ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ผู้ดูแล: Cycling B®y, spinbike, velocity
-
สัญญา โวหารเดช
- ขาประจำ
- โพสต์: 218
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 11:47
- ติดต่อ:
ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง มีจุดดีอย่างไร เมื่อเปรียบเทียบกับล้ออลูขอบต่ำที่มีนำ้หนักเท่าๆกัน
- kaisernoi
- ขาประจำ
- โพสต์: 1454
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ธ.ค. 2010, 13:21
- Tel: PM ถามนะ อิอิ
- team: ใครให้ปั่นด้วยอยู่ด้วยหมดอะครับ
- Bike: จักรยานมีเกียร์
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ลงชื่อ รอคำตอบด้วย อยากทราบเช่นกัน
- haow
- ขาประจำ
- โพสต์: 1007
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 ก.ค. 2009, 01:28
- team: antifire
- Bike: TREK 830,INTENSE spider, SEVEN sola ,TREK 9.9, PARLEE Z5, INTENSE M6, dahon MUP8,TREK navigater,Bianchi,cervelo R5 DI2,DEROSA TEAM 09,CIPOLLINI RB1000,ARGON18 E118 DI2,Tyrell FSX
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอบสูงไม่ทุกย่ีห้อนะครับท่ีจะให้ผลดี ขอบสูงดีๆจะมีแรงเหว่ียงดีเม่ือถึงความเร็วท่ีเหมาะสมราวๆ40+พอได้ความเร็วปุ๊ปคราวน้ีเราก็ค่อยๆเติมไปไม่ต้องเติมบ่อยๆเหมือนพวกขอบเต้ียสรุปคือจะได้ความเร็วสูงท่ีคงท่ีโดยไม่เสียแรงมากครับ
- FIRE_BIKE
- ขาประจำ
- โพสต์: 283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2010, 09:52
- team: ล่องไปเรื่อย
- Bike: Basso Devil, Specialized Allez comp
- ตำแหน่ง: กทม.
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
เช่นกันครับkaisernoi เขียน:ลงชื่อ รอคำตอบด้วย อยากทราบเช่นกัน
- wheeler 168
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 10:10
- team: ไม่แน่นอน
- Bike: Trek Emonda SL
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ลองเสริชกระทู้ "ถามไรไม่เข้าท่าว่าด้วยเรื่องล้อเหวี่ยง" มีคุณgiro และกูรูหลายๆ ท่านอธิบายไว้ละเอียดและได้ความรู้ดีครับ 
Haven't you got talent ?
Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ
Name plate ultegra 6700 ข้างซ้าย
สนใจติดต่อได้ครับ
- Sam Gamgee
- ขาประจำ
- โพสต์: 2249
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2009, 20:40
- team: TBA
- Bike: Infinito(50) w/ Edge 500, Force G/S Compact, 3T's C/P, D/A C50 Whl & Trance X3(S), XT DC, Thomson's C/P, Fox Float RL, X-Max SLR Whl & Standard Mu P8 & Strida Mini w/ 16" Whl
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ลองดูวีดีโออันนี้ดูนะครับ...เขาวิเคราะห์ทั้งเรื่องแรงต้านการเคลื่อนที่และจัดการเรื่องย้ายศูนย์กลางแรงกระทำจากแรงลมไปไว้ที่แนวแกนคอ ขนาดยี่ห้อเดียวกันแต่คนละคอนเซ็ปการวิเคราะห์ยังมีผล...ขนาดช่วยให้ทิ้งกันเป็นสิบวินาทีในการแข่งระยะทาง 40 กิโลฯ ถ้าขอบต่ำธรรมดาเจอลมแบบเดียวกันจะเกิดแรงต้านและเสียเสถียรภาพการคุมรถ...น่าจะทิ้งกันเป็นนาทีครับ (ผมเดาเอานะครับ)
โปรไฟล์ล้อ Zipp ใหม่ปี 2011 (Firecrest) เทียบกับแบบอื่นๆ
โปรไฟล์ล้อ Zipp ใหม่ปี 2011 (Firecrest) เทียบกับแบบอื่นๆ
แก้ไขล่าสุดโดย Sam Gamgee เมื่อ 12 ธ.ค. 2010, 21:39, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
กีฬาอื่นเพื่อสันทนาการ แต่ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
- อ่อนล้า
- ขาประจำ
- โพสต์: 2782
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 ส.ค. 2008, 12:14
- Tel: 080-3118737
- Bike: bianchi..lemond..K2..yeah
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
คาใจเหมือน จขกท.เลยครับ..ตอนนี้ไปหามาลองแล้ว .... ต่างจริงๆเลยครับ อย่างแรกเลยเรื่องความสวย ใส่ปุ๊บรถมันเปลี่ยนไปเลยเหมือนมันเป็นรถแรง เทพๆทันทีทั้งๆที่ยังไม่ปั่น.... พอเริ่มปั่นถึงช้าๆ ความรู้สึกของเราก็เหมือนจะพามันไปได้เร็วขึ้น(ทั้งๆที่ปั่นความเร็วเท่าเดิม..อิๆคงเห่อของใหม่).... ส่วนประสิทธิภาพ เวลาทำความเร็วสูงๆ แล้วมีจังหวะฟรีขาพอเราจะเร่งรถไปต่อควงขานิดหน่อยความเร็วมันต่อได้ทันทีครับ ผิดจากเมื่อก่อนใช้ขอบต่ำพอปล่อยฟรีขาแล้วจะไปต่อต้องซอยขาช่วงแรกหลายรอบเลยกว่าความเร็วจะกลับมาเท่าเดิม....ขอบสูงที่ความเร็วสูงเลยใช้แรงในการรักษาความเร็วน้อยกว่าครับ....แต่สรุปพอขี่ได้ความเร็วสูงขึ้นก็ปั่นเฉลี่ยเร็วขึ้นก็เหนื่อยเหมือนเดิมครับ...แต่ได้สัมผัสความเร็วระดับสูงได้นานกว่าเดิมสนุกได้นานขึ้น.....แต่ระวังเรื่องลมตัดขวางด้วยนะครับ ลมแรงๆมีเซมีส่าย...ส่วยตัวพอใจครับ หามาลองตอนมีแรงปั่นดีกว่าไม่มีแรงแล้วไปหามาช่วยเสริมครับ...
- เห้งเจีย
- ขาประจำ
- โพสต์: 172
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 พ.ย. 2010, 20:13
- Tel: 0869068822
- Bike: Trek4500D
- ตำแหน่ง: คลองสาม ปทุมธานี
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
อืม พอได้ความรู้เพิ่มเรื่องนี้เลยอยากเปลี่ยนบ้างแล้วซี เดี๋ยวไว้ฝึกให้อยู่ตัวก่อนผมคงจะอัพเป็นอย่างแรกเลยมั๊งเนี่ย 
- mohd.unvee
- ขาประจำ
- โพสต์: 340
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 ต.ค. 2010, 22:53
- team: PNP Bike
- Bike: ขาวดำแผลงฤทธิ
- ตำแหน่ง: ภเก็ต
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ต้องหยอดกระปุกบ้างแล้ว แต่เอ ต้องหยอดนานขนาดไหน ถึงจะได้ยลโฉมกับเขาบ้างนิ 
แพ้อะไรก็แพ้ได้ แต่อย่าแพ้กิเลสตัวเอง..
-
สัญญา โวหารเดช
- ขาประจำ
- โพสต์: 218
- ลงทะเบียนเมื่อ: 13 มิ.ย. 2009, 11:47
- ติดต่อ:
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอบคุณมากครับทุกๆคำตอบ ท่านที่จะหยอดกระปุกท่านต้องรีบหาคำตอบให้ท่าน ผบ.ทบ. ให้ก่อนนะครับว่า ล้อนี้ท่านได้แต่ใดมา หากคำตอบไม่โสภา
- xander
- ขาประจำ
- โพสต์: 1074
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 มี.ค. 2010, 19:12
- Bike: GIANT TCR ISP , CAAD 12
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอบสูงกว่า ซี่ลวดมันก็จะสั่นกว่า ครับ เพราะฉะนั้น มันก็น่าจะ stiff กว่าด้วย แต่ที่สำคัญ คือ มัน Aeroกว่าแน่ๆ ครับ
เมื่อมองจากหน้าตัด เพราะฉะนั้น เวลาเจอลม มันก็จะจ้านลมน้อยกว่า ขอบต่ำครับ
แต่จะมีปัญหา เมื่อเจอทางชัน+ ลมแรง เพราะล้อหน้ามันจะหวือครับ
เมื่อมองจากหน้าตัด เพราะฉะนั้น เวลาเจอลม มันก็จะจ้านลมน้อยกว่า ขอบต่ำครับ
แต่จะมีปัญหา เมื่อเจอทางชัน+ ลมแรง เพราะล้อหน้ามันจะหวือครับ
กางเกง แนว Cycling wear ทางนี้ครับ https://www.facebook.com/pages/Peloton- ... fref=photo
-
giro
- ขาประจำ
- โพสต์: 3090
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 15:14
- Tel: 0865040751
- team: Team Bike And Body Cycoling
- Bike: Kemo KE-R5, Giant Propel Advance SL, Specialized Alez E5 Revolution
- ตำแหน่ง: ซอยอารีย์ พหลโยธิน กทม.
- ติดต่อ:
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอบสูง ซี่ลวดสั้นกว่า
ซี่ลวดสั้นกว่า ก็มีแรงฉุดเวลามันแหวกผ่านอากาศไปน้อยกว่า
ล้อจึงแอโร่และวิ่งแหวกผ่านอากาศไปได้ราบรื่นกว่า
ส่งผลให้รู้สึกว่ามัน"เหวี่ยง"
ซี่ลวดยิ่งอยู่ห่างจากกลางล้อมากเท่าใหร่ยิ่งวิ่งแหวกผ่านอากาศไปด้วยความเร็วที่มากกว่า สร้างแรงฉุดมากกว่า ดังนั้นการทำขอบให้สูงขึ้นจึงลดแรงตรงนี้ได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยเหตนี้ล้อขอบ 20 กับ 50 จะมีความต่างของแรงฉุดมากกว่าความต่างระหว่างล้อ 50 กับ 80 มม.
อย่างไรก็ดี ตัวของล้อเองก็สร้างแรงฉุดเมื่อมันแหวกผ่านอากาศไปเบื้องห้นา และคิดเป็นพื้นที่ไม่น้อย รองจากแรงฉุดที่เกิดจากร่างกายของคนปั่น ดังนั้นแค่เพียงขอบสูงขึ้นยังไม่พอ แต่ขอบต้องมีรูปทรงที่รีดอากาศที่วิ่งผ่านไปให้บรรจบที่ด้านหลางของล้อพิดีไม่เกิดที่ว่างของกระแสอากาศกลายเป็นแรงฉุดที่ด้านหลังของล้อ ซึ่งล้อที่ดีนอกจากพยายามออกแบบให้มีแรงฉุดจากกระแสอากาศต่ำยังต้องสามารถแหวกลมที่เข้าปะทะจากมุมต่างๆได้ด้วย เนื่องจากลมจากมุมเอียง จะสร้างแรงฉุดเอียงๆที่ด้านตรงข้าม ล้อที่ได้เปรียบเชิงอากาศพลศาสตร์ทิศทางตรงดีที่สุดอาจไม่ใช่ล้อที่ดีที่สุดในทุกสภาพของกระแสอากาศ
ถ้างั้นทำไมไม่ลดจำนวนซี่ล้อ? เพราะซี่ล้อคือปัญหาหลัก เพราะซี่ล้อคือปัจจัยสำคัญของความแข็งแรง ถ้ามองย้อนไปซี่ล้อจักรยานก็น้อยลงเรื่อยๆมานานแล้ว นอกจากได้เรื่องอากาศพลศาสตร์ ยังได้เรื่องเบา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งความ"แข็ง" ก็มีผล ในที่นี้ทั้งคำว่าแข็งที่แปลเป็นฝรั่งว่า stiff และคำว่าแข็งที่แปลเป็นไทยว่า แข็งแรง ล้อที่มีซี่มากก็ให้ความรู้สึกแข็งกว่าที่ความตึงเท่ากัน ส่วนล้อที่มีซี่น้อยกว่าก็จะมีความรู้สึกยวบกว่า และล้อที่มีซี่น้อยแต่ละซี่จะรับแรงกระแทกจากถนนมากกว่า ทำให้ต้องขึ้นที่ความตึงมากกว่าถึงจะได้ความแข็งแรงเท่ากัน ส่งผลให้ซี่เกิดความล้าและขาดได้ง่ายกว่า เรื่องนี้รวมถึงอารมณ์ในการปั่นด้วย เนื่องจากล้อที่มีซี่มากกว่า สามารถขึ้นให้แข็งแรงและ stiff ได้ด้วยแรงตึงของซี่ที่ไม่สูงทำให้ฟิลลิ่งการขี่นุ่มกว่า ล้อที่มีซี่น้อยๆต้องขึ้นให้ตึงถึงจะแข็งแรงและ stiff ขี่แล้วได้ดีทุกอย่างยกเว้นกระแทกหนักไปหน่อย ดังนั้นหากจะมองให้ลึก การเลือกซี่ล้อก็สามารถตอบสนองความต้องการที่ไม่เหมือนกันของแต่ละท่านได้แล้ว
จากนั้นเมื่อคนทำอยากทำซี่น้อยๆให้ได้แข็งแรง มันก็มาถึงเทคนึกของนิปเปิลหรือหัวซี่ลวด มีการพัฒนาเป็นรูปแบบตั้งๆทั้งหัวนอก หัวใน จนถึงขั้นขอบล้อไร้การเจาะให้เสียแรงแต่ใช้การยึดกับซี่แบบพิเศษ ทำให้สามารถทำซี่ที่น้อย แข็งแรงได้เต็มที่ เพราะซี่ปกติไม่ว่าหัวนอก หัวใน ขอบจะต้องเจาะรูให้ซี่ลวดยึด เสียความสามารถในการรับแรงไป จึไงด้มียี่ห้อสุดเทพบางยี่ห้อ ทำระบบการขึ้นที่ไม่ต้องเจาะ แต่ทำรูสำหรับขึ้นซี่ลวดมาตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นรูปขอบล้อ ทำให้ล้อแข็ง และ แข็งแรงได้โดยที่ใช้เนื้อวัสดุน้อยกว่า ส่งผลให้เบากว่าคู่แข่งได้หน่อยนึง
แล้วทำไมไม่ทำขอบสูงๆซักฟุตนึงไปเลย? นั่นก็เพราะขอบยิ่งสูงมาก การควบคุมรถก็ยิ่งทำได้ยากมากไปด้วย และที่สำคัญ การวิ่งของล้อมีเรื่องของโมเมนตัมและแรงเฉื่อยมาเกี่ยวข้อง ขอบยิ่งสูงมากก็ยิ่งมีแรงเฉื่อยสูง เวลาต้องการความเร่งฉับพลันก็ต้องใช้แรงกระทำที่มากกว่า กับเกมส์รถถนนสมัยให่มที่เน้นการกระชากกระชั้นแล้ว บางครั้งก็ไม่เหมาะที่จะใส่ขอบให้มันสูงจนหนืด
แต่เรื่องพวกนี้มันลึกซึ้งซ่อนเงื่อนกว่าจะคาดคิด ใครๆก็รู้ว่าขอบสูงกระชากไม่แรงเท่าขอบต่ำที่มีน้ำหนักขอบเบากว่า ขอบต่ำขึ้นเขาสบายกว่าหากมีน้ำหนักขอบน้อยกว่า แต่แม้แต่โปรก็ยังคงมีเทคนิคไม่คาดคิดเช่น นักไต่เขาตัวแรงๆบางคนกลับใส่ขอบ 50 มม. มาในวันเสตจเขาโหดๆ จบเส้นชัยบนยอดเขา มีเขาต้องไต่หลายๆลูก นั่นก็เพราะว่าทีมจะปกป้องให้หมอนี่เสียแรงน้อยที่สุดตลอดทาง เก็บแรงเอาใว้ ใครกระชากก็กระชากไปไม่สนใจหากไม่ใช่ตัวคู่แข่งสำคัญ ฝูงปลารักษาความเร็วนิ่งๆ จนเหลือแรงช้างมากมายที่ช่วงสุดท้ายชี้ชะตาบนเขาชัน ก็สามารถเอาแรงไปกระทืบคนอื่นบนเขาได้สบายๆ เช่นเดียวกับจรวดทางเรียบเมืองผู้ดี ที่ใส่ล้อ 808 มาสปรินท์หน้าเส้น ทั้งๆที่คู่แข่งนิยมล้อเตี้ยๆกระชากพุ่งปรี๊ด นั่นก็เพราะหมอแกจงใจเก็บแรงตลอดทางกะไม่ให้เหงื่อหยด บวกกับขบวนรถไฟของทีมที่ค่อยๆจี๊ดเร็วฉึกฉักๆจนความเร็วสูงมากๆ ล้อแม้ขอบจะหนักแต่กแหวกอากาศได้ดี เสียแรงน้อย โอกาสเหมาะก็ระเบิดจรวดพุ่งออกไป จะหนืดกว่าแต่แรงเหลือๆ ก็เอาชัยไปครอง .....
ล้อเสือหมอบเป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องค่อยๆดูและเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน จริต และงบประมาณในกระเป๋า ล้อบางตัวราคาแรงของเค้าดีจริง แต่อาจจะดีกว่าถ้าเอาเงินไปซื้อล้อยี่ห้อไม่หล่อแต่ได้มา 2 คู่ หรือจะทุ่มเงินก้อนโตซื้อล้อเทพๆที่ัดว่าดีรอบด้าน แต่ก็ต้องคอยระแวงเวลาเอาไปลุยศึก คอยลุ้นว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันเพื่อนคนหน้าพาแจ็คพ็อตมาให้กลิ้งแล้วล้อกระจายรึเปล่า .....
ซี่ลวดสั้นกว่า ก็มีแรงฉุดเวลามันแหวกผ่านอากาศไปน้อยกว่า
ล้อจึงแอโร่และวิ่งแหวกผ่านอากาศไปได้ราบรื่นกว่า
ส่งผลให้รู้สึกว่ามัน"เหวี่ยง"
ซี่ลวดยิ่งอยู่ห่างจากกลางล้อมากเท่าใหร่ยิ่งวิ่งแหวกผ่านอากาศไปด้วยความเร็วที่มากกว่า สร้างแรงฉุดมากกว่า ดังนั้นการทำขอบให้สูงขึ้นจึงลดแรงตรงนี้ได้มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยเหตนี้ล้อขอบ 20 กับ 50 จะมีความต่างของแรงฉุดมากกว่าความต่างระหว่างล้อ 50 กับ 80 มม.
อย่างไรก็ดี ตัวของล้อเองก็สร้างแรงฉุดเมื่อมันแหวกผ่านอากาศไปเบื้องห้นา และคิดเป็นพื้นที่ไม่น้อย รองจากแรงฉุดที่เกิดจากร่างกายของคนปั่น ดังนั้นแค่เพียงขอบสูงขึ้นยังไม่พอ แต่ขอบต้องมีรูปทรงที่รีดอากาศที่วิ่งผ่านไปให้บรรจบที่ด้านหลางของล้อพิดีไม่เกิดที่ว่างของกระแสอากาศกลายเป็นแรงฉุดที่ด้านหลังของล้อ ซึ่งล้อที่ดีนอกจากพยายามออกแบบให้มีแรงฉุดจากกระแสอากาศต่ำยังต้องสามารถแหวกลมที่เข้าปะทะจากมุมต่างๆได้ด้วย เนื่องจากลมจากมุมเอียง จะสร้างแรงฉุดเอียงๆที่ด้านตรงข้าม ล้อที่ได้เปรียบเชิงอากาศพลศาสตร์ทิศทางตรงดีที่สุดอาจไม่ใช่ล้อที่ดีที่สุดในทุกสภาพของกระแสอากาศ
ถ้างั้นทำไมไม่ลดจำนวนซี่ล้อ? เพราะซี่ล้อคือปัญหาหลัก เพราะซี่ล้อคือปัจจัยสำคัญของความแข็งแรง ถ้ามองย้อนไปซี่ล้อจักรยานก็น้อยลงเรื่อยๆมานานแล้ว นอกจากได้เรื่องอากาศพลศาสตร์ ยังได้เรื่องเบา แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งความ"แข็ง" ก็มีผล ในที่นี้ทั้งคำว่าแข็งที่แปลเป็นฝรั่งว่า stiff และคำว่าแข็งที่แปลเป็นไทยว่า แข็งแรง ล้อที่มีซี่มากก็ให้ความรู้สึกแข็งกว่าที่ความตึงเท่ากัน ส่วนล้อที่มีซี่น้อยกว่าก็จะมีความรู้สึกยวบกว่า และล้อที่มีซี่น้อยแต่ละซี่จะรับแรงกระแทกจากถนนมากกว่า ทำให้ต้องขึ้นที่ความตึงมากกว่าถึงจะได้ความแข็งแรงเท่ากัน ส่งผลให้ซี่เกิดความล้าและขาดได้ง่ายกว่า เรื่องนี้รวมถึงอารมณ์ในการปั่นด้วย เนื่องจากล้อที่มีซี่มากกว่า สามารถขึ้นให้แข็งแรงและ stiff ได้ด้วยแรงตึงของซี่ที่ไม่สูงทำให้ฟิลลิ่งการขี่นุ่มกว่า ล้อที่มีซี่น้อยๆต้องขึ้นให้ตึงถึงจะแข็งแรงและ stiff ขี่แล้วได้ดีทุกอย่างยกเว้นกระแทกหนักไปหน่อย ดังนั้นหากจะมองให้ลึก การเลือกซี่ล้อก็สามารถตอบสนองความต้องการที่ไม่เหมือนกันของแต่ละท่านได้แล้ว
จากนั้นเมื่อคนทำอยากทำซี่น้อยๆให้ได้แข็งแรง มันก็มาถึงเทคนึกของนิปเปิลหรือหัวซี่ลวด มีการพัฒนาเป็นรูปแบบตั้งๆทั้งหัวนอก หัวใน จนถึงขั้นขอบล้อไร้การเจาะให้เสียแรงแต่ใช้การยึดกับซี่แบบพิเศษ ทำให้สามารถทำซี่ที่น้อย แข็งแรงได้เต็มที่ เพราะซี่ปกติไม่ว่าหัวนอก หัวใน ขอบจะต้องเจาะรูให้ซี่ลวดยึด เสียความสามารถในการรับแรงไป จึไงด้มียี่ห้อสุดเทพบางยี่ห้อ ทำระบบการขึ้นที่ไม่ต้องเจาะ แต่ทำรูสำหรับขึ้นซี่ลวดมาตั้งแต่ขั้นตอนการขึ้นรูปขอบล้อ ทำให้ล้อแข็ง และ แข็งแรงได้โดยที่ใช้เนื้อวัสดุน้อยกว่า ส่งผลให้เบากว่าคู่แข่งได้หน่อยนึง
แล้วทำไมไม่ทำขอบสูงๆซักฟุตนึงไปเลย? นั่นก็เพราะขอบยิ่งสูงมาก การควบคุมรถก็ยิ่งทำได้ยากมากไปด้วย และที่สำคัญ การวิ่งของล้อมีเรื่องของโมเมนตัมและแรงเฉื่อยมาเกี่ยวข้อง ขอบยิ่งสูงมากก็ยิ่งมีแรงเฉื่อยสูง เวลาต้องการความเร่งฉับพลันก็ต้องใช้แรงกระทำที่มากกว่า กับเกมส์รถถนนสมัยให่มที่เน้นการกระชากกระชั้นแล้ว บางครั้งก็ไม่เหมาะที่จะใส่ขอบให้มันสูงจนหนืด
แต่เรื่องพวกนี้มันลึกซึ้งซ่อนเงื่อนกว่าจะคาดคิด ใครๆก็รู้ว่าขอบสูงกระชากไม่แรงเท่าขอบต่ำที่มีน้ำหนักขอบเบากว่า ขอบต่ำขึ้นเขาสบายกว่าหากมีน้ำหนักขอบน้อยกว่า แต่แม้แต่โปรก็ยังคงมีเทคนิคไม่คาดคิดเช่น นักไต่เขาตัวแรงๆบางคนกลับใส่ขอบ 50 มม. มาในวันเสตจเขาโหดๆ จบเส้นชัยบนยอดเขา มีเขาต้องไต่หลายๆลูก นั่นก็เพราะว่าทีมจะปกป้องให้หมอนี่เสียแรงน้อยที่สุดตลอดทาง เก็บแรงเอาใว้ ใครกระชากก็กระชากไปไม่สนใจหากไม่ใช่ตัวคู่แข่งสำคัญ ฝูงปลารักษาความเร็วนิ่งๆ จนเหลือแรงช้างมากมายที่ช่วงสุดท้ายชี้ชะตาบนเขาชัน ก็สามารถเอาแรงไปกระทืบคนอื่นบนเขาได้สบายๆ เช่นเดียวกับจรวดทางเรียบเมืองผู้ดี ที่ใส่ล้อ 808 มาสปรินท์หน้าเส้น ทั้งๆที่คู่แข่งนิยมล้อเตี้ยๆกระชากพุ่งปรี๊ด นั่นก็เพราะหมอแกจงใจเก็บแรงตลอดทางกะไม่ให้เหงื่อหยด บวกกับขบวนรถไฟของทีมที่ค่อยๆจี๊ดเร็วฉึกฉักๆจนความเร็วสูงมากๆ ล้อแม้ขอบจะหนักแต่กแหวกอากาศได้ดี เสียแรงน้อย โอกาสเหมาะก็ระเบิดจรวดพุ่งออกไป จะหนืดกว่าแต่แรงเหลือๆ ก็เอาชัยไปครอง .....
ล้อเสือหมอบเป็นเรื่องอ่อนไหว ต้องค่อยๆดูและเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน จริต และงบประมาณในกระเป๋า ล้อบางตัวราคาแรงของเค้าดีจริง แต่อาจจะดีกว่าถ้าเอาเงินไปซื้อล้อยี่ห้อไม่หล่อแต่ได้มา 2 คู่ หรือจะทุ่มเงินก้อนโตซื้อล้อเทพๆที่ัดว่าดีรอบด้าน แต่ก็ต้องคอยระแวงเวลาเอาไปลุยศึก คอยลุ้นว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันเพื่อนคนหน้าพาแจ็คพ็อตมาให้กลิ้งแล้วล้อกระจายรึเปล่า .....
ฟังสาระจักรยาน Podcast
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
https://open.spotify.com/show/76iDUCWXgqqixg1CmoSDIp
ข่าวสารจัรกยาน
https://www.facebook.com/cyclinghubthailand/
- Sam Gamgee
- ขาประจำ
- โพสต์: 2249
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2009, 20:40
- team: TBA
- Bike: Infinito(50) w/ Edge 500, Force G/S Compact, 3T's C/P, D/A C50 Whl & Trance X3(S), XT DC, Thomson's C/P, Fox Float RL, X-Max SLR Whl & Standard Mu P8 & Strida Mini w/ 16" Whl
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ขอบคุณพี่ giro สำหรับข้อมูลรอบด้านเรื่องล้อขอบสูงนะครับ ขออนุญาตถามต่อในฐานะมือใหม่ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแรงต้านการเคลื่อนที่อันเนื่องมาจากซี่ลวดน่ะครับ ผมเข้าใจว่ามือใหม่หลายคนรวมทั้งตัวผมเองฟังข้อมูลตรงนี้แล้วก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าซี่ลวดเล็กๆจะสร้างแรงต้านได้ขนาดที่จะนำมาเป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาได้ พี่พอมีผลการวิเคราะห์หรือว่าตัวอย่างการศึกษาจากค่ายล้ออย่างเช่น Zipp, Lightweight, Campy etc. ว่าเค้าศึกษาเอาไว้ยังงัยบ้างมั้ยครับ? (เป็น youtube VDO ก็ได้ครับ)
...ผมพอมีความรู้การคำนวนพวก drag force สำหรับวัตถุหน้าตัดรูปแบบต่างๆจากความรู้ป.ตรีมาบ้าง...คิดเอาเองว่าซี่ลวดที่วิ่งตัดผ่านอากาศที่เป็น turbulence flow มันไม่น่าจะทำให้เกิดแรงต้านเทียบได้เท่ากับขอบล้อที่มีพื้นที่ตัดขวางซึ่งเยอะกว่าซี่ลวดมาก
รบกวนพี่ไขข้อข้องใจต่ออีกนิดนะครับ
...ผมพอมีความรู้การคำนวนพวก drag force สำหรับวัตถุหน้าตัดรูปแบบต่างๆจากความรู้ป.ตรีมาบ้าง...คิดเอาเองว่าซี่ลวดที่วิ่งตัดผ่านอากาศที่เป็น turbulence flow มันไม่น่าจะทำให้เกิดแรงต้านเทียบได้เท่ากับขอบล้อที่มีพื้นที่ตัดขวางซึ่งเยอะกว่าซี่ลวดมาก
รบกวนพี่ไขข้อข้องใจต่ออีกนิดนะครับ
กีฬาอื่นเพื่อสันทนาการ แต่ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ไม่ทราบว่าจะเข้ากับเรื่องนี้หรือไม่...ซี่ลวดกับแรงฉุด...
หลายปีมาแล้วมีการทดลองหนึ่งอ้างอิงในนิตยสารBicycling มีการทดลองในอุโมงค์ลมหาความเร็วปลายระหว่างมีดินสอหนึ่งแท่งผูกติดบนแฮนด์หมอบ กับ ไม่มี พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ..จาก...ดินสอเพียง 1 แท่ง !! ครับ
หลายปีมาแล้วมีการทดลองหนึ่งอ้างอิงในนิตยสารBicycling มีการทดลองในอุโมงค์ลมหาความเร็วปลายระหว่างมีดินสอหนึ่งแท่งผูกติดบนแฮนด์หมอบ กับ ไม่มี พบว่า มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ..จาก...ดินสอเพียง 1 แท่ง !! ครับ
- Sam Gamgee
- ขาประจำ
- โพสต์: 2249
- ลงทะเบียนเมื่อ: 29 ก.ย. 2009, 20:40
- team: TBA
- Bike: Infinito(50) w/ Edge 500, Force G/S Compact, 3T's C/P, D/A C50 Whl & Trance X3(S), XT DC, Thomson's C/P, Fox Float RL, X-Max SLR Whl & Standard Mu P8 & Strida Mini w/ 16" Whl
Re: ความรู้เรื่องล้อ carbon ขอบสูง
ดินสอบนแฮนด์พอเข้าใจครับ...ขนาดใหญ่กว่าซี่ลวด เคลื่อนที่ขวางกระแสลมปกติ (laminar flow) แต่ซี่ลวดที่เคลื่อนหมุนแบบ radius ผ่านลมหมุนวนท้ายยาง/ขอบล้อ (turbulence flow) เหมือนลมท้ายรถบรรทุกเวลาไล่ตามดูดน่ะครับ 
กีฬาอื่นเพื่อสันทนาการ แต่ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ