โพสต์
โดย เสือสองแคว »
มีบทความจากคุณโอเล่ที่เล่าประสบการณ์การฝึกซ้อมและการแข่งขันมาฝากให้อ่านกันครับ เห็นว่ามีประโยชน์ และเพื่อเป็นการสร้างแรงจูงใจในการฝึกซ้อมและแข่งขัน ถ้าจะให้ดีพวกเราลองเล่าประสบการณ์ในการฝึกซ้อมหรือแข่งขันมาแบ่งปันกันบ้างก็น่าจะดีนะ ว่าแต่ละคนกว่าจะฝึกซ้อมและก้าวเข้าสู่สนามแข่งขันผมเชื่อว่าต้องผ่านอะไรต่ออะไรมามากมาย สวัสดีค่ะ ดีใจค่ะที่การเขียนถึงประสบการ์ณการขี่จักรยานของตัวเองมีประโยชน์กับเพื่อนๆ อย่างน้อยๆก็ยังดีกว่าให้ประสบการ์ณทั้งหมดที่มีจบไปพร้อมกับการเลิกขี่จักรยานของตัวเอง มีน้องคนหนึ่งถามโอเล่ว่า "พี่ๆทำอย่างไรถึงจะขี่เก่ง จะแรงทำอย่างไรผมถึงจะชนะเพื่อนผมได้" มันทำให้นึกถึงตอนที่โอเล่เก็บตัวทีมชาติ มีนักกีฬาผู้หญิงก็หลายคน หลายรุ่นที่เปลี่ยนหน้าเข้ามา แต่ถามว่าทำไมโอเล่ถึงเป็นที่1อยู่คนเดียว ทำไมคนอื่นไม่เป็นที่1เหมือนกัน ทั้งๆที่ก็โค้ชคนเดียวกัน ซ้อมเหมือนกัน กินเหมือนกัน นอนเหมือนกัน รู้ทุกอย่างที่โค้ชบอก
ที่โอเล่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะชอบมีคนขอตารางการซ้อมบ่อยๆเพราะคิดว่าการมีตารางซ้อมทีมชาติจะทำให้เขาเก่งกว่าใครๆได้ ชนะคู่แข่งได้ ถ้าการมีคอร์ทซ้อมที่ดีอยู่ในมือจริงๆแล้วทำไมนักกีฬาถึงเก่งไม่เท่ากัน นั่นเป็นเพราะว่า เรามัวคิดแต่อยากชนะคนอื่น จนลืมที่จะชนะตัวเอง ซึ่งเป็นอะไรที่ยากกว่าการเอาชนะผู้อื่นเสียอีกและเป็นสิ่งที่โอเล่พยายามสอนน้องๆที่เคยมาซ้อมด้วยเสมอๆแต่ว่าเราไม่สามารถสั่งให้เขาทำได้นอกจากเขาจะทำด้วยตัวของเขาเอง การเอาชนะใจตัวเองเป็นอุปสรรคที่ยากที่สุดของการเป็นแชมป์ก็ว่าได้ เพราะโค้ชบอกให้เราซ้อมตามตารางการฝึกได้เท่านั้นแต่ตัวเราเองต้องเป็นคนทำ เช่นวันนี้โค้ชให้ทำอินเทอร์วอล 200 เมตร 5 เซ็ท นักกีฬาทุกคนต้องทำให้อัตราการเต้นของหัวใจขึ้นให้สูงตามอัตราการเต้นของหัวใจของตัวเอง ซึ่งส่วนมากชอบอู้ ไม่ว่าจะขี้เกียจ ถนอมแรงเอาไว้เพื่อปั่นให้ครบ5เซ็ท หรือพอลับตาโค้ชก็ขี่จี้อีกคัน หรือแกล้งเจ็บบ้าง ตระคริวกินบ้าง บางคนยังไม่ทันครบ200เมตรก็ยกแล้ว เมื่อเราติดนิสัยแบบนี้ตอนซ้อมตอนแข่งมันก็จะติดตัวเราไปด้วย นักกีฬาหลายคนถอดใจ ไม่ว่าจะสตาร์ทแล้วตัวเองไม่อยู่ในกลุ่มนำ บางครั้งล้มแล้วอันดับเสียก็เลิกไล่ หรือออกจากการแข่งทั้งๆที่รถก็ยังขี่ได้ และไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย บางครั้งก็ขี่ไม่ครบรอบเพราะเห็นว่าไม่มีอันดับแล้ว
แต่โอเล่ไม่เป็น ตรงนี้เองที่ทำให้โอเล่เป็นแชมป์ตลอดมา ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และมีวินัย เช่นถ้าโค้ชสั่งให้ขี่3ชั่วโมง ถ้าเหลืออีก5เมตรไม่ครบ3ชั่วโมงโอเล่ก็จะไม่เบาก่อนเป็นอันขาดจะขี่จนเหยียบเส้นหรือจนครบ3ชั่วโมงเป๊ะๆเท่านั้น ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ถ้าเราจะอู้ซ้อม แต่เราจะรู้อยู่ในใจมันจะรู้สึกผิดไม่มีวันลืม ไม่ภูมิใจ จึงไม่เคยคิดจะทำเลยไม่ว่าจะเป็นการซ้อมหรือการแข่งขัน
มีอยู่ครั้งนึงที่เป็นการฝึกซ้อม โค้ชให้โอเล่ขี่จี้กลุ่มผู้ชายกลับแค้มป์ แต่ให้ผู้หญิงคนอื่นขึ้นรถพักได้เป็นการซ้อมทางเรียบสายหน้าเขาเขียว ยังจำได้ว่าปั่นจนสุดแรงแล้วก็ยังจี้ไม่ค่อยจะอยู่จะหลุดๆอยู่ตลอดเวลา ต้องคอยลุกยืนเร่งเข้าหากลุ่มหลายต่อหลายครั้ง ความรู้สึกตอนนั้นคือเราไม่ไหวแล้วอยากปล่อย ขาก็ปวดมากๆ แต่สิ่งที่ทำให้เราขี่ต่อไปได้คือเราเอาชนะใจตัวเองได้ " โอเล่ได้ถามตัวเองว่า ขี่ไม่ไหวแล้วจริงๆหรือก็เห็นยังขี่ได้อยู่ ยังไม่หลุดเลยถ้าขี่ไม่ได้แล้วจริงๆก็ไปอย่าง"แต่ขณะนั้นขาก็ปวดมากๆ ก็เลยคิดว่าช่างมัน ขามันอยากปวดก็ให้มันปวดไปใจเราไม่ปวดด้วยก็สามารถทำให้ขี่จนจบจนได้
อีกครั้งก็เป็นการแข่งเอเชี่ยนเกมส์ซึ่งครั้งนี้ก็เป็นความภูมิใจอย่างที่สุด
หลังจากที่กรรมการปล่อยตัวออกไปแล้วนักกีฬาทุกคนก็ใส่กันเต็มที่ไม่มีใครยอมใคร ตอนนั้นโอเล่กำลังขี่ขึ้นเขาด้านหลังอยู่กับทีมชาติฮ่องกง ญี่ปุ่นกับจีนนำไปข้างหน้าแล้ว เหลือโอเล่กับฮ่องกงที่ยังไม่มีใครยอมใครแย่งอันดับ3กันอยู่ ความรู้สึกตอนนั้นเหนื่อยมากๆถึงมากที่สุดอยากผ่อนขาจอดรถให้หายเหนื่อยเหลือเกิน และเราก็รู้สึกเหมือนว่าจะเป็นลมคือภาพที่มองออกไปเดี๋ยวมืดเดี๋ยวสว่าง หันไปมองข้างๆเห็นฮ่องกงขี่ตีคู่เราอยู่ เขาก็กำลังเต็มทีเหมือนกัน วินาทีนั้นตัดสินใจกัดฟันเร่งรอบขาให้เร็วขึ้นนับ12345678910พอล้อหน้าพ้นเขาเท่านั้นทีมชาติฮ่องกงยอมเราเลย
ทุกวันนี้ยังคิดอยู่เลยว่าถ้าวันนั้นเขาไม่ยอม เราจะเป็นฝ่ายยอมเองไหมน๊ะ
ปล.(ความลับที่ไม่เคยเปิดเผย) วันที่แข่งเอเชี่ยนเกมส์ รู้สึกจะเป็นรอบที่2ถ้าจำไม่ผิดตอนนั้นโอเล่อยู่อันดับ3ได้มีเจ้าหน้าที่สนามท่านนึงที่ใช้มอเตอร์ไซค์วิบากดูแลความเรียบร้อยด้านหลังเขา ได้ขี่เข้ามาหาโอเล่แล้วบอกว่าน้องๆพี่ช่วยแล้วก็เอาขามายันที่จักรยานของเราให้ไปได้เร็วขึ้น แต่โอเล่บอกว่า"ไม่ต้องๆ"ตอนนั้นเล็ก สุรจิตร์ก็อยู่ด้วยเห็นก็วิ่งเข้ามาบอกว่าอย่าๆพี่
ซึ่งเขาก็เอาขาออกแล้วก็ไป
ตอนหลังโอเล่ได้ยินมาว่าเขาไปคุยกับเพื่อนๆว่าเขาคิดจะช่วยเราด้วยความหวังดี แต่เราบอกว่าไม่ต้องช่วย เขาก็ยังภูมิใจในตัวเราที่ไม่คิดโกง ซึ่งโอเล่ก็ภูมิใจในตัวเองเช่นกัน