Kai kanbike เขียน:
รักเธอที่สุดในโลกเลย kookkai....
คลายเครียด.....
ผู้ดูแล: เสือชอร์
กฏการใช้บอร์ด
ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
ผู้ดูแลบอร์ด โทร 0813722240
ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
ผู้ดูแลบอร์ด โทร 0813722240
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:21, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน: ร้อนแล้วนะจ๊ะ อย่างนี้ต้องหาของคลายร้อน และคลายเครียด อม...แล้ว...ดูดดีกว่าไหม....อย่าคิดมาก ทานไอศกรีมไงจ๊ะ
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:34, แก้ไขแล้ว 3 ครั้ง
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน: my love
ทายนิสัยจากไอติม
รสวนิลา
เป็นคนที่ร่าเริง ชอบใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย มีความรักใคร่ในศักดิ์ศรีของตนเป็นที่รักของคนทั่วไป
รสกาแฟ
เป็นคนที่ชอบการทำงานที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบมาก มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มีลักษณะเป็นผู้นำ เมื่อตั้งใจจะทำอะไรแล้วก็ต้องทำให้สมบูรณ์กว่าผู้อื่น และเป็นคนที่ชอบการแข่งขัน
รสสตรอเบอร์รี่
เป็นคนที่ชอบทำตัวสบายๆ คบคนง่าย แม้กับคนแปลกหน้า มักมองคนในแง่ดี เป็นคนที่มีความเมตตา ชอบช่วยเหลือและให้ความรักต่อผู้อื่น
รสช็อคโกแล็ต
เป็นคนที่ข้องข้างมีจิตใจอ่อนไหว ขี้เหงา ชอบคิดถึงแต่วันคืนในอดีตที่ผ่านมาแล้วและเป็นคนที่ยึดในขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆไว้เป็นส่วนสำคัญในการดำรงชีวิต
รสช็อคโกแล็ตชิป
เป็นคนที่ตั้งความหวังในชีวิตไว้สูง มักมองโลกในแง่ดี เป็นคนที่สามารถแก้เรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีเสมอ
รสผสม
เป็นคนทีชอบความหลากหลาย มีชีวิตยืดหยุ่น ชอบการประนีประนอม
*****หมายเหตุ*****ส่วนคนที่ไม่ชอบกินไอติมเลย เป็นคนที่รักอิสระเสรี ค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองสูงชอบดำเนินชีวิตอยู่บนความ เป็นเหตุเป็นผล
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:27, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
**รักเธอเสมอ ...แม้ว่าเธอจะไปพบใครที่ไม่ใช่ฉัน...ในวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ก็ตามยังไงก็จะรักเธอเสมอตลอดไป..ไม่วาชาตินี้หรือชาติไหนก็ตาม... to you kookkai..***..เพราะเธอทำให้ฉันรักเธอก่อน
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:25, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- protum
- ขาประจำ
- โพสต์: 709
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ค. 2010, 14:13
- Tel: 0840846531
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: scott trek dahon
Re: คลายเครียด.....
เอาเพลงนี้เป็นเพลงของห้องคลายเครียดดีที่สุดเพลงอื่นที่ลงมาคงไม่ตรงคอนเซ็ป
DRINK SEX BIKE
- somsak tarasunton
- ขาประจำ
- โพสต์: 3938
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 พ.ค. 2009, 12:01
- Tel: 081-1997717
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: Cervélo-Specialized -merida- bianchi-TREk
Re: คลายเครียด.....
4 คน ไม่ไช่เรา3คน ครบคู่พอดี ถ้า 3คน มันจะเป็น คี่ ต้อง 4 คน 3คนมันสวิง ไม่นิ่งครับ ผิดธรรมชาติprotum เขียน:เอาเพลงนี้เป็นเพลงของห้องคลายเครียดดีที่สุดเพลงอื่นที่ลงมาคงไม่ตรงคอนเซ็ป
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน: ขอแค่เราสองคน....ไม่ใช่สามหรือสี่ OK..นะจ๊ะ
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:18, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน:
แค่มีกันและกันก็พอ.......kookkai..my love
แก้ไขล่าสุดโดย sun_dayhappy เมื่อ 27 ก.พ. 2011, 10:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- Kai kanbike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
- Tel: 0924936836
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
- ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี
Re: คลายเครียด.....
นิทานชาดก – ยอดหญิงกตัญญู
สาเหตุที่ตรัสชาดก :: …..สมัยพุทธกาล ณ แคว้นโกศล มีโจรกลุ่มหนึ่งปล้นสะดมชาวบ้านแล้วหนีไป ชาวบ้านจึงพากันหาโจรจนมาถึงหมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง พบชาย ๓ คนกำลังไถนาอยู่ จึงคิดว่าเป็นโจรปลอมเป็นชาวนา จึงจับกุมทุบตีแล้วคุมตัวมาถวายพระเจ้าโกศล …..ต่อมา ได้มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เดินร้องให้รำพันรอบๆ พระราชวัง ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม ความทราบถึงพระเจ้าโกศล พระองค์มีรับสั่งให้นำผ้าสาฎกไปมอบให้แก่นาง แต่นางกลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้นและกล่าว “ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม คือสามี” …..ราชบุรุษจึงนำนางไปเข้าเฝ้า พระเจ้าโกศลได้ทรงซักถาม นางจึงว่า “สามีชื่อว่าเครื่องนุ่งห่มของหญิง เมื่อไม่มีสามี แม้จะนุ่งห่มผ้าราคาตั้ง ๑,๐๐๐ กษาปณ์ ก็ชื่อว่าหญิงเปลือยอยู่นั่นเอง แม่น้ำไม่มีน้ำ ชื่อว่าเปลือย แว่นแคว้นไม่มีราชา ชื่อว่าเปลือย หญิงปราศจากสามี ถึงจะมีพี่น้องตั้ง ๑๐ คน ก็ชื่อว่าเปลือย” …..พระเจ้าโกศลเกิดเลื่อมใสจึงตรัสคืนชายหนึ่งคนให้ นางจึงขอพี่ชายและให้เหตุผลว่า ถ้ายังมีชีวิตย่อมหาสามีใหม่และมีบุตรใหม่ได้ แต่บิดามารดาได้สิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่อาจจะมีพี่ชายได้อีก พระเจ้าโกศลเห็นความฉลาดของนางจึงโปรดไว้ชีวิตชายทั้งสาม …..เรื่องดังกล่าวเลื่องลือแม้กระทั่งในหมู่ภิกษุ ความทราบถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงระลึกชาติหนหลังด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ แล้วตรัสเล่า อุจฉังคชาดก ——————————————– :: ข้อคิดจากชาดก :: ๑. ผู้ที่มีหน้าที่ปราบปราม นำคนผิดมาลงโทษ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าจับคนด้วยเพียงการคาดคะเน เพราะการลงโทษคนบริสุทธิ์เป็นบาปอย่างยิ่ง การปล่อยคนผิดไป ๑๐๐ คน ยังดีกว่าการลงโทษคนบริสุทธิ์เพียงคนเดียว …..๒. คนเราควรหาโอกาส “ตอบแทนคุณ” ของผู้ที่มีพระคุณต่อเราอยู่เสมอ …..๓. ผู้ที่รู้บุญคุณและตอบแทนบุญคุณ ย่อมไม่ถึงความตกต่ำอย่างแน่นอน …..๔. ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในหลักธรรม แม้ความตายมาถึงตัว ก็มีสติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว สามารถเผชิญความตายโดยอาจหาญ ย่อมเป็นผู้ที่ “ประสบสุขได้แม้ในยามทุกข์” …..๕. พี่น้องกันนั้น “ฆ่ากันไม่ตาย ขายกันไม่หมด” แม้จะมีเรื่องผิดใจกันอย่างไร แต่เมื่อมีเรื่องเดือดร้อน ย่อมพึ่งพากันได้
นิทานชาดก – กลโกงพ่อค้า
กลโกงพ่อค้า
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตุวัน เมืองสาวัตถีได้ปรารภถึงพ่อค้าโกงผู้หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานชาดกมาเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพ่อค้าอยู่เมืองพาราณสีมีชื่อว่า บัณฑิต เขาได้เข้าหุ้นทำการค้ากับพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า อติบัณฑิต วันหนึ่งพ่อค้าทั้งสองชวนกันบรรทุกสินค้าด้วยเกวียน 500 เล่มไปขายที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ได้กำไรกลับมาอย่างงาม เมื่อกลับมาถึงเมืองพาราณสีแล้ว ถึงเวลาแบ่งเงินกัน นายอติบัณฑิตบอกกับเพื่อนว่า
“นี่เพื่อนรัก เราว่าเราควรได้ส่วนแบ่งสองส่วนนะ”
“ทำไมล่ะเพื่อน”
พระโพธิสัตว์ในร่างพ่อค้าบัณฑิตถาม
“ก็เพราะเจ้าชื่อบัณฑิตเฉย ๆ ควรได้ส่วนเดียว ส่วนเราชื่ออติบัณฑิตก็ควรจะได้สองส่วน”
อติบัณฑิตตอบ ทำเอาพระโพธิสัตว์ถึงกับอึ้งไปและบอกว่า
“ทั้งทุนรอน และพาหนะขนของเราสองคนออกเท่าๆ กัน แล้วเวลาแบ่งกันทำไมถึงได้ไม่เท่ากันล่ะ ข้าไม่เข้าใจ”
นายบัณฑิตบอก
“เพื่อความเป็นธรรม เราหาคนกลางมาตัดสินดีกว่า ท่านรุกขเทวดาน่าจะดีที่สุด เราไปหาท่านกันเถอะ”
นายอติบัณฑิตบอกแล้วพานายบัณฑิตไปหารุกขเทวดาที่ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งที่ท้าย หมู่บ้าน ซึ่งนายอติบัณฑิตได้ใช่เล่ย์ให้พ่อของตนเองไปแอบอยู่ในโพรงไม้ใหญ่ปลอมเป็น รุกขเทวดา ทั้งสองคนไปคุกเข่าต่อหน้าต้นไม้แล้วพูดขอให้รุกขเทวดาช่วยตัดสินปัญหาให้
“ท่านรุกขเทวดาโปรดช่วยเราสองคนด้วย เรามีปัญหาแบ่งทรัพย์กันไม่ลงตัว”
ทั้งสองคนเล่าเรื่องให้ฟัง พอเล่าจบก็มีเสียงของรุกขเทวดาเปล่งออกมาจากต้นไม้ใหญ่นั้น
“จากเรื่องที่เล่ามา คนชื่ออติบัณฑิตควรได้ 2 ส่วน คนชื่อบัณฑิตควรได้แค่ 1 ส่วน
นายบัณฑิตนั้นไม่ใช่คนโง่ เขาสังเกตเห็นพิรุธหลายอย่าง จึงคิดพิสูจน์ว่ารุกขเทวดาที่ต้นไม้นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ อาศัยจังหวะที่นายอติบัณฑิตกลับไปแล้ว ย้อมมาที่ต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง
“เดี๋ยวเถอะจะได้รู้กันว่าเป็นเทวดาจริงหรือเทวดาปลอมกันแน่”
นายบัณฑิตคิดจะพิสูจน์ จึงไปเก็บฟืน แล้วนำมากองกันไว้โคนต้นไม้ แล้วจุดไฟเผาในโพรงไม้นั้น พ่อของนายอติบัณฑิตซึ่งอยู่ในนั้นสำลักควัน รีบหนีตายออกมาจากโพรงไม้แทบไม่ทัน เนื้อตัวดำสกปรกน่าตลก
“เกือบถูกเผาแล้วสิเรา”
พ่อนายอติบัณฑิตบ่นพึม ก่อนวิ่งหนีไปด้วยความอับอายที่มีคนจับได้
นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน คนเราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น อย่าเห็นแก่ได้มากไป จะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและคนที่อยู่รอบข้าง
********
สาเหตุที่ตรัสชาดก :: …..สมัยพุทธกาล ณ แคว้นโกศล มีโจรกลุ่มหนึ่งปล้นสะดมชาวบ้านแล้วหนีไป ชาวบ้านจึงพากันหาโจรจนมาถึงหมู่บ้านชายแดนแห่งหนึ่ง พบชาย ๓ คนกำลังไถนาอยู่ จึงคิดว่าเป็นโจรปลอมเป็นชาวนา จึงจับกุมทุบตีแล้วคุมตัวมาถวายพระเจ้าโกศล …..ต่อมา ได้มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง เดินร้องให้รำพันรอบๆ พระราชวัง ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม ความทราบถึงพระเจ้าโกศล พระองค์มีรับสั่งให้นำผ้าสาฎกไปมอบให้แก่นาง แต่นางกลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้นและกล่าว “ขอพระราชทานเครื่องนุ่งห่ม คือสามี” …..ราชบุรุษจึงนำนางไปเข้าเฝ้า พระเจ้าโกศลได้ทรงซักถาม นางจึงว่า “สามีชื่อว่าเครื่องนุ่งห่มของหญิง เมื่อไม่มีสามี แม้จะนุ่งห่มผ้าราคาตั้ง ๑,๐๐๐ กษาปณ์ ก็ชื่อว่าหญิงเปลือยอยู่นั่นเอง แม่น้ำไม่มีน้ำ ชื่อว่าเปลือย แว่นแคว้นไม่มีราชา ชื่อว่าเปลือย หญิงปราศจากสามี ถึงจะมีพี่น้องตั้ง ๑๐ คน ก็ชื่อว่าเปลือย” …..พระเจ้าโกศลเกิดเลื่อมใสจึงตรัสคืนชายหนึ่งคนให้ นางจึงขอพี่ชายและให้เหตุผลว่า ถ้ายังมีชีวิตย่อมหาสามีใหม่และมีบุตรใหม่ได้ แต่บิดามารดาได้สิ้นชีวิตไปแล้ว ไม่อาจจะมีพี่ชายได้อีก พระเจ้าโกศลเห็นความฉลาดของนางจึงโปรดไว้ชีวิตชายทั้งสาม …..เรื่องดังกล่าวเลื่องลือแม้กระทั่งในหมู่ภิกษุ ความทราบถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงระลึกชาติหนหลังด้วยบุพเพนิวาสานุสติญาณ แล้วตรัสเล่า อุจฉังคชาดก ——————————————– :: ข้อคิดจากชาดก :: ๑. ผู้ที่มีหน้าที่ปราบปราม นำคนผิดมาลงโทษ ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ อย่าจับคนด้วยเพียงการคาดคะเน เพราะการลงโทษคนบริสุทธิ์เป็นบาปอย่างยิ่ง การปล่อยคนผิดไป ๑๐๐ คน ยังดีกว่าการลงโทษคนบริสุทธิ์เพียงคนเดียว …..๒. คนเราควรหาโอกาส “ตอบแทนคุณ” ของผู้ที่มีพระคุณต่อเราอยู่เสมอ …..๓. ผู้ที่รู้บุญคุณและตอบแทนบุญคุณ ย่อมไม่ถึงความตกต่ำอย่างแน่นอน …..๔. ผู้ที่ตั้งมั่นอยู่ในหลักธรรม แม้ความตายมาถึงตัว ก็มีสติตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว สามารถเผชิญความตายโดยอาจหาญ ย่อมเป็นผู้ที่ “ประสบสุขได้แม้ในยามทุกข์” …..๕. พี่น้องกันนั้น “ฆ่ากันไม่ตาย ขายกันไม่หมด” แม้จะมีเรื่องผิดใจกันอย่างไร แต่เมื่อมีเรื่องเดือดร้อน ย่อมพึ่งพากันได้
นิทานชาดก – กลโกงพ่อค้า
กลโกงพ่อค้า
ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วันเชตุวัน เมืองสาวัตถีได้ปรารภถึงพ่อค้าโกงผู้หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทานชาดกมาเล่าว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพ่อค้าอยู่เมืองพาราณสีมีชื่อว่า บัณฑิต เขาได้เข้าหุ้นทำการค้ากับพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า อติบัณฑิต วันหนึ่งพ่อค้าทั้งสองชวนกันบรรทุกสินค้าด้วยเกวียน 500 เล่มไปขายที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ได้กำไรกลับมาอย่างงาม เมื่อกลับมาถึงเมืองพาราณสีแล้ว ถึงเวลาแบ่งเงินกัน นายอติบัณฑิตบอกกับเพื่อนว่า
“นี่เพื่อนรัก เราว่าเราควรได้ส่วนแบ่งสองส่วนนะ”
“ทำไมล่ะเพื่อน”
พระโพธิสัตว์ในร่างพ่อค้าบัณฑิตถาม
“ก็เพราะเจ้าชื่อบัณฑิตเฉย ๆ ควรได้ส่วนเดียว ส่วนเราชื่ออติบัณฑิตก็ควรจะได้สองส่วน”
อติบัณฑิตตอบ ทำเอาพระโพธิสัตว์ถึงกับอึ้งไปและบอกว่า
“ทั้งทุนรอน และพาหนะขนของเราสองคนออกเท่าๆ กัน แล้วเวลาแบ่งกันทำไมถึงได้ไม่เท่ากันล่ะ ข้าไม่เข้าใจ”
นายบัณฑิตบอก
“เพื่อความเป็นธรรม เราหาคนกลางมาตัดสินดีกว่า ท่านรุกขเทวดาน่าจะดีที่สุด เราไปหาท่านกันเถอะ”
นายอติบัณฑิตบอกแล้วพานายบัณฑิตไปหารุกขเทวดาที่ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งที่ท้าย หมู่บ้าน ซึ่งนายอติบัณฑิตได้ใช่เล่ย์ให้พ่อของตนเองไปแอบอยู่ในโพรงไม้ใหญ่ปลอมเป็น รุกขเทวดา ทั้งสองคนไปคุกเข่าต่อหน้าต้นไม้แล้วพูดขอให้รุกขเทวดาช่วยตัดสินปัญหาให้
“ท่านรุกขเทวดาโปรดช่วยเราสองคนด้วย เรามีปัญหาแบ่งทรัพย์กันไม่ลงตัว”
ทั้งสองคนเล่าเรื่องให้ฟัง พอเล่าจบก็มีเสียงของรุกขเทวดาเปล่งออกมาจากต้นไม้ใหญ่นั้น
“จากเรื่องที่เล่ามา คนชื่ออติบัณฑิตควรได้ 2 ส่วน คนชื่อบัณฑิตควรได้แค่ 1 ส่วน
นายบัณฑิตนั้นไม่ใช่คนโง่ เขาสังเกตเห็นพิรุธหลายอย่าง จึงคิดพิสูจน์ว่ารุกขเทวดาที่ต้นไม้นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ อาศัยจังหวะที่นายอติบัณฑิตกลับไปแล้ว ย้อมมาที่ต้นไม้อีกครั้งหนึ่ง
“เดี๋ยวเถอะจะได้รู้กันว่าเป็นเทวดาจริงหรือเทวดาปลอมกันแน่”
นายบัณฑิตคิดจะพิสูจน์ จึงไปเก็บฟืน แล้วนำมากองกันไว้โคนต้นไม้ แล้วจุดไฟเผาในโพรงไม้นั้น พ่อของนายอติบัณฑิตซึ่งอยู่ในนั้นสำลักควัน รีบหนีตายออกมาจากโพรงไม้แทบไม่ทัน เนื้อตัวดำสกปรกน่าตลก
“เกือบถูกเผาแล้วสิเรา”
พ่อนายอติบัณฑิตบ่นพึม ก่อนวิ่งหนีไปด้วยความอับอายที่มีคนจับได้
นิทานชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน คนเราต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่น อย่าเห็นแก่ได้มากไป จะไม่เป็นผลดีกับตัวเองและคนที่อยู่รอบข้าง
********
แก้ไขล่าสุดโดย Kai kanbike เมื่อ 26 ก.พ. 2011, 09:55, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
- Kai kanbike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
- Tel: 0924936836
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
- ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี
Re: คลายเครียด.....
เพลงหวาน...เมื่อวันวาน
แก้ไขล่าสุดโดย Kai kanbike เมื่อ 04 มี.ค. 2011, 23:45, แก้ไขแล้ว 4 ครั้ง
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
-
pimp*
- ขาประจำ
- โพสต์: 112
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ย. 2010, 23:39
- team: อิสระ
- Bike: pinarello
Re: คลายเครียด.....
Sweet Songs.. Love Songs


[youtube]gSELGTiPF0M&feature=related[/youtube]
[youtube]jl9qms_abK4&feature=related[/youtube]
[youtube]UGgokw_yuX4&feature=related[/youtube]
[youtube]gHfDqKQ1P1U&feature=related[/youtube]
[youtube]OSu-hBa9XSk&feature=related[/youtube]
[youtube]h-mAUPb99YI&feature=related[/youtube]

[youtube]gSELGTiPF0M&feature=related[/youtube]
[youtube]jl9qms_abK4&feature=related[/youtube]
[youtube]UGgokw_yuX4&feature=related[/youtube]
[youtube]gHfDqKQ1P1U&feature=related[/youtube]
[youtube]OSu-hBa9XSk&feature=related[/youtube]
[youtube]h-mAUPb99YI&feature=related[/youtube]
แก้ไขล่าสุดโดย pimp* เมื่อ 09 มี.ค. 2011, 19:48, แก้ไขแล้ว 7 ครั้ง
- Kai kanbike
- ขาประจำ
- โพสต์: 2201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 13:17
- Tel: 0924936836
- team: ชมรมจักรยานจังหวัดกาญจนบุรี
- Bike: bianchi-dahon-giant-chevrolet
- ตำแหน่ง: 624 กาญจนบุรีวิลล่า อ.เมืองกาญจนบุรี
Re: คลายเครียด.....
6 ข้อคิดดีๆจากนิทานอีสป
1.ไม้นวมดีกว่าไม้แข็ง
จากเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ ที่แข่งว่าใครจะทำให้นายพรานถอดเสื้อคลุมออกได้ ลมพยายามพัดลมให้แรงที่สุด แต่ยิ่งพัดแรงเท่าไหร่ นายพรายก็ยิ่งเอาเสื้อคลุมกระชับตัวเท่านั้น แต่พระอาทิต์เพียงส่องแดดเรื่อยๆ นายพรานก็เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมออก
แทน ที่เราจะวีนแตก โยนระเบิดใส่เพื่อน ทำไมเราไม่ใจเย็นๆค่อยๆพูดตรงๆ อย่างใจเย็น หรือคุยกันบอกให้เพื่อนช่วยคุยกันหน่อย ไม่มีใครชอบถูกสั่งหรือบังคับให้ทำหรอก เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน
2.อย่าหาเหตุผลจากคนพาล
จากเรื่อง ลูกแกะกับสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกหาเรื่องจะกินลูกแกะ บอกว่าลูกแกะทำน้ำลำธารขุ่น ไม่ว่าลูกแกะจะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอด
ช่วง เวลาที่คนโกรธ มักจะเป็นเวลาที่สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน เพราะบางครั้งอาการพลุ่งพล่านที่เห็นนั้นอาจไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวใดๆ เป็นแค่การอยากระบาย และถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่ไม่เปิดใจกว้าง เก็บพลังการอธิบายเอาไปไว้ให้การให้อภัยจะดีกว่า
3.พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
จากเรื่อง สุนัขคาบเนื้อกับเงา สุนัขคาบชิ้นเนื้อใหญ่ข้ามแม่น้ำ เมื่อก้มมองเงาตัวเองคิดว่าสุนักอีกตัวมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่า จึงคายก้อนเนื้อที่มีแล้วกระโจนลงน้ำ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย
ทำไม เราจะต้องแสวงหาคนที่ดีกว่า เมื่อเรามีความสุขดีอยู่กับแฟนแล้ว ถ้าสายตาคุณไม่เคยหยุดนิ่ง สอดส่องหาคนที่ดีกว่าตลอกเวลา คุณคงจะต้องเสียเวลามองหาแฟนคยใหม่ตลอดไป เราไม่มีทางรู้เลยว่ากิ๊กคนใหม่นั้นดีกว่าแฟนเราจริงหรือสร้างภาพ ถ้าปล่อยให้คนดีหลุดมือไปเราอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า
4.ทุกอย่างต้องเกื้อเราลกัน
จากนิทาน เรื่อง ร่างกายของเรา เมื่ออวัยวะอื่นๆ อิจฉาท้อง ที่ได้อาหารแต่ตัวเองต้องทำงานหนัก จึงประท้วงมือไม่ยอมหยิบอาหาร ฟันไม้ยอมเคี้ยว ผ่านไปสองสามวันอวัยวะทุกส่วนไม่มีแรงเหลือ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันถึงจะอยู่ได้
ไม่มีใครเคยบอกว่า one man show คือการทำงานที่ดีที่ได้ผลดีที่สุด การอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วนความเอื้ออาทรเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดา คนหนึ่งพึงต้องมี คุณไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อใด จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน งานบางอย่างต้องการพลังสร้างสรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกับคุณบ้างจริงๆ คุณอากทำลานได้อยากกว่านี้
5.อย่าประมาท
จากเรื่อง ตั๊กแตนกับมด ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนจึงหิวโซส่วนมดมีรังดีๆอยู่ และมีอาหารพร้อมตลอด
ไม่ มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนทำงานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร
6.ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
จาก เรื่อง กระต่ายกับเต่า กระต่ายวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่ชะล่าใจ ในขณะที่เต้าคลานช้าแต่มีความพยายามสม่ำเสมอ ทำให้เข้าเส้นชัยก่อนและชนะในการแข่งขัน
ใช้เวลาศึกษากันและกันไป เรื่อยๆ อย่าให้ “ความใคร่ ความหลง” ที่ร้อนแรงตอนคบกันใหม่ๆ มีอิทธิพลกับการตัดสินใจทุกอย่าง ข่มใจตัวเองบ้าง
1.ไม้นวมดีกว่าไม้แข็ง
จากเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ ที่แข่งว่าใครจะทำให้นายพรานถอดเสื้อคลุมออกได้ ลมพยายามพัดลมให้แรงที่สุด แต่ยิ่งพัดแรงเท่าไหร่ นายพรายก็ยิ่งเอาเสื้อคลุมกระชับตัวเท่านั้น แต่พระอาทิต์เพียงส่องแดดเรื่อยๆ นายพรานก็เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมออก
แทน ที่เราจะวีนแตก โยนระเบิดใส่เพื่อน ทำไมเราไม่ใจเย็นๆค่อยๆพูดตรงๆ อย่างใจเย็น หรือคุยกันบอกให้เพื่อนช่วยคุยกันหน่อย ไม่มีใครชอบถูกสั่งหรือบังคับให้ทำหรอก เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน
2.อย่าหาเหตุผลจากคนพาล
จากเรื่อง ลูกแกะกับสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกหาเรื่องจะกินลูกแกะ บอกว่าลูกแกะทำน้ำลำธารขุ่น ไม่ว่าลูกแกะจะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอด
ช่วง เวลาที่คนโกรธ มักจะเป็นเวลาที่สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน เพราะบางครั้งอาการพลุ่งพล่านที่เห็นนั้นอาจไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวใดๆ เป็นแค่การอยากระบาย และถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่ไม่เปิดใจกว้าง เก็บพลังการอธิบายเอาไปไว้ให้การให้อภัยจะดีกว่า
3.พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
จากเรื่อง สุนัขคาบเนื้อกับเงา สุนัขคาบชิ้นเนื้อใหญ่ข้ามแม่น้ำ เมื่อก้มมองเงาตัวเองคิดว่าสุนักอีกตัวมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่า จึงคายก้อนเนื้อที่มีแล้วกระโจนลงน้ำ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย
ทำไม เราจะต้องแสวงหาคนที่ดีกว่า เมื่อเรามีความสุขดีอยู่กับแฟนแล้ว ถ้าสายตาคุณไม่เคยหยุดนิ่ง สอดส่องหาคนที่ดีกว่าตลอกเวลา คุณคงจะต้องเสียเวลามองหาแฟนคยใหม่ตลอดไป เราไม่มีทางรู้เลยว่ากิ๊กคนใหม่นั้นดีกว่าแฟนเราจริงหรือสร้างภาพ ถ้าปล่อยให้คนดีหลุดมือไปเราอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า
4.ทุกอย่างต้องเกื้อเราลกัน
จากนิทาน เรื่อง ร่างกายของเรา เมื่ออวัยวะอื่นๆ อิจฉาท้อง ที่ได้อาหารแต่ตัวเองต้องทำงานหนัก จึงประท้วงมือไม่ยอมหยิบอาหาร ฟันไม้ยอมเคี้ยว ผ่านไปสองสามวันอวัยวะทุกส่วนไม่มีแรงเหลือ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันถึงจะอยู่ได้
ไม่มีใครเคยบอกว่า one man show คือการทำงานที่ดีที่ได้ผลดีที่สุด การอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วนความเอื้ออาทรเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดา คนหนึ่งพึงต้องมี คุณไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อใด จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน งานบางอย่างต้องการพลังสร้างสรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกับคุณบ้างจริงๆ คุณอากทำลานได้อยากกว่านี้
5.อย่าประมาท
จากเรื่อง ตั๊กแตนกับมด ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนจึงหิวโซส่วนมดมีรังดีๆอยู่ และมีอาหารพร้อมตลอด
ไม่ มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนทำงานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร
6.ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
จาก เรื่อง กระต่ายกับเต่า กระต่ายวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่ชะล่าใจ ในขณะที่เต้าคลานช้าแต่มีความพยายามสม่ำเสมอ ทำให้เข้าเส้นชัยก่อนและชนะในการแข่งขัน
ใช้เวลาศึกษากันและกันไป เรื่อยๆ อย่าให้ “ความใคร่ ความหลง” ที่ร้อนแรงตอนคบกันใหม่ๆ มีอิทธิพลกับการตัดสินใจทุกอย่าง ข่มใจตัวเองบ้าง
การถาม... อาจทำให้คุณดูโง่...แค่ชั่วคราว แต่การไม่ถาม...อาจทำให้คุณโง่ได้อย่าง...ถาวร
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน:เพลงหวาน...เมื่อวันวาน
จะมีกันตลอดไป![]()
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
protum เขียน:เอาเพลงนี้เป็นเพลงของห้องคลายเครียดดีที่สุดเพลงอื่นที่ลงมาคงไม่ตรงคอนเซ็ป
ชอบเพลงนี้มากกว่าจ๊ะ
- sun_dayhappy
- ขาประจำ
- โพสต์: 124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 พ.ย. 2010, 12:10
- Tel: ---
- team: อิสระ
- Bike: BMX
- ตำแหน่ง: บ้านหลังน้อยๆ
Re: คลายเครียด.....
Kai kanbike เขียน:เพลงหวาน...เมื่อวันวาน
พอกหน้าด้วยแอปเปิ้ลคลายเครียด แถมหน้าใสอีกด้วยค่ะ...
ในหมู่ผู้หญิงเรา คงไม่มีใครที่อยากจะมีผิวหมองคล้ำดูไม่สดใส สาว ๆ ทุกคนต่างปรารถนาที่จะมีผิวสวยใส อ่อนเยาว์ ด้วยกันทั้งนั้น วันนี้ก็เลยมีสูตรผิวสวยด้วยแอปเปิ้ลมาฝาก ให้สาว ๆ ได้เอาไปลองทำกันดู รับรองว่าคุณจะมีผิวสวย อ่อนเยาว์ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะค่ะ
ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า แอปเปิ้ลนั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อผิวอย่างมากมาย ช่วยในเรื่องของการเพิ่มความชุ่มชื้น ลดความแห้งกร้านของผิว มีวิตามินซีช่วยในเรื่องของผิวสว่างใส และแอนตี้ออกซิแดนท์ที่ช่วยให้ผิวตึงกระชับ ลดการร่วงโรยของผิว โอโห คุณสมบัติขนาดนี้แล้ว สาว ๆ จะไม่ลองนำมาใช้กับผิวได้อย่างไร ว่าแล้ว เราก็ไปดูสูตรผิวใสที่นำมาฝากกันวันนี้ได้แล้วค่ะ1. สูตรพอกหน้าแอปเปิ้ลและน้ำนม นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นทั้งเปลือก เสร็จแล้วใส่น้ำนมลงไปปั่นให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทั้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก น้ำนมซึ่งช่วยให้ผิวขาวใสและแอปเปิ้ลที่ให้ความชุ่มชื้นก็จะทำให้ผิวคุณดูสว่างใสขึ้น
2. สูตรพอกหน้าแอปเปิ้ลน้ำผึ้ง นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นกับน้ำผึ้ง ทำเช่นเดียวกับสูตรแรก จะช่วยให้ผิวหน้านุ่มชุ่มชื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
3. สูตรพอกหน้าแอปเปิ้ลผสมมะนาว ปั่นแอปเปิ้ลทั้งเปลือกแล้วบีบมะนาวลงเล็กน้อย จากนั้นนำมาพอกหน้า จะช่วยผลัดเซลล์ผิวพร้อมกับเพิ่มความชุ่มชื้น และลดความแห้งกร้านไปพร้อม ๆ กัน
4. สูตรพอกหน้าแอปเปิ้ลอโวคาโด สำหรับสาว ๆ ที่มีอโวคาโดติดตู้เย็นไว้ล่ะก็ ให้คว้านเอาเนื้ออโวคาโดปั่นเข้ากับแอปเปิ้ลแล้วนำมาพอกหน้า หรือผิวกาย ประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก จะมีคุณสมบัติเหมือนสครับช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าให้หลุดลอกออกไป เผยผิวใหม่ที่สว่างใสกว่าเดิม
และนี่ก็คือสูตรผิวใสที่นำมาฝากกันวันนี้ สาว ๆ สามารถทำวิธีนี้ได้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ค่ะ ซึ่งหากทำได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว คุณก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้า ที่มาจากแอปเปิ้ลได้อย่างชัดเจน และนอกจากนี้ การทานแอปเปิ้ลให้ได้วันละ 1 ผล ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความอ่อนเยาว์ให้กับผิว อีกทั้งยังทำให้ไม่หิวง่าย ให้สาว ๆ ได้รักษาหุ่นสวยไว้นาน ๆ อีกด้วย
ที่มา กระปุกดอทคอม
























1. สูตรพอกหน้าแอปเปิ้ลและน้ำนม นำแอปเปิ้ลครึ่งผลมาปั่นทั้งเปลือก เสร็จแล้วใส่น้ำนมลงไปปั่นให้เข้ากันแล้วนำมาพอกหน้าทั้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออก น้ำนมซึ่งช่วยให้ผิวขาวใสและแอปเปิ้ลที่ให้ความชุ่มชื้นก็จะทำให้ผิวคุณดูสว่างใสขึ้น