ดังนั้นวันที่จะเริ่มปั่นต้องเลือกสัปดาห์ที่งานเราไม่ค่อยยุ่ง ผมเองก็เพิ่งเริ่มมาเคาะสนิมปั่นไปทำงานเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมานี่เองครับ จำได้เลยวันแรกเหนื่อยมาก มานั่งกินข้าวเช้าก่อนเริ่มงานเหงื่อยังชุ่มอยู่เลย นี่เพิ่งอาบน้ำมานะ ผ่านมาเดือนกว่า สบายๆ ครับกับ 40 โลไป-กลับ ถ้าเป็นทางเรียบและรถไม่ค่อยเยอะปั่นเสือหมอบได้ครับ แต่เส้นทางที่ผมใช้ประจำจะมีไฟแดงเยอะ ก่อนถึงที่ทำงานประมาณ 9 จุด ผมเลยเลือกใช้เสือภูเขาดีกว่า ใช้ยางเรียบ 1.5 กำลังดี และอีกอย่างผมว่าเสือภูเขามันเปลี่ยนเกียร์ง่ายไม่ต้องก้มตัวมาก ส่วนสิ่งของที่จำเป็นต้องมีหลายท่านด้านบนแนะนำไว้แล้ว
สิ่งสำคัญอยู่ที่ใจรักครับ ผมปั่นทุกวันเจอลุงแก่ๆคนนึงแกปั่นไกลกว่าผมอีกแถมแรงด้วย ดังนั้นอายุและระยะทางไม่ใช่ปัญหาอยู่ที่การจัดเวลา และความพร้อมของสภาพร่างกาย ผมเริ่มปั่นตอนหน้าฝน
เหมือนกัน แต่วันที่ฝนตกหนักจริงๆ ก็อย่าฝืน ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่า
สรุปสิ่งที่ได้จากการปั่นไปทำงานประมาณเดือนกว่า
-สุขภาพกายและใจดีขึ้นมาก เช่นนอนหลับสบายขึ้น ,ตื่นเช้าเองโดยไม่เพลีย,น้ำหนักลดไป3.5 โล
-ไปทำงานเช้าไม่เคยสายเลย จากเมื่อก่อนขับรถไปทำงานสายบ่อย
-ลูกสาวได้กลับบ้านเร็วขึ้นเนื่องจากเมื่อก่อนต้องรอผมไปรับที่โรงเรียนกลับบ้าน และที่ทำงานผมอยู่ไกลด้วยแถมรถติดเลยไปถึงช้าทำให้ไปรับลูกเกือบเป็นคนสุดท้ายประจำ แต่ตอนนี้ให้แฟนไปรับแทนซึ่งแฟนผมเลิกงานเร็วกว่าผม ครึ่งชม. ทำให้ตอนนี้ลูกได้กลับบ้านเป็นคนแรกๆ เลย
-ประหยัดค่าเชื้อเพลิงเดือนละประมาณ 3-4 พัน
-เลิกอบายมุขได้เพราะต้องออกปั่นทุกวันจึงไม่กล้านอนดึกหรือเวลาสังสรรค์ก็ไม่ค่อยกล้าดื่มเพราะกลัวปั่นไม่ไหว
-เมียที่บ้านไม่ต้องห่วงเรื่องมีกิ๊กเพราะสาวที่ไหนจะอยากซ้อนท้ายจักรยาน คุณว่ามั๊ย
-ได้เพื่อนใหม่ที่มีใจรักการปั่นเหมือนกัน ผมเจอลุงใจดีคนนึงแวะคุยทักทายกันประจำ
-เลิกฟุ้งเฟ้อเมื่อก่อนอยากได้รถยนต์หรูๆกับเขาแต่ตอนนี้ไม่รู้จะซื้อมาทำไมเพราะยังไงก็ต้องขี่จักรยานอยู่แล้ว
ข้อเสีย
-เริ่มมองหาจักรยานหรูๆบ้างแล้ว อะไหล่เทพๆ ยังเป็นกิเลศอยู่
-เมียเริ่มบ่นทำไม่ฟิตจัง