สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของการท่องเที่ยว คำว่า "โฮมสเตย์" ก็คงเป็นคำที่คุ้นเคยกันดีในฐานะของรูปแบบการท่องเที่ยวแบบหนึ่ง ซึ่งก็หมายความถึงการไปท่องเที่ยวแบบที่ได้ร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตของชุมชนที่เราไปพักด้วย
ในขณะนี้โฮมสเตย์ก็กำลังเป็นที่นิยม เพราะเจ้าของบ้านไม่ต้องลงทุนมากเหมือนการทำรีสอร์ทหรือโรงแรม เพียงแค่แบ่งพื้นที่ในบ้านให้นักท่องเที่ยวมาพัก อาหารก็เป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดาที่คนในบ้านกินกัน ฝ่ายนักท่องเที่ยวก็ยิ่งชอบใจ เพราะได้มาอยู่แบบที่ไม่เคยอยู่ ได้กินอาหารแบบที่ไม่เคยกิน แถมยังได้มาเห็นวิถีชีวิตอีกแบบที่ไม่คุ้นเคย ถือเป็นกำไรชีวิตอีกรูปแบบหนึ่ง ที่สำคัญก็คือโฮมสเตย์นั้นราคาไม่แพงแต่อย่างใด
ทำให้ตอนนี้การท่องเที่ยวรูปแบบโฮมสเตย์ก็ได้แพร่หลายไปในหลายๆ จังหวัด เป็นตัวเลือกของนักท่องเที่ยวได้ดี แต่ที่ผมแปลกใจก็คือ ในกรุงเทพฯ เองก็มีโฮมสเตย์กับเขาด้วยเหมือนกัน
เหตุที่ผมเกิดอาการแปลกใจก็เพราะว่า การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์นั้นก็คือการไปเรียนรู้วิถีชีวิต แต่ในกรุงเทพฯ นี้จะมีวิถีชีวิตแบบไหนให้เรียนรู้กัน เพราะทุกคนต่างก็เร่งรีบเหมือนๆ กันไปหมด ว่าแล้วก็ต้องไปดูด้วยตัวเองเสียหน่อยว่าโฮมสเตย์กรุงเทพฯ นี้จะเป็นแบบไหน
พอผมได้มาเห็นเองแล้วก็ถึงบางอ้อ เพราะโฮมสเตย์ในกรุงเทพฯ ที่มาเยือนนี้อยู่ในแถบชานเมืองของกรุงเทพฯ ชานเมืองขนาดที่ว่าเผลอๆ อาจคิดไปได้ว่าที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ นั่นก็คือโฮมสเตย์ในเขตหนองจอก ซึ่งเป็นเขตที่ยังมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน เลี้ยงสัตว์ จึงไม่แปลกเลยที่จะมีคนอยากมาสัมผัสบรรยากาศของต่างจังหวัดในกรุงเทพกันที่นี่
โฮมสเตย์ที่ผมจะพาไปเยือนนั้นอยู่ในเขตหนองจอก และเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร ชุมชนแผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา หรือหมู่บ้านลำไทร เขตหนองจอก ซึ่งเป็นชุมชนอิสลาม และภายในชุมชนก็มีการทำเกษตรกรรมที่หลากหลาย ทั้งการปลูกข้าว ทำสวนผลไม้ การเลี้ยงปลา เลี้ยงแพะ ฯลฯ
แต่ตัวบ้านโฮมสเตย์นั้นจริงๆ แล้วก็ไม่ใช่สาระสำคัญสักเท่าไร แต่ผมว่าบรรยากาศและกิจกรรมที่จะมีให้คนไปพักได้ร่วมทำมากกว่าที่เป็นสิ่งสำคัญและเป็นจุดขายของโฮมสเตย์แต่ละแห่ง
พูดถึงบรรยากาศกันก่อนดีกว่า สำหรับโฮมสเตย์ที่หนองจอกนี้ ผมรับรองได้เลยว่ามีบรรยากาศที่สวยงาม เงียบสงบ และเหมาะแก่การมาเปลี่ยนบรรยากาศเป็นอย่างยิ่ง ใครที่มาพักอาจจะเผลอคิดไปได้ว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ต่างจังหวัดสักแห่งหนึ่ง เนื่องจากมองไปทางไหนก็เห็นทุ่งนาเขียวขจี ต้นไม้ร่มครึ้ม มีลำคลองเล็กๆ ดูสะอาดไหลผ่านกลางชุมชน วัวควายก็ยังคงมีให้เห็นบ้างตามคอกในบ้านเรือนแต่ละหลัง การเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่นั้นก็มีให้เห็นเป็นปกติ
เนื่องจากบริเวณนี้ถือเป็นศูนย์บริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตร และพื้นที่กรณีศึกษาเศรษฐกิจพอเพียง จึงมักมีคณะดูงานเข้ามาศึกษาเกี่ยวกับเรื่องของการเกษตรอยู่เป็นประจำ และโฮมสเตย์นี้ก็เกิดมาเพื่อรองรับคณะดูงานเหล่านี้ ดังนั้นกิจกรรมต่างๆ ที่จะได้ร่วมทำในโฮมสเตย์นี้จึงจะออกเป็นแนวการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการมาเรียนรู้การดำเนินชีวิตการใช้เกษตรแบบผสมผสาน ที่ประสานกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เรียนรู้กิจกรรมการเกษตรที่เน้นการพึ่งตนเอง พึ่งพิงธรรมชาติ รวมไปถึงชมเครื่องมือเครื่องใช้ทางการเกษตรของชาวชุมชนตั้งแต่อดีต
แต่สำหรับนักท่องเที่ยวแบบที่ต้องการมาเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศ และมีความสนใจในเรื่องการเกษตรกรรมบ้าง ที่นี่เขาก็ยินดีต้อนรับเช่นกัน ไม่ต้องถึงกับมาดูงานแต่แค่ในวันหนึ่งๆ ตอนเช้าออกไปเดินเล่นกลางทุ่งนา หากไปในช่วงที่เขากำลังเก็บเกี่ยวก็อาจจะได้ลองเกี่ยวข้าวดูบ้าง แวะทักทายพูดคุยกับชาวบ้านในชุมชน ตอนบ่ายๆ ไปดูลูกแพะน่ารักสีขาวสะอาด ชิมนมแพะรสชาติดี ส่วนตอนค่ำกลับมาพักผ่อนที่โฮมสเตย์แค่นี้ก็มีความสุขมากแล้ว
โฮมสเตย์ในกรุงเทพฯ แห่งนี้จึงน่าจะเป็นตัวเลือกของคนที่เบื่อแสงสีในเมือง แต่อยากออกมารับอากาศบริสุทธิ์โดยที่ไม่ต้องก้าวขาออกจากกรุงเทพฯ เลยสักก้าวเดียว

ขอขอบคุณบทความและภาพบางส่วน ด้วยนะครับ
แผนที่เขตหนองจอก
http://www.bma-cpd.go.th/db/doc/khetmap_A3/nongchok.pdf
