ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ผู้ดูแล: ผู้ดูแลบอร์ดชมรมย่อย
- Tumkakai
- ขาประจำ
- โพสต์: 312
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 ต.ค. 2008, 09:52
- Tel: 0850590072
- team: Dust in the Wind
- Bike: Schwinn
- ตำแหน่ง: ปทุมธานี
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
แวะเข้ามาอ่าน ในฐานะ"คนเคยนั่งบนอาน" จั่วหัวแบบนี้ สะดุ้งเลย "อย่างแรง" นะนี่
แต่ไม่เป็นไร เราคนไทย ขอให้แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ถ้อยที ถ้อยอาศัย ปั่นกันอีกไม่กี่สิบปี ก็ต้องปลดระวางกันหมดแล้วนะจริงไหม แล้วก็คอยดูลูกหลานเขาปั่นกันต่อไป
ด้วยจิตเมตตา กำหนดกิจกรรม และทำกันไปอย่างชัดเจน อย่างเต็มที่เต็มกำลัง บนความเชื่อ ความศรัทธา บนพื้นฐานของวัตถุประสงค์ของแต่ละท่าน ลูกหลานเขาจะได้สืบทอดเจตนารมย์และอุดมการณ์ได้ถูกต้องต่อไป จะดีไหม
ฝากไว้เล็กน้อยๆ นะ ปั่นปลอดภัย สุขใจเมื่อได้ปั่น
ต้มข่าไก่
แต่ไม่เป็นไร เราคนไทย ขอให้แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง ถ้อยที ถ้อยอาศัย ปั่นกันอีกไม่กี่สิบปี ก็ต้องปลดระวางกันหมดแล้วนะจริงไหม แล้วก็คอยดูลูกหลานเขาปั่นกันต่อไป
ด้วยจิตเมตตา กำหนดกิจกรรม และทำกันไปอย่างชัดเจน อย่างเต็มที่เต็มกำลัง บนความเชื่อ ความศรัทธา บนพื้นฐานของวัตถุประสงค์ของแต่ละท่าน ลูกหลานเขาจะได้สืบทอดเจตนารมย์และอุดมการณ์ได้ถูกต้องต่อไป จะดีไหม
ฝากไว้เล็กน้อยๆ นะ ปั่นปลอดภัย สุขใจเมื่อได้ปั่น
ต้มข่าไก่
-
glv
- สมาชิก
- โพสต์: 56
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 22:36
- Tel: 0633542665
- team: ทีมลานคนเมือง
- Bike: trek4400
- ติดต่อ:
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ชนชั้นใดออกกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของอัตตา อย่าบอกว่าการใช้ชื่อนี้ไม่มีนัยยะแอบแฝง ถ้าบริสุทธิ์ใจขอพระเจ้าครุ้มครอง
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
จารุกัญญา TCHA เขียน:“เมื่อชมรมฯ จดทะเบียนเป็นสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย แทนชมรมฯ ได้เรียบร้อยแล้ว
ทรัพย์สินของชมรมฯ ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรมทั้งหมด รวมทั้งสมาชิกและสิทธิของสมาชิก
ให้โอนเป็นทรัพย์สินของสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยที่จัดตั้งใหม่นั้น
การดำเนินกิจกรรมต่อจากนั้น ให้กระทำในนามของสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยเพียงถ่ายเดียว”
จึงขอเรียนชี้แจงให้ทราบว่า หากมีกลุ่มบุคคลใดใช้ชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทยกระทำกิจกรรมใดๆ ให้ถือว่ามิได้เกี่ยวข้องกับสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทยและหากเกิดความเสียหายทาง สมาคมฯ จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปโดยเด็ดขาด
จึงประกาศเรียนมาเพื่อทราบ
นายพิชิต เอื้อสกุลเกียรติ
นายกสมาคมจักรยานเพื่อสุขภาพไทย
Thai Cycling for Health Association
glv เขียน:ชนชั้นใดออกกฎหมายก็เพื่อชนชั้นนั้น ต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของอัตตา อย่าบอกว่าการใช้ชื่อนี้ไม่มีนัยยะแอบแฝง ถ้าบริสุทธิ์ใจขอพระเจ้าครุ้มครอง
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ถ้าจับความให้ดี การกลับมาของอาจารย์และทีมงาน จุดยืนของเค้าชัดเจนคือ มาทำเรื่อง การผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยาน ในประเทศไทย ตรงไปตรงมา
คนที่ทำงานด้านการวางแผนและนโยบายมาโดยตลอดแค่อ่านดูแนวคิดก็น่าจะรู้ว่า การผลักดันนโยบายสาธารณะในเรื่องของการเดินและจักรยานนั้น ถือว่าเป็นการเกาถูกที่คันแล้วครับ เพราะสุดท้ายปลายทางของการผลักดันจะไปตอบคำถามในทุกๆมิติของปัญหาเรื่องการเดินและการใช้จักรยาน โดยตลอดระยะเวลาของการผลักดันจะเป็นเรื่องของการทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อ
1.สร้างแรงกดดันทางสังคม ผ่านงานกิจกรรมและวิชาการ
2.กระตุ้นให้เกิดกระแส และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3.ชี้นำผู้กำหนดนโยบายสาธารณะให้บรรจุไว้เป็นหนึ่งในนโยบายของประเทศนี้
ฟังดูเหมือนง่ายในหลักการ แต่ไม่ง่ายในวิธีการเท่าใดนัก เพราะต้องอาศัยการวางแผนที่ดี และทีมที่แข็งแกร่งทั้งในด้านกิจกรรมและวิชาการและต้องออกแบบงานทั้งหมดให้มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งการดำเนินงานจะมีลักษณะต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ แต่ถ้าทำสำเร็จ คือเรื่องของการเดินและจักรยานได้รับการบรรจุให้เป็นนโยบายสาธารณะแล้ว ชมรมชุดนี้ (ไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรก็ตาม) ก็คงหมดหน้าที่และแยกย้ายกันไป เพราะไม่มีอะไรต้องทำต่อไปแล้ว
การที่อาจารย์มาเป็นผู้นำในการทำงานเพื่อผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานครั้งนี้ ผมไม่มีคำกล่าวใด นอกจากอยากจะบอกว่าเป็นบุญของประเทศไทยครับ งานของท่านยังมีอีกมากมายที่ต้องทำ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน ตั้งแต่กรรมการชมรม และผู้ที่ตั้งใจไปช่วยงานชมรม ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตามให้เดินไปสู่เป้าหมายให้จงได้ครับ
ถ้าสมมติว่าเป็นชื่อชมรมผมเอง ผมใส่พานให้อาจารย์เลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจารย์เคยให้กับสังคมไทยมาโดยตลอดทั้งชีวิตการทำงานของอาจารย์ และเมื่อมองเห็นสิ่งที่ผู้ใช้จักรยานจะได้รับจากนี้ไป
อ่านงานของอาจารย์ที่ผ่านมาครับ http://www.trf.or.th/tips/x.asp?Art_ID=75
คิดว่าพระเจ้าคงเข้าใจครับ

ลืมเรื่องชื่อไปก่อนพี่น้องครับ เรามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานของประเทศไทยกันเถอะ โดยการส่งไอเดียดีๆของท่านไปที่
http://www.thaicyclingclub.org/
Project: การผลักดันการเดินและการใช้จักรยานไปสู่นโยบายสาธารณะของประเทศไทย
Project Manager: Mr. Gawin Chutima (นายกวิน ชุติมา)
Address: 4 Petchkasem 24, Pak Khlong Phasi Charoen Sub-District, Phasi Charoen District, Bangkok, 10160
Tel: 02 457 0904
Fax: 02 868 6001
Email: gwyn.chutima(@)thaicyclingclub.org
ของผมส่งไปแล้วครับ

คนที่ทำงานด้านการวางแผนและนโยบายมาโดยตลอดแค่อ่านดูแนวคิดก็น่าจะรู้ว่า การผลักดันนโยบายสาธารณะในเรื่องของการเดินและจักรยานนั้น ถือว่าเป็นการเกาถูกที่คันแล้วครับ เพราะสุดท้ายปลายทางของการผลักดันจะไปตอบคำถามในทุกๆมิติของปัญหาเรื่องการเดินและการใช้จักรยาน โดยตลอดระยะเวลาของการผลักดันจะเป็นเรื่องของการทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อ
ฟังดูเหมือนง่ายในหลักการ แต่ไม่ง่ายในวิธีการเท่าใดนัก เพราะต้องอาศัยการวางแผนที่ดี และทีมที่แข็งแกร่งทั้งในด้านกิจกรรมและวิชาการและต้องออกแบบงานทั้งหมดให้มีความสอดคล้องกัน อีกทั้งการดำเนินงานจะมีลักษณะต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะจบลงเมื่อไหร่ แต่ถ้าทำสำเร็จ คือเรื่องของการเดินและจักรยานได้รับการบรรจุให้เป็นนโยบายสาธารณะแล้ว ชมรมชุดนี้ (ไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรก็ตาม) ก็คงหมดหน้าที่และแยกย้ายกันไป เพราะไม่มีอะไรต้องทำต่อไปแล้ว
การที่อาจารย์มาเป็นผู้นำในการทำงานเพื่อผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานครั้งนี้ ผมไม่มีคำกล่าวใด นอกจากอยากจะบอกว่าเป็นบุญของประเทศไทยครับ งานของท่านยังมีอีกมากมายที่ต้องทำ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน ตั้งแต่กรรมการชมรม และผู้ที่ตั้งใจไปช่วยงานชมรม ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตามให้เดินไปสู่เป้าหมายให้จงได้ครับ
ถ้าสมมติว่าเป็นชื่อชมรมผมเอง ผมใส่พานให้อาจารย์เลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเมื่อเทียบกับสิ่งที่อาจารย์เคยให้กับสังคมไทยมาโดยตลอดทั้งชีวิตการทำงานของอาจารย์ และเมื่อมองเห็นสิ่งที่ผู้ใช้จักรยานจะได้รับจากนี้ไป
อ่านงานของอาจารย์ที่ผ่านมาครับ http://www.trf.or.th/tips/x.asp?Art_ID=75
คิดว่าพระเจ้าคงเข้าใจครับ

ลืมเรื่องชื่อไปก่อนพี่น้องครับ เรามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานของประเทศไทยกันเถอะ โดยการส่งไอเดียดีๆของท่านไปที่
http://www.thaicyclingclub.org/
Project: การผลักดันการเดินและการใช้จักรยานไปสู่นโยบายสาธารณะของประเทศไทย
Project Manager: Mr. Gawin Chutima (นายกวิน ชุติมา)
Address: 4 Petchkasem 24, Pak Khlong Phasi Charoen Sub-District, Phasi Charoen District, Bangkok, 10160
Tel: 02 457 0904
Fax: 02 868 6001
Email: gwyn.chutima(@)thaicyclingclub.org
แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 29 เม.ย. 2011, 18:31, แก้ไขแล้ว 11 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- นารีรำพึง
- สมาชิก
- โพสต์: 81
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 ธ.ค. 2010, 14:38
- Tel: โทรมาก็ไม่ติดหรอก 555
- team: คอยเกาะท้ายอยู่แถวเลียบด่วนคร้าบ ^_^
- Bike: รถถีบสยาม คันเดียวเสียวได้ทุกทริป
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
เพิ่งเข้ามาอ่านครับ ตกใจหมดเลย
เราปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันไม่ใช่หรือคร้าบ
เรื่องแค่นี้ทำไมถึงมามีปัญหากันได้น้อ 
เราปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันไม่ใช่หรือคร้าบ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย

สมัยที่ผมช่วยดูแลเรื่องบัญชีและงบการเงินของชมรมTCC สมัยนั้นเป็นชมรมฯไม่มีกฎหมายบังคับ การจะจัดการเรื่องต่างต่างจึงไม่มีอะไรที่ต้องเคร่งครัดมาก...
แต่พอเป็นสมาคมแล้วผมว่าน่าจะต้องเปลี่ยนปรับให้เป็นไปตามกฎหมาย กล่าวคือ
1.การนัดประชุมใหญ่นั้น ต้องลงประกาศ หนังสือพิมพ์ (ความเห็นผมนะสารสองล้อน่าจะเป็นการอนุโลมว่าใช้ได้ แต่ถ้าให้ชัวร์จริงต้องลง นสพ รายวันครับ)
2.ต้องส่งหนังสือเชิญประชุมไปยังสมาชิกทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ พร้อมแนบวาระการประชุม งบการเงิน ณ 31 ธันวาคม 2553 และ แผนที่ และ หนังสือมอบฉันทะ ในกรณีไปไม่ได้ เป็นต้น ซึ่งจดหมายเชิญดังกล่าวควรส่งก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันประชุม
ดูตัวอย่าง กดครับ
3.ต้องประชุมภายใน 4 เดือน นับจากวันปิดงบ คือภายในไม่เกินวันที่ 30 เมษายน 2554 ครับ ส่วนงบนั้นไปยื่นภายใน 150 วันหลังจากวันปิดงบ...
ซึ่งผมได้ทักท้วงไปยังกรรมการท่านหนึ่งที่ผมให้ความเคารพนับถืออยู่ก่อนวันไปทริปภูเก็ต - ลังกาวี ว่าถ้าช่วยเรียนไปยังสมาคมถึงท่านกรรมการที่รับผิดชอบได้ และช่วยให้แก้ไขทันก่อนจะถึงวันที่ 8/5/2554 ก็จะเป็นการดี...
เรียนมาเพื่อทราบครับว่าผมได้ให้ความเห็นไปยังท่านแล้ว ส่วนท่านจะทำหรือไม่นั้น ผมหาเกี่ยวข้องด้วยไม่
ด้วยความปราถนาดีต่อสมาคมฯครับ
ขอบคุณครับ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ตอนนี้ส่งจดหมายก่อนเลยครับ ยังพอทันอยู่ ส่วนการที่ประชุมเกินวันที่30เมษายนไปนั้น ค่อยว่ากันอีกที...ซึ่งยุ่งยากกว่าแน่ครับ...
เพราะผมเองยังไม่ได้รับจดหมายนัดประชุมจึงแสดงความเห็นมาครับ
ขอบคุณครับ...
เพราะผมเองยังไม่ได้รับจดหมายนัดประชุมจึงแสดงความเห็นมาครับ
ขอบคุณครับ...
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ตัวอย่างอีกสักตัวอย่าง(ที่ผมจะมีแสดงความเห็นเพิ่มเติม)
หมวดที่ 5
การประชุมสมาชิก
____________________________________________________________________________________
ข้อ 19 การประชุมสมาชิก
ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคม
การประชุมสมาชิกคราวอื่น ให้เรียกว่าประชุมวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจะร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมขึ้น ซึ่งคณะกรรมการจะต้องเรียกประชุมวิสามัญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
การประชุมสมาชิก ต้องมีสมาชิกหรือผู้รับมอบฉันทะของสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่าห้าสิบบริษัท หรือหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า จึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมงแล้ว สมาชิกยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่ภายใน 15 วัน การประชุมครั้งหลังนี้ แม้สมาชิกจะมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ดำเนินการประชุมได้
ในกรณีที่สมาชิกร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมสมาชิก หากสมาชิกมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ยกเลิกการประชุมนั้นเสีย
ข้อ 20 การบอกกล่าวประชุมสมาชิก
การบอกกล่าวประชุมสมาชิกในกรณีปกติ ให้แจ้งล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าจะเรียกประชุมเพื่อการใด
ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กดครับ
ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคม ตรงนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า ปพพ.เขาให้นับเป็นเดือนหรือ ๑๒๐ วัน อาจจะ ๑๒๐ วัน เพราะเขาคงแม่นกว่า ระหว่างการกำหนดเป็นเดือนกับเป็นวันต่างกันดังนี้ครับ
ถ้ากำหนดเป็นเดือนเช่นภายในสี่เดือนนับจากวันปิดงบ ก็ให้นัดประชุมภายในสี่เดือน เท่านั้น จะไปบอกว่าวันสุดท้ายของเดือนตรงกับเสาร์หรืออาทิตย์แล้วขอไปนัดในวันทำการถัดไปของเดือนที่ ๕ ท่านว่าไม่ได้
แต่การให้ไปยื่นงบท่านให้ไปยื่นภายใน ๑๕๐ วัน นับจากวันปิดงบนั้น หากวันสุดท้ายคือพอดีครบ๑๕๐วันไปตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ ท่านว่าไปยื่นในวันทำการถัดไปได้ (คือให้เกินกว่า๑๕๐วัน)
ทีนี้รายงานของผู้สอบบัญชี ต้องมีการระบุวันที่รับรองงบการเงิน งบดุลว่า.....
ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญ ครั้งที่...../๒๕๕๔ เมื่อวันที่ พอใส่วันที่ตรงนี้ว่าวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ผมไม่ทราบว่าผู้สอบบัญชีท่านจะมีสีหน้าออกมาเป็นประการใด เนื่องจากผู้สอบบัญชีท่านจะเว้นช่องนี้ให้กรรมการไปเสนอที่ประชุมภายในกำหนดเวลา ดังนั้นมักจะเว้นวันที่ตรงนี้เอาไว้ให้ไปเติมกันเอง ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับเชิญเข้าที่ประชุม
แต่ผู้สอบบัญชีงานนี้ท่านเหนื่อยแน่ เพราะต้องไปชี้แจงต่อสภาวิชาชีพนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตฯ คิดแล้วเหนื่อยครับ
ผมรีบแจ้งมาให้ทุกท่านทราบ เพราะว่าผมเรียนให้ทราบทางวาจาแล้วนึกว่าจะได้มีการแก้ไข แต่เพิ่งรับสารสองล้อเมื่อวานนี้ จึงต้องขอนุญาตเรียนผ่านหน้าคอมอีกครั้ง
นะครับ
หมวดที่ 5
การประชุมสมาชิก
____________________________________________________________________________________
ข้อ 19 การประชุมสมาชิก
ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคม
การประชุมสมาชิกคราวอื่น ให้เรียกว่าประชุมวิสามัญ ซึ่งคณะกรรมการหรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจะร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมขึ้น ซึ่งคณะกรรมการจะต้องเรียกประชุมวิสามัญภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ
การประชุมสมาชิก ต้องมีสมาชิกหรือผู้รับมอบฉันทะของสมาชิกมาประชุม ไม่น้อยกว่าห้าสิบบริษัท หรือหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด แล้วแต่จำนวนใดจะน้อยกว่า จึงจะครบเป็นองค์ประชุม หากเวลาผ่านพ้นไป 1 ชั่วโมงแล้ว สมาชิกยังมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหม่ภายใน 15 วัน การประชุมครั้งหลังนี้ แม้สมาชิกจะมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ดำเนินการประชุมได้
ในกรณีที่สมาชิกร้องขอให้คณะกรรมการจัดประชุมสมาชิก หากสมาชิกมาไม่ครบเป็นองค์ประชุม ก็ให้ยกเลิกการประชุมนั้นเสีย
ข้อ 20 การบอกกล่าวประชุมสมาชิก
การบอกกล่าวประชุมสมาชิกในกรณีปกติ ให้แจ้งล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 7 วัน พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบด้วยว่าจะเรียกประชุมเพื่อการใด
ข้อมูลจากสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กดครับ
ให้คณะกรรมการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ปีละครั้ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่สิ้นปีบัญชีของสมาคม ตรงนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า ปพพ.เขาให้นับเป็นเดือนหรือ ๑๒๐ วัน อาจจะ ๑๒๐ วัน เพราะเขาคงแม่นกว่า ระหว่างการกำหนดเป็นเดือนกับเป็นวันต่างกันดังนี้ครับ
ถ้ากำหนดเป็นเดือนเช่นภายในสี่เดือนนับจากวันปิดงบ ก็ให้นัดประชุมภายในสี่เดือน เท่านั้น จะไปบอกว่าวันสุดท้ายของเดือนตรงกับเสาร์หรืออาทิตย์แล้วขอไปนัดในวันทำการถัดไปของเดือนที่ ๕ ท่านว่าไม่ได้
แต่การให้ไปยื่นงบท่านให้ไปยื่นภายใน ๑๕๐ วัน นับจากวันปิดงบนั้น หากวันสุดท้ายคือพอดีครบ๑๕๐วันไปตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์ ท่านว่าไปยื่นในวันทำการถัดไปได้ (คือให้เกินกว่า๑๕๐วัน)
ทีนี้รายงานของผู้สอบบัญชี ต้องมีการระบุวันที่รับรองงบการเงิน งบดุลว่า.....
ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญ ครั้งที่...../๒๕๕๔ เมื่อวันที่ พอใส่วันที่ตรงนี้ว่าวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๔
ผมไม่ทราบว่าผู้สอบบัญชีท่านจะมีสีหน้าออกมาเป็นประการใด เนื่องจากผู้สอบบัญชีท่านจะเว้นช่องนี้ให้กรรมการไปเสนอที่ประชุมภายในกำหนดเวลา ดังนั้นมักจะเว้นวันที่ตรงนี้เอาไว้ให้ไปเติมกันเอง ในกรณีที่ท่านไม่ได้รับเชิญเข้าที่ประชุม
แต่ผู้สอบบัญชีงานนี้ท่านเหนื่อยแน่ เพราะต้องไปชี้แจงต่อสภาวิชาชีพนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตฯ คิดแล้วเหนื่อยครับ
ผมรีบแจ้งมาให้ทุกท่านทราบ เพราะว่าผมเรียนให้ทราบทางวาจาแล้วนึกว่าจะได้มีการแก้ไข แต่เพิ่งรับสารสองล้อเมื่อวานนี้ จึงต้องขอนุญาตเรียนผ่านหน้าคอมอีกครั้ง
นะครับ
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
มีคนเคยถามผมว่า ทำไมไม่เคยไปประชุม บางปีป้าแอมป์(ขออภัยที่เอ่ยนาม) โทรไปบ่อย บางปีน้าหมีโทรฯไปแจ้ง(ขออภัยที่เอ่ยนาม) ผมไม่ได้ไปสักครั้งเลย เพราะที่ผมต้องการนั้น เป็นดังเช่นความเห็นก่อนนั่นละครับ ผมต้องได้รับจดหมายครับ จึงจะถูกต้อง พร้อมเรื่องที่จะประชุมต้องทราบรายละเอียดก่อนล่วงหน้า ไม่ใช่ให้ไปฟังแล้วออกเสียงครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
สิ่งที่คุณเสือโก๋ฯ กล่าวมาหน่ะ เป็นมิติใหม่เชิงรุกเลยนะนี่เสือโก๋หน้าวัง เขียน:1.สร้างแรงกดดันทางสังคม ผ่านงานกิจกรรมและวิชาการ
2.กระตุ้นให้เกิดกระแส และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3.ชี้นำผู้กำหนดนโยบายสาธารณะให้บรรจุไว้เป็นหนึ่งในนโยบายของประเทศนี้
การที่อาจารย์กลับมาทำงานให้กับประชาชนชาวไทยที่ใช้จักรยานอีกครั้ง ผมไม่มีคำกล่าวใด นอกจากอยากจะบอกว่าเป็นบุญของประเทศไทยครับ งานของพวกท่านยังมีอีกมากมายที่ต้องทำ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน ตั้งแต่กรรมการชมรม และผู้ที่ตั้งใจไปช่วยงานชมรม ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตามให้เดินไปสู่เป้าหมายให้จงได้ครับ
ลืมเรื่องชื่อไปก่อนพี่น้องครับ เรามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานของประเทศไทยกันเถอะ โดยการส่งไอเดียดีๆของท่านไปที่ http://www.thaicyclingclub.org/
![]()
ของผมส่งไปแล้วครับ
![]()
แล้วจะทยอยส่งวิธีการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบจักรยานในชุมชน และวิถีจักรยานสู่วัฒนธรรมการเดินทางระยะสั้น ไปร่วมด้วยช่วยกันครับ
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
มิได้เป็นการปลุกใจเสือป่าแต่อย่างใดครับพี่ชยุต แต่โดยตัวโครงการมีความน่าสนใจจริงๆ ก็เลยอยากเรียกร้องให้ พวกเรามาร่วมด้วยช่วยกันครับ
เรื่องชื่อหรืออะไรเนี่ยไม่ใช่ปัญหาของเรา ให้คนที่มีหน้าที่คุยเรื่องนี้ไปคุยกันเอง หยุดการวิพากษ์เรื่องชื่อนี้เถอะครับ
อยากให้เพื่อนๆหันมามองในตัวเนื้อหาของโครงการดีกว่า เข้าไปอ่านดูแล้วเห็นว่าวิธีคิดมีศักยภาพและความเป็นไปได้ ที่ชอบคือมันมีลักษณะของ “การเข้าถึงได้” ซึ่งอันนี้สำคัญ เน้นนะครับว่าสำคัญ
ยิ่งโครงการนี้ผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการจากองค์กรอย่าง สสส. แล้ว มันยิ่งชัดเจนในเรื่องแนวคิดและความเป็นไปได้ เพราะผ่านการกลั่นกรองมาหลายรอบจากคณะกรรมการหลายชุด กว่าจะมาถึงวันนี้
ผมเคยเขียนโครงการไปขอทุนจาก สสส. แค่เงินไม่กี่แสน กว่าจะได้รับการอนุมัติจะต้องนัดประชุมกับคณะกรรมการที่ทาง สสส. ได้แต่งตั้งเพื่อพิจารณาโครงการที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน เพื่อชี้แจงกันหลายรอบ ต้องอธิบายให้คณะกรรมการที่มีกว่า 10 ท่านฟัง ว่าเราต้องการทำอะไร แต่ละท่านก็มีความเห็นต่อโครงการที่แตกต่างกันไป ต้องนำความเห็นทั้งหมดกลับมาปรับโครงการและงบประมาณ แล้วส่งเข้าไปอีก เหนื่อยหน่อยแต่ก็โอเคครับ เพราะกรรมการแต่ละท่านมีประสบการณ์ด้านการทำงานแบบจิตอาสามาก่อนทั้งนั้น ก็เลยทำให้มุมมองเรากว้างมากขึ้นไปด้วย
ในแต่ละปี สสส. นั้นมีงบที่จะสนับสนุนให้ทำเรื่องพวกนี้เยอะมากโดยเฉพาะเรื่องของจักรยาน แต่โครงการที่เสนอเข้าไปนั้นจะเข้าตาหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายหลักของทาง สสส. ด้วย คนเขียนโครงการส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษานโยบายหลักของ สสส. เลยเขียนโครงการแบบไร้จุดหมาย หาความสอดคล้องกับแผนหลักของ สสส. ไม่ได้ ก็เลยไม่ได้รับการอนุมัติ เท่าที่เคยคุยกับกรรมการใน สสส. ได้ความว่าในปีๆหนึ่ง สสส. ไม่ได้ห่วงเรื่องเงินไม่พอสนับสนุน เรื่องงบประมาณนั้นมีให้มากมายเลยทีเดียว แต่ทาง สสส. กลับห่วงเรื่องจำนวนโครงการที่ส่งเข้ามาและได้รับการอนุมัติมีน้อยกว่าที่คาดไว้ เพราะไม่สอดคล้องกับแผนหลักของ สสส. เนื่องจาก สสส. ไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค้ามีหน้าที่บริหารเงินของแผนดิน ดังนั้น จะอนุมัติสนับสนุนโครงการใดๆ โดยไม่มีหลักการและเหตุผลไม่ได้ครับ และไม่มีใครสามารถไปมีอำนาจที่จะบังคับให้กรรมการที่มีอยู่หลายชุดลงความเห็นตามที่ตัวเองต้องการได้ ยิ่งเป็นกรรมการที่เป็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัยมาก่อนแล้ว เท่าที่เห็นมา ท่านจะมีหลักการและจุดยืนที่ชัดเจน ทำงานเป็นอิสระในความคิดมาก
พูดง่ายๆ ก็คือ สสส. อยากให้ แต่จะมีโครงการดีๆไปเอาทุนมาได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง ก็เลยจะบอกว่า ถ้าชมรมไหนหรือหน่วยงานไหนเข้าใจและอยากทำงานเพื่อสังคมในลักษณะดังกล่าว แล้วอยากได้ทุนสนับสนุนจาก สสส. ก็สามารถลองเขียนโครงการเสนอเข้าไปได้เลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ตัว สสส. เอง ก็มีสำนักอยู่ตั้ง 7 สำนัก (http://www.thaihealth.or.th/about/get-to-know) ที่มีอำนาจในการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโครงการ เราก็ไม่อาจทราบได้ว่าโครงการของชมรมใดๆที่ส่งเข้าไปจะไปที่สำนักไหน เพราะมันอยู่ที่ว่าเนื้อหาสาระ มันสอดคล้องกับงานของสำนักอะไรซึ่งเป็นเรื่องภายในของ สสส. จะพิจารณาเอง เราไม่เกี่ยว และงานของแต่ละสำนักก็ไม่เกี่ยวกัน ตอนที่ผมไปยื่นโครงการเมื่อราวๆ สองปีที่แล้ว เท่าที่ผมจำได้ อาจารย์ท่านเป็นกรรมการอยู่สำนักพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องการให้ทุนแก่โครงการเกี่ยวกับจักรยานเลย เดาว่าอาจารย์ท่านคงตั้งใจให้กรรมการที่พิจารณาให้ทุนกับจักรยานที่อยู่ต่างสำนักกันได้พิจารณาอย่างเต็มที่ด้วยความเป็นธรรม โดยท่านไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในกระบวนการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น
การไม่รู้ว่าจะเขียนโครงการอย่างไรนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของวงการจักรยานบ้านเราครับ นี่พูดถึงโครงการแบบครั้งเดียวจบนะครับยังหาคนเขียนยาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องโครงการผลักดันนโยบายสาธารณะที่เป็นลักษณะแบบ multiple projects นั้นเป็นการเขียนโครงการยากกว่ามาก เพราะต้องเขียนโครงการในลักษณะแบบแผนกลยุทธ์กันเลยทีเดียว ในเมื่อกระบวนการเหล่านั้นจบสิ้นไปแล้ว ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานแล้ว ขั้นต่อไปคือการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจกันครับ
Tip of the Day : คิดบวก ชีวีจะมีแต่ความสุข

เรื่องชื่อหรืออะไรเนี่ยไม่ใช่ปัญหาของเรา ให้คนที่มีหน้าที่คุยเรื่องนี้ไปคุยกันเอง หยุดการวิพากษ์เรื่องชื่อนี้เถอะครับ
อยากให้เพื่อนๆหันมามองในตัวเนื้อหาของโครงการดีกว่า เข้าไปอ่านดูแล้วเห็นว่าวิธีคิดมีศักยภาพและความเป็นไปได้ ที่ชอบคือมันมีลักษณะของ “การเข้าถึงได้” ซึ่งอันนี้สำคัญ เน้นนะครับว่าสำคัญ
ยิ่งโครงการนี้ผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการจากองค์กรอย่าง สสส. แล้ว มันยิ่งชัดเจนในเรื่องแนวคิดและความเป็นไปได้ เพราะผ่านการกลั่นกรองมาหลายรอบจากคณะกรรมการหลายชุด กว่าจะมาถึงวันนี้
ผมเคยเขียนโครงการไปขอทุนจาก สสส. แค่เงินไม่กี่แสน กว่าจะได้รับการอนุมัติจะต้องนัดประชุมกับคณะกรรมการที่ทาง สสส. ได้แต่งตั้งเพื่อพิจารณาโครงการที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน เพื่อชี้แจงกันหลายรอบ ต้องอธิบายให้คณะกรรมการที่มีกว่า 10 ท่านฟัง ว่าเราต้องการทำอะไร แต่ละท่านก็มีความเห็นต่อโครงการที่แตกต่างกันไป ต้องนำความเห็นทั้งหมดกลับมาปรับโครงการและงบประมาณ แล้วส่งเข้าไปอีก เหนื่อยหน่อยแต่ก็โอเคครับ เพราะกรรมการแต่ละท่านมีประสบการณ์ด้านการทำงานแบบจิตอาสามาก่อนทั้งนั้น ก็เลยทำให้มุมมองเรากว้างมากขึ้นไปด้วย
ในแต่ละปี สสส. นั้นมีงบที่จะสนับสนุนให้ทำเรื่องพวกนี้เยอะมากโดยเฉพาะเรื่องของจักรยาน แต่โครงการที่เสนอเข้าไปนั้นจะเข้าตาหรือเปล่าเท่านั้นเอง เพราะต้องมีความสอดคล้องกับนโยบายหลักของทาง สสส. ด้วย คนเขียนโครงการส่วนใหญ่ไม่ได้ศึกษานโยบายหลักของ สสส. เลยเขียนโครงการแบบไร้จุดหมาย หาความสอดคล้องกับแผนหลักของ สสส. ไม่ได้ ก็เลยไม่ได้รับการอนุมัติ เท่าที่เคยคุยกับกรรมการใน สสส. ได้ความว่าในปีๆหนึ่ง สสส. ไม่ได้ห่วงเรื่องเงินไม่พอสนับสนุน เรื่องงบประมาณนั้นมีให้มากมายเลยทีเดียว แต่ทาง สสส. กลับห่วงเรื่องจำนวนโครงการที่ส่งเข้ามาและได้รับการอนุมัติมีน้อยกว่าที่คาดไว้ เพราะไม่สอดคล้องกับแผนหลักของ สสส. เนื่องจาก สสส. ไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนจำกัด เค้ามีหน้าที่บริหารเงินของแผนดิน ดังนั้น จะอนุมัติสนับสนุนโครงการใดๆ โดยไม่มีหลักการและเหตุผลไม่ได้ครับ และไม่มีใครสามารถไปมีอำนาจที่จะบังคับให้กรรมการที่มีอยู่หลายชุดลงความเห็นตามที่ตัวเองต้องการได้ ยิ่งเป็นกรรมการที่เป็นนักวิชาการในมหาวิทยาลัยมาก่อนแล้ว เท่าที่เห็นมา ท่านจะมีหลักการและจุดยืนที่ชัดเจน ทำงานเป็นอิสระในความคิดมาก
พูดง่ายๆ ก็คือ สสส. อยากให้ แต่จะมีโครงการดีๆไปเอาทุนมาได้หรือเปล่าเท่านั้นเอง ก็เลยจะบอกว่า ถ้าชมรมไหนหรือหน่วยงานไหนเข้าใจและอยากทำงานเพื่อสังคมในลักษณะดังกล่าว แล้วอยากได้ทุนสนับสนุนจาก สสส. ก็สามารถลองเขียนโครงการเสนอเข้าไปได้เลยครับ
แต่อย่างไรก็ตาม ตัว สสส. เอง ก็มีสำนักอยู่ตั้ง 7 สำนัก (http://www.thaihealth.or.th/about/get-to-know) ที่มีอำนาจในการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโครงการ เราก็ไม่อาจทราบได้ว่าโครงการของชมรมใดๆที่ส่งเข้าไปจะไปที่สำนักไหน เพราะมันอยู่ที่ว่าเนื้อหาสาระ มันสอดคล้องกับงานของสำนักอะไรซึ่งเป็นเรื่องภายในของ สสส. จะพิจารณาเอง เราไม่เกี่ยว และงานของแต่ละสำนักก็ไม่เกี่ยวกัน ตอนที่ผมไปยื่นโครงการเมื่อราวๆ สองปีที่แล้ว เท่าที่ผมจำได้ อาจารย์ท่านเป็นกรรมการอยู่สำนักพัฒนานโยบายและยุทธศาสตร์ ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่องการให้ทุนแก่โครงการเกี่ยวกับจักรยานเลย เดาว่าอาจารย์ท่านคงตั้งใจให้กรรมการที่พิจารณาให้ทุนกับจักรยานที่อยู่ต่างสำนักกันได้พิจารณาอย่างเต็มที่ด้วยความเป็นธรรม โดยท่านไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในกระบวนการตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น
การไม่รู้ว่าจะเขียนโครงการอย่างไรนับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของวงการจักรยานบ้านเราครับ นี่พูดถึงโครงการแบบครั้งเดียวจบนะครับยังหาคนเขียนยาก ไม่ต้องพูดถึงเรื่องโครงการผลักดันนโยบายสาธารณะที่เป็นลักษณะแบบ multiple projects นั้นเป็นการเขียนโครงการยากกว่ามาก เพราะต้องเขียนโครงการในลักษณะแบบแผนกลยุทธ์กันเลยทีเดียว ในเมื่อกระบวนการเหล่านั้นจบสิ้นไปแล้ว ได้รับการอนุมัติให้ดำเนินงานแล้ว ขั้นต่อไปคือการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจกันครับ
Tip of the Day : คิดบวก ชีวีจะมีแต่ความสุข

แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 28 เม.ย. 2011, 06:40, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
หลายคนคงสงสัยว่าผมพูดถึงนโยบายสาธารณะบ่อยๆ พูดถึงเรื่องการผลักดัน แล้วมันผลักอะไร ดันอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย
ไม่ยากครับ อธิบายง่ายๆคือ การทำงานของอาจารย์และทีมงานในครั้งนี้ มีหน้าที่อย่างเดียวเท่านั้น คือ ทำให้ข้อความข้างล่างไปอยู่ในแผนในการพัฒนาประเทศไทยเท่านั้นเอง เท่านี้หน้าที่ก็จะจบ แยกย้ายกันไป บ้านใครบ้านมันครับ โมเดลนี้ที่เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ทำสำเร็จมาแล้ว และกำลังจะเป็นรูปเป็นร่างที่อินโดนีเซีย (เมืองไทยยังมีปัญหาเรื่องชื่อ...สมานฉันท์ ทำงานร่วมกันดีกว่านะครับ
)
การพูดนั้นง่าย แต่การไปถึงจุดนั้นมันไม่ง่าย เพราะต้องมีวิธี และต้องคิดแบบเป็นกระบวนการด้วย ไม่ใช่เอะอะก็รณรงค์ เอะอะก็ปั่นๆๆๆ เอะอะก็เรียกร้อง เพียงอย่างเดียว
นั่นคือทำไมที่ผมบอกว่าพวกเราได้อาจารย์ซึ่งปลุกปล้ำเรื่องจักรยานมากว่า 20 ปี มาเป็นผู้นำทำเรื่องนี้ให้ชาวจักรยานโดยตรง นับเป็นบุญของประเทศไทยแล้วครับ
ขอให้สำเร็จครับ เอาใจช่วย
นโยบายหลัก
“รัฐต้องกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนเลือกวิธีการเดินทางในชีวิตประจำวันด้วยการใช้จักรยาน และการเดิน เป็นวิธีการหลัก เพื่อประโยชน์ในโดยรวมในเรื่อง สุขภาวะของประชาชน การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การลงทุนในสาธารณูปโภคของรัฐ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ การประหยัดพลังงาน”
นโยบายย่อยเพื่อสนับสนุนนโยบายหลัก
• รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเกิดการวางแผน เพื่อออกแบบหรือปรับปรุงผังเมือง และ โครงสร้างพื้นฐาน สวนสาธารณะ เพื่อให้มีลักษณะที่เป็นมิตร และจูงใจให้เกิดการเดินและการจักรยานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน
• รัฐต้องกำหนดให้ถนนทุกเส้นที่สร้างใหม่ หรือ ปรับปรุงถนนที่ได้ก่อสร้างไปแล้ว ให้เกิดความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทางเท้า และ ผู้ใช้จักรยาน รวมไปถึงต้องมีการกำหนดระเบียบการจราจรให้มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้จักรยาน
• รัฐต้องส่งเสริมให้เกิดเครือข่าย องค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทางเท้า และ ผู้ใช้จักรยานทั้งในเมืองหลวง ชานเมือง และ ท้องถิ่น ให้มากที่สุด
• รัฐต้องส่งเสริมให้เกิดทางที่ปลอดภัยสำหรับการเดินและการใช้จักรยาน เพื่อเดินทางไปโรงเรียน จัดเตรียมที่จอดจักรยานอย่างเพียงพอในโรงเรียน และ จัดการเรียนการสอนให้เยาวชนรักการใช้จักรยาน และการเดิน
• รัฐต้องปรับปรุงและดูแลรักษา ป้ายสัญญาณ และ ทางจักรยานที่มีอยู่แล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
• รัฐจะต้องจัดเตรียมที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและยอมรับได้ในพื้นที่สาธารณะ และบังคับให้มีการจัดทำที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานในอาคารสูง โรงงาน และ บริเวณที่อยู่อาศัย
• รัฐต้องกำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท จัดเตรียม ระบบ หรือพื้นที่ ที่สามารถขนส่งจักรยานไปในระยะทางไกลได้
• รัฐจะต้องจัดหาจักรยานสาธารณะจัดเตรียมไว้คอยให้บริการตามสถานที่ต่างๆในเมือง เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐจะต้องส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรม หรือออกข้อกำหนด เพื่อกระตุ้นส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้จักรยาน และการเดินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องสนับสนุนกิจกรรมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางจากรถยนต์มาเป็นการเดินและการใช้จักรยานอย่างเต็มที่
• รัฐมีหน้าที่กำหนดกฏหมายที่เกี่ยวกับสำหรับการใช้จักรยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและวินัยที่ดีของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐมีหน้าที่อบรมและให้ความรู้กับผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์ยนต์เพื่อให้มีทัศนคติที่ดีและให้เความสำคัญต่อผู้ที่เดินและใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐมีหน้าที่ออกกฏหมายและมาตรการต่างๆเพื่อลดแรงจูงใจผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์ พร้อมทั้งกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ ผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์เพื่อสร้างความปลอดภัย ให้กับผู้ที่เดินและใช้จักรยาน
• รัฐมีหน้าที่จัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อก่อให้เกิด ดูแล และการประสานงานกับภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ และ องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ในเรื่องการส่งเสริมให้เกิดสังคมผู้ใช้จักรยานในประเทศไทย
• รัฐมีหน้าที่จัดตั้งกองทุนเพื่อให้ทุนสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการใช้จักรยานและการเดิน
• รัฐมีหน้าที่ส่งเริมให้เกิดการศึกษา วิจัย และพัฒนางานทางด้านวิชาการในสาขาต่างๆ ที่เอื้อให้เกิดมาตรฐานในเรื่องของการเดินและการใช้จักรยาน และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใชวิธีการเดินและใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก
• รัฐมีหน้าที่บริหารและปรับปรุงนโยบายที่ส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน และรักษาระดับของผู้ที่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
การพูดนั้นง่าย แต่การไปถึงจุดนั้นมันไม่ง่าย เพราะต้องมีวิธี และต้องคิดแบบเป็นกระบวนการด้วย ไม่ใช่เอะอะก็รณรงค์ เอะอะก็ปั่นๆๆๆ เอะอะก็เรียกร้อง เพียงอย่างเดียว
นั่นคือทำไมที่ผมบอกว่าพวกเราได้อาจารย์ซึ่งปลุกปล้ำเรื่องจักรยานมากว่า 20 ปี มาเป็นผู้นำทำเรื่องนี้ให้ชาวจักรยานโดยตรง นับเป็นบุญของประเทศไทยแล้วครับ
ขอให้สำเร็จครับ เอาใจช่วย
นโยบายหลัก
“รัฐต้องกระตุ้นและส่งเสริมให้ประชาชนเลือกวิธีการเดินทางในชีวิตประจำวันด้วยการใช้จักรยาน และการเดิน เป็นวิธีการหลัก เพื่อประโยชน์ในโดยรวมในเรื่อง สุขภาวะของประชาชน การลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน การลงทุนในสาธารณูปโภคของรัฐ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ การประหยัดพลังงาน”
นโยบายย่อยเพื่อสนับสนุนนโยบายหลัก
• รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีเกิดการวางแผน เพื่อออกแบบหรือปรับปรุงผังเมือง และ โครงสร้างพื้นฐาน สวนสาธารณะ เพื่อให้มีลักษณะที่เป็นมิตร และจูงใจให้เกิดการเดินและการจักรยานเพื่อการเดินทางในชีวิตประจำวัน
• รัฐต้องกำหนดให้ถนนทุกเส้นที่สร้างใหม่ หรือ ปรับปรุงถนนที่ได้ก่อสร้างไปแล้ว ให้เกิดความเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทางเท้า และ ผู้ใช้จักรยาน รวมไปถึงต้องมีการกำหนดระเบียบการจราจรให้มีความเป็นมิตรต่อผู้ใช้จักรยาน
• รัฐต้องส่งเสริมให้เกิดเครือข่าย องค์กรที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ทางเท้า และ ผู้ใช้จักรยานทั้งในเมืองหลวง ชานเมือง และ ท้องถิ่น ให้มากที่สุด
• รัฐต้องส่งเสริมให้เกิดทางที่ปลอดภัยสำหรับการเดินและการใช้จักรยาน เพื่อเดินทางไปโรงเรียน จัดเตรียมที่จอดจักรยานอย่างเพียงพอในโรงเรียน และ จัดการเรียนการสอนให้เยาวชนรักการใช้จักรยาน และการเดิน
• รัฐต้องปรับปรุงและดูแลรักษา ป้ายสัญญาณ และ ทางจักรยานที่มีอยู่แล้วให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
• รัฐจะต้องจัดเตรียมที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและยอมรับได้ในพื้นที่สาธารณะ และบังคับให้มีการจัดทำที่จอดจักรยานที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานในอาคารสูง โรงงาน และ บริเวณที่อยู่อาศัย
• รัฐต้องกำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท จัดเตรียม ระบบ หรือพื้นที่ ที่สามารถขนส่งจักรยานไปในระยะทางไกลได้
• รัฐจะต้องจัดหาจักรยานสาธารณะจัดเตรียมไว้คอยให้บริการตามสถานที่ต่างๆในเมือง เพื่อความสะดวกในการเดินทางของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐจะต้องส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรม หรือออกข้อกำหนด เพื่อกระตุ้นส่งเสริม และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้จักรยาน และการเดินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งต้องสนับสนุนกิจกรรมที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางจากรถยนต์มาเป็นการเดินและการใช้จักรยานอย่างเต็มที่
• รัฐมีหน้าที่กำหนดกฏหมายที่เกี่ยวกับสำหรับการใช้จักรยานเพื่อให้เกิดความปลอดภัยและวินัยที่ดีของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐมีหน้าที่อบรมและให้ความรู้กับผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์ยนต์เพื่อให้มีทัศนคติที่ดีและให้เความสำคัญต่อผู้ที่เดินและใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน
• รัฐมีหน้าที่ออกกฏหมายและมาตรการต่างๆเพื่อลดแรงจูงใจผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์ พร้อมทั้งกำหนดระเบียบ ข้อบังคับ ผู้ขับขี่รถที่ใช้เครื่องยนต์เพื่อสร้างความปลอดภัย ให้กับผู้ที่เดินและใช้จักรยาน
• รัฐมีหน้าที่จัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อก่อให้เกิด ดูแล และการประสานงานกับภาครัฐ เอกชน องค์กรอิสระ และ องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ในเรื่องการส่งเสริมให้เกิดสังคมผู้ใช้จักรยานในประเทศไทย
• รัฐมีหน้าที่จัดตั้งกองทุนเพื่อให้ทุนสนับสนุนให้เกิดการกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการใช้จักรยานและการเดิน
• รัฐมีหน้าที่ส่งเริมให้เกิดการศึกษา วิจัย และพัฒนางานทางด้านวิชาการในสาขาต่างๆ ที่เอื้อให้เกิดมาตรฐานในเรื่องของการเดินและการใช้จักรยาน และกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใชวิธีการเดินและใช้จักรยานเป็นพาหนะหลัก
• รัฐมีหน้าที่บริหารและปรับปรุงนโยบายที่ส่งเสริมการเดินและการใช้จักรยานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน และรักษาระดับของผู้ที่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 29 เม.ย. 2011, 18:32, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- เสือโก๋หน้าวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 1276
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ส.ค. 2008, 19:59
- Tel: 081XXXXXXX
- team: Bike to Work
- Bike: Trek 6500
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ชยุต (Pc) เขียน:สิ่งที่คุณเสือโก๋ฯ กล่าวมาหน่ะ เป็นมิติใหม่เชิงรุกเลยนะนี่เสือโก๋หน้าวัง เขียน:1.สร้างแรงกดดันทางสังคม ผ่านงานกิจกรรมและวิชาการ
2.กระตุ้นให้เกิดกระแส และ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
3.ชี้นำผู้กำหนดนโยบายสาธารณะให้บรรจุไว้เป็นหนึ่งในนโยบายของประเทศนี้
การที่อาจารย์กลับมาทำงานให้กับประชาชนชาวไทยที่ใช้จักรยานอีกครั้ง ผมไม่มีคำกล่าวใด นอกจากอยากจะบอกว่าเป็นบุญของประเทศไทยครับ งานของพวกท่านยังมีอีกมากมายที่ต้องทำ ขอเป็นกำลังใจให้ทีมงานทุกคน ตั้งแต่กรรมการชมรม และผู้ที่ตั้งใจไปช่วยงานชมรม ไม่ว่าจะเป็นใครระดับไหนก็ตามให้เดินไปสู่เป้าหมายให้จงได้ครับ
ลืมเรื่องชื่อไปก่อนพี่น้องครับ เรามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์การผลักดันนโยบายสาธารณะเรื่องการเดินและจักรยานของประเทศไทยกันเถอะ โดยการส่งไอเดียดีๆของท่านไปที่ http://www.thaicyclingclub.org/
![]()
ของผมส่งไปแล้วครับ
![]()
แล้วจะทยอยส่งวิธีการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบจักรยานในชุมชน และวิถีจักรยานสู่วัฒนธรรมการเดินทางระยะสั้น ไปร่วมด้วยช่วยกันครับ

แก้ไขล่าสุดโดย เสือโก๋หน้าวัง เมื่อ 29 เม.ย. 2011, 18:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
เห็นทุกข์ตัวเดียว ทุกอย่างจะดีเอง....
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
กฎหมายลูก(ข้อบังคับสมาคมหรือระเบียบ)จะไปขัดกับกฎหมายแม่(ปพพ.)ท่านว่าหาได้ไม่
เช่น ปพพ บอกว่า การประชุมประจำปีขึ้นอยู่กับข้อบังคับของ....
สมมุติว่า ตั้งขึ้นแล้วบอกว่าขอเป็นเท่านั้นวันเท่านี้เดือนหลังสิ่นสุดรอบบัญชีประจำปี จะตั้งเท่าใดก็ตาม แต่เกิน สี่เดือนหาได้ไม่
เช่น ปพพ บอกว่า การประชุมประจำปีขึ้นอยู่กับข้อบังคับของ....
สมมุติว่า ตั้งขึ้นแล้วบอกว่าขอเป็นเท่านั้นวันเท่านี้เดือนหลังสิ่นสุดรอบบัญชีประจำปี จะตั้งเท่าใดก็ตาม แต่เกิน สี่เดือนหาได้ไม่
- น้าเป็ด...
- ขาประจำ
- โพสต์: 7114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 16:56
Re: ประกาศเรื่องการแอบอ้างชื่อชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย
ตัวอย่างและรูปแบบที่กฎหมายกำหนดให้ข้อความที่จำเป็นต้องระบุอะไรบ้าง และ ให้สังเกตุเรื่องวันที่...
วันที่ปิดบัญชี วันที่ออกจดหมาย วันที่ประชุม เป็นต้น ซึ่งสมาคม สภา มูลนิธิ สมาพันธ์ ฯลฯ ที่จดทะเบียน ต้องทำครับ....

และแนบท้ายไปดังนี้
วันที่ปิดบัญชี วันที่ออกจดหมาย วันที่ประชุม เป็นต้น ซึ่งสมาคม สภา มูลนิธิ สมาพันธ์ ฯลฯ ที่จดทะเบียน ต้องทำครับ....

และแนบท้ายไปดังนี้