ส่วนผมรู้จักดี และรู้จักตัวเองก็เป็นแบบที่ว่า ปีหน้าขอเป็นล้อ 26 ปีหน้าโน่นอีกทีถ้ามีโอกาสและฟิตจริงๆค่อยว่ากันใหม่กับเสือหมอบ
ก่อนที่อายุจะขึ้นเลขห้านำหน้า ยังมีเวลาอีกพอประมาณ
รอดครับStoneRoses เขียน:ปั่นหมอบต้องฟิตแค่ไหนถึงจะขึ้นรอดครับ 34x28 รอดไหม หรือควร 3 จานแบบ touring ไปเลย
เอาแบบประสบการณ์ตรงเลยนะครับ ผมใช้34*27 การฟิตซ้อมในระดับของผมนะครับ ถือว่าโอเคในระดับหนึ่งเลย ขี่ทางเรียบระยะ50โลความเร็วเฉลี่ย 31.5 KM/HR +++เป็นการปั่นเดี่ยวด้วยนะครับไม่มีกลุ่มให้ดูดครับ+++ วันธรรมดาก็ยังวิ่ง2วันๆละ10กิโล ใช้เวลา 50นาที ในใจก็ยังคิดว่า ค่อยๆกระดื้บๆๆๆ ก็คงถึง และแล้ว สัจธรรมก็มาถึงครับ ขี่เลยด่าน2ได้หน่อย เกือบๆถึงเจดีย์ครับ ยังประกบกับน้องใบเตยที่ได้ที่2 รุ่นเสือภูเขาผู้หญิงอยู่เลย พอเห็นเจดีย์ปุ๊บ กล้ามเนื้อน่องบน ก็แข็งไปหมดแล้วครับ ไม่มีเกียร์ที่มากกว่า27แล้ว หมดเลยครับ ระบบหายใจยังสบายๆครับ เพราะไม่ได้เร่งอะไร แต่เฟืองหลังนี่สิครับ มันหมดแล้ว ผมคิดถึงคำพูดของปรมาจารย์ในกระทู้นี้ได้เลยว่า ใครเอาเสือหมอบขึ้น อินทนนท์ได้นี่เก่งครับ ถึงเวลานั้นได้แต่ยอมรับสภาพครับ ปล่อยให้คันอื่นแซงผ่านไปเป็นสิบเป็นร้อยคันครับ เพราะขามันกดไม่ไหวจริงๆ เดินเบื่อเลยครับ ทำให้คิดหนักเลยว่าปีหน้ายังอยากจะเอาเสือหมอบขึ้นหรือเปล่า ถ้าจะเอาอีกต้องเพาะกล้ามเนื้อขาอีกเยอะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แชร์ประสบการณ์ของผมนะครับStoneRoses เขียน:ปั่นหมอบต้องฟิตแค่ไหนถึงจะขึ้นรอดครับ 34x28 รอดไหม หรือควร 3 จานแบบ touring ไปเลย
โทษนะครับผมเป็นคนปั่นorbea ล้อ fulcrum เองครับMTB25SEP เขียน:หวัดดีคับลุง โล ไม่รู้ยังจำกันได้รึป่าว นั่งรถคันเดียวกันตอนขาลงจากดอย ก็คุยกันในรถร่วมชั่วโมง พอลงมาถึงกลับที่พักถึงรู้ว่าพักที่เดียวกัน ห่างกันแค่ 5 ห้อง ก็สนุกดีนะ เป็นงานที่เรียกว่า คนรักกันจะดูใจกันได้เลยว่ารักกันแค่ไหน คุณจะทิ้งฉันหรือเปล่า หรือเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด รึเปล่า ตอนก่อนออกสตาร์ท คุยกันบอกเทคนิคกันอย่างดี จะคอยช่วยกันผลัดกันลาก ดันกันขึ้นไป แต่พอออกตัวไปแล้วเพื่อนมันหนีเอาหนีเอา 555 ก่อนออกตัวมันรักกันน่าดู พอลำบากหน่อยมันหนีหายเลย สำหรับงานนี้ผมเองก็รู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับนักปั่นหลาย ๆ ท่านนะครับ การที่จะมาทำการวัดใจกัน ทดสอบความสามารถของตัวเอง แต่มีเสือหลาย ๆ ท่านเล่นตัวช่วยนะครับ ผมจะไม่ระบุหมายเลขป้ายหน้ารถนะครับ เอาแค่พอให้คนทำรู้สึกตัวก็พอ สำหรับเสือตัวแรกที่ผมเจอบนทางทางแข่งวัดใจนะครับ ยี่ห้อ โอเบียร์ คาร์บอน ตามระยะทางที่ผมมองจากหน้าไมล์ของผม ระยะทาง 5 กม.แรก ผมแซงขึ้นมาและก็ทิ้งหายไป หลังจากนั้นประมาณ ชั่วถัดมา ผมเจอเขาอีกครั้ง ปั่นอยู่ด้านหน้าของผม และอีกประมาณ 18 กม. จะถึงยอดดอย ตามหลัก กม. บนดอย ผมเจอเขาครั้งที่ 3 อยู่ด้านหน้าผม กำลังขี่ขึ้นเนิน ครั้งแรกไม่แปลกใจ เพราะคิดว่าคนละคัน แต่มันไม่ใช่ครับ มันคันเดียวกัน ตัวเฟรมสีดำ จาน xt ล้อ ฟูคล่อม แดง คันนี้ของใครลองดูนะครับ เพราะในงานผมเห็น มี 3 คัน คันหนึ่งใส่จาน FRM 42 28 อีกคันจาน RF 44 32 22 ผมมีพยานในเหตุการร์อีก 2 คนที่ใส่เสือทีม งาช้างดำ ที่ขี่ trek สีดำ กับ garry สีส้ม ผมผลัดกันขี่นำ ขี่ไล่กันตั้งที่ กมที่ 25 จนถึงหน้าองค์พระธาตุ ก็ใช้เวลาอยู่เห็นหน้ากันประมาณ 2.40 ชม ตั้งแต่ออกสตาร์ท น้องสองคน คนหนึ่งหายไปในช่วงนี้ อีกคนมีเพื่อนมาตาม (ตะคริวที่ขา) ผมเลยหนีขึ้นดอยไปก่อน และอีกกลุ่มที่ทำตัวน่าละอายมาก ก็ตอนปล่อยตัวเสือภูเขา จากหน้าพระธาตุดอยจอมทอง กลุ่มนำคือทีม ซอยตัน มีกลุ่มตามประมาณ 20 คัน ผมกับเพื่อนก็อยู่ในกลุมนี้ จนถึงเนินแรก ก็เริ่มแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหน้าเหลือประมาณ 8-9 คน ผมเองหลุดมาอยู่ที่กลุ่ม 2 และสักพักกลุ่มหลังก็ตามมาอีกประมาณ 20 กว่าคัน ช่วงแรกกลุ่มตามก็มีประมาณ 30 คัน พอขึ้นไปเรื่อย ๆ ก็เหลือประมาณ 10 กว่าคัน ตลอดระยะทางที่ตามกันขึ้นไปมีเรื่องแปลก ๆ อีก ยิ่งขึ้นขึ้นสูงก็ยิ่งเจอพวกเสือภูเขา ที่ป้ายหน้าจักรยาน เป็นหมายเลขที่ขึ้นด้วย อักษร B ตลอดระยะทางจนถึงหน้าพระธาตุ แซงมาไม่ต่ำกว่า 20 คัน บางคันแซงได้ ตั้ง 2-3 ครั้ง ทั้งที่กลุ่มผมยังไม่ได้ถูกแซงคืนเลย และที่ได้ยินเสือท่านหนึ่งพูด นึกแล้วยังอยากจะบอกให้เขาเอาจักรยานไปรอหน้าเส้นเลยดีกว่า คันนี้ไม่ระบุยี่ห้อนะครับ แต่ระบุประเภทจักรยาน เป็น ฟูลซับ ได้ยินแบบชัดเลย เขาบอกว่าขึ้นมารอแต่เช้าแล้ว ติดป้ายอักษร B ตอนที่เจอ ผมเจอหน้าทางขึ้นพระธาตุ เขานั่งจอดจักรยานอยู่ตรงขอบทาง เขาตะโกนเรียกเพื่อนที่ขี่เสือหมอบ ทักทายกันดังมาก เสือหมอบสองท่านที่เขาทักทาย ใส่ชุดของการบินไทย กำลังเข็นจักรยานขึ้นหน้าพระธาตุ จุดนี้ผมก็กำลังทำความเร็วอยู่ (ประมาณ 3-4 กม.ต่อ ชม.) ก็เลยได้ยินคำทักทายที่เขาพูดออกมา ผมว่าถ้าคิดจะทำกับแบบนี้ก็อย่ามาขี่ดีกว่านะครับ เอาเปรียบชาวบ้านเขา ถึงบางครั้งจะไม่มีใครรู้ก็น่าจะละอายใจกันบ้าง ที่เจอมาส่วนมากจะเป็นคนหนุ่ม ๆ ที่เอาเปรียบคนสูงอายุ สำหรับงานนี้ผมว่าจัดในระดับดีที่เดียว น่าจะเป็นประเพณีไปแล้ว การมาลองวัดกำลังใจ ทดสอบจิตใจไม่ได้มาแข่งกับคนอื่นนะครับ ท่านแข่งกับตัวเอง ตัวท่านเองยังไม่ซื่อสัตย์กับตัวเองเลย ผมหวังว่าปีหน้าถ้ามีโอกาส ก็คงจะมาร่วมกิจกรรมอีก แต่พวกที่อ่านกระทู้แล้วรู้สึกว่าเป็นตัวของท่านที่กระทำเรื่องดังกล่าวลงไป หากว่ามีความสำนึก ปีหน้าลองซื่อสัตย์กับตัวเองแล้วมาทดสอบใจตัวเองใหม่ได้นะครับ หวังว่าปีหน้าคงไมมีใครคิดหาตัวช่วยมาขี่ทดสอบใจอีกนะครับ หวัดดีครับ