อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
mylegacy
- ขาประจำ
- โพสต์: 180
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2010, 11:18
- Tel: 089-2445049
- team: ยังไม่มี
- Bike: TANGE chromoly,specialized Chromoly, Apollo cromoly, CAAD9 Alu, Trek Alu, Matt Hoffman, Haro, Dahon, Californian,van nicholas titanium,
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
จากการทดสอบเม่ือวาน ผมว่าคนล้วนๆ
อยู่ท่ีซ้อมนะผมว่า รถดีคนห่วยก็เท่านั้น แซงเค้าไม่ได้หรอก
เหมือนเอาrx7 standard มาเจอกับ range rover sport
ยังไง range ก็กินขาด
กำลังสำคัญกว่าเสมอยกเว้นแรงเท่ากันทุกอย่างเท่ากัน ค่อยไปวัดกันท่ีอุปกรณ์
แต่ถ้าวัดกันท่ีตัวเราเองคนเดียวแน่นอนว่า อุปกรณ์เห็นผลแน่นอน ตามท่ีพ่ี cycling. Boy. ว่าไว้
เพราะฉนั้นถ้าจะข่ีกับกลุ่ม หรือคนอื่น up ตัวเองก่อนอุปกรณ์ทีหลัง
ถ้าข่ีคนเดียวก็อุปกรณ์เลยจะได้มีกำลังใจที่ทำperformance. ดีขึ้น
ดู Fabian ดิ ข่ีอะไร ก็เข้าวินตลอด ถามว่าอะไรคือตัวแปลหล่ะ
ตอบแบบซึ่งใจตัวเองเลยนะครับเพิ่งโดนมากับตัวเมื่อวานนี้เอง อายุน้อยสุดเลย เกือบ14-15ปี
ท่ีโหล 555
อยู่ท่ีซ้อมนะผมว่า รถดีคนห่วยก็เท่านั้น แซงเค้าไม่ได้หรอก
เหมือนเอาrx7 standard มาเจอกับ range rover sport
ยังไง range ก็กินขาด
กำลังสำคัญกว่าเสมอยกเว้นแรงเท่ากันทุกอย่างเท่ากัน ค่อยไปวัดกันท่ีอุปกรณ์
แต่ถ้าวัดกันท่ีตัวเราเองคนเดียวแน่นอนว่า อุปกรณ์เห็นผลแน่นอน ตามท่ีพ่ี cycling. Boy. ว่าไว้
เพราะฉนั้นถ้าจะข่ีกับกลุ่ม หรือคนอื่น up ตัวเองก่อนอุปกรณ์ทีหลัง
ถ้าข่ีคนเดียวก็อุปกรณ์เลยจะได้มีกำลังใจที่ทำperformance. ดีขึ้น
ดู Fabian ดิ ข่ีอะไร ก็เข้าวินตลอด ถามว่าอะไรคือตัวแปลหล่ะ
ตอบแบบซึ่งใจตัวเองเลยนะครับเพิ่งโดนมากับตัวเมื่อวานนี้เอง อายุน้อยสุดเลย เกือบ14-15ปี
ท่ีโหล 555
- Kasama
- ขาประจำ
- โพสต์: 761
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 พ.ย. 2009, 11:11
- Tel: 094-445-2490
- Bike: Bob Jackson Track, Cinelli Mod.B, Cinelli Riviera, Colnago Mexico, Colnago Saronni Pista, Marin Pine Mountain
- ตำแหน่ง: 710 เฟอร์เฟค ซอย 29 ถนนรามคำแหง 164 คลองสองต้นนุ่น ลาดกระบัง ก.ท.ม. 10520
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
เท่าที่อ่อนผมเข้าอย่างนี้อะ...
*ปัจจัย คือ ในการปั่นจักรยานใช้แรงเท่ากัน....
+น้ำหนักที่เบากว่า (อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ออกแบบใช้หลักพลศาสตร์ช่วย) ผล ทำเวลาดีขึ้นเล็กน้อย
++น้ำหนักหนักกว่า (อุปกรณ์ที่ใช้หลักพลศาสตร์ช่วยในการออกแบบ) ผล ทำเวลาดีขึ้นอย่างชัดเจน
***เพราะฉนั้น สิ่งที่เขาพยายามบอก คือ ให้หาอุปกรณ์ที่ออกแบบโดยใช้หลักพลศาสตร์ช่วย จะทำให้คุณออกแรงน้อยลง ในขณะที่ปั่นได้เร็วขึ้น มากกว่าที่คุณไปลงทุนกะของน้ำหนักเบาแต่ไม่ช่วยด้านหลักพลศาสตร์เลย แต่ถ้าได้ทั้ง 2 อย่างก็ดีมาก..ๆ
*ปัจจัย คือ ในการปั่นจักรยานใช้แรงเท่ากัน....
+น้ำหนักที่เบากว่า (อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ได้ออกแบบใช้หลักพลศาสตร์ช่วย) ผล ทำเวลาดีขึ้นเล็กน้อย
++น้ำหนักหนักกว่า (อุปกรณ์ที่ใช้หลักพลศาสตร์ช่วยในการออกแบบ) ผล ทำเวลาดีขึ้นอย่างชัดเจน
***เพราะฉนั้น สิ่งที่เขาพยายามบอก คือ ให้หาอุปกรณ์ที่ออกแบบโดยใช้หลักพลศาสตร์ช่วย จะทำให้คุณออกแรงน้อยลง ในขณะที่ปั่นได้เร็วขึ้น มากกว่าที่คุณไปลงทุนกะของน้ำหนักเบาแต่ไม่ช่วยด้านหลักพลศาสตร์เลย แต่ถ้าได้ทั้ง 2 อย่างก็ดีมาก..ๆ
บ้านตระกูลริ คือ ตัวแสบประจำบ้าน 3 ตัว ริชชี่ ริสา ริต้า
Road Bike
- Cinelli Mod.Riviera Mod.B ขาด Mod.SC.
- Pep Magni
- บรรพบุรุษของ ORBEA นามว่า "ซุส"...
- CONCORDE
PISTA
- Bob Jackson
- Holdsworth
- MERLIN UK.
- CIOCC
กรุ๊ปเซ็ตสวย ๆ
- Campagnolo
- Gipiemme
Road Bike
- Cinelli Mod.Riviera Mod.B ขาด Mod.SC.
- Pep Magni
- บรรพบุรุษของ ORBEA นามว่า "ซุส"...
- CONCORDE
PISTA
- Bob Jackson
- Holdsworth
- MERLIN UK.
- CIOCC
กรุ๊ปเซ็ตสวย ๆ
- Campagnolo
- Gipiemme
- blackachula
- สมาชิก
- โพสต์: 32
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 มี.ค. 2011, 21:12
- Tel: 081-3488711
- team: -
- Bike: ไม่ขอเปิดเผย
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
ปักไว้มาอ่านใหม่
นักปั่นหัวใจสวนกุหลาบฯ สังกัดชมรมลูกเสือกองร้อยพิเศพ
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 1&t=192179 <<<เปิดดูประทับใจใครยังไม่ได้ดูเลย!!!
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 1&t=192179 <<<เปิดดูประทับใจใครยังไม่ได้ดูเลย!!!
- katy
- ขาประจำ
- โพสต์: 120
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2010, 07:58
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
ผมคิดว่า ( คิดเองนะครับ อาจจะไม่ถูกต้อง แหะๆ)
น้ำหนักเบา VS หลักอากาศ พลศาสตร์ มันขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงส่วนใหญ่ ของเราครับ
ถ้าขึ้นเขาอย่างเดียว ทุกวัน ใช้ความเบา น่าจะเหมาะ
ถ้าเน้น ทางเรียบ ที่ไม่ขึ้นเนิน หรือเขา หลักอากาศพลศาสตร์ น่าจะเหมาะ
อันนี้แค่คิดเองเล่นๆนะครับ ถูกผิดยังไง รอพี่ๆ มาอธิบายอีกทีครับ
ปล.ตอนนี้เปลี่ยนจาก วงล้อเหล็ก27นิ้ว มาเป็น ล้ออลูมิเนียม 700C แล้ว Y__Y
รู้สึกว่าแตกต่างขึ้นเยอะครับ
จากตอนแรก พยายามปั่นแซง แกงค์จักรยานขายล๊อตเตอรี่ พอเปลี่ยนเป็นล้ออลูมิเนียม ก็แซงได้แล้ว
เป้าหมายต่อไป ว่าจะ ปั่นแซง บังเก็บเงินกู้ให้ได้อยู่ ^^
หากโพสนี้ รบกวน หรือทำให้ท่านใด ไม่พอใจ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ^__^
น้ำหนักเบา VS หลักอากาศ พลศาสตร์ มันขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงส่วนใหญ่ ของเราครับ
ถ้าขึ้นเขาอย่างเดียว ทุกวัน ใช้ความเบา น่าจะเหมาะ
ถ้าเน้น ทางเรียบ ที่ไม่ขึ้นเนิน หรือเขา หลักอากาศพลศาสตร์ น่าจะเหมาะ
อันนี้แค่คิดเองเล่นๆนะครับ ถูกผิดยังไง รอพี่ๆ มาอธิบายอีกทีครับ
ปล.ตอนนี้เปลี่ยนจาก วงล้อเหล็ก27นิ้ว มาเป็น ล้ออลูมิเนียม 700C แล้ว Y__Y
รู้สึกว่าแตกต่างขึ้นเยอะครับ
จากตอนแรก พยายามปั่นแซง แกงค์จักรยานขายล๊อตเตอรี่ พอเปลี่ยนเป็นล้ออลูมิเนียม ก็แซงได้แล้ว
เป้าหมายต่อไป ว่าจะ ปั่นแซง บังเก็บเงินกู้ให้ได้อยู่ ^^
หากโพสนี้ รบกวน หรือทำให้ท่านใด ไม่พอใจ ต้องขออภัยด้วยนะครับ ^__^
[youtube]ZnU4UmCN6fQ&feature=youtu.be[/youtube]
- Team-CSC
- ขาประจำ
- โพสต์: 834
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2008, 10:56
- team: จักรยานตราจรเข้
- Bike: จักรยานตราจรเข้
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
กระทู้นี้ทำให้ผมนึกถึงอีกกระทู้หนึ่งที่มีลักษณะการอภิปรายคล้ายๆกันนี้ในเวปไซต์ของ Cervelo.com ซึ่ง ณ เวลานั้น ได้มีคนเข้ามาถามว่าควรจะเลือกซื้อรถรุ่นไหนดีระหว่าง S series ซึ่งออกแบบให้มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานน้อยที่สุด หรือ R series ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น S ราวๆ 2-300 grams Phile White ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นวิศวกรออกแบบด้วยได้ให้ความเห็นไว้ว่าหลายๆคนอาจจะให้ความสำคัญด้านน้ำหนักของรถเพราะมันรู้สึกได้ง่าย แค่เดินไปยกๆ ก็บอกได้ อันไหนเบาหรือหนัก การวัดก็แค่เอาขึ้นตาชั่ง แต่จริงๆแล้วนำ้หนักในการพิจารณาน่าจะอยู่ที่เวลาการขับขี่ในสภาพจริงๆ ซึ่งสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน หรือเรื่อง Aero dynamic นั้นมีผลกระทบมากกว่า ดังนั้นแนวคิดนี้จึงเป็นปรัชญาในการออกแบบรถของ Cervelo มาตั้งแต่ต้น ส่วนดีไม่ดีนั้น ผมไม่วิจารณ์ แต่เห็นว่ามียี่ห้ออื่นๆ ก็เริ่มทำรถรูปแบบนี้มากขึ้น
เจ้าของกระทู้คงจะชี้ให้เห็นว่า ถ้าเราทำให้รถสามารถลดแรงเสียดทานได้ดี เช่นการเปลี่ยนล้อให้เป็นแบบขอบสูง ถึงแม้จะดูเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับรถ แต่สำหรับการขี่แล้วกลับช่วยให้ทำความเร็วได้ดีขึ้น ถึงแม้จะใช้แรงเท่าเดิม การแย้งว่าแรงสำคัญกว่ารถในกระทู้นี้ ผมเห็นด้วย แต่คิดว่าเป็นการแย้งผิดประเด็น เพราะในกรณีนี้น่าจะหมายถึงการกำหนดแรงให้เป็นค่าคงที่ คือ การใช้แรงเท่าเดิม แต่ทำความเร็วได้ดีขึ้น (จุดนี้ cevelo เคลมว่า เฟรมแบบ S ทำให้ประหยัดแรงได้ 15%)
เจ้าของกระทู้ให้ประเด็นที่ดีอีกอันหนึ่งมาคือ องศาในกระปะของลม (0-5) ซึ่งจุดนี้ ผู้ที่่ใช้ล้อขอบสูง หรือ เฟรมแบบ Aero ต้องคิดให้หนัก เพราะองศาการประทะ (Yaw Angle) มีผลมาก ผู้ผลิตล้อขอบสูงหลายๆยี่ห้อ พยายามจะลดแรงเสียดทานในช่วงการประทะ 10-20องศา ให้น้อยที่สุด เพราะเคลมว่า เป็นองศาที่มักจะพบในการขับขี่แบบปกติบ่อยที่สุด มีบางยี่ห้อ ไปลดในช่วงเกิน 20องศา ไปแล้ว ก็ด้วยเหตุผลแบบเดียวกันว่าการขับขี่ส่วนใหญ่มักจะเจอลมประทะแบบเกิน 20 องศา (จะเชื่อใครไปคิดกันเอง) หลายๆท่านเวลาซื้อล้อขอบสูง มองเพียงเรื่องน้ำหนัก โดยลืมคิดถึง Yaw Angle และ Stifness ของล้อ หรือแม้กระทั่งปัจจัยอื่นๆ เช่นคุณภาพของผิวเบรค แล้วด่วนสรุปว่าล้อยี่ห้อนั้นดี ซึ่งถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด (ความเห็นส่วนตัวครับ)
หลักพลศาสตร์มีผลมากเมื่อท่านขี่แบบ Solo หรือ Time Trial (TT) ดังนั้นจะเห็นว่านัก TTมันจะใช้เฟรมหรือล้อในลักษณะ Aero และการจัดท่านั่งที่ลดแรงเสียดทานให้น้อยที่สุด ส่วนการขี่ในกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตรงกลางหรือหลัง เฟรมจะแบน หรือ หนา และล้อ จะสูง หรือ ต่ำ นั้นเรียกว่าแทบไม่มีผล ถ้าท่านซื้อล้อขอบสูงมาแต่ไปขี่แบบ drafting (ดูดชาวบ้าน) ตลอดเวลา ก็จงอย่าเปลืองเงินทอง เพราะสามารถใช้ล้อแบบอื่นๆแบบไหนก็ได้ ที่อาจจะราคาถุกกว่า โดยไม่เห็นความแตกต่างเลย ยกเว้นด้านความสวยงาม หรือ ผมใช้คำว่า "ลูกสายตา" (Eye candy) ครับผม
เจ้าของกระทู้คงจะชี้ให้เห็นว่า ถ้าเราทำให้รถสามารถลดแรงเสียดทานได้ดี เช่นการเปลี่ยนล้อให้เป็นแบบขอบสูง ถึงแม้จะดูเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กับรถ แต่สำหรับการขี่แล้วกลับช่วยให้ทำความเร็วได้ดีขึ้น ถึงแม้จะใช้แรงเท่าเดิม การแย้งว่าแรงสำคัญกว่ารถในกระทู้นี้ ผมเห็นด้วย แต่คิดว่าเป็นการแย้งผิดประเด็น เพราะในกรณีนี้น่าจะหมายถึงการกำหนดแรงให้เป็นค่าคงที่ คือ การใช้แรงเท่าเดิม แต่ทำความเร็วได้ดีขึ้น (จุดนี้ cevelo เคลมว่า เฟรมแบบ S ทำให้ประหยัดแรงได้ 15%)
เจ้าของกระทู้ให้ประเด็นที่ดีอีกอันหนึ่งมาคือ องศาในกระปะของลม (0-5) ซึ่งจุดนี้ ผู้ที่่ใช้ล้อขอบสูง หรือ เฟรมแบบ Aero ต้องคิดให้หนัก เพราะองศาการประทะ (Yaw Angle) มีผลมาก ผู้ผลิตล้อขอบสูงหลายๆยี่ห้อ พยายามจะลดแรงเสียดทานในช่วงการประทะ 10-20องศา ให้น้อยที่สุด เพราะเคลมว่า เป็นองศาที่มักจะพบในการขับขี่แบบปกติบ่อยที่สุด มีบางยี่ห้อ ไปลดในช่วงเกิน 20องศา ไปแล้ว ก็ด้วยเหตุผลแบบเดียวกันว่าการขับขี่ส่วนใหญ่มักจะเจอลมประทะแบบเกิน 20 องศา (จะเชื่อใครไปคิดกันเอง) หลายๆท่านเวลาซื้อล้อขอบสูง มองเพียงเรื่องน้ำหนัก โดยลืมคิดถึง Yaw Angle และ Stifness ของล้อ หรือแม้กระทั่งปัจจัยอื่นๆ เช่นคุณภาพของผิวเบรค แล้วด่วนสรุปว่าล้อยี่ห้อนั้นดี ซึ่งถูก แต่ไม่ถูกทั้งหมด (ความเห็นส่วนตัวครับ)
หลักพลศาสตร์มีผลมากเมื่อท่านขี่แบบ Solo หรือ Time Trial (TT) ดังนั้นจะเห็นว่านัก TTมันจะใช้เฟรมหรือล้อในลักษณะ Aero และการจัดท่านั่งที่ลดแรงเสียดทานให้น้อยที่สุด ส่วนการขี่ในกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ตรงกลางหรือหลัง เฟรมจะแบน หรือ หนา และล้อ จะสูง หรือ ต่ำ นั้นเรียกว่าแทบไม่มีผล ถ้าท่านซื้อล้อขอบสูงมาแต่ไปขี่แบบ drafting (ดูดชาวบ้าน) ตลอดเวลา ก็จงอย่าเปลืองเงินทอง เพราะสามารถใช้ล้อแบบอื่นๆแบบไหนก็ได้ ที่อาจจะราคาถุกกว่า โดยไม่เห็นความแตกต่างเลย ยกเว้นด้านความสวยงาม หรือ ผมใช้คำว่า "ลูกสายตา" (Eye candy) ครับผม
--Human Knowledge Belongs to the World--
-
สัญญา โวหารเดช
- ขาประจำ
- โพสต์: 218
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 11:47
- ติดต่อ:
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
คุณ Team CSC พูดถูกครับ ท่านที่ค้านก็ขอให้ดูประเด็นด้วย เขาพูดถึงน้ำหนักรถหากเปรียบเทียบกับเรื่อง Aero dynamic ไม่ใช่เรื่องแรงคนซึ่งมันก็แน่อยู่แล้ว เอาคนเป็นง่อยมาปั่นต่อให้รถเบาแค่ไหน Aero แค่้ไหนก็ไม่เป็นเรีื่อง ท่านเจ้าของกระทู้ให้ความรู้ดีมากแล้ว หากท่านจะมัวแต่ลดน้ำหนักโดยไม่คำนึงถึงเรื่องAero ก็อาจจะไม่เห็นผลที่แน่นอนก็เท่านั้น
- SuperEd
- สมาชิก
- โพสต์: 34
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 เม.ย. 2011, 00:55
- team: ต่อนยอน
- Bike: เสือหม้อบ...หมอบ
- ตำแหน่ง: หางดง เชียงใหม่
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
มือใหม่ มาหาความรู้ครับ
ขอบคุณคร้าบบบบบบบบ
ขอบคุณคร้าบบบบบบบบ
- StoneRoses
- ขาประจำ
- โพสต์: 3149
- ลงทะเบียนเมื่อ: 03 เม.ย. 2009, 16:12
- Bike: Pinarello Dogma F8, Trek Speed Concept 9.9
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
แรงมีผลมากสุดอันนี้แน่นอนครับ แต่นั่นมันนอกประเด็นของกระทู้
Aerodynamic มีผลมากแน่นอนอยู่แล้วครับ
ที่ึความเร็ว 40km/h บนทางราบ แรงต้านอากาศคิดเป็น 80-90% ของแรงต้านทั้งหมด
นน. มีผลเฉพาะตอนเปลี่ยนความเร็ว (มวลมากต้องใช้พลังงานมากกว่าในการเร่งความเร็วและลดความเร็ว) กับตอนสู้กับแรงโน้มถ่วงตอนขึ้นเนิน ส่วนตอนลงเนิน ยิ่งหนักยิ่งลงได้เร็ว แต่เบรกให้อยู่ละกัน
ถ้าขี่ความเร็วคงที่บนทางราบ นน. ตัวคนขี่และ นน.รถแทบจะไม่มีผลครับ ที่บอกว่าแทบ คือมันไม่มีผลทางตรง แต่มีผลทางอ้อมเล็กน้อยคือ ถ้านน.มากกว่า แรงต้านจากล้อ และแรงเสียดทานในอุปกรณ์ต่างๆ จะมากกว่าหน่อย และอีกอย่างคือคนตัวโตจะมีพื้นที่ผิวต้านลมกว่าคนตัวเล็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนตัวโตก็จะมีกำลังมากกว่าคนตัวเล็ก ถ้าคนขี่มีกำลังวัตต์ต่อน้ำหนักตัวอยู่ในระดับเดียวกัน คนตัวใหญ่จะได้เปรียบคนตัวเล็กในทางราบ เพราะมีกำลังรวมไปสู้กับแรงต้านอากาศมากกว่าคนตัวเล็ก
จากประสบการณ์ตัวเอง รถเสือหมอบกับรถ TT ผมขี่ TT ได้เร็วกกว่าหมอบอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่รถ TT หนักกว่านิดๆ ผมว่ามันก็เพราะเรื่อง aerodynamic ล้วนๆ
อีกนิดคือการลด aerodynamic drag ส่วนใหญ่มากจากตัวคนขี่ ไม่ใช่จากเฟรมหรือล้อ ดังนั้นการจัดท่าขี่ให้ลู่ลมมีผลมากกว่าเฟรมแอร์โร่หรือล้อขอบสูงซะอีก ปัญหาคือความเมื่อยล้าและการออกแรงตอนก้มต่ำๆ ทำได้มีประสิทธิภาพหรือไม่
Aerodynamic มีผลมากแน่นอนอยู่แล้วครับ
ที่ึความเร็ว 40km/h บนทางราบ แรงต้านอากาศคิดเป็น 80-90% ของแรงต้านทั้งหมด
นน. มีผลเฉพาะตอนเปลี่ยนความเร็ว (มวลมากต้องใช้พลังงานมากกว่าในการเร่งความเร็วและลดความเร็ว) กับตอนสู้กับแรงโน้มถ่วงตอนขึ้นเนิน ส่วนตอนลงเนิน ยิ่งหนักยิ่งลงได้เร็ว แต่เบรกให้อยู่ละกัน
ถ้าขี่ความเร็วคงที่บนทางราบ นน. ตัวคนขี่และ นน.รถแทบจะไม่มีผลครับ ที่บอกว่าแทบ คือมันไม่มีผลทางตรง แต่มีผลทางอ้อมเล็กน้อยคือ ถ้านน.มากกว่า แรงต้านจากล้อ และแรงเสียดทานในอุปกรณ์ต่างๆ จะมากกว่าหน่อย และอีกอย่างคือคนตัวโตจะมีพื้นที่ผิวต้านลมกว่าคนตัวเล็ก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น คนตัวโตก็จะมีกำลังมากกว่าคนตัวเล็ก ถ้าคนขี่มีกำลังวัตต์ต่อน้ำหนักตัวอยู่ในระดับเดียวกัน คนตัวใหญ่จะได้เปรียบคนตัวเล็กในทางราบ เพราะมีกำลังรวมไปสู้กับแรงต้านอากาศมากกว่าคนตัวเล็ก
จากประสบการณ์ตัวเอง รถเสือหมอบกับรถ TT ผมขี่ TT ได้เร็วกกว่าหมอบอย่างชัดเจน ทั้งๆ ที่รถ TT หนักกว่านิดๆ ผมว่ามันก็เพราะเรื่อง aerodynamic ล้วนๆ
อีกนิดคือการลด aerodynamic drag ส่วนใหญ่มากจากตัวคนขี่ ไม่ใช่จากเฟรมหรือล้อ ดังนั้นการจัดท่าขี่ให้ลู่ลมมีผลมากกว่าเฟรมแอร์โร่หรือล้อขอบสูงซะอีก ปัญหาคือความเมื่อยล้าและการออกแรงตอนก้มต่ำๆ ทำได้มีประสิทธิภาพหรือไม่
- สมชาย
- ขาประจำ
- โพสต์: 1851
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 19:51
- Tel: 089-7022176
- team: Airport group Phitsanulok
- Bike: เสือภูเขา,เสือหมอบ,แม่บ้าน
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
เห็นด้วยครับ..ขนาดหมวกยังใช้ท้ายแหลมๆเลย(เรียกไม่เป็น)
...
ขี่จักรยานไปทุกที่พร้อมกับปิ่นโตหนึ่งเถา
ขี่จักรยานไปทุกที่พร้อมกับปิ่นโตหนึ่งเถา
- nextstep
- ขาประจำ
- โพสต์: 4416
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ม.ค. 2010, 16:02
- ติดต่อ:
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
ผมรู้แต่อากาศพลศาสตร์แบบนี้ครับ
จำไม่ได้ว่าเอามาจากเวปหรือหนังสือเล่มไหน
ขออนุญาติเจ้าของผลงานเพื่อความรู้ให้เพื่อนๆพี่ๆในเวปนะครับ
จำไม่ได้ว่าเอามาจากเวปหรือหนังสือเล่มไหน
ขออนุญาติเจ้าของผลงานเพื่อความรู้ให้เพื่อนๆพี่ๆในเวปนะครับ
- ไฟล์แนบ
-
- 04122010128.jpg (72.77 KiB) เข้าดูแล้ว 248 ครั้ง
ชอบปั่นจักรยานมาก แต่ปั่นเท่าไรก็ขึ้นเขาไม่ค่อยไหวเลยต้องมาวิ่งช่วยเพิ่มแรงขา
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
พอมาวิ่งก็เจ็บ ต้องว่ายน้ำช่วยรักษา นับนิ้วแล้ว เออ..3 อย่างพอดี ไปไตรละกัน :mrgreen:
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
ใช่ครับ
ผมเก็บเงินซื้อ เฟรมแบนๆมานานแล้ว
แต่ก็เก็บไม่ถึงยอดมันสักที
ว่าจะตัดใจเป็น
S-1 กับล้อ Durace c 35 แล้วละครับ
ดูถ้าจะไม่เจ็บตัวมาก เพราะผมก็ไม่กะไปขึ้นเขาบ่อยๆอยู่แล้ว เน้นทางราบเป็นหลัก ปั่นเรื่อยๆ 
ผมเก็บเงินซื้อ เฟรมแบนๆมานานแล้ว
แต่ก็เก็บไม่ถึงยอดมันสักที
ว่าจะตัดใจเป็น
S-1 กับล้อ Durace c 35 แล้วละครับ
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
- velocity
- ขาประจำ
- โพสต์: 1063
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 มิ.ย. 2009, 10:15
- Tel: 081 595 5975
- Bike: VENGE ViAS
- ตำแหน่ง: เชียงใหม่
- ติดต่อ:
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
รถเบาไปขี่ทางราบไม่ดีครับ โดนลมพัดความเร็วตกหมด

บริการด้วยใจ ไม่ใช่ธุรกิจ
STRAVA ส่วนตัว http://app.strava.com/athletes/393418
THAI's 1st RETÜL certified fitter
THAI's 1st F.I.S.T certified fitter
ASIA's 1st IBFI certified fitter
Body Geometry certified fitter
ISCO certified fitter
STRAVA ส่วนตัว http://app.strava.com/athletes/393418
THAI's 1st RETÜL certified fitter
THAI's 1st F.I.S.T certified fitter
ASIA's 1st IBFI certified fitter
Body Geometry certified fitter
ISCO certified fitter
-
Cycling B®y
- ขาประจำ
- โพสต์: 19808
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:41
- team: RAWAI Criterium Team. Phuket.
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
เห็นด้วยครับ..เมื่อก่อนรถผมเบามาก 6.6 kg,แต่พอผมปรับเปลี่ยนอุปกรณ์บางตัวที่ผมอยากได้คุณภาพมากกว่าความเบา ทำให้รถผมหนักขึ้นไปอีก สี่ขีด....เจอลมแรงๆแหวกกระจาย..ผมรู้สึกขี่ทำความเร็วได้ต่อเนื่องดีขึ้นมาก..velocity เขียน:รถเบาไปขี่ทางราบไม่ดีครับ โดนลมพัดความเร็วตกหมด![]()
![]()
![]()
ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เจอลมแรงๆแทบอยากเลี้ยวกลับบ้าน..
▄▀▄▀ รายงายสด ผลการแข่ง พร้อมวีดีโอ การแข่งจักรยานโปรทัวร์ https://www.facebook.com/groups/183810108467489/ ▄▀▄▀
__________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
- โต้งหลังอนามัย
- ขาประจำ
- โพสต์: 3542
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 เม.ย. 2010, 11:35
- Tel: 0848507344
- team: นาคาไบท์ ภูเก็ต
- Bike: อยากได้ s3 เรด ซิป
- ตำแหน่ง: ภูเก็ตครับ
Re: อากาศพลศาสตร์และการขับจักรยาน
เรื่องความแอร์ไรฯ ช่วยได้จริงๆ คับ...
รถผมเองทำไว้ขี่ทั้งสองแบบ ทั้ง แฮนด์หมอบ และ แฮนด์ไทม์ไทร์ แค่เปลี่ยนชุดแฮนด์อย่างเดียวคับ (สเตมด้วยใช้คนละตัวกัน)
ในส่วนอื่นๆ ผมไม่ปรับแต่งใดๆ อะไหล่ทุกอย่างเหมือนกัน เลย เส้นทางเดิม ระยะทางเท่ากัน (ตัวแปรต่างๆใกล้เคียงกันมาก) ความเร็วในการปั่นไม่ได้เพิ่มขึ้นจนผิดหูผิดตาคับ
แต่ความเร็วเฉลี่ยดีขึ้น ผมคิดเป็น % ไม่เป็นคับ ข้อมูลตามนี้คับ แฮนด์หมอบความเร็วเฉลี่ยที่ได้ 37.6 เปลี่ยนชุดแฮนด์ไทม์ไทร์ความเร็วเฉลี่ยที่ได้ 38.9 เรื่องของน้ำหนัก
ชุดแฮนด์ไทม์ไทร์จะหนักกว่าเกือบครึ่งกิโลคับ...ดังนั้นแล้วถ้าไม่ไปเจอทางเขาที่ชัดมากยังไงความแอร์โรฯก็ได้เปรียบกว่าน้ำหนักคับ...
รถผมเองทำไว้ขี่ทั้งสองแบบ ทั้ง แฮนด์หมอบ และ แฮนด์ไทม์ไทร์ แค่เปลี่ยนชุดแฮนด์อย่างเดียวคับ (สเตมด้วยใช้คนละตัวกัน)
ในส่วนอื่นๆ ผมไม่ปรับแต่งใดๆ อะไหล่ทุกอย่างเหมือนกัน เลย เส้นทางเดิม ระยะทางเท่ากัน (ตัวแปรต่างๆใกล้เคียงกันมาก) ความเร็วในการปั่นไม่ได้เพิ่มขึ้นจนผิดหูผิดตาคับ
แต่ความเร็วเฉลี่ยดีขึ้น ผมคิดเป็น % ไม่เป็นคับ ข้อมูลตามนี้คับ แฮนด์หมอบความเร็วเฉลี่ยที่ได้ 37.6 เปลี่ยนชุดแฮนด์ไทม์ไทร์ความเร็วเฉลี่ยที่ได้ 38.9 เรื่องของน้ำหนัก
ชุดแฮนด์ไทม์ไทร์จะหนักกว่าเกือบครึ่งกิโลคับ...ดังนั้นแล้วถ้าไม่ไปเจอทางเขาที่ชัดมากยังไงความแอร์โรฯก็ได้เปรียบกว่าน้ำหนักคับ...
ภูมิใจเถอะทูนหัว มีผัวขี่จักรยาน 555