ถามมาก็ตอบไป
1 ปั่นจากบ้านถึงที่ทำงาน ......... จากถนนนราธิวาสราชนครินทร์ซอย 18 ถึงถนนพระอาทิตย์ ขาไป 10 โล ขากลับ 10 โล ปั่นเที่ยวเล่นใกล้บ้างไกลบาง ถ้าไประยะไม่เกิน5กม จะขี่ล้อเล็ก12นิ้วไปเที่ยวห้าง จอดไว้ที่จอดมอเตอร์ไซค์ เพราะเข้าใจว่าคนที่จะมาขโมยมอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาขโมยมอเตอร์ไซค์ เขาจะมาขโมยจักรยานทำไม
2 แต่งกาย ..... ใส่ชุดจักรยานเต็มยศ แล้วไปเปลี่ยนชุดที่ทำงาน เคยใส่ชุดทำงานไปถึงออฟฟิส เหงื่ออชุ่ม แถมกางเกงขายาวขี่ๆ ไปอาจโดนจานหน้ากินได้ ส่วนที่ใส่เต็มยสเพราะดูจะเหมาะกับตัวรถที่แต่งหมอบ มากกว่า และยังขี่สบายกว่าด้วย แต่จริงๆ เป็นพวกหน้าไม่อายชอบโชวเป้า ว่าเป้าเกงจักรยานใหญ่นะ
3 แน่นอนไปทำงานก็ต้องมีกระเป๋าใส่ของใส่โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้เป็นแบบเป้หลัง สำพาราการเงินและการซ่อมแซมอยู่ที่กระเป๋าคาดเอว เศษตัง กะโทรศัพท์เอาไว้กระเป๋าเล็กๆ หน้าแฮนด์ ยางใน ชุดปะยาง สเบียง(คุกกี้ ฟัน.. 2ห่อ)ไว้กระเป๋าพาดเฟรม ไฟหน้าติดรถ 3 ดวง ขาว1 แดง 1 ไฟซิลิโคน1 ไฟหลัง4 ติดหมวก 2 อาน 1 กระเป๋าหนึ่ง สายคาดขามีไฟกระพริบ 2 เส้น สูบมือ กระติกน้ำ ปลาสเตอร์ยา กระดิ่ง ไมล์ ฯลฯ
4 เคยใช้กับขนส่งมวลชนแล้ว เกือบครบทุกประเภท (ตอนนี้ขาดแอร์พอร์ทลิ้งค์ รถไฟ รถทัวร์) รถเมล์ ต้องพับรถ แล้วควรรอรถโล่งๆ ประเภทมีมาซ้อนกัน 2-3คัน ขึ้นไปจะไม่โดนด่า และยังจะถามกลับมาว่าแพงมั้ย ซื้อที่ไหน
รถไฟฟ้า BTS เป็นรถแบบเดียวที่ขึ้นได้โดยไม่ต้องพับ รปพ.จะบริการดีมาก ผิดกับตอนเดินตัวเปล่าเลย
BRT บริการค่อนข้างดี แต่ก็ต้องพับรถเช่นเคย ไม่มีค่าบริการเพิ่ม แต่ไม่ค่อยใช้ เพราะขี่ในช่อง BRT สบายและสนุกกว่า แต่จะไม่สนุกก็ตอนเจอ BRT ไล่หลังนี่แหละ แต่จะดูก่อนปั่นว่ามีBRT มามั้ย ถ้าปั่นผ่าน 1สถานีก็สบายใจได้ เพราะ BRT จะไล่เราไม่ทัน เพราะต้องจอดรับคน
เรือด่วน เจ้าพระยา จำเป็นต้องพับลงเรือ ลงไปพับในเรือก็ได้ แต่ต้องเถียงกับกะลาสีหน่อย เพราะเค้าจะให้พับ และไม่สมครวลงตอนเรือแน่น เพราะนอกจากจะโดนด่า แล้วยังเสี่ยงตกเรืออีกตะหาก
5 เหตุผลที่เลือกใช้ .......อืมมมมม จริงๆ แล้วเพราะขับรถไม่เป็น ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น เบื่อรอรถเมล์ แฟนเลิกสนใจ เลิกเป็นห่วง ไม่มีเงิน(จน)... แต่ถ้าเอาเหตุผลแบบสวยหรูละก็ เพราะโลกมันร้อนเลยช่วยใช้จักรยาน ลดการเกิดคาบอนฯ ออกกำลังกาย และเหตุผลในแง่ดีที่นึกไม่ออกอีกมากมาย
แต่มีข้อเสียอยู่ เหมือนกันคือ อันตราย กับสุขภาพจิตจะแย่ลงเพราะเพื่อน(จริงๆ ควรเรียกศัตรูมากกว่า)ร่วมท้องถนน ที่ชอบมองว่าจักรยานช้าอืดอาด เกะกะ แต่ก็ไม่อยากให้มันแซง เสียหน้า และข้อเสียที่ร้ายแรงคือ การแต่งรถที่เริ่มแล้วจะหยุดไม่ได้ แต่งคันนี้เสร็จก็ไปแต่งคันอื่น (สรุปก็คือเงินที่ประหยัดจากค่าเดินทางก็เอามาแต่งรถหมด สรุปก็จนเหมือนเดิม)
6 เพื่อนร่วมทางที่ใช้จักรยานด้วยกัน ถ้าไม่ใช่อาแปะหรือคนขี่จักรยานทั่วไป(สังเกตุได้จากท่าปั่นกับการสวมหมวก) จะมีอัถยาสัยดี เป็นกันเอง วิ่งผ่านก็กุ้งกิ้งทักทายกัน ถ้าไปทางเดียวกันแล้วการจราจรไม่คับคั่งก็จะขี่คุยเล่นกัน (ส่วนมากก็สวัสดี ไปไหน จากไหน ขี่รถอะไร ดีมั้ย โอเคคราวหน้ามีโอกาศพบกันอีก ฟ๊าวววว)
7 อันนี้เพิ่มให้เอง และน้องก็ควรจะถามด้วยว่า ขี่รถแบบไหน พับ มินิ ขนาดวงล้อ(ขนาดวงล้อนี่สำคัญนะ เพราะขนาดล้อที่ต่างกันจะมีผลในการออกแบบ เเละขนาดในการพับ รวมไปถึงระยะทางและความเร็วในการขี่) จริงๆ ยังมีอะไรให้ถามอีกเยอะนะ น่าจะรวบรวมข้อมูลให้ดี ปรึกษาอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วมาถามทีเดียวเลย แบบนี้เชื่อสิ เดียวต้องมาถามกันใหม่ว่าพี่ครับ พี่ขี่รถแบบไหน ล้อขนาดเท่าไร ใช้กี่เกียร์ เกียร์นอกหรือเกียร์ดุม ฯลฯ
แต่ถามมาแค่นี้ขอตอบเพิ่มให้อีกแค่ ขี่รถพับ วงล้อ20นิ้ว กับอีกคัน พับล้อ12.5 นิ้ว
ปล.ว่าแต่น้องผิดพันธุ์เพาะช่างเนี่ยมีป.ตรีแล้วเหรอ สมัยพี่ยังไม่มีเลย เด็กสมัยนี้โชคดีนะ ของพี่ต้องไประหกระเหินหาที่ตี่ป.ตรีกันแบบลุ่มๆ ดอนๆ แต่เอาเถอะพยายามเข้านะ พี่ผิดพันธุ์รุ่น 19 เอาใจช่วย
ว่าแต่เลือกหัวข้อนี้เพราะชอบ สนใจ หรือเพราะมันดูง่ายแล้วไม่มีคนทำ เพราะมันจะมีผลต่อการออกแบบนะ อ้อแล้วอย่างดองงานไว้ปั่นให้เสร็จรวดเดียวละ มันไม่ดี
ปล2 อาจารย์โอภา อาจารย์สุมาลีอยังสอนอยู่มั้ยอ่ะ แล้วพี่โชคแกยังขายของอยู่มั้ยอะ..... ว่าแต่ป.ตรีเนี่ย อยู่รวมกับปวส.หรือเปล่า หรือแยกไปเรียนที่อึ่นอ่ะ?(ลืมถาม)
ปล3 ลองเอาไปโพสถามห้องคืนสู่เย้าสิ พี่ๆ เพะช่างเพียบ ใครว่าเด็กศิลป์กินเป็นแต่เหล้า เรื่องสุขภาพก็ไมละเลยนะ
