
เลิกงานถึงบ้านตี 1 กว่า ได้นอน 1.30 ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ 5.15 แต่ตื่นก่อนราวๆ 5.00 นอนแค่ 3.5 ชม ปลุกลูกชายให้อาบน้ำ แต่งตัว จักรยานสองคันผมถอดล้อใส่หลังรถตั้งแต่เมื่อคืนตอนกลับมาทำงาน
ลูกชายขับออกจากบ้านราวๅ 5.45 ถึงบริเวณงาน 7.45 ลงทะเบียนรับเสื้อ ลูกชายเลือกปั่น C เพราะต้องการชมเมือง เนื่องจากไม่เคยมาเที่ยวตัวเมืองมาก่อน ลูกชายเล่าว่า หินที่สุดตรงขึ้นถ้ำ ปั่นตามคนข้างหน้าความเร็วแค่ 4-5 เอง ใช้เกียร์ต่ำสุด (เป็นครั้งแรกที่ปั่นขึ้นเนินของเขา) ปั่นดูสิ่งต่างๆ แล้วกลับมาถึงเทศบาลก่อนเที่ยง ไม่นานกลุ่ม B ก็มา จากนั้นก็นั่งพักผ่อนรอผมกลับที่ รร ตรงข้าม จอดรถอยู่
ส่วนผมกะปั่นขาเดียว (70 กม) เลยเอาแค่เสือภูเขายางเล็กมา ความเร็วกลุ่มหน้าจะอยู่ระหว่าง 30-48 แทบทุกครั้งแม้ว่า รถผู้จัดบอกว่าแค่ 35 พอ ไม่จำเป็นต้องดื่มน้ำจากกระติกเลย พอกระหายก็ถึงเวลาพักทุกที พักระหว่างทาง 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเป็นทางแยกก่อนจะปั่นขึ้นเนินยาวๆ แน่ละมีคนจูง ส่วนผมอาศัยเกียร์เสือภูเขา spin ไปอย่างรวดเร็ว แซงทุกคนเริ่มจากหลังจนมาถึงกลุ่มหน้าก็พอดีหมดเนิน ลงยาวๆ ก็มาถึงบริเวณแคมป์ทำการของ Ital-Thai ที่นี่มีเสือประมาณ 20 ท่านมาถึงก่อนแล้วเพราะไม่หยุดพักจุดที่สาม ทานอาหารที่นี่ อร่อยมาก ระหว่างนั้น จนท Ital-Thai ก็มาบรรยายโครงการทวาย และบอกว่าเดือนเมษา ถนน 160 กม จากชายแดน (ที่เราปั่นไปดูหลังทานข้าว) ลูกรังก็จะเสร็จพอที่จะให้รถยนต์ลำเลียงสิ่งของได้ และสามารถขับถึงทวายได้ภายใน 2-3 ชม
พอทานอาหารเสร็จก็ปั่นอีก 3 กม จนสุดถนนดำ และดูถนนลูกรังที่ทาง Ital-Thai ทำไว้ จากนั้นก็ปั่นกลับมาแคมป์ พอได้ทราบว่ารถที่จะขนพวกเราไปกาญจน์เป็น GMC ทหารสองคัน แต่ดูคนที่ต้องการนั่งมีมากกว่าแน่ๆ ผมเลยตัดสินใจปั่นกลับทันที ทั้งที่ยังเพลียๆ จากการนอนน้อย พอออกมาก็เจอเนินชันยาวๆ เลยครับ พอพ้นเนินได้ ก็ปั่นไปได้สัก 3-4 กม ก็มีหมอบขาแรงมาราวๆ 10 คันอัดมาอย่างรวดเร็ว ผมก็อัดตาม ความเร็วบางช่วงพุ่งไป 45-46 แม้ว่าจะทวนลม หมอบหลุดไปหลายคัน เหลือราวๆ 6 คันรวมทั้งเสือภูเขาผมคันเดียว จากนั้นก็พักทานน้ำ เหลือระยะทางอีก 35 กม พอดีกลุ่มหมอบตุ้ม/หมู 4-5 คันผ่านมา ผมก็ไม่รอไปกับขาแรงแล้ว เพราะเหนื่อยสุดๆ ก็รีบอัดตามกลุ่ม กว่าจะตามทันแรงหายไปแยะ ปั่นทวนลมตลอดได้ราวๆ 10 กม ความเร็วแค่ 30-32 แต่ขาผมชักจะไม่ไหวแล้ว เพราะถูกนวดจากเนินแรก และตามขาแรงหมอบ และมาไล่คุณตุ้มกว่าจะเกาะติดก็เกือบ 1 กม เลยปล่อยหลุดปั่นคนเดียวความเร็วเหลือ 25-26 พยายามเลี้ยงรอบขาไปเรื่อยๆ เมื่อกลุ่มขาแรงหมอบดั้งเดิมผ่านมา ผมก็ไม่กล้าตาม ก็ปั่นคนเดียวอีกเช่นเคย มาเจอกลุ่มตุ้มจอดทานน้ำ หมูบอกว่าไปด้วยกัน แต่ผมไม่อยากหยุด เพราะไม่อยากปั่น 30-32 อีกแล้ว ก็เลยปั่นต่อไปคนเดียว ราวๆ 20 กม จะถึงกาญจน์ ก็มีเสือภูเขาหนุ่มไล่มาแล้วบอกให้ผมดูด ผมก็เอาสิครับ ความเร็วเพิ่มเป็น 28-30 ปั่นไปเรื่อยๆ ก็เจอรถขนจักรยานของทหารมีจักรยานอยู่ 5-6 คันผ่านมา มีเสือหมอบดูดอยู่และตะโกนบอกให้เราสองคนดูด เสือหนุ่มก็๋อัดแล้วจับรถมือเดียวไป ส่วนผมและหมอบก็ปั่นด้านหลังบังลมสนิท ความเร็ว 40-45 ก็ยังสบาย พอถึงไฟแดงหยุด ก็ดูดได้ราวๆ 8-9 กม แล้ว เหลืออีกราวๆ 6-7 กม พวกเราก็ปั่นมายัง รร ผมดูดเสือหนุ่มตลอด (ขอบคุณมากครับ) ถึง รร 16.00 พอดี ผมและลูกชายก็ช่วยกันเก็บรถ จยย สองคันตามเดิม แล้วลูกชายก็ขับรถกลับ ที่แรกคิดว่าใช้เวลา 2 ก็น่าจะถึงบ้าน แต่รถติด ใช้เวลา 3 ชม ครับ ผมเอารถ จยย ออก แล้วรีบขับรถไปทำงาน ถึง 20.00 สายไป 2 ชม แต่ก็ยังทำงานทันได้หวุดหวิด ทำงานที่รีบเสร็จ ก็ทานมาม่าคัพ แล้วก็อาบน้ำที่ทำงาน เปลี่ยนเครื่องแต่งตัว และตอนนี้ก็ยังนั่งทำงานอยู่ คงกลับราวๆ เที่ยงคืนครับ
ตอนนี้ยังมีอาการอยู่ คือร่างกายยังตื่นตัวอยู่ ไม่ง่วง อาจเป็นว่า ตอนลูกชายขับ ผมใส่แว่นดำและหลับตาพักผ่อนในรถได้ 2 ชม แล้ว
สรุป เป็นบทเรียนครับ ถ้าปีหน้าไปอีก ผมจะพกโทรศัพท์และโทรเรียกลูกชายมารับ ถ้าคิดว่ารถขนส่งไม่พอครับ และคงจะเอาหมอบไป เพราะเสือภูเขาเสียเปรียบมากเวลาไล่ตามหมอบขากลับครับ
ดูรูปที่กระทู้นี้ครับ http://thaimtb.com/forum/viewtopic.php?f=117&t=298652
