จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
โดย Rainbow
เราทุกข์ , เราหม่นหมอง , เราอึดอัด ไม่พึงใจ ดำรงชีวิตแต่ละวันผ่านไปอย่างแกนๆ เหตุหนึ่งเพราะเราคาดหวังสูงจนเกินไป มองไปไกลเกินไป อย่างไม่ได้หวนดูความเป็นตัวของเราเอง แต่กลับไปเปรียบเทียบกับชาวบ้าน ที่เขาแต่ละคนมีเงื่อนไขแตกต่างไปจากเรา
เราไม่มีอะไร ก็ไปแสวงหาให้มีบ้าง พอมีแล้วก็เบื่อจืดจางไป แล้วก็อยากไอ้ที่ยังไม่มีไปเรื่อยๆ จักรยานคันที่อยู่กับเรา มักมีข้อบกพร่องและขาดความสมบูรณ์อยู่เสมอ แหม....ถ้าได้คันนั้นนะ คันที่โชว์อยู่ที่...........สุดยอด ชีวิตฉันคงสมบูรณ์ขึ้นแน่ๆ
แต่กว่าจะถึงวันที่ต้องเก็บตังค์ให้ครบ เราอาจต้องผจญเวรผจญกรรม กระทั่งเอาเงินจากอนาคตออกมาซื้อหา(ผ่อน) ทั้งๆที่ถามตัวเองว่า เจ้าคันเก่ามันบกพร่องจนขี่ไม่ได้เลยหรือ ก็มิได้เป็นเช่นนั้น
คนยุคปัจจุบัน จัดการกับ “ความอยาก” ต่างไปจากคนรุ่นเก่า ที่มุ่งหน้าตอบสนองปรนเปรอตัวเองให้ได้สถานเดียวร่ำไป โดยปัดทิ้งวิธีการ “ควบคุมความอยาก” ให้ไปพ้นจากสารบบจัดการ
เชื่อหรือไม่ด้วยวิธีการที่เราคาดว่าน่าจะเป็นสุขมากขึ้นจาก “ของใหม่” ที่หาได้มา กลับไม่เป็นเช่นนั้น เราร่านทุรนไปเรื่อยๆ หลังจากที่ความพึงพอใจลดระดับลงอย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกับการที่จะปั่นรถให้ได้ดีก็ต้องฝึกฝน การพัฒนาความถนัดที่จะควบคุมความต้องการให้เก่งขึ้นก็ต้องฝึกหัดกัน ไม่มีใครเป็นมาแต่เกิดหรอก ฝึกที่จะควบคุมความต้องการของเรา ไม่ให้สัญชาตญาณดั้งเดิมนี้มาทำลายตัวเอง ฝึกฝนที่จะดูแลร่างกาย , จิตใจและอารมณ์ ให้มันร่มเย็นลง สงบสันติมากขึ้น เบิกบานแจ่มใส ได้กับเรื่องง่ายๆที่มีอยู่
เรื่องง่ายๆที่เต็มไปหมด เราได้แต่มองข้ามไป เพราะความที่เราได้ครอบครองมันแล้ว ของมีแล้วย่อมมีเสน่ห์ไม่เท่ากับของที่ยังไม่มีเป็นธรรมดา
เรามีครอบครัวที่รักเราในทุกสถานการณ์
เรามีสัตว์เลี้ยงที่ถวายความสัตย์ซื่อกับเราจนวันตาย
เรามีเพื่อน......ที่พร้อมจะเข้าใจเราช่วยเหลือเราอย่างจริงใจ
เรามีต้นไม้ที่ให้ความร่มเย็นอย่างปลอดมูลค่าใช้จ่าย
เรามีบ้านที่เป็นหลังคาคุ้มหัว
มีอย่างนี้แล้วไม่เห็นคุณค่า ก็ต้องลองดู ลองปั่นไปอย่างไร้บ้าน พักนอนอย่างไม่มีหลังคา อยู่อย่างปราศจากครอบครัว สลัดเพื่อนฝูงญาติสนิท จากสัตว์เลี้ยง จากต้นไม้ ไปสู่ในที่ที่ไม่มีอะไรเลย ด้วยการเดินทางตามลำพัง แรมคืนด้วยพาหนะชั้นล่างสุดในสายตาสังคม ไปด้วยบุคลิกของการ “จาริก” ไม่ยี่หระกับเวลาที่กระแสสังคมเขาหวงนักหวงหนา ไปในที่ที่เราไม่อาจสะสมเพิ่มพูนขึ้น ให้มันอยากเข้าไป อยากเข้าไป แต่ต้องดูตาละห้อย ค่าที่ว่าซื้อหาเอาไปไม่ได้ มันหนักรถ
เมื่อจำลองบ้านทั้งหลัง ลงเหลือแค่จักรยานคันเดียวต้องแบกบรรทุกไปให้ได้ เริ่มตั้งแต่จัดกระเป๋าแล้ว มีสถานะเท่ากับเราล่วงเข้าสู่กระบวนการคัดสรรกลั่นกรองภายในว่า “แท้จริงแล้วชีวิตเราต้องการอะไร” อันเป็นปริศนาพื้นฐานของชีวิตที่มีวุฒิภาวะแล้วควรจะมี
เมื่อไร้หลังคา จักได้เห็นคุณค่าของหลังคา กลับมาบ้านตัวเองเมื่อไร โห........หลังคานี่ดีจัง มันกันน้ำค้างได้ เมื่อผนังบ้านไม่มี มันช่างหนาวเย็นและชวนว้าเหว่อย่างที่สุด
เมื่อไม่มีห้องน้ำของตัวเอง ต้องเข้าห้องน้ำที่ขอได้ ย่อมใช้ไม่สนิทใจ เราอาจต้องเลือกระหว่างอาบน้ำจากก็อกส้วมแทนฝักบัวหรือไม่ก็ไม่อาบเลย กลับบ้านเราจึงรู้บุญคุณฝักบัว จักตระหนักในความรักและเป็นห่วงจากคนในบ้าน จักรู้ซึ้งถึงความปลอดภัยที่รั้วรอบขอบชิดบ้านเราปกป้องจนสามารถผ่อนพักได้อย่างสบายใจ
ครับ.........ต้องลองออกไป ไปสู่ที่ขาดแคลนอย่างตั้งใจ สมัครเข้าสู่พรมแดนของความยากจน ถ้าชีวิตภายหน้าเราตกต่ำกว่าปัจจุบัน เราจะอยู่เยี่ยงไร มันจะหนักหนาจนถึงขนาดเราต้องกลั้นใจตายหรือไม่?
แท้จริงแล้ว..เราอาจพบเงื่อนงำที่สำคัญว่า เพชรเม็ดแท้ที่เราควานหาทั้งชีวิตหาได้อยู่ไกลโพ้นไม่ มันกลับอยู่ตรงนี้ ในเรือนใจของเราเอง เพียงแต่อาจต้องค่อยๆนั่งลงและใช้เวลาบ้างพิจารณาดิ่งลงไปในจิตของตัวเอง ที่ผ่านมา Busy ตลอด หาเวลาไม่ได้ เอาแต่งาน ที่จริงเราเอามันทุกอย่างยกเว้นเวลาที่จะมาพิจารณามิติด้านในของกระบวนการความคิด เราจึงไม่พบอะไรเสียที ที่คิดว่าพบ , ที่คิดว่าใช่ แต่ไม่นานมันกลับไม่ใช่อีก เราจึงต้องเร่งขึ้นอีก เร่งเพื่อให้เร็วกว่าผู้อื่น เร็วกว่าคู่แข่งให้ได้ ที่แท้ก็แค่กระดืบไป กระดืบไป ช้าอย่างกับหนอน จนแก่ชราหมดสภาพ สงบลงมิใช่เพราะตระหนักรู้ แต่เพราะหมดเรี่ยวแรงไปเอง
จุดที่ยากที่สุดของจักรยานทางไกลลำพังก็คือ “Just Start” ตั้งแต่ปิ๊ง จนเริ่มดำริ จนกระทั่งล้อหมุน เป็นอะไรที่ยากยืดเยื้อที่สุด ขอบอก แต่พอหมุนล้อไปแล้ว ไม่ยากเลย มันจะไหลไปเอง เหมือนเด็กลงไม้ลื่นจากบนยอดไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ไหลปรืดดดด........แล้วตอนนั้นจะขอบคุณตัวเอง “เออ.........กูออกมาได้ซะที”
แลนซ์ อาร์มสตรองกล่าวไม่ผิดว่า “มันไม่ได้อยู่ที่จักรยาน”
09.40 น. 15 กุมพาพันธ์ 2551
จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
-
rainbow
- ขาประจำ
- โพสต์: 2577
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 พ.ย. 2008, 00:49
- Tel: 0896402264
- team: -
- Bike: Bridgestone, Panasonic,Chalenger,Malin
-
lotus
- ขาประจำ
- โพสต์: 4611
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 03:57
- team: รวมมิตร
- Bike: Wheeler Ti, CSK หมอบ
- ติดต่อ:
Re: จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
แล้วแต่คนครับ เสือหมอบผม 2 ปีแล้ว มือสอง 9 สปีด ผมก็ยังไม่เห็นว่ามันมีข้อบกพร่องอะไรต้องเปลียน ต้อง อัพเกรด
แต่เสือภูเขา ผมมีหลายคัน ไม่คิดว่าแต่ละคันมีข้อบกพร่อง แต่มีกิเลศ อยากลองรุ่นอื่นๆ เท่านั้น
แต่เสือภูเขา ผมมีหลายคัน ไม่คิดว่าแต่ละคันมีข้อบกพร่อง แต่มีกิเลศ อยากลองรุ่นอื่นๆ เท่านั้น
- ไฟล์แนบ
-
- 1bik.jpg (71.11 KiB) เข้าดูแล้ว 1148 ครั้ง
- เอก วัดปุรณฯ.
- ขาประจำ
- โพสต์: 1489
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ส.ค. 2008, 16:29
- Tel: 0829976602
- team: BAMBOO BIKE
- Bike: TREK GIANT
- ตำแหน่ง: หันคา ชัยนาท
Re: จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
ขอบคุณครับ สำหรับแง่ คิดดี ๆ คนที่ไม่ได้ปั่นจักรยานก็อ่านได้ คติดีครับ
- Diode
- ขาประจำ
- โพสต์: 150
- ลงทะเบียนเมื่อ: 25 ธ.ค. 2008, 22:51
- Bike: Bianchi 1885
Re: จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
..... สาธุ .....
- หมอบเขาวัง
- ขาประจำ
- โพสต์: 760
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 ส.ค. 2008, 14:39
- Tel: 0869081291
- team: ไปมันทุกทีม
- Bike: เต่า คาร์บอน
- ตำแหน่ง: รังสิตคลอง 3 ธัญญบุรี
Re: จักรยานคันที่เรามีอยู่ มักมีข้อบกพร่องเสมอ
ใช่เลยครับ รถเป็นส่วนประกอบ แต่แรงและพละกำลังของเราเท่านั้น ที่จะขับเคลื่อนรถไปให้ถึงจุดหมาย
- ไฟล์แนบ
-
- ปั่นมันไปเรื่อย ๆ
- p1040375.jpg (52.63 KiB) เข้าดูแล้ว 969 ครั้ง
ปั่นไปเรื่อย ๆ ตราบเท่าที่มีแรงปั่น