ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
- tek
- ขาประจำ
- โพสต์: 520
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 16:42
- Tel: 081-1835342
- team: ปั่นทั่วทีป
- Bike: Salsa เขียว
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
อยากมีโอกาศแบบนี้จัง

- tasamalee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1120
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 20:22
- Tel: 089-452-2283
- team: GARMIN BICYCLE
- Bike: ดูข้อมูลของ EDGE เพิ่มที่นี่ http://garminbicycle.blogspot.com/
- ติดต่อ:
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
+++++++++++++++++++++++++++
ให้เอาส่วนที่เป็นสีชมภู http://www.youtube.com/watch?v=T3ogbmHCj64[youtube]ส่วนที่ต่อจากเครื่องหมาย= มาวางที่นี่[/youtube ]
Youtubeมันถึงจะขึ้นให้ดังตัวอย่างข้างบนครับผม
GARMIN BICYCLE รับซ่อมไมล์ garminและไมล์ igpsport ติดต่อได้ที่
Line ID: garminbicycle
facebook:จิรพงษ์ ทัศมาลี
ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ลิงค์นี้ครับ
ลิงก์ร้านค้า https://shopee.co.th/igpsport
Line ID: garminbicycle
facebook:จิรพงษ์ ทัศมาลี
ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ลิงค์นี้ครับ
ลิงก์ร้านค้า https://shopee.co.th/igpsport
- เขียดขาคำ
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 17:30
- Tel: 0836710578
- team: นากลาง
- Bike: Fuji
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
วันที่ ๒ เมษายน นั่งรถจากหลวงพระบางไปอุดมไซ สภาพถนนจากหลวงพระบางออกมายังปกติ พอถึงแยกปากมองผิวถนนพังเป็นระยะ สาเหตุน่าจะมาจากน้ำไหล เซาะ ถนน น้ำไหลงผ่านทางตรงไหนพังตรงนั้น
ถึงอุดมไซ ต่อรถไปเมืองขวา ถามคนขับว่ารถออกตอนไหนเขาถามกลับว่าเจ้าจะไปตอนไหน งั้นขอกินเฝอก่อน กินเสร็จเอารถถีบขึ้นหลังคา ถนนอุดมไซ-เมืองขวา สภาพดีน่าปั่น เลียบริมน้ำ ถึงเมืองขวาคิวรถอยู่นอกเมือง
เมืองขวา เมืองเล็ก ๆ ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต เลือกพักตรงสามแยกทางลงไปแพข้ามฟาก (สะพานกำลังก่อสร้าง) กินข้าวร้านติดกับที่พัก สั่งข้าวผัดรสชาดใช้ได้ แม่ครัวเป็นคนเวียตมาแต่งงานกับคนลาว ลูกสาวเลยเป็นลูกครึ่งลาว-เวียต
ลูกสาวก็มีลูกน้อยกำลังน่ารัก " พ่อมันก็คนบ้านเจ้านั่นแหละ พ่อมันคนร้อยเอ็ด มาทำงานที่เวียงจันทน์เลยพ้อกันกับลูกสาว " แหม..หนุ่มไทยเราใช่ย่อยนะครับ พ่อหนุ่มร้อยเอ็ดแฟนก็สวยลูกก็น่ารัก กลับไปเยี่ยมลูกบ้างเด้อ.....
ตอนกินข้าว พูดคุยกันสัพเพเหระ ถามเรื่องเส้นทาง พอรู้ว่าเป็นฝุ่นพี่ดาบขอถอนตัวไม่ไปต่อ ตอนแรกว่าจะไปถึงซาปาด้วยกัน หลัง ๆ ลดลงมาเดียนเบียนฟู ลดลงมาเอาแค่เมืองใหม่ สุดท้ายเอาแค่เมืองขวาก็พอจะปั่นกลับมาเรื่อย ๆ
ให้ถึงบ้านก่อนวันที่ ๑๒ เมษายน (พี่ดาบจะได้กลับลงมาคนเดียวเลยไม่ขอเข้าเวียดนามกลัวสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง) กินข้าวเสร็จพากันเดินสำรวจเมืองขวา มีโรงแรมเขียนชื่อเป็นภาษาจีน มีร้านคาราโอเกะ ร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะเป็นคนจีน
คิวรถเก่ากลายเป็นตลาด หลังตลาดกำลังสร้างสะพาน ผู้คนที่พบมีทั้งคนจีน คนเวียด ฝรั่ง ทั้งหมดที่เล่ามาอยู่ในรัศมีไม่เกินสองร้อยเมตร เล็กมาก ๆ ไม่มีอะไร กลับมานอน
วันที่ ๓ เมษายน ตื่นแต่เช้า อากาศเย็นสบายมีหมอกหนา บอกพี่ดาบวันนี้ขอปั่นแต่เช้า แยกกันตอนเช้านี้เลย (พี่ดาบมีแผนจะปั่นลงมาอุดมไซ , หลวงพระบาง) มื้อเช้าที่เมืองขวาได้กาแฟซองที่เตรียมมาจากบ้าน(ใช้สูตรลุงก้อง) พี่ดาบแบ่งพายข้าวโพดให้อันหนึ่งอิ่มถึงเมืองใหม่
ออกจากเมืองขวา ๗ โมงกว่า ข้ามไปอีกฝั่งยังไม่มีสะพานต้องนั่งเรือ รถยนต์ก็ข้ามแพ เริ่มปั่น ถนนกำลังก่อสร้าง ปั่นมาสักพักมีลำน้ำเล็ก ๆ ขวางอยู่ต้องลงจูงจักรยาน ขี้เกียจถอดรองเท้าเลยเหยียบไปตามก้อนหินใหญ่ทางริมซ้ายสุดส่วนจักรยานก็ลงน้ำ ห้ามพลาดเด็ดขาด
ถ้ารองเท้าเปียกปั่นไม่สนุกแน่ ผ่านไปได้ เหมือนเล่นเกมวิบากลงน้ำแล้วไปรับฝุ่น เหมือนที่หลาย ๆ ท่านรายงานไว้ แรก ๆ ปั่นสบาย แล้วก็ขึ้น ผมนับเป็นชั้นโดยนับจากจุดที่เริ่มขึ้นไปจนสุดตาที่มองเห็น โดยลุ้นที่สายไฟฟ้าว่ามันชี้ขึ้นหรือชี้ลง ขึ้นเรื่อย ๆ อากาศที่เย็นและหมอกช่วยให้ไม่เหนื่อยมาก
ขึ้นอย่างนี้ถ้าแดดเผาคงหอบเหมือนกัน ถนนบางช่วงที่ไม่มีอะไรมาบังจะเห็นหมอกพัดจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง หยุดรับแอร์ธรรมชาติ ขึ้นมาเรื่อย ๆ ถามสภาพถนนกับคนงานที่กำลังก่อสร้าง (ทักทาย สบายดี มาตลอดทาง) เจ้าขึ้นอีกสามบ้านก็จะเป็นทางเพียงจนถึงเมืองใหม่
ถึงเมืองใหม่ ๑๑ โมงกว่า ๆ ยังไม่เที่ยงวันแต่ก็ขอหยุดที่นี่ดีกว่า (ก่อนออกทริปนี้หนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ปั่นจักรยานเลย ทั้งหนาวทั้งฝนทั้งงาน) ถ้าต่ออีกคงล้าแล้วจะมีผลในวันต่อไป อีกอย่างอยากเจอกับคนที่เราถ่ายรูปไว้ พักที่เดิมที่เคยพัก
แต่เปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนชื่อใหม่ เฮือนพักแสงมะนี๒ แสงมะนี๑ อยู่เลยเข้าไปอีก ๑๐๐ เมตร นั่งพักดื่มน้ำ มีน้ำมะขามของเวียดนามด้วย มาคราวก่อนใช้แต่ของไทยมาคราวนี้เริ่มเห็นข้าวของเครื่องใช้ที่มาจากเวียดนาม นั่งนานพอสมควร
สภาพมอมแมมมาก อาบน้ำเสร็จออกสำรวจเมืองใหม่ เมืองขวาเล็กแล้วเมืองใหม่ยิ่งเล็กกว่า เห็นแว๊บ ๆ น้องเสื้อดำน่าจะใช่เด็กที่อยู่ในรูปเมื่อสามปีก่อนแต่ยังไม่เข้าไปทัก หากินเฝอก่อน กลับมาน้องเสื้อดำไม่อยู่แล้วถามเจ้าของร้าน เอารูปให้ดู
เขาบอกใช่คนนี้แหละ แล้วชี้ไปอีกร้านหนึ่งช่วยน้าขายของอยู่ตรงนั้น เดินเข้าไปหาแล้วเอารูปให้ดู ท่าทางดีใจ พามาที่บ้าน เอาพี่สาวมาถ่ายรูปด้วย แต่คราวนี้ไม่เห็นน้อง ๆ ที่ติดใจเด็กคนนี้เพราะเก่งคราวก่อนที่เห็น รับผิดชอบขายของหน้าบ้านแล้วเลี้ยงน้องด้วย
เดินสำรวจรอบ ๆ ที่พอจะเดินได้ โดยมีน้องลูกชายเจ้าของเฮือนพักให้คำแนะนำ มีน้ำตก มีเขื่อนปั่นไฟ "เจ้าสิไปเดียนเบียน บ่ เอื้อยข้อยไปพึ่งกลับมา อยู่นั่นกำลังมีตลาดนัด" "มื้ออื่นเฮาสิไป" เดินถ่ายรูป ตรงลำห้วย ทั้งล้างรถ อาบน้ำ ซักผ้า สายน้ำแห่งชีวิตจริง ๆ
เมืองใหม่กำลังสร้างสะพานเหมือนกัน.....................กลับมาเดินตลาดอีกครั้ง มองหาอะไรพอจะเป็นอาหารมื้อเย็นได้บ้าง ได้ปิ้งนก (ดมดูแล้วไม่มีกลิ่น) ปิ้งตูดไก่ กลับมาที่พักขอไข่เจียวกับข้าวเหนียวเพิ่มอีก อาหารมื้อเย็นที่โรแมนติกที่สุด นั่งกินข้าวดูสาวอาบน้ำไปด้วย......

ตอนเช้าที่เมืองขวา


หาเสบียงติดรถก่อนไปเมืองใหม่

สำรวจเมืองใหม่





คนนี้น่ารักมาก ขอถ่ายรูปหน่อย แกบอกเดี๋ยว ๆ ขอจัดเครื่องแต่งกายก่อนเสร็จแล้วยืนให้ถ่ายแบบตั้งใจมาก



****(รูปที่ ๘)ในโหลที่ดองอยู่นั้น เป็นตัวคล้ายหนอนไม้ไผ่ แต่เห็นเขาผ่าออกจากปล้องข้าว ในตลาดมีเยอะมากทั้งผ่าก้ันสด ๆ และทั้งดองในขวด
ขอบคุณทุกท่านที่ใหคำแนะนำและติดตามครับ จะพยายามเขียนให้ครบจนจบครับ
ถึงอุดมไซ ต่อรถไปเมืองขวา ถามคนขับว่ารถออกตอนไหนเขาถามกลับว่าเจ้าจะไปตอนไหน งั้นขอกินเฝอก่อน กินเสร็จเอารถถีบขึ้นหลังคา ถนนอุดมไซ-เมืองขวา สภาพดีน่าปั่น เลียบริมน้ำ ถึงเมืองขวาคิวรถอยู่นอกเมือง
เมืองขวา เมืองเล็ก ๆ ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต เลือกพักตรงสามแยกทางลงไปแพข้ามฟาก (สะพานกำลังก่อสร้าง) กินข้าวร้านติดกับที่พัก สั่งข้าวผัดรสชาดใช้ได้ แม่ครัวเป็นคนเวียตมาแต่งงานกับคนลาว ลูกสาวเลยเป็นลูกครึ่งลาว-เวียต
ลูกสาวก็มีลูกน้อยกำลังน่ารัก " พ่อมันก็คนบ้านเจ้านั่นแหละ พ่อมันคนร้อยเอ็ด มาทำงานที่เวียงจันทน์เลยพ้อกันกับลูกสาว " แหม..หนุ่มไทยเราใช่ย่อยนะครับ พ่อหนุ่มร้อยเอ็ดแฟนก็สวยลูกก็น่ารัก กลับไปเยี่ยมลูกบ้างเด้อ.....
ตอนกินข้าว พูดคุยกันสัพเพเหระ ถามเรื่องเส้นทาง พอรู้ว่าเป็นฝุ่นพี่ดาบขอถอนตัวไม่ไปต่อ ตอนแรกว่าจะไปถึงซาปาด้วยกัน หลัง ๆ ลดลงมาเดียนเบียนฟู ลดลงมาเอาแค่เมืองใหม่ สุดท้ายเอาแค่เมืองขวาก็พอจะปั่นกลับมาเรื่อย ๆ
ให้ถึงบ้านก่อนวันที่ ๑๒ เมษายน (พี่ดาบจะได้กลับลงมาคนเดียวเลยไม่ขอเข้าเวียดนามกลัวสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง) กินข้าวเสร็จพากันเดินสำรวจเมืองขวา มีโรงแรมเขียนชื่อเป็นภาษาจีน มีร้านคาราโอเกะ ร้านค้าขายเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะเป็นคนจีน
คิวรถเก่ากลายเป็นตลาด หลังตลาดกำลังสร้างสะพาน ผู้คนที่พบมีทั้งคนจีน คนเวียด ฝรั่ง ทั้งหมดที่เล่ามาอยู่ในรัศมีไม่เกินสองร้อยเมตร เล็กมาก ๆ ไม่มีอะไร กลับมานอน
วันที่ ๓ เมษายน ตื่นแต่เช้า อากาศเย็นสบายมีหมอกหนา บอกพี่ดาบวันนี้ขอปั่นแต่เช้า แยกกันตอนเช้านี้เลย (พี่ดาบมีแผนจะปั่นลงมาอุดมไซ , หลวงพระบาง) มื้อเช้าที่เมืองขวาได้กาแฟซองที่เตรียมมาจากบ้าน(ใช้สูตรลุงก้อง) พี่ดาบแบ่งพายข้าวโพดให้อันหนึ่งอิ่มถึงเมืองใหม่
ออกจากเมืองขวา ๗ โมงกว่า ข้ามไปอีกฝั่งยังไม่มีสะพานต้องนั่งเรือ รถยนต์ก็ข้ามแพ เริ่มปั่น ถนนกำลังก่อสร้าง ปั่นมาสักพักมีลำน้ำเล็ก ๆ ขวางอยู่ต้องลงจูงจักรยาน ขี้เกียจถอดรองเท้าเลยเหยียบไปตามก้อนหินใหญ่ทางริมซ้ายสุดส่วนจักรยานก็ลงน้ำ ห้ามพลาดเด็ดขาด
ถ้ารองเท้าเปียกปั่นไม่สนุกแน่ ผ่านไปได้ เหมือนเล่นเกมวิบากลงน้ำแล้วไปรับฝุ่น เหมือนที่หลาย ๆ ท่านรายงานไว้ แรก ๆ ปั่นสบาย แล้วก็ขึ้น ผมนับเป็นชั้นโดยนับจากจุดที่เริ่มขึ้นไปจนสุดตาที่มองเห็น โดยลุ้นที่สายไฟฟ้าว่ามันชี้ขึ้นหรือชี้ลง ขึ้นเรื่อย ๆ อากาศที่เย็นและหมอกช่วยให้ไม่เหนื่อยมาก
ขึ้นอย่างนี้ถ้าแดดเผาคงหอบเหมือนกัน ถนนบางช่วงที่ไม่มีอะไรมาบังจะเห็นหมอกพัดจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง หยุดรับแอร์ธรรมชาติ ขึ้นมาเรื่อย ๆ ถามสภาพถนนกับคนงานที่กำลังก่อสร้าง (ทักทาย สบายดี มาตลอดทาง) เจ้าขึ้นอีกสามบ้านก็จะเป็นทางเพียงจนถึงเมืองใหม่
ถึงเมืองใหม่ ๑๑ โมงกว่า ๆ ยังไม่เที่ยงวันแต่ก็ขอหยุดที่นี่ดีกว่า (ก่อนออกทริปนี้หนึ่งสัปดาห์ไม่ได้ปั่นจักรยานเลย ทั้งหนาวทั้งฝนทั้งงาน) ถ้าต่ออีกคงล้าแล้วจะมีผลในวันต่อไป อีกอย่างอยากเจอกับคนที่เราถ่ายรูปไว้ พักที่เดิมที่เคยพัก
แต่เปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนชื่อใหม่ เฮือนพักแสงมะนี๒ แสงมะนี๑ อยู่เลยเข้าไปอีก ๑๐๐ เมตร นั่งพักดื่มน้ำ มีน้ำมะขามของเวียดนามด้วย มาคราวก่อนใช้แต่ของไทยมาคราวนี้เริ่มเห็นข้าวของเครื่องใช้ที่มาจากเวียดนาม นั่งนานพอสมควร
สภาพมอมแมมมาก อาบน้ำเสร็จออกสำรวจเมืองใหม่ เมืองขวาเล็กแล้วเมืองใหม่ยิ่งเล็กกว่า เห็นแว๊บ ๆ น้องเสื้อดำน่าจะใช่เด็กที่อยู่ในรูปเมื่อสามปีก่อนแต่ยังไม่เข้าไปทัก หากินเฝอก่อน กลับมาน้องเสื้อดำไม่อยู่แล้วถามเจ้าของร้าน เอารูปให้ดู
เขาบอกใช่คนนี้แหละ แล้วชี้ไปอีกร้านหนึ่งช่วยน้าขายของอยู่ตรงนั้น เดินเข้าไปหาแล้วเอารูปให้ดู ท่าทางดีใจ พามาที่บ้าน เอาพี่สาวมาถ่ายรูปด้วย แต่คราวนี้ไม่เห็นน้อง ๆ ที่ติดใจเด็กคนนี้เพราะเก่งคราวก่อนที่เห็น รับผิดชอบขายของหน้าบ้านแล้วเลี้ยงน้องด้วย
เดินสำรวจรอบ ๆ ที่พอจะเดินได้ โดยมีน้องลูกชายเจ้าของเฮือนพักให้คำแนะนำ มีน้ำตก มีเขื่อนปั่นไฟ "เจ้าสิไปเดียนเบียน บ่ เอื้อยข้อยไปพึ่งกลับมา อยู่นั่นกำลังมีตลาดนัด" "มื้ออื่นเฮาสิไป" เดินถ่ายรูป ตรงลำห้วย ทั้งล้างรถ อาบน้ำ ซักผ้า สายน้ำแห่งชีวิตจริง ๆ
เมืองใหม่กำลังสร้างสะพานเหมือนกัน.....................กลับมาเดินตลาดอีกครั้ง มองหาอะไรพอจะเป็นอาหารมื้อเย็นได้บ้าง ได้ปิ้งนก (ดมดูแล้วไม่มีกลิ่น) ปิ้งตูดไก่ กลับมาที่พักขอไข่เจียวกับข้าวเหนียวเพิ่มอีก อาหารมื้อเย็นที่โรแมนติกที่สุด นั่งกินข้าวดูสาวอาบน้ำไปด้วย......

ตอนเช้าที่เมืองขวา


หาเสบียงติดรถก่อนไปเมืองใหม่

สำรวจเมืองใหม่





คนนี้น่ารักมาก ขอถ่ายรูปหน่อย แกบอกเดี๋ยว ๆ ขอจัดเครื่องแต่งกายก่อนเสร็จแล้วยืนให้ถ่ายแบบตั้งใจมาก



****(รูปที่ ๘)ในโหลที่ดองอยู่นั้น เป็นตัวคล้ายหนอนไม้ไผ่ แต่เห็นเขาผ่าออกจากปล้องข้าว ในตลาดมีเยอะมากทั้งผ่าก้ันสด ๆ และทั้งดองในขวด
ขอบคุณทุกท่านที่ใหคำแนะนำและติดตามครับ จะพยายามเขียนให้ครบจนจบครับ
- Mai_Gerrard
- ขาประจำ
- โพสต์: 1233
- ลงทะเบียนเมื่อ: 16 ก.พ. 2010, 06:44
- Tel: ๐ ๘ ๙ -๗ ๖ ๕ ๕ ๗ ๕ ๕
- team: 99 City Bike,ECT,Probike,Turtle Cycling Club
- Bike: Trek 2.5สีแดง ,Madone 5.9 สีขาวจั๊ว,Giant Trinity Advanced สีเขียวจัง
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
เป็นทริปที่น่าสนใจจริงๆเลย และบอกได้คำเดียวว่าสุดยอดจริงๆครับ
คุณจะไม่ปั่นจักรยาน........อย่างเดียวดายจริงๆ
เรารักในหลวง Long Live The King
เรารักในหลวง Long Live The King
- เขียดขาคำ
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 17:30
- Tel: 0836710578
- team: นากลาง
- Bike: Fuji
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔



ชุดข้างบนเป็นชาวเขากางเกงที่ใส่เป็นขาเดฟ (เป็นสาววัยรุ่น เปลี่ยนไปตามสมัย)




วันที่ ๔ เมษายน ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม อาหารเช้า กาแฟซอง , ขนมปังที่ติดรถมาจากเมืองขวา เริ่มปั่น ๗ โมง นักเรียนกำลังไปโรงเรียน สภาพถนนช่วงแรกเรียบดี ต้องข้ามน้ำอีกแล้ว ดูแล้วน่าจะปั่นผ่านได้ไม่ต้องลงจูง ถนนกำลังสร้างเหมือนเดิม มีทั้งที่อัดแน่นแล้วและรดน้ำให้เปียกกำลังจะอัด สรุปช่วงที่เละ เละกว่าเมื่อวานต้องใช้ความระมัดระวัง ออกมาสักพักก็ขึ้นตลอดเหมือนกัน ม่หมู่บ้านพอจะแวะซื้อน้ำและขนมได้ เติมพลังงานเป็นระยะ ก่อนถึงด่านลาวขึ้นเขาชัน เหงื่อชุ่มหลังอีกแล้วอากาศที่ยังไม่ร้อนช่วยให้ไม่เหนื่อยมาก
ถึงด่านลาว ๑๐ โมงกว่า ๆ มีรถโดยสารคันหนึ่งผู้โดยสารจัดการเรื่องผ่านแดนเรียบร้อยแล้ว ยื่นพาสปอร์ตให้เจ้าหน้าที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ใช้เวลาประมาณ ๕ นาที รับพาสปอร์ตคืน เจ้าหน้าที่บอกให้จูงรถถีบออกไปก่อนแล้วค่อยปั่น ปั่นขึ้นเขาอีก(ทั้งด่านลาวและด่านเวียด ต่างสร้างใหม่ห่างออกกว่าเดิม) ด่านเวียดนาม เห็นรถโดยสารคันที่ออกจากด่านลาวมีคนเวียดคนลาวและฝรั่ง เจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านนอกบอกให้จอดรถไว้แล้วไปยื่นพาสปอร์ตด้านใน ใช้เวลานานกว่าที่ด่านลาวนิดหน่อย ไม่ต้องเขียนและไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร รับพาสปอร์ตคืนจูงจักรยานออกมาเตรียมปั่น ฝรั่งเข้ามาทักทายถามว่าทริปเรากี่วันบอกว่า ๒๐ วัน เขาบอกทริปเขา ๑ ปี โอ้โหไปกันเป็นปี เวียดที่เป็นไทด่อนเข้ามาถามเป็นภาษาไทย
ผ่านขั้นตอนต่าง ๆ พึ่งห้าโมงกว่า ๆ ยังไม่เที่ยง รู้สึกผ่อนคลาย เอาหูฟังออกมาฟังเพลง(ฟังเพลงไปด้วยปั่นไปด้วยตั้งแต่ปั่นวันแรกแล้ว) ฟังจากโทรศัพท์ (ฟังเพลงได้ , โทรศัพท์ได้เปิดโรมมิ่งไว้ให้ทางบ้านติดต่อได้ตลอดของดีแทคโทรออกรับสายนาทีละ๖บาท กะว่าจะใช้ถ่ายรูปด้วยยามฉุกเฉินแต่ข้อนี้ลืมใช้) ปั่นออกมาจากด่านเริ่มลงเขา สภาพถนนผิวถนนพังแล้ว เริ่มมีรถมากกว่าในลาวจากฟังสองหูเลยฟังเพลงแค่ข้างเดียว (เมดเลย์สาธิต-เดือนเพ็ญ ปากโกรธใจคิดถึง ลาสาวหนองคาย ฟังเพลงแนวนี้จะมีแรงปั่นมากกว่าปกติ.....)ลงเขายาวถนนขรุขระกำเบรคอย่างเดียวกังวลมากเรื่องเบรค หยุดเช็คดูยางดูเบรคเป็นระยะ ช่วงพักก็เอาสูตรลุงก้องมาใช้ กาแฟซองใส่ขวดน้ำแล้วก็เชค.... ได้กาแฟกับขนมเพิ่มพลังงาน ลงเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ถึงทางราบเริ่มอุ่นใจแต่สภาพถนนที่พังแล้วและรถราที่มากขึ้นต้องใช้ความระมัดระวัง ปั่นแบบไม่รีบเพราะรู้แล้ววันนี้เอาแค่เดียนเบียนฟู พักแถวคิวรถ ราคา ๑.๕ แสนด่อง จักรยานจอดด้านล่าง คนพักชั้นสี่ เป็นห่วงจักรยานนิด ๆ อาบน้ำเสร็จออกสำรวจเดียนเบียน (ข้อดีของการปั่นแต่เช้าหรือระยะทางที่ไม่มากจะมีเวลา ชมเมืองในตอนบ่ายเป็นการผ่อนคลาย) ตลาดนัดที่น้องที่ฝั่งลาวพูดถึงมันเป็นงาน คล้าย ๆ งานประจำปี งานฤดูหนาวบ้านเรา ปั่นหาร้านอินเตอร์เน็ต ชมตลาด หรือสถานที่พี่พอจะชมได้ กับข้าวเย็นนี้ได้หมูยอมาจากตลาดมากินกับเฝอร้านข้าง ๆ ที่พัก เดินไปที่คิวรถไปดูตารางเดินรถ มีรถไปฮานอยเยอะมาก พบกับหนุ่มมอเตอร์ไซค์เขาถามผม มาจากไหน สำเนียงชัดเหมือนคนอีสานบ้านเราเลย คุยไปคุยมา เขาบอกแต่ก่อนอยู่เขตลาวแต่พอแบ่งดินแดนเลยกลายเป็นคนเวียด มีพี่น้องอยู่ในลาว มาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างประจำอยู่คิวรถ สักทุ่มหนึ่งก็จะกลับบ้านแล้ว ถามชื่อไว้อยู่แต่ลืมแล้วเลยมีแต่รูป
ภาคกลางคืนคงไม่ออกไปซ่าส์ที่ไหน มันเป็นเวลาอโคจร นอนพักผ่อนเอาแรงดีกว่า
- s_prom
- ขาประจำ
- โพสต์: 364
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 ต.ค. 2010, 13:56
- Tel: -
- team: ไทรโยค
- Bike: gt
- ตำแหน่ง: ร.ร.บ้านวังใหญ่ ไทรโยค กาญจนบุรี(สมจิตร พรหมจันทร์)
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
ขอติดตาม และชื่นชมความสามารถและความตั้งใจในการนำเสนอ ได้รายละเอียดดีครับ ขอบคุณที่นำสิ่งดีมาฝาก
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
ข้อดีของการปั่นแต่เช้าหรือระยะทางที่ไม่มากจะมีเวลา ชมเมืองในตอนบ่ายเป็นการผ่อนคลาย...
ผมจะจำคำนี้ไว้ เพราะจะมาซ้ำรอยอีกสองปีข้างหน้า ตอนเกษียณแล้ว ติดตามอยู่ครับ
ผมจะจำคำนี้ไว้ เพราะจะมาซ้ำรอยอีกสองปีข้างหน้า ตอนเกษียณแล้ว ติดตามอยู่ครับ
- เขียดขาคำ
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 17:30
- Tel: 0836710578
- team: นากลาง
- Bike: Fuji
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔








วันที่ ๕ เมษายน ตื่นแต่เช้าเหมือนเดิม เมื่อวานไปสำรวจอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ที่ธนาคารตรงตลาด (วงเวียนกลางเมือง) vietinbank ธนาคารปิดทำการแล้วแต่ยังเปิดประตูอยู่ เข้าไปถามสาวธนาคารก็ใจดีเปิดไฟกระดานที่แสดงอัตราแลกเปลี่ยนให้ดู ๑ ดอลลาร์ ต่อ ๒๐๕๔๐ พรุ่งนี้ค่อยแลกได้ คิดว่าจะรอแลกเงินก่อน เปลี่ยนใจถ้ารอแลกเงินจะสาย ไปแลกที่ไลเจาก็ได้ ปั่นออกมาเห็นร้านแบ๋งหมี่แวะเติมพลังก่อนถ้าออกนอกเมืองเกรงว่าจะหายาก กินเสร็จซื้อติดรถอีกอัน
ผมนึกว่าวันนี้จะเป็นทางราบ ผิดเสียแล้วขึ้นเขาอีกแล้ว แต่ดีตรงที่สภาพถนนลาดยางที่ยังดีอยู่ ขึ้นบ้าง ลงบ้าง ช่วงไหนเป็นชุมชนก็จะไหลลง ออกจากชุมชนก็ขึ้นอีก เติมพลังด้วยแบ๋งหมี่ที่ติดรถมากับแวะซื้อกระทิงแดงกระป๋อง มีไฟฟ้ามีตู้แช่ เครื่องดื่มเย็น ๆ ช่วยคลายร้อน ยังวนเวียนอยู่บนเขา มีชุมชนแวะดื่มน้ำมะขามอีกกระป๋อง ใกล้ถึงเมืองลายถนนเลียบริมน้ำชุมชนเริ่มถี่ แวะซื้อน้ำคราวนี้พูดไทยได้สื่อสารง่ายหน่อย เขาบอกเป็นไทยด่อน ปั่นต่อกะว่าจะไปหาข้าวกินที่เมืองลาย เป็นการสร้างเมืองใหม่ทั้งเมือง ปลูกบ้านลักษณะเดียวกันคล้าย ๆ บ้านทรงไทยเลียบริมน้ำ น่าจะเป็นพัน ๆ หลัง เยอะมาก ยาวหลายกิโล ปั่นลงไปว่าจะข้ามไปอีกฝั่ง ดูสภาพแล้วฝุ่นทั้งเมือง
เอาข้อมูลลุงก้องมาอ่านอีกรอบ เปลี่ยนใจไม่พักแล้วเมืองลาย ไปพักเมืองข้างหน้าดีกว่า ปั่นกลับขึ้นมาบนถนนเส้นเดิม เริ่มเห็นหลักกิโลบอกชื่อเมืองข้างหน้าอีก ๒๕ กิโลเมตร (จำชื่อเมืองไม่ได้) เริ่มล้าแล้วน่าจะปั่นยาวด้วยยังไม่ได้กินข้าวด้วย ออกจากเมืองลายมาถนนลาดยางสภาพดีมาก สะพานยังใหม่เอี่ยม อ่อนล้ามาก ๆ ถึงเมืองที่ว่าเห็นป้ายบอกที่พักอุ่นใจแล้ว เข้าไปถามดูห้องละ ๒ แสนด่อง ตกลง สั่งเฝอก่อนหนึ่งชามด่วน เอาของเข้าไปเก็บแล้วออกมากิน (มีที่พักด้วยเป็นร้านอาหารด้วยร้านค้าด้วย บ้านทรงไทยหลังใหญ่) วันนี้ได้แบ๋งหมี่สองอัน ขนม กาแฟ แล้วก็น้ำต่าง ๆ น่าจะใช้พลังงานจนหมดแล้วเพราะหิวมาก ๆ เฝอชามนี้เป็นทั้งมื้อเที่ยงและมื้อเย็นในถ้วยเดียว(กินเฝอตอนห้าโมงเย็น) ซื้อขนมติดรถ ไว้กินตอนดึกอีกกล่องใหญ่ ออกมาเดินสำรวจรอบ ๆ ตรงนี้น่าจะเป็นศูนย์กลางของชุมชนแล้ว ฝั่งตรงข้ามมีร้านขายยา ร้านค้า สถานที่ราชการไม่รู้ว่าเป็นอะไร กำลังเตะตะกร้อกันอยู่ ถนนที่แยกออกไปมีร้านคาราโอเกะลึกลงไปน่าจะเป็นชุมชน ห้องพักเป็นห้องแอร์แต่แอร์ไม่เย็น เจ้าของร้านเลยยกพัดลมมาให้ วันนี้อุ่นใจดีเพราะจักรยานสุดที่รักนอนกันคนละเตียง....
- วุด ส้มบางมด..ครับ
- ขาประจำ
- โพสต์: 1352
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:29
- Tel: 081-4896586
- team: บางมด
- Bike: Fuji,สับถังเก่าๆ
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
วางรูปสวยดีครับ ขอเข้ามาติดตามด้วยคนเมืองเวียดอยากไปครับ
ไม่มีครั้งสุดท้ายของการเริ่มต้น การพ่ายแพ้มันก็แค่ประสบการณ์
- เขียดขาคำ
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 17:30
- Tel: 0836710578
- team: นากลาง
- Bike: Fuji
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔







วันที่ ๖ เมษายน ปั่นออกจากที่พัก (ที่พักนอกจากจะมีห้องพัก เป็นร้านค้า เป็นร้านอาหาร ตอนเช้ายังมีเขียงเนื้อด้วย เอาทุกอย่าง มิน่าละบ้านถึงหลังใหญ่กว่าใคร ๆ) สภาพถนนเป็นลาดยางเก่าแล้ว ออกมาสักพักเห็นป้ายกำลังสร้างเขื่อน เลยพอจะเข้าใจว่าทำไมถึงสร้างบ้านติดริมน้ำสายเก่าที่เมืองลาย ตรงที่กำลังสร้างเขื่อนสภาพตามรูป บางช่วงมีดินถล่มมาทับทาง มีหินก้อนใหญ่ ขรุขระ ปั่นยาก มีหมู่บ้านเป็นระยะ เมืองเล็ก ๆ ก่อนถึงพงโทแวะกินเฝอ ปั่นเรื่อย ๆ ถึงพงโทพักอีก เริ่มมีแดดร้อน พงโท - ไลเจาขึ้นยาว ไม่ค่อยมีที่พักข้างทาง ถนนพัง บางช่วงเป็นฝุ่น เหนื่อยและร้อนไม่มีอารมณ์ฟังเพลงแล้ว ถึงไลเจาเลือกเส้นรอบเมือง ท่าทางใหญ่พอสมควร
เจอเมืองใหญ่ ๆ รู้สึกอึดอัด ถนนหลายสาย ไม่เหมือนเมืองเล็ก ๆ มีถนนเส้นเดียว เดินหน้าอย่างเดียวถึงไลเจายังไม่ถึงสี่โมงเย็น ไปพักที่ตามเดืองดีกว่าอีกสามสิบกิโลเมตร นึกว่าจะหมดเขาแล้ว ผิดอีกแล้ว ออกจากไลเจาก็ขึ้นอยางเดียวอีก เริ่มกังวลนิด ๆ กลัวมืดก่อนปั่นมาเรื่อย ๆ ขึ้นมายาวก็ไหลลงยาวเหมือนกัน ได้ที่พักติดถนน ๑.๕ แสนด่อง ไม่ค่อยมีคนเลยไม่กังวลเรื่องจักรยาน จักรยานจอดข้างล่างคนพักชั้นสาม เก็บข้าวของ ออกมากินข้าวตรงข้ามกับที่พัก สื่อสารกันไม่รู้เรื่องกลับไปตามน้องที่ที่พักมาสั่งให้ (คนเยอะ เสียงดัง นั่งโต๊ะละหลายคน ไม่มีเฝอไม่มีเกิมที่เปํนลักษณะจานเดียว อาหารเป็นลักษณะหม้อไฟ ปิ้ง ย่าง เป็นชุด) ได้ผัดมาหนึ่งจาน (เยอะะมาก) ไก่ทอดหนึ่งจาน น้ำซุป ข้าวสวย ผัดเนื้อใส่ผักรสชาดใช้ได้แต่มากเกินคนเดียวจะกินหมด ยิ่งกังวลเรื่องเงินอยู่เงินด่องเหลือแสนกว่า ๆ จะพอจ่ายไหม คิดค่ากับข้าวรวมน้ำอัดลมด้วย เก้าหมื่นห้าพันด่อง ราคาก็เหมาะสมดีมาคนเดียวอย่างนี้น่าจะทำชุดเล็กกว่านี้ ไก่กินไม่หมดก็ห่อไปฝากน้องที่โรงแรม แถบนี้ที่มีคนพลุกพล่านก็มีร้านนี้ร้านเดียว ถ้าอยากกินเฝอหรือเกิมต้องเข้าไปในตัวเมืองซึ่งห่างออกไป อิ่มแล้วขึ้นห้องพักผ่อนสักพักได้ยินเสียงร้องคาราโอเกะ มองดูที่หน้าต่าง ก็ไม่มีร้านคาราโอเกะแถวนี้ ฟังดี ๆ เสียงมาจากข้างล่างนี้เอง มีห้องพักไว้บริการแล้วยังขับกล่อมด้วยเสียงเพลงอีก.......
***** วันนี้ก็ขึ้นเยอะเหมือนกัน แต่เหนื่อยสู้เมื่อวานไม่ได้ เมื่อวาน เดียนเบียน - เมืองลาย - ๒๕ ก.ม. หมดจริง ๆ *****
***** วันนี้ถ่ายรูปแค่ครั้งเดียวตอนเช้า *****
-
NGV
- สมาชิก
- โพสต์: 34
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2011, 12:15
- Bike: GT
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
- ming_khwunchai
- ขาประจำ
- โพสต์: 487
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ส.ค. 2008, 21:02
- Tel: 0818372097
- team: bike Touring club
- Bike: Trek4400,Panasonic,Trek520
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
สุดยอดนับถือทุกคนที่เดินทางคนเดียว ใจเกินร้อย คุณเขียดขาดำ พูดเวียตได้ไหม สื่อสารกันยังไงครับ
-
Hoon
- ขาประจำ
- โพสต์: 656
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 11:50
- team: true move-Rama9/347 cycling team,สวัสดี โฮเตล / ไบค์สเตชั่น.Soitan.
- Bike: Tarmac SL4,Nich Lengend,Trigon.
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่,กทม.
- ติดต่อ:
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
ขอบคุณครับ
- เขียดขาคำ
- สมาชิก
- โพสต์: 87
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มี.ค. 2010, 17:30
- Tel: 0836710578
- team: นากลาง
- Bike: Fuji
Re: ซาปา - ฮานอย ๑-๑๓ เมษายน ๒๕๕๔
ฟังออกเป็นบางคำ(น้อยมาก)เช่นราคาสินค้า ถามทางก็รู้แต่คำว่าตรงไป ถ้าเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาก็ดูมือเอา สื่อสารด้วยมือเป็นส่วนใหญ่ ซื้อของก็ชี้เอาเลย เขาจะเอาเงินมาโชว์ให้ดูว่าราคาเท่านี้ ปริ้นภาษาเวียดนามไปด้วย ให้เขาอ่านแล้วเขาจะบอกเราเอง
- หิ่งห้อยระยอดาว
- ขาประจำ
- โพสต์: 421
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ส.ค. 2008, 17:39
- Tel: 0804 9955 15
- team: ไร้สังกัดและชมรมครับ มีเวลาก็ปั่นสร้างภาพไปเรื่อยๆ http://www.facebook.com/imlanna
- Bike: DEL+BMW(ก๊อป)+รถพับ Hasa F1