สวัสดีคุณnavara1668 ยินดีต้อนรับครับ
เอาบทความเก่าที่มีสาระ ควรค่าแี่ก่การเก็บไว้เป็นความรู้ของพวกเราชาวจักรยานมาฝากครับ พอดีวันนี้เปิดดูกระทู้ของพี่ ๆ ชาวซอยตันหรรษา ไปเจอวีดีโอนี้ของคุณขาวเสวย
ขออนุญาติมาลงนะครับ
KING OF TIME TRIAL
ที่มา =>
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... start=1755
ลองสังเกตุกลุ่มนำ 4 คนที่หนีมานะครับ พากันหนีมาอยู่ดี ๆ ใกล้จะเข้าเส้นกันอยู่แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็ไม่คนใดคนหนึ่งในนั้นแหละครับที่ยืนแป้นเป็นที่ 1 แต่พี่ฟาเบียงแกนึกอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ เปิดสวิตซ์โหมดทามไทร์เดินเครื่องเต็มที่จัดที่จัดทางช่องว่างลงตัวก็กดเลยครับ ผลก็ปรากฏอย่างที่เห็น สี่คนนั่นเห็นพี่แกก็เหมือนจะพากันถอดใจแต่โดยดี...
แ้ล้วย้อนนึกถึงประโยคที่คุณ giro ได้นำมาเขียนให้ฟัง รู้สึกว่า วีดีโอ กับ ข้อความจะเข้ากันได้ดีมาก อ่านแล้วเห็นภาพประกอบ เลยเอามาให้เพื่อน ๆ ดูครับ ตามนี้
lead out sprint ครับ
นอกจากลากตัว ace มาส่งหน้าเส้น จริงๆมันคือการแย่งชิงพื้นที่เลยครับ ต้องล็อคความเร็วที่สูงมาก มากชนิดเกือบสุดเพดาน เช่นคาเวนดิชอาจระเบิดพลังได้ 1200 วัตต์ max ที่ 70 ...รถไฟขบวน HTC ต้องลากมาที่ 68 โน่นเลยครับ เพื่อกันฮุดชอฟที่อาจระเบิดได้แค่ 1000 วัตต์แต่ max มันก็ 70 เหมือนกัน เรียกว่าที่ 68 ถ้าฮุดชอฟแกเปรี้ยงมาคาเวนดิชก็ยังรับมือทัน และ คาเวนดิชเปรี้ยงออกไป ก็ยากที่อูดชอฟจะสวนได้
ดังนั้นแต่ละคนในขบวน รถไฟทีมนี้จะลากระห่ำจนหมดหยด แล้วชิ่งออก ทำแบบนี้จนกว่าถึงหน้าเส้น บ่อยครั้งที่ขบวนรถไฟสองขบวนสู้กัน ขบวนใหนแรงก็พาผู้นำทีมยื่นมาด้านหน้าได้มากกว่า บางทีมลากจนหมดทีมเหลือแต่ ace ก็ยังไม่พ้นน้ำ เช่นตาโบเน่น ... ในปีหลังๆ
ถ้าสังเกตดีๆ คาเวนดิชมักมีอีกคนปิดก้นครับ คนนั้นทำหน้าที่กันตัวคู่แข่งมาดูดตูดแล้วสวน เรียกว่าถ้าจะดูดก็ดูดอีกคน จะยิงขึ้นมาสวนก็ต้องวิ่งผ่านระยะ 2 ช่วงรถ ในวินาทีเป็นตายแบบั้นแค่ช่วงล้อก็เหมือนไกลสุดสายตา ..... เรียกว่าแทคติกนี้กันกันเต็มพิกัด แต่ก็ไม่พ้นมือฮุดชอฟ เพราะเพื่อนร่วมทีมคาเวนดิชแกดันแรงไม่พอ ... เปิดช่องว่าง ฮุดชอฟเสียบดูดติด แล้วไปสวนอีกทีม เรียบร้อยครับ ..... ส่วนมากโปรจะทำเกมส์สปรินท์หน้าเส้นกันประมาณนี้ครับ เป็นคำตอบว่าทำไมถึงมีนำหน้าแล้วปาดออกข้างไปเรื่อยๆ เพราะมัน "หมด" แล้วครับ
แต่ สุดยอดของเส้นชัยทางราบผมขอยกให้แม็คอีแวน กับ ฟาเบียน แม็คอีแวนครั้งหนึ่งแกล้ม ล้มแบบก่อนเข้าเส้น 10 กม. เรียกว่าตอนนั้นเปโลตองกำลังเดือด ทุกคนคิดว่าหลุดขาดแน่ ทั้งทีมลงมาช่วยลากกลับแต่ก็ดูเหืมอนจะไม่มีวันเข้าแน่ๆเพราะกลุ่มกำลังไล่ ล่าพวกที่หนีไปและแรงมาก ทุกคนลืมแม็คอีแวน แต่แล้ว 100 เมตรหน้าเส้น วินาทีที่เฟรเร โบเน่น ฮุดชอฟกำลังห้ำหั่น .... บุรุษจากยมโลกทะยานจากด้านหลังของเปโลตองขึ้นมาโดยไม่มีใครเห็น เข้าเส้นเป็นแชมป์เสตจไป .... แม็คอีแวนไล่ทันช่วง 300 เมตรสุดท้ายแล้วจุดระเบิดเดี่ยวทะยานขึ้นมาได้อย่างอัศจรรย์
...
ส่วนฟา เบียง ชายคนนี้ไม่ใช่สปรินท์เตอร์เป็นเจ้าพ่อไทม์ไทรฯ ...ใครจะคิดว่าแกจะคว้าชัยเหนือสปรินท์เตอร์ได้ แต่แกทำได้ครับ ...ที่ 1000 เมตรก่อนเส้นชัย ขณะที่สปรินท์เตอร์ทั้งหลายยังคงเกาะท้ายเพื่อนร่วมทีม ฟาเบียนทะยานออกมาจากกลุ่ม ทุกคนเกี่ยงกันออกเพราะมันคือระยะที่ทุกคนรู้ว่าถ้าออกเดี่ยวก็จะหมดก่อน พวกตัว ace ของทีมที่หวังเสตจนี้ต้องกระชากออกมาเองตั้งแต่ 1000 เมตร มันไม่ใช่สงครามของพวกนี้ครับใครจะไปทนลากแบบหฤโหดแบบฟาเบียงได้นานขนาดนั้น แบบเดี่ยวๆ ?? ฟาเบียงคว้าชัยเหนือสปรินท์เตอร์ทั้งปวงในวันนั้นด้วยการลากเดี่ยวยาว 1 กม. สปรินท์เตอร์ไม่กี่คนสามารถเกาะล้อหลังแกมาได้ .....
ทั้งหมดนี้ได้จากการดูตูร์ล้วนๆครับ

ดูตูร์ฉบับเต็มจบหนึ่งรอบแล้วจะหลักแหลมในการขี่
ดูตูร์เต็มๆจบสองรอบแล้วจะปรุโปร่งเกมส์ถนน
ดูตูร์เต็มๆสามรอบ... คบไม่ได้

ที่มา =>
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 9&start=15