมีเมนูจานเด็ดเต็มโต๊ะ
อะไรๆ ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ปั่นอีกนิดเดียวก็สุดทางแล้ว อยู่ๆ ฝนก็ดันตกหนักลงมาอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่คนที่นี่บอกว่า มันไม่เคยตกแบบนี้มานานแล้ว ผมก็ใจเย็นๆ วันนี้เหลืออีกไม่ถึงสิบโล ถึงจะต้องขึ้นเขาอีกนิดหน่อย นั่นไม่ใช่ปัญหาแล้ว เพราะว่าตอนนี้อิ่มท้องมีแรง มีกำลังใจเต็มที่ ผมก็รอจนฝนหยุด แดดออก จึงออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองระนอง จากร้านปากน้ำ เข้ามาที่เมืองระนอง ไม่น่าจะเกิน 7-8กิโลเมตร แต่ระหว่างทางนั้น อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ๆ กว่าตอนที่ผมอยู่ที่ร้านอาหารซะอีก กว่าที่ผมจะมุดหัวเข้ามาขอใต้ชายคาที่ป้อมตำรวจก่อนเข้าเมืองได้ ผมก็เปียกปอนแล้ว
ผมก็รออยู่นานพอสมควร เห็นว่าฝนคงไม่หยุดโดยง่าย ผมเลย ตัดสินใจ ถอดรองเท้าชิมาโน เปลี่ยนเป็น ฟองน้ำpuppa แล้วหยิบเสื้อกันฝนออกมาจากกระเป๋า พร้อมลุยเข้าโรงแรมทันที หลังจากได้อาบน้ำอาบท่า พร้อมทั้งโทรแซวเพื่อนฝูงเล็กน้อย ผมก็รู้สึกโล่งออกที่ทริปที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ ได้มาถึงอย่างสวัสดิภาพ แล้วสภาพร่างกายก็ยังสมบูรณ์ไม่ป่วยไม่ไข้ เพราะพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ถ้าหากไม่สบายจากการปั่นครั้งนี้ ไปเกาะคงหมดสนุกแน่ๆ ส่วนอาการชาที่มือก็ยังคงชาอยู่ แต่คงไม่ได้ปั่นจักรยานไปอีกหลายวัน น่าจะเป็นเวลาที่ดี ที่จะได้พักฟื้นอาการที่ว่า พร้อมทั้งอาการปวดล้าตามเนื้อตามตัวด้วย (ว่าแต่ว่า อาการชาตอนนี้ยิ่งทวีหนักขึ้น เพราะมานั่งพิมพ์สรุปทริปให้เพื่อนๆ นั่นแหละ มันจะไม่หายเพราะงี้ละน้อ)
ไม่มีบทสรุปไหนดีเท่ากับเราได้ออกมาท่องเที่ยวเผชิญโลกในอีกมุมที่เราไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เจอ นอกจากทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม กำลังใจจากคนสองข้างฝั่งถนนก็งดงามไม่แพ้กัน ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขทั้งที่เป็นการเดินทางคนเดียว แล้วก็เอาแต่ปั่นๆๆๆๆๆ คงจะต้องทำแบบนี้อีกแน่ๆ และประสบการณ์จากการปั่นครั้งนี้จะทำให้การปั่นทริปหน้าสมบูรณ์และก็น่าสนุกขึ้นไปอีก
เดี๋ยวคืนนี้ผมคงนอนรอเพื่อนๆ ที่มาจาก กรุงเทพฯ ที่จะไปเที่ยวเกาะด้วยกันพรุ่งนี้ คงมีเรื่องให้ต้องเล่าขาน พูดคุยกันอีกนานตลอดการเดินทางทีเดียว
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะครับ...
(จบบริบูรณ์)
ชุมพร - ระนอง (วันสุดท้าย)
เช้านี้ตื่นมาพบว่าร่างการสะบักสะบอมทีเดียว ขานี่ไม่ค่อยยากจะก้าวออกไปเลย มือซ้ายยังคงชาอยู่ แต่รู้สึกว่าดีขึ้นบ้าง ตรูดเก็บเริ่มระบม จากการนั่งบนอานมาตลอดสามวัน จะไหวเหระวะกรู (คิดในใจ) วันนี้มีอีก 120กิโลที่จะต้องไปต่อ...
ผมเช็คเอาท์จากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ แวะกินก๋วยจั๊บในเมืองชุมพร พอหกโมงครึ่งผมก็ปั่นออกเดินทางทันที เพราะรู้ว่าถ้าลากยาวๆ ต่อไปอาจไปไม่ไหว เพราะร่างกายล้าซะแล้ว แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เส้นทางจากชุมพรมาระนองนั้น ร่มรื่นกว่าที่คิดมาก ถึงจะไม่ใช่ทางเขาสูง แต่ก็คดเคี้ยว ทำให้ปั่นแล้วเพลิดเพลินทีเดียว ภูมิทัศน์ของข้างทางก็เขียวขจี ทำให้ลืมเหนื่อยได้ถนัดทีเดียว เช้านี้การขี่ไม่ได้หนักหนา แต่ผมก็รู้สึกได้เลยว่า ขาเราอ่อนแรงลง อีกทั้งอาการระบมตรูด บั่นทอนการปั่นเยอะทีเดียว เพราะท่านนักปั่นคงจะนึกภาพออก ผมใช้รอบเบามากไม่ได้น้ำหนักจะลงที่อานเยอะ ยิ่งน้ำหนักลงที่อานเยอะ ตรูดก็ยิ่งระบม ฮา ฮา ฮา
กะในใจว่าวันนี้ ค่อยๆ ปั่น พักเยอะหน่อยก็ได้ ตำรากับทฤษฎีการปั่น โยนมันทิ้งไปก่อน งัดวิชาเอาตัวรอดเข้าว่าก่อน... แต่แล้วผมก็มาครึ่งทางที่กระบุรีอย่างไม่ยากเย็นเลย ผมมาถึงที่นี่ตั้งแต่ 11 โมง แอบเหน็บ ขนมจีบ กับซาลาเปาทับหลี จากบ้านทับหลีที่อยู่ก่อนหน้ากระบุรีสัก 10 โล มาด้วย และก็เป็นผล เพราะผมกินขนมจีบหมดกล่องระหว่างทางจากกระบุรีเข้ามาที่ระนอง แม้เส้นทางจะเป็นป่าเขา แต่อากาศก็ร้อนจัด วันนี้ผมกินน้ำเป็นว่าเล่น ซัดน้ำเปล่าไปสัก หก เจ็ดขวด แถมยังมี แป๊ปซี่ สปอนเซอร์ แล้วยังชาดำเย็น อีกตะหาก
การเดินทางดูเหมือนจะราบรื่นดีไปซะทุกอย่าง ผมมาถึงทางแยกเล็กๆ ก่อนเข้าตัวเมืองระนอง ทำให้ผมเลือกขี่เส้นเล็กที่อ้อมกว่าเล็กน้อย แทนที่จะไปเส้นทางหลัก เหตุผลก็เพราะว่า ผมตั้งใจจะมากิน ร้านโปรดที่ระนอง ชื่อร้าน ปากน้ำซีฟู๊ด ร้านนี้อร่อยเหาะจริงๆ ทั้งหอยนางรม ต้มข่าทะเล กุ้งทอดเกลือ ฯลฯ ผมปั่นมาตามเส้นทางเลาะข้างทะเล มองเห็นประเทศพม่าอยู่คู่ขนานมาตลอดทาง รู้สึกว่า วันนี้เราก็เหนื่อยนะ แต่ทำไมทุกอย่างมันดูง่ายดายไปหมด คุณว่าอะไรๆ มันจะเป็นอย่างนั้น่จริงๆ หรือ ??
และแล้วก่อนที่จะมาถึงร้านปากน้ำ ผมเจอเขาชันเหมือนมาทดสอบกำลังใจก่อนหมดทริปเลย ที่จริงเขาชันขนาดนี้ บ่ยั้นหรอก ถ้าสภาพร่างกายผมมันเป็นปกติ แต่มาเจอเอาตอนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงขนาดนี้ อารมที่จิตใจต้องต่อสู้กับคำว่า เข็น หรือ ขืน มันก็เกิดขึ้น สุดท้าย ผมขืนใจปลดคลีตทั้งสองข้าง แล้วย่ำเอาจนผ่านมาได้ นึกว่าจะมาถึงร้านปากน้ำแล้ว ดันมาเจออีกเนินพอๆ กัน แต่ทีนี้กัดฟันเอามันจนได้ และผมก็มาถึงร้าน โดยมีเมนูจานเด็ดเต็มโต๊ะ
อะไรๆ ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี ปั่นอีกนิดเดียวก็สุดทางแล้ว อยู่ๆ ฝนก็ดันตกหนักลงมาอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งที่คนที่นี่บอกว่า มันไม่เคยตกแบบนี้มานานแล้ว ผมก็ใจเย็นๆ วันนี้เหลืออีกไม่ถึงสิบโล ถึงจะต้องขึ้นเขาอีกนิดหน่อย นั่นไม่ใช่ปัญหาแล้ว เพราะว่าตอนนี้อิ่มท้องมีแรง มีกำลังใจเต็มที่ ผมก็รอจนฝนหยุด แดดออก จึงออกเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองระนอง จากร้านปากน้ำ เข้ามาที่เมืองระนอง ไม่น่าจะเกิน 7-8กิโลเมตร แต่ระหว่างทางนั้น อยู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ๆ กว่าตอนที่ผมอยู่ที่ร้านอาหารซะอีก กว่าที่ผมจะมุดหัวเข้ามาขอใต้ชายคาที่ป้อมตำรวจก่อนเข้าเมืองได้ ผมก็เปียกปอนแล้ว
ผมก็รออยู่นานพอสมควร เห็นว่าฝนคงไม่หยุดโดยง่าย ผมเลย ตัดสินใจ ถอดรองเท้าชิมาโน เปลี่ยนเป็น ฟองน้ำpuppa แล้วหยิบเสื้อกันฝนออกมาจากกระเป๋า พร้อมลุยเข้าโรงแรมทันที หลังจากได้อาบน้ำอาบท่า พร้อมทั้งโทรแซวเพื่อนฝูงเล็กน้อย ผมก็รู้สึกโล่งออกที่ทริปที่เราตั้งเป้าหมายเอาไว้ ได้มาถึงอย่างสวัสดิภาพ แล้วสภาพร่างกายก็ยังสมบูรณ์ไม่ป่วยไม่ไข้ เพราะพรุ่งนี้ผมจะเดินทางไปเที่ยวหมู่เกาะสุรินทร์ถ้าหากไม่สบายจากการปั่นครั้งนี้ ไปเกาะคงหมดสนุกแน่ๆ ส่วนอาการชาที่มือก็ยังคงชาอยู่ แต่คงไม่ได้ปั่นจักรยานไปอีกหลายวัน น่าจะเป็นเวลาที่ดี ที่จะได้พักฟื้นอาการที่ว่า พร้อมทั้งอาการปวดล้าตามเนื้อตามตัวด้วย (ว่าแต่ว่า อาการชาตอนนี้ยิ่งทวีหนักขึ้น เพราะมานั่งพิมพ์สรุปทริปให้เพื่อนๆ นั่นแหละ มันจะไม่หายเพราะงี้ละน้อ)
ไม่มีบทสรุปไหนดีเท่ากับเราได้ออกมาท่องเที่ยวเผชิญโลกในอีกมุมที่เราไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เจอ นอกจากทิวทัศน์สองข้างทางที่สวยงาม กำลังใจจากคนสองข้างฝั่งถนนก็งดงามไม่แพ้กัน ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขทั้งที่เป็นการเดินทางคนเดียว แล้วก็เอาแต่ปั่นๆๆๆๆๆ คงจะต้องทำแบบนี้อีกแน่ๆ และประสบการณ์จากการปั่นครั้งนี้จะทำให้การปั่นทริปหน้าสมบูรณ์และก็น่าสนุกขึ้นไปอีก
เดี๋ยวคืนนี้ผมคงนอนรอเพื่อนๆ ที่มาจาก กรุงเทพฯ ที่จะไปเที่ยวเกาะด้วยกันพรุ่งนี้ คงมีเรื่องให้ต้องเล่าขาน พูดคุยกันอีกนานตลอดการเดินทางทีเดียว
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะครับ...
(จบบริบูรณ์)
- ไฟล์แนบ
-
- เส้นชัย
- n675102109_2779245_4424719[1].jpg (28.21 KiB) เข้าดูแล้ว 3770 ครั้ง
-
- สะพานข้ามแม่น้ำ ตรงทางแยกละอุ่น ก่อนถึงระนองสัก 25 โล
- n675102109_2779244_5563413[1].jpg (28.88 KiB) เข้าดูแล้ว 3772 ครั้ง
-
- ศาลาคนเหนื่อย
- n675102109_2779243_2614439[1].jpg (42.15 KiB) เข้าดูแล้ว 3778 ครั้ง
-
- ยามเช้าอะไรๆ ก็ดูดีไปหมด
- n675102109_2779242_6323591[1].jpg (46.47 KiB) เข้าดูแล้ว 3777 ครั้ง
-
beeggs
- ขาประจำ
- โพสต์: 3180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.ย. 2008, 16:51
- Tel: 0947963336
- team: kNightBIKE
- Bike: oltre, cervelo s5, super6 evo, canyon ult slx
- ติดต่อ:
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
สุดยอดครับ
อ่านแล้วอยากออกไปปั่นมากเลยยยยยย....
อ่านแล้วอยากออกไปปั่นมากเลยยยยยย....
วัยทำงาน มีแรง มีตังค์ ไม่มีเวลา
-
ฅนเดินทาง
- ขาประจำ
- โพสต์: 162
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 21:59
- Tel: 0-866039334
- team: ปั่นเดี่ยวเที่ยวไปทั่ว
- Bike: SANTACRUZ
- ตำแหน่ง: BKK.THAILAND
- ติดต่อ:
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
เยี่ยมมาก อยากไปแบบนี้มั่ง แต่หาโอกาสยากมากๆ คงมีสักวัน
ชีวิตที่ต้องเดินทาง
- jeepffw
- ขาประจำ
- โพสต์: 1136
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ก.พ. 2009, 15:55
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
นับถือครับความตั้งใจและความพยายามสุดๆครับ
- kevin
- ขาประจำ
- โพสต์: 471
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ธ.ค. 2008, 23:19
- Tel: 0816254936
- team: 0816254936
- Bike: klein/TREK
- ตำแหน่ง: bangkok
- ทิวากร
- ขาประจำ
- โพสต์: 6591
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 08:24
- Tel: 081-977692สอง
- team: ขุนหาญทีม
- Bike: เปลี่ยนเป็นเทคแล้ว
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
เป็นกำลังใจให้ครับ สุดยอดนักปั่นอีกท่าน
คุณไม่รู้หรอกว่าอะไรคือของปลอม ถ้ายังไม่เคยเห็นของจริง
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
บึงกาฬ-ชายแดนลาวเวียดนาม-ฮานอย..กดครับ
สำราจเส้นทางสายใหม่ ไปกัมพูชาพริบตาเดียว ชมนครวัด นครธมด้วยกัน..กดเบาๆครับ
อุ้มผาง ทีลอซู ถนนลอยฟ้า http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=267185
เวียงจันทน์-หลวงพระบาง http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6&t=332042
- golf_bangsaen
- ขาประจำ
- โพสต์: 6222
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2009, 16:25
- Tel: 087-60-70-891
- team: BangSaen Road Bike (BSRB)
- Bike: Bianchi 1885 2011 & Kuata Kalibur TT 2009 & LA 12"
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
แจ๋วมากครับพี่

-
noi234
- ขาประจำ
- โพสต์: 229
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 พ.ย. 2008, 16:21
- Tel: 08227-93233
- team: -
- Bike: ภูเขา - หมอบ - ฟิกส์
- ตำแหน่ง: 245 หมู่ 8 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน 58130
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
เยี่ยมเลยครับ
ระนองจะมีฝนทั้งปี นึกอยากตกก็ตก
เคยไปธุระ เจอฝนแบบน้องๆพายุเลยครับ ชาวบ้านบอกเป็นธรรมดาจ๊ะ
ระนองจะมีฝนทั้งปี นึกอยากตกก็ตก
เคยไปธุระ เจอฝนแบบน้องๆพายุเลยครับ ชาวบ้านบอกเป็นธรรมดาจ๊ะ
เปิดใจให้กว้าง เราจะได้เป็นสุข
- ปั่นละมัยจ้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 1363
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2009, 15:13
- Tel: 0855265699
- team: ปั่นจักรยานมาทำงาน
- Bike: จักรยานราคาถูกๆ
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
".....IMPOSSIBLE IS NOTTING...(จริงเหรอ)..."
- หมอบเขาวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 760
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 14:39
- Tel: 0869081291
- team: ไปมันทุกทีม
- Bike: เต่า คาร์บอน
- ตำแหน่ง: รังสิตคลอง 3 ธัญญบุรี
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
เยี่ยมเลยครับพี่
ปั่นไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่มีแรงปั่น
- kaiban76
- ขาประจำ
- โพสต์: 1145
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2008, 15:39
- Tel: 0817592342
- team: คนล่าฝัน ไบค์คลับ
- Bike: Bianchi, Surly LHT
Re: ข้ามาคนเดียว... กรุงเทพฯ - ระนอง (Road to Surin Island)
แวะเข้ามาชืนชมครับ
Dream Hunters ชวนปั่น....สรุปทริป สองเเรงน่อง ท่องหลวงพระบาง 11-18 ธ.ค. 2557 เริ่มที่หน้า 133
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... start=1995
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... start=1995