ตามข่าวน่ะครับ เขาเลิกเล่นราวเที่ยงคืน ไปนั่งทานข้าวกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นบีบีกันที่ร้านริมทาง นั่งๆ อยู่เกิดอาการชาที่ไหล่แล้วมีเลือดไหลออกมา เพื่อนอีกคนมาช่วยพยุงจะพาขึ้นรถไปหาหมอก็โดนยิงตัดขั้วหัวใจล้มทั้งยืน ไม่มีใครได้ยินเสียงปืนสักนิดเดียว เป็นการยิงจากระยะไกล ตำรวจและผู้เสียหายเข้าใจว่าน่าจะยิงมาจากสะพานลอย เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นกระสุน .2210Hrs เขียน:สไนเปอร์ ติดที่เก็บเสียง เลยเหรอครับเนี้ย
มันหาซื้อกันง่ายขนาด พกใส่ไว้ในรถขนาดนี้ ผมว่าไม่ธรรมดาเลยครับ
สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- attjaa
- ขาประจำ
- โพสต์: 774
- ลงทะเบียนเมื่อ: 01 พ.ย. 2010, 21:20
- team: Tour Bike
- Bike: Trek 4300/Spectrum ร้านลุง สวนรถไฟ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
^tECt เขียน:ผมเป็นคนนึงที่ไปขี่จักรยานในสวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) ตอนเย็นๆเป็นประจำ (ปั่นแบบชมวิวเรื่อยๆออกกำลังกายเบาๆ)หลายๆท่านคงจะรู้จัก เพราะบรรยากาศดีมาก
แต่หลังๆ เริ่มเห็นหลายคนเริ่มมาซ้อมกันเป็นทีมบ้าง ปั่นกันด้วยความเร็วสูงมากบ้าง (ปั่นกันเอาเป็นเอาตาย) หลังๆมานี้เสียงที่ได้ยินเป็นประจำคือ "กริ๊งๆๆ หลบด้วยคร๊าบบ ขอทางหน่อยคร๊าบบ รถมาเร็ว คร๊าบบบ" เด็กๆที่ถีบจักรยานหรือหัดถีบ ต่างพากันแตกตื่น (ถึงแม้จะมีช่องทางสำหับจักรยานก็เถอะ) ....ผมนั่งพักเหนื่อยอยู่ก็ได้ยินเสียงดุดันขึ้นมาว่า "อ้าวๆๆ รถมาเร็วนะคร๊าบบ ผู้ปกครองดูแลหน่อยรับผิดชอบหน่อย" แล้วรถก็ฟิ่ววววผ่านไป เลยโผล่หัวไปดู เห็นเด็กเล็กๆจักรยานล้มอยู่ พ่อเค้าก็ถีบเลยไปหน่อย ทำหน้างงๆ เลยรู้สึกไม่ค่อยดี ว่านี่พวกเรามาทำให้สวนสาธารณะที่ที่เป็นสำหรับทุกๆคน ที่ที่มีเด็กเล็กๆมาหัดถีบจักรยาน มีแม่ถีบจักรยานแม่บ้านมีลูกซ้อนอยู่ ต้องรู้สึกแวดระแวงกับความปลอดภัยที่พวกเราบางคนทำตัวเหมือนเจ้าของสวนรึป่าว พอเริ่มสังเกตุปั่นไปเรื่อยๆมองดูพฤติกรรม ของคนทั่วๆไป พอมีคนซ้อมที่มาเป็นทีม หรือ คนที่ปั่นด้วยความเร็วสูงๆๆผ่าน ต้องคอยรีบหลบ หน้าตาเค้าดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ มองค้อนตามกันควับๆ
เฮ้อ..ก็แค่ไม่อยากให้สวนรถไฟต้องลงเอยเหมือนสวนลุมฯ แล้ววันนึงจะไม่มีที่ปั่นกัน
ให้เกียรติสถานที่เห็นใจคนส่วนมากดีกว่าครับพวกเรา ปั่นแบบชิวๆๆไม่มีอันตรายกับตัวเราเองและผู้อื่นจะดีกว่าถ้าคิดจะซ้อมกันเป็นจริงเป็นจัง ก็คงต้องหาสถานที่สำหรับซ้อมจักรยานไม่ใช่สวนสาธารณะ
ปล.จริงๆอยากจะโพสในห้องซื้อขายด้วยซ้ำเพราะผมว่าหลายๆท่าน ส่วนมากก็ว่าได้ เข้าแต่ห้องซื้อขายอย่างเดียว
^
^
......ก็นะครับ
ลำพังขี่เร็วที่แบบนี้ก็พอแรงแล้วยังไม่มีมารยาท ไม่รู้จักขอโทษอีก..... ถ้าอยากขี่เร็วแนะนำให้มาขี่ที่ถนนเส้นตลิ่งชัน - สุพรรณ เร็วแค่ไหนก็ขี่ไปเหอะมันเป็นเส้นใหญ่ สำคัญว่าแน่จริงขี่ความเร็วให้เท่ากับตอนแข่งที่สวนรถไฟแล้วขี่ให้ตลอดถนนทั้งเส้นละกัน ไม่ใช่อะไรหรอก กลัวหมดแรงซะก่อนน่ะ
-
Endeavour
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:39
- Tel: 0901208248
- team: -
- Bike: Honda,Trek,Dahon,Giant
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
1. "สวนสาธารณ" ทุกคนมีสิทธิใช้ และสวนรถไฟก็เป็น "สวนสาธารณะ" ที่มีการออกแบบให้เป็นที่ขับขี่จักรยานเป็นหลัก ควบคู่กับการเดินวิ่งไปด้วยกัน ขณะที่ผู้ที่ต้องการเดินวิ่งแบบไม่มีจักรยานรบกวนก็ข้ามไปที่สวน "จตุจักร" เท่านั้นเอง ห่างกันไม่กี่ก้าว
2. ใน"สวนสาธารณ" สวนรถไฟ นี้มีมีถนน ที่แบ่งเป็นเลนส์จักรยาน กับเลนส์คนเดิน คนวิ่ง
เพื่อความปลอดภัย จึงบังคับให้คนขี้จักรยาน และคนวิ่งเดินต้อง "วิ่งและขี่สวนทางกัน" นี่คือกฏสำคัญที่ทั้งคนวิ่งคนเดิน คนขี่จักรยานจำเป็นต้องรู้ และต้องรักษากฏนี้เพราะนี่คือ "กฏแห่งความปลอดภัย" ทั้งสำหรับคนเดินวิ่งและคนขับขี่จักรยาน
3.กฏระเบียบสำหรับนักขี่ด้วยกันที่สำคัญคือ "ชิดซ้าย แซงขวา" เพราะในการขับขี่จักรยานนั้น เราไม่สามารถไปกำหนดให้ใครขี่อย่างไร แต่สิ่งที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัดคือ "วินัยในการขับขี่" เพราะนี่คือกฏแห่งความปลอดภัย เพราะไม่มีใครต้องการขับขี่จักรยานแล้วไปชนกับเด็กแน่นอนครับ
การขับขี่จักรยานของเด็กๆที่มากับพ่อแม่และผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่หรือผู้เป็นพ่อแม่ต้องรู้กฏและวินัยของการขับขี่จักรยานก่อนลงถนนก่อนเสมอ ว่าต้องขี่วนไปทางไหน ต้องชิดด้านไหน ถ้าจะแซงจะแซงอย่างไร
เมื่อตัวเองรู้แล้วจะต้องสอนเด็กที่พามาด้วยและเวลาขี่ต้องขี่ด้านหลังหรือขี่ตามเด็กเพื่อดูเด็กได้ตลอดเวลา
แต่จากการสังเกตุ พ่อแม่สวนใหญ่ไม่สนใจกฏและไม่สนใจเด็กและไม่ใส่ใจที่จะสอนเด็กให้รักษาวินัยในการขับขี่ ซึ่งสะท้อนการไร้วินัยในการขับขี่ของคนไทยเช่นกัน เพราะจักรยาน ก็เหมือนรถทั่วๆไป หากขับขี่ไร้วินัย และไม่ใส่ใจในเรื่องกฏและวินัยแล้ว จะเกิดการชนแน่นอน
นอกจาก ต้องมีวินัยในการขับขี่อย่างเคร่งครัดแล้ว "การให้เสียง การให้สัญญาณ" ไม่ว่ากระดิ่ง หรือการให้เสียงในรูปแบบต่างๆของผู้้ที่ขับขี่มาด้านหลัง ในระหว่างการขับขี่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ในการขับขี่เพราะการให้สัญญาณจะทำให้ผู้ที่ขับขี่ที่ "ไร้วินัย" หรือไม่รักษาวินัย หรือแม้แต่มีวินัยก็ตาม ได้รับรู้ว่ามีรถกำลังตามมาและกำลังจะแซง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ให้สัญญาณและผู้ที่ขับขี่อยู่ข้างหน้า การให้สัญญาณของผู้ขับขี่มาด้านหลังถือเป็นความเอาใจใส่และแจ้งให้ผู้อยู่ข้างหน้าได้รู้ตัวถือเป็นความรับผิดชอบและป้องกันการชนของผู้ให้สัญญาณ สวน"การเฉี่ยวชน"ที่เกิดขึ้นนั้น สวนใหญ่ผู้ที่ขับขี่มาด้านหลังไม่ให้สัญญาณและขับขี่ด้วยความคึกคะนอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่ไม่มีเบรก เช่นรถฟิกเกียร์ รถพวกนี้มักจะมีการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงในการขับขี่ เพราะไม่มีระบบเบรก
วันเวลาการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเด็กขับขี่มากเป็นพิเศษ คือ เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดต่างๆ สำหรับผู้ที่ขับขี่ด้วยความเร็วต้องเลี่ยง อีกเวลาหนึ่งที่มีคนขับขี่คับคั่งคือช่วงเย็นของวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเวลานี้คนขับขี่สวนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และไม่ค่อยมีวินัยในการขับขี่ ทั้งที่มีคนวิ่งคนเดินมากด้วย มักเกิดปัญหาการเฉี่ยวชนจากการไม่มีวินัยในการขับขี่
"การขับขี่จักรยานเพื่อความปลอดภัยในเส้นทางที่คับแคบต้องขี่ตามกัน" การขับขี่เรียงหน้ากระดาน การไม่รักษาวินัยการขับขี่ กลับรถกลางถนน การขี่ฉวัดเฉวียน เป็นการขับขี่ที่ไร้วินัย จะเกิดการเฉี่ยวชนประจำในสวนรถไฟ
สำหรับนักขับขี่มืออาชีพนั้น วินัยการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง ส่วนนักขี่ที่ไม่รู้วินัย ไม่รักษากฏจะสร้างปัญหาสำหรับนักขับขี่ด้วยกัน
สำหรับนักขี่ขาแรงยิ่งต้องรักษากฏและมีวินัยในการขับขี่สูงอย่างยิ่ง เพราะยิ่งความเร็วมากเท่าไร คนอยู่บนจักรยานจะยิ่งอันตรายมากเท่านั้น หากมีการชนกับคนเดินคนวิ่งหรือชนกับจักรยานที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ดังนั้นหากท่านคิดว่าตัวเองแรงและมีวินัยในการขับขี่ ขอเชิญขับขี่ที่เวลา 19.00-21.00 น.ดีกว่า เพราะเวลานี้ไม่มีเด็กและถนนว่าง
สำหรับคนเดิน ท่านต้องรักษากฏและวินัยเช่นกัน คนเดินต้องเดินสวนทางเส้นทางจักรยานเท่านั้น โดยเฉพาะตอนมืดค่ำ หากท่านเดินไปตามเส้นทางจักรยานท่านจะไม่เห็นรถ ผู้ขับขี่จำเป็นต้องส่งเสียงเตือนท่าน บางทีทำให้ท่านตกใจ แต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของท้้งตัวท่านผู้เดินและตัวผู้ขับขี่เอง
"วินัยจราจร สะท้อนวินัยของคนในชาติ" ขอบอกว่า หากไปที่สวนรถไฟแล้วท่านจะเห็นชัดถึงวินัยในคนของชาติไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เขามีวินัยในการขับขี่อย่างยิ่ง ไม่ว่ารถจักรยานหรือรถใดๆ
2. ใน"สวนสาธารณ" สวนรถไฟ นี้มีมีถนน ที่แบ่งเป็นเลนส์จักรยาน กับเลนส์คนเดิน คนวิ่ง
เพื่อความปลอดภัย จึงบังคับให้คนขี้จักรยาน และคนวิ่งเดินต้อง "วิ่งและขี่สวนทางกัน" นี่คือกฏสำคัญที่ทั้งคนวิ่งคนเดิน คนขี่จักรยานจำเป็นต้องรู้ และต้องรักษากฏนี้เพราะนี่คือ "กฏแห่งความปลอดภัย" ทั้งสำหรับคนเดินวิ่งและคนขับขี่จักรยาน
3.กฏระเบียบสำหรับนักขี่ด้วยกันที่สำคัญคือ "ชิดซ้าย แซงขวา" เพราะในการขับขี่จักรยานนั้น เราไม่สามารถไปกำหนดให้ใครขี่อย่างไร แต่สิ่งที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัดคือ "วินัยในการขับขี่" เพราะนี่คือกฏแห่งความปลอดภัย เพราะไม่มีใครต้องการขับขี่จักรยานแล้วไปชนกับเด็กแน่นอนครับ
การขับขี่จักรยานของเด็กๆที่มากับพ่อแม่และผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่หรือผู้เป็นพ่อแม่ต้องรู้กฏและวินัยของการขับขี่จักรยานก่อนลงถนนก่อนเสมอ ว่าต้องขี่วนไปทางไหน ต้องชิดด้านไหน ถ้าจะแซงจะแซงอย่างไร
เมื่อตัวเองรู้แล้วจะต้องสอนเด็กที่พามาด้วยและเวลาขี่ต้องขี่ด้านหลังหรือขี่ตามเด็กเพื่อดูเด็กได้ตลอดเวลา
แต่จากการสังเกตุ พ่อแม่สวนใหญ่ไม่สนใจกฏและไม่สนใจเด็กและไม่ใส่ใจที่จะสอนเด็กให้รักษาวินัยในการขับขี่ ซึ่งสะท้อนการไร้วินัยในการขับขี่ของคนไทยเช่นกัน เพราะจักรยาน ก็เหมือนรถทั่วๆไป หากขับขี่ไร้วินัย และไม่ใส่ใจในเรื่องกฏและวินัยแล้ว จะเกิดการชนแน่นอน
นอกจาก ต้องมีวินัยในการขับขี่อย่างเคร่งครัดแล้ว "การให้เสียง การให้สัญญาณ" ไม่ว่ากระดิ่ง หรือการให้เสียงในรูปแบบต่างๆของผู้้ที่ขับขี่มาด้านหลัง ในระหว่างการขับขี่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ในการขับขี่เพราะการให้สัญญาณจะทำให้ผู้ที่ขับขี่ที่ "ไร้วินัย" หรือไม่รักษาวินัย หรือแม้แต่มีวินัยก็ตาม ได้รับรู้ว่ามีรถกำลังตามมาและกำลังจะแซง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ให้สัญญาณและผู้ที่ขับขี่อยู่ข้างหน้า การให้สัญญาณของผู้ขับขี่มาด้านหลังถือเป็นความเอาใจใส่และแจ้งให้ผู้อยู่ข้างหน้าได้รู้ตัวถือเป็นความรับผิดชอบและป้องกันการชนของผู้ให้สัญญาณ สวน"การเฉี่ยวชน"ที่เกิดขึ้นนั้น สวนใหญ่ผู้ที่ขับขี่มาด้านหลังไม่ให้สัญญาณและขับขี่ด้วยความคึกคะนอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่ไม่มีเบรก เช่นรถฟิกเกียร์ รถพวกนี้มักจะมีการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงในการขับขี่ เพราะไม่มีระบบเบรก
วันเวลาการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเด็กขับขี่มากเป็นพิเศษ คือ เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดต่างๆ สำหรับผู้ที่ขับขี่ด้วยความเร็วต้องเลี่ยง อีกเวลาหนึ่งที่มีคนขับขี่คับคั่งคือช่วงเย็นของวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเวลานี้คนขับขี่สวนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และไม่ค่อยมีวินัยในการขับขี่ ทั้งที่มีคนวิ่งคนเดินมากด้วย มักเกิดปัญหาการเฉี่ยวชนจากการไม่มีวินัยในการขับขี่
"การขับขี่จักรยานเพื่อความปลอดภัยในเส้นทางที่คับแคบต้องขี่ตามกัน" การขับขี่เรียงหน้ากระดาน การไม่รักษาวินัยการขับขี่ กลับรถกลางถนน การขี่ฉวัดเฉวียน เป็นการขับขี่ที่ไร้วินัย จะเกิดการเฉี่ยวชนประจำในสวนรถไฟ
สำหรับนักขับขี่มืออาชีพนั้น วินัยการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง ส่วนนักขี่ที่ไม่รู้วินัย ไม่รักษากฏจะสร้างปัญหาสำหรับนักขับขี่ด้วยกัน
สำหรับนักขี่ขาแรงยิ่งต้องรักษากฏและมีวินัยในการขับขี่สูงอย่างยิ่ง เพราะยิ่งความเร็วมากเท่าไร คนอยู่บนจักรยานจะยิ่งอันตรายมากเท่านั้น หากมีการชนกับคนเดินคนวิ่งหรือชนกับจักรยานที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ดังนั้นหากท่านคิดว่าตัวเองแรงและมีวินัยในการขับขี่ ขอเชิญขับขี่ที่เวลา 19.00-21.00 น.ดีกว่า เพราะเวลานี้ไม่มีเด็กและถนนว่าง
สำหรับคนเดิน ท่านต้องรักษากฏและวินัยเช่นกัน คนเดินต้องเดินสวนทางเส้นทางจักรยานเท่านั้น โดยเฉพาะตอนมืดค่ำ หากท่านเดินไปตามเส้นทางจักรยานท่านจะไม่เห็นรถ ผู้ขับขี่จำเป็นต้องส่งเสียงเตือนท่าน บางทีทำให้ท่านตกใจ แต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของท้้งตัวท่านผู้เดินและตัวผู้ขับขี่เอง
"วินัยจราจร สะท้อนวินัยของคนในชาติ" ขอบอกว่า หากไปที่สวนรถไฟแล้วท่านจะเห็นชัดถึงวินัยในคนของชาติไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เขามีวินัยในการขับขี่อย่างยิ่ง ไม่ว่ารถจักรยานหรือรถใดๆ
Endeavour
-
จักรยานลูกอ่อน
- ขาประจำ
- โพสต์: 208
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 16:27
- Bike: TREK - TIME RX - STRiDA LT.
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
แล้ว??ยังไงม่ายเข้าใจ บอกใครครับ??เอามาให้อ่านเฉยๆหรือ??ทำป้ายติดไว้หน้าสวน..เข้าแถวอ่านก่อนใช้บริการ??คนเราว่าง่ายกันทุกคนเลยหรือครับEndeavour เขียน:1. "สวนสาธารณ" ทุกคนมีสิทธิใช้ และสวนรถไฟก็เป็น "สวนสาธารณะ" ที่มีการออกแบบให้เป็นที่ขับขี่จักรยานเป็นหลัก ควบคู่กับการเดินวิ่งไปด้วยกัน ขณะที่ผู้ที่ต้องการเดินวิ่งแบบไม่มีจักรยานรบกวนก็ข้ามไปที่สวน "จตุจักร" เท่านั้นเอง ห่างกันไม่กี่ก้าว
2. ใน"สวนสาธารณ" สวนรถไฟ นี้มีมีถนน ที่แบ่งเป็นเลนส์จักรยาน กับเลนส์คนเดิน คนวิ่ง
เพื่อความปลอดภัย จึงบังคับให้คนขี้จักรยาน และคนวิ่งเดินต้อง "วิ่งและขี่สวนทางกัน" นี่คือกฏสำคัญที่ทั้งคนวิ่งคนเดิน คนขี่จักรยานจำเป็นต้องรู้ และต้องรักษากฏนี้เพราะนี่คือ "กฏแห่งความปลอดภัย" ทั้งสำหรับคนเดินวิ่งและคนขับขี่จักรยาน
3.กฏระเบียบสำหรับนักขี่ด้วยกันที่สำคัญคือ "ชิดซ้าย แซงขวา" เพราะในการขับขี่จักรยานนั้น เราไม่สามารถไปกำหนดให้ใครขี่อย่างไร แต่สิ่งที่ต้องรักษาอย่างเคร่งครัดคือ "วินัยในการขับขี่" เพราะนี่คือกฏแห่งความปลอดภัย เพราะไม่มีใครต้องการขับขี่จักรยานแล้วไปชนกับเด็กแน่นอนครับ
การขับขี่จักรยานของเด็กๆที่มากับพ่อแม่และผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่หรือผู้เป็นพ่อแม่ต้องรู้กฏและวินัยของการขับขี่จักรยานก่อนลงถนนก่อนเสมอ ว่าต้องขี่วนไปทางไหน ต้องชิดด้านไหน ถ้าจะแซงจะแซงอย่างไร
เมื่อตัวเองรู้แล้วจะต้องสอนเด็กที่พามาด้วยและเวลาขี่ต้องขี่ด้านหลังหรือขี่ตามเด็กเพื่อดูเด็กได้ตลอดเวลา
แต่จากการสังเกตุ พ่อแม่สวนใหญ่ไม่สนใจกฏและไม่สนใจเด็กและไม่ใส่ใจที่จะสอนเด็กให้รักษาวินัยในการขับขี่ ซึ่งสะท้อนการไร้วินัยในการขับขี่ของคนไทยเช่นกัน เพราะจักรยาน ก็เหมือนรถทั่วๆไป หากขับขี่ไร้วินัย และไม่ใส่ใจในเรื่องกฏและวินัยแล้ว จะเกิดการชนแน่นอน
นอกจาก ต้องมีวินัยในการขับขี่อย่างเคร่งครัดแล้ว "การให้เสียง การให้สัญญาณ" ไม่ว่ากระดิ่ง หรือการให้เสียงในรูปแบบต่างๆของผู้้ที่ขับขี่มาด้านหลัง ในระหว่างการขับขี่ถือว่าสำคัญอย่างยิ่ง ในการขับขี่เพราะการให้สัญญาณจะทำให้ผู้ที่ขับขี่ที่ "ไร้วินัย" หรือไม่รักษาวินัย หรือแม้แต่มีวินัยก็ตาม ได้รับรู้ว่ามีรถกำลังตามมาและกำลังจะแซง ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ให้สัญญาณและผู้ที่ขับขี่อยู่ข้างหน้า การให้สัญญาณของผู้ขับขี่มาด้านหลังถือเป็นความเอาใจใส่และแจ้งให้ผู้อยู่ข้างหน้าได้รู้ตัวถือเป็นความรับผิดชอบและป้องกันการชนของผู้ให้สัญญาณ สวน"การเฉี่ยวชน"ที่เกิดขึ้นนั้น สวนใหญ่ผู้ที่ขับขี่มาด้านหลังไม่ให้สัญญาณและขับขี่ด้วยความคึกคะนอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถที่ไม่มีเบรก เช่นรถฟิกเกียร์ รถพวกนี้มักจะมีการเฉี่ยวชนอย่างรุนแรงในการขับขี่ เพราะไม่มีระบบเบรก
วันเวลาการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเวลาที่มีเด็กขับขี่มากเป็นพิเศษ คือ เสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดต่างๆ สำหรับผู้ที่ขับขี่ด้วยความเร็วต้องเลี่ยง อีกเวลาหนึ่งที่มีคนขับขี่คับคั่งคือช่วงเย็นของวันทำงานจันทร์ถึงศุกร์ ช่วงเวลานี้คนขับขี่สวนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ และไม่ค่อยมีวินัยในการขับขี่ ทั้งที่มีคนวิ่งคนเดินมากด้วย มักเกิดปัญหาการเฉี่ยวชนจากการไม่มีวินัยในการขับขี่
"การขับขี่จักรยานเพื่อความปลอดภัยในเส้นทางที่คับแคบต้องขี่ตามกัน" การขับขี่เรียงหน้ากระดาน การไม่รักษาวินัยการขับขี่ กลับรถกลางถนน การขี่ฉวัดเฉวียน เป็นการขับขี่ที่ไร้วินัย จะเกิดการเฉี่ยวชนประจำในสวนรถไฟ
สำหรับนักขับขี่มืออาชีพนั้น วินัยการขับขี่สำคัญอย่างยิ่ง ส่วนนักขี่ที่ไม่รู้วินัย ไม่รักษากฏจะสร้างปัญหาสำหรับนักขับขี่ด้วยกัน
สำหรับนักขี่ขาแรงยิ่งต้องรักษากฏและมีวินัยในการขับขี่สูงอย่างยิ่ง เพราะยิ่งความเร็วมากเท่าไร คนอยู่บนจักรยานจะยิ่งอันตรายมากเท่านั้น หากมีการชนกับคนเดินคนวิ่งหรือชนกับจักรยานที่ขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ ดังนั้นหากท่านคิดว่าตัวเองแรงและมีวินัยในการขับขี่ ขอเชิญขับขี่ที่เวลา 19.00-21.00 น.ดีกว่า เพราะเวลานี้ไม่มีเด็กและถนนว่าง
สำหรับคนเดิน ท่านต้องรักษากฏและวินัยเช่นกัน คนเดินต้องเดินสวนทางเส้นทางจักรยานเท่านั้น โดยเฉพาะตอนมืดค่ำ หากท่านเดินไปตามเส้นทางจักรยานท่านจะไม่เห็นรถ ผู้ขับขี่จำเป็นต้องส่งเสียงเตือนท่าน บางทีทำให้ท่านตกใจ แต่นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของท้้งตัวท่านผู้เดินและตัวผู้ขับขี่เอง
"วินัยจราจร สะท้อนวินัยของคนในชาติ" ขอบอกว่า หากไปที่สวนรถไฟแล้วท่านจะเห็นชัดถึงวินัยในคนของชาติไทย ซึ่งแตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่เขามีวินัยในการขับขี่อย่างยิ่ง ไม่ว่ารถจักรยานหรือรถใดๆ
รถวิ่งบนถนนทุกวันนี่ก็รู้กันอยู่ ถ้าแก้ตรงนี้ไม่ได้ก็ต้องทำ"ตัวหนอน"ถ้าไม่อยากทำ ลึกๆคนขี่ก็ยังเห็นแก่ตัวกันอยู่..อยากขี่เร็วไม่อยากมีอะไรมาทำให้สะดุด
เรื่องเด็กอีก หยั่งกะ่ว่าสอนแล้วจะเข้าใจเดี๋ยวนั้นเลย เด็กเจอสวน-เพื่อนแปลกหน้า ก็วิ่งทะเล่อทะล่า พ่อแม่ตามจับกันไม่ทันแล้วล่ะครับ...
"คนจัญไร ชอบความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง "
-
Endeavour
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:39
- Tel: 0901208248
- team: -
- Bike: Honda,Trek,Dahon,Giant
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
ความแตกต่างของสวนรถไฟ ซึ่งเป็นสวนที่เน้นการขับขี่จักรยานโดยมีสวนจตุจักรที่อยู่ติดกันออกแบบสำหรับคนเดินวิ่งเท่านั้น สวนสวนลุมพินีออกแบบสำหรับการเดินวิ่งเป็นหลักแต่อนุโลมให้ขับขี่ได้เฉพาะตอนกลางวันที่มีคนใช้สวนน้อยโดยจำกัดเวลา และทุกวันก็ยังใช้กฏนี้อยู่
สวนรถไฟออกแบบสำหรับการขับขี่จักรยานเป็นหลัก และเสริมด้วยเลนส์ของคนเดินในลักษณะสวนทางกัน โดยมีร้านเช่าจักรยานที่มีรถนับพันคันหลายรูปแบบตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ไว้เช่าขับขี่ในสวนรถไฟ ดังนั้นสวนรถไฟ จึงมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนสวนลุมพินี เพราะสวนลุมพินีเป้าหมายเป็นไปเพื่อการเดินและวิ่งเท่านั้น ถ้ามีรถจักรยานเข้าไปจะเกิดอันตรายสำหรับคนเดินและวิ่ง เพราะคนเดินและวิ่งไม่มีทางเลือกเหมือนสวนรถไฟซึ่งอยู่ติดกับสวนจตุจักร ซึ่งสวนจตุจักรออกแบบสำหรับคนเดินและวิ่งเท่านั้น สำหรับสวนลุมพินีนั้นอนุญาตให้ขับขี่จักรยานได้เฉพาะช่วงตอนกลางวันเท่านั้น เพราะเป็นเวลาที่มีคนเดินวิ่งและใช้สวนน้อย การที่มีผู้เข้าใจว่าสวนรถไฟจะเป็นเหมือนสวนลุมพินีนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
ปัญหาในการขับขี่รถจักรยาน ก็เหมือนกับปัญหาการขับขี่รถทุกประเภทคือ การขาดจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรและวินัยในการขับขี่ และปัญหาที่ตามมาคือการเฉี่ยวชน ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งรถและผู้ขับขี่ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย จนถึงอาจถึงแก่ชีวิต
ปัญหาที่สวนรถไฟนั้นปัญญหาใหญ่ๆมีดังนี้
1.คือการขาดจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรวินัยการขับขี่จักรยาน
สำนีกในเรื่องวินัยการขับขี่เริ่มจากตัวผู้ขับขี่เอง ก่อนขึ้นนั่งบนอานรถต้องตรวจสอบสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือคุณสวมหมวกกันน็อกหรือไม่ สิ่งนี่สำคัญอย่างยิ่ง เพียงรถล้มโดยไม่ต้องขับรถเร็วแต่ศีรษะกระแทกขอบทางก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นวินัยข้อนี้จึงสำคัญเพราะมันสะท้อนจิตสำนึกในความปลอดภัยของตัวเราเอง เพราะถ้าขาดข้อนี้แล้ว การจะไปมีจิตสำนึกนึกถึงความปลอดภัยของคนอื่นหรือผู้ขับขี่ร่วมทางนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก ให้สังเกตุว่าผู้ที่ชอบขับขี่จักรยานแบบคึกคะนองมักไม่สวมหมวกกันน็อก ส่วนพวกที่มีชุดสวมใส่อย่างถูกต้องจะมีการขับขี่ระมัดระวังเป็นพิเศษและจะมีการให้เสียงเตือนเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น และพวกนี้เขาต้องการมาขับขี่ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย เป็นเป้าหมายหลัก และโดยธรรมชาติการปั่นจักรยานเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่อง ศักยภาพร่างกายจะสูงขึ้น การปั่นก็จะเพิ่มความเร็วตามระยะเวลาที่ผ่านไป พวกนี้จะสนใจความปลอดภัยของตัวเองและผู้คนรอบข้างเป็นพิเศษ
ข้อสังเกตุสำหรับพวกที่ไม่เคารพกฏและไม่มีวินัยในการขับขี่
-พวกที่มากับพวกเป็นหมู่คณะ พวกนี้เวลาขับขี่จะไม่สนใจว่าเลนส์ไหนคนเดินคนวิ่ง เลนส์ไหนของจักรยาน มักขี่เต็มถนนเกะกะไปหมด นึกอยากกลับรถก็กลับ นึกอยากจะขี่แบบยกล้อก็ขี่ นึกอยากจะจอดกลางถนนก็จอด นึกอยากจะขี่จับคล้องมือกันก็ขี่ นึกจะเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยว นึกจะเลี้ยวขวาก็เลี้ยวโดยไม่ให้สัญญาณกับคนขี่มาข้างหลัง และปัญหาคือมักขี่ช้าเพราะขี่ไปด้วยคุยกันไปด้วย ขี่เต็มถนนไปหมด กลุ่มพวกนี้เป้าหมายมีเพียงมาขี่เพื่อคุยกัน หรือมาจีบกัน มาขี่เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์กัน พวกนี้มักเป็นวัยทำงาน วัยรุ่นหรือนักศึกษา นักเรียน
กลุ่มพวกนี้สร้างปัญหาให้คนที่ต้องการมาขับขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกาย เพราะการขี่ช้าเพราะมัวแต่คุยและขี่ตามใจ มัวแต่ชมต้นไม้ใบหญ้า ไม่ใส่ใจในวินัยการขับขี่ ไม่สนใจคนอื่น พวกนี้มักจะรำคาญเสียงกระดิ่ง ของรถที่ตามมา พวกนี้จะไม่พอใจเมื่อมีใครมาบอกให้ชิดซ้าย พวกนี้จะไม่พอใจใครก็ตามที่มาใช้เสียงใดๆเตือน
-พวกที่มากับแฟน พวกนี้ไม่ได้มีเป้าหมายมาออกกำลังกายแต่มาขี่เพื่อพูดคุย และจะขี่แบบหน้ากระดาน พูดคุยกันไป ไม่ใส่ใจคนที่เขามาด้านหลัง มักใช้มือเกี่ยวกันทำให้คนขี่มาข้างหล้งแซงผ่านไม่ได้ เพราะเลนส์จักรยานก็เล็กๆ
2.การนำเด็กอายุยังน้อยเข้ามาฝึกหัดขับขี่ในเลนส์จักรยานเส้นทางหลัก ที่มีผู้ขับขี่ ทั้งที่เด็กยังไม่รู้จักซ้าย หรือขวา
การปลูกฝังจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรและมีวินัยในการขับขี่ เมื่อเด็กเอารถลงถนนเพื่อการขับขี่นั้น ต้องมาก่อนการฝึกหัดให้เด็กปั่นจักรยานเป็น หากเด็กนั้นยังไม่เข้าใจว่าซ้ายคือด้านไหน ขวาคือด้านไหน ต้องไม่นำเด็กลงถนนหลักสำหรับการขับขี่ ควรนำเด็กไปหัดขับขี่ในถนนด้านในสวนรถไฟ หรือบริเวณสวนจำลอง เพื่อให้เด็กปลอดภัย
เนื่องจากพ่อแม่จำนวนไม่น้อยขาดจิตสำนึกในเรื่องนี้ คุณจะพบว่า มีพ่อแม่แบบนี้นำเด็กไปหัดขับขี่ในเลนส์จักรยานเส้นทางหลักจำนวนไม่น้อย ซึ่งอันตรายและไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง นี่คือลักษณะหนึ่งที่สะท้อนภาวะการขาดจิตสำนึกของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในการเคารพกฏจราจรและไร้วินัยในการขับขี่
3.การนำเด็กมาขับขี่โดยขาดการปลูกจิตสำนึกให้เด็กเคารพกฏวินัยในการขับขี่
ปัญหานี้จะพบมากโดยพ่อแม่ มักจะปล่อยให้ลูกขับขี่ไปตามถนน โดยไม่มีการสอนหรือปลูกฝังการเคารพกฏจราจร ทั้งที่มีการขีดเส้นแบ่งระหว่างเลนส์คนเดินวิ่ง และเลนส์จักรยาน พ่อแม่ในลักษณะนี้มักจะมีลักษณะแบบนี้ คือ ขับขี่รถไปก่อนแล้วให้ลูกๆขี่ตามหลัง จนบางทีหันกลับมาเห็นลูกล้มคลุกอยู่เพราะขี่ตกถนน การขับขี่จะต้องให้เด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา โดยขับขี่อยู่ด้านหลังเด็ก โดยต้องบอกสอนตลอดเวลาว่า ให้ขี่ชิดซ้ายเพราะรถเราช้า คนขี่เร็วจะแซงขวา และต้องบอกเด็กว่าต้องอยู่ในกรอบเลนส์ ไม่ข้ามไปเลนส์คนเดินและวิ่ง เพราะจะไม่ปลอดภัย
"เราต้องพร่ำบอกว่ากับเด็กตลอดเวลาว่า การเคารพกฏจะทำให้เด็กปลอดภัย" และเราต้องบอกเด็กว่า "ขี่ช้าให้ชิดซ้าย รถเร็วตามมาจะ แซงขวาเสมอ" พ่อแม่สวนใหญ่ที่พบคือเวลามีรถตามมาและกดกริ่ง มักตะโกนบอกลูกว่า "ระวังรถลูก" ซึ่งเด็กเขาจะสับสนบางทีก็กลับรถกลางคันเพื่อมาหาพ่อแม่ แทนที่จะบอกให้ชัดเจน ว่า "รถเร็วมาชิดช้ายลูก รถเร็วจะแซงขวา และให้อยู่ในเลนส์จักรยาน อย่าออกนอกเลนส์" ถ้าพูดเช่นนี้เด็กที่รู้ซ้าย รู้ขวา เขาจะเข้าใจ การฝึกเด็กแบบนี้เด็กจะเรียนรู้ทันทีว่า หากเราเคารพกฏจราจรแม้เขาขับขี่ข้า เวลามีรถเร็วแซงเขาก็ไม่กลัวเพราะการเคารพกฏทำให้เราปลอดภัย
การขับขี่รถที่ช้าๆ ไม่ชิดซ้าย เวลารถเร็วมาต้องแซงขวากินเลนส์คนเดินวิ่ง รถอาจจะไปเฉี่ยวชนคนที่เขาอยู่ในเลนส์เดินและวิ่งได้ ดังนั้นการเคารพกฏจราจรสำคัญอย่างยิ่ง เมื่ออยู่บนถนนสาธารณะที่เป็นลักษณะการออกแบบเพื่อการขับขี่สำหรับการออกกำลังกาย
4.ปัญหาการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ขับขี่จักรยานได้ตระหนักในวินัยการขับขี่และเคารพกฏจราจรอย่างเคร่งครัด
ระบบเครื่องเสียงของสวนก็มีแต่ขาดการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะกฏการปั่น การขับขี่ และบริเวณที่จัดไว้สำหรับเด็กไว้หัดขับขี่ หรือถนนด้านในสวนมีหลายเส้นเพื่อความปลอดภัยควรให้เด็กเข้าไปฝึกหัดขับขี่ด้านในให้ชำนาญเสียก่อน ก่อนที่จะออกมาถนนหลักในบริเวณสวน
ผมเป็นคนหนึ่งที่ขับขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกายโดยที่นี่ สวนรถไฟ เป็นที่แรกที่ผมนำรถคันแรกของผมมาปั่น โดยในวันแรกผมปั่นกับแฟน เป็นการปั่นโดยไม่ได้นึกถึงกฏเลย โดยปั่นสวนทางกับเส้นทางรถจักรยานที่กำหนดไว้ พอปั่นไปได้ประมาณ สี่ร้อยเมตร ก็มีพวกที่เขาปั่นออกกำลังกายที่ใส่หมวกมีชุดร้องบอก นับแต่วันนั้นผมก็ปั่นแบบเคารพกฏมาโดยตลอด ไปปั่นทุกวัน แรกๆ ก็ปั่นช้าๆ เพราะไม่มีแรง และมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ จนบัดนี้ก็ปั่นที่นี่มาเกือบสองปีแล้ว ชนก็บ่อย บอกได้เลยว่าไม่เคยชนเด็กเล็กๆ แต่ชนพวกผู้ใหญ่หรือวัยรุ่น ที่ไม่เคารพกฏ และการชนทุกครั้งชนเพราะ "การกลับรถกลางถนนกระทันหันของพวกนี้" โดยที่เราไม่นึกว่า มันจะกลับรถ หรือ ชนเพราะขี่รถจักรยานสวนมาในเลนส์จักรยาน
บอกได้เลยว่า กระทู้นี้มันสะท้อนภาวะการไม่เคารพในกฏจราจรและขาดสำนึกในวินัยในการขับขี่ของผู้ขับขี่ ดังนั้นก่อนที่จะตำหนิคนอื่น คุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า เวลาคุณนำรถลงไปในเลนส์จักรยาน คุณใส่หมวกกันน็อกหรือยัง และทันทีที่ลงปั่นคุณต้องรู้ว่ากฏการขับขี่คือ ช้าชิดซ้าย และอย่าพยายมขับขี่เหมือนที่นี่เป็นถนนในบ้านของคุณ ให้นึกว่านี่เป็นถนนสำหรับการออกกำลังกายของทุกคน ที่มีทั้งคนขี่ช้าขี่เร็วแตกต่างกันไป ถ้าจะขี่ชมนกชมไม้ ก็ขี่ในสนามหญ้าได้เลย
สัญญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคุณ ไม่เคารพกฏคือ คนกดกริ่ง หรือ แจ้งเตือนให้คุณ ชิดซ้าย อันนี้แหละเราต้องสำเหนียกว่า เราขับขี่เคารพกฏหรือยัง
กฏจราจรและวินัยการขับขี่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนในเส้นทางนั้นๆ กระทู้นี้มันสะท้อนภาวะการขาดจิตสำนึกในความปลอดภัยในการชับขี่จักรยานหรือรถใดๆ ของคนไทยชัดเจน
มีคุณบอกว่าถ้าอยากปั่นเร็วก็ไปปั่นในถนนใหญ่ ผมบอกได้เลยว่า วินัยการขับขี่ในถนนใหญ่ก็ไม่ต่างจากในสวนรถไฟหรอก ปั่นในสวนรถไฟ อย่างมากก็หัวร่าง คางแตก เท่านั้น แต่ในถนนใหญ่ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ผมจึงไม่เห็นด้วยกับหลายๆคนที่บอกให้พวกที่เขาขับขี่เร็วไปขี่ในถนนใหญ่ เพราะพวกที่ขับขี่เร็วและมีชุดกันภัยพร้อม พวกเขาจะระมัดระวังสูงมากอยู่แล้ว การขับขี่ใดๆ หากทุกคนเคารพกฏและมีวินัยในการชับขี่ จะขี่อยู่ตรงไหนก็ปลอดภัย
จากประสบการณ์ของผมและที่ผ่านเหตุการชนมามากในสวนรถไฟนี้มีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย จนไหปลาร้าหัก บอกได้เลยว่า การชนไม่ได้เกิดจากพวกขับรถเร็วขับไม่รักษากฏวินัย แต่ร้อยทั้งร้อย เกิดจากพวกที่ขับขี่ช้าๆและไม่เคารพกฏการขับขี่ทั้งสิ้น และที่รุนแรงคือการกลับรถทันทีกลางถนน
อีกอย่างคือพวกที่ชอบเดินในทางเดียวกับรถจักรยาน อยากบอกว่ามันอันตรายมาก เพราะคุณมองไม่เห็นรถ เวลามีการเตือนมาจากด้านหลัง ทำให้คนตกใจได้ หากคุณหลบไปด้านใดด้านหนึ่งจะถูกชนได้ ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง แต่ถ้าเป็นไปได้ จะเดินหรือวิ่งควรรักษากฏด้วยคือวิ่งหรือเดินในเลนส์คนเดินหรือวิ่งเท่านั้น
สำหรับรถที่หาความปลอดภัยไม่ได้เลยคือ พวกฟิกเกียร์ รถพวกนี้ชนคนเดินวิ่ง หัวร่างคางแตกมาเยอะมากๆในสวน และสร้างปัญหาสำหรับคนวิ่งในส่วนไม่น้อย เพราะรถพวกนี้ไม่มีระบบเบรก คนขับขี่ส่วนใหญ่ขับเร็วคึกคะนอง และไม่มีการสวมใส่ชุดป้องกัน ถ้าเห็นรถพวกนี้มาหากคุณอยู่ใกล้ๆให้หลบไกลๆ อันตรายจริงๆ
หากคุณอยากรู้ว่าที่ผมเขียนจริงหรือไม่ ให้คุณลองไปเดินหรือวิ่งดูสักวัน หรือลองคุณไปปั่นดูสักวันแล้วจะรู้ว่าที่ผมเขียนมามันชัดยิ่งกว่าชัด ว่าคนไทยช่างไร้วินัยในการขับขี่จริงๆ แล้วก็ออกมาโทษคนนั้นคนนี้แทนที่จะมองมาดูตัวเองว่า คุณนั้นเคารพกฏและมีสำนึกในวินัยการขับขี่เพียงพอหรือยัง
ที่สาธารณะที่มีคนหลากหลายมาใช้ เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมีกฏ มีระเบียบ มีวินัย หากเกิดปัญหาขึ้นมา ผิดถูก ก็ต้องอาศัยกฏเข้ามาเป็นตัวตัดสิน สิ่งที่ดีที่สุดคือการเคารพกฏ และมีวินัยในการขับขี่ ทั้งนี้ก็เพื่อตัวคุณเองและผู้คนรอบข้างนะครับ
สวนรถไฟออกแบบสำหรับการขับขี่จักรยานเป็นหลัก และเสริมด้วยเลนส์ของคนเดินในลักษณะสวนทางกัน โดยมีร้านเช่าจักรยานที่มีรถนับพันคันหลายรูปแบบตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ไว้เช่าขับขี่ในสวนรถไฟ ดังนั้นสวนรถไฟ จึงมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนสวนลุมพินี เพราะสวนลุมพินีเป้าหมายเป็นไปเพื่อการเดินและวิ่งเท่านั้น ถ้ามีรถจักรยานเข้าไปจะเกิดอันตรายสำหรับคนเดินและวิ่ง เพราะคนเดินและวิ่งไม่มีทางเลือกเหมือนสวนรถไฟซึ่งอยู่ติดกับสวนจตุจักร ซึ่งสวนจตุจักรออกแบบสำหรับคนเดินและวิ่งเท่านั้น สำหรับสวนลุมพินีนั้นอนุญาตให้ขับขี่จักรยานได้เฉพาะช่วงตอนกลางวันเท่านั้น เพราะเป็นเวลาที่มีคนเดินวิ่งและใช้สวนน้อย การที่มีผู้เข้าใจว่าสวนรถไฟจะเป็นเหมือนสวนลุมพินีนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน
ปัญหาในการขับขี่รถจักรยาน ก็เหมือนกับปัญหาการขับขี่รถทุกประเภทคือ การขาดจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรและวินัยในการขับขี่ และปัญหาที่ตามมาคือการเฉี่ยวชน ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งรถและผู้ขับขี่ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อย จนถึงอาจถึงแก่ชีวิต
ปัญหาที่สวนรถไฟนั้นปัญญหาใหญ่ๆมีดังนี้
1.คือการขาดจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรวินัยการขับขี่จักรยาน
สำนีกในเรื่องวินัยการขับขี่เริ่มจากตัวผู้ขับขี่เอง ก่อนขึ้นนั่งบนอานรถต้องตรวจสอบสิ่งสำคัญอย่างยิ่งคือคุณสวมหมวกกันน็อกหรือไม่ สิ่งนี่สำคัญอย่างยิ่ง เพียงรถล้มโดยไม่ต้องขับรถเร็วแต่ศีรษะกระแทกขอบทางก็อาจจะถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้นวินัยข้อนี้จึงสำคัญเพราะมันสะท้อนจิตสำนึกในความปลอดภัยของตัวเราเอง เพราะถ้าขาดข้อนี้แล้ว การจะไปมีจิตสำนึกนึกถึงความปลอดภัยของคนอื่นหรือผู้ขับขี่ร่วมทางนั้นย่อมเป็นไปได้ยาก ให้สังเกตุว่าผู้ที่ชอบขับขี่จักรยานแบบคึกคะนองมักไม่สวมหมวกกันน็อก ส่วนพวกที่มีชุดสวมใส่อย่างถูกต้องจะมีการขับขี่ระมัดระวังเป็นพิเศษและจะมีการให้เสียงเตือนเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น และพวกนี้เขาต้องการมาขับขี่ปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย เป็นเป้าหมายหลัก และโดยธรรมชาติการปั่นจักรยานเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่อง ศักยภาพร่างกายจะสูงขึ้น การปั่นก็จะเพิ่มความเร็วตามระยะเวลาที่ผ่านไป พวกนี้จะสนใจความปลอดภัยของตัวเองและผู้คนรอบข้างเป็นพิเศษ
ข้อสังเกตุสำหรับพวกที่ไม่เคารพกฏและไม่มีวินัยในการขับขี่
-พวกที่มากับพวกเป็นหมู่คณะ พวกนี้เวลาขับขี่จะไม่สนใจว่าเลนส์ไหนคนเดินคนวิ่ง เลนส์ไหนของจักรยาน มักขี่เต็มถนนเกะกะไปหมด นึกอยากกลับรถก็กลับ นึกอยากจะขี่แบบยกล้อก็ขี่ นึกอยากจะจอดกลางถนนก็จอด นึกอยากจะขี่จับคล้องมือกันก็ขี่ นึกจะเลี้ยวซ้ายก็เลี้ยว นึกจะเลี้ยวขวาก็เลี้ยวโดยไม่ให้สัญญาณกับคนขี่มาข้างหลัง และปัญหาคือมักขี่ช้าเพราะขี่ไปด้วยคุยกันไปด้วย ขี่เต็มถนนไปหมด กลุ่มพวกนี้เป้าหมายมีเพียงมาขี่เพื่อคุยกัน หรือมาจีบกัน มาขี่เพื่อขอเบอร์โทรศัพท์กัน พวกนี้มักเป็นวัยทำงาน วัยรุ่นหรือนักศึกษา นักเรียน
กลุ่มพวกนี้สร้างปัญหาให้คนที่ต้องการมาขับขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกาย เพราะการขี่ช้าเพราะมัวแต่คุยและขี่ตามใจ มัวแต่ชมต้นไม้ใบหญ้า ไม่ใส่ใจในวินัยการขับขี่ ไม่สนใจคนอื่น พวกนี้มักจะรำคาญเสียงกระดิ่ง ของรถที่ตามมา พวกนี้จะไม่พอใจเมื่อมีใครมาบอกให้ชิดซ้าย พวกนี้จะไม่พอใจใครก็ตามที่มาใช้เสียงใดๆเตือน
-พวกที่มากับแฟน พวกนี้ไม่ได้มีเป้าหมายมาออกกำลังกายแต่มาขี่เพื่อพูดคุย และจะขี่แบบหน้ากระดาน พูดคุยกันไป ไม่ใส่ใจคนที่เขามาด้านหลัง มักใช้มือเกี่ยวกันทำให้คนขี่มาข้างหล้งแซงผ่านไม่ได้ เพราะเลนส์จักรยานก็เล็กๆ
2.การนำเด็กอายุยังน้อยเข้ามาฝึกหัดขับขี่ในเลนส์จักรยานเส้นทางหลัก ที่มีผู้ขับขี่ ทั้งที่เด็กยังไม่รู้จักซ้าย หรือขวา
การปลูกฝังจิตสำนึกในการเคารพกฏจราจรและมีวินัยในการขับขี่ เมื่อเด็กเอารถลงถนนเพื่อการขับขี่นั้น ต้องมาก่อนการฝึกหัดให้เด็กปั่นจักรยานเป็น หากเด็กนั้นยังไม่เข้าใจว่าซ้ายคือด้านไหน ขวาคือด้านไหน ต้องไม่นำเด็กลงถนนหลักสำหรับการขับขี่ ควรนำเด็กไปหัดขับขี่ในถนนด้านในสวนรถไฟ หรือบริเวณสวนจำลอง เพื่อให้เด็กปลอดภัย
เนื่องจากพ่อแม่จำนวนไม่น้อยขาดจิตสำนึกในเรื่องนี้ คุณจะพบว่า มีพ่อแม่แบบนี้นำเด็กไปหัดขับขี่ในเลนส์จักรยานเส้นทางหลักจำนวนไม่น้อย ซึ่งอันตรายและไม่ปลอดภัยอย่างยิ่ง นี่คือลักษณะหนึ่งที่สะท้อนภาวะการขาดจิตสำนึกของพ่อแม่หรือผู้ใหญ่ในการเคารพกฏจราจรและไร้วินัยในการขับขี่
3.การนำเด็กมาขับขี่โดยขาดการปลูกจิตสำนึกให้เด็กเคารพกฏวินัยในการขับขี่
ปัญหานี้จะพบมากโดยพ่อแม่ มักจะปล่อยให้ลูกขับขี่ไปตามถนน โดยไม่มีการสอนหรือปลูกฝังการเคารพกฏจราจร ทั้งที่มีการขีดเส้นแบ่งระหว่างเลนส์คนเดินวิ่ง และเลนส์จักรยาน พ่อแม่ในลักษณะนี้มักจะมีลักษณะแบบนี้ คือ ขับขี่รถไปก่อนแล้วให้ลูกๆขี่ตามหลัง จนบางทีหันกลับมาเห็นลูกล้มคลุกอยู่เพราะขี่ตกถนน การขับขี่จะต้องให้เด็กอยู่ในสายตาตลอดเวลา โดยขับขี่อยู่ด้านหลังเด็ก โดยต้องบอกสอนตลอดเวลาว่า ให้ขี่ชิดซ้ายเพราะรถเราช้า คนขี่เร็วจะแซงขวา และต้องบอกเด็กว่าต้องอยู่ในกรอบเลนส์ ไม่ข้ามไปเลนส์คนเดินและวิ่ง เพราะจะไม่ปลอดภัย
"เราต้องพร่ำบอกว่ากับเด็กตลอดเวลาว่า การเคารพกฏจะทำให้เด็กปลอดภัย" และเราต้องบอกเด็กว่า "ขี่ช้าให้ชิดซ้าย รถเร็วตามมาจะ แซงขวาเสมอ" พ่อแม่สวนใหญ่ที่พบคือเวลามีรถตามมาและกดกริ่ง มักตะโกนบอกลูกว่า "ระวังรถลูก" ซึ่งเด็กเขาจะสับสนบางทีก็กลับรถกลางคันเพื่อมาหาพ่อแม่ แทนที่จะบอกให้ชัดเจน ว่า "รถเร็วมาชิดช้ายลูก รถเร็วจะแซงขวา และให้อยู่ในเลนส์จักรยาน อย่าออกนอกเลนส์" ถ้าพูดเช่นนี้เด็กที่รู้ซ้าย รู้ขวา เขาจะเข้าใจ การฝึกเด็กแบบนี้เด็กจะเรียนรู้ทันทีว่า หากเราเคารพกฏจราจรแม้เขาขับขี่ข้า เวลามีรถเร็วแซงเขาก็ไม่กลัวเพราะการเคารพกฏทำให้เราปลอดภัย
การขับขี่รถที่ช้าๆ ไม่ชิดซ้าย เวลารถเร็วมาต้องแซงขวากินเลนส์คนเดินวิ่ง รถอาจจะไปเฉี่ยวชนคนที่เขาอยู่ในเลนส์เดินและวิ่งได้ ดังนั้นการเคารพกฏจราจรสำคัญอย่างยิ่ง เมื่ออยู่บนถนนสาธารณะที่เป็นลักษณะการออกแบบเพื่อการขับขี่สำหรับการออกกำลังกาย
4.ปัญหาการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้ขับขี่จักรยานได้ตระหนักในวินัยการขับขี่และเคารพกฏจราจรอย่างเคร่งครัด
ระบบเครื่องเสียงของสวนก็มีแต่ขาดการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะกฏการปั่น การขับขี่ และบริเวณที่จัดไว้สำหรับเด็กไว้หัดขับขี่ หรือถนนด้านในสวนมีหลายเส้นเพื่อความปลอดภัยควรให้เด็กเข้าไปฝึกหัดขับขี่ด้านในให้ชำนาญเสียก่อน ก่อนที่จะออกมาถนนหลักในบริเวณสวน
ผมเป็นคนหนึ่งที่ขับขี่จักรยานเพื่อออกกำลังกายโดยที่นี่ สวนรถไฟ เป็นที่แรกที่ผมนำรถคันแรกของผมมาปั่น โดยในวันแรกผมปั่นกับแฟน เป็นการปั่นโดยไม่ได้นึกถึงกฏเลย โดยปั่นสวนทางกับเส้นทางรถจักรยานที่กำหนดไว้ พอปั่นไปได้ประมาณ สี่ร้อยเมตร ก็มีพวกที่เขาปั่นออกกำลังกายที่ใส่หมวกมีชุดร้องบอก นับแต่วันนั้นผมก็ปั่นแบบเคารพกฏมาโดยตลอด ไปปั่นทุกวัน แรกๆ ก็ปั่นช้าๆ เพราะไม่มีแรง และมีพัฒนาการมาเรื่อยๆ จนบัดนี้ก็ปั่นที่นี่มาเกือบสองปีแล้ว ชนก็บ่อย บอกได้เลยว่าไม่เคยชนเด็กเล็กๆ แต่ชนพวกผู้ใหญ่หรือวัยรุ่น ที่ไม่เคารพกฏ และการชนทุกครั้งชนเพราะ "การกลับรถกลางถนนกระทันหันของพวกนี้" โดยที่เราไม่นึกว่า มันจะกลับรถ หรือ ชนเพราะขี่รถจักรยานสวนมาในเลนส์จักรยาน
บอกได้เลยว่า กระทู้นี้มันสะท้อนภาวะการไม่เคารพในกฏจราจรและขาดสำนึกในวินัยในการขับขี่ของผู้ขับขี่ ดังนั้นก่อนที่จะตำหนิคนอื่น คุณต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า เวลาคุณนำรถลงไปในเลนส์จักรยาน คุณใส่หมวกกันน็อกหรือยัง และทันทีที่ลงปั่นคุณต้องรู้ว่ากฏการขับขี่คือ ช้าชิดซ้าย และอย่าพยายมขับขี่เหมือนที่นี่เป็นถนนในบ้านของคุณ ให้นึกว่านี่เป็นถนนสำหรับการออกกำลังกายของทุกคน ที่มีทั้งคนขี่ช้าขี่เร็วแตกต่างกันไป ถ้าจะขี่ชมนกชมไม้ ก็ขี่ในสนามหญ้าได้เลย
สัญญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคุณ ไม่เคารพกฏคือ คนกดกริ่ง หรือ แจ้งเตือนให้คุณ ชิดซ้าย อันนี้แหละเราต้องสำเหนียกว่า เราขับขี่เคารพกฏหรือยัง
กฏจราจรและวินัยการขับขี่มีไว้เพื่อความปลอดภัยของทุกๆคนในเส้นทางนั้นๆ กระทู้นี้มันสะท้อนภาวะการขาดจิตสำนึกในความปลอดภัยในการชับขี่จักรยานหรือรถใดๆ ของคนไทยชัดเจน
มีคุณบอกว่าถ้าอยากปั่นเร็วก็ไปปั่นในถนนใหญ่ ผมบอกได้เลยว่า วินัยการขับขี่ในถนนใหญ่ก็ไม่ต่างจากในสวนรถไฟหรอก ปั่นในสวนรถไฟ อย่างมากก็หัวร่าง คางแตก เท่านั้น แต่ในถนนใหญ่ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต ผมจึงไม่เห็นด้วยกับหลายๆคนที่บอกให้พวกที่เขาขับขี่เร็วไปขี่ในถนนใหญ่ เพราะพวกที่ขับขี่เร็วและมีชุดกันภัยพร้อม พวกเขาจะระมัดระวังสูงมากอยู่แล้ว การขับขี่ใดๆ หากทุกคนเคารพกฏและมีวินัยในการชับขี่ จะขี่อยู่ตรงไหนก็ปลอดภัย
จากประสบการณ์ของผมและที่ผ่านเหตุการชนมามากในสวนรถไฟนี้มีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อย จนไหปลาร้าหัก บอกได้เลยว่า การชนไม่ได้เกิดจากพวกขับรถเร็วขับไม่รักษากฏวินัย แต่ร้อยทั้งร้อย เกิดจากพวกที่ขับขี่ช้าๆและไม่เคารพกฏการขับขี่ทั้งสิ้น และที่รุนแรงคือการกลับรถทันทีกลางถนน
อีกอย่างคือพวกที่ชอบเดินในทางเดียวกับรถจักรยาน อยากบอกว่ามันอันตรายมาก เพราะคุณมองไม่เห็นรถ เวลามีการเตือนมาจากด้านหลัง ทำให้คนตกใจได้ หากคุณหลบไปด้านใดด้านหนึ่งจะถูกชนได้ ทางที่ดีควรอยู่นิ่ง แต่ถ้าเป็นไปได้ จะเดินหรือวิ่งควรรักษากฏด้วยคือวิ่งหรือเดินในเลนส์คนเดินหรือวิ่งเท่านั้น
สำหรับรถที่หาความปลอดภัยไม่ได้เลยคือ พวกฟิกเกียร์ รถพวกนี้ชนคนเดินวิ่ง หัวร่างคางแตกมาเยอะมากๆในสวน และสร้างปัญหาสำหรับคนวิ่งในส่วนไม่น้อย เพราะรถพวกนี้ไม่มีระบบเบรก คนขับขี่ส่วนใหญ่ขับเร็วคึกคะนอง และไม่มีการสวมใส่ชุดป้องกัน ถ้าเห็นรถพวกนี้มาหากคุณอยู่ใกล้ๆให้หลบไกลๆ อันตรายจริงๆ
หากคุณอยากรู้ว่าที่ผมเขียนจริงหรือไม่ ให้คุณลองไปเดินหรือวิ่งดูสักวัน หรือลองคุณไปปั่นดูสักวันแล้วจะรู้ว่าที่ผมเขียนมามันชัดยิ่งกว่าชัด ว่าคนไทยช่างไร้วินัยในการขับขี่จริงๆ แล้วก็ออกมาโทษคนนั้นคนนี้แทนที่จะมองมาดูตัวเองว่า คุณนั้นเคารพกฏและมีสำนึกในวินัยการขับขี่เพียงพอหรือยัง
ที่สาธารณะที่มีคนหลากหลายมาใช้ เพื่อความปลอดภัยจึงต้องมีกฏ มีระเบียบ มีวินัย หากเกิดปัญหาขึ้นมา ผิดถูก ก็ต้องอาศัยกฏเข้ามาเป็นตัวตัดสิน สิ่งที่ดีที่สุดคือการเคารพกฏ และมีวินัยในการขับขี่ ทั้งนี้ก็เพื่อตัวคุณเองและผู้คนรอบข้างนะครับ
Endeavour
-
Endeavour
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:39
- Tel: 0901208248
- team: -
- Bike: Honda,Trek,Dahon,Giant
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
สำหรับพวกขาแรงทั้งหลาย
อยากให้เลี่ยงวันหยุด หรือเสาร์อาทิตย์ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ไปปั่น ในเวลา 19-21.00 น.แทน จะดีที่สุด เพราะไม่มีเด็กและถนนว่าง อย่าลืมติดไฟส่องสว่างทางไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
สำหรับในวันทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่ 05.00-10.00 จะขับขี่ได้สะดวก ใส่ความเร็วได้เต็มที่ หากเลย10.0016.00 น. จะมีเด็กนักเรียนหนีเรียนมาขี่รถแบบไร้วินัย เต็มไปหมด ขับขี่เร็วไม่สะดวกอาจจะเฉี่ยวชนได้ควรเลี่ยง และอีกเวลาคือ 19-21.00น. ถนนว่างไม่มีเด็ก ระวังเฉพาะ เต่า และตุ๊ด
อยากให้เลี่ยงวันหยุด หรือเสาร์อาทิตย์ หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ไปปั่น ในเวลา 19-21.00 น.แทน จะดีที่สุด เพราะไม่มีเด็กและถนนว่าง อย่าลืมติดไฟส่องสว่างทางไปด้วยเพื่อความปลอดภัย
สำหรับในวันทำงานจันทร์ถึงเสาร์ ตั้งแต่ 05.00-10.00 จะขับขี่ได้สะดวก ใส่ความเร็วได้เต็มที่ หากเลย10.0016.00 น. จะมีเด็กนักเรียนหนีเรียนมาขี่รถแบบไร้วินัย เต็มไปหมด ขับขี่เร็วไม่สะดวกอาจจะเฉี่ยวชนได้ควรเลี่ยง และอีกเวลาคือ 19-21.00น. ถนนว่างไม่มีเด็ก ระวังเฉพาะ เต่า และตุ๊ด
Endeavour
-
Endeavour
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:39
- Tel: 0901208248
- team: -
- Bike: Honda,Trek,Dahon,Giant
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
อ้อ..ลืมไป วันธรรมดาเวลา 15-18.30น. จะเป็นคนทำงานทีเลิกงานมักมาเป็นกลุ่ม และพวกที่มาขี่เพื่อออกกำลังกาย พวกที่มาเป็นกลุ่มก็ขี่เรียงหน้ากระดาน พูดคุยแบบสบายใจ ชมนกชมไม้ ไม่ค่อยสนใจรถที่ตามมาด้านหลัง เพราะพวกที่มาขับขี่หลังเลิกงานมักใช้ความเร็วมากกว่า พวกที่มาเช่าจักรยานขี่ เวลานี้ก็พลุกพล่านและมั่วได้ใจเช่นกัน ไม่น้อยที่พ่อแม่ พาเด็กเล็กๆที่ไม่รู้กฏมาฝึกหัดขี่ในถนนหลักอีก เวลานี้หากท่านต้องการขี่เพื่อออกกำลังกายจริงๆ ควรเลี่ยงเวลานี้ เพราะท่านจะเฉี่ยวหรือชนได้โดยคาดไม่ถึงได้
ดังนั้นขอเตือนพวกขาแรงทั้งหลายว่า หากท่านแรง ต้องแซงอย่างเดียวไม่งั้นใจจะขาด ควรไปขีเวลา 19-21 น. ขี่ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด
แต่หากท่านไม่ชอบความมืด แนะให้ท่านไปขี่ในวันที่ไม่ใช่วันหยุด 05-10 น. แทนนะครับ
และขอเตือนกับท่านที่่มีลูกหรือมีเด็กเล็กที่ยังไม่รู้จักซ้าย หรือขวา หากท่านอยากฝึกหัดให้ลูกขี่จักรยาน ควรไปที่สวนจำลอง หรือถนนที่อยู่ด้านในจะปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่หากท่านมั่นใจว่า ลูกหรือเด็กๆของท่านผ่านการฝึกการขับขี่และรู้กฏจราจรเป็นอย่างดีแล้วก็นำเข้าสู่ถนนหลักร่วมขี่กับผู้ใหญ่ได้ แต่ต้องระมัดระวังนะครับ เพราะเด็กของท่านจะสงสัยว่า ทำไมเขารักษาวินัยการขับขี่ แต่พวกผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ขี่แบบรักษากฏวินัยเลย ถ้าลูกคุณถามแบบนี้กับคุณให้ตอบว่า "วินัยทำให้เราปลอดภัย" เป็นคำตอบที่ดีสำหรับลูกคุณ หรือสำหรับเด็ก
ดังนั้นขอเตือนพวกขาแรงทั้งหลายว่า หากท่านแรง ต้องแซงอย่างเดียวไม่งั้นใจจะขาด ควรไปขีเวลา 19-21 น. ขี่ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด
แต่หากท่านไม่ชอบความมืด แนะให้ท่านไปขี่ในวันที่ไม่ใช่วันหยุด 05-10 น. แทนนะครับ
และขอเตือนกับท่านที่่มีลูกหรือมีเด็กเล็กที่ยังไม่รู้จักซ้าย หรือขวา หากท่านอยากฝึกหัดให้ลูกขี่จักรยาน ควรไปที่สวนจำลอง หรือถนนที่อยู่ด้านในจะปลอดภัยสำหรับเด็ก แต่หากท่านมั่นใจว่า ลูกหรือเด็กๆของท่านผ่านการฝึกการขับขี่และรู้กฏจราจรเป็นอย่างดีแล้วก็นำเข้าสู่ถนนหลักร่วมขี่กับผู้ใหญ่ได้ แต่ต้องระมัดระวังนะครับ เพราะเด็กของท่านจะสงสัยว่า ทำไมเขารักษาวินัยการขับขี่ แต่พวกผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ขี่แบบรักษากฏวินัยเลย ถ้าลูกคุณถามแบบนี้กับคุณให้ตอบว่า "วินัยทำให้เราปลอดภัย" เป็นคำตอบที่ดีสำหรับลูกคุณ หรือสำหรับเด็ก
Endeavour
-
Endeavour
- สมาชิก
- โพสต์: 21
- ลงทะเบียนเมื่อ: 15 ก.ย. 2010, 22:39
- Tel: 0901208248
- team: -
- Bike: Honda,Trek,Dahon,Giant
- ตำแหน่ง: บางนา กรุงเทพฯ
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
แถมอีกนะครับ เวลา 16-18.00 น. จะเป็นเวลาที่พวกขับฟิกเกียร์ ชอบมาขับขี่ เห็นพวกนี้ให้เลี่ยงไว้ ให้สังเกตุว่ารถพวกนี้ดูไปเหมือนรถเสือหมอบ แต่ให้ดูดีๆ ว่ามันไม่มีเบรก แถมคนขี่ก็ไม่ใส่หมอกกันน็อก เวลาขี่เร็วๆ เบรกไม่อยู่นะครับ พวกนี้ชนอย่างเดียวครับ ชนแบบ "คอหัก รถพัง" ก็มีให้เห็นมาแล้ว คือคอรถครับ ไม่ใช่คอคน คนขับฟิกเกียร์ก็หัวแตก ลำตัวถลอกพอควร
อันตรายเพราะมันไม่มีเบรกนี่แหละ หากคุณเป็นคนเดินหรือวิ่ง เห็นพวกนี้วิ่งมา ให้หลบห่างๆ หรือหากคุณมีลูกพาเด็กๆมาขับขี่อย่างมีวินัยดีอยู่แล้ว ต้องระวังเพราะมันไม่มีเบรก อาจชนลูกๆหรือเด็กๆได้นะครับ
อันตรายเพราะมันไม่มีเบรกนี่แหละ หากคุณเป็นคนเดินหรือวิ่ง เห็นพวกนี้วิ่งมา ให้หลบห่างๆ หรือหากคุณมีลูกพาเด็กๆมาขับขี่อย่างมีวินัยดีอยู่แล้ว ต้องระวังเพราะมันไม่มีเบรก อาจชนลูกๆหรือเด็กๆได้นะครับ
Endeavour
-
จักรยานลูกอ่อน
- ขาประจำ
- โพสต์: 208
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ม.ค. 2009, 16:27
- Bike: TREK - TIME RX - STRiDA LT.
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
ดีมากครับกับคำแนะนำ และคำอธิบาย มีเจตนาดีกับทุกฝ่าย ( พิมพ์เก่งจริงๆ )

"คนจัญไร ชอบความถูกใจมากกว่าความถูกต้อง "
- gupod1
- สมาชิก
- โพสต์: 15
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ต.ค. 2009, 01:07
- Tel: 087-5053650
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
ผู้ว่าสั่งปิดไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะเปิดอีกทีเมื่อไหร่ สงสัยต้องทำหลังเต่าไว้ดักขาแรง 
- เสือจนเบี่ยว
- สมาชิก
- โพสต์: 41
- ลงทะเบียนเมื่อ: 11 ส.ค. 2009, 19:04
- Tel: โจรชุมงดโชว์เบอร์ก่อนจ้า
- team: -
- Bike: LA Cooltec,Yeah pya561
Re: สวนรถไฟ หรือ สนามซ้อมจักรยาน กันแน่???!!
+1ครับHUMYAI เขียน:พวกที่ปั่นแบบประเภทที่ว่านั้น...คงจะลืมไปแล้วว่าเสียง ของคนที่ปั่นจักรยาน กับคนที่ไม่ได้ปั่น คนที่ออกกำลังกายประเภทอื่นนั้น
มีเสียง และ มีพลังมากมายเหลือเกิน คนปั่นจักรยานมีเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นเอง ของคนทั้งประเทศไทย
ถ้าเขาลงเสียง ลงขันกัน คิดว่าคงจะไม่เกิน2วัน ก็คงจะได้เสียง..คนร้องเรียนเป็นแสน
พอที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน จะไปร้องเรียนและได้กฏข้อบังคับ ไม่ให้จักรยาน MTB หรือเสือหมอบ ใช้สวนสาธารณะร่วมกับผู้อื่น
ยิ่งเดียวนี้เป็นยุคข่าวสารนั้นติดต่อกันรวดเร็วเหลือเกิน เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลย
อย่าทำให้ได้ยินประโยคที่ว่า...คนรักจักรยานเป็นหมื่น.... แต่คนเกลียดเป็นล้านเลย..
ถึงตอนนั้น..เราๆท่านๆ ก็คงจะไม่มีที่ปั่นกัน....
ปล รักคนอ่านจริงๆนะ
Eternal vigilance is The price of liberty
T.Jeff
T.Jeff