Gymie เขียน:ก่อนอื่นต้องบอกก่อนครับว่าผม
ไม่ใช่เซียน rotor เคยใช้มาบ้าง เดี่ยวเค้าจะหาว่าไม่ใช่เซียนแล้ว....มาตอบ
เห็นพักนี้ของเบี้ยวๆกำลังเป็นที่นิยมขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่า "เป็นกระแส" เล่นเอาจนใครก็อยากได้ ซึ่งตรงกับลักษณะนิสัยแบบไทยๆเราอะไรที่เป็นกระแสก็มักจะเป็นที่นิยม
พบเห็นได้ในทุกๆอย่างทุกๆวงการ อาทิ ขนมคริสบี้ครีม โรตีบอย จตุคาม สิ่งต่างๆเหล่านี้มักจะขายความเชื่อว่าเป็นของที่ดีแตกต่างออกไปจาก ของเดิมๆที่มีอยู่ในท้องตลาด โดยที่หลายอย่างก็ดีจริงๆจนเรียกได้ว่า เป็นการปฏิวัติวงการนั้นๆทีเดียวเชียว ส่วนบางอย่างก็ดีกว่านิดหน่อยหรือไม่แตกต่างจากผู้อื่นนักแต่เพราะการทำตลาดที่เก่ง และหาจุดขายให้กับตัวเองได้แปลกโดนใจผู้ซื้อ ก็สามารถหลอกเอาเงินจากลูกค้าไปได้ในแบบที่ลูกค้าพึ่งพอใจที่จะจ่าย
ผมขอตอบแบบในมุมมองและจากที่ได้ทำการทดลองในแบบของผมนะครับ
1. ใช่เพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพ จานแบบเบี้ยวนั้น ดีจริงๆครับ สำหรับนักกีฬาที่ไปได้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ไอ้จุดที่ว่านั้น ไม่ใช่จุดเลี้ยวนะครับ แต่เป็น จุดหรือZONEการฝึกซ้อมแบบถูกระบบ แบบพวกโปร โดยzoneที่จะใช้ในการเพิ่มศักยภาพก็มี LT (Threshold) , VM(Vo2max) ไปจนถึงZONE AC(Anaerobic Capacity) (ZONEต่างๆในที่นี้ขอสั้นๆไม่ลงรายละเอียด เดี๋ยวจะยาวววปายย) ซึ่งเป็นการดึงเอาสภาวะสูงสุดในทุกๆด้านงัดเอาออกมาใช้ในระยะเวลาจำกัด ใช้ทั้งกล้ามเนื้อ และระบบการหายใจที่ต้องถูกต้องและฝึกฝน ทำให้จานเบี้ยวนั้นมีการจัดระเบียบของกล้ามเนื้อเพื่อให้ใช้ในการหมุนเป็นวงกลมของกล้ามเนื้อในแต่ละเพ็คได้ใช้ครบหมด 100%ของแต่ละคนนนั้นๆ รวมถึงลักษณะการขี่ และนั้นเองที่เป็นสาเหตุว่าทำไมถึงต้องมีจุดให้ปรับตำแหน่งถึง5จุด ซึ่งการปรับทั้งหมดนั้นจะมีไกด์ไลน์ ในการปรั้บเบื้องตั้นมาให้ แต่หลังจากนั้นจะต้องใช้ความรู้สึกของตนเองในการปรับเพือให้ได้ประสิทธิ์ภาพสูงสุด ดั้งนั้นบางคนบอกว่าใช้แล้วดีจริงเห็นผลได้ชัดเพราะเค้าเป็น โปรรู้ตัวเองว่าจะต้องปรับต้องใช้อย่างไร
2. ใช้เบี้ยวเพื่อเพิ่มระยะเพื่อเพิ่มความเร็ว ในการขี่แบบธรรมดาๆ rotor อาจจะหรืออาจะไม่ช่วยทำให้ท่านไปได้ไกลขึ้น เพราะมีการเชฟกล้ามเนื้อที่ใช้ในบางจุดแล้วไปใช้จุดที่แข็งแรงกว่าในการออกแรงให้มากขึ้น ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่แล้วแต่บุคคลอีก ส่วนเรื่องการประหยัดแรงที่ใช้ อันนี้จากการทดลองของผมสำหรับการขี่แบบย่านความเร็วทั้วๆไป ถ้าขี่ด้วยความเร็ว A KM./Hr. ใช่พลังงาน B watts ถ้าใช่จักรยานใดๆก็ตามน.น.เท่ากัน ผู้ขี่คนเดียวกัน ความชันไม่เปลี่ยนแปลง แรงลมต้านก็เท่ากันด้วย ตัวแปลอื่นๆเท่ากันหมด ยกเว้น จานธรรมดา กัน ไอ้เบี้ยวที่ว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะต้องใช้watts เท่าเดิมความเร็ว A KM./Hr. ใช่พลังงานก็ B watts แน่นอนเพราะหลักphysics แต่ถ้าผู้ใช้ไปถึงจุดที่ว่าในข้อ1. ได้เมื่อไรนั้นและถูกติดตั้งrotorได้อย่างถูกจุดมันก็จะสำแดงเดชออกมา ก็คือดึงเอาสมถนะของกล้ามเนื้อออกมาได้เต็มที่ ใช้watts ที่เท่ากันอย่างคุ้มค่า มันจะเพิ่มความเร็ว หรือยืดระยะของประสิทธิ์ภาพในช่วงเวลาจำกัด โดยผู้ขายก็ชูจุดนี้แหละครับเป็นจุดขายหลัก............ทั้งนี้rotor ก็เป็นดาบ2คมได้เหมือนกัน ถ้าติดตั้งจุดใน5จุดที่ว่าผิดทำให้ใช้กล้ามเนื้อเพ็คที่ไม่แข็งแรงให้ออกแรงเยอะเมื่อไรก็...

ภาพประกอบที่เคยทดลอง จานนอก53กลม จานใน36เบี้ยว อุปกรณ์วัดpowermeter ที่ไม่ต้องถอดจานเข้าออกเพราะมีทั้งสองในชุดเดียวกัน เปรียบเทียบ ความเร็วที่หลากหลายแต่ก็จำกัดเท่าที่36 เบี้ยวจะไปได้ อาทิ 25Km/hr. รอบขา 90 และ 30Km./hr รอบขาประมาณ90 ปัจจัยอื่นๆใกล้เคียงกันหมดทั้งถนนจริงและtrainner สลับกันระหว่าง กลม-เบี้ยว ผลที่ได้ watts เท่ากันครับ แต่เรื่องแรงกดกล้ามเนื้อแต่ละมัดที่จะต้องใช้อันนี้แล้วแต่คนจริงๆครับ อันนี้ผมคันเองtestเมื่อน้านนานมาแล้วเพื่ออยากจะรู้อะไรบางอย่าง แต่อาจจะไม่100% ก็เป็นไปได้ แต่เอาเป็นว่าถ้าคิดเป็น%ของตวามแตกต่างคงน้อยมากๆครับ
3. เรื่องการใช้เบี้ยวเพื่อปรับปรุงรอบขาและกล้ามเนื้อนั้น คนที่ฝึกฝนจนมีรอบขาในการปั่นที่สมบูรณ์แบบเป็นวงกลมใช่กล้ามเนื้อครบทุกหมู่ไม่ขาดไม่เกิน ก็ไม่เห็นจำเป็นว่าจะต้องไปพึ่งพาอะไรมัน ดังนั้นก็ไปฝึกการขี่ให้ถูกต้องก็ได้(อันนี้ก็ไม่ง่ายเลย)ถ้าไม่อยากจะเสียเงินซื้อมัน หรือใช่อุปกรณ์ช่วยฝึกรอบขา POWER-CRANK ในการจัดระบบการรอบขา(อันนี้ก็ไม่ง่ายอีกแหละ)แต่จะได้ผลประโยชน์และแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะจานเบี้ยวเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งอาจจะบดบังกล้ามเนื้อที่ไม่แข็งแรงให้ไม่พัฒนาก็ย่อมเป็นไปได้

ภาพประกอบอุปกรณ์ช่วยฝึกกล้ามเนื้อและรอบขา power-crank (ถ้าว่างๆจะมาอธิบายการทำงานของมัน)
4. เพื่อเรื่องน.น.ของชุดจาน + ใบจาน อันนี้เห็นผลทันทีเลย เพราะเบาลงกว่าจานทั้วๆไปในท้องตลาดส่วนมากแน่นอน ถ้าติดตั้งเพื่อที่จะลดน.น. ก็ไม่ต้องลังเลเลยครับ ยกเว้นขาจานsuperเทพๆเบาหวิวสุดๆกว่านี้ก็ยังมีอีกหลากหลายตัวเลือกอื่นๆ
5. เพื่อความหลากหลายตัวเลือกของขนาดใบจาน และค่า BCD อันนี้ต้องบอกได้เลยครับว่าของเค้าทำการบ้านมาดีทั้งๆที่แบรนด์อื่นๆใช่ว่าจะไม่มีแต่หาซื้อในไทยยากต่างหาก 110/130 BCD 34,36,39,48,50,50,53,54,55 ครบทุกช่วง อย่าถามว่าอันไหนดี แล้วแต่ความฟิตและที่จะไปรวมถึงstyleของแต่ละคนจริงๆครับ โปรก็ต้องบอก 39/53 หน่อมก็บอก 34/50
ช่วงกว้างกลางๆไปได้ทั่วๆหน่อยก็ 36/52 (อันนี้เองผมก็ชอบๆๆๆๆ) 36/52ไม่ค่อยแนะนำสำหรับสับจาน SRAM-red เพราะต้องข่มขื่นด้วยนิ้วกลางซ้ายมากหน่อย ถึงจะสำเหร็จ
6. เพื่อความสวยงาม อันนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละบุคคล แต่ตัวผมเองบอกได้เลยว่าสวย ดูดุดัน แปลกตา(ในช่วงนี้นะ) แต่ถ้าทุกคนแห่มาใช้กันมากๆก็คงไม่ใช่เป็นของแปลกอีกต่อไป
7. เพิ่มกำลังใจ ถ้าใส่จานที่ว่าแล้วทำให้เพิ่มกำลังใจในการออกไปขี่ ในการออกไปฝึกซ้อมเมื่อไร ไอ้เบี้ยวนี่ละจะเป็นอุปกรณ์ที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว.... อุปกรณ์ใดๆที่ใส่เข้าไปแล้วทำให้เรารู้สึกดีใส่ขี่แล้วสบายใจมันก็จะแรงทั้งนั้นละครับ ดังนั้นชอบอะไรดดยไม่ทำให้เราหรือใครเดือดร้อน ก็จัดไปอย่าได้แคร์สื่อ
8. ใช้เพราะเป็นของแพงแสดงสถานะของผู้ซื้อ จะขี่ไปไหนก็เท่ห์ ก็มีแต่คนทัก อันนี้เอ๋อออ.......................
9. ใช่หรือไม่ใช้ในเหตุผลของคุณ...................
แล้วคุณละโดนของเบี้ยวๆเข้าที่ข้อไหน???
ปล. ตอนนี้ ไอ้เบี้ยวผมไม่ได้ใส่แล้วให้เพื่อนคนหนึ่งไป หันมาใช้ธรรมดา36แทน เพราะจุดนี้ละที่โดนที่สุด