ประเพณีทอดกฐิน
การทอดกฐินเป็นประเพณีชาวพุทธ สืบทอดกันมาเป็นเวลา ๒๕๐๐ กว่าปี กำเนิดขึ้นเมื่อครั้งที่พระภิกษุชาวเมืองปาไฐยรัฐออกเดินทางไกล เพื่อไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ วัดพระเชตวัน พระภิกษุเหล่านั้นมีจีวรที่เปรอะเปื้อนเปียกชุ่ม และขาดเปื่อยด้วยความเก่า พระบรมศาสดาจึงทรงมีพุทธานุญาตให้ภิกษุผู้อยู่จำพรรษารับผ้ากฐินได้หลังออกพรรษา เพื่อนำมาผลัดเปลี่ยนผ้าเก่า ประเพณีทอดกฐินได้เกิดขึ้นตั้งแต่ครั้งนั้นและสืบทอดมาจนทุกวันนี้
การทอดกฐินเป็นบุญอานิสงส์สูงมหาศาล
บุญการทอดกฐินเป็นบุญพิเศษทำได้ยากกว่าบุญอื่น ด้วยเหตุที่
มีจำกัดกาลเวลาว่าต้องถวายภายใน๑เดือนนับแต่วันออกพรรษา
จำกัดชนิดทานคือต้องถวายเป็นสังฆทานเท่านั้น ไปถวายเจาะจงพระสงฆ์รูปใดรูปหนึ่งไม่ได้
จำกัดคราว แต่ละวัดรับได้ปีละครั้งเดียว
จำกัดผู้รับคือพระภิกษุผู้รับกฐินได้จะต้องจำพรรษาที่วัดนั้นครบ๓เดือน(ครบไตรมาส)และวัดนั้นต้องมีพระสงฆ์ตั้งแต่๕รูปขึ้นไป
จำกัดงานคือเมื่อพระภิกษุรับผ้ากฐินแล้ว จะต้องกรานกฐินให้เสร็จภายในวันนั้น (สมัยพระพุทธกาล พระต้องนำผ้ามาตัด เย็บ ย้อม สมัยนี้ไม่มีแล้วนะครับ)
จำกัดของถวาย คือไทยธรรมที่ถวายต้องเป็นผ้าผืนใดผืนหนึ่งในไตรจีวรเท่านั้น โดยทั่วไปนิยมใช้สังฆาฏิ(ผ้าผืนใหญ่ จีวร)ไทยธรรมอื่นนอกนั้นจัดเป็นบริวารกฐิน
เกิดจากพุทธประสงค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีพุทธานุญาตให้พระภิกษุสงฆ์รับผ้ากฐินเพื่อเปลี่ยนไตรจีวรเก่า แต่ทานอย่างอื่นทายกทูลขอให้ทรงอนุญาต เช่น มหาอุบาสิกาวิสาขาทูลขออนุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน
นอกจากนี้การทอดกฐินยังเป็นทานพิเศษ ทั้งผู้ให้(คฤหัสถ์)ผู้รับ(พระภิกษุ)ต่างได้บุญ
การเดินทาง
วันที่๑๓ พฤศจิกายน ๕๓ ตั้งขบวนกฐินที่ราชเทวีทาวเวอร์ ๗.๐๐ น ออกเดินทาง ถึงวัดช่วงบ่าย ทอดกฐินเวลา ๑๕.๐๐น
ทางวัดและชาวบ้านม่วงมีอาหารเลี้ยงมื้อเย็น กางเต็นท์นอนที่วัดหลังเสร็จงาน
วันที่๑๔ พฤศจิกายน ๕๓ ๙.๐๐ น. เดินทางกลับ
ขากลับ อาจจะมีการแวะสถานที่ที่เหมาะสมต่อไป ผู้ร่วมทางร่วมบุญสามารถเข้าสมทบในระหว่างทางได้
เรียนเชิญมาด้วยความเคารพแด่ผู้เลื่อมใสในการทอดกฐินทุกท่านเทอญ...




