คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
- alex.wasan
- ขาประจำ
- โพสต์: 114
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 19:45
- Bike: Bridgestone CrossRoad - New look
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
.....อ่านมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมขอแสดงความเห็นบ้าง.....จากที่หลายๆท่านได้ยกข้อกฏหมายขึ้นมาพูด มาตราต่างๆานานา....จริงๆแล้วเขาเอาไว้ใช้กับรถที่มีทะเบียน...(คือเสียภาษีในแก่รัฐฯ)....จักรยานมันใช้แรงคนปั่น...มันไม่เกี่ยวกันกับรถเครื่องนี่ครับ.....คราวนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์การชนขึ้นมามีความเสียหายขึ้นมา....มันก็เปรียบเหมือนรถยนต์ชนคน....(มีบางท่านบอกว่าคนปั่นจักรยานก็เหมือนคนเดินบนถนน เพียงแต่ว่าเดินเร็วขึ้นเท่านั้น)......ถ้ามองอีกมุมนึงคือถ้าคนขับมอเตอร์ไซด์(ซึ่งเป็นเด็ก)ขับด้วยความระมัดระวัง...เหตุการณ์การชนคงไม่เกิดขึ้น....(ดีนะไม่มีคนตาย 9 ศพ....55555...)....ในทางกับกันคราวนี้เจ้าของกระทู้ได้รับความบาดเจ็บแล้วยังถูกตำรวจบอกว่าผิดกฏจราจร....ต้องเสียค่าซ่อมให้ฝ่ายขับจักรยานยนต์ (เป็นผม ...ผมไม่ยอมเสียเงินแน่นอน....เพราะดูแล้วรถจักรยานเราเสียหายจนกระทั่งมันปั่นไม่ได้เลย......)...สรุปคือผมมองว่าตำรวจน่าจะ่รู้จักกับคนขับมอเตอร์ไซด์นะ......อีกนิดครับ...ไม่ได้แช่งเจ้าของกระทู้่นะครับ...ถ้าเกิดคนปั่นจักรยานเสียชีวิต.....ข้อหาของคนขับมอเตอร์ไซด์น่าจะเป็นขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย...ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นใครปั่นจักรยานชนคนขับมอเตอร์ไซด์ตายเลยครับ.....55555.....ทิ้งท้ายแค่นี้ครับ.....
ปล.....ขอให้เจ้าของกระทู้หายเร็วๆนะครับ...แล้วหารถคนใหม่มาปั่นนะครับ.....(แนะนำครับ....ให้ใช้รถถังนะครับเจอมันคราวหน้าก็เอาปืนใหญ่ยิงมันเลย....55555...หรือถ้ามันจะขับรถชนเรามันก็เจ็บแน่ (ของเราเหล็กกล้าทั้งคัน)...แซวเล่นนะครับ....ขอบคุณครับ)
ปล.....ขอให้เจ้าของกระทู้หายเร็วๆนะครับ...แล้วหารถคนใหม่มาปั่นนะครับ.....(แนะนำครับ....ให้ใช้รถถังนะครับเจอมันคราวหน้าก็เอาปืนใหญ่ยิงมันเลย....55555...หรือถ้ามันจะขับรถชนเรามันก็เจ็บแน่ (ของเราเหล็กกล้าทั้งคัน)...แซวเล่นนะครับ....ขอบคุณครับ)
...Like a KISS Band...
- oumfc
- ขาประจำ
- โพสต์: 6167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
- Tel: 0869571431
- team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
- Bike: SL3
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
alex.wasan เขียน:.....อ่านมาตั้งแต่ต้นแล้ว ผมขอแสดงความเห็นบ้าง.....จากที่หลายๆท่านได้ยกข้อกฏหมายขึ้นมาพูด มาตราต่างๆานานา....จริงๆแล้วเขาเอาไว้ใช้กับรถที่มีทะเบียน...(คือเสียภาษีในแก่รัฐฯ)....จักรยานมันใช้แรงคนปั่น...มันไม่เกี่ยวกันกับรถเครื่องนี่ครับ.....คราวนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์การชนขึ้นมามีความเสียหายขึ้นมา....มันก็เปรียบเหมือนรถยนต์ชนคน....(มีบางท่านบอกว่าคนปั่นจักรยานก็เหมือนคนเดินบนถนน เพียงแต่ว่าเดินเร็วขึ้นเท่านั้น)......ถ้ามองอีกมุมนึงคือถ้าคนขับมอเตอร์ไซด์(ซึ่งเป็นเด็ก)ขับด้วยความระมัดระวัง...เหตุการณ์การชนคงไม่เกิดขึ้น....(ดีนะไม่มีคนตาย 9 ศพ....55555...)....ในทางกับกันคราวนี้เจ้าของกระทู้ได้รับความบาดเจ็บแล้วยังถูกตำรวจบอกว่าผิดกฏจราจร....ต้องเสียค่าซ่อมให้ฝ่ายขับจักรยานยนต์ (เป็นผม ...ผมไม่ยอมเสียเงินแน่นอน....เพราะดูแล้วรถจักรยานเราเสียหายจนกระทั่งมันปั่นไม่ได้เลย......)...สรุปคือผมมองว่าตำรวจน่าจะ่รู้จักกับคนขับมอเตอร์ไซด์นะ......อีกนิดครับ...ไม่ได้แช่งเจ้าของกระทู้่นะครับ...ถ้าเกิดคนปั่นจักรยานเสียชีวิต.....ข้อหาของคนขับมอเตอร์ไซด์น่าจะเป็นขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย...ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นใครปั่นจักรยานชนคนขับมอเตอร์ไซด์ตายเลยครับ.....55555.....ทิ้งท้ายแค่นี้ครับ.....
ปล.....ขอให้เจ้าของกระทู้หายเร็วๆนะครับ...แล้วหารถคนใหม่มาปั่นนะครับ.....(แนะนำครับ....ให้ใช้รถถังนะครับเจอมันคราวหน้าก็เอาปืนใหญ่ยิงมันเลย....55555...หรือถ้ามันจะขับรถชนเรามันก็เจ็บแน่ (ของเราเหล็กกล้าทั้งคัน)...แซวเล่นนะครับ....ขอบคุณครับ)
ผิดแล้วครับ มาตราที่ 79 80 81 82 83 84
:: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตราที่ 79-84
:: ลักษณะ 10 รถจักรยาน
มาตรา 79 ทางใดที่ได้จัดไว้สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยาน ต้องขับในทางนั้น
มาตรา 80 รถจักรยานที่ใช้ในทางเดินรถ ไหล่ทางหรือทางที่จัดไว้ สำหรับรถจักรยาน ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องจัดให้มี
(1) กระดิ่งที่ให้เสียงสัญญาณได้ยินได้ ในระยะไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
(2) เครื่องห้ามที่ใช้การได้ดีเมื่อใช้สามารถทำให้รถจักรยานหยุดได้ทันที
(3) โคมไฟติดหน้ารถจักรยานแสงขาวไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสงไฟ ส่องตรงไปข้างหน้าเห็นพื้นทางได้ชัดเจนในระยะไม่น้อยกว่าสิบห้าเมตร และ อยู่ในระดับต่ำกว่าสายตาของผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมา
(4) โดยไฟติดท้ายรถจักรยานแสงแดงไม่น้อยกว่าหนึ่งดวง ที่ให้แสง สว่างตรงไปข้างหลังหรือติดวัตถุสะท้อนแสดงสีแดงแทน ซึ่งเมื่อถูกส่องให้ มีแสงสะท้อน
มาตรา 81 ในเวลาต้องเปิดไฟตาม มาตรา 11 หรือ มาตรา 61 ผู้ขับขี่ รถจักรยานอยู่ในทางเดินรถ ไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ต้องจุดโคมไฟแสงขาวหน้ารถเพื่อให้ผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้า ซึ่งขับรถหรือ เดินสวนสามารถมองเห็นรถ
มาตรา 82 ผู้ขับขี่รถจักรยานต้องขับให้ชิดขอบทางด้านซ้ายของทางเดิน รถไหล่ทาง หรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางด้านซ้ายสุดของทางเดินรถ ต้องขับขี่รถ จักรยานให้ชิดช่องเดินรถประจำทางนั้น
มาตรา 83 ในทางเดินรถไหล่ทางหรือทางที่จัดทำไว้สำหรับรถจักรยาน ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถจักรยาน
(1) ขับโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือ ทรัพย์สิน
(2) ขับโดยไม่จับคันบังคับรถ
(3) ขับขนานกันเกินสองคัน เว้นแต่ขับในทางที่จัดไว้สำหรับรถจักรยาน
(4) ขับโดยนั่งบนที่อื่นมิใช่อานที่จัดไว้เป็นที่นั่งตามปกติ
(5) ขับโดยบรรทุกบุคคลอื่น เว้นแต่รถจักรยานสามล้อสำหรับบรรทุกคน ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนด
(6) บรรทุก หรือถือสิ่งของหรือของใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวาง การจับคันบังคับรถหรืออันอาจจะเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน
(7) เกาะหรือพ่วงรถอื่นที่กำลังแล่นอยู่
มาตรา 84 เว้นแต่บทบัญญัติในลักษณะนี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ ผู้ขับขี่รถจักรยานปฏิบัติตาม มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 มาตรา 25 มาตรา 26 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 36 มาตรา 37 มาตรา 39 มาตรา 40 มาตรา 41 มาตรา 41 มาตรา 45 มาตรา 46 มาตรา 47 มาตรา 48 มาตรา 49 มาตรา 50 มาตรา 51 มาตรา 52 มาตรา 53 มาตรา 53 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 61 มาตรา 62 มาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 69 มาตรา 70 มาตรา 71 มาตรา 72 มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 76 (2) มาตรา 78 มาตรา 125 มาตรา 127 และ มาตรา 133 ด้วยโดยอนุโลม
รายละเอียด เปิดดูใน กูเกิ้ล ก็ได้ครับ พ ร บ จราจร รายละเอียด ดู คำนิยาม ได้ก่อน
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
- 9Din
- ขาประจำ
- โพสต์: 469
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ส.ค. 2010, 10:37
- Tel: 0879951711
- team: บางมด
- oumfc
- ขาประจำ
- โพสต์: 6167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
- Tel: 0869571431
- team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
- Bike: SL3
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
http://www.kodmhai.com/m4/m4-4/H9/H-9.html
ลิงค์นี้ ก็ได้ครับ หลัก คือ มันเป็นทาง
แล้ว กำหนด รถ อะไร ไว้บ้าง ที่ใช้ ทาง ต้องทำอย่างไร ลองไปศึกษาดูครับผม
ลิงค์นี้ ก็ได้ครับ หลัก คือ มันเป็นทาง
แล้ว กำหนด รถ อะไร ไว้บ้าง ที่ใช้ ทาง ต้องทำอย่างไร ลองไปศึกษาดูครับผม
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
- oumfc
- ขาประจำ
- โพสต์: 6167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
- Tel: 0869571431
- team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
- Bike: SL3
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
อย่าไปคำนึง ครับว่า ใครจะผิดจะถูก ควรเน้นว่า ทำอย่างไร ไม่ให้เหตุเกิดกับเรา ต้องมีสติ รักษาความไม่ประมาทตลอดเวลา ทุกวินาที
สภาพถนน สภาพการจราจร ความหนาแน่นของผู้ใช้ทาง สิ่งกีดขวางในทาง สัตว์ข้างทาง ทุกสิ่ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้ตลอด
ก่อนปั่นทุกครั้ง เดินทาง ด้วยยานพาหนะใด ทุกครั้ง ผมต้องมี หลวงปูทวด ติดตัวตลอดเวลา ขณะปั่น เดินทาง ก็ท่อง คาถา
นโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภัคคะวา ตลอดการปั่น การเดินทาง เพื่อ เตือน สติตัวเอง ให้มีสมาธิ ขณะทำการเดินทาง ที่เท้า ไม่ติดพื้น
สภาพถนน สภาพการจราจร ความหนาแน่นของผู้ใช้ทาง สิ่งกีดขวางในทาง สัตว์ข้างทาง ทุกสิ่ง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ได้ตลอด
ก่อนปั่นทุกครั้ง เดินทาง ด้วยยานพาหนะใด ทุกครั้ง ผมต้องมี หลวงปูทวด ติดตัวตลอดเวลา ขณะปั่น เดินทาง ก็ท่อง คาถา
นโม โพธิสัตโต อาคันติมายะ อิติภัคคะวา ตลอดการปั่น การเดินทาง เพื่อ เตือน สติตัวเอง ให้มีสมาธิ ขณะทำการเดินทาง ที่เท้า ไม่ติดพื้น
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
- Arrowforce
- สมาชิก
- โพสต์: 19
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ต.ค. 2010, 21:19
- Tel: 08 2598 2000
- team: CYMAC
- Bike: Trek Madone SLR8
- ตำแหน่ง: ราษฎร์บูรณะ
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจกับคุณ kuppaboy และจักรยานด้วยนะครับ
และมีความเห็นทางกฎหมายมาขอแบ่งปันให้เพื่อน ๆ พิจารณากันดู
เริ่มจากตัวบทกฎหมายก่อน
พรบ.จราจรทางบก
คำนิยามก่อนนะครับ
มาตรา ๔
(๙) “ทางร่วมทางแยก” หมายความว่า พื้นที่ที่ทางเดินรถตั้งแต่สองสายตัดผ่าน
กัน รวมบรรจบกัน หรือติดกัน
(๑๔) “ที่คับขัน” หมายความว่า ทางที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวาง
หรือในที่ซึ่งมองเห็นหรือทราบได้ล่วงหน้าว่าอาจเกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่รถหรือคนได้
ง่าย
ต่อไปเรื่องการเลี้ยวมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๓๖ ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า เปลี่ยนช่อง
เดินรถ ลดความเร็วของรถ จอดรถ หรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา ๓๗
หรือไฟสัญญาณตามมาตรา ๓๘ หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร
ถ้าโดยสภาพของรถ สภาพของการบรรทุก หรือสภาพของทัศนวิสัย การให้
สัญญาณด้วยมือและแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลัง
มองเห็นได้ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ
ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตาม
วรรคหนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า
สามสิบเมตร
ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตาม
วรรคหนึ่ง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าหกสิบเมตร
ต่อไปเรื่องการแซงมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นในกรณีต่อไปนี้
(๑) เมื่อรถกำ ลังขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง เว้นแต่จะมี
เครื่องหมายจราจรให้แซงได้
(๒) ภายในระยะสามสิบเมตรก่อนถึงทางข้าม ทางร่วมทางแยก วงเวียนหรือเกาะ
ที่สร้างไว้ หรือทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ
(๓) เมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่นหรือควัน จนทำให้ไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะหก
สิบเมตร
(๔) เมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย
เรื่องการเลี้ยวอีกทีครับ
มาตรา ๕๑ การเลี้ยวรถ ให้ปฏิบัติดังนี้
(๑) ถ้าจะเลี้ยวซ้าย
(ก) ในกรณีที่ไม่ได้แบ่งช่องเดินรถไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทางเดินรถด้านซ้าย
(ข) ในกรณีที่มีการแบ่งช่องเดินรถไว้ และมีเครื่องหมายจราจรแสดงให้
เลี้ยวซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถในช่องเดินรถสำหรับรถที่จะเลี้ยวซ้าย ทั้งนี้ ก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อย
กว่าสามสิบเมตร
(๒) ถ้าจะเลี้ยวขวา
(ก) สำหรับทางเดินรถที่ไม่ได้แบ่งช่องเดินรถไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทาง
ด้านขวาของแนวกึ่งกลางของทางเดินรถก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
(ข) สำหรับทางเดินรถที่ได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สอง
ช่องขึ้นไป ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทางด้านขวาสุดของทางเดินรถหรือในช่องที่มีเครื่องหมายจราจร
แสดงให้เลี้ยวขวาได้ ทั้งนี้ ก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
(ค) ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางอยู่ทางเดินรถด้านขวาสุด ให้ผู้ขับขี่ขับ
รถชิดช่องเดินรถประจำทางก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร และจะเลี้ยวรถผ่านเข้าไปใน
ช่องเดินรถประจำทางได้เฉพาะในบริเวณที่มีเครื่องหมายจราจรให้เลี้ยวรถผ่านได้เท่านั้น
(ง) สำหรับทางเดินรถที่มีเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แสดง
สัญญาณจราจรด้วยมือและแขน ให้ผู้ขับขี่ขับรถเลี้ยวขวาผ่านไปได้โดยไม่ต้องอ้อมเจ้าพนักงาน
จราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
(จ) เมื่อรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่สวนมาในทางเดินรถ
ทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้
(๓) ถ้าจะเลี้ยวอ้อมวงเวียนหรือเกาะที่สร้างไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถอ้อมไปทางซ้าย
ของวงเวียนหรือเกาะนั้น
ในกรณีตาม (๑) และ (๒) ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังและต้องหยุดให้ทางแก่
ผู้ที่กำลังข้ามทางและรถที่กำลังผ่านทางร่วมทางแยกจากทางด้านอื่นก่อน เว้นแต่ในกรณีที่มีรถ
เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาพร้อมกัน ให้รถเลี้ยวซ้ายให้ทางแก่รถเลี้ยวขวาก่อน
มาตรา ๕๒ ในทางเดินรถที่สวนกันได้ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่กลับรถหรือเลี้ยวรถ
ทางขวาในเมื่อมีรถอื่นสวนหรือตามมาในระยะน้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร เว้นแต่เมื่อเห็นว่าปลอดภัย
และไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถอื่น
และถ้ามาถึงทางแยกมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๗๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๖ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถมาถึงทาง
ร่วมทางแยก ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติดังนี้
(๑) ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยผู้ขับขี่ต้องให้รถในทางร่วมทางแยกนั้น
ผ่านไปก่อน
(๒) ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกันและไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่
ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน เว้นแต่ในทางร่วมทางแยกใดมีทางเดินรถทางเอก
ตัดผ่านทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางเอกมีสิทธิขับผ่านไปก่อน
มาตรา ๗๒ ทางเดินรถทางเอกได้แก่ทางเดินรถดังต่อไปนี้
(๑) ทางเดินรถที่ได้ติดตั้งเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๒) ทางเดินรถที่มีป้ายหยุดหรือป้ายที่มีคำว่า “ให้ทาง” ติดตั้งไว้ หรือทางเดิน
รถที่มีคำว่าหยุดหรือเส้นหยุดซึ่งเป็นเส้นขาวทึบหรือเส้นให้ทางซึ่งเป็นเส้นขาวประบนผิวทาง ให้
ทางเดินรถที่ขวางข้างหน้าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๓) ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายจราจรตาม (๑) หรือไม่มีป้ายหรือเส้นหรือ
ข้อความบนผิวทางตาม (๒) ให้ทางเดินรถที่มีช่องเดินรถมากกว่าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๔) ถนนที่ตัดหรือบรรจบกับตรอกหรือซอย ให้ทางเดินรถที่เป็นถนนเป็น
ทางเดินรถทางเอก
ทางเดินรถอื่นที่มิใช่ทางเดินรถทางเอกตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นทางเดินรถทางโท
ต่อมาพิจารณาข้อเท็จจริงกันว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร
ตามคำบอกเล่าของคุณ kuppaboy นะครับ
เริ่มจากรถกระบะจอดตรงข้ามบ้านสีฟ้า (ก่อนถึงปากซอยประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร)
คุณ kuppaboy ขี่มาฝั่งบ้านสีฟ้า ให้สัญญาณมือแล้ว ไม่เห็นรถด้านหน้า จึงเลี้ยวขวาเข้าซอย
รถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็วแซงรถกระบะที่จอดอยู่แล้วชนท้ายรถจักรยานของคุณ kuppaboy
เมื่่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตามคำบอกเล่าของคุณ kuppaboy กับกฎหมายที่กำหนดแล้ว
๑. คุณ kuppaboy ก่อนเลี้ยวให้สัญญาณมือ
๒. คุณ kuppaboy พิจารณาก่อนเลี้ยวแล้วไม่เห็นรถจักรยานยนต์ในฝั่งตรงข้ามในระยะ ๑๐๐ เมตร
๓. รถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็วและแซงรถกระบะที่จอดอยู่โดยไม่ชะลอความเร็ว
๔. รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถจักรยานของคุณ kuppaboy ขณะที่กำลังจะเข้าซอย
ถ้าข้อเท็จจริงตามนี้ ก็บอกได้ว่า จักรยานยนต์ขับรถโดยประมาท โดยขับรถเร็ว และแซงรถโดยไม่ชะลอความเร็วทำให้ชนท้ายรถจักรยานที่กำลังจะพ้นเข้าไปในซอย
แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องทางตรงถูกเสมอ เพราะกฎหมายเขียนไว้ว่าถ้าจะเลี้ยวต้อง
๑. ให้สัญญาณตามมาตรา ๓๖
๒. ชิดกลาง ตามมาตรา ๕๑
๓. ให้ทางตรงผ่านก่อน ตามมาตรา ๕๑
๔. ให้อีกฝั่งอยู่ห่างเกิน ๑๐๐ เมตร ตามมาตรา ๕๒
ไม่มีกฎหมายตรงไหนเขียนนะครับ ว่าทางตรงขับรถยังไงก็ได้ ใครเลี้ยวมาขวางจะขับเสยก็ได้ ชนได้ไม่ผิด เจ็บตายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย
เพียงแค่ถ้าทางตรงขับมาดี ๆ ตามปกติแล้ว มีรถเลี้ยวกระทันหันไม่ได้ให้สัญญาณ เลี้ยวตัดข้ามเลน หรือเลี้ยวกระทันหันภายใน ๑๐๐ เมตร แล้วทางตรงไปชน ก็ถือว่าฝ่ายเลี้ยวขับรถประมาท ผิดกฎหมายจราจร ค่าเสียหายในทางแพ่งที่ทางตรงจะต้องจ่าย (ถึงตัวเองจะเป็นคนชน) ก็ควรจะลดลงตามส่วน เพราะความเสียหายเกิดจากฝ่ายเลี้ยวเองเป็นคนกระทำด้วยส่วนหนึ่ง
หลักกฎหมายตรงนี้คือ "ทางเลี้ยวต้องระวังทางตรง" ไม่ใช่ "ทางตรงถูกเสมอ" ครับ
ถ้าฝ่ายทางเลี้ยวระวังแล้ว ทำตามที่กฎหมายบอกจนหมดแล้ว ฝ่ายทางตรงยังพุ่งมาชนได้ ฝ่ายทางตรงก็ผิดไ้ด้ครับ
ส่วนที่คุณ oumfc ให้ความเห็นว่า คุณ kuppaboy ควรจะเห็นรถจักรยานยนต์ก่อนจะปั่นข้ามนั้น (พูดง่าย ๆ คือจะบอกว่า คุณ kuppaboy ไปตัดหน้ารถจักรยานยนต์) ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยนะครับ
คือพิจารณาตามปกติวิญญูชนทั่วไปแล้ว ถ้าเราเห็นรถจักรยานยนต์เร่งมาเร็ว ๆ เราจักรยานช้า ๆ ใครจะกล้าไปตัดหน้าครับ ถนนก็โล่ง ๆ รอซักแปปให้จักรยานยนต์ผ่านก็เข้าซอยได้แล้ว ส้มตำก็ยังถือในมือ จะขับเร็วไปตัดหน้าได้หรือ ?
จุดที่เฟรมแตกก็อยู่ด้านหลัง คือเลี้ยวพ้นจนจะเข้าซอยแล้วจึงถูกชน พิจารณาจากความเร็วแล้ว จักรยานที่จับช้า ๆ เลี้ยวเข้าซอยจนเกือบพ้นแล้ว แสดงว่าออกตัวก่อนจักรยานยนต์ที่ขับมาอยู่หลายวินาทีอยู่ ซึ่งเป็นเวลาที่จักรยานยนต์ควรจะเห็นและชะลอความเร็ว หรือหักหลบได้ในความเร็วปกติทั่วไป
อีกอย่างหนึ่ง ถ้าจักรยนเห็นรถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ก็ควรจะเห็นจักรยานเช่นเดียวกัน ถ้าขับมาตามปกติก็สมควรที่จะชะลอความเร็วได้ทั้งสองฝ่าย ไม่น่าจะชนกันได้
ผมจึงเชื่อว่าในกรณีนี้ ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นซึ่งกันและกันจริง ๆ อาจจะเนื่องจากมีรถกระบะจอดอยู่บังทัศนวิสัย หรือมีเหตุอื่น ๆ
และที่เกิดเหตุนี้พิจารณาตามมาตรา ๔ (๙) ผมเห็นว่าเป็นทางร่วมทางแยกนะครับ เพราะเป็นทางเดินรถสองสายรวมบรรจบกัน
ถ้าข้อเท็จจริงเป็นตามที่คุณ kuppaboy เล่ามาและมีพยานบุคคล และพยานหลักฐานยืนยัน ก็ต้องถือว่าคุณ kuppaboy ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ไม่ได้ประมาท จักรยานยนต์ต่างหากที่เป็นฝ่ายประมาทก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตาม พรบ.จราจรทางบก ก็ถือเป็นความผิดอาญา
ส่วนทางแพ่ง เรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย จักรยานยนต์ประมาทเอง บาดเจ็บเอง ก็ต้องจ่ายค่ารักษาเอง และค่าเสียหายเอง ส่วนคุณ kuppaboy ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ถูกชนจากความประมาทของคนขับรถจักรยานยนต์ ก็สามารถเรียกค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายของรถจักรยานได้
ที่ถูกต้องควรจะเป็นเช่นนี้
แต่บ้านเรา คนส่วนใหญ่ไม่รู้กฎหมาย เราไม่ค่อยสนว่าใครถูกใครผิดเท่าไรหรอกครับ ใช้ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เห็นคนบาดเจ็บมากกว่า เราก็ช่วย ๆ กันไป ตามหลักมนุษยธรรม ถือเป็นน้ำใจช่วยเหลือกัน ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ต้องเสียค่าทนายความฟ้องร้องกัน จบ ๆ เรื่องกันไป เพราะถ้าจะฟ้องร้องกัน ก็เสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย ยุ่งยาก
แต่ถ้าเป็นเมืองนอก คนขี่จักรยานเขาคงไม่จ่าย แถมจะเรียกทนายความมาฟ้องคนขี่รถจักรยานยนต์ให้ชดใช้ค่ารักษากับค่าจักรยานด้วยซ้ำ
ผมถูกคุณผิด คุณบาดเจ็บเรื่องของคุณ คุณมาชนผมคุณต้องจ่าย ถ้าคุณคิดว่าคุณถูกก็มาสู้คดีกัน บ้านเขาคิดกันอย่างนี้
เรื่องก็จบไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นบทเรียนให้ระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้วกันครับ บางทีเราขี่ดี ๆ ไม่ไปชนใคร เขาก็ยังมาชนเราได้ เป็นเรื่องปกติครับ นอกจากจะต้องระวังไม่ให้ชนคนอื่น ต้องระวังไม่ให้คนอื่นมาชนเราด้วย ถ้าระวังจนหมดแล้วยังโดนอีก ก็ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ก็ต้องว่ากันตามผิดตามถูกต่อไปครับ
ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาแล้ว ก็คงมีเรื่องดี ๆ ตามมาแหละครับ ขอให้โชคดีนะครับ
และมีความเห็นทางกฎหมายมาขอแบ่งปันให้เพื่อน ๆ พิจารณากันดู
เริ่มจากตัวบทกฎหมายก่อน
พรบ.จราจรทางบก
คำนิยามก่อนนะครับ
มาตรา ๔
(๙) “ทางร่วมทางแยก” หมายความว่า พื้นที่ที่ทางเดินรถตั้งแต่สองสายตัดผ่าน
กัน รวมบรรจบกัน หรือติดกัน
(๑๔) “ที่คับขัน” หมายความว่า ทางที่มีการจราจรพลุกพล่านหรือมีสิ่งกีดขวาง
หรือในที่ซึ่งมองเห็นหรือทราบได้ล่วงหน้าว่าอาจเกิดอันตรายหรือความเสียหายแก่รถหรือคนได้
ง่าย
ต่อไปเรื่องการเลี้ยวมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๓๖ ผู้ขับขี่ซึ่งจะเลี้ยวรถ ให้รถคันอื่นผ่านหรือแซงขึ้นหน้า เปลี่ยนช่อง
เดินรถ ลดความเร็วของรถ จอดรถ หรือหยุดรถ ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขนตามมาตรา ๓๗
หรือไฟสัญญาณตามมาตรา ๓๘ หรือสัญญาณอย่างอื่นตามข้อบังคับของเจ้าพนักงานจราจร
ถ้าโดยสภาพของรถ สภาพของการบรรทุก หรือสภาพของทัศนวิสัย การให้
สัญญาณด้วยมือและแขนตามวรรคหนึ่งไม่อาจทำให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถสวนมาหรือตามมาข้างหลัง
มองเห็นได้ ผู้ขับขี่ต้องให้ไฟสัญญาณ
ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตาม
วรรคหนึ่งก่อนที่จะเลี้ยวรถ เปลี่ยนช่องเดินรถ จอดรถหรือหยุดรถเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า
สามสิบเมตร
ผู้ขับขี่ต้องให้สัญญาณด้วยมือและแขน ไฟสัญญาณหรือสัญญาณอย่างอื่นตาม
วรรคหนึ่ง ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอื่นเห็นได้ในระยะไม่น้อยกว่าหกสิบเมตร
ต่อไปเรื่องการแซงมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๔๖ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่ขับรถแซงเพื่อขึ้นหน้ารถอื่นในกรณีต่อไปนี้
(๑) เมื่อรถกำ ลังขึ้นทางชัน ขึ้นสะพาน หรืออยู่ในทางโค้ง เว้นแต่จะมี
เครื่องหมายจราจรให้แซงได้
(๒) ภายในระยะสามสิบเมตรก่อนถึงทางข้าม ทางร่วมทางแยก วงเวียนหรือเกาะ
ที่สร้างไว้ หรือทางเดินรถที่ตัดข้ามทางรถไฟ
(๓) เมื่อมีหมอก ฝน ฝุ่นหรือควัน จนทำให้ไม่อาจเห็นทางข้างหน้าได้ในระยะหก
สิบเมตร
(๔) เมื่อเข้าที่คับขันหรือเขตปลอดภัย
เรื่องการเลี้ยวอีกทีครับ
มาตรา ๕๑ การเลี้ยวรถ ให้ปฏิบัติดังนี้
(๑) ถ้าจะเลี้ยวซ้าย
(ก) ในกรณีที่ไม่ได้แบ่งช่องเดินรถไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทางเดินรถด้านซ้าย
(ข) ในกรณีที่มีการแบ่งช่องเดินรถไว้ และมีเครื่องหมายจราจรแสดงให้
เลี้ยวซ้ายได้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถในช่องเดินรถสำหรับรถที่จะเลี้ยวซ้าย ทั้งนี้ ก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อย
กว่าสามสิบเมตร
(๒) ถ้าจะเลี้ยวขวา
(ก) สำหรับทางเดินรถที่ไม่ได้แบ่งช่องเดินรถไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทาง
ด้านขวาของแนวกึ่งกลางของทางเดินรถก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
(ข) สำหรับทางเดินรถที่ได้แบ่งช่องเดินรถในทิศทางเดียวกันไว้ตั้งแต่สอง
ช่องขึ้นไป ให้ผู้ขับขี่ขับรถชิดทางด้านขวาสุดของทางเดินรถหรือในช่องที่มีเครื่องหมายจราจร
แสดงให้เลี้ยวขวาได้ ทั้งนี้ ก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร
(ค) ในกรณีที่มีช่องเดินรถประจำทางอยู่ทางเดินรถด้านขวาสุด ให้ผู้ขับขี่ขับ
รถชิดช่องเดินรถประจำทางก่อนถึงทางเลี้ยวไม่น้อยกว่าสามสิบเมตร และจะเลี้ยวรถผ่านเข้าไปใน
ช่องเดินรถประจำทางได้เฉพาะในบริเวณที่มีเครื่องหมายจราจรให้เลี้ยวรถผ่านได้เท่านั้น
(ง) สำหรับทางเดินรถที่มีเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่แสดง
สัญญาณจราจรด้วยมือและแขน ให้ผู้ขับขี่ขับรถเลี้ยวขวาผ่านไปได้โดยไม่ต้องอ้อมเจ้าพนักงาน
จราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่
(จ) เมื่อรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่สวนมาในทางเดินรถ
ทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้
(๓) ถ้าจะเลี้ยวอ้อมวงเวียนหรือเกาะที่สร้างไว้ ให้ผู้ขับขี่ขับรถอ้อมไปทางซ้าย
ของวงเวียนหรือเกาะนั้น
ในกรณีตาม (๑) และ (๒) ผู้ขับขี่ต้องใช้ความระมัดระวังและต้องหยุดให้ทางแก่
ผู้ที่กำลังข้ามทางและรถที่กำลังผ่านทางร่วมทางแยกจากทางด้านอื่นก่อน เว้นแต่ในกรณีที่มีรถ
เลี้ยวซ้ายและเลี้ยวขวาพร้อมกัน ให้รถเลี้ยวซ้ายให้ทางแก่รถเลี้ยวขวาก่อน
มาตรา ๕๒ ในทางเดินรถที่สวนกันได้ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่กลับรถหรือเลี้ยวรถ
ทางขวาในเมื่อมีรถอื่นสวนหรือตามมาในระยะน้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร เว้นแต่เมื่อเห็นว่าปลอดภัย
และไม่เป็นการกีดขวางการจราจรของรถอื่น
และถ้ามาถึงทางแยกมีข้อกำหนดดังนี้ครับ
มาตรา ๗๑ ภายใต้บังคับมาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๖ เมื่อผู้ขับขี่ขับรถมาถึงทาง
ร่วมทางแยก ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติดังนี้
(๑) ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยผู้ขับขี่ต้องให้รถในทางร่วมทางแยกนั้น
ผ่านไปก่อน
(๒) ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกันและไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่
ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน เว้นแต่ในทางร่วมทางแยกใดมีทางเดินรถทางเอก
ตัดผ่านทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถในทางเอกมีสิทธิขับผ่านไปก่อน
มาตรา ๗๒ ทางเดินรถทางเอกได้แก่ทางเดินรถดังต่อไปนี้
(๑) ทางเดินรถที่ได้ติดตั้งเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๒) ทางเดินรถที่มีป้ายหยุดหรือป้ายที่มีคำว่า “ให้ทาง” ติดตั้งไว้ หรือทางเดิน
รถที่มีคำว่าหยุดหรือเส้นหยุดซึ่งเป็นเส้นขาวทึบหรือเส้นให้ทางซึ่งเป็นเส้นขาวประบนผิวทาง ให้
ทางเดินรถที่ขวางข้างหน้าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๓) ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายจราจรตาม (๑) หรือไม่มีป้ายหรือเส้นหรือ
ข้อความบนผิวทางตาม (๒) ให้ทางเดินรถที่มีช่องเดินรถมากกว่าเป็นทางเดินรถทางเอก
(๔) ถนนที่ตัดหรือบรรจบกับตรอกหรือซอย ให้ทางเดินรถที่เป็นถนนเป็น
ทางเดินรถทางเอก
ทางเดินรถอื่นที่มิใช่ทางเดินรถทางเอกตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นทางเดินรถทางโท
ต่อมาพิจารณาข้อเท็จจริงกันว่า เรื่องราวเป็นอย่างไร
ตามคำบอกเล่าของคุณ kuppaboy นะครับ
เริ่มจากรถกระบะจอดตรงข้ามบ้านสีฟ้า (ก่อนถึงปากซอยประมาณ ๑๐ - ๒๐ เมตร)
คุณ kuppaboy ขี่มาฝั่งบ้านสีฟ้า ให้สัญญาณมือแล้ว ไม่เห็นรถด้านหน้า จึงเลี้ยวขวาเข้าซอย
รถจักรยานยนต์ขี่มาด้วยความเร็วแซงรถกระบะที่จอดอยู่แล้วชนท้ายรถจักรยานของคุณ kuppaboy
เมื่่อพิจารณาข้อเท็จจริง ตามคำบอกเล่าของคุณ kuppaboy กับกฎหมายที่กำหนดแล้ว
๑. คุณ kuppaboy ก่อนเลี้ยวให้สัญญาณมือ
๒. คุณ kuppaboy พิจารณาก่อนเลี้ยวแล้วไม่เห็นรถจักรยานยนต์ในฝั่งตรงข้ามในระยะ ๑๐๐ เมตร
๓. รถจักรยานยนต์ขับมาด้วยความเร็วและแซงรถกระบะที่จอดอยู่โดยไม่ชะลอความเร็ว
๔. รถจักรยานยนต์ชนท้ายรถจักรยานของคุณ kuppaboy ขณะที่กำลังจะเข้าซอย
ถ้าข้อเท็จจริงตามนี้ ก็บอกได้ว่า จักรยานยนต์ขับรถโดยประมาท โดยขับรถเร็ว และแซงรถโดยไม่ชะลอความเร็วทำให้ชนท้ายรถจักรยานที่กำลังจะพ้นเข้าไปในซอย
แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องทางตรงถูกเสมอ เพราะกฎหมายเขียนไว้ว่าถ้าจะเลี้ยวต้อง
๑. ให้สัญญาณตามมาตรา ๓๖
๒. ชิดกลาง ตามมาตรา ๕๑
๓. ให้ทางตรงผ่านก่อน ตามมาตรา ๕๑
๔. ให้อีกฝั่งอยู่ห่างเกิน ๑๐๐ เมตร ตามมาตรา ๕๒
ไม่มีกฎหมายตรงไหนเขียนนะครับ ว่าทางตรงขับรถยังไงก็ได้ ใครเลี้ยวมาขวางจะขับเสยก็ได้ ชนได้ไม่ผิด เจ็บตายไม่ต้องจ่ายค่าเสียหาย
เพียงแค่ถ้าทางตรงขับมาดี ๆ ตามปกติแล้ว มีรถเลี้ยวกระทันหันไม่ได้ให้สัญญาณ เลี้ยวตัดข้ามเลน หรือเลี้ยวกระทันหันภายใน ๑๐๐ เมตร แล้วทางตรงไปชน ก็ถือว่าฝ่ายเลี้ยวขับรถประมาท ผิดกฎหมายจราจร ค่าเสียหายในทางแพ่งที่ทางตรงจะต้องจ่าย (ถึงตัวเองจะเป็นคนชน) ก็ควรจะลดลงตามส่วน เพราะความเสียหายเกิดจากฝ่ายเลี้ยวเองเป็นคนกระทำด้วยส่วนหนึ่ง
หลักกฎหมายตรงนี้คือ "ทางเลี้ยวต้องระวังทางตรง" ไม่ใช่ "ทางตรงถูกเสมอ" ครับ
ถ้าฝ่ายทางเลี้ยวระวังแล้ว ทำตามที่กฎหมายบอกจนหมดแล้ว ฝ่ายทางตรงยังพุ่งมาชนได้ ฝ่ายทางตรงก็ผิดไ้ด้ครับ
ส่วนที่คุณ oumfc ให้ความเห็นว่า คุณ kuppaboy ควรจะเห็นรถจักรยานยนต์ก่อนจะปั่นข้ามนั้น (พูดง่าย ๆ คือจะบอกว่า คุณ kuppaboy ไปตัดหน้ารถจักรยานยนต์) ส่วนตัวผมไม่เห็นด้วยนะครับ
คือพิจารณาตามปกติวิญญูชนทั่วไปแล้ว ถ้าเราเห็นรถจักรยานยนต์เร่งมาเร็ว ๆ เราจักรยานช้า ๆ ใครจะกล้าไปตัดหน้าครับ ถนนก็โล่ง ๆ รอซักแปปให้จักรยานยนต์ผ่านก็เข้าซอยได้แล้ว ส้มตำก็ยังถือในมือ จะขับเร็วไปตัดหน้าได้หรือ ?
จุดที่เฟรมแตกก็อยู่ด้านหลัง คือเลี้ยวพ้นจนจะเข้าซอยแล้วจึงถูกชน พิจารณาจากความเร็วแล้ว จักรยานที่จับช้า ๆ เลี้ยวเข้าซอยจนเกือบพ้นแล้ว แสดงว่าออกตัวก่อนจักรยานยนต์ที่ขับมาอยู่หลายวินาทีอยู่ ซึ่งเป็นเวลาที่จักรยานยนต์ควรจะเห็นและชะลอความเร็ว หรือหักหลบได้ในความเร็วปกติทั่วไป
อีกอย่างหนึ่ง ถ้าจักรยนเห็นรถจักรยานยนต์ รถจักรยานยนต์ก็ควรจะเห็นจักรยานเช่นเดียวกัน ถ้าขับมาตามปกติก็สมควรที่จะชะลอความเร็วได้ทั้งสองฝ่าย ไม่น่าจะชนกันได้
ผมจึงเชื่อว่าในกรณีนี้ ทั้งสองฝ่ายไม่เห็นซึ่งกันและกันจริง ๆ อาจจะเนื่องจากมีรถกระบะจอดอยู่บังทัศนวิสัย หรือมีเหตุอื่น ๆ
และที่เกิดเหตุนี้พิจารณาตามมาตรา ๔ (๙) ผมเห็นว่าเป็นทางร่วมทางแยกนะครับ เพราะเป็นทางเดินรถสองสายรวมบรรจบกัน
ถ้าข้อเท็จจริงเป็นตามที่คุณ kuppaboy เล่ามาและมีพยานบุคคล และพยานหลักฐานยืนยัน ก็ต้องถือว่าคุณ kuppaboy ได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ไม่ได้ประมาท จักรยานยนต์ต่างหากที่เป็นฝ่ายประมาทก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ตาม พรบ.จราจรทางบก ก็ถือเป็นความผิดอาญา
ส่วนทางแพ่ง เรื่องการชดใช้ค่าเสียหาย จักรยานยนต์ประมาทเอง บาดเจ็บเอง ก็ต้องจ่ายค่ารักษาเอง และค่าเสียหายเอง ส่วนคุณ kuppaboy ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว ถูกชนจากความประมาทของคนขับรถจักรยานยนต์ ก็สามารถเรียกค่ารักษาพยาบาลและค่าเสียหายของรถจักรยานได้
ที่ถูกต้องควรจะเป็นเช่นนี้
แต่บ้านเรา คนส่วนใหญ่ไม่รู้กฎหมาย เราไม่ค่อยสนว่าใครถูกใครผิดเท่าไรหรอกครับ ใช้ความมีน้ำใจช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เห็นคนบาดเจ็บมากกว่า เราก็ช่วย ๆ กันไป ตามหลักมนุษยธรรม ถือเป็นน้ำใจช่วยเหลือกัน ไม่ต้องเสียเวลาขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่ต้องเสียค่าทนายความฟ้องร้องกัน จบ ๆ เรื่องกันไป เพราะถ้าจะฟ้องร้องกัน ก็เสียเวลาเสียค่าใช้จ่าย ยุ่งยาก
แต่ถ้าเป็นเมืองนอก คนขี่จักรยานเขาคงไม่จ่าย แถมจะเรียกทนายความมาฟ้องคนขี่รถจักรยานยนต์ให้ชดใช้ค่ารักษากับค่าจักรยานด้วยซ้ำ
ผมถูกคุณผิด คุณบาดเจ็บเรื่องของคุณ คุณมาชนผมคุณต้องจ่าย ถ้าคุณคิดว่าคุณถูกก็มาสู้คดีกัน บ้านเขาคิดกันอย่างนี้
เรื่องก็จบไปแล้ว ก็ถือว่าเป็นบทเรียนให้ระมัดระวังตัวเพิ่มขึ้นแล้วกันครับ บางทีเราขี่ดี ๆ ไม่ไปชนใคร เขาก็ยังมาชนเราได้ เป็นเรื่องปกติครับ นอกจากจะต้องระวังไม่ให้ชนคนอื่น ต้องระวังไม่ให้คนอื่นมาชนเราด้วย ถ้าระวังจนหมดแล้วยังโดนอีก ก็ถือว่าเราทำดีที่สุดแล้ว ก็ต้องว่ากันตามผิดตามถูกต่อไปครับ
ผ่านเรื่องร้าย ๆ มาแล้ว ก็คงมีเรื่องดี ๆ ตามมาแหละครับ ขอให้โชคดีนะครับ
- แสนแสบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 2124
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 13:03
- Tel: 0633269395
- Bike: Mach5, SL, Sub22, 950
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
เป็นผมคงยาว..แต่คงไม่ใช่กับเด็ก เพราะมันคงรู้ตัวว่ามันผิดอยู่แล้ว แต่ตำรวจที่ตัดสินเนี่ยต้องยาว ๆ
- แมวทอง
- ขาประจำ
- โพสต์: 8671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ก.พ. 2010, 08:47
- team: อันนี้ลิงค์เข้า facebook ครับ https://www.facebook.com/songkran.kook
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
เห็นด้วยกับคุณ Arrowforce ครับ
เพราะส้มตำยังอยู่ที่รถอยู่เลย
อย่าเครียส์เลยนะครับ
การไม่จองเวร คือหนทางแห่งความสงบ ยกเว้นมันจะกวนตีณ
เพราะส้มตำยังอยู่ที่รถอยู่เลย
อย่าเครียส์เลยนะครับ
- ไฟล์แนบ
-
- ตำปูปลาร้า.jpg (46.37 KiB) เข้าดูแล้ว 279 ครั้ง
แมวทองคือแมวน้ำแมวน้ำคือแมวทะเล
-
bikeman
- ขาประจำ
- โพสต์: 1674
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 17:43
- Bike: cannondale Super six Hi-MOD-1
- ตำแหน่ง: กทม.
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
นี่ขนาดเป็นตอนกลางวันนะครับ ตอนกลางคืนจะขนาดไหน
ยังดีที่เด็กแว๊นนั่น มีสติเหยียบเบรคทัน ไม่มาชนแบบเต็มๆ
และได้รับบทเรียนโดยการเจ็บตัวไปแล้ว
คงทำให้ระวังมากขึ้นในการบิดครั้งต่อๆไป
โชคดีที่ไม่เจ็บมาก ขอให้หายไวๆ ครับ
ยังดีที่เด็กแว๊นนั่น มีสติเหยียบเบรคทัน ไม่มาชนแบบเต็มๆ
และได้รับบทเรียนโดยการเจ็บตัวไปแล้ว
คงทำให้ระวังมากขึ้นในการบิดครั้งต่อๆไป
โชคดีที่ไม่เจ็บมาก ขอให้หายไวๆ ครับ
- biggestsmart
- ขาประจำ
- โพสต์: 372
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 12:02
- Tel: 0847144949
- Bike: เก่าของเขา ...ใหม่ของเรา
- ตำแหน่ง: มหาสารคาม
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
มาตราเอาไว้ใช้ในศาลครับ อยู่บนถนนแล้วแต่ดุลพินิจของเจ้าที่ บ้านเราไม่มีกล้องจับตามแยกครับ
ซวยไป ยิ่งถ้ารู้ว่าเขารู้จักกันยิ่งแค้น เจอบ่อยๆ
รถผมไม่มีพรบ มอไซนะครับ แต่ใส่หมวกสภาพพร้อม โดนปรับ กะอีกคัน ต่อหน้าเลย คุยกันแล้วไป สภาพรถกึ่งพังไฟเลี้ยวยังหลุด
หมวกก็ไม่ใส่ เจ็บใจมากๆครับ แต่ช่างมันต่อรองได้ที่ 50 ไม่มีบิล จบ
แต่ว่าเสือหมอบเอาไว้ใช้ซื้อของไม่คล่องครับแนะนำเอาเมาเทนดีกว่า เวลาเลี้ยวกับเร่งปลอดภัยกว่า
อยู่เมืองไทยไม่มีใครเซฟชีวิตเรา เราต้องดูเอง แต่ต่างประเทศ มอไซค์ หรือจักรยานมีสิทธิเท่าเทียมรถใหญ่แต่วิ่งช้าก็ต้องอยู่ริม
ใช้น้ำใจเป็นหลัก
สุดท้ายนี้ขอให้หายไวๆนะครับ
ซวยไป ยิ่งถ้ารู้ว่าเขารู้จักกันยิ่งแค้น เจอบ่อยๆ
รถผมไม่มีพรบ มอไซนะครับ แต่ใส่หมวกสภาพพร้อม โดนปรับ กะอีกคัน ต่อหน้าเลย คุยกันแล้วไป สภาพรถกึ่งพังไฟเลี้ยวยังหลุด
หมวกก็ไม่ใส่ เจ็บใจมากๆครับ แต่ช่างมันต่อรองได้ที่ 50 ไม่มีบิล จบ
แต่ว่าเสือหมอบเอาไว้ใช้ซื้อของไม่คล่องครับแนะนำเอาเมาเทนดีกว่า เวลาเลี้ยวกับเร่งปลอดภัยกว่า
อยู่เมืองไทยไม่มีใครเซฟชีวิตเรา เราต้องดูเอง แต่ต่างประเทศ มอไซค์ หรือจักรยานมีสิทธิเท่าเทียมรถใหญ่แต่วิ่งช้าก็ต้องอยู่ริม
ใช้น้ำใจเป็นหลัก
สุดท้ายนี้ขอให้หายไวๆนะครับ
อยู่แบบไม่เบียดเบียนใคร.......ขอให้มีความสุขทุกๆคนเทอญ
อยากได้ล้อหมอบ700c ขอบเตี้ย เบาๆอ่ะคับ ราคาก็เบาด้วยนะ
ขายsingle speed ราคาถูกๆครับ
อยากได้ล้อหมอบ700c ขอบเตี้ย เบาๆอ่ะคับ ราคาก็เบาด้วยนะ
ขายsingle speed ราคาถูกๆครับ
- oumfc
- ขาประจำ
- โพสต์: 6167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
- Tel: 0869571431
- team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
- Bike: SL3
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
ข้อเท็จจริง ได้จาก ภาพ มันไม่ครบ ครับ ต้องไป ดูที่เกิดเหตุเองจริงๆ ซอยที่จะเข้าไป มันเป็น ทางส่วนบุคคล เข้าหมู่บ้าน หรือ ซอย ที่ใช้ทั่วๆไป แต่จุดชน ร่องรอยที่ถนน
มันบอกครับว่า จากระยะความกว้างของถนน ความยาวจักรยาน ร่องรอยที่เสียหาย มันบอกว่า จักรยานตอนนั้น ขวางช่องทางที่สวนกันอยู่เต็มๆ คัน ไม่ใช่จะพ้นเข้าซอยอยู่แล้ว เหลือ แต่ล้อหลังนิดเดียว
เสี้ยววินาที ก่อนจะเกิดเหตุ คูกรณีเท่านั้น ที่จะรู้ ว่าทำไม เหตุเกิด หากใจยอมรับ
มันบอกครับว่า จากระยะความกว้างของถนน ความยาวจักรยาน ร่องรอยที่เสียหาย มันบอกว่า จักรยานตอนนั้น ขวางช่องทางที่สวนกันอยู่เต็มๆ คัน ไม่ใช่จะพ้นเข้าซอยอยู่แล้ว เหลือ แต่ล้อหลังนิดเดียว
เสี้ยววินาที ก่อนจะเกิดเหตุ คูกรณีเท่านั้น ที่จะรู้ ว่าทำไม เหตุเกิด หากใจยอมรับ
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
- oumfc
- ขาประจำ
- โพสต์: 6167
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 00:33
- Tel: 0869571431
- team: จักรดาว-เกาะยาวน้อย พังงา-ชมรมจักรยานสุราษฎร์ธานี
- Bike: SL3
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
(จ) เมื่อรถอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่สวนมาในทางเดินรถ
ทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้
ถ้าซอยไม่ใช่ถนนส่วนบุคคล ก็เป็นทางร่วมทางแยก ทีนี้ ผม เห็นว่า อย่างไร เจ้าของกระทู้ ก็ต้องเห็น รถจักรยานยนต์ ที่สวนมา
แต่เหตุใด เสี้ยววินาที ก่อนจะเกิดเหตุ ตัดสินใจ ปั่นตัดไป ที่บอกว่า ตอนแรก ไม่มี อยู่ๆ ก็ แซงรถกระบะที่จอดอยู่หน้าบ้านสีฟ้า มา การมองมันเห็นไปไกล
เกินกว่า บ้านหลังสีขาว สุดในภาพ ถ้ามองแล้ว ไม่มี จริงๆ รถจักรยานยนต์ คู่กรณีที่มาชน ต้องวิ่งด้วยความเร็วเท่าแสงแล้ว ละครับผม
ถ้าให้เดา ก็ต้อง เดาว่า เจ้าของกระทู้ ปั่น มา เอี้ยวตัวมองรถทางเดียวกันด้านหลัง ไม่มี หรือ มีแต่ไม่อันตราย พอจะเลี้ยวเข้าซอยนั้น ก็ไม่ได้หยุดกับที่ ตรงเลนตัวเอง ก่อนเข้าปากซอย นั้น เห็นจักรยานยนต์ คันนั้นแล้ว แต่คิดว่า ปั่นตัดทัน มากกว่า
หาก จอดหยุดอยู่กับที่ ก่อนปั่นตัด รถจักรยานยนต์ที่สวนมา ก็ต้องเห็น เป็นสิ่งกีดขวางทางของเขา แต่การปั่นอยู่ ไม่หยุดจอด เขาก็ไม่คิดว่า จะปั่นตัด น่าจะ
ปั่นตรงสวนกัน มากกว่า
ทางเดียวกันผ่านทางร่วมทางแยกไปก่อน เมื่อเห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงให้เลี้ยวขวาไปได้
ถ้าซอยไม่ใช่ถนนส่วนบุคคล ก็เป็นทางร่วมทางแยก ทีนี้ ผม เห็นว่า อย่างไร เจ้าของกระทู้ ก็ต้องเห็น รถจักรยานยนต์ ที่สวนมา
แต่เหตุใด เสี้ยววินาที ก่อนจะเกิดเหตุ ตัดสินใจ ปั่นตัดไป ที่บอกว่า ตอนแรก ไม่มี อยู่ๆ ก็ แซงรถกระบะที่จอดอยู่หน้าบ้านสีฟ้า มา การมองมันเห็นไปไกล
เกินกว่า บ้านหลังสีขาว สุดในภาพ ถ้ามองแล้ว ไม่มี จริงๆ รถจักรยานยนต์ คู่กรณีที่มาชน ต้องวิ่งด้วยความเร็วเท่าแสงแล้ว ละครับผม
ถ้าให้เดา ก็ต้อง เดาว่า เจ้าของกระทู้ ปั่น มา เอี้ยวตัวมองรถทางเดียวกันด้านหลัง ไม่มี หรือ มีแต่ไม่อันตราย พอจะเลี้ยวเข้าซอยนั้น ก็ไม่ได้หยุดกับที่ ตรงเลนตัวเอง ก่อนเข้าปากซอย นั้น เห็นจักรยานยนต์ คันนั้นแล้ว แต่คิดว่า ปั่นตัดทัน มากกว่า
หาก จอดหยุดอยู่กับที่ ก่อนปั่นตัด รถจักรยานยนต์ที่สวนมา ก็ต้องเห็น เป็นสิ่งกีดขวางทางของเขา แต่การปั่นอยู่ ไม่หยุดจอด เขาก็ไม่คิดว่า จะปั่นตัด น่าจะ
ปั่นตรงสวนกัน มากกว่า
โซน 1 90 108
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
โซน 2 108 126
โซน 3 126 144
โซน 4 144 162
โซน 5 162 180
- อ้วนค้าบ
- ขาประจำ
- โพสต์: 3670
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 10:22
- Tel: 086 715 3757
- Bike: น้องหนิมเก่าๆ
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
ขอให้ท่าน จขกท. หายไวๆ นะครับ
ส่วนเฟรม ถ้าซ่อมได้ ก็ซ่อมแล้วเอามาปั่นเล่นๆ ก็น่าจะดีอยู่นะ
ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยหวังอะไรกับตำรวจไทยครับ (ขออภัยท่านตำรวจที่ประพฤตืตัวดีด้วยนะครับ) หวังแค่อย่ามายุ่งกะตูก็พอ
- เคยโดนเรียกให้จอด ผมก็ถามว่าผมโดนข้อหาอะไร ท่านตำรวจตอบมาสั้นๆ "คันหน้ายังจ่ายเลย"แล้วก็ยื่นสมุดเล่มเล็กเข้ามาในรถแล้วบอกต่อว่า "ใส่มา 200" ..........
- ร้านขายยาพี่สาวโดนงัด ไปแจ้งความ ท่านตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า "ถ้าปิดคดีไม่ได้ มันจะไม่ดี"
ท่านให้เพียงแจ้งลงในบันทึกประจำวัน......
-ฯลฯ
ส่วนเฟรม ถ้าซ่อมได้ ก็ซ่อมแล้วเอามาปั่นเล่นๆ ก็น่าจะดีอยู่นะ
ส่วนตัวแล้ว ผมไม่ค่อยหวังอะไรกับตำรวจไทยครับ (ขออภัยท่านตำรวจที่ประพฤตืตัวดีด้วยนะครับ) หวังแค่อย่ามายุ่งกะตูก็พอ
- เคยโดนเรียกให้จอด ผมก็ถามว่าผมโดนข้อหาอะไร ท่านตำรวจตอบมาสั้นๆ "คันหน้ายังจ่ายเลย"แล้วก็ยื่นสมุดเล่มเล็กเข้ามาในรถแล้วบอกต่อว่า "ใส่มา 200" ..........
- ร้านขายยาพี่สาวโดนงัด ไปแจ้งความ ท่านตำรวจไม่รับแจ้ง บอกว่า "ถ้าปิดคดีไม่ได้ มันจะไม่ดี"
-ฯลฯ
- kuppaboy
- ขาประจำ
- โพสต์: 585
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ก.ย. 2010, 17:33
- team: No Team
- Bike: Mosso 756 ปอนๆ
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
จะถูก จะผิด ยังไง ก็ช่างมันเถอะ เรื่องมันจบไปแล้ว
แล้วอาการ เจ็บ ก็หายแล้ว เหลือแค่ พกช้ำ เท่านั้นเอง คนขี่มอเตอร์ไซค์ เจ็บกว่าผมเยอะ แผลถลอกทั้งตัว หมูแดง เลย อ่ะ
เรื่องล้มกระแทกแรงๆ ผมชินแล้ว ครับ เคยเล่น สเก็ตบอร์ด โดดลงจากบันได 9 ชั้น ล้มกระแทกไม่เป็นท่า ยังเจ็บกว่านี้เลย
แต่ที่ไม่จบ คือ จักรยานของผม จะเอาไงดี
ว่าจะซื้อ เฟรมใหม่ มาใส่ มองๆ ดู MOSSO Size 45 หกพันกลางๆ มาใส่แทน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 5&t=281985
หรือ Giant TCR Size S มือ 2 ราคา เจ็ดพันกลางๆ
แล้วอุปกรณ์ Merida 880 เนี่ย จะเอาไปใส่ได้เลย มั้ย ครับ
แล้วอาการ เจ็บ ก็หายแล้ว เหลือแค่ พกช้ำ เท่านั้นเอง คนขี่มอเตอร์ไซค์ เจ็บกว่าผมเยอะ แผลถลอกทั้งตัว หมูแดง เลย อ่ะ
เรื่องล้มกระแทกแรงๆ ผมชินแล้ว ครับ เคยเล่น สเก็ตบอร์ด โดดลงจากบันได 9 ชั้น ล้มกระแทกไม่เป็นท่า ยังเจ็บกว่านี้เลย
แต่ที่ไม่จบ คือ จักรยานของผม จะเอาไงดี
ว่าจะซื้อ เฟรมใหม่ มาใส่ มองๆ ดู MOSSO Size 45 หกพันกลางๆ มาใส่แทน
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 5&t=281985
หรือ Giant TCR Size S มือ 2 ราคา เจ็ดพันกลางๆ
แล้วอุปกรณ์ Merida 880 เนี่ย จะเอาไปใส่ได้เลย มั้ย ครับ
- sunny
- ขาประจำ
- โพสต์: 1954
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 08:31
- Tel: O-81-3O6-OO55
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพ เสือพหล
- Bike: เสือภูเขา พับ แม่บ้าน
- ตำแหน่ง: พหลโยธิน 64
- ติดต่อ:
Re: คราวเคราะห์ จริงๆ โดนมอเตอร์ชน กลางลำ เฟรมหัก แถมตำรวจว่าเราผิดอีก
ทำใจเถอะครับมันผ่านไปแล้ว อย่าไปเครียดกับมันเลย
เอาเวลามาคิดเรื่องดีๆ
ผมเคยขี่จักรยานแม่บ้านธรรมดาโดนมอเตอร์ไซชนตรงสามแยก
ผมมองแล้วคิดว่าจะพ้น แต่พี่แกขับเร็วมากๆ โดนชนเข้ากลางคัน
แต่มอเตอร์ไซเจ็บกว่าผมมาก ก็เลยไม่ได้เอาเรื่อง แถมแกก็โดน
ชาวบ้านรุมด่ากันเกรียว คนขับรถสวนไปยังขับกลับมาด่าเลย
ถนนเล็กๆ ขี่อะไรเร็วขนาดนั้น
เล่ามาเฉยๆครับ แต่อยากจะบอกว่าอย่าหวังอะไรกับท่านตำรวจนัก
ระวังตัวเราเองดีกว่า
เอาเวลามาคิดเรื่องดีๆ
ผมเคยขี่จักรยานแม่บ้านธรรมดาโดนมอเตอร์ไซชนตรงสามแยก
ผมมองแล้วคิดว่าจะพ้น แต่พี่แกขับเร็วมากๆ โดนชนเข้ากลางคัน
แต่มอเตอร์ไซเจ็บกว่าผมมาก ก็เลยไม่ได้เอาเรื่อง แถมแกก็โดน
ชาวบ้านรุมด่ากันเกรียว คนขับรถสวนไปยังขับกลับมาด่าเลย
ถนนเล็กๆ ขี่อะไรเร็วขนาดนั้น
เล่ามาเฉยๆครับ แต่อยากจะบอกว่าอย่าหวังอะไรกับท่านตำรวจนัก
ระวังตัวเราเองดีกว่า