ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

รายงาน/รูป "สรุปทริป" จากที่ได้ปั่นมา
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ก่อนจะพาไปเที่ยวกันต่อ

ต้องขอพักยก... งานเข้าอีกแล้วครับ.

:D :D :D
คุณปู
สมาชิก
สมาชิก
โพสต์: 87
ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 07:05
Tel: 027500925
team: OV Spirit
Bike: GT I-DRIVE XCR-3000

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย คุณปู »

จากวังเวียงมาโพนโฮม ประมาณ 86 กม.
จากโพนโฮมไปบ้านท่าลาดประมาณ 15 กม. (ถ้าถึงเขื่อน 20 กม.)

ที่ท่าลาดจะมีที่พักเยอะครับ น่าจะมาพักที่นี่ ระยะทางจากวังเวียง ประมาณ 100 กม. ไม่มีเนินเขาสูงครับ เป็นทางราบ

...

จากเขื่อนน้ำงึมมาเวียงจันทน์ผมใช้เส้นทางหมายเลข 10 ครับ ระยะทางประมาณ 100 กม. ทางช่วงต้นๆ มีเนินเขาครับ
ยิ่งใกล้เวียงจันทน์จะเป็นที่ราบ...

...

ลองกลับไปอ่านรายละเอียดในทริปการเดินทางของผมดูนะครับ
จะพอเห็นภาพทั้งหมดครับ.

:D :D :D[/quote]


ขอบคุณครับ.....
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ออกจากวัดสีสะเกด... ผมปั่นจักรยานมุ่งสู่วัดสีเมืองเป็นลำดับถัดไป...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ที่วัดสีเมืองจะมีรูปปั้นเกี่ยวกับตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์มากมาย...

ที่นี้จะมีพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ให้นมัสการ...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ที่ด้านหลังพระแก้วมรกต เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของเมืองเวียงจันทน์...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ออกมาเก็บภาพรอบๆสิมด้านนอก...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ออกจากวัดสีเมือง ปั่นผ่าน อนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตสว่างวงศ์ ที่สวนสาธารณะข้างวัดติดกัน ซึ่งมีอีกที่ที่หอคำ หลวงพระบาง

ผมปั่นเลยมากินเส้นเปียกที่ร้านริมถนน...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

สิบโมงเศษ อิ่มจากอาหารมื้อเช้าแล้ว
ผมปั่นไปสถานที่ไฮไลท์อีกที่ของนครเวียงจันทน์ นั้นคือ พระธาตุหลวง...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

พระ ธาตุหลวง หรือ พระเจดีย์โลกะจุฬามณี นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระ ธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่าง แยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็น ภาพประธานในดวงตรา

ตามตำนานอุรังคนิทานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุหลวงสร้างขึ้นคราวเดียวกับการสร้างเมืองนครเวียงจันทน์ หลังจากก่อสร้างพระธาตุพนมแล้ว ผู้สร้างคือ บุรีจันอ้วยล้วย หรือ พระเจ้าจันทบุรีประสิทธิศักดิ์ เจ้าเหนือหัวผู้ครองนครเวียงจันทน์พระองค์แรก พร้อมกับพระอรหันต์ 5 องค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนหัวเหน่า 27 พระองค์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองราชคฤห์ ประเทศอินเดีย โดยก่อเป็นอุโมงค์หินคร่อมไว้ อุโมงค์นั้นกว้างด้านละ 5 วา ผนังหนา 2 วา และสูงได้ 4 วา 3 ศอก เมื่อได้ทำการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุแล้ว พระเจ้าจันทบุรี จึงได้มีพระราชดำรัสให้เสนาอำมาตย์สร้างวิหารขึ้นในเมืองจันทบุรีหรือนคร เวียงจันทน์ 5 หลัง เพื่อให้เป็นที่อยู่จำพรรษาของ พระอรหันต์ทั้ง 5 องค์นั้นด้วย ตามตำนานดังกล่าวระบุศักราชการสร้างว่าอยู่ในช่วง พ.ศ. 238

ในระยะต่อมาแม้ว่าชื่อของเวียงจันทน์จะไม่ได้ปรากฏในหนังสือประวัติ ศาสตร์ใดเลย แต่อย่างไรก็ดี นครเวียงจันทน์ก็ยังคงเป็นเมืองสำคัญอยู่ตลอดมา ดังปรากฎการอ้างถึงชื่อเมืองเวียงจันทน์ในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง และในพงศาวดาวลาวฉบับต่างๆ ก็ระบุด้วยว่านับตั้งแต่พระเจ้าฟ้างุ้มเสวยราชสมบัติที่เมืองหลวงพระบางแล้ว ก็ได้มีการส่งเชื้อพระวงศ์และขุนนางสำคัญมาปกครองเมืองนี้โดยตลอด จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2109 หลังจาก พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช วีรกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรล้านช้าง ได้ทรงย้ายราชธานีเมืองเชียงทองหลวงพระบาง ลงมายังนครเวียงจันทน์ได้ 6 ปีแล้ว พระองค์จึงได้มีพระบรมราชโองการให้สร้างองค์พระธาตุหลวงขึ้นมาใหม่ ในเขตพระราชอุทยานทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเวียงจันทน์ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เก่าที่มีมาแต่โบราณกาล เมื่อสร้างพระธาตุหลวงเสร็จแล้ว จึงทรงขนานนามพระธาตุนี้ว่า “พระธาตุเจดีย์โลกจุฬามณี” หรือ “พระธาตุใหญ่” (แต่คนส่วนมากมักเรียกว่า “พระธาตุหลวง”) และมีพระราชโองการให้อุทิศข้าพระธาตุจำนวน 35 ครอบครัว อยู่เฝ้ารักษาพระธาตุนี้ พร้อมทั้งที่ดินสำหรับให้ครอบครัวของข้าพระธาตุทำกิน

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ในบางที่ได้กล่าวถึงพระธาตุหลวงไว้ดังนี้...

• พระธาตุหลวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประตูชัย พระธาตุหลวงแห่งนี้ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญญาลักษณ์ประจำชาติและยังแทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของประเทศลาวอีกด้วย พระธาตุนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 พระธาตุองค์นี้มีรูปทรงที่ไม่เหมือนกับองค์อื่นๆ เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมในพระพุทธศาสนากับสถาปัตยกรรมของอาณาจักร
• ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุองค์นี้ได้สร้างในสมัยพุทธศักราชที่ 236 โดยมีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูปเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาด้ำกราบทูลพระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์ เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเพื่อให้ชาวลาวได้กราบไหว้ กล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง 10 เมตร หนา 4 เมตร และสูง 9 เมตร เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม ซึ่งต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ตามดำริของพระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสาร จากนั้นทรงมีพระบัญชา ให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมโดยเริ่มก่อสร้างในปี พ.ศ.2109 และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้งสี่ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองแห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือและวัดพระธาตุหลวงใต้

• ในปัจจุบัน พระธาตุหลวงมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ เพราะมีการสร้างระเบียงสูงใหญ่ขึ้นโอบล้อมรอบองค์พระธาตุไว้ พร้อมกับทำช่องหน้าต่างเล็กๆเอาไว้โดยตลอด สำหรับประตูทางเข้านั้นเป็นประตูไม้บานใหญ่ ลงรักสีแดงไว้ทั้งหมด นอกจากนี้รอบๆองค์พระธาตุใหญ่ยังมีเจดีย์บริวารล้อมรอบอยู่โดยรอบอีหลายองค์ เมื่อเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะเห็นสัญลักษณ์หนึ่งแสดงถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนาแห่งนี้ปรากฏอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปแกะสลักพญานาค พระพุทธรูปปิดทองลายกลีบบัวประดับอยู่บนฐานปักษ์ และถัดจากประตูทางเข้าใหญ่ประมาณ 100 เมตรจะแลเห็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่บนฐานสูง พระหัตถ์ทรงถือพระแสงดาบวางพาดไว้บนพระเพลา เล่ากันว่า พระแสงดาบเล่มนี้ทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวงซึ่งได้ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวลาวทุกคน

ชมภาพความงามของพระธาตุหลวง และวัดพระธาตุหลวงเหนือที่อยู่ติดกันทางด้านเหนือกันครับ...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

มาชมความงาม รอบพระธาตุหลวง แบบเต็มๆกันครับ...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ชมความงามของพระธาตุหลวงพอควรแล้ว

ผมปั่นมาที่วัดพระธาตุหลวงใต้ที่อยู่ติดกันมาทางด้านใต้
ที่นี้มีพระนอนองค์ใหญ่เพิ่งสร้างเสร็จ

แต่ตัวอาคารกำลังเริ่มจะก่อสร้าง...


รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ออกจากวัดพระธาตุหลวงใต้ ปั่นย้อนกลับทางเดิม
เพื่อไปชมที่เที่ยวที่ต่อไป...

รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ รูปภาพ
รูปประจำตัวสมาชิก
Katingthon
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 2630
ลงทะเบียนเมื่อ: 23 พ.ย. 2009, 23:27
team: เสือสายสี่...
Bike: แอลเอ merida.

Re: ปั่นทะลุหมอก เย้าหยอกเปลวแดด...สะบายดีหลวงพระบาง-เวียงจันทน์

โพสต์ โดย Katingthon »

ขอพักยกอีกครั้งครับ

ไว้มาต่อกัน...

:D :D :D
ตอบกลับ

กลับไปยัง “สรุปทริป / รายงานการปั่น”