
จาก นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2554 โดย : นิรันศักดิ์ บุญจันทร์
..แม้ไม่ใช่จินตนาการยิ่งใหญ่ระดับไอน์สไตน์ แม้เป็นเพียงจินตนาการเล็กๆของผู้ชายธรรมดาๆ แต่เรื่องที่เขาคิดฝันและกำลังทำ ทั้งยิ่งใหญ่และน่าสนใจ
วิเชษฐ์ วินไธสงคือชายคนนั้น ที่ความคิดจินตนาการของเขาเปรียบเสมือน ไส้เดือนบินได้ ....
..แต่เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้น ใครเห็นก็ต้องหันมามองด้วยความสงสัย ขณะเดียวกันก็ต้องรู้สึกประหลาดใจ ทั้งรูปร่าง และการเคลื่อนไหว จนหลายคนที่พบเห็นสิ่งที่เขาประดิษฐ์คิดค้นขึ้น ต้องเดินเข้าไปถามไถ่เพื่อให้หายสงสัย หรือไม่ก็ขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
..รวมทั้งรถราที่แล่นผ่านไปมาบนถนน พลันที่เห็นเจ้าจินตนาการของเขาแล่นผ่านไปมา จะต้องชะลอความเร็วลงเพื่อดูให้เห็นอย่างถนัดตาทันที
จบ ม.4 ไม่มีเส้นแต่มีจินตนาการ
"ผมเรียนจบแค่ ม.4 เท่านั้น เพราะเรียนหนังสือไม่เก่ง พอเรียน ม.5 ได้ครึ่งปีก็ลาออก แล้วเข้ากรุงเทพฯ มาหางานทำ"
..วิเชษฐ์ วินไธสงเป็นคนโคราช เรียนจบ ม.4 ครึ่งที่โรงเรียนหนองหว้าวิทยา มีสองเหตุผลที่เขาลาออก คือ เรียนหนังสือไม่เก่ง และฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีนัก พอเข้ามาสมัครทำงานในกรุงเทพฯ ก็ได้งานทำที่คลังสินค้าสนามบินดอนเมือง หรือคาร์โก เป็นลูกจ้างรายวัน จนกระทั่งอายุ 21 ปี เขากลับไปคัดเลือกทหารและเป็นทหารเกณฑ์อยู่ที่โคราช 2 ปี จนปลดประจำการจึงบ่ายหน้ามาแสวงหางานทำในเมืองหลวง อีกครั้งหนึ่ง
.."ผมกลับมากรุงเทพฯ คราวนี้ทำมาหากินด้วยการค้าขายครับ....โดยใช้วิธีปั่นจักรยานใส่ข้าวของไว้ท้ายรถไปขายตามสถานที่ต่างๆ"
.. วิเชษฐ์ยอมรับว่าเป็นคนชอบขี่รถจักรยาน และชอบมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว จึงตัดสินใจดัดแปลงแต่งเติมรถจักรยานใส่ของไปขาย เหมือนเป็นร้านขายของชำเคลื่อนที่ และปั่นเจ้าสองล้อไปตามใจปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัดมุมไหนในกรุงเทพฯ เขาจะปั่นไปหมด
.."มีอยู่วันหนึ่ง ขณะที่ผมปั่นจักรยานไปขายของ บังเอิญมีฝรั่งคนหนึ่งมาเห็นเข้า ฝรั่งคนนั้นชื่อฟรานซีส เป็นชาวเบลเยี่ยม เขาเป็นนักแข่งจักรยาน พอเขามาเห็นผม เขาก็ชวนผมไปทดลองแข่งกับเขาด้วย"
..ในช่วงปี 2539-2540 นั้น วิเชษฐ์กลายเป็นนักแข่งจักรยานเสือภูเขาไปโดยปริยาย สำหรับชื่อเสียงแล้วอยู่ในระดับต้นๆ หรือในภาษานักแข่งรถจักรยานก็คือระดับ OVER ON ตระเวณแข่งหลายสนามไม่ว่าจะเป็นที่ เขาใหญ่, กาญจนบุรี, เชียงใหม่, พิจิตร ฯลฯ
..เพราะเป็นคนชอบรถจักรยานอยู่แล้ว วิเชษฐ์จึงดัดแปลงและตกแต่งด้วยฝีมือของตนเองทั้งหมด นอกจากนี้แล้ว ยังมีความสนใจเกี่ยวกับการประดิษฐ์จำพวกเครื่องบินเล็ก และเครื่องร่อนอีกด้วย แต่ถูกซ่อนอยู่ในใจมาโดยตลอด
.."จนกระทั่งราวๆช่วง ปี 2537 นั่นแหละ วันหนึ่งผมปั่นจักรยานไปดูเขาเล่นเครื่องบินเล็กที่สนามบินเล็กที่ดอนเมือง ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับบ้าน....ผมเห็นแล้วจึงเกิดไอเดียทันที"

มีความฝันจึงมีความจริง
.. วิเชษฐ์ วินไธสง มีความมั่นใจว่า ตัวเองสามารถผลิตเครื่องบินเล็กได้อย่างแน่นอน เพราะเป็นคนที่สนใจและชอบประดิษฐ์เครื่องเล่นเหล่านี้อยู่แล้ว
.."ผมตัดสินใจหาอุปกรณ์ต่างๆมาทำเครื่องบินเล็กที่บังคับด้วยวิทยุขาย โดยหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาจากร้านขายของเก่า แต่เอามาทำใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นลำตัวเครื่องบิน ใบพัด รวมทั้งมอเตอร์ ผมจะทำด้วยมือของตัวเองทั้งหมด....เรียกว่าเป็นงานฝีมือนั่นล่ะ ไม่ได้ซื้ออุปกรณ์สำเร็จรูปใหม่ๆ มาทำ"
..วิเชษฐ์เล่าว่า ในวันแรกที่ทำเครื่องบินเล็กไปวางขายที่สนามบินเล็กนั้น นำไปขาย 3 ลำ ตั้งราคาไว้ลำละ 1,300บาท
.."วันนั้นผมขายได้หมดทั้ง 3 ลำเลย"
..นั่นคือคำบอกเล่าพร้อมรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจ ขณะเดียวกันแววตาก็เปล่งประกายกับความสุขในอดีต
.."หลังจากนั้นผมก็ทำอย่างจริงจัง โดยเปิดร้านขายเครื่องบินเล็กที่เมืองทองธานี เครื่องบินผมทำเองทุกอย่าง รวมทั้งสอนวิธีการบังคับวิทยุให้กับลูกค้า จนสามารถบินได้ด้วย ตอนนี้มีลูกค้ามากพอสมควร เรียกว่าสามารถเลี้ยงตัวเองได้"
..ด้วยความที่มีฝีมือในการประดิษฐ์เครื่องบินเล็กของวิเชษฐ์นี่เอง ต่อมาจึงปรากฎเรื่องประหลาดขึ้น ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาเองก็ไม่อยากจะพูดถึงมันเท่าใดนัก เพราะไหนๆ ก็ผ่านเลยมาแล้ว เพียงแต่ตอนนี้มันยังอยู่ในรูปของตะกอนสีดำที่ตกค้างอยู่ในความทรงจำเท่านั้น
.."ในช่วงที่ผมทำเครื่องบินเล็กขายนั้น....มีโรงเรียนช่างกลแห่งหนึ่งมาติดต่อซื้อเพื่อนำไปออกรายการทีวี และบอกว่าเป็นผลงานของนักเรียน ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่หรอก แต่ผมเป็นคนทำต่างหาก ในวันที่ทีวีมาถ่ายทำนั้น กล้องทีวีก็ถ่ายนักเรียนที่ยืนถือเครื่องวิทยุทำท่าทางบังคับเครื่องบินให้บินร่อนโชว์ไปมา...แต่หารู้ไม่ว่า ผมนี่แหละที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้ และบังคับวิทยุให้เครื่องบินลำนั้นบินโชว์อย่างสวยงาม"
..วิเชษฐ์เล่าถึงตอนนี้แล้วก็ถึงกับกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ได้ พร้อมกับย้ำว่าห้ามบอกชื่อโรงเรียนเป็นอันขาด เพราะเรื่องราวมันผ่านเลยมาแล้ว และตัวเขาเองก็ไม่อยากจะพูดถึงมันอีก
.. แต่ถึงอย่างไร...เสียงหัวเราะของเขาก็ซ่อนไว้ด้วยความขมขื่นใจไม่น้อย
กลับสู่จักรยานคนจน
..ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่วิเชษฐ์ทำเครื่องเล็กบังคับด้วยวิทยุขายนั้น เขาสามารถทำเครื่องบินเล็กขายได้ 2-3 ลำต่อวัน ราคาลำละ 1,300-1,500 บาทเลยทีเดียว จนกระทั่งในปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงเศรษฐกิจฟองสบู่แตก เขาจึงเลิกแล้วหวนกลับมาหาจักรยานอีกครั้ง
.."ตอนนั้นลูกค้าหายหมดเลย เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ค่าอุปกรณ์ในการประดิษฐ์ก็แพงขึ้น....สำหรับลูกค้าของผมนั้น ก่อนหน้าที่ฟองสบู่จะแตก พวกเขาสามารถจะขับรถขึ้นทางด่วนพาลูกเต้ามาฝึกบินกับผมได้ แต่พอเศรษฐกิจพัง ทุกคนต้องประหยัด ลูกค้าผมก็หายหมด....และตอนนั้นสินค้าจากจีนกำลังเข้ามาตีตลาดในเมืองไทยด้วย คนก็เลยหันไปซื้อของสวยๆ ราคาถูกๆ จากจีน"
..แม้ว่า วิเชษฐ์จะหยุดทำเครื่องบินเล็กขาย...แต่ความฝันของเขาไม่หยุดตามไปด้วย
.."ผมกลับมาปั่นรถจักรยานขายของตามตลาดนัดอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับใช้เวลาว่างดัดแปลงจักรยานสำหรับใช้เองด้วย จนวันหนึ่งขณะปั่นจักรยานท่ามกลางแดดร้อน ผมก็เริ่มคิดว่า....เอ๊ะ...เราจะทำยังไงดีเวลาปั่นจักรยานจะได้ไม่ต้องทนกับแดดที่ร้อนเปรี้ยง..."
..นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้วิเชษฐ์ครุ่นคิดและวาดฝันถึงรูปโฉมรถจักรยาน โดยจินตนาการผสมผสานกันระหว่างเครื่องบิน รถจักรยาน และยานยนต์แห่งอนาคต
.."ผมเคยออกแบบและทดลองทำมาแล้ว 2 คันก่อนหน้านี้ แต่ดูแล้วรูปทรงมันไม่สวย จนกระทั่งมาถึงคันที่ 3 นี่แหละ .....มันจึงเป็นรถจักรยานต้นแบบที่ค่อนข้างสมบูรณ์ เวลาปั่นไปที่ไหน คนเริ่มสนใจและเดินมาถาม บางคนก็ขอถ่ายรูป"
...เขาเปิดเผยว่า นอกจากรูปทรงจักรยานที่ออกแบบเป็นเหมือนยานยนต์แห่งอนาคตแล้ว ภายในรถจักรยานยังประกอบด้วย สปีดความเร็วที่สามารถปรับได้ในระดับต่างๆ มีพวงมาลัย มีพัดลม มีเครื่องเล่น MP 3 มีลำโพงสามารถเปิดเพลงฟังได้ มีกระจกทั้งสองข้าง โดยทุกอย่างเขาออกแบบและติดตั้งด้วยตนเองทุกอย่าง สำหรับอุปกรณ์ทุกชิ้นนั้น ซื้อมาจากร้านขายของเก่า แล้วนำมาดัดแปลงอีกที
เมื่อถูกถามว่า ถ้าบริษัทผลิตรถจักรยานมาจ้างให้ไปทำงานด้วยจะไปไหม?
…วิเชษฐ์ วินไธสง หนุ่มจักรยานคนจน ทำสีหน้างงๆ ส่ายหัวไปมา ก่อนบอกว่า "ใครจะมาจ้าง....ไม่ดีหรอกมั้ง"
จักรยานบินได้?
..จินตนาการของวิเชษฐ์ วินไธสง ไม่ได้หยุดยั้งแค่รถจักรยานที่มีรูปลักษณ์แปลกใหม่เท่านั้น แต่เขายังมีความคิดที่จะทำให้รถจักรยานสามารถบินได้ด้วย
.."ผมสามารถจะทำให้รถจักรยานบินได้" เขายืนยั่นด้วยความมั่นใจ "เพราะผมรู้กลไกเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว โดยเฉพาะประสบการณ์จากการที่เคยทำเครื่องบินเล็กขายมาก่อน สามารถจะนำมาประยุกต์ได้ไม่ยาก เท่าที่ผมคิดไว้....จะเป็นรถจักรยานที่มีปีก หุบได้กางได้ ติดตั้งเครื่องยนต์ จะถีบบนพื้นดิน หรือจะติดเครื่องให้มันทะยานบินก็ได้ ตอนนี้ผมกำลังออกแบบและกำลังหาทุนทำอยู่"
..เขาบอกว่าจำเป็นต้องใช้ทุนบ้าง รวมทั้งใช้เวลาด้วย นอกเหนือจากนี้แล้วก็คือการออกแบบ และการทดลอง แต่สิ่งที่เขากังวลก็คือกฎหมายเกี่ยวกับการบิน
.."ปัญหาที่สำคัญก็คือกฎหมายนะ....เพราะมันไม่ใช่เครื่องบิน แต่มันเป็นรถจักรยานที่เราประดิษฐ์เอง ดังนั้นในแง่กฎหมายแล้วเขาห้ามบินสูงเกิน 40 ฟุต"
..วิเชษฐ์บอกว่า แนวความคิดในการทำให้รถจักรบินได้นั้น ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น แต่เขาสามารถทำได้ เพียงแต่รอความพร้อมในด้านเงินทุนและอุปกรณ์เท่านั้น
..แต่ตอนนี้ รถจักรยานมันบินอยู่ในจินตนาการของเขาเรียบร้อยแล้ว และวันหนึ่ง เราอาจจะแหงนมองเห็นรถจักรยานรูปร่างประหลาดๆ ลอยอยู่เหนือหลังคารถเก๋งคันงามก็ได้
...เหมือนกำลังมองเห็นไส้เดือนบินได้ด้วยความตกตลึงพรึงเพริดนั่นเลยทีเดียว
