วันนี้มี PM มา ตามไปอ่านแล้วก็ท้อใจ ประจวบเหมาะกับอีกเรื่องที่เข้ามาใหม่ ที่ว่ากองบัญชาการตำรวจนครบาลไม่อนุมัติเส้นทางจักรยาน
เรื่องเก่าๆ ก็ยังไปไม่ถึงไหน เรื่องรถไฟฟ้าใต้ดิน เรื่องรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ เรื่องรถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ ที่แทบไม่ต่างจากรถเมล์ธรรมดา
รถไฟ ระบบการขนส่งด้วยราง ที่มีมานาน ทำรางกันตั้งแต่รถไฟเองยังไม่มี แต่ด้วยความเชื่อมั่นว่ามันจะมา เลยพร้อมใจกันทำรางเตรียมไว้
หลังจากรางเสร็จ รถไฟก็มา คนก็รับรู้ว่าที่ลงทุนลงแรงไปไม่เสียหลาย ธุรกิจต่างๆ พัฒนากันจากรถไฟมากมายมหาศาล ร่ำรวยกันไปมากมาย
บ้านเรารถไฟมีมาตั้งแต่ยุคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สายแรกคือรถไฟสายปากน้ำ โดยชาวเดนมาร์คที่เข้ามาเป็นทหารในยุคนั้น
ตระกูลนี้ยังสืบเชื้อสายมาถึงทุกวันนี้ รับราชการบ้าง ประกอบธุรกิจบ้าง ได้รับนามสกุลพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย
ในขนะที่บ้านเมืองอื่นกิจการรถไฟเจริญเติบโต ขนส่งคนในเวลาอันรวดเร็ว ในระยาทางที่ไกลกว่าที่เราคุ้นเคย
ลองจินตนาการดูว่าบ้านคุณอยู่โคราช แต่เข้ามาทำงานที่สีลม ไปกลับทุกวัน ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอนกับรถไฟที่เรามี
ก็ไม่ว่าอะไรกัน เข้าใจดีความรู้เชิงกลที่จะเอามาพัฒนาเราไม่มี มีก็น้อยมาก สู้ซื้อเขาดีกว่า เราเก่งทางกสิกรรม ก็ปลูกข้าว ปลูกมะม่วง ทุเรียน ขายเอาเงินมาซื้อเอา
แต่การจะซื้ออะไรมาใช้ก็ต้องคิดก่อนจะซื้อ ไม่ใช่สักแต่จะซื้อมา มีเงินอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีสมองด้วย
ก่อนซื้อก็มีไปดูงาน ก็น่าจะเห็นอยู่ว่านานาอารยะประเทศที่เขาเจริญแล้วทำอะไรไว้บ้าง เอาสิ่งที่ดีมาปรับใช้ มันก็น่าจะดี
แต่กลายเป็นว่าไปดูงานบังหน้า ไปเที่ยวเสียมากกว่าจะไปดูงาน ซื้ออะไรที่ต้องใช้มา แล้วก็ต้องทนใช้ไป
ยกตัวอย่าง BTS ที่ดูจะดีที่สุดที่เรามีใช้กัน ราคายังแพงเกินค่าครองชีพ รถยังแค่สามขบวน ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นห้าขบวนมานานแล้ว
จะให้ดีมีสักขบวนที่ไม่มีเก้าอี้ให้คนเอาจักรยานขึ้น แบกของไปขายบ้าง ก็น่าจะเป็นการดี
การเพิ่มความถี่ในช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นการแก้ที่ผมมองว่าไม่ถูกต้อง ไม่เชื่อท่านลองทำรถห้าขบวนดูซิ แล้วจะติดใจ
รถใต้ดิน นี่แย่กว่ามาก กว่าจะมาแต่ละขบวน รอแล้วรออีก มาถึงก็แน่นเอี้ยด ไม่ต้องจักรยานก็ยากที่จะยัดตัวเองเข้าไป
เชื่อว่าจะไปดูงานที่ญี่ปุ่น แต่ลืมจ้างคนมาผลักผู้โดยสารเข้ารถ เพิ่มความถี่เถอะครับ ทำแบบ BTS อะไรดีๆ ทำตามไม่น่าเกลียดหรอก
รถแอร์พอร์ตลิงค์ น้องใหม่ ผมเองยังไม่เคยใช้สักที เพราะเห็นเขาว่าไม่ให้จักรยานขึ้น เลยอด ยังไม่ทราบว่าบริการเป็นอย่างไร ขอไม่พูดถึงไปก่อน
เหมือนกับ BRT ที่ยังไม่เคยใช้เช่นกัน
แต่ทั้งหมดคือระบบขนส่งมวลชน ที่มีสัมปทาน สัมปทานที่เข้าใจกันผิดๆ ว่าได้ไปแล้วคือสามารถผูกขาดได้ ซี่งผิด
สัมปทานคือมอบสิทธิให้ทำโดยไม่ต้องห่วงเรื่องคู่แข่ง โดยประโยชน์ของประชาชน ให้ประชาชนเข้าถึงได้
ไม่ใช่โขกสับประชาชนจากสัมปทานที่มีสิทธิ หากำไรกันแต่อย่างเดียว
ต่อจากรถไฟ โลกนี้ก็รู้จักกับจักรยาน ข่นส่งมวลชนดีแล้ว ก็มาที่พาหนะส่วนบุคคล
ที่หลายๆ คนยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน โดยที่คุณๆ ท่านๆ นักปั่นจักรยานไม่รับรู้เสียด้วยซ้ำชว่ามีเขาอยู่
ลองสั่งแก๊สสักถัง อาจจะเจอคนส่งแก๊สปั่นจักรยานเก่าๆ เอาถังแกีสผูกติดกับรถมาส่ง
ตามปากซอยลึกจะเห็นมีจักรยานจอดอยู่มากมาย ปั่นกันวันละสองรอบ เช้าเย็น ออกจากบ้านมาขึ้นรถเมล์ไปทำงาน
และลงจากรถเมล์แล้วปั่นจักรยานเข้าบ้านตอนเย็น ลองคิดดูว่าถ้าเขาเหล่านี้เลิกใช้จักรยานหันมาใช้จักรยานยนต์รับจ้าง
จะเพิ่มการใช้น้ำมันเท่าไหร่ สร้างมลภาวะทางอากาศ ทางเสียงอีกเท่าไหร่
ต้องยอมรับความจริงอยู่อย่างว่าจักรยานที่เราๆ ท่านๆ เลือกซื้อมาสีสวยถูกใจ หรือรุ่นเดียวกับที่แชมป์โลกใช้ปั่นในตูเดอร์ฟรอง
อะไหล่รุ่นสุดยอด ดีเลศ เบาดั่งขนนก ไม่ได้ใช้ปั่นกันทุกวัน บางคนใช้แค่เสาร์-อาทิตย์ หรือแค่เดือนละครั้งด้วยซ้ำไป
การจะออกมาเรียกร้องให้ภาคธุรกิจ ภาครัฐ ออกมารองรับ ไม่ว่าจะที่จอดตามตึกต่างๆ ห้องน้ำสาธารณะใช้อาบน้ำ หรือไบค์เลนทั่วประเทศ
คำถามที่จะตามมาแทบจะทันทีคือ ทำไปทำไม เห็นปั่นกันอยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็เห็นเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
รถก็ติดมากมายมหาศาล ถนนไม่พอให้รถติด จะต้องมาเบียดบังที่ไปให้จักรยานอีกหรือ
ประมาณปัญหาไก่กับไข่ จะทำไบค์เลนก่อนให้เสร็จแล้วจักรยานจะได้ออกมาปั่น หรือจะออกมาปั่นให้เขาต้องทำไบค์เลนดี
อันนี้ผมไม่ทราบ สติปัญญาไม่สูงพอจะวิเคราห์ได้
จะลองแสดงพลังกันไหมหล่ะครับ ทุกคนที่มีจักรยาน และทำได้ไม่เดือดร้อนอะไร ออกมาปั่นไปทำงานกันสักอาทิตย์ละสอง-สามวัน
เอาให้ท้องถนนเต็มไปด้วยจักรยาน พร้อมใจกันแสดงความสามัคคีหรือปล่าว จะรอให้เขาทำกันไปก่อน แล้วจะทำตามนี่คงต่างฝ่ายต่างรอ
ทำแล้วใครจะมีเวลา มีพลังเหลือมาเก็บข้อมูล น้ำมันยอดขายตกหรือปล่าว รถติดน้อยลงไหม อะไรต่างๆ นาๆ อันนี้ก็ต้องช่วยๆ กันไป ประเทศเป็นของทุกคน
ทำแล้วสำเร็จ ผลก็ตกอยู่ที่ทุกคน ไม่ใช่ใครคนหนึ่ง ถือซะว่าทำดีคืนคุณแผ่นดิน ตายไปไม่เสียชาติเกิดครับ
แต่ขอบอกว่าว่าอย่าหวังผลอะไรเร็วนัก คิดซะว่าทำให้ตัวเอง เอาเวลาเช้าเย็นมาออกกำลังกาย ไม่ต้องทนรถติด
เพราะคงต้องทำกันนานอยู่กว่าสังคมจะเห็น และปรับตัวเข้าหา และหาจุดลงตัว ไม่น่าจะเร็วนักหรอก
ใครที่ทนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็ช่วยๆ กันคิดแล้วกัน ผมเชื่อว่าตัวเองไม่ถูกไปหมดหรอก
มีอะไรที่ตกหล่นไปก็ช่วยๆ กันคิด เสนอแนะมา ไม่เห็นด้วยก็ยินดีถกด้วยเหตุและผล
จะดัดแปลงแก้ไขทำเป็นจดหมายส่งไปให้ผู้บริหารระบบขนส่งก็ยินดี ไม่ต้องให้เครดิตอะไรผม
พิมพ์รวดเดียวจบ ไม่แก้ไขที่พิมพ์ผิด กราบขอโทษไว้ ณ ที่นี้เลย
สุดท้ายนี้ฝากรูปที่ไปกด Google มาให้ดูกัน ฝากขอโทษเจ้าของรูปด้วยที่นำรูปมาใช้โดยมิได้บอกกล่าว