13lackwin9 เขียน:มันคาใจครับ... พี่ๆ ช่วยผมหน่อยครับ....
มาตราที่ 71 72 73 74
:: พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตราที่ 71-74
:: ลักษณะ 6 การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกหรือวงเวียน
มาตรา 71 ภายใต้บังคับ มาตรา 21 และ มาตรา 26 เมื่อผู้ขับขี่ขับรถ มาถึงทางร่วมทางแยก ให้ผู้ขับขี่ปฏิบัติดังนี้
(1) ถ้ามีรถอื่นอยู่ในทางร่วมทางแยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถในทางร่วมทาง แยกนั้นผ่านไปก่อน
(2) ถ้ามาถึงทางร่วมทางแยกพร้อมกัน และไม่มีรถอยู่ในทางร่วมทาง แยก ผู้ขับขี่ต้องให้รถที่อยู่ทางด้านซ้ายของตนผ่านไปก่อน เว้นแต่ในทางร่วม ทางแยกใดมีทางเดินรถทางเอกตัดผ่านทางเดินรถทางโท ให้ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถ ในทางเอกมีสิทธิขับผ่านไปก่อน
(3) ถ้าสัญญาณจราจรไฟสีเขียวปรากฏข้างหน้า แต่ในทางร่วมทางแยก มีรถอื่นหยุดขวางอยู่จนไม่สามารถผ่านพ้นทางร่วมทางแยกไปได้ ผู้ขับขี่จะต้อง หยุดรถที่หลังเส้น ให้รถหยุดจนกว่าจะสามารถเคลื่อนรถผ่านพ้นทางร่วมทาง แยกไปได้
*หมายเหตุ มาตรานี้ได้มีการเพิ่มเติมเข้าไปโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ข้อความใหม่เข้าไปโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 ใน มาตรา 13 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 109 ตอนที่ 39 หน้า 47 วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2535
มาตรา 72 ทางเดินรถทางเอกได้แก่ทางเดินรถดังต่อไปนี้
(1) ทางเดินรถที่ได้ติดตั้งเครื่องหมายจราจร แสดงว่าเป็นทางเดินรถ ทางเอก
(2) ทางเดินรถที่มีป้ายหยุดหรือป้ายที่มีคำว่า "ให้ทาง" ติดตั้งไว้ หรือ ทางเดินรถที่มีคำว่าหยุดหรือเส้นหยุดซึ่งเป็นเส้นขาวทึบหรือเส้นให้ทางซึ่ง เป็นเส้นขาวประบนผิดทาง ให้ทางเดินรถที่ขวางข้างหน้าเป็นทางเดินรถ ทางเอก
(3) ในกรณีที่ไม่มีเครื่องหมายจราจรตาม (1) หรือไม่มีป้ายหรือเส้น หรือข้อความบนผิดทางตาม (2) ให้ทางเดินรถที่มีช่องเดินรถมากกว่า เป็นทางเดินรถทางเอก
(4) ถนนที่ตัดหรือบรรจบกับตรอกหรือซอย ให้ทางเดินรถที่เป็นถนน เป็นทางเดินรถทางเอก
ทางเดินรถอื่นที่มิใช่ทางเดินรถทางเอกตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นทางเดิน รถทางโท
*หมายเหตุ มาตรานี้ความเดิมได้ถูกยกเลิกไป และมีการเพิ่มเติมข้อความ ใหม่เข้าไปโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2535 ใน มาตรา 14 ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 109 ตอนที่ 39 หน้า 47 วันที่ 6 เมษายน พ.ศ.2535
มาตรา 73 ในกรณีที่วงเวียนใดได้ติดตั้งสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมาย จราจร ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรนั้น
ถ้าไม่มีสัญญาณจราจรหรือเครื่องหมายจราจรตามวรรคหนึ่ง เมื่อผู้ขับขี่ รถมาถึงวงเวียน ต้องให้สิทธิแก่ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถอยู่ในวงเวียนทางด้านขวาของ ตนขับผ่านไปก่อน
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่เห็นสมควรเพื่อความปลอดภัย หรือความ สะดวกในการจราจรจะให้สัญญาณจราจรเป็นอย่างอื่น นอกจากที่บัญญัติไว้ใน วรรคหนึ่งหรือวรรคสองก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตามสัญญาณจราจร ที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้
มาตรา 74 ผู้ขับขี่ซึ่งขับรถออกจากทางส่วนบุคคล หรือทางเดินรถใน บริเวณอาคาร เมื่อจะขับรถผ่านหรือเลี้ยวสู่ทางเดินรถที่ตัดผ่านต้องหยุดรถ เพื่อให้รถที่กำลังผ่านทางหรือรถที่กำลังแล่นอยู่ในทางเดินรถผ่านไปก่อน เมื่อ เห็นว่าปลอดภัยแล้วจึงขับรถต่อไปได้
จาก....
http://www.kodmhai.com/m4/m4-4/H9/m71-74.html
และ.....
มาตรา 43 ห้ามมิให้ผู้ขับขี่รถ
(1) ในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(2) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(3) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(4) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียว อันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคล หรือ ทรัพย์สิน
(5) ในลักษณะที่ผิดปกติวิสัยของการขับรถตามธรรมดา หรือไม่อาจ แลเห็นทางด้านหน้าหรือด้านหลัง ด้านใดด้านหนึ่งหรือทั้งสองด้านได้พอ แก่ความปลอดภัย
(6) คร่อมหรือทับเส้นหรือแนวแบ่งช่องเดินรถ เว้นแต่เมื่อเปลี่ยนช่อง เดินรถ เลี้ยวรถ หรือกลับรถ
(7) บนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร เว้นแต่รถลากเข็นสำหรับทารถ คนป่วยหรือคนพิการ
(8) โดยไม่คำนึ่งถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น
มาตรา 43ทวิ ห้ามมิให้ผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามกฎหมายว่า ด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ทั้งนี้ ตามที่อธิบดีกำหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา
ให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือ ผู้ตรวจการมีอำนาจจัดให้มีการตรวจสอบผู้ขับขี่รถบางประเภทตามที่อธิบดี กำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาว่าได้เสพยาเสพติดให้โทษหรือ เสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทตามวรรคหนึ่งหรือไม่ และหากผลการ ตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าผู้ขับขี่นั้นไม่ได้เสพก็ให้ผู้ขับขี่นั้นขับรถต่อไป ได้
ในกรณีที่ผู้ขับขี่ตามวรรคสองไม่ยอมให้ตรวจสอบให้เจ้าพนักงานจราจร พนักงานสอบสวน พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือผู้ตรวจการมีอำนาจกักตัวผู้นั้นไว้ เพื่อดำเนินการตรวจสอบได้ภายในระยะเวลาเท่าที่จำเป็นแห่งกรณีเพื่อให้การ ตรวจสอบเสร็จสิ้นไปโดยเร็วและเมื่อผู้นั้นยอมรับการตรวจสอบแล้วหากผล
การตรวจสอบในเบื้องต้นปรากฏว่าไม่ได้เสพก็ให้ปล่อยตัวไปทันที การตรวจสอบตาม มาตรา นี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง
*หมายเหตุ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉ.6) พ.ศ.2542
มาตรา 43ตรี ในกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43 (1) หรือ (2) ผู้ตรวจการมีอำนาจสั่งให้ผู้นั้นหยุดรถและสั่งให้มีการทดสอบ ตาม มาตรา 142 ด้วย
*หมายเหตุ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉ.6) พ.ศ.2542
มาตรา 43จัตวา ในกรณีที่ผู้ตรวจการพบว่าผู้ขับขี่ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 43 (1) หรือ (2) หรือ มาตรา 43ทวิ วรรคหนึ่ง ให้ผู้ตรวจการส่งตัวผู้นั้นพร้อม พยานหลักฐานในเบื้องต้นแก่พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจโดยเร็วแต่ต้องไม่ เกินหกชั่วโมง นับแต่เวลาที่พบการกระทำความผิดดังกล่าว เพื่อดำเนินคดี ต่อไป
*หมายเหตุ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉ.6) พ.ศ.2542
มาตรา 43เบญจ ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม มาตรา 43ทวิ และ มาตรา 43ตรี ให้ผู้ตรวจการแสดงบัตรประจำตัวของตนซึ่งออกตามกฎหมายว่า ด้วยการขนส่งทางบกหรือกฎหมายว่าด้วยรถยนตร์ต่อผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง
*หมายเหตุ แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉ.6) พ.ศ.2542
http://www.kodmhai.com/m4/m4-4/H9/m31-43-4.html
ตรงที่ผมเน้นไว้น่ะครับ
ถ้าเจ้าของกระทู้เลี้ยวรถเข้าไปก่อนจริงๆ ไม่น่าผิดนะครับ ตามมาตรา 43 แต่มีการเว้นไว้ในข้อ 6) ถึงแม้เราจะทำผิดในมาตรานี้
แต่ จขกท น่าจะโดนจาก มาตรา 71 ส่วนที่ผมเน้นไว้ละครับ... แต่ถ้ามีรถมอเตอร์ไซค์มาจริงๆ อย่างที่ว่า(และอยู่ห่างแต่เร่งจนมาชน) เราก็ไม่น่าผิดอีกถ้าเราเลี้ยวก่อน (พอสมควร)... แถมอีกฝ่ายน่าจะโดนข้อหาขับรถโดยประมาท กับทำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์เข้าไปอีก...
ป.ล. ผิดถูกประการใดขออภัยด้วยครับ