ความเชื่อผิดๆ 2 อย่างเกี่ยวกับเฟรมจักรยาน
๐อลูฯทนกว่าคาร์บอน คาร์บอนเปราะ แตกหักเสียหายง่าย พังแล้วพังเลย
ความจริง ทั้งอลูฯและคาร์บอนมีอายุการใช้งานเหมือนกัน เนื่องจากแรงกระทำทั้งจากคนปั่นและแรงกระแทกจะสะสมอยู่ในเนื้อวัสดุ กรณีอลูฯจะเกิดเป็นรอยฉีกร้าวที่ข้อต่อและจุดต่างๆ ยิ่งเฟรมเน้นเบาเท่าใหร่ ยิ่งสุ่มเสี่ยงหากได้รับการออกแบบมาไม่ถึงพอ สำหรับคาร์บอนจะออกมาเป็นการกระเทาะของเนื้อคาร์บอนจนถึงการเกิดรอยร้าวภายใน
๐คาร์บอนซ่อมแซมยาก ดูแลรักษายาก อลูมิเนียมซ่อมได้ง่ายและดูแลง่ายกว่าเพราะเป็นโลหะ
ความจริง คาร์บอนสามารถซ่อมแซมได้ง่ายกว่ามาก เพียงแค่พอก โป๊ว เสียตรงที่มันยิ่งพอกก็ยิ่งหนัก และต้องใช้เทคนิคที่จุกจิก โดยผู้ทำที่ชำนาญการ แต่ซ่อมแล้วใช้งานได้ใกล้เคียงปกติ เฟรมที่ขาด แตกเสียหายหลายๆคันซ่อมแล้ว พอกแล้วก็วิ่งได้เห็นอยู่เป็นปกติ ในขณะที่อลูมินั่มนั้นเป็นโลหะ ซึ่งสามารถเกิดออกไซด์ หรือสนิมได้ เพียงแต่หน้าตาไม่เหมือนกัน แถมแพ้เกลือหรือเหงื่อเราอีกต่างหาก กรณีบุบ คด งอ เคาะกลับได้แต่สูญเสียสภาพการรับแรงไปแล้วแทบจะสิ้นเชิง อย่าลืมว่ามันก็คือลวดหนีบกระดาษ ที่เมื่อบิดแล้วบิดกลับ จุดนั้นก็ถือว่าเสียสภาพไปในทันทีเพราะอลูฯทนความล้าไม่ได้เลย การเชื่อมก็ไม่ง่ายเหมือนเหล็กตระกูลต่างๆ
ยังมีความจริงอีกหนึ่งอย่างที่ต้องมองให้ดีในอนาคต....
ต้นทุนการผลิตเฟรมคาร์บอนจริงๆแล้วถูกแสนถูก(ไม่รวมค่าวิจัยและออกแบบ รวมถึงการทำตลาด) หนึ่งชิ้น เทียบกับต้นทุนของเฟรมอลูมินั่ม ถูกกว่ามาก ทำให้หลายๆยี่ห้อเริ่มถอดเฟรมอลูฯที่ยุ่งยากไปจากสายการผลิตทีละตัวๆ เหลือใว้แต่เฟรมอลูฯที่ผลิตง่าย ไม่จุกจิก ขึ้นรูปได้ง่ายๆ ราคาไม่แพงทำตลาดล่างๆ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นเพราะกระบวรการรับรู้ของตลาดที่มองว่ารถคาร์บอนต้องราคาสูงกว่า เมื่อวันหนึ่งตลาดพร้อม เจ้าของแบรนด์พร้อม และราคาต้นทุนคาร์บอนต่ำลงจนถึงจุดหนึ่ง รับรองว่าจะได้เห็นเฟรมคาร์บอนเป็นรถรุ่นเริ่มต้นได้แน่ๆครับ
อดีต อลูฯก็เคยเป็นแบบนั้นมากก่อน แล้วเฟรมอลูฯก็จะเหลือแต่เฟรมที่เด็ดดวงน่าสะสมจริงๆเท่านั้น
ส่วน CADD10 เป็นเฟรมที่ตลาดเรยกร้องครับ ที่อเมริกานิยมการแข่งไครทีเรี่ยม ที่ต้องการฟิลลิ่งของอลูมินั่ม ทั้งเรื่องการขี่และความทนทาน ล้มบ่อยๆ ชนกันโครมคราม นักแข่งสมัครเล่นคนใหนแข่งไครทีเรี่ยมที่อเมริกาแล้วไม่เคยตูมตาม .... คงไม่มี ดังนั้นพวกนี้เค้าวิ่งหาเฟรมอลูฯ ที่ดีๆ เป็นตัวยอดนิยมกัน เนื่องจาก ที่นั่นหาคนซ่อมงานคาร์บอนไม่ได้ง่ายๆ ถ้าหาได้ก็แพงระเบิด แค่ยางรั่วยังเสียเงินเปลี่ยนยางในค่าแรงอย่างเดียวก็ 5$ ไม่อยากจินตนาการว่าถ้าซ่อมเฟรมคาร์บอนขาดให้ขี่ได้จะค่าแรงเท่าใหร่ ซื้อใหม่คุ้มกว่า นี่แหละครับที่มา
ลงข้อมูลเฉยๆนะครับไม่ขอชี้นำคำตอบ
แต่ตระกูล CADD นั้นถือเป็นหนึ่งในสุดยอดตำนานเฟรมอลูฯ เทียบชั้นคู่มากับยอดเฟรมอลูฯเช่น Cervalo Soloist, Specialized Tarmac S-Works E5 และ Bianchi FG-Lite
ปล. เฟรมคาร์บอนตัวท็อปสมัยนี้ ทั้งแข็งและกระด้างไม่้อยอลูฯแล้วครับ แข็งกว่าก็มีมาแล้ว วัดเฉพาะจุดสำคัญ ตัวแข่งๆสมัยนี้ ตอบสนองได้ดีกว่าอลูมินั่มไปเรียบร้อยแล้วครับ