
.....ใช่ครับ มันทิ้งร่องรอยไว้ในใจ
ผมเจอมาสองครั้ง ตั้งแต่เริ่มขี่เมื่อหลังปีใหม่ สี่เดือนเอง
ในใจยังรู้สึกว่าเยอะกว่าค่าเฉลี่ยคนขี่จักรยานทั่วไป
ครั้งแรกวันฝนตกถนนลื่น ล้อ 1.25 นิ้วลงร่องคอนกรีตบนถนนสุขุมวิทขาเข้า ก่อนถึงแยก 62
บิดขึ้นแล้วพื้นถนนมันลื่นกว่าวันอากาศแห้ง กลิ้งไม่เป็นท่า
ลุกขึ้นขี่อีกได้สักสามเมตร ก็ลงร่องเดิม ล้มอีก ดีไม่มีรถยนต์ตามมาทับ
ไม่ไหวแล้วครับถอดใจ ต้องลุกขึ้นจูงไปขอล้างขาล้างแผลในร้านค้าข้างทาง
แฮนด์เบี้ยว ขาเป็นหมูแดงทั้งสองขา...ทุกวันนี้ผมกลัวและปอดร่องถนนมากครับ
ร่องเล็กร่องใหญ่จะขี่ทับเนี่ยต้องชะลอต้องเบี่ยงมุมเยอะๆไม่ให้ตกขนานร่อง
ครั้งที่สอง เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วนี่เอง
เคสคลาสสิค ขี่อยู่ริมสุขุมวิทขาออกหน้าวิลล่าซูเปอร์มาร์เก็ตซอย 33
รถติดเป็นแพ ตาคอยระวังรถแท็กซี่กลัวผู้โดยสารลงจากรถแล้วเปิดประตูมาชน
ปรากฏว่าโดนจริงๆ ไม่ใช่รถแท็กซี่ซึ่งมีกระจกใสเห็นอาการของคนนั่งหลังได้
แต่เป็นรถฟอร์จูนเนอร์ติดฟิล์มดำ เปิดประตูมาชนตูม ผมกระเด็นล้มไปด้านซ้ายทันที
ญี่ปุ่นครับ แกจะลงมาซื้อของในซูเปอร์หรือมาสังสรรค์กับเพื่อนอะไรสักอย่างที่ในซอยวิลล่านี่แหละ
คนขับรถคงบอกว่าถึงแล้วครับเจ้านาย
พี่แกก็เปิดประตูทันที ไม่ได้ดูด้านหลังเลย
แฮนด์เบี้ยวอีกแล้วครับผม ขาและแขนด้านขวายังช้ำเป็นจ้ำอยู่เลยตอนนี้
เดี๋ยวนี้เจอรถติดเป็นแพ ผมแทบจะไม่เลาะซ้ายสุดเลยล่ะครับ แต่มาขี่ช่วงต่อระหว่างเลนที่สองและเลนซ้ายสุดแทน
(ซึ่งต้องระวังร่องถนนเหมือนกัน เฮ่อ)
....อาการปอดมันคาอยู่ในใจนานครับ
แต่ถือว่าซื้อความรู้ครับ
กรณีคล้ายๆคุณ Dhandranunda โดนมาผมก็เคยเจอครับ เพียงแต่เขาเฉียดไปแค่สักนิ้วเดียว ไม่โดนรถผม
ตอนนั้นผมก็ซื้อความรู้เช่นกันว่า ถ้าขี่ช่องว่างซ้ายสุดยามที่รถค่อยๆไหลกันไปเป็นแถวเนี่ย ให้กั๊กพื้นที่ช่องว่างนั้นแบบไม่ต้องเกรงใจมอเตอร์ไซค์ไปเลย
เพราะถ้าเกรงใจชิดซ้ายสุดเปิดพื้นที่ให้เขาพอแทรกได้แบบเสี่ยง มอเตอร์ไซค์บางคันก็ระห่ำพอที่จะเสี่ยงเช่นกัน
ถ้าเขาเสี่ยงแล้วพลาด เราเจ็บด้วย