ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
ติดตามมาตลอดเลยคะ...
อัลลอฮคุ้มครองน่ะคะ
อัลลอฮคุ้มครองน่ะคะ
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
terimakasih ที่ยังติดตามทริปอยู่ ตอนนี้พึ่งสรุปได้แค่ครึ่งทางเองเพราะมีงานที่ต้องสะสางอยู่
ลูกๆน่ารักดี ดูแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่น
ขอให้ครอบครัวอยู่ใต้ร่มแห่งความโปรดปรานของอัลลอฮ์
semoga selalu dibawah payung rahmat Allah
ลูกๆน่ารักดี ดูแล้วเป็นครอบครัวที่อบอุ่น
ขอให้ครอบครัวอยู่ใต้ร่มแห่งความโปรดปรานของอัลลอฮ์
semoga selalu dibawah payung rahmat Allah
แก้ไขล่าสุดโดย rowee เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 14:01, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา

มัสยิดสุดท้ายก่อนเข้าเมืองปัตตานี

ที่อ่านฆุตบะห์
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา

มัสยิดกลางปัตตานี เป็นหนึ่งในมัสยิดที่สวยที่สุดในประเทศไทย

ถึงปัตตานีฝนยังมีละอองฝนโปรยอยู่ มันเหมือนหิมะภาคใต้
มัสยิดปัตตานีในวันที่ท้องฟ้าเปิดhttp://www.taklong.com/south/show-south.php?No=206713
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา

มัสยิดบ้านบานาตั้งอยู่ระหว่างทางปัตตานี-นราธิวาส
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
แก้ไขล่าสุดโดย s_da เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 21:33, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา


แก้ไขล่าสุดโดย rowee เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 21:12, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
selamat hari raya idil Adhas_da เขียน:สลามัตฮารีรายอน่ะคะ
taqobbalalahu minna wa minkum
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา

เจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว จังหวัด ปัตตานี
เรื่องเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยวเป็นตำนานที่เล่ากันมาหลายร้อยปี ศาลที่ประดิษฐานรูปสลักเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยว ปัจจุบันตั้งอยู่กลางเมืองปัตตานี ชาวบ้านเรียก ศาลเจ้าเล่งจู เกียงตำนานเกี่ยว กับศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยวมีว่า แต่เดิมนั้นเมืองปัตตานีเรียกว่า เมืองตานี เป็นเมืองท่าที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีเรือสำเภานำสินค้าจากต่างเมืองมาค้า ขายและขนถ่ายสินค้าเป็นประจำ ลิ่มโต๊ะเคี่ยมเป็นพ่อค้าหนุ่มชาวจีนนำเรือสำเภาไปค้าขายตามเมืองต่างๆ ได้แวะมาที่เมืองตานี และนำสินค้าเครื่องบรรณาการไปมอบให้เจ้า เมืองตานี จึงได้มีโอกาสพบธิดาเจ้าเมืองซึ่งมีรูป โฉมงดงาม ลิ่มโต๊ะเคี่ยมเกิดหลง รักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ส่วนนางก็มีใจตรงกัน ติดขัดอยู่ที่ว่าฝ่ายชายเป็นคนต่างชาติ ต่างศาสนา บิดาของนางจึงขอให้ลิ่มโต๊ะเคี่ยมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามอย่างนาง ซึ่งลิ่มโต๊ะเคี่ยมก็ยินยอมโดยได้ส่งเรือสำเภาให้เดินทางกลับไปส่งข่าวให้มารดาทราบว่าตนจะตั้งหลักแหล่งอยู่ที่เมืองตานี ไม่กลับไปเมืองจีนอีก เมื่อมารดาทราบข่าวก็ เศร้าโศกเสียใจมาก นางลิ่มกอเหนี่ยวผู้เป็นน้องสาวจึงตัดสินใจเดินทางมาหาพี่ชายเพื่อขอร้องให้กลับไปเยี่ยมมารดา
เมื่อลิ่มกอเหนี่ยวมาที่เมืองตานี ก็พบว่าพี่ชายได้เข้ารีตนับถือศาสนาอิสลาม และกำลังเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงช่วยเจ้าเมืองตานีก่อ สร้างมัศยิดหลังใหญ่เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานทางศาสนาซึ่งนางเห็นว่าเป็นความผิดอย่างมหันต์ เพราะจะทำให้วิญญาณของบรรพ บุรุษต้องเสียใจที่ลูกหลานนอกรีตนอกรอย นางพยายามขอให้พี่ชายวางมือจากการก่อสร้าง แต่ลิ่มโต๊ะเคี่ยมก็ไม่ยอมฟังเสียง ในที่สุดนางลิ่มกอเหนี่ยวก็ลั่นวาจาสาปแช่งขออย่าให้พี่ชายสร้างมัสยิดได้สำเร็จได้ แล้วคืนนั้นเอง นางก็ตัดสินใจผูกคอตายกับกิ่งมะม่วงหิมพานต์ที่ตรงหน้ามัสยิดที่กำลังก่อสร้างนั้น เมื่อลิ่มโต๊ะเคี่ยมรู้ก็เศร้าโศกเสียใจ และได้จัดการ ฝังศพนางไว้ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์ต้นนั้น
หลังจากทำศพน้องสาวเสร็จ ลิ่มโต๊ะเคี่ยมก็พยายามสร้างมัสยิดต่อไป โดยเจตนาให้เป็นอนุสรณ์แก่น้องสาวด้วยแต่ ปรากฏว่า เมื่อสร้างไปถึงยอดโดมอันเป็นสัญลักษณ์สำคัญก็เกิดเหตุอัศจรรย์ฟ้าผ่าลงตรงกลางทำใหห็ยอดโดมพังทลายลงมา ครั้งแรกยังไม่มี ใครคิดเป็นอย่างอื่นนอกจากเห็นว่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติและลงมือสร้างต่อไปใหม่ แต่พอสร้างถึงยอดโดมก็เกิดฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมาเป็นครั้งที่สอง ทำให้ยอดโดมพังทลายลงไปอีก ลิ่มโต๊ะเคี่ยมจึงนึกถึงคำสาปแช่งของนาง ลิ่มกอเหนี่ยวขึ้นมาได้และสั่งให้คนวางมือจากการก่อสร้างทั้งๆที่สร้างเสร็จแล้วเป็นส่วนมากเหลืออยู่แต่เพียงยอดโดมที่ เป็นสัญลักษณ์ของมัสยิดเท่านั้น
มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณร้อยปีมานี้ มีผู้พยายามสร้างยอดโดมต่อ แต่ก็ประสบเหตุอาถรรพ์เช่นเดิมอีก กล่าวคือเกิดฟ้าผ่าลงมาตรงกลางครั้งที่สาม เป็นเหตุให้ผู้คนเชื่อว่าเป็นเพราะคำสาปแช่งของนางลิ่มกอเหนี่ยวนั่นเอง ในปัจจุบันมัสยิดแห่งนี้ยังคงเหลือ โครงร่างอยู่เช่นเดิม ที่ตำบลรือเซาะ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร และหลุมศพของนางลิ่มกอเหนี่ยวก็ยังคงปรากฏอย ู่เช่นกัน เรื่องเมืองปัตตานีสร้างมัสยิดไม่สำเร็จเพราะคำสาปแช่งของนางลิ่มกอเหนี่ยวได้แพร่สะพัดไปทั่ว ต่างก็ร่ำลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และอาถรรพ์ของคำสาป หลุมศพของนางลิ่มกอเหนี่ยวจึงกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีคนไปกราบไหว้ไม่ขาด และเชื่อกันว่าเป็นหลุมศพของเจ้าแม่ เมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนก็พากันไปบนบานศาลกล่าวขอให้เจ้าแม่ช่วยเหลือ และก็ปรากฏว่าสัมฤทธิผลไปตามๆกันคน จึงพากันนับถือมากขึ้นทุกที ต่อมามีชาวจีนคนหนึ่งได้ตัดกิ่งมะม่วหิมพานต์ที่นางลิ่มกอเหนี่ยวผูกคอตายนำไปแกะสลักเป็นรูป เหมือนของนางและสร้างศาลเล็กๆ ขึ้นไว้ใต้ต้นมะม่วงหิมพานต์นั้น นำรูปแกะสลักไปประดิษฐานไว้ให้คนไปเคารพบูชา
เมื่อไม่นานมานี้เอง ชาวจีนในจังหวัดปัตตานีส่วนมากมีความเห็นว่า ศาลเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยวเป็นที่เคารพบูชาของคนทั่วไป ด้วยถือว่าเป็นศาลศักดิ์สิทธิ์ แต่ศาลนั้นตั้งอยู่ไกลจากตัวเมือง ไม่สะดวกแก่การประกอบพิธีบวงสรวง จึงได้ร่วมมือกันสร้างศาลเจ้าแห่ง ใหม่ขึ้นที่ตัวเมืองปัตตานี คือ ศาลเจ้าเล่งจูเกียง และอัญเชิญรูปสลักเจ้าแม่ลิ่มกอเหนี่ยวมาประดิษฐานที่ ศาลเจ้าแห่งใหม่ และยัง คงเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไปตราบจนทุกวันนี้
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา

มัสยิดกรือเซะ เป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
แก้ไขล่าสุดโดย rowee เมื่อ 16 พ.ย. 2010, 19:20, แก้ไขแล้ว 2 ครั้ง
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
เห็นภาพนี้แล้ว...คิดถึงบรรยากาศตอนเรียนเลย เพราะต้องขี่รถเครื่องผ่านบ่อยๆก่อนจะเข้าไปบางปูrowee เขียน:
มัสยิดกรือเซะ เป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก และเป็นหนึ่งในสัญญาลักณ์การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
ไม่ทราบว่าเคยเรียนอยู่ทีสถาบันใดs_da เขียน:เห็นภาพนี้แล้ว...คิดถึงบรรยากาศตอนเรียนเลย เพราะต้องขี่รถเครื่องผ่านบ่อยๆก่อนจะเข้าไปบางปูrowee เขียน:
มัสยิดกรือเซะ เป็นหนึ่งในมัสยิดเก่าแก่ และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
แก้ไขล่าสุดโดย rowee เมื่อ 16 พ.ย. 2010, 19:19, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- s_da
- ขาประจำ
- โพสต์: 2230
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ก.ค. 2009, 09:57
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
เรียนจบ มอ ปัตตานีเมื่อ10ปีที่แล้วคะ....
ตอนเรียนต้องไปละหมาดอีดบ้านเพื่อนตลอด....ส่วนมากก็บางปู ตันหยงลูโล๊ะบ้าง
ตอนเรียนต้องไปละหมาดอีดบ้านเพื่อนตลอด....ส่วนมากก็บางปู ตันหยงลูโล๊ะบ้าง
แก้ไขล่าสุดโดย s_da เมื่อ 14 พ.ย. 2010, 21:54, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
Window Movie Maker
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
upload youtube
ทำง่ายๆแบบนี้
http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 2#p2805032
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา
ผมเคยเป็น Alumni โรงเรียนศาสนูปถัมภ์เมื่อ 15 ปีก่อน
- rowee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1283
- ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ม.ค. 2010, 19:10
- Tel: 0872967514
- team: Kabang Bike (Yala)
- Bike: Scott, soma saga,Oltre
Re: ปั่นเดี่ยวเที่ยวเพื่อโลกนี้และโลกหน้า ยะลา-ปัตตานี-นรา-สงขลา


มัสยิดกรือเซะ
มัสยิดกรือเซะ ตั้งอยู่บ้านกรือเซะ หมู่ที่ ๒ ตำบลตันหยงลูโละ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ ๖ กิโลเมตร อยู่ติดกับถนนสายปัตตานี- นราธิวาส
มัสยิดกรือเซะ มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มัสยิดปิตูกรือบัน ชื่อนี้เรียกตามรูปทรงของประตูมัสยิด ซึ่งมีลักษณะเป็นวงโค้งแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป และแบบสถาปัตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คำว่า ปิตู แปลว่า ประตู กรือบัน แปลว่า ช่องประตูที่มีรูปโค้ง)
มัสยิดกรือเซะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ขนาดกว้าง ๑๕.๑๐ เมตร ยาว ๒๙.๖๐ เมตร สูง ๖.๕๐ เมตร เสาทรงกลม เลียนรูปลักษณะแบบเสากอธิคของยุโรป ช่องประตูหน้าต่างมีทั้งแบบโค้งแหลมและโค้งมนแบบกอธิค โดมและหลังคามีรูปทรงโค้งมน อิฐที่ใช้ก่อมีลักษณะเป็นอิฐสมัยอยุธยา ตรงฐานมัสยิดมีอิฐรูปแบบคล้ายอิฐสมัยทวารวดีปะปนอยู่บ้าง
สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้ (๒๕๒๙:๕๕-๕๖) ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างมัสยิดกรือเซะไว้หลายกระแส หนังสือสยาเราะห์ปัตตานีของหะยีหวันหะซัน กล่าวว่าสุลต่านลองยุนุสเป็นผู้สร้าง ประมาณปีฮิจเราะฆ์ ๑๑๔๒ ตรงกับพุทธศักราช ๒๒๖๕ สมัยอยุธยาตอนปลาย และว่าเหตุที่ก่อสร้างไม่สำเร็จเนื่องจากเกิดสงครามแย่งชิงราชสมบัติระหว่างสลุต่านลองยุนุกับระตูปะกาลันซึ่งเป็นพระอนุชาของพระองค์ หลังจากสุลต่านลองยุนุสสิ้นพระชนม์แล้ว ระตูปูยุดได้รับตำแหน่งสุลต่านเมืองปัตตานีคนต่อมา ได้ย้ายศูนย์การปกครองเมืองปัตตานีไปตั้งอยู่ ณ บ้านปูยุด (ปัจจุบันอยู่ในเขตท้องที่ตำบลปูยุด อำเภอเมืองปัตตานีบริเวณที่ตั้งวังของระตูปูยุดยังคงปรากฏร่องรอยกำแพงอยู่จนบัดนี้) จึงไม่มีใครคิดสร้างมัสยิด กรือเซะต่อเติม ทิ้งไว้รกร้างจนเกิดเป็นตำนานเล่าสืบต่อกันมา
ส่วนประวัติการสร้างมัสยิดอีกกระแสหนึ่ง มาจากความเชื่อเรื่องตำนานเจ้าแม่ลิ้มก่อเหนี่ยวว่า ลิ้มโต๊ะเคี่ยมพี่ชายซึ่งมาเข้ารับนับถือศาสนาอิสลามที่ปัตตานี ต่อมาในสมัยรายาบีรู (พ.ศ. ๒๑๕๙-๒๑๖๗) ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง แต่กลับสร้างไม่สำเร็จ สร้างถึงยอดโดมคราวใดก็พังทลายลงมาทุกครั้ง ทั้งนี้เนื่องจากในสมัยนั้นช่างยังขาดความรู้ในการก่อสร้างหลังคารูปโดม การก่อสร้างจึงยังคงค้างคาและทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน ในปี พ.ศ.๒๕๒๕ กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะในวาระแห่งปีเฉลิมฉลองกรุงเทพมหานครมีอายุครบ ๒๐๐ ปี และในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ กรมศิลปากรมีโครงการปรับปรุงบูรณะภายในให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ ส่วนภายนอกยังคงรักษาสภาพโบราณสถานเอาไว้เช่นเดิม
