กระผมพูดเรื่องความฟิตของร่างกายค้างไว้ ขอเสริมต่อตรงนี้ครับสรุปว่า
ตัวอย่างการฝึกซ้อมของข้าพเจ้าในวันนี้ ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายขาดความฟิต ขาดความอดทน เราต้องไปเริ่มต้นการฝึกซ้อมจักรยานแบบปั่นด้วยความหนักต่ำ ระยะเวลายาวนาน หาเวลาออกทริป ปั่นทางไกล ปั่นขึ้นเขา ไปหาการว่ายน้ำ วิ่ง เล่นเวทเทรนนิ่ง ช่วง แขน ขา ไหล่ เพื่อสร้างพื้นฐานร่างกายในด้านความอดทน ความแข็งแรง
เมื่อมีการใส่งานการฝึกซ้อมเข้าไปให้กับร่างกายใหม่ ตรงนี้ก็มีข้อปลีกย่อยออกไปอีก แยกออกไปอีกว่ามีการใส่งานภายนอก ภายใน การพักฟื้นร่างกาย
เมื่อความอดทนดีขึ้น จะส่งผลให้เราสามารถทำงานหนักขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทำความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเต้นของหัวใจที่คงที่ ใกล้เคียงกับจุดเริ่มต้นของการเพิ่มงานหนักในการฝึกซ้อมในช่วงแรกของการออกกำลังกาย ส่งผลให้เราปั่นจักรยานได้ดีขึ้นนั่นเอง
....
ความฟิตหมายถึง ความสมบูรณ์ทางร่างกายอันประกอบไปด้วย การทำงานอย่างดีของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบหัวใจหายใจใหลเวียนเลือด ระบบหลอดเลือดเส้นเลือด ปอดหายใจมีความแข็งแรง มีความสามารถลำเลียงสารอาหารไปส่งให้กับกล้ามเนื้อได้อย่างเพียงพอตามที่ต้องการ มีการสร้าง ATP จากกระบวนการ AEROBIC ได้มากตามความต้องการ มีเส้นเลือดฝอยเพิ่มขึ้นอย่างมากในกล้ามเนื้อ มีจำนวนถังพลังงานอย่าง ไมโตรคลอนเดีย (Mitochondria) ที่เพิ่มมากขึ้นในกล้ามเนื้อ มีเอ็มไซม์ที่จำเป็นในการสันดาปอาหารโดยใช้ออกซิเจน
จากการศึกษาปัจจุบันนี้พบว่า การฝึกซ้อมความอดทนกับระบบพลังงานจะมีประสิทธิภาพให้กับร่างกายอย่างมากที่สุด ซึ่งพลังงานที่จำเป็นต่อการปั่นจักรยานนั้นคือ ไขมัน แต่การที่จะฝึกซ้อมเพื่อให้ร่างกายใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิงนั้น น่าจะมีคำถามว่า เราจะฝึกซ้อมกันอย่างไรดี โดยไม่ก้าวข้ามไปใช้พลังงานอย่างอื่นดังวัตถุประสงค์ของการฝึกซ้อมความอดทน และในการพัฒนาร่างกายด้วยการปั่นให้ได้ความเร็วอย่างต่อเนื่องที่ยาวนาน เราจะฝึกอย่างไร ถ้าเมื่อเราย้อนดูการแข่งขันในระดับโลก นักกีฬาแทบทุกคน จะมีอัตราการเต้นหัวใจอยู่ในระดับต่ำ การแข่งขันทัวร์ในรายการต่าง ๆ จะมีเป็นบางช่วงเท่านั้น ที่บางครั้งชีพจรขึ้นไปสูง แต่ชีพจรโดยเฉลี่ย จะอยู่ในห้วง 160-180 ครั้งต่อนาที โดยประมาณรวมของนักจักรยานที่ทำการแข่งขัน
....
แต่ถ้าหากเราไปแข่งกับเขาด้วย ด้วยความฟิตที่เป็นของเราในตอนนี้ เราจะต้องไต่บันใดการปั่นไปถึงระดับชีพจรเหมือนนักสปิ้นท์ ที่เราใช้ความสามารถสูงสุดของเราแล้ว เหนื่อยแทบขาดใจยังปั่นไม่ทันเขาเลย และชีพจรของเขาก็ต่ำกว่าของเรามาก แน่นอนว่า ชีพจรของเราอยู่ในโซนที่เฉียด ๆ เส้นแดงเลยละ น่าแปลกใจไหมว่า ความเร็วขนาด 50-60 ก.ม. ต่อ ชั่วโมง ทำไมชีพจรเขาถึงต่ำอย่างมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับเราแล้ว เต้นถึงโซนสุดท้ายเรายังจี้หรือทำความเร็วไม่ได้เลย ใช่ไหมครับ ....
ตรงนี้ น่าจะค้นหาว่า เราจะทำการฝึกซ้อมอย่างไรดี ให้ได้ความเร็วที่สูงขึ้น และอัตราการเต้นของหัวใจลดลง หรือไม่เพิ่มขึ้น
ก็ต้องมาไล่ที่พื้นฐานกันก่อน ข้อดีของพื้นฐานการปั่นจักรยานทางไกล มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายดังต่อไปนี้
- ผลของการฝึกซ้อม จะมีการเพิ่มสมรรถภาพในการใช้ออกซิเจนสูงสุด Vo2max การเพิ่มปริมาณเลือดที่สูบฉีดออกจากหัวใจ และเพิ่มปริมาณเลือดต่อการบีบตัว 1 ครั้ง
- อัตราการเต้นของหัวใจลดลง
-มีการเพิ่มของเอมไซม์ที่จำเป็นต้องใช้ในกระบวนการ ออกซิเดชั่น (Oxydation)
_ เพิ่มการสะสมไกลโคเจน ไมโอโกบิล
_ มีจำนวนถังพลังงานเชื้อเพลิงของระบบ AEROBIC คือ ไมโตรคลอนเดีย มีมากขึ้น
_ มีจำนวนเส้นเลือดฝอยมากขึ้น
ตรงนี้เป็นเรื่องของร่างกายทางกายภาพแบบคร่าว ๆ ไม่ลึกซ้อม ซึ่งถ้าลึกซึ้ง ต้องไปยกตำราภาษาไทยมาเป็นเล่ม ๆ เลย ต้องขอเสริมไปทีละการฝึกซ้อมในแต่ละส่วน ว่า ทำเช่นนี้แล้ว จะได้ผลอย่างไร ได้ประโยชน์อะไร
คำว่า ความอดทนสำหรับการปั่นจักรยานนั้น หมายถึงเป็นการฝึกซ้อมจักรยานด้วยระยะเวลาที่นานขึ้น รักษาความหนักของการฝึกซ้อมได้อย่างต่อเนื่อง และผนวกความสามารถที่จะปั่นจักรยานได้อย่างทีประสิทธิภาพเข้าไปไว้ด้วยกัน
เมื่อขาดการฝึกซ้อมความอดทน หากเราออกกำลังกายโดยทั่วไปด้วยการปั่นจักรยาน หรือเมื่อทำการฝึกซ้อม สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายโดยการรับรู้ได้ด้วยตนเอง คืออัตราการเต้นของหัวใจจะสูงขึ้น ชีพจรจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความหนัก ความเข้มข้น ระยะเวลาของการฝึกซ้อม และเมื่อฝึกซ้อมไปได้ระยะหนึ่ง จะเกิดการสะสมของสภาวะความเป็นกรด จนกล้ามเนื้อต้องหยุดการทำงาน หรือส่งผลให้ประสิทธิภาพในการปั่นลดลงทั้งความหนัก ความเร็ว ความนาน และต้องเปิดโอกาสให้มีการหยุดพักเพื่อให้ร่างกายได้ทำการสลาย สภาวความเป็นกรดและของเสียออกจากร่างกายหรือให้เบาบางลงก่อน ด้วยการพักเพื่อฟื้นสภาพอย่างเพียงพอ ถึงจะมีการเริ่มต้นทำงานฝึกซ้อมใหม่ได้...
ตรงนี้ชัดเจนมาก ดังตัวอย่างการฝึกซ้อมของข้าพเจ้า และในบทความหน้า จะเชิญชวนท่านไปเจาะลึกเรื่องการปั่นจักรยานเพื่อปรับให้ร่างกายฝึกใช้ไขมันเป็นเชื้อเพลิง อันเป็นหัวใจของการฝึกซ้อมความอดทนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของตัวเรา ว่า จะฝึกกันอย่างไรดี ครับ




