โพสต์
โดย เสือ Spectrum »
ถ้าเอาจักรยาน 2 คันมาเทียบจะเห็นภาพชัดหน่อยครับ
จุดที่ตัวเราสัมผัสกับอุปกรณ์บนจักรยานจริงๆ ก็มีแค่ 3 ตำแหน่งเองคือ (ปลาย)แฮนด์ เบาะ และบันใด เท่านั้น ดังนั้นถ้าเราสามารถปรับระยะจากเบาะถึงแฮนด์ กับระยะจากเบาะถึงบันใดในจักรยาน 2 คัน(หรือหลายคัน)ให้เหมือนกันแบบ "ไม่เพีี้้ยน" ได้ ความรู้สึกในการปั่นฯ ก็ไม่แตกต่างกันครับ
ที่เรามักหลงประเด็นก็คือเรื่องระดับความสูงชองเบาะและแฮนด์ครับ การตั้งต้นควรจะเริ่มจากตำแหน่งเบาะและแฮนด์สูงเสมอกันเสียก่อน หลังจากนั้นถึงจะปรับแต่งตามความชอบทีหลังครับ
สิ่งที่ต่างกันในจักรยาน 2 คัน อย่างจักรยานพับกับเสือภูเขาและเราแทบไม่สามารถปรับแต่งได้ก็คือคุณสมบัติพื้นฐานของจักรยานแต่ละคัน
จักรยานพับส่วนใหญ่มักไม่มีเสต็มทำให้น้ำหนักบรรทุกตกลงบนล้อหน้ามากกว่าเสือภูเขา ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพรถพับก็เหมือนรถตู้หรือสี่ล้อเล็กที่หน้ารถสั้นการบังคับเลี้ยว เปลี่ยนทิศทางจะว่องไว แต่ก็เกิดอุบัติเหตุพลาดได้ง่าย
ขณะที่เสือหมอบและเสือภูเขาแม้จะมีเสต็มแต่น้ำหนักเฉลี่ยตกกลางรถเปรียบได้กับรถเก๋งที่เอาเครื่องยนต์ไว้หน้ารถ น้ำหนักรวมตกกลางรถ ทำให้การบังคับเลี้ยวมั่นคงกว่า
ในจักรยานแต่ละคันหากสังเกตุให้ดึ CG ก็เป็นเรื่องที่ปรับแต่งและเปลี่ยนได้ยาก เสือภูเขามักมีธรรมชาติ หน้าเชิด ตำแหน่งกระโหลกอยู่สูงทำให้ระยะห่างระหว่างบันใดถึงพื้นค่อนข้างมาก เหมาะสำหรับการปั่นฯ บนพื้นที่ขรุขระมีก้อนหิน คันดิน
ในขณะที่เสือหมอบบางคัน เข้าโค้งบันใดแทบจะครูดกับพื้นถนนเนื่องจากตำแหน่งกระโหลกอยู่ต่ำ CG ต่ำส่งให้ทำความเร็วบนทางเรียบได้ดี
จักรยานพับก็มีลักษณะแบบเดียวกันครับ บางคันบันใดอยู่สูงจากพื้นมาก รถแบบนี้เอาไปแต่งเท่าไรก็ไม่สามารถทำความเร็วได้ดีหรือหากทำความเร็วได้การทรงตัวก็ไม่เสถียร ยากกับการบังคับและขับขี่ครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"