เสือบุฤาษี เขียน:เข้ามาชมด้วยคน ไม่มีโอกาสได้ไปปั่น ได้แต่ชื่นชมภาพที่สวยงามกับความอึดของท่าน ขอบคุณครับ

ขอบคุณครับที่แวะมาชม ถ้ามีโอกาสก็ลองไปทดสอบดูซิครับ มันก็ไม่ยากเกินความสามารถของเราไปได้หรอกครับ ถ้าเราจะทำจริงๆ ขอให้มีการเตรียมตัวให้พร้อมหลายๆด้านเช่น
-ฝึกร่างกายให้แข็งแรง โดยเฉพาะปอด ถ้าได้ฝึกว่ายน้ำด้วยจะดีมากๆ หรือปั่นให้นานๆให้มันเหนื่อยมากๆขึ้นเรื่อยๆ จนคิดว่าร่างการเราทนได้รับโหลดได้ดีพอสมควรแล้ว
-ฝีกสร้างกล้ามเนื้อขา โดยการยืนปั่นเพราะเราจะได้กล้ามเนื้อมาก้อนหนึ่งซึ่งไม่ใช่กล้ามเนื้อส่วนทั่วๆไปที่มีอยู่ตรงบริเวณขา การฝึกแบบนี้ถ้าคุณไม่มีเนินหรือภูเขาให้เล่น ขอให้ฝึกโดยการยืนปั่นในทางเรียบด้วยความเร็วประมาณ 10 กว่า กม/ชม. มันยากนะครับ ปั่นช้าให้ได้ระยะยาวๆเป็นกิโล และถ้าคุณทำได้ถึงจุดนี้คุณจะสังเกตุว่าที่ขาเหนื่อเข่าขึ้นมาจะมีกล้ามเนื้อใหม่เกิดขึ้นมาลูกหนึ่ง การฝีกแบบนี้อย่าเพิ่งท้อแท้ ค่อยๆทำไปวันแรกๆก็อาจจะได้ระยะทางนิดๆหน่อยๆก็ต้องหย่อนก้นลงนั่งกับเบาะซะแล้ว มันปวดขามากๆจนเดินขึ้นบันไดแทบไม่ไหวเลยทีเดียว
-เมื่อเราได้กล้ามเนื้อขาที่ีแข็งแรงแล้ว มันจะช่วยเราขึ้นเขาได้ดีขึ้นโดยการยืนโยกปั่นอัด สลับกับการนั่งอานเพื่อสลับกล้ามเนื้อให้มันไม่ใช้งานหนักแบบใดแบบหนึ่งจนเกินไป
-เทคนิคสำคัญของการปั่นขึ้นเขา มีอยู่มากมายแต่ผมอยากจะฝากเพื่อนๆไว้สักอย่างก็คือ จงทำตัวให้สบายๆไม่ตึงเครียด อย่าไปกังวลหรือวิตกจริตจนเกินไป จงใช้เกียร์ให้สมดุลย์กับกำลังขาของเรา พูดมาฟังแล้วอาจจะง่ายๆแต่จงทำความเข้าใจให้ดี อย่าไปกดหนักจนรู้สึกล้าเดี๋ยวตะคริวจะมาเยือน
และอย่าไปเร่งจังหวะโดยใช้เกียร์เบาซอยขาจนถี่ยิบรัวจนหอบแฮกๆแต่แล้วคุณก็ไม่ได้ระยะทางไปมากแถมหายใจไม่ทันพาลจะเป็นลมหน้ามืดเอาได้ อย่าไปเกร็งแ้ม้การจับแฮนด์บาร์ จงปล่อยตัวตามสบาย พูดง่ายๆให้เข้าใจดีขึ้นก็คือ จงอย่าเสียพลังงานโดยเปล่าประโยชน์เด็ดขาด
-เมื่อเจอเนินชันที่คิดว่าคุณเอามันไม่อยู่ ก็จงลงเดินบ้างเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบางส่วน อย่าไปอายว่าเราขาแตะพื้นเดี๋ยวจะเสียฟอร์ม ก็เราไม่ใช่นักแข่ง ผมกำลังพูดถึงมือใหม่ที่กำลังฝึกขึ้นเขาครับ
-สิ่งที่ขาดไม่ได้คือน้ำสำคัญที่สุด ต้องมีติดตลอดเวลาและจิบตลอดทางจงอย่ารอให้หิวหรือคอแห้งเด็ดขาด เพราะนั่นมันจะสายเกินไปกับการเกิดตะคริว อ้อก่อนออกปั่น 1-2 วันควรจะดื่มน้ำให้มันมากกว่าปรกติด้วยเพื่อให้ร่างกายซึมซับ กล้วยหอมจะดีที่สุดหาทานก่อนปั่นท่านว่าเป็นเลิศ
-อาหารที่พกติดตัวได้อันนี้ก็สำคัญมากๆ ขอเน้นว่าลืมไม่ได้ถ้าไปกันเป็นกลุ่มก็ต้องช่วยเตือนกันด้วย
ผมเองคราวนี้ ลืมจนได้ทั้งๆที่ตั้งใจไว้แล้วพอนึกขึ้นได้ก็สายไปซะแล้ว มีบางคนคุยกันว่ามีร้านขายของอยู่บ้าง แต่เอาเข้าจรริงๆเวร..มีอยู่ที่เดียวใกล้จะถึงที่ทานข้าวกลางวันแล้วและมันจะมีประโยชน๋อันได เพราะฉนั้นจงอย่าไปเชื่อใครเราเตรียมตัวของเราให้พร้อมเป็นดีที่สุด บทเรียนสำคัญนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์สอนใจให้แก่เพื่อนๆทั้งหลายที่ได้มีโอกาสเข้ามาอ่านเจอ ผมเองก็ไม่ได้มีเวลาเข้ามาศึกษาข้อมูลของการเดินทางงวดนี้เลยบอกตรงๆ
ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี่ก็อยากจะแบ่งปันข้อมูลเล็กๆน้อยๆกับเพื่อนๆและน้องๆรุ่นหลัง ไม่ได้คิดอวดเก่งหรือแอบอ้างสรรพคุณแต่อย่างได อาศัยที่เคยลงแข่งในสนามครอสมาบ้างพอสมควรและศึกษาข้อมูลจากเวปหรือผู้ที่มีประสบการณ์ได้กรุณาถ่ายทอดให้ฟังเป็นส่วนตัว ซึ่งบางคนเขาจะไม่ค่อยยอมบอกกัน สงสัยกลัวเก่งเกินหน้ามั๊งผมคิด สำหรับผมยินดีเพราะตัวเองก็วัยนี้แล้ว อยากเห็นวงการจักรยานก้าวหน้าทันชาวโลกชาติอื่นๆเขา
ถ้าจะพูดไปเดี๋ยวคนจะหมั่นใส้ขึ้นอีก ครั้งนี้ถึงจะเป็นครั้งแรกของผมก็ตาม แต่ถ้า...
1. ผมไม่เกิดอารมณ์เซ็งซะก่อนตอนที่จะปล่อยตัว ก็เลยปั่นประชดซะงั้น
2. ผมได้รถดีๆคู่ใจ ปรับแต่งตามสเป็คของผม
3. ผมไม่พกล้องพะวงกับการเก็บภาพที่อยากทำไว้ดูเป็นของตัวเองมากมาย
4. ผมเตรียมอาหารของกินมาพอ
ขอเพียงแค่นี้ผมคิดว่าผมจะต้องถึงยอดดอยให้ได้ภายในเวลาไม่มากนัก คิดอย่างราคาถูกๆไว้ก่อนก็คงจะไม่เกิน 5 ชม.แน่ๆ เผลอๆอาจจะแค่ 4 กว่าๆ แต่ไม่เป็นไรเป็นแค่ความคิดส่วนตัวเท่านั้น ไอ้ผมมันก็เสือมีลายเหมือนกัน ไม่แน่ถ้ามีโอกาสผมอาจจะไปพิสูตรด้วยต้วของผมเองเวลาว่างๆก็ได้
