เช่นเคย เช้านี้พวกเราออกแต่เช้า และดูกระฉับกระเฉงกันพอสมควร อาการเจ็บที่โคนขาซ้ายของผมสายไปเสียสนิท และเนื่องจากจะเป็นการปั่นเข้าสู่เมืองเชียงใหม่อันเป็นเป้าหมายของพวกเราแล้ว เป็นงัยก็เป็นกันล่ะครับวันนี้ เราปั่นช้าๆ ลัดเลาะออกมาทางด้านหลังเมือง ไม่วายที่จะเหน็บหมูปิ้งตามแบบฉบับตามมาด้วย ในการปั่นของพวกเราเช้านี้ อากาศดี แต่ทั้งผมและเสือรองนั้นกลับเงียบกันค่อนข้างผิดปกติ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่จริงในใจเสือรองนั้นคิดอะไรอยู่ แต่พวกเราทั้งสองก็รู้ดีว่าวันนี้เราอาจต้องฝ่าด่านการปั่นทางเขาที่ขุนตาล เราสองคนอาจต้องการสมาธิกันพอสมควรเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับเส้นทางข้างหน้า สารภาพตรงๆ ผมน่ะเป็นคนกลัวการปั่นลงเขาที่เป็นทางลาดชันยาวๆ และสิ่งนี้ทำให้ผมค่อนข้างกังวัลในเช้านี้อยู่พอสมควร ไอ้เรื่องปั่นขึ้นเขาอาจจะเหนื่อยบ้าง ล้าบ้าง แต่สำหรับผมการปั่นลงเขาด้วยความเร็วสูงๆ นั้นเป็นของแสลงของผมเลยทีเดียว แต่อย่างไรซะผมมองโลกในแง่ดีไว้ว่า ผมจะไม่ยอมเป็นคนประมาทเมื่อต้องปั่นลงเขาเป็นอันขาด เพราะพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อย อาจหมายถึงอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว
เราแวะพักทานข้าวเหนี้ยวหมูปิ้ง พร้อมกับจิบน้ำชาแถวๆ ห้างฉัตร เล็กน้อย ก่อนที่จะเริ่มปั่นเข้าสู่ทางเขามุ่งหน้าสู่ศูนย์บริการทางหลวงขุนตาน และที่นั่นจะเป็นที่ๆ เราแวะพักกันก่อนที่จะปั่นขึ้นเขาต่อไป ทางในช่วงแรกๆ นี้ ยังคงไม่ชันมาก มีทางขึ้นและลง และราบสลับกันไป ซึ่งยังคงไม่เป็นปัญหาสำหรับผม จะมีช่วงที่มีความชันมากหน่อยตรงช่วงก่อนที่จะถึงศูนย์บริการทางหลวง แต่ถึงกระนั้น 25 เฟืองของผมก็ยังสามารถจัดการกับสภาพแบบนี้ได้ดี หากแต่ยิ่งใกล้ทางลงเขาเข้ามามากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งคิดถึงช่วงลงเขามากขึ้น และยอมรับว่ากลัวทีเดียว
เรามาแวะพักถ่ายรูป พร้อมกับดื่มกาแฟกันอยู่ที่ศูนย์บริการทางหลวงขุนตาน ก่อนที่จะไต่ช่วงไม่กี่กิโลเมตรสุดท้าย หลังจากนั้นผมกะเสือรองก็ออกปั่นต่อไป เราไต่ไปตามทางเขาที่สูงชันมากกว่าในช่วงแรกๆ ผมไม่มีทางเลือกนอกจากใช้ชุดเกียร์ที่เบาที่สุด แล้วก็ไต่ไปตามถนนเรื่อยๆ อย่างไม่รีบเร่ง แต่ด้วยน้ำหนักสัมภาระรวมกับน้ำหนักตัว ทำให้เกียร์เบาที่สุดของผมยังคงหนักอยู่ไม่น้อย แต่สุดท้ายเราก็ขึ้นมาอยู่ที่ยอดตรงศาลเจ้าได้สำเร็จแบบไม่ต้องหอบนัก พวกเราแวะพักและไหว้ศาลเจ้าอยู่สักครู่ จึงต้องเดินทางต่อ ตรงนี้และครับที่ผมกลัวมากที่สุด ยิ่งเมื่อทราบว่านับจากนี้จะเป็นทางลงยาวหลายกิโลเมตรติดต่อกัน ทำให้ผมต้องเรียกสมาธิก่อนที่จะปักหัวจักรยานลงมา ตาผมมองทางข้างหน้าเขม็ง มือกำแฮนด์แน่น และเหยียดขาขวาตรงก่อนที่จะดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงสุด 65 ก.ม. ต่อชั่วโมง เผลอแป๊ปเดียว ผมลงมาอยู่ข้างล่างเขาแล้วหรือนี่ ผมใจหายใจคว่ำและกลัว แต่ในที่สุดผมก็ทำได้ และผ่านมันมาอย่างปลอดภัย สักพักเสือรองก็ตามกันลงมาติดๆ เป็นอันว่าจะอะไรก็เถอะ เราทั้งคู่นั้นได้ผ่านจุดที่ยากที่สุดของการเดินทางมาแล้ว และทางข้างหน้าต่อจากนี้ไป จึงเป็นเหมือนพรมแดงนำทางเราทั้งสองอยู่ที่หมาย
เราพูดคุยกันจ้อหลังจากที่ลงจากเขาขุนตานแล้ว มาถึงนาทีนี้คงไม่มีอะไรเป็นอุปสรรคที่จะขัดขวางการเดินทางสู่เชียงใหม่ของพวกเราได้ ผมและเสือรองมุดออกมาทางถนนเส้น 106 เพื่อหลบถนนสายหลักที่มีรถบรรทุกวิ่งกันเยอะ ตลอดเส้นทางการปั่นบนถนน 106 นั้นสร้างความเพลิดเพลินให้กับผมเป็นอย่างมาก ต้นยางสูงสองข้างทาง ชุมชนน้อยใหญ่ แสดงถึงสภาพสังคมที่ยังคงเต็มไปด้วยความน่าอยู่ ไม่จ๊อกแจ๊กจอแจเหมือนในกทม เราทั้งสองค่อยๆ คืบคลานเรื่อยๆ และเข้าใกล้จุดหมายทีละนิดๆ เรามาแวะอยู่ตรงที่ศูนย์การค้าริมปิงเพื่อจะหาพี่ที่รู้จักกับเสือรองแวะทักทายกันพอประมาณ ก่อนที่เราจะเดินทางเข้ามาในตัวเมืองและมาจบการเดินทางของพวกเราตรง ”หลักกิโลที่ศูนย์” และนับตั้งแต่วินาทีนั้น ผมและเสือรองได้ถือว่า ความตั้งใจทั้งหมดที่เราได้ร่วมตั้งต้นทำกันมาได้บรรลุเป้าหมายแล้ว
***ปล. ทีแรกผมคิดว่าต้นที่อยู่ในสาย 106 เป็นต้นสักเสียอีก มารู้ทีหลังว่าเป็นต้นยาง ขอขอบคุณพี่ tppt ที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องนะครับ





















