ตกเย็นผมก็ไปลา ไดแอสตี้ กับเพื่อนๆ ที่เหลืออยู่ที่บริษัท และก็ไปขึ้นรถ Areis
ซึ่ง Areis นั้นขับรถไม่เป็น จึงต้องมีคนขับรถครับ คนขับรถของ Areis ขับพาวกไปมาเกือบชั่วโมงจนค่ำทั้งๆ ที่
อยู่ไม่ไกลจากออฟฟิศเท่าไหร่ แต่ด้วยพิษจราจรอันติดขัด
บ้าน Areis อยู่ในหมู่บ้านคนร่ำรวยครับ มียามเฝ้าหน้าบ้าน มีบ้านเป็นห้องชุด
มีสระว่ายน้ำ ฟิตเนต ส่วนกลางด้วย Areis คะยั้นคะยอให้ผมไปใช้บริการ แต่ผมบอกแกว่า คงไม่ต้องดีกว่า ออกกำลังจนเบื่อแล้วขอตัวนอนดีก่าครับ
บ้าน Areis นั้น มีคนรับใช้สองคน คนนึงกำลังเรียนปริญญาตรีอยู่

มีหน้าที่ดูแลลูก Areis อีกคนทำงานบ้านอย่างเดียวดูเงียบขรึม
อันทีจริงครอบครัว Areis มีกันแค่สามคน คือภรรยาที่ทำงานอยู่แบงค์ชื่อดัง และลูกชาย ซึ่งเป็นเด็กพิเศษ แต่มีคนใช้สองคน มันเลยดูอบอุ่นกันจนเกือบร้อนเมื่อรวมเอาผมไปด้วยครับ
ก่อนมาบ้าน Areis ไดแอสตี้เที่ยวบอกผมว่า แกเป็นคนร่ำรวยมาก มาเห็นกะตาเลยต้องเชื่อครับ และยังบอกผมว่าแกจะพูดมากเป็นพิเศษ ต้องรีบตัดบท แกพูดด้วยความเป็นห่วงผม
แต่ที่ได้พูดคุยกันกับ Areis เขาเป็นคนที่น่ารักมาก และผมก็ยังชื่นชมในความเป็นพ่อของเขาด้วย จนผมยึดเอาเขาเป็นไอดอล สำหรับในความเสียสละให้ลูกเลยทีเดียว
ที่เล่าไปก็เห็นว่าเขาเป็นคนเพอเฟค์ คือการศึกษาสูง ครอบครัวร่ำรวย มีชาติตระกูล (ดูจากรูปถ่ายจะเห็นว่าคุณพ่อคุณแม่ของ Aries ใส่ชุดราชการชั้นสูง)
แต่นั้นแหละครับ สวรรค์ก็ช่างกลั่นแกล้ง Areis ก็มีเรื่องทุกข์ใจอยู่นั้นคือเรื่องลูก แกบอกกับผมตรงๆ ก่อนที่ผมจะเข้าบ้านเรื่องลูกที่เป็นเด็กพิเศษ และพฤติกรรมซึ่งอาจจะทำให้ผมรำคาญได้
ซึ่งผมบอกว่าไม่เป็นไร และก็ได้เล่นกันกับลูก Areis ซักพัก ซึ่งสิ่งที่ว่าพิเศษนั้นของลูก Areis นั้นคือ น้องเป็นเด็กออทิศติก
ชอบใช้เสียงดัง ดูเหมือนก้าวร้าวและชอบเล่นมือถือมากดเล่นจนบางครั้งลบเอาเบอร์ที่เมมไว้ไปด้วย
Aries ก็เตือนผมว่าให้เก็บมือถือไว้ดีๆ ตลอดเวลา Areis ก็พยายามให้ลูกเล่นกับผม เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ลูก พูดคุยกับลูกอย่างสนุกสนานด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา
ผมชื่นชม Areis มากในการดูแลลูกของ เขาใส่ใจ และอดทนมากๆ ทุ่มเทให้กับลูกอย่างที่สุด โดยจ้างพี่เลี้ยงที่ผมพูดถึงในตอนต้นเพื่อดูแลลูก
และ Areis ก็หมั่นพาน้องออกไปสังคมและอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยหรืออายในกริยาหรือความก้าวร้าวของน้อง เพื่อให้น้องสามมารถปรับตัวเข้ากับสังคมภายนอกได้
ผมรับรู้ความรักและความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทั้งคู่ Areis บอกกับผมว่า เขาห่วงอย่างเดียวว่า ถ้าสิ้นเขาทั้งสองไปลูกเขาจะอยู่อย่างไร ฟังแล้วก็อึ้งครับ
ผมกับ Areis นั่งทานอาหารเย็นด้วยกัน แกมีเครื่องกรองน้ำและสร้างแร่ธาตุอะไรของแกไม่รู้มาโชว์ผมและชักชวนให้ดื่มด้วยกัน
แหะๆ ผมละไม่ค่อยเห็นด้วยเรื่องแร่ธาตุที่แกบอกถึงประโยชน์ต่อร่างกายเลย
ซักพัก ภรรยา Areis ก็กลับมาและร่วมสมทบพูดคุย สอบถามเรื่องราวการเดินทางของผมอย่างสนอกสนใจ
และดูทั้งคู่จะชื่นชอบกับปรัชญาชีวิต ที่ผมเป่าหูให้ฟัง อิ อิ
เมื่อได้เวลาผมก็เลยขอตัวไปนอน เพราผมต้องตื่นตั้งแต่ตีสามเพื่อเดินทางไปยังสนามบิน
Aries บอกผมว่าแกได้จองรถรีมมูซีน ให้แล้ว ส่วนจักรยานผมได้แพ๊คใส่กล่องไว้ตั้งแต่วันที่เสาร์ที่ขี่จักรยานเสร็จและเอามาไว้ที่บ้าน Aries เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
ตีสามเป๊งๆๆๆ ผมก็เด้งอัติโนมัติ Aries ก็ตั้งนาฬิกาปลุก และออกมาส่งผมขึ้นรถเพื่อไปที่สนามบิน
พระเจ้าช่วย Aries จัดรถ Alphat (เขียนถูกมั๊ย) คันเบอเริ่มมาให้ ชีวิตนี้เพิ่งจะเคยได้นั่ง ปรกติได้แต่เหลือบดูบนท้องถนน
Aries บอกว่า เขาให้เช็คค่ารถให้กับผมและบอกวิธีใช้ นั้นคือ กรอกเงินตามมิเตอร์ที่เห็น + ค่าทิป ที่ผมจะให้
แล้วบอกก็บอกลา Aries โบกมือบ๊าย บาย
และถือเป็นการโบกมือ ลาเมืองจาการ์ต้า ไปในตัว
