ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
- tatai_loserdrumer
- ขาประจำ
- โพสต์: 201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2010, 22:57
- Tel: 089-890-4707
- team: T-M-C
- Bike: ตะเพียนดำ
ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
อาการเป็นแบบนี้ครับ ปั่นไปประมาณ1ชั่วโมง มักจะมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้านะครับ ไม่รู้ว่าสาเหตุเกินจากอะไร ใครรู้ช่วยแนะนำด้วยครับ

- เสือ Spectrum
- ขาประจำ
- โพสต์: 4449
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
- Tel: -
- team: 99 City Bike
- Bike: LA Spectrum
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
ผมมีวิธีที่คิดและใช้เองมานานแล้วทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา ดังนี้
คิดเอง
1. เมื่อสวมรองเท้าจัดให้เข้าที่เข้าทางดีแล้วอย่าเพิ่งดึงสายรัด(ไม่ว่าจะมีกี่สาย)ให้ตึงจนแน่น ณ เวลานั้น
2. นั่งยองๆโดยทิ้งน้ำหนักลงบนปลายเท้าทั้งสองให้เท่าๆกัน
3. ณ ตำแหน่งนี้ปรับสายรัดด้านหน้าให้แน่นที่ความรู้สึกนี้
4. ยืนขึ้นปรับสายรัดหลังเท้าเส้นแรกให้แน่นตามที่เห็นว่าสบาย เพราะเส้นแรกนี้อาจต้องมีการปรับขณะอยู่บนอานเป็นช่วงๆแน่นอนครับ
มีอีก 1 คำแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของ RBR.com เขาเสนอให้แก้ปัญหา Hot Foot โดยปรับตัวสมอ(cleat) ใต้รองเท้าให้ฝ่าเท้าล้ำไปด้านหน้าเล็กน้อย แทนที่จะเล็งตรงบนเส้นลากจากใต้เนินนิ้วโป้งเท้าไปยังเนินนิ้วก้อยตามทฤษฎีที่ยึดถือกันมานานแสนนาน เขาให้เหตุผลว่าได้ประโยชน์สองสถาน
1. ลดแรงกดลงบนเนินนั้นที่มีจุดซับน้พำหนักค่อนข้างบาง
2. ที่ตำแหน่งนี้ท่านจะพบว่าการควงรอบขาของท่านจะราบเรียบกว่าแนวโน้มการกระทืบลงบนลูกบันได(stump the pedal)ตามการปรับแบบดั้งเดิม
ลองดูครับ ได้ผลอย่างไรแจ้งในกระทู้ด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมก็ลองตามที่แจ้งข้างต้น..รู่สึกได้ทันทีว่าดี...ครับ
หมายเหตุ..www.roadbikerider.com สามารถสมัครเป็นสมาชิก ฟรี ได้รับจดหมายข่าวทุกๆ 2 อาทิตย์ แต่ก่อนนี้ทุกวันพฤหัสบดี มีอะไรดีๆมากมาย เพราะกองบรรณาธิการยกยวงออกมาจากนิตยสาร Bicycling ครับ จนถึงขณะนี้ฉบับที่ 457 แล้วครับ ผมทำสำเนาเอาไว้ทั้งหมด ถ้ามีเวลาอาจจะ(อาจจะ...)ทยอยคัดลอกนำสาระน่ารู้ลงในหน้าพูดคุยครับ
คิดเอง
1. เมื่อสวมรองเท้าจัดให้เข้าที่เข้าทางดีแล้วอย่าเพิ่งดึงสายรัด(ไม่ว่าจะมีกี่สาย)ให้ตึงจนแน่น ณ เวลานั้น
2. นั่งยองๆโดยทิ้งน้ำหนักลงบนปลายเท้าทั้งสองให้เท่าๆกัน
3. ณ ตำแหน่งนี้ปรับสายรัดด้านหน้าให้แน่นที่ความรู้สึกนี้
4. ยืนขึ้นปรับสายรัดหลังเท้าเส้นแรกให้แน่นตามที่เห็นว่าสบาย เพราะเส้นแรกนี้อาจต้องมีการปรับขณะอยู่บนอานเป็นช่วงๆแน่นอนครับ
มีอีก 1 คำแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของ RBR.com เขาเสนอให้แก้ปัญหา Hot Foot โดยปรับตัวสมอ(cleat) ใต้รองเท้าให้ฝ่าเท้าล้ำไปด้านหน้าเล็กน้อย แทนที่จะเล็งตรงบนเส้นลากจากใต้เนินนิ้วโป้งเท้าไปยังเนินนิ้วก้อยตามทฤษฎีที่ยึดถือกันมานานแสนนาน เขาให้เหตุผลว่าได้ประโยชน์สองสถาน
1. ลดแรงกดลงบนเนินนั้นที่มีจุดซับน้พำหนักค่อนข้างบาง
2. ที่ตำแหน่งนี้ท่านจะพบว่าการควงรอบขาของท่านจะราบเรียบกว่าแนวโน้มการกระทืบลงบนลูกบันได(stump the pedal)ตามการปรับแบบดั้งเดิม
ลองดูครับ ได้ผลอย่างไรแจ้งในกระทู้ด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมก็ลองตามที่แจ้งข้างต้น..รู่สึกได้ทันทีว่าดี...ครับ
หมายเหตุ..www.roadbikerider.com สามารถสมัครเป็นสมาชิก ฟรี ได้รับจดหมายข่าวทุกๆ 2 อาทิตย์ แต่ก่อนนี้ทุกวันพฤหัสบดี มีอะไรดีๆมากมาย เพราะกองบรรณาธิการยกยวงออกมาจากนิตยสาร Bicycling ครับ จนถึงขณะนี้ฉบับที่ 457 แล้วครับ ผมทำสำเนาเอาไว้ทั้งหมด ถ้ามีเวลาอาจจะ(อาจจะ...)ทยอยคัดลอกนำสาระน่ารู้ลงในหน้าพูดคุยครับ
- pskorat
- ขาประจำ
- โพสต์: 1538
- ลงทะเบียนเมื่อ: 31 พ.ค. 2009, 07:13
- Tel: 044-257259
- Bike: TREK2300,GIANT NRS I , JAMIS XENITH
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
แก้คำผิด...น้พำหนัก...เป็น...น้ำหนัก...ครับ
-
k.nop
- ขาประจำ
- โพสต์: 385
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ต.ค. 2010, 12:50
- Tel: 0918109971
- Bike: TREK 7500
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
ท่าจะจริงครับ ปั่นไปสักยี่สิบกิโลผมก็มีอาการชาเล็กน้อยที่นิ้วเท้าบางนิ้วเหมือนกัน พอหยุดพักอาการชาก็หายไปแล้วก็ปั่นต่อได้ อาจเป็นที่เชือกรองเท้ารัดแน่นเกินไปก็ได้เสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
- numvitamilkchiangmai
- ขาประจำ
- โพสต์: 1671
- ลงทะเบียนเมื่อ: 05 ม.ค. 2010, 18:42
- Tel: 0801266977
- team: ไวตามิ้ลค์ เชียงใหม่
- Bike: Specialized Chisel 29er
- tatai_loserdrumer
- ขาประจำ
- โพสต์: 201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2010, 22:57
- Tel: 089-890-4707
- team: T-M-C
- Bike: ตะเพียนดำ
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
รับทราบครับ จะรีบนำไปใช้ด่วนใด้ผลอย่างไรจะรีบนำมาบอกครับ ขอบคุณที่ให้คำแนะนำครับ 
-
แสงเทียน
- ขาประจำ
- โพสต์: 113
- ลงทะเบียนเมื่อ: 02 ต.ค. 2010, 13:24
- Tel: 0828772633
- team: ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพอำเภอพรานกระต่าย
- Bike: ORBEA, SCOTT
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
เต็ม 10 ให้ 100 ครับเสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
เมื่อก่อนเคยเป็น เปลี่ยนรองเท้าใหม่อาการชาที่ปลายเท้าหายจ้อย
- tatai_loserdrumer
- ขาประจำ
- โพสต์: 201
- ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2010, 22:57
- Tel: 089-890-4707
- team: T-M-C
- Bike: ตะเพียนดำ
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
หายจริงๆด้วยครับ วันนี้ปั่นไปเกือบ2ชั่วโมง ไม่มีอาการชาเลย ขอบคุณจริงๆครับ

- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
จะหาภาพประกอบดูเป็นแนวทางได้ที่ไหนครับ ผมพึ่งติดครีตวันแรก ลองซ้อมปั่นรอบบ้านอยู่ 2-3 รอบแล้วออกถนนใหญ่ไปสวนรถไฟ รู้สึกชาที่ปลายนิ้วก้อยเท้าซ้ายมากเหมือนกัน ทั้งที่ปรกติถ้าสวมรองเท้านี้ตอนยังไม่ติดครีตจะชาข้างขวา (เพราะเท้าขวาเราใหญ่กว่าซ้ายอยู่แล้ว..และเมื่อปั่นนานๆ เช่นกัน)pskorat เขียน:ผมมีวิธีที่คิดและใช้เองมานานแล้วทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา ดังนี้
คิดเอง
1. เมื่อสวมรองเท้าจัดให้เข้าที่เข้าทางดีแล้วอย่าเพิ่งดึงสายรัด(ไม่ว่าจะมีกี่สาย)ให้ตึงจนแน่น ณ เวลานั้น
2. นั่งยองๆโดยทิ้งน้ำหนักลงบนปลายเท้าทั้งสองให้เท่าๆกัน
3. ณ ตำแหน่งนี้ปรับสายรัดด้านหน้าให้แน่นที่ความรู้สึกนี้
4. ยืนขึ้นปรับสายรัดหลังเท้าเส้นแรกให้แน่นตามที่เห็นว่าสบาย เพราะเส้นแรกนี้อาจต้องมีการปรับขณะอยู่บนอานเป็นช่วงๆแน่นอนครับ
มีอีก 1 คำแนะนำจากฝ่ายเทคนิคของ RBR.com เขาเสนอให้แก้ปัญหา Hot Foot โดยปรับตัวสมอ(cleat) ใต้รองเท้าให้ฝ่าเท้าล้ำไปด้านหน้าเล็กน้อย แทนที่จะเล็งตรงบนเส้นลากจากใต้เนินนิ้วโป้งเท้าไปยังเนินนิ้วก้อยตามทฤษฎีที่ยึดถือกันมานานแสนนาน เขาให้เหตุผลว่าได้ประโยชน์สองสถาน
1. ลดแรงกดลงบนเนินนั้นที่มีจุดซับน้พำหนักค่อนข้างบาง
2. ที่ตำแหน่งนี้ท่านจะพบว่าการควงรอบขาของท่านจะราบเรียบกว่าแนวโน้มการกระทืบลงบนลูกบันได(stump the pedal)ตามการปรับแบบดั้งเดิม
ลองดูครับ ได้ผลอย่างไรแจ้งในกระทู้ด้วยนะครับ
ส่วนตัวผมก็ลองตามที่แจ้งข้างต้น..รู่สึกได้ทันทีว่าดี...ครับ
หมายเหตุ..www.roadbikerider.com สามารถสมัครเป็นสมาชิก ฟรี ได้รับจดหมายข่าวทุกๆ 2 อาทิตย์ แต่ก่อนนี้ทุกวันพฤหัสบดี มีอะไรดีๆมากมาย เพราะกองบรรณาธิการยกยวงออกมาจากนิตยสาร Bicycling ครับ จนถึงขณะนี้ฉบับที่ 457 แล้วครับ ผมทำสำเนาเอาไว้ทั้งหมด ถ้ามีเวลาอาจจะ(อาจจะ...)ทยอยคัดลอกนำสาระน่ารู้ลงในหน้าพูดคุยครับ
ตอนนี้ผมปรับให้ครีตอยู่ตรงกลางครับ
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
ผมจะชาเฉพาะที่นิ้วก้อยเท้าข้างซ้ายน่ะครับ แต่ข้างขวาไม่เป็นเสือ Spectrum เขียน:ลองดูที่รองเท้าครับ รองเท้าบางแบบปลายเรียวทำให้บีบปลายเท้า ทีนี้การปั่นจักรยานนั้นเมื่อออกกำลังกายต่อเนื่องเลือดจะไปเลี้ยงที่ขาและปลายเท้ามาก อ.lucifer เวป Bikeloves.com เคยอธิบายให้ฟังว่าพอเราปั่นฯ ต่อเนื่องเท้าจะบวมขึ้นเล็กน้อยครับ ทีนี้ถ้ารองเท้าบีบรัดเลือดเดินไม่สะดวกมัก็เลยเกิดอาการชา
ถ้าเป็นที่ฝ่าเท้าแสดงว่าเราปั่นฯ เร็วตลอดโดยไม่พักเท้าเลยทำให้ฝ่าเท้าถูกกดอยู่ตลอดเวลา เลือดไปเลี้ยงไม่สะดวกเหมือนกันครับ ถ้าจะบรรเทาอาการชาก็ต้องปั่นฯ แล้วพักขาบ้างเป็นระยะทุกๆ 10 - 15 นาทีครับ
แต่ตอนที่ไม่ได้ติดครีต กลับจะชาที่นิ้วก้อยข้างขวา (ซึ่งดูปรกติกว่าเพราะเท้าขวาจะใหญ่ เวลาเจอรองเท้าใหม่ๆ หลังจากเดินมากๆ ก็จะเจ็บจนอยากถอดทิ้งเหมือนกัน แต่พอมาปั่นติดครีตกลับย้ายข้างมาชาคนละที่
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- Yut Bangyai
- ขาประจำ
- โพสต์: 308
- ลงทะเบียนเมื่อ: 08 พ.ย. 2009, 07:36
- Tel: 0813459946
- team: หยุดปั่นเลี้ยงลูกก่อน
- Bike: Trek 8500 & Radac
Re: ปั่นแล้วมีอาการชาที่นิ้วโป้งเท้า
ตกลงใช้วิธีไหนครับ อยากทราบ..tatai_loserdrumer เขียน:หายจริงๆด้วยครับ วันนี้ปั่นไปเกือบ2ชั่วโมง ไม่มีอาการชาเลย ขอบคุณจริงๆครับ![]()
BLUE ZONE 55
- Ton TWS
- ขาประจำ
- โพสต์: 5302
- ลงทะเบียนเมื่อ: 18 ส.ค. 2010, 13:38
- team: TWS/Korat Bike
- Bike: TREK
- ตำแหน่ง: NAKHONRATCHASIMA