ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ผู้ดูแล: อ.ตั้ม
กฏการใช้บอร์ด
ชมรม ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
ที่อยู่ แยกบ้านคลอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
ผู้ดูแล อ.ทวีศักดิ์ ตันอร่าม โทร 081-887-4233
ชมรม ชุมเสือบ้านคลอง พิษณุโลก
ที่อยู่ แยกบ้านคลอง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
ผู้ดูแล อ.ทวีศักดิ์ ตันอร่าม โทร 081-887-4233
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
และการฉ้อโกงที่มีบทลงโทษหนักขึ้นอีก ก็เป็นพวกฉ้อโกงที่มีการหลอกลวง หรือ
ฉ้อโกงประชาชน คือมีการฉ้อโกงคนเป็นจำนวนมากๆ ดังต่อไปนี้
.
.
มาตรา 342....ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ
(๑) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ
(๒) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง
...................ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 343.... ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน
หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
...................ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่ง
อนุมาตราใดด้วย
...................ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
ฉ้อโกงประชาชน คือมีการฉ้อโกงคนเป็นจำนวนมากๆ ดังต่อไปนี้
.
.
มาตรา 342....ถ้าในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ผู้กระทำ
(๑) แสดงตนเป็นคนอื่น หรือ
(๒) อาศัยความเบาปัญญาของผู้ถูกหลอกลวงซึ่งเป็นเด็ก หรืออาศัยความอ่อนแอแห่งจิตของผู้ถูกหลอกลวง
...................ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 343.... ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 341 ได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน
หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุก
ไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
...................ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ต้องด้วยลักษณะดังกล่าวในมาตรา 342 อนุมาตราหนึ่ง
อนุมาตราใดด้วย
...................ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
เอาไว้ถ้ามีเวลาจะอธิบายลงในรายละเอียดอีกทีแล้วกันนะครับ
.
หรือใครอ่านแล้ว ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามมาได้นะครับ...
.
หรือใครอ่านแล้ว ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามมาได้นะครับ...
- ไฟล์แนบ
-
- 26167_114330768579721_110603625619102_267446_2845490_n.jpg (53.71 KiB) เข้าดูแล้ว 313 ครั้ง
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ช่วงนี้ติดภาระกิจเยอะครับเลยไม่ได้เข้ามา ทั้งงานคดีและงานช่วยเหลือเด็กๆนักเรียนที่ยากจน
ในอ.บางระกำ พิษณุโลก หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจช่วงนี้ยังพอมีเวลาเข้ามาคุยเล่นได้ครับ
.
.
ช่วงนี้คดีที่ทำอยู่ส่วนมากจะเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นคดีอาญาในข้อหา"บุกรุก"เลยอยากจะแนะนำ
เกี่ยวกับคดีบุกรุกให้ทราบกันไว้
.
.
ในเบื้องต้นเราต้องเข้าใจความหมายของคำบางคำที่ใช้อยู่ในตัวบทกฎหมาย เช่นคำว่า....
"อสังหาริมทรัพย์" หมายถึง ทรัพย์ที่เครื่อนที่ไม่ได้ เช่น ที่ดิน รวมทั้งทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะ
เป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย เช่น บ้าน โรงแรมฯ ...ซึ่งก็จะตรงข้ามกับคำว่า....
"สังหาริมทรัพย์" ซึ่งก็หมายถึง ทรัพย์ที่เครื่อนที่ได้ เช่น รถ เรือ รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆที่เราสามารถ
นำติดตัวไปได้
ในอ.บางระกำ พิษณุโลก หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจช่วงนี้ยังพอมีเวลาเข้ามาคุยเล่นได้ครับ
.
.
ช่วงนี้คดีที่ทำอยู่ส่วนมากจะเป็นคดีเกี่ยวกับทรัพย์ เป็นคดีอาญาในข้อหา"บุกรุก"เลยอยากจะแนะนำ
เกี่ยวกับคดีบุกรุกให้ทราบกันไว้
.
.
ในเบื้องต้นเราต้องเข้าใจความหมายของคำบางคำที่ใช้อยู่ในตัวบทกฎหมาย เช่นคำว่า....
"อสังหาริมทรัพย์" หมายถึง ทรัพย์ที่เครื่อนที่ไม่ได้ เช่น ที่ดิน รวมทั้งทรัพย์อันติดอยู่กับที่ดินมีลักษณะ
เป็นการถาวร หรือประกอบเป็นอันเดียวกับที่ดินนั้นด้วย เช่น บ้าน โรงแรมฯ ...ซึ่งก็จะตรงข้ามกับคำว่า....
"สังหาริมทรัพย์" ซึ่งก็หมายถึง ทรัพย์ที่เครื่อนที่ได้ เช่น รถ เรือ รวมทั้งทรัพย์สินต่างๆที่เราสามารถ
นำติดตัวไปได้
แก้ไขล่าสุดโดย เสือเทพ เมื่อ 19 ต.ค. 2010, 14:57, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ทีนี้เรามาทำความเข้าใจกับตัวบทกฎหมายเรื่องบุกรุกกันครับ
ตัวบทได้บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ...
.
.
..........มาตรา 362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครอง
อสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการ
ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ
ไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา 363 ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของ
บุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา 364 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน
อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถาน
ที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และมาตราต่อไปนี้เป็นบทกฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำความผิดหนักขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งถือว่าเป็นบทลงโทษหนัก และไม่สามารถยอมความได้ คือ...
..........มาตรา 365 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔ ได้กระทำ
(๑) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(๒) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ
(๓) ในเวลากลางคืน
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา ๓๖๖ ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เป็นความผิดอันยอมความได้
ตัวบทได้บัญญัติไว้อย่างนี้ครับ...
.
.
..........มาตรา 362 ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครอง
อสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการ
ครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ
ไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา 363 ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของ
บุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา 364 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน
อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถาน
ที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
และมาตราต่อไปนี้เป็นบทกฎหมายที่ลงโทษผู้กระทำความผิดหนักขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งถือว่าเป็นบทลงโทษหนัก และไม่สามารถยอมความได้ คือ...
..........มาตรา 365 ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา ๓๖๒ มาตรา ๓๖๓ หรือมาตรา ๓๖๔ ได้กระทำ
(๑) โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
(๒) โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป หรือ
(๓) ในเวลากลางคืน
ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
..........มาตรา ๓๖๖ ความผิดในหมวดนี้ นอกจากความผิดตามมาตรา ๓๖๕ เป็นความผิดอันยอมความได้
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ความผิดข้อหาบุกรุกนี้จะเห็นว่าใน 3 มาตราแรกนั้น เป็นความผิดคดีที่"ยอมความได้"
.
.
คดีที่"ยอมความได้" หมายถึง....คดีอาญาประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนคนหนึ่งคนใดเป็นส่วนตัว
มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือสังคมเป็นและความผิดใดจะเป็นความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น กฎหมาย
จะต้องระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ฉ้อโกง หมิ่นประมาท ทำให้เสียทรัพย์
อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงิน เป็นต้น ความผิดอาญาอันยอมความได้นี้เจ้า
พนักงานของรัฐจะดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ (แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายเสียก่อน และ
ต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด สำหรับคดีความผิดอันยอมความได้นี้
หากผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความได้ ซึ่งก็จะ
เป็นผลให้คดีดังกล่าวระงับไป .
.
คดีอาญาจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คดีความผิดอาญาแผ่นดิน และคดีความผิดต่อส่วนตัว
ซึ่งสำหรับคดีความผิดต่อแผ่นดินนั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับรัฐ เป็นส่วนได้เสียของประชาชนจะยอมความกันไม่ได้ ส่วนความ
ผิดต่อส่วนตัวนั้นคู่กรณีสามารถตกลงยอมความกันได้ตัวอย่างเช่น คดีบุกรุกธรรมดากฎหมายได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิด
ต่อส่วนตัว เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไว้ ถ้าต่อมาภายหลังผู้แจ้งความจะไม่เอาเรื่องหรือ
ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็สามารถตกลงยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ทำให้คดีอาญาระงับลงได้
แต่ถ้าเป็นคดีบุกรุกในเวลากลางคืนหรือบุกรุกโดยมีอาวุธขู่เข็ญซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิด
ต่อส่วนตัวไว้ การบุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญจึงเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เมื่อแจ้งความร้องทุกข์
ไว้แล้วก็ไม่อาจจะยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ได้ ต้องดำเนินคดีต่อไป
.
.
คดีที่"ยอมความได้" หมายถึง....คดีอาญาประเภทซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อเอกชนคนหนึ่งคนใดเป็นส่วนตัว
มิได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐหรือสังคมเป็นและความผิดใดจะเป็นความผิดอาญาอันยอมความได้นั้น กฎหมาย
จะต้องระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ฉ้อโกง หมิ่นประมาท ทำให้เสียทรัพย์
อนาจาร ข่มขืนกระทำชำเรา ออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงิน เป็นต้น ความผิดอาญาอันยอมความได้นี้เจ้า
พนักงานของรัฐจะดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อผู้เสียหายร้องทุกข์ (แจ้งความ) ต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายเสียก่อน และ
ต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด ๓ เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด สำหรับคดีความผิดอันยอมความได้นี้
หากผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป ก็สามารถถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความได้ ซึ่งก็จะ
เป็นผลให้คดีดังกล่าวระงับไป .
.
คดีอาญาจะแบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ คดีความผิดอาญาแผ่นดิน และคดีความผิดต่อส่วนตัว
ซึ่งสำหรับคดีความผิดต่อแผ่นดินนั้นเป็นความผิดเกี่ยวกับรัฐ เป็นส่วนได้เสียของประชาชนจะยอมความกันไม่ได้ ส่วนความ
ผิดต่อส่วนตัวนั้นคู่กรณีสามารถตกลงยอมความกันได้ตัวอย่างเช่น คดีบุกรุกธรรมดากฎหมายได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิด
ต่อส่วนตัว เมื่อมีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดไว้ ถ้าต่อมาภายหลังผู้แจ้งความจะไม่เอาเรื่องหรือ
ไม่ประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็สามารถตกลงยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ทำให้คดีอาญาระงับลงได้
แต่ถ้าเป็นคดีบุกรุกในเวลากลางคืนหรือบุกรุกโดยมีอาวุธขู่เข็ญซึ่งเป็นเหตุฉกรรจ์กฎหมายไม่ได้บัญญัติให้เป็นคดีความผิด
ต่อส่วนตัวไว้ การบุกรุกในเวลากลางคืนหรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญจึงเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน เมื่อแจ้งความร้องทุกข์
ไว้แล้วก็ไม่อาจจะยอมความหรือถอนคำร้องทุกข์ได้ ต้องดำเนินคดีต่อไป
- ไฟล์แนบ
-
- 416992_12260461_0.jpg (64.4 KiB) เข้าดูแล้ว 280 ครั้ง
- chakop
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2009, 21:58
- Tel: 0866790753
- team: (ว่าที่สมาชิก)ชุมเสือบ้านคลอง
- Bike: schwinn
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
สวัสดีครับทนายเสือเทพ ผมchakop มีเรื่องอยากถาม เกี่ยวกับคดีขับรถโดยประมาท เมื่อประมาณปลายปี 51 พ่อของผมขับรถไปชนกับคู่กรณีที่สี่แยกอินโดจีน โดยทางผมจะวิ่งจากพล.ไปวังทอง ส่วนคู่กรณีวิ่งจากวังทองจะไปอุตรดิตถ์ ซึ่งได้ไปฟังคำตัดสินเมื่อวาน (19 ต.ค. 53) โดยทางผมเป็นฝ่ายผิดโดยให้รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี แต่ทางผมต้องการยื่นอุทรณ์เนื่องจากสงสัยในพยานที่ทางตำรวจทำสำนวนส่งอัยการ ทั้งนี้เพราะได้ทราบมาว่ากรณีที่มีรถชนกันที่บริเวณสี่แยกอินโดจีน ทางตำรวจมักจะให้คนที่ขายพวงมาลัยแถวนั้นเป็นพยาน จะยืนอุทรณ์ได้ไหมและจะต้องเสียเงินว่าจ้างทนายใหม่หรือไม่ (ทางศาลเข้าเชื่อว่าพยานให้การมีน้ำหนัก เชื่อถือได้เพราะอยู่ตรงนั้นประจำ)
ถ้ายื่นอุทรณ์แล้วจะมีผลเหมือนศาลชั้นต้นหรือเปล่าครับ แล้วบริษัทประกันภัย(ชั้น 1)ของคู่กรณีจะสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเราได้หรือไม่ ถ้าศาลตัดสินว่าเราผิด
รบกวนช่วยตอบทีครับ
ถ้ายื่นอุทรณ์แล้วจะมีผลเหมือนศาลชั้นต้นหรือเปล่าครับ แล้วบริษัทประกันภัย(ชั้น 1)ของคู่กรณีจะสามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายจากเราได้หรือไม่ ถ้าศาลตัดสินว่าเราผิด
รบกวนช่วยตอบทีครับ
คชสารแม้ม้วยมีงา โคกระบือมรณา เขาหนังก็เป็นสำคัญ
บุคคลถึงกาลอาสัญ สูญสิ้นสารพัน คงแต่ชั่วกับดี
บุคคลถึงกาลอาสัญ สูญสิ้นสารพัน คงแต่ชั่วกับดี
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
สวัสดีครับเสือchakob ไม่เจอกันนานเลย เดี๋ยวนี้ยังปั่นอยู่หรือเปล่าครับ
.
.
ปัญหาที่ถามมา ผมขออธิบายให้ฟังก่อนดังนี้นะครับ...
เรื่องคดีประมาทอันเกิดจากรถชนกันบริเวณสี่แยกไฟแดงนั้น ถ้าจะสู้คดีกันต้องใช้ความสามารถพิเศษของทนายความ
ละครับว่า ทนายความที่ทำคดีนั้นมีความสามารถและมีไหวพริบ มีประสพการณ์ในการซักถามพยานเพื่อให้ได้ประโยชน์
กับฝ่ายตนได้มากที่สุด และถ้าทนายฝ่ายไหนซักพยานเป็นประโยชน์กับฝ่ายของตนได้มากที่สุดฝ่ายนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ
คดีไป เพราะว่าคดีประมาทนี้ทางอัยการเขาจะฟ้องคู่กรณีทั้งคู่เป็นจำเลย ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดความ
เสียหายต่อชีวิตและหรือต่อทรัพย์สินของผู้อื่น
.
พยานที่อัยการจะนำมาเบิกความก็ต้องเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุละครับ ซึ่งคดีนี้ก็น่าจะเป็นคน
ที่ขายของอยู่ตามสี่แยกนั้นเอง (ประจักษ์พยาน...หมายถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสายตาของตนเองครับ
แต่ถ้าเป็นพยานบอกเล่า...ก็จะหมายถึงพยานที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง แต่จะได้ยินคนอื่นเขาเล่าให้ฟังอีกที....)
พยานดังกล่าวนี้จะเป็นพยานคนกลางของอัยการที่เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้สอบปากคำไว้แล้วส่งให้ทางอัยการนำเข้าสืบ
เป็นพยานต่อศาลว่า พยานนั้นเห็นเหตุการณ์อย่างไรบ้างในเรื่องที่รถทั้งสองคันนี้ชนกัน และหลังจากอัยการสืบเสร็จแล้ว
ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของทนายความทั้งสองฝ่ายที่จะซักค้านประจักษ์พยานดังกล่าวนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์ในทางคดีกับฝ่าย
ตนได้มากที่สุดครับ และถ้าฝ่ายไหนซักพยานได้ประโยชน์กับฝ่ายตนมากที่สุด ฝ่ายนั้นก็จะชนะคดีไป เพราะคดีเกี่ยวกับ
พรบ.จราจรฯนั้น ...ฝ่ายไหนประมาทมาก ฝ่ายนั้นก็เป็นฝ่ายผิดครับ!!
.
.
อย่างคดีของเสือchakob ที่ถามมานั้น....
ศาลตัดสินให้เราแพ้คดี ฝ่ายเราก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลตัดสิน แต่การพิจารณา
คดีของศาลอุทธรณ์นั้น เราจะต้องเข้าไว้ก่อนนะครับว่าเราไม่สามารถที่จะนำพยานอื่นๆเข้าสืบเพิ่มเติมได้อีกแล้ว การที่เรา
จะอุทธรณ์นั้นก็หมายความว่าเรานั้นยังมีความเห็นไม่ตรงกับศาลชั้นต้น(ศาลจังวัดในทุกๆจังหวัดนั้นเป็นศาลชั้นต้นทั้งหมด
นะครับ!!) ตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยเหตุการณ์ตามที่พยานแต่ละปากเบิกความมาจนกระทั่งได้มีคำพิพากษาว่าให้เรา
แพ้คดีนั้น เรายังไม่เห็นพ้องด้วย...ตรงไหน?...อย่างไร?
.
ส่วนค่าจ้างทนายความนั้น ก็ต้องถามทนายความที่ทำคดีอยู่คนเดิมละครับว่า...ค่าทนายความที่เสียให้ไปแล้วนั้น รวมถึงค่า
ทนายความในชั้นอุทธรณ์ด้วยหรือเปล่า ซึ่งส่วนมากแล้วค่าทนายความที่ทนายความเรียกนั้นจะเรียกไว้เฉพาะศาลชั้นต้นครับ
ไม่รวมกับศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาด้วย เพราะไม่แน่ว่าคดีที่ทำนั้นจะถึงศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาหรือไม่
.
ส่วนถ้ายื่นอุทธรณ์แล้วจะชนะหรือไม่ ...ประเด็นนี้ทนายความที่ทำคดีอยู่จะรู้ดีที่สุดครับว่า คดีเรานั้นจะแพ้หรือชนะ (ถ้าเป็น
ทนายความที่มีประสบการณ์มากๆ สามารถจะชั่งน้ำหนักพยานของแต่ละฝ่ายได้ครับว่า พยานที่สืบสู้กันมาแล้วนั้น ฝ่ายไหนจะ
แพ้หรือจะชนะคดี....)หรือถ้าเราทำใจเป็นกลางซะหน่อยแล้วอ่านคำเบิกความของพยานของแต่ละฝ่ายดู แล้วชั่งน้ำหนักคำ
เบิกความพยานดูก็ได้ครับว่าเราน่าจะแพ้หรือชนะ
.
ประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับบริษัทประกันภัย...ถ้าอีกฝ่ายมีประกันภัยอยู่ ถ้าเราแพ้คดี บ.ประกันฯก็สามารถจะฟ้องเรียกร้อง
ค่าเสียหายทั้งหมดที่บ.ประกันฯได้ชดใช้ให้กับลูกค้าไปแล้วจากเราได้ครับ...ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นคดีแพ่งครับ ไม่ต้องไปตกใจ
หรือกลัวไปเกินกว่าเหตุ มีทางออกครับ
..ถามทนายที่ทำคดีให้เราดูนะครับ เอามาพูดในนี้มากไม่ได้ เดี๋ยวโดนบริษัทประกัน
เล่นงานเอา ถ้าทนายไม่รู้หรือหาทางออกให้เราไม่ได้...โทรหาก็ได้ครับ
(เมื่อก่อนผมก็ทำคดีให้กับธนาคารหลายแห่งทำมา
เกือบ 10ปี แต่อย่างว่าละครับธนาคาร มีแต่ได้กับได้ ลูกค้ามีแต่เสียกับเสีย ช่วงหลังๆก่อนจะเลิกทำคดีให้กับธนาคาร ได้ช่วยลูก
ค้าหาทางออกไว้เยอะ อย่างว่าละครับธนาคารเขารวยอยู่แล้ว...
)
.
.
....พอจะเข้าใจไหมครับเสือchakob....
.
.
....ทิ้งไว้นานๆถ้าไม่ได้ปั่น จะเป็นแบบนี้นะครับ....
.
.
ปัญหาที่ถามมา ผมขออธิบายให้ฟังก่อนดังนี้นะครับ...
เรื่องคดีประมาทอันเกิดจากรถชนกันบริเวณสี่แยกไฟแดงนั้น ถ้าจะสู้คดีกันต้องใช้ความสามารถพิเศษของทนายความ
ละครับว่า ทนายความที่ทำคดีนั้นมีความสามารถและมีไหวพริบ มีประสพการณ์ในการซักถามพยานเพื่อให้ได้ประโยชน์
กับฝ่ายตนได้มากที่สุด และถ้าทนายฝ่ายไหนซักพยานเป็นประโยชน์กับฝ่ายของตนได้มากที่สุดฝ่ายนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ
คดีไป เพราะว่าคดีประมาทนี้ทางอัยการเขาจะฟ้องคู่กรณีทั้งคู่เป็นจำเลย ในข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้เกิดความ
เสียหายต่อชีวิตและหรือต่อทรัพย์สินของผู้อื่น
.
พยานที่อัยการจะนำมาเบิกความก็ต้องเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ในขณะเกิดเหตุละครับ ซึ่งคดีนี้ก็น่าจะเป็นคน
ที่ขายของอยู่ตามสี่แยกนั้นเอง (ประจักษ์พยาน...หมายถึงพยานที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสายตาของตนเองครับ
แต่ถ้าเป็นพยานบอกเล่า...ก็จะหมายถึงพยานที่ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตนเอง แต่จะได้ยินคนอื่นเขาเล่าให้ฟังอีกที....)
พยานดังกล่าวนี้จะเป็นพยานคนกลางของอัยการที่เจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้สอบปากคำไว้แล้วส่งให้ทางอัยการนำเข้าสืบ
เป็นพยานต่อศาลว่า พยานนั้นเห็นเหตุการณ์อย่างไรบ้างในเรื่องที่รถทั้งสองคันนี้ชนกัน และหลังจากอัยการสืบเสร็จแล้ว
ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของทนายความทั้งสองฝ่ายที่จะซักค้านประจักษ์พยานดังกล่าวนี้เพื่อให้ได้ประโยชน์ในทางคดีกับฝ่าย
ตนได้มากที่สุดครับ และถ้าฝ่ายไหนซักพยานได้ประโยชน์กับฝ่ายตนมากที่สุด ฝ่ายนั้นก็จะชนะคดีไป เพราะคดีเกี่ยวกับ
พรบ.จราจรฯนั้น ...ฝ่ายไหนประมาทมาก ฝ่ายนั้นก็เป็นฝ่ายผิดครับ!!
.
.
อย่างคดีของเสือchakob ที่ถามมานั้น....
ศาลตัดสินให้เราแพ้คดี ฝ่ายเราก็มีสิทธิ์ที่จะยื่นอุทธรณ์ได้ ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลตัดสิน แต่การพิจารณา
คดีของศาลอุทธรณ์นั้น เราจะต้องเข้าไว้ก่อนนะครับว่าเราไม่สามารถที่จะนำพยานอื่นๆเข้าสืบเพิ่มเติมได้อีกแล้ว การที่เรา
จะอุทธรณ์นั้นก็หมายความว่าเรานั้นยังมีความเห็นไม่ตรงกับศาลชั้นต้น(ศาลจังวัดในทุกๆจังหวัดนั้นเป็นศาลชั้นต้นทั้งหมด
นะครับ!!) ตามที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยเหตุการณ์ตามที่พยานแต่ละปากเบิกความมาจนกระทั่งได้มีคำพิพากษาว่าให้เรา
แพ้คดีนั้น เรายังไม่เห็นพ้องด้วย...ตรงไหน?...อย่างไร?
.
ส่วนค่าจ้างทนายความนั้น ก็ต้องถามทนายความที่ทำคดีอยู่คนเดิมละครับว่า...ค่าทนายความที่เสียให้ไปแล้วนั้น รวมถึงค่า
ทนายความในชั้นอุทธรณ์ด้วยหรือเปล่า ซึ่งส่วนมากแล้วค่าทนายความที่ทนายความเรียกนั้นจะเรียกไว้เฉพาะศาลชั้นต้นครับ
ไม่รวมกับศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาด้วย เพราะไม่แน่ว่าคดีที่ทำนั้นจะถึงศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาหรือไม่
.
ส่วนถ้ายื่นอุทธรณ์แล้วจะชนะหรือไม่ ...ประเด็นนี้ทนายความที่ทำคดีอยู่จะรู้ดีที่สุดครับว่า คดีเรานั้นจะแพ้หรือชนะ (ถ้าเป็น
ทนายความที่มีประสบการณ์มากๆ สามารถจะชั่งน้ำหนักพยานของแต่ละฝ่ายได้ครับว่า พยานที่สืบสู้กันมาแล้วนั้น ฝ่ายไหนจะ
แพ้หรือจะชนะคดี....)หรือถ้าเราทำใจเป็นกลางซะหน่อยแล้วอ่านคำเบิกความของพยานของแต่ละฝ่ายดู แล้วชั่งน้ำหนักคำ
เบิกความพยานดูก็ได้ครับว่าเราน่าจะแพ้หรือชนะ
.
ประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับบริษัทประกันภัย...ถ้าอีกฝ่ายมีประกันภัยอยู่ ถ้าเราแพ้คดี บ.ประกันฯก็สามารถจะฟ้องเรียกร้อง
ค่าเสียหายทั้งหมดที่บ.ประกันฯได้ชดใช้ให้กับลูกค้าไปแล้วจากเราได้ครับ...ซึ่งตรงนี้มันจะเป็นคดีแพ่งครับ ไม่ต้องไปตกใจ
หรือกลัวไปเกินกว่าเหตุ มีทางออกครับ
เล่นงานเอา ถ้าทนายไม่รู้หรือหาทางออกให้เราไม่ได้...โทรหาก็ได้ครับ
เกือบ 10ปี แต่อย่างว่าละครับธนาคาร มีแต่ได้กับได้ ลูกค้ามีแต่เสียกับเสีย ช่วงหลังๆก่อนจะเลิกทำคดีให้กับธนาคาร ได้ช่วยลูก
ค้าหาทางออกไว้เยอะ อย่างว่าละครับธนาคารเขารวยอยู่แล้ว...
.
.
....พอจะเข้าใจไหมครับเสือchakob....
.
.
....ทิ้งไว้นานๆถ้าไม่ได้ปั่น จะเป็นแบบนี้นะครับ....
- ไฟล์แนบ
-
- 1_displayCAU0IN7U.jpg (30.73 KiB) เข้าดูแล้ว 263 ครั้ง
- chakop
- สมาชิก
- โพสต์: 76
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 มี.ค. 2009, 21:58
- Tel: 0866790753
- team: (ว่าที่สมาชิก)ชุมเสือบ้านคลอง
- Bike: schwinn
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ขอบคุณมากครับ
ก็ยังปั่นอยู่ครับแต่ว่าทำยังไงขาก็ไม่แรงขึ้นเลย วันคาร์ฟรีเดย์ก็ไป เจอเสือแสนกับอีกหลายท่านในวันนั้นตอนขากลับ (ผมแวะกินก๋วยเตี๋ยวหลังวัดใหญ่)
แต่ช่วงนี้ฝนตกเลยไม่ค่อยได้ปั่นสักเท่าไร กะว่าหมดฝนแล้วจะหาโอกาสปั่นไปเที่ยวที่สถานีอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชแถววังดินสอสักหน่อย (เคยคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ)
ก็ยังปั่นอยู่ครับแต่ว่าทำยังไงขาก็ไม่แรงขึ้นเลย วันคาร์ฟรีเดย์ก็ไป เจอเสือแสนกับอีกหลายท่านในวันนั้นตอนขากลับ (ผมแวะกินก๋วยเตี๋ยวหลังวัดใหญ่)
แต่ช่วงนี้ฝนตกเลยไม่ค่อยได้ปั่นสักเท่าไร กะว่าหมดฝนแล้วจะหาโอกาสปั่นไปเที่ยวที่สถานีอนุรักษ์สัตว์ป่าและพันธุ์พืชแถววังดินสอสักหน่อย (เคยคิดจะทำแต่ยังไม่ได้ทำ)
คชสารแม้ม้วยมีงา โคกระบือมรณา เขาหนังก็เป็นสำคัญ
บุคคลถึงกาลอาสัญ สูญสิ้นสารพัน คงแต่ชั่วกับดี
บุคคลถึงกาลอาสัญ สูญสิ้นสารพัน คงแต่ชั่วกับดี
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
เมื่อเช้าได้คุญกับคุณแม่เสือchakob ทางโทรศัพท์แล้ว คงเข้าใจนะครับ
หรือถ้าไม่เข้าใจอะไรอีก ก็โทรถามแล้วกันครับ..
หรือถ้าไม่เข้าใจอะไรอีก ก็โทรถามแล้วกันครับ..
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ทุกวันนี้กฎหมายเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นทุกวันๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
และที่พบเจอกันบ่อยก็เห็นจะเป็นเรื่อง"ละเมิด" เพราะกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องละเมิดนี้กว้างและคุมไปเสีย
เกือบจะทุกๆเรื่องในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา เช่น ทะเลาะวิวาททำร้ายกันหรือด่ากัน, ขับรถชนกัน,
ความเสียหายอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง โรงเรือนหรือต้นไม้ ฯลฯ ดังนั้นเราจึงน่าจะรู้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องละเมิดไว้
.
.
สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่ม.รามคำแหงนั้น วิชานี้นับว่าเป็นวิชาที่หินเอามากๆ ถ้าไม่แน่จริงหรือดูหนังสือไม่รู้เรื่องจริง
ก็อย่าหวังว่าจะสอบผ่านได้ง่ายๆเลยละครับ และเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่สอบผ่านวิชานี้ในแต่ละเทอมก็ประมาณ...
4-5% เท่านั้นเองในแต่ละเทอม แต่เวลาเอามาใช้ตอนทำงานมันก็ไม่ยากอย่างที่เรียนมาเลย...
.
.
กฎหมายเกี่ยวกับละเมิดที่เป็นหัวใจสำคัญก็มีอยู่มาตราเดียวคือ มาตรา 420
มาตรา 420...บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้
เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
.
.
แค่นี้ละครับ ดูๆแล้ว! ก็ไม่น่าจะมีอะไรยากใช่ไหมครับ.....มีเวลาเดี๋ยวมาต่อให้นะครับ(มีงานเข้าซะแล้ว
)
.
.
ดูๆๆๆ!! ขณะแข่งอยู่ยังทนไม่ไหว

และที่พบเจอกันบ่อยก็เห็นจะเป็นเรื่อง"ละเมิด" เพราะกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องละเมิดนี้กว้างและคุมไปเสีย
เกือบจะทุกๆเรื่องในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา เช่น ทะเลาะวิวาททำร้ายกันหรือด่ากัน, ขับรถชนกัน,
ความเสียหายอันเกิดจากสัตว์เลี้ยง โรงเรือนหรือต้นไม้ ฯลฯ ดังนั้นเราจึงน่าจะรู้กฎหมายเกี่ยวกับเรื่องละเมิดไว้
.
.
สมัยที่ผมเรียนอยู่ที่ม.รามคำแหงนั้น วิชานี้นับว่าเป็นวิชาที่หินเอามากๆ ถ้าไม่แน่จริงหรือดูหนังสือไม่รู้เรื่องจริง
ก็อย่าหวังว่าจะสอบผ่านได้ง่ายๆเลยละครับ และเปอร์เซ็นต์ของผู้ที่สอบผ่านวิชานี้ในแต่ละเทอมก็ประมาณ...
4-5% เท่านั้นเองในแต่ละเทอม แต่เวลาเอามาใช้ตอนทำงานมันก็ไม่ยากอย่างที่เรียนมาเลย...
.
.
กฎหมายเกี่ยวกับละเมิดที่เป็นหัวใจสำคัญก็มีอยู่มาตราเดียวคือ มาตรา 420
มาตรา 420...บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้
เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่าง
ใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
.
.
แค่นี้ละครับ ดูๆแล้ว! ก็ไม่น่าจะมีอะไรยากใช่ไหมครับ.....มีเวลาเดี๋ยวมาต่อให้นะครับ(มีงานเข้าซะแล้ว
.
.
ดูๆๆๆ!! ขณะแข่งอยู่ยังทนไม่ไหว
- ไฟล์แนบ
-
- 97a3d114152d2135d52d8ae7672705d7.jpg (50.86 KiB) เข้าดูแล้ว 244 ครั้ง
- f1st0
- สมาชิก
- โพสต์: 96
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2010, 21:39
- Bike: TREK 3900 DISC
- ตำแหน่ง: พิษณุโลก
- ติดต่อ:
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
สุนัขบ้านอื่นมาทำหน้าบ้านเราสกปรกบ่อย ๆ (บ้านเราไม่เลี้ยงสุนัข) เ้จ้าของสุนัขก็ไม่สนใจ พอเราไปถามก็บอกว่า เค้าไม่รู้ เราเอาผิดอะไรตามกฎหมายได้ป่าวครับ อย่างไร?
หายใจเข้า บิดข้อเท้า
หายใจออก บิดข้อเท้า
หายใจออก บิดข้อเท้า
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
สวัสดีครับ ถามเหมือนกำลังเป็นนักศึกษาอยู่เลย
.
.
ความเสียหายอันเกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยงนั้น เจ้าของสัตว์จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นๆครับ
ในเรื่องละเมิดอันเกิดขึ้นเพราะสัยว์เลี้ยงนั้น มีบัญญัติไว้เพียงมาตราเดียว คือมาตรา 433 ดังนี้ครับ
มาตรา 433 ......ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ
จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์
ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น
หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น
อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด
หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้นๆ ก็ได้
.
.
.
.
เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นคดีฟ้องร้องกันในกลุ่มนักกฎหมายเขาจะพูดกันเล่นๆว่า เป็นคดี"ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง" ครับ!
คือเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่น่าจะถือเอามาเป็นเรื่องใหญ่ แต่!!เรื่องเล็กๆแบบนี้ มันก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน
อย่างเช่น.... มีคนมาเลี้ยงหมูหรือทำฟาร์มหมูใกล้ๆบ้านเรา หรือในหมู่บ้านเราก็ได้ แล้วส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วจนทนไม่ได้
แบบนี้ เราไปทำการตักเตือนแล้ว แต่ก็ยังคงปล่อยให้มีการส่งกลิ่นเหม็นเหมือนเดิมอีก ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถจะฟ้อง
ร้องต่อศาลได้ เพื่อให้เขาหยุดการกระทำดังกล่าวหรือทำการปรับปรุงให้ดีจนไม่ทำให้เราหรือชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อนได้ครับ
คดีอย่างนี้....เป็นการฟ้องคดีเพื่อขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ เพราะว่าเราได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าของสัตว์
ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่เราฟ้องจริงแล้ว ศาลก็จะมีคำสั่งให้ทางเจ้าของสัตว์ที่เลี้ยงทำการปรับปรุงให้ดีไม่ให้เราหรือชาวบ้านทั่วไปได้
รับความเดือดร้อน ....และถ้าเป็นอย่างกรณีที่ถามมานี้ ศาลก็จะมีคำสั่งให้เจ้าของสุนัขนั้น ดูแลสุนัขของตนเองให้ดีขึ้นถ้าหาก
จะทำการเลี้ยงต่อไปอีก เขาจะมาอ้างว่าเขาไม่รู้ไม่ได้ครับ
เคยมีรายการๆหนึ่งเคยเอาเรื่องแบบนี้มาออกทางทีวีให้ดู เพราะมีคนร้องเรียนไปว่า มีสุนัขคนอื่นชอบมาขี้ทิ้งไว้หน้าบ้านเป็นประจำ
ทางรายการทีวี จึงได้เอากล้องไปบันทึกภาพสุนัขที่กำลังขี้ทิ้งไว้ เสร็จแล้วก็ไปถามเจ้าของสุนัขว่าเป็นเจ้าใช่ไหม ทำไมปล่อยให้ไป
ขี้หน้าบ้านคนอื่น เจ้าของส่วนมาก(ถ่ายทำหลายบ้าน)รีบปฏิเสธก่อนเลยครับว่า"ไม่ใช่ขี้ของสุนัขของตน หรือสุนัขของตนไม่ไปขี้
ทิ้งแบบนั้นหรอก"...แต่!!พอเห็นคริปวีดีโอที่ถ่ายไว้..ก็หน้าจ๋อยไปทุกราย ต้องตามไปเก็บขี้สุนัขของตน..
............ถ้าเขาไม่ยอมรับ
ก็ทำแบบนี้ก็ได้ครับ
.
.
.
แต่ถ้าเป็นอย่างวรรคที่สองนั้น....เป็นความเสียหายที่เกิดจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของสัตย์ ไปทำการยุยงสัตว์หรือแหย่ให้สัตว์นั้น
ทำความเสียหายให้กับผู้อื่น ถ้าทางเจ้าของสัตว์นั้นได้ทำการชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว ทางเจ้าของสัตว์นั้นก็
สามารถเรียกค่าเสียหายคืนได้จากผู้ที่ไปแหย่หรือยุยงให้สัตว์ทำความเสียหายได้ครับ
.
.
ความเสียหายอันเกิดขึ้นจากสัตว์เลี้ยงนั้น เจ้าของสัตว์จะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้นๆครับ
ในเรื่องละเมิดอันเกิดขึ้นเพราะสัยว์เลี้ยงนั้น มีบัญญัติไว้เพียงมาตราเดียว คือมาตรา 433 ดังนี้ครับ
มาตรา 433 ......ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ ท่านว่าเจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ
จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ฝ่ายที่ต้องเสียหายเพื่อความเสียหายอย่างใดๆ อันเกิดแต่สัตว์นั้น เว้นแต่จะพิสูจน์
ได้ว่าตนได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงการรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อย่างอื่น
หรือพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายนั้นย่อมจะต้องเกิดมีขึ้นทั้งที่ได้ใช้ความระมัดระวังถึงเพียงนั้น
อนึ่ง บุคคลผู้ต้องรับผิดชอบดังกล่าวมาในวรรคต้นนั้น จะใช้สิทธิไล่เบี้ยเอาแก่บุคคลผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด
หรือเอาแก่เจ้าของสัตว์อื่นอันมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้นๆ ก็ได้
.
.
.
.
เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นคดีฟ้องร้องกันในกลุ่มนักกฎหมายเขาจะพูดกันเล่นๆว่า เป็นคดี"ขี้หมูรา ขี้หมาแห้ง" ครับ!
คือเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่น่าจะถือเอามาเป็นเรื่องใหญ่ แต่!!เรื่องเล็กๆแบบนี้ มันก็ทำให้ปวดหัวได้เหมือนกัน
อย่างเช่น.... มีคนมาเลี้ยงหมูหรือทำฟาร์มหมูใกล้ๆบ้านเรา หรือในหมู่บ้านเราก็ได้ แล้วส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วจนทนไม่ได้
แบบนี้ เราไปทำการตักเตือนแล้ว แต่ก็ยังคงปล่อยให้มีการส่งกลิ่นเหม็นเหมือนเดิมอีก ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถจะฟ้อง
ร้องต่อศาลได้ เพื่อให้เขาหยุดการกระทำดังกล่าวหรือทำการปรับปรุงให้ดีจนไม่ทำให้เราหรือชาวบ้านทั่วไปเดือดร้อนได้ครับ
คดีอย่างนี้....เป็นการฟ้องคดีเพื่อขอให้ปลดเปลื้องทุกข์ เพราะว่าเราได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าของสัตว์
ซึ่งถ้าเป็นอย่างที่เราฟ้องจริงแล้ว ศาลก็จะมีคำสั่งให้ทางเจ้าของสัตว์ที่เลี้ยงทำการปรับปรุงให้ดีไม่ให้เราหรือชาวบ้านทั่วไปได้
รับความเดือดร้อน ....และถ้าเป็นอย่างกรณีที่ถามมานี้ ศาลก็จะมีคำสั่งให้เจ้าของสุนัขนั้น ดูแลสุนัขของตนเองให้ดีขึ้นถ้าหาก
จะทำการเลี้ยงต่อไปอีก เขาจะมาอ้างว่าเขาไม่รู้ไม่ได้ครับ
เคยมีรายการๆหนึ่งเคยเอาเรื่องแบบนี้มาออกทางทีวีให้ดู เพราะมีคนร้องเรียนไปว่า มีสุนัขคนอื่นชอบมาขี้ทิ้งไว้หน้าบ้านเป็นประจำ
ทางรายการทีวี จึงได้เอากล้องไปบันทึกภาพสุนัขที่กำลังขี้ทิ้งไว้ เสร็จแล้วก็ไปถามเจ้าของสุนัขว่าเป็นเจ้าใช่ไหม ทำไมปล่อยให้ไป
ขี้หน้าบ้านคนอื่น เจ้าของส่วนมาก(ถ่ายทำหลายบ้าน)รีบปฏิเสธก่อนเลยครับว่า"ไม่ใช่ขี้ของสุนัขของตน หรือสุนัขของตนไม่ไปขี้
ทิ้งแบบนั้นหรอก"...แต่!!พอเห็นคริปวีดีโอที่ถ่ายไว้..ก็หน้าจ๋อยไปทุกราย ต้องตามไปเก็บขี้สุนัขของตน..
ก็ทำแบบนี้ก็ได้ครับ
.
.
.
แต่ถ้าเป็นอย่างวรรคที่สองนั้น....เป็นความเสียหายที่เกิดจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของสัตย์ ไปทำการยุยงสัตว์หรือแหย่ให้สัตว์นั้น
ทำความเสียหายให้กับผู้อื่น ถ้าทางเจ้าของสัตว์นั้นได้ทำการชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายไปแล้ว ทางเจ้าของสัตว์นั้นก็
สามารถเรียกค่าเสียหายคืนได้จากผู้ที่ไปแหย่หรือยุยงให้สัตว์ทำความเสียหายได้ครับ
- ไฟล์แนบ
-
- 416716_12252961_0.jpg (46.22 KiB) เข้าดูแล้ว 229 ครั้ง
- f1st0
- สมาชิก
- โพสต์: 96
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ต.ค. 2010, 21:39
- Bike: TREK 3900 DISC
- ตำแหน่ง: พิษณุโลก
- ติดต่อ:
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ขอบคุณมากคับพี่เสือเทพ ที่มาให้ความกระจ่าง
ผมไม่ได้เป็นนักศึกษาแล้วคร๊าบ ทำงานมาหลายปีแระคับ แต่เพิ่งขี่เสือภูเขาได้ไม่กี่วันเองคร๊าบบ
ไอ้ที่ถามเพราะว่าสงสารพ่อผมที่ต้องมาทำความสะอาดหน้าบ้านประจำ (เพราะพ่อตื่นเช้ากว่า แหะ ๆๆ)
ผมไม่ได้เป็นนักศึกษาแล้วคร๊าบ ทำงานมาหลายปีแระคับ แต่เพิ่งขี่เสือภูเขาได้ไม่กี่วันเองคร๊าบบ
ไอ้ที่ถามเพราะว่าสงสารพ่อผมที่ต้องมาทำความสะอาดหน้าบ้านประจำ (เพราะพ่อตื่นเช้ากว่า แหะ ๆๆ)
หายใจเข้า บิดข้อเท้า
หายใจออก บิดข้อเท้า
หายใจออก บิดข้อเท้า
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
ขอลงในรายละเอียดเกี่ยบกับเรื่องละเมิดหน่อยนะครับ จะได้เข้าใจกัน
.
.
คำว่า "ผู้ใด"นั้น กฎหมายไม่ได้หมายความรวมถึงผู้กระทำแต่อย่างเดียว แต่!หมายความรวมถึงบุคคลอื่นที่ผู้กระทำ
ละเมิดนั้น"อยู่ในความดูแล"ด้วยนะครับ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ต้องรับผิดแม้ว่าตนเองมิใช่เป็นผู้กระทำละเมิดโดยตรง
เพราะผู้นั้นเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากกิจการงานของผู้กระทำละเมิด หรือผู้นั้นมีหน้าที่ดูแลผู้กระทำละเมิด คือ
ก. "นายจ้าง"ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างกระทำละเมิดในทางที่จ้าง
ข. "ตัวการ"ต้องรับผิดต่อการกระทำละเมิดของตัวแทน
ค. "ผู้ว่าจ้างทำของ" ไม่ต้องรับผิด ต่อการละเมิดของผู้รับจ้าง เว้นแต่ ผู้ว่าจ้างทำของผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือ
ในคำสั่งที่ตนให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
ง. "บิดามารดา" หรือ"ผู้อนุบาล" ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำละเมิดของผู้เยาว์หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
จ. "ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือผู้รับดูแล" ต้องรับผิดต่อการกระทำของผู้เยาว์ หรือบุคคลไว้ความสามารถ
.
.
.
จะต้องเป็นการกระทำที่"จงใจหรือประมาทเลินเล่อ" ฉะนั้นถ้าเป็นการกระทำละเมิดที่ระวังเต็มที่แล้ว ย่อก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ผู้อื่นอีก ก็ไม่ต้องรับผิด เช่น พนักงานเสิรฟ์อาหารในภัตราคารกำลังยกอาหารร้อนจัดไปให้ลูกค้า ด้วยความระมัดระวัง
เต็มที่ ขณะนั้นลูกค้าคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาไม่ทันเห็น จึงชนชามซุปหกลาดบนขาของตนเอง ได้รับบาดเจ็บ กรณีเช่นนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บ
เรียกร้องฐานละเมิดไม่ได้
.
.
.
"ละเมิด" คือ การกระทำใด ๆ ของบุคคลหรือการกระทำที่อยู่ในความรับผิดชอบของบุคคอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น
ผู้ได้รับความเสียหายนั้นชอบที่จะได้รับการเยียวยา โดยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้อง ให้ผู้ละเมิดปฏิบัติหรือ
ละเว้นปฏิบัติในลักษณะอื่น ๆ แล้วแต่กรณี เช่น นาย ก.ขับรถโดยประมาทเลินเล่อชนนาย ข. หรือ ก.จงใจทำร้ายร่างกาย ข.
เช่นนี้ นาย ข.ได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือร่างกาย ย่อมเรียกให้ นาย ก.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
.
.
.
ความรับผิดชอบเพราะการมีทรัพย์สินบางประเภทไว้ในครอบครอง ทรัพย์สินบางประเภทมีลักษณะที่เป็นอันตรายหรือมีอันตราย
ที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่นได้ โดยไม่สามารถ รู้ได้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร ฉะนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ คือ
ผู้ครอบครอง ย่อมมี ภาระที่จะต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งมีกรณีดังต่อไปนี้
ก. ความเสียหายเกิดขึ้นนั้นเพราะสัตว์ เจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงรักษาต้องรับผิดชอบ
ข. ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่อง หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ
ผู้ครอบครองต้อง รับผิดชอบ
ค. ความเสียหายเกิดเพราะยานพาหนะ รถยนต์ ทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพ เช่น เครื่องจักร
วัตถุระเบิด เป็นต้น ผู้ครอบครองหรือควบคุมต้องรับผิดชอบ
.
.
คำว่า "ผู้ใด"นั้น กฎหมายไม่ได้หมายความรวมถึงผู้กระทำแต่อย่างเดียว แต่!หมายความรวมถึงบุคคลอื่นที่ผู้กระทำ
ละเมิดนั้น"อยู่ในความดูแล"ด้วยนะครับ ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้ต้องรับผิดแม้ว่าตนเองมิใช่เป็นผู้กระทำละเมิดโดยตรง
เพราะผู้นั้นเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากกิจการงานของผู้กระทำละเมิด หรือผู้นั้นมีหน้าที่ดูแลผู้กระทำละเมิด คือ
ก. "นายจ้าง"ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำละเมิดของลูกจ้าง ถ้าลูกจ้างกระทำละเมิดในทางที่จ้าง
ข. "ตัวการ"ต้องรับผิดต่อการกระทำละเมิดของตัวแทน
ค. "ผู้ว่าจ้างทำของ" ไม่ต้องรับผิด ต่อการละเมิดของผู้รับจ้าง เว้นแต่ ผู้ว่าจ้างทำของผิดในส่วนการงานที่สั่งให้ทำ หรือ
ในคำสั่งที่ตนให้ไว้หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
ง. "บิดามารดา" หรือ"ผู้อนุบาล" ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำละเมิดของผู้เยาว์หรือในการเลือกหาผู้รับจ้าง
จ. "ครูบาอาจารย์ นายจ้าง หรือผู้รับดูแล" ต้องรับผิดต่อการกระทำของผู้เยาว์ หรือบุคคลไว้ความสามารถ
.
.
.
จะต้องเป็นการกระทำที่"จงใจหรือประมาทเลินเล่อ" ฉะนั้นถ้าเป็นการกระทำละเมิดที่ระวังเต็มที่แล้ว ย่อก่อให้เกิดความ
เสียหายแก่ผู้อื่นอีก ก็ไม่ต้องรับผิด เช่น พนักงานเสิรฟ์อาหารในภัตราคารกำลังยกอาหารร้อนจัดไปให้ลูกค้า ด้วยความระมัดระวัง
เต็มที่ ขณะนั้นลูกค้าคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาไม่ทันเห็น จึงชนชามซุปหกลาดบนขาของตนเอง ได้รับบาดเจ็บ กรณีเช่นนี้ผู้ได้รับบาดเจ็บ
เรียกร้องฐานละเมิดไม่ได้
.
.
.
"ละเมิด" คือ การกระทำใด ๆ ของบุคคลหรือการกระทำที่อยู่ในความรับผิดชอบของบุคคอันก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น
ผู้ได้รับความเสียหายนั้นชอบที่จะได้รับการเยียวยา โดยการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือเรียกร้อง ให้ผู้ละเมิดปฏิบัติหรือ
ละเว้นปฏิบัติในลักษณะอื่น ๆ แล้วแต่กรณี เช่น นาย ก.ขับรถโดยประมาทเลินเล่อชนนาย ข. หรือ ก.จงใจทำร้ายร่างกาย ข.
เช่นนี้ นาย ข.ได้รับความเสียหายแก่ทรัพย์สินหรือร่างกาย ย่อมเรียกให้ นาย ก.ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เพื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้
.
.
.
ความรับผิดชอบเพราะการมีทรัพย์สินบางประเภทไว้ในครอบครอง ทรัพย์สินบางประเภทมีลักษณะที่เป็นอันตรายหรือมีอันตราย
ที่อาจจะเกิดขึ้นกับบุคคลอื่นได้ โดยไม่สามารถ รู้ได้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร ฉะนั้นผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการที่ทรัพย์สินนั้นอยู่ คือ
ผู้ครอบครอง ย่อมมี ภาระที่จะต้องรับผิดต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากทรัพย์สินดังกล่าวซึ่งมีกรณีดังต่อไปนี้
ก. ความเสียหายเกิดขึ้นนั้นเพราะสัตว์ เจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงรักษาต้องรับผิดชอบ
ข. ความเสียหายเกิดขึ้นเพราะโรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ก่อสร้างไว้ชำรุดบกพร่อง หรือบำรุงรักษาไม่เพียงพอ
ผู้ครอบครองต้อง รับผิดชอบ
ค. ความเสียหายเกิดเพราะยานพาหนะ รถยนต์ ทรัพย์อันเป็นของเกิดอันตรายโดยสภาพ เช่น เครื่องจักร
วัตถุระเบิด เป็นต้น ผู้ครอบครองหรือควบคุมต้องรับผิดชอบ
- ไฟล์แนบ
-
- spd_20071110114158_b.jpg (45.59 KiB) เข้าดูแล้ว 212 ครั้ง
- เสือเทพ
- ขาประจำ
- โพสต์: 7165
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ธ.ค. 2008, 23:35
- Tel: 0815969502
- team: ชุมเสือบ้านคลองพิษณุโลก
- Bike: CANNONDALE F3 + groupset dura ace หมอบTIME RXRS VIP + ZIPP 404 + groupset sram red
Re: ห้องกฎหมาย..."ชุมเสือบ้านคลอง" ...ท่านถาม เราตอบ
นายดำหลังจากที่ได้ฟังคำบรรยายกฎหมายเรื่องละเมิดจากทีมทนายความเสร็จก็กลับไปบ้าน
ขณะเดินทางกลับบ้านแกมีสีหน้าเหมือนกับว่าคิดอะไรดีๆได้ซักอย่าง สังเกตุได้จากมีรอยยิ้มที่ริมฝีปากของแก
.
.
(แกนึกในใจตามที่ทนายความได้บรรยานให้ฟังว่า...เรื่องการปลูกต้นไม้หรือสิ่งของรุกล้ำที่ดินของคนข้างบ้าน
ถ้าเราบอกให้เจ้าของเขาเอาออกไปหรือบอกให้ตัดกิ่งไม้ที่มันรุกล้ำแล้ว ถ้าเจ้าของเขายังไม่ตัดหรือไม่ฟันทิ้งไป
เราก็สามารถจะตัดหรือฟันทิ้งได้เลยนะครับ....
)
.
.
รุ่งขึ้นอีก 2 วัน ...นายดำได้ไปพบทนายความผู้ที่บรรยายให้ฟังที่สำนักงานกฎหมาย โดยมีท่าทางลังเลใจยังไง
ชอบกล พอทนายความเห็นจึงเรียกให้เข้าไปพบและถามว่า
ทนายความ...ลุงมีอะไรหรือเห็นมายืนลับๆล่อๆอยู่หน้าสำนักงาน
นายดำ......ก็เมื่อ 2วันก่อน ผมได้ไปฟังท่านทนายบรรยายกฎหมายเรื่องละเมิดที่ห้องประชุมในหมู่บ้านมาแล้วครับ
ทนายความ...อ้าว!เป็นไงละลุง เข้าใจดีไหม มีปัญหาอะไรจะถาม หรือยังไม่เข้าใจอะไรอีกหรือเปล่า แล้วไปไหนมาละ!
นายดำ......ผมเพิ่งประกันตัวจากโรงพักมานี่ละครับ เพราะเชื่อท่านทนายนี่ละ!!
ทนายความ...อ้าว ๆ ๆ!! งานเข้าเลย เรื่องอะไรเหรอลุง
นายดำ......ก็ท่านทนายบอกว่าถ้าใครรุกล้ำเข้ามาในที่เราไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือกิ่งไม้ที่มันรุกล้ำเข้ามาในที่เราและเรา
ก็ได้บอกให้เขาเอาออกไปแล้ว แต่!เขาก็ยังไม่ดำเนินการ เราก็สามารถจะตัดหรือฟันทิ้งได้เลยไม่ใช่หรือครับ
ทนายความ...ก็ใช่นี่ครับลุง ลุงก็เข้าใจถูกแล้ว แล้วโดนตำรวจจับเรื่องอะไรละครับ
นายดำ......ก็อีสีเมียคนข้างบ้านนะซิครับ มันตากผ้าอยู่และราวตากผ้ามันก็อยู่ติดกับเขตบ้านผม เวลามันตากผ้าทีไร
มันก็ชอบเอาก้นยื่นเข้ามาในเขตบ้านผม ผมก็บอกมันแล้วว่า อย่า!!เอาก้นยื่นมาในเขตบ้านผมนะ ..ผมบอกมันหลายครั้ง
แล้วมันไม่เชื่อผมและไม่ยอมเอาก้นออกไป ...ผมก็เลยฟัน!มันซะเลย ตำรวจเขาหาว่าผมกระทำชำเราอีสีครับบบบทน๊าย !!
ทนายความ...

ขณะเดินทางกลับบ้านแกมีสีหน้าเหมือนกับว่าคิดอะไรดีๆได้ซักอย่าง สังเกตุได้จากมีรอยยิ้มที่ริมฝีปากของแก
.
.
(แกนึกในใจตามที่ทนายความได้บรรยานให้ฟังว่า...เรื่องการปลูกต้นไม้หรือสิ่งของรุกล้ำที่ดินของคนข้างบ้าน
ถ้าเราบอกให้เจ้าของเขาเอาออกไปหรือบอกให้ตัดกิ่งไม้ที่มันรุกล้ำแล้ว ถ้าเจ้าของเขายังไม่ตัดหรือไม่ฟันทิ้งไป
เราก็สามารถจะตัดหรือฟันทิ้งได้เลยนะครับ....
.
.
รุ่งขึ้นอีก 2 วัน ...นายดำได้ไปพบทนายความผู้ที่บรรยายให้ฟังที่สำนักงานกฎหมาย โดยมีท่าทางลังเลใจยังไง
ชอบกล พอทนายความเห็นจึงเรียกให้เข้าไปพบและถามว่า
ทนายความ...ลุงมีอะไรหรือเห็นมายืนลับๆล่อๆอยู่หน้าสำนักงาน
นายดำ......ก็เมื่อ 2วันก่อน ผมได้ไปฟังท่านทนายบรรยายกฎหมายเรื่องละเมิดที่ห้องประชุมในหมู่บ้านมาแล้วครับ
ทนายความ...อ้าว!เป็นไงละลุง เข้าใจดีไหม มีปัญหาอะไรจะถาม หรือยังไม่เข้าใจอะไรอีกหรือเปล่า แล้วไปไหนมาละ!
นายดำ......ผมเพิ่งประกันตัวจากโรงพักมานี่ละครับ เพราะเชื่อท่านทนายนี่ละ!!
ทนายความ...อ้าว ๆ ๆ!! งานเข้าเลย เรื่องอะไรเหรอลุง
นายดำ......ก็ท่านทนายบอกว่าถ้าใครรุกล้ำเข้ามาในที่เราไม่ว่าจะเป็นสิ่งของหรือกิ่งไม้ที่มันรุกล้ำเข้ามาในที่เราและเรา
ก็ได้บอกให้เขาเอาออกไปแล้ว แต่!เขาก็ยังไม่ดำเนินการ เราก็สามารถจะตัดหรือฟันทิ้งได้เลยไม่ใช่หรือครับ
ทนายความ...ก็ใช่นี่ครับลุง ลุงก็เข้าใจถูกแล้ว แล้วโดนตำรวจจับเรื่องอะไรละครับ
นายดำ......ก็อีสีเมียคนข้างบ้านนะซิครับ มันตากผ้าอยู่และราวตากผ้ามันก็อยู่ติดกับเขตบ้านผม เวลามันตากผ้าทีไร
มันก็ชอบเอาก้นยื่นเข้ามาในเขตบ้านผม ผมก็บอกมันแล้วว่า อย่า!!เอาก้นยื่นมาในเขตบ้านผมนะ ..ผมบอกมันหลายครั้ง
แล้วมันไม่เชื่อผมและไม่ยอมเอาก้นออกไป ...ผมก็เลยฟัน!มันซะเลย ตำรวจเขาหาว่าผมกระทำชำเราอีสีครับบบบทน๊าย !!
ทนายความ...
- ไฟล์แนบ
-
- f86914b22acf63b7017afe28cd231afc.jpg (73.2 KiB) เข้าดูแล้ว 330 ครั้ง