"อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
-
saroch paripaibool
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:12
- Tel: 042320375
- team: อิสระ
- Bike: road
"อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ที่นำมาเล่าได้ใช่เพื่ออวดอ้าง แต่เพื่อเป็นแรงจุงใจสำหรับน้องๆหลานๆ ที่ยังมีเวลาพิชิตภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัว
ชื่อ นายวิรพัชร์ ฉัตรไพบูลยาภา (ชื่อเดิม สาโรช ปริไพบูลย์) พ.ศ.เกิด 2495 อายุ 59 กับอีกหนึ่งเดือนเศษ
สถานที่ปั่น จังหวัดอุดรธานี
ได้รับการรักษาโรคเข่าเสื่อมมา 1 ปี
หนึ่งเดียวจากอุดรธานี ลงในประเภทเสือหมอบ 50 ก.ม.
หมายเลขแข่งขัน A1020
-เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี คืนวันที่ 10 ก.พ.โดยรถยนต์ปรับอากาศสายอุดรธานี-เชียงใหม่
-วันที่ 11 ก.พ.ปั่นจักรยานไป อำเภอจอมทอง เข้าพักที่พ้ก
-วันที่ 12 ก.พ.สมัครเข้าร่วมการพิชิตดอยอินทนนท์ ระหว่างที่เตรียมตัวเข้านอนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม จนตีหนึ่งก็ยังไม่หลับ ไม่ได้ตื่นเต้นน่ะครับเพราะไอ้สถานที่พักมันอยู่ตรงข้ามกับร้านคาราโอเกะ ท่านพากันร้องเพลงเกือบถึงตีหนึ่ง(แม้มันน่าจะร้องให้ยันสว่าง จะได้มีขออ้าง ว่าเล่นน่ะ ก็ตั้งใจมาแล้วต้องพิชิตดอยอินทนนท์ให้ใด้นี่)
-วันที่ 13 ก.พ.เริ่มการแข่งขันที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง 10 ก.ม.แรกถึงประตูอุทยาน(ประตูสู่นรก)ถัดจากประตูก็จะพบภูเขา(อย่าเรียกเนินเลย)เขย่าขวัญ แรกๆก็พอปั่นไปได้ ผมเริ่มใช้ความคิดหากเราจะพิชิตดอยอินทนนท์ กับสังขารที่ไม่เอื้ออำนวย จะต้องไม่ใช่วิธีนี้คงไปได้แค่ไม่เกิน 3 ลูกแน่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน
ผมเริ่มลงจูงตั้งแต่ตีนเนินจนถึงยอดเนิน ในระหว่างทางเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังปั่นขึ้น ได้พูดให้กำลังใจ "สู้เค้า" บ้าง "อดทนน่ะครับ" บ้างต้องขอขอบคุณ ผมเริ่มจูงโดยรักษาระดับการจูงให้สม่ำเสมอ เอะเป็นไปได้ผมจูงตีคู่มากับเพื่อนๆนักปั่นที่กำลังปั่นข้นเนิน เค้ายังพูดว่า"ว่าจูงยังเร็วกว่าปั่นซะอีก" ผมคิดในใจการพิชิตไม่ใช่ว่าจะต้องปั่นให้ถึงยอดดอย มีซักกี่คนที่เต็มร้อย การแข่งขันผู้ชนะอาจต้องแบกรถเข้าเส้นก็มี
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัว
ชื่อ นายวิรพัชร์ ฉัตรไพบูลยาภา (ชื่อเดิม สาโรช ปริไพบูลย์) พ.ศ.เกิด 2495 อายุ 59 กับอีกหนึ่งเดือนเศษ
สถานที่ปั่น จังหวัดอุดรธานี
ได้รับการรักษาโรคเข่าเสื่อมมา 1 ปี
หนึ่งเดียวจากอุดรธานี ลงในประเภทเสือหมอบ 50 ก.ม.
หมายเลขแข่งขัน A1020
-เดินทางจากจังหวัดอุดรธานี คืนวันที่ 10 ก.พ.โดยรถยนต์ปรับอากาศสายอุดรธานี-เชียงใหม่
-วันที่ 11 ก.พ.ปั่นจักรยานไป อำเภอจอมทอง เข้าพักที่พ้ก
-วันที่ 12 ก.พ.สมัครเข้าร่วมการพิชิตดอยอินทนนท์ ระหว่างที่เตรียมตัวเข้านอนตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม จนตีหนึ่งก็ยังไม่หลับ ไม่ได้ตื่นเต้นน่ะครับเพราะไอ้สถานที่พักมันอยู่ตรงข้ามกับร้านคาราโอเกะ ท่านพากันร้องเพลงเกือบถึงตีหนึ่ง(แม้มันน่าจะร้องให้ยันสว่าง จะได้มีขออ้าง ว่าเล่นน่ะ ก็ตั้งใจมาแล้วต้องพิชิตดอยอินทนนท์ให้ใด้นี่)
-วันที่ 13 ก.พ.เริ่มการแข่งขันที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทอง 10 ก.ม.แรกถึงประตูอุทยาน(ประตูสู่นรก)ถัดจากประตูก็จะพบภูเขา(อย่าเรียกเนินเลย)เขย่าขวัญ แรกๆก็พอปั่นไปได้ ผมเริ่มใช้ความคิดหากเราจะพิชิตดอยอินทนนท์ กับสังขารที่ไม่เอื้ออำนวย จะต้องไม่ใช่วิธีนี้คงไปได้แค่ไม่เกิน 3 ลูกแน่ต้องม้วนเสื่อกลับบ้าน
ผมเริ่มลงจูงตั้งแต่ตีนเนินจนถึงยอดเนิน ในระหว่างทางเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังปั่นขึ้น ได้พูดให้กำลังใจ "สู้เค้า" บ้าง "อดทนน่ะครับ" บ้างต้องขอขอบคุณ ผมเริ่มจูงโดยรักษาระดับการจูงให้สม่ำเสมอ เอะเป็นไปได้ผมจูงตีคู่มากับเพื่อนๆนักปั่นที่กำลังปั่นข้นเนิน เค้ายังพูดว่า"ว่าจูงยังเร็วกว่าปั่นซะอีก" ผมคิดในใจการพิชิตไม่ใช่ว่าจะต้องปั่นให้ถึงยอดดอย มีซักกี่คนที่เต็มร้อย การแข่งขันผู้ชนะอาจต้องแบกรถเข้าเส้นก็มี
-
saroch paripaibool
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:12
- Tel: 042320375
- team: อิสระ
- Bike: road
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
เพื่อนๆนักปั่นเริ่มปั่นผ่านผมไปคนแล้วคนเล่า พอผ่านไปได้ 3 เนิน(ภูเขาน่ะ) ขณะที่พบกำลังจูงขึ้นเริ่มเห็นหลังเพื่อนๆที่ปั่นผ่านผมไป
ผมก็ยังจูงรักษาระดับความเร็วเอาไว้ เริ่มมีเพื่อนที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่งพักอยู่ริมทาง ผมจูงผ่านและตะโกนทักทาย พอถึงยอดเนินผมก็ใช้วิธีให้รถมันไหลลงด้วยตนเองเป็นการพักขาไปในตัว สรุปแล้วการพิชิตดอยอินทนนท์ของผมจะใช้ "เข็นขึ้นแล้วก็ไหลลง" หลายลูกเข้าเพื่อนๆที่ปั่นขึ้นเริ่มนั่งพัก นั่งนวดเพราะตะคิวเริ่มมา แต่สำหรับผมก็ยังจูงขึ้นและไหลลงปกติ และยังรักษาระดับความเร็วในการจูงไว้เท่าเดิม ผ่านมา 4 ชั่วโมง ผมยังไม่แม้แต่หยอนก้นลงนั่งพักเลย เพื่อนๆที่อยู่ข้างหน้าเริ่มไปอยู่ข้างหลังผม ถึงคราวผมมั่งผมก็พูดปลอบเค้าไปว่า "ค่อยๆไปน่ะครับ" "ผมยังหาเพื่อนจูงอยู่เลย" ได้ผลแฮะเริ่มมีเพื่อนจูงไม่เหงาแล้ว แต่โทษทีเพื่อนๆขยับจะจูงก้าวขาตะคิวก็มา ขึ้นปั่นก็เป็น เพราะก้ามเนื้อมันบอบช้ำซะแล้ว เริ่มมีคนถอดใจ
-ถึงนรกตัวจริงที่เนินพระธาตุ(ภูเขาน่ะ)ผมเริ่มจึงแซงเพื่อนๆนักปั่นที่ละคนสองคน ผมเริ่มถนอมแรงลดความเร็วลงนิดนึ่ง เพราะว่าที่พระธาตุชันมากว่าหนักแล้วก็ยังสู่ข้างหน้าไม่ได้ เพราะที่เนินพระธาตุมีส่วนโค้งและริมเขา มีจุดชมวิวสวยงามมาก(คิดแล้วน่าจะหยุดดูเป็นบุญตาจัง แต่ยังไม่มีใครจูงสร้างสถิติเอาไว้เลยโดยการจุงล้วนๆตลอด 30 ก.ม.)
-นรกด่านสุดท้าย สถานีทวนสัญญาน แหม ทำถนนยังไงไม่หาวิวสวยๆให้ชมมั่ง ตั้งโด่จนถึงยอดเลย ทำให้กินแรงสุด (จูงน่ะ) ในขณะที่จูงจะหันหลังมามองเพื่อนๆที่กำลังจูงขึ้นมาก็ไม่ได้ มันจะหน้ามืด ก้ามเนื้อก้อนที่ใช้เดินเริ่มตึงขึ้มานิดๆ แต่ก้ามเนื้อที่ใช้สำหรับปั่นยังปกติดีอยู่
-พ้นเนินเขาสถานีทวนสัญญานได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆข้างทาง บอกอีกอึดใจก็เข้าเส้นชัยแล้ว
-ผมขึ้นคอมรถจักรยานแล้วเริ่มปัน ตั้งแต่จูงขึ้นกับไหลลง เป็นการปั่นจริงๆ พอเลี้ยวหักมุมเขา โถผ่านซุ้มโค้งสีแดงเส้นชัยซะแล้ว อะไรกันน่าจะเอาไปไว้สักอีกหนึ่งกิโลก็ไม่ได้ เอาหล่ะก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตดอยอินทนนท์แล้ว อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเพราะสังขารเริ่มแย่
-มีน้องๆ เพื่อนๆ มาแสดงความนอนดี พร้อมพูดว่าลูงครับ,พี่ครับ ปั่มมาได้อย่างไร กับเสือหมอบโดยใช้จานแสตนดาร์ด 53,39 เฟื่องหลังสูงสุดแค่ 25 ผมก็บอกไปโดยไม่อายว่า ก็จูงขึ้นกับไหลลง ตลอดทางแหละหลาน ก็ดีใจอยู่อย่างถึงยอดดอยแล้วไม่มีอาการโซมให้เห็นเลย
-หวังว่าน้องๆ หลานๆ หรือเพื่อนๆได้มีข้อคิด แล้วมาร่วมการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ก็จะไม่มียอดเขาที่สูงกว่านี้ให้พิชิตอีกแล้ว เพียงแต่จะหวนกลับมาระลึกถึงความหลัง หรือมาลบสถิติของตัวเองในขณะที่ยังมีแรงอยู่ วันนี้ปั่นขึ้นไม่ได้ วันหน้าต้องทำให้ดีกว่านี้
-ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่าน ข้อความที่อาจจะไร้สาระ หรืออาจะน่าสังเวช
-หากร่างกายของผมยังแข็งแรง จะต้องปั่นให้ได้มากกว่าจูง ปีนี้มิได้เซ็ตรถมาเพื่อขึ้นเขา หยิบรถที่ปั่นทางเรียบอยู่ทุกว่ามาปั่น มันไม่ใช่
-ขออนุญาตลาน่ะครับ
ผมก็ยังจูงรักษาระดับความเร็วเอาไว้ เริ่มมีเพื่อนที่เห็นอยู่ข้างหน้านั่งพักอยู่ริมทาง ผมจูงผ่านและตะโกนทักทาย พอถึงยอดเนินผมก็ใช้วิธีให้รถมันไหลลงด้วยตนเองเป็นการพักขาไปในตัว สรุปแล้วการพิชิตดอยอินทนนท์ของผมจะใช้ "เข็นขึ้นแล้วก็ไหลลง" หลายลูกเข้าเพื่อนๆที่ปั่นขึ้นเริ่มนั่งพัก นั่งนวดเพราะตะคิวเริ่มมา แต่สำหรับผมก็ยังจูงขึ้นและไหลลงปกติ และยังรักษาระดับความเร็วในการจูงไว้เท่าเดิม ผ่านมา 4 ชั่วโมง ผมยังไม่แม้แต่หยอนก้นลงนั่งพักเลย เพื่อนๆที่อยู่ข้างหน้าเริ่มไปอยู่ข้างหลังผม ถึงคราวผมมั่งผมก็พูดปลอบเค้าไปว่า "ค่อยๆไปน่ะครับ" "ผมยังหาเพื่อนจูงอยู่เลย" ได้ผลแฮะเริ่มมีเพื่อนจูงไม่เหงาแล้ว แต่โทษทีเพื่อนๆขยับจะจูงก้าวขาตะคิวก็มา ขึ้นปั่นก็เป็น เพราะก้ามเนื้อมันบอบช้ำซะแล้ว เริ่มมีคนถอดใจ
-ถึงนรกตัวจริงที่เนินพระธาตุ(ภูเขาน่ะ)ผมเริ่มจึงแซงเพื่อนๆนักปั่นที่ละคนสองคน ผมเริ่มถนอมแรงลดความเร็วลงนิดนึ่ง เพราะว่าที่พระธาตุชันมากว่าหนักแล้วก็ยังสู่ข้างหน้าไม่ได้ เพราะที่เนินพระธาตุมีส่วนโค้งและริมเขา มีจุดชมวิวสวยงามมาก(คิดแล้วน่าจะหยุดดูเป็นบุญตาจัง แต่ยังไม่มีใครจูงสร้างสถิติเอาไว้เลยโดยการจุงล้วนๆตลอด 30 ก.ม.)
-นรกด่านสุดท้าย สถานีทวนสัญญาน แหม ทำถนนยังไงไม่หาวิวสวยๆให้ชมมั่ง ตั้งโด่จนถึงยอดเลย ทำให้กินแรงสุด (จูงน่ะ) ในขณะที่จูงจะหันหลังมามองเพื่อนๆที่กำลังจูงขึ้นมาก็ไม่ได้ มันจะหน้ามืด ก้ามเนื้อก้อนที่ใช้เดินเริ่มตึงขึ้มานิดๆ แต่ก้ามเนื้อที่ใช้สำหรับปั่นยังปกติดีอยู่
-พ้นเนินเขาสถานีทวนสัญญานได้รับแรงเชียร์จากเพื่อนๆข้างทาง บอกอีกอึดใจก็เข้าเส้นชัยแล้ว
-ผมขึ้นคอมรถจักรยานแล้วเริ่มปัน ตั้งแต่จูงขึ้นกับไหลลง เป็นการปั่นจริงๆ พอเลี้ยวหักมุมเขา โถผ่านซุ้มโค้งสีแดงเส้นชัยซะแล้ว อะไรกันน่าจะเอาไปไว้สักอีกหนึ่งกิโลก็ไม่ได้ เอาหล่ะก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้พิชิตดอยอินทนนท์แล้ว อาจเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายเพราะสังขารเริ่มแย่
-มีน้องๆ เพื่อนๆ มาแสดงความนอนดี พร้อมพูดว่าลูงครับ,พี่ครับ ปั่มมาได้อย่างไร กับเสือหมอบโดยใช้จานแสตนดาร์ด 53,39 เฟื่องหลังสูงสุดแค่ 25 ผมก็บอกไปโดยไม่อายว่า ก็จูงขึ้นกับไหลลง ตลอดทางแหละหลาน ก็ดีใจอยู่อย่างถึงยอดดอยแล้วไม่มีอาการโซมให้เห็นเลย
-หวังว่าน้องๆ หลานๆ หรือเพื่อนๆได้มีข้อคิด แล้วมาร่วมการพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ก็จะไม่มียอดเขาที่สูงกว่านี้ให้พิชิตอีกแล้ว เพียงแต่จะหวนกลับมาระลึกถึงความหลัง หรือมาลบสถิติของตัวเองในขณะที่ยังมีแรงอยู่ วันนี้ปั่นขึ้นไม่ได้ วันหน้าต้องทำให้ดีกว่านี้
-ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่าน ข้อความที่อาจจะไร้สาระ หรืออาจะน่าสังเวช
-หากร่างกายของผมยังแข็งแรง จะต้องปั่นให้ได้มากกว่าจูง ปีนี้มิได้เซ็ตรถมาเพื่อขึ้นเขา หยิบรถที่ปั่นทางเรียบอยู่ทุกว่ามาปั่น มันไม่ใช่
-ขออนุญาตลาน่ะครับ
- SOMA@Tanin
- ขาประจำ
- โพสต์: 4058
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ค. 2010, 22:48
- Tel: 0816861239
- team: SOMA Thailand
- Bike: SOMA-SAGA, Smoothie, Double Cross (Cyclo-Cross), Stanyan, Groove
- ติดต่อ:
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ยินดีด้วยครับกับการพิชิตยอดดอยอินทนนท์ด้วยตัวเองกับจักรยานคู่ใจ
ผมว่าปีหน้าถ้าเลือกใช้อุปกรณ์ที่เข้ากับพื้นที่คงทำได้ดีและสบายกว่านี้มากครับ
ผมว่าปีหน้าถ้าเลือกใช้อุปกรณ์ที่เข้ากับพื้นที่คงทำได้ดีและสบายกว่านี้มากครับ
-
แอ๊ด สันมะค่า
- สมาชิก
- โพสต์: 5
- ลงทะเบียนเมื่อ: 09 พ.ย. 2010, 23:08
- Tel: 08-5808-9589
- team: for peach (ฟอร์พีช สระบุรี)
- Bike: BIANCHI, MERIDA
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
- pokemon2010
- ขาประจำ
- โพสต์: 408
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ก.พ. 2010, 12:17
- Bike: Giant , Rit , Merida , Dahon ,La
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
อยากถามเรื่องเวลาใช้ไปทั้งหมดเท่าไร ระยะทางด้วยครับ จากเริ่มที่teenเขา ถึงยอด
แบบว่าสนใจจะได้คำนวนแรงได้ถูก เพราะเคยคำนวนผิดจากครั้งที่ไปขึ่นเขาใหญ่ มันใช้เวลาเกินกว่าที่คิดไว้ เข้าที่พักกินข้าวเย็นสาย
แฟนรอ เกรงใจๆๆแบบว่ารู้ๆกัน

แบบว่าสนใจจะได้คำนวนแรงได้ถูก เพราะเคยคำนวนผิดจากครั้งที่ไปขึ่นเขาใหญ่ มันใช้เวลาเกินกว่าที่คิดไว้ เข้าที่พักกินข้าวเย็นสาย
แฟนรอ เกรงใจๆๆแบบว่ารู้ๆกัน
. รถเบาอยู่ที่เงิน รถเร็วอยู่ที่แรง รถแพงๆ ไม่ได้อยู่ที่เรา
- V3 ป่าเลา
- ขาประจำ
- โพสต์: 8923
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 22:34
- Tel: 0819538554
- team: PHETCHABUN TEAM
- Bike: Cannondale Taurine SL 09 Super six hi-mod 09 Fash factory team
- ตำแหน่ง: 44/2 หมู่ 8 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ 67000
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
เยี่ยมมากเลยครับ บทความคุณคงจะเป็นกำลังใจให้อีกหลาย ๆ คนลุกขึ้นมาสู้ครับ
ชนะอื่นใดไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับชนะใจตนเอง
แม้จะมีเพียงแค่ภาพเดียวแต่สามารถแทนคำพูดได้มากกว่าพันคำ
แม้จะมีเพียงแค่ภาพเดียวแต่สามารถแทนคำพูดได้มากกว่าพันคำ
- DOCTORCHAN
- ขาประจำ
- โพสต์: 2072
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ก.ย. 2010, 19:56
- team: Happy Saturday
- Bike: CERVELO R3. R 5
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ขอแสดงความ ยินดี โดยเฉพาะ จิตใจที่ แกร่ง จริงๆๆ ครับ
ดอยอินทนนท์ ไม่ได้แค่วัดกำลัง เท่านั้น
แต่ที่สำคัญ ที่สุด สำหรับ นักปั่น ทั่วๆ ไป คือวัดใจ วัดใจ และวัดใจ ครับ
ดอยอินทนนท์ ไม่ได้แค่วัดกำลัง เท่านั้น
แต่ที่สำคัญ ที่สุด สำหรับ นักปั่น ทั่วๆ ไป คือวัดใจ วัดใจ และวัดใจ ครับ
ผู้ชนะ ที่เหนือ ผู้ชนะ ทั้งปวง
คือ ชนะทั้ง การแข่งขัน และ ชนะ ใจ ผู้ร่วมแข่งขัน ด้วย
คือ ชนะทั้ง การแข่งขัน และ ชนะ ใจ ผู้ร่วมแข่งขัน ด้วย
- น้าวี
- ขาประจำ
- โพสต์: 4510
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 ธ.ค. 2009, 15:31
- Tel: 0831805568
- team: สัจธรรม สุราษฎร์ธานี
- Bike: SCHWINN , MOSSO FUTURISM
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
แค่นี้ก็สุดยอดแล้วครับ กับอายุ 59 ปี ไม่เกร่งจริงเดินไม่ไหวหรอกครับ สุดยอดครับ อาป้อม 
ผู้ที่รู้จักคำว่าแพ้ นั้นแหละคือ ผู้ชนะที่แท้จริง
-
เสือบุฤาษี
- ขาประจำ
- โพสต์: 707
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ส.ค. 2010, 15:02
- team: ชมรมจักรยานอำเภอสังขะ
- Bike: specialized
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ขอชื่นชมด้วยคน สุดยอดแล้วครับท่าน
-
พลาย
- ขาประจำ
- โพสต์: 976
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 มิ.ย. 2009, 13:24
- team: สุดแต่ขาจะพาไป
- Bike: la,bf,af,amf6
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
แต่ก็ ๓๐ กิโลเมตรนะครับ ถ้าไม่ฟิตก็ลำบากเหมือนกันนะครับ
-
lop023
- ขาประจำ
- โพสต์: 6760
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 ธ.ค. 2009, 18:47
- Tel: 0994294292
- team: อิสระชล , เทศบาลเมืองบ้านบึง
- Bike: Bianchi , Madone
- ติดต่อ:
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
เยี่ยมเลยครับ นับถือใจจริงๆ 
-
saroch paripaibool
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:12
- Tel: 042320375
- team: อิสระ
- Bike: road
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ถ้าหากปีหน้ายังมีกำลังผมขอสัญญาว่าจะไปอีกและจะปั่นให้มากกว่าเดิม
เพราะมีบทเรียน และรู้เส้นทางแล้ว ได้คุยกับเพื่อนบางท่านยังบอกว่าแอบมาปั่นก่อนงานจริงด้วยซ้ำ
ผมอยู่ไกลคงต้องหาเขาแถวบ้านซ้อมมั่ง
และขอขอบคุณที่เพื่อนๆหลานๆที่ให้กำลังใจ ถ้าปีหน้าได้ไปก็ทักทายกันบาง
เพราะมีบทเรียน และรู้เส้นทางแล้ว ได้คุยกับเพื่อนบางท่านยังบอกว่าแอบมาปั่นก่อนงานจริงด้วยซ้ำ
ผมอยู่ไกลคงต้องหาเขาแถวบ้านซ้อมมั่ง
และขอขอบคุณที่เพื่อนๆหลานๆที่ให้กำลังใจ ถ้าปีหน้าได้ไปก็ทักทายกันบาง
- จ้าวภูผา
- ขาประจำ
- โพสต์: 434
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 พ.ย. 2010, 10:08
- Tel: 0982826969
- team: เสือท่าช้าง จันทบุรี
- Bike: Trinx
- ตำแหน่ง: ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.จันทบุรี
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ยินดีด้วยครับ อย่างน้อยก็ชนะใจตนเอง ที่ไม่ยอมเลิกเสียกลางคัน ผลของความอดทน รสของมันหวานชื่นเสมอ ครับ
-
surajib
- สมาชิก
- โพสต์: 38
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ส.ค. 2010, 22:39
- Bike: Trek 820
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
ผมว่าเจ๋งมากอ่ะ ครับ
เข็นได้ยังไงตั้ง 30 กว่าโล
ปั่นแบบเท้าไม่แตะพื้นผมว่ายังทำง่ายกว่าอีก
เข็นได้ยังไงตั้ง 30 กว่าโล
ปั่นแบบเท้าไม่แตะพื้นผมว่ายังทำง่ายกว่าอีก
-
saroch paripaibool
- ขาประจำ
- โพสต์: 230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ส.ค. 2008, 20:12
- Tel: 042320375
- team: อิสระ
- Bike: road
Re: "อาป้อม"กับ ประสพการณ์การพิชิตดอนอินทนนท์
เข็นคันนี้ครับ
แหมทำให้รถเค้าเสียชื่อมาก อิตาลีจะขอซื้อคืนไหมเนี่ย
แหมทำให้รถเค้าเสียชื่อมาก อิตาลีจะขอซื้อคืนไหมเนี่ย