เมธา เปรมแสง เขียน:lotus เขียน:ถ้าคุมดีๆ 200 กม ต่อวันทำได้อยู่แล้ว เพราะออกเดินทาง 6.00 เช้า ตามประสพการณ์เคยปั่น 200+ กม ต่อวัน ขึ้นเขาด้วย วันไปโขงเจียมสองครั้งกับ TCC ตอนเช้าๆ จะทำเวลาได้ดี เพราะร่างกายสดชื่น อากาศไม่ร้อน ไม่จำเป็นต้อง จำกัดแรงแค่ 25 เพราะไม่เหมาะกับความจริงของสภาพร่างกายที่ยังสด อากาศไม่ร้อน อาจไปได้ถึง 28-30 สำหรับคนนำและลูกทีมทำได้อย่างสบายอยู่แล้ว และก็ยังอยู่ใน aerobic zone 50-60% แต่เมื่อผ่านไปสัก 3 ชม แดดเริ่มร้อน ตอนนี้ควรจำกัด 25 กม/ชม จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะร่างกายระบายความร้อนได้ยากกว่าตอนเช้าๆ ต้องออกแรงมากกว่าเพื่อที่จะทำความเร็วให้คงที่
ประสพการ์การปั่น 200 กม ต่อวัน พวกเราเคยลากแม่บ้านของลูกทีมคนหนึ่งไปนครพนม (ปั่น 5 วัน)เมื่อ 5 ปีที่แล้วไปกับกลุ่มคูคต ปกติเธอปั่นสบายที่ 25 แต่ตอนเช้าๆ สองชั่วโมงแรกลากไป 30 เธอก็ยังสบายมากๆ ก็ปั่นแบบเป็นกลุ่มไม่มีรถบริการ เอาของใส่ท้ายเอง ไม่มีทิ้งกันหรือให้แม่บ้านหลุดคนเดียว (แม่บ้านปั่นตัวเปล่า ของพ่อบ้านและลูกชายแบ่งกันบรรทุก)
ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนประสพการณ์การปั่นทางไกล ก็แล้วกัน ไม่จำเป็นต้องเชื่อผม
ปั่น 25 ที่ลมนิ่งครับ คือการออกแรง สวนลม ตามลม ก็ออกแรงเท่ากับ 25
เพราะตามลมอาจจะ 30-35 แต่ขี้นเขาอาจจะ5-6 แต่ออกแรงเท่ากับ 25 ครับ
เราใช้แรงเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่ความเร็วครับ
เราเคยฝึกนักจีกรยานผ้หญิง 3เดือน ทริปขี่จากนครปฐม- สามเหลี่ยมทองคำ
1000กม /5วัน ในช่วงสงกรานต์ อากาศ 40-43 องศา ช่วง 80 กม
สุดท้าย ใช้ความเร็ว 35-45 ครับ
แต่สุดท้ายที่จริงเราก็กำหนดอยู่ที่25 ของคนที่มีความสามารถน้อยสุดขณะนั้นครับ
ผมเข้าใจครับ แรงกำหนดที่ 25 ที่ลมนิ่งและคงตอนกลางวัน แต่ที่ผมหมายถึง แรงมันแปรผันได้ เพราะตอนเช้า การออกแรงทำได้มากกว่า 25 ครับเนื่องจากอากาศเย็น และร่างกายยังสดชื่นอยู่ การออกแรงที่ 25 ตอนเช้าตรู่ แม้แต่คนที่อ่อนที่สุดแม่บ้านก็ยังรู้สึกช้าเกินไปครับไม่เป็นธรรมชาติของคนที่อ่อนที่สุดครับ มันต้องดูคนอ่อนที่สุด ไม่จำเป็นต้องกำหนดที่แรง 25 ครับ ถ้ามือใหม่สุดๆ อาจลงมาต่ำกว่า 25 ก็ยังได้ แต่ถ้าคนที่ผ่านการปั่นเกิน 100 มาหลายครั้งแล้วออกแรง 25 ตอนเช้าๆ มันผิดธรรมชาติรอบขาที่สบายครับออกแรง 28-30 สบายที่สุดครับ
ผมถึงว่า 25 มัน rigid เกินไป แค่เป็น idea ก็พอได้ครับ แต่ไม่ใช่ว่าต้องออกแรงที่ 25 ลมนิ่งครับ มันต้องดูคนที่อ่อนที่สุดว่า ไปได้สบายโดยไม่ล้าแบบที่คุณตั้งเป้าไว้
ผมยกตัวอย่างอีกตัวอย่างก็แล้วกัน สมมติว่า แม่บ้านผมไม่เคยปั่นยาวเกิน 10 กม จะมาปั่น 25 ทางไกล มันก็ตายลูกเดียว คงฝึกให้ลงมาเหลือแค่ 20 ก่อน ในทำนองเดียวกัน ถ้ากลุ่มที่ไปด้วยเช่นคูคตปั่นเกิน 100 มามากมาย จะมาปั่นแค่ 25 ตอนเช้าๆ มันก็ฝึนธรรมชาติครับ แม้ว่าพวกเราไม่บ้าพลังอัดแข่งกัน แต่จะมาปั่นแค่ 25 คงไม่มีใครในกลุ่มเอาด้วยหรอกครับ มันฝึนธรรมชาติครับ
อีกตัวอย่าง เมื่อ 4 ปีก่อน พวกคนแก่แบบผม 40 คนปั่นหมอบไปเชียงใหม่ มีรถบริการ ความเร็วที่พวกเราปั่นไปด้วยกัน ออกแรงโดยเฉลี่ยที่ 35 ลมนิ่งครับ พวกเราแก่แล้วแค่ปั่นให้ถึงเชียงใหม่ แต่หลายคนเคยเป็นนักแข่งมาก่อน ไม่มีมืออ่อน แม้ว่าบางคนจะรื้อไปนาน จะมาปั่นออกแรงแค่ 25 ทางเรียบลมนิ่ง ก็คงไม่มีใครเอาด้วยเช่นกัน
สรุปการปั่นทั่วริ่งทางไกล ผมเห็นด้วยกับคุณว่า ต้องไม่มีการบ้าพลังอัดหนี แต่ใช้ steady pace ซึ่งก็ขึ้นกับคนที่อ่อนที่สุดที่ทำได้ แต่แรงปั่นแบบคงที่ไม่ใช่กำหนดตายตัวแรงมาตรฐานที่ 25 ลมนิ่งทางเรียบครับ อาจจะสูงหรือต่ำกว่านั้นก็ได้ ต้องดูลูกทีมที่อ่อนที่สุดครับ และช่วงเวลาในการปั่นด้วยครับ มันควรแปรผันได้ พูดง่ายๆ แรง watt ที่ใช้ในการกดบันไดไม่ใช่กำหนดตายตัวว่า ต้องเป็น 100 วัต เป็นต้น ในทุกเวลา ทุกวัน ทุกสภาพ อาจมากกว่า หรือน้อยกว่าก็ได้ ขึ้นอยู่กับสภาพของลูกทีมที่อ่อนทีสุด ในเวลานั้นๆ