ก็อย่างที่บอกคุณจุก หลักสี่คร่าวๆล่ะครับ ... ผมปั่นเข้าทางด่านห้วยโกร๋น ข้ามด่านตั้งแต่วันที่ 3 ธค. 53 ปั่นวันแรกพอเข้าด่านน้ำเงินของลาวก็ปั่นมาพักที่เมืองปากแบง (ที่ถูกต้องคือเมืองปากแบง ไม่ใช่ปากเบงหรือปากแบ่งที่เราเข้าใจผิดกัน) ก็ร่วมมากับทริปกลุ่มสวนหลวง
วันที่ 4 ธค. ก็ลงเรือล่องโขง 8 ชั่วโมง ระยะทาง 170 กม. ทางน้ำ ดื่มด่ำกับทัศนียภาพสองฝั่งโขง เย็นขึ้นฝั่งโขงที่หลวงพระบาง
วันที่ 5 ธค. อยู่เที่ยววัดวาอาราม บ้านเมืองของหลวงพระบางมรดกโลกที่งดงาม
วันที่ 6 ธค. กลุ่มสวนหลวงทั้งหมดรวมถึงพี่จุก สวนรถไฟ เริ่มปั่นออกจากหลวงพระบาง
ส่วนผมขออยู่เที่ยวหลวงพระบางต่ออีกวัน โดยมีเสือโอ บางมด ขออยู่เที่ยวด้วยปั่นด้วย เลยถือโอกาสปั่นไปเที่ยวน้ำตกกวางสีที่เลืองลือเรื่องความงามและความใสของน้ำตก ไม่ผิดหวังครับ งามจริงๆ...
วันที่ 7 ธค. ออกเดินทางจากลวงพระบาง มีเสือโอเป็นเพื่อนร่วมทาง เป้าหมายคือปั่นสองวันให้ไปทันกลุ่มที่วังเวียง ที่ล่วงหน้าไปก่อนหน้าหนึ่งวัน นั้นคือกลุ่มใหญ่จะปั่นเฉลี่ย 80 กม.ต่อวัน ส่วนผมต้องปั่นประมาณ 120 กม.ต่อวัน
ปั่นมันส์สุดๆ ขึ้นเขาล้วนๆ มาพักที่ภูคูณ สิริระยะทางที่ทำได้วันนี้ 130 กม.
วันที่ 8 ธค. ปั่นออกจากภูคูณ ผ่านบ้านน้ำอุ่น ผ่านเมืองกาสี ผ่านหินตั้ง เข้าสู่เมืองวังเวียง ประมาณ 100 กม.
วันที่ 9 ธค. กลุ่มทั้งหมดรวมทั้งเสือโอ ปั่นล่วงหน้าไปก่อนตั้งแต่ตีห้า ส่วนผมขออยู่เที่ยววังเวียงต่อหนึ่งวัน
เที่ยวจนเลยบ่าย ประมาณบ่ายโมงครึ่ง ปั่นเดี่ยวมาพักที่เมืองหินเหิบ
วันที่ 10 ธค. ปั่นจากหินเหิบผ่านโพนโฮม แวะไปชมเขื่อนน้ำงึม ปั่นเข้ามหานครเวียงจันทน์
วันที่ 11 ธค. เที่ยวเวียงจันทน์หนึ่งวัน เย็นปั่นข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ขึ้นรถทัวร์ที่หนองคายกลับกรุงเทพ (กลุ่มทั้งหมดเขากลับรถไฟกัน)
เลยถือโอกาสบอกข้อมูลคร่าวๆ เพิ่มเติมให้คุณจุก หลักสี่ฟัง ท่านผู้ติดตามชมก็รับทราบไปพร้อมกันก็แล้วกันครับ.
ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ก็พยามจะเล่าให้ฟังพร้อมกับภาพบรรยากาศสองข้างทางที่ได้พบเห็น เผื่อใครอยากปั่นตามเส้นทางนี้จะได้มีข้อมูล ส่วนใครไม่มีเวลาไปปั่นก็อ่านเอาเพลินๆ
ใครอ่านเบื่อๆ ก็ลุกไปชงชา กาแฟ กินแกล้มรูปภาพที่หลากหลายก็เชิญตามสบาย ใครไม่มีเวลา ก็ปิด ว่างค่อยเข้ามาอ่าน
ส่วนผมก็เขียนไปเรื่อยๆ ตามแต่เวลาจะอำนวยอ่ะครับ.
