ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

ผู้ดูแล: Jumnoi

กฏการใช้บอร์ด
99 City Bike
หัวหน้ากลุ่ม คือ เสือเมือง เบอร์โทร 081-6418595
ผู้ดูแลบอร์ด คือ Jum เบอร์โทร 081-93-93-191 (jakapan9393)


ขอบ
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

อ้าว ! เขียนอย่างนี้ถ้าที่บ้านมาอ่านละก็ตัวใครตัวมันนะครับ :lol: :lol: :lol:

*********************************

ของคุณเล็กนี่ตำราเยอะดีครับ พอดีผมเอาแค่รักษาสุขภาพ แล้วก็หาความสุขจากการปั่นจักรยานเท่านั้นเองครับ ก็เลยไม่ค่อยสนใจลูกเล่นในการซ้อมเท่าไร ถ้ามีเป้าหมายเอาไปแข่งด้วยอย่างคุณเล็กก็น่าสนุกครับ
ผมจะมีปัญหาการเทียบเกียร์ระหว่างหมอบกับภูเขา ส่วนใหญ่ก็เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก
ต้องใช้เรื่องค่า GI มาเปรียบเทียบครับ แต่ก็ยังมีตัวแปรเรื่องหน้ายางเล็ก-ใหญ่ต่างกันอีกครับ ผมว่าเอาชัวร์ๆ อีกหน่อยต้องเล่น Power Meter แล้วละครับ แต่คงต้องรอราคาลงมาอีกสักนิดหนึ่งครับ

GI : ค่า Gear Inches - ตัวช่วยชี้วัดในการเปรียบเทียบสมรรถนะจักรยานอย่างง่ายๆ

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=8068
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
รูปประจำตัวสมาชิก
กระดิ่งทอง
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1637
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 06:47
Tel: ๐ ๘ ๑ - ๗ ๕ ๐ ๓ ๒ ๘ ๑
team: ๙๙ City Bike (หมายเลข ๑๓) | กลุ่มตาโชค
Bike: ควายแดงปี ๐๘ | Bike Friday: NW
ตำแหน่ง: บัานพัชราพร
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย กระดิ่งทอง »

จ๊าบ เขียน:
เสือ Spectrum เขียน:
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือถ้าเราคุ้นกับโซนต่างๆ จากการซ้อมแล้ว เวลาปั่นฯ บนถนนมันมักจะควบคุมเงื่อนไขได้ง่ายกว่ากันครับ แต่ผมก็เชื่อว่าบนถนนควบคุมปัจจัยไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ Sprint หนีรถยนต์หรือหมา HR ก็กระโดดข้ามโซนแล้วละครับ :lol: :lol: :lol:
พี่เป๊กลืมตัวแปรอีกอัน บนถนนมันได้เห็นสาวๆ ฮาร์ดเล็ดมันก็จะขึ้นๆลงๆตามช่วงไป แต่ถ้าอยู่กับคนที่บ้าน มันควบคุมได้ครับ :mrgreen: ไปล่ะ
ยังอุสาหันมองรายละเอียดทันนะ :lol:
รูปภาพ
. . . . . .~ กระดิ่งทองจอมโจรป่าปั่นรถถีบปล้นล่าหาของกินไปทั่วพงไพรแดนสยามราชธานี ~. . . . . . .
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

จ๊าบ เขียน:
เสือ Spectrum เขียน:
ข้อดีอีกอย่างหนึ่งคือถ้าเราคุ้นกับโซนต่างๆ จากการซ้อมแล้ว เวลาปั่นฯ บนถนนมันมักจะควบคุมเงื่อนไขได้ง่ายกว่ากันครับ แต่ผมก็เชื่อว่าบนถนนควบคุมปัจจัยไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ Sprint หนีรถยนต์หรือหมา HR ก็กระโดดข้ามโซนแล้วละครับ :lol: :lol: :lol:
พี่เป๊กลืมตัวแปรอีกอัน บนถนนมันได้เห็นสาวๆ ฮาร์ดเล็ดมันก็จะขึ้นๆลงๆตามช่วงไป แต่ถ้าอยู่กับคนที่บ้าน มันควบคุมได้ครับ :mrgreen: ไปล่ะ
:lol: :lol: :lol: สงสัยพี่จ๊าบจะทำบ่อย :lol: :lol: :lol:
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

เสือ Spectrum เขียน:อ้าว ! เขียนอย่างนี้ถ้าที่บ้านมาอ่านละก็ตัวใครตัวมันนะครับ :lol: :lol: :lol:

*********************************

ของคุณเล็กนี่ตำราเยอะดีครับ พอดีผมเอาแค่รักษาสุขภาพ แล้วก็หาความสุขจากการปั่นจักรยานเท่านั้นเองครับ ก็เลยไม่ค่อยสนใจลูกเล่นในการซ้อมเท่าไร ถ้ามีเป้าหมายเอาไปแข่งด้วยอย่างคุณเล็กก็น่าสนุกครับ
ผมจะมีปัญหาการเทียบเกียร์ระหว่างหมอบกับภูเขา ส่วนใหญ่ก็เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก
ต้องใช้เรื่องค่า GI มาเปรียบเทียบครับ แต่ก็ยังมีตัวแปรเรื่องหน้ายางเล็ก-ใหญ่ต่างกันอีกครับ ผมว่าเอาชัวร์ๆ อีกหน่อยต้องเล่น Power Meter แล้วละครับ แต่คงต้องรอราคาลงมาอีกสักนิดหนึ่งครับ

GI : ค่า Gear Inches - ตัวช่วยชี้วัดในการเปรียบเทียบสมรรถนะจักรยานอย่างง่ายๆ

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=8068
ตำราเยอะแต่อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจครับ :roll: :roll: :roll: ก็เอาแต่ที่ตัวเองพอเข้าใจมาผสมผสานกันเป็นโปรแกรมใหม่ขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรืเปล่าครับ :lol: :lol: :lol:

ตอนช่วงแรกๆที่มาปั่นจักรยานก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ ก็แค่อยากออกกำลังกาย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไปออกทริปกับกลุ่มอื่น แนะนำตัวว่าเพิ่งปั่นไม่นาน มีพี่คนหนึ่งพูดจาเหมือนกับว่าถ้ามือใหม่ให้ไปปั่นกับกลุ่ม99 ตอนนั้นผมยังไม่ได้ปั่นกับกลุ่มเรา จนมาปั่นครั้งแรกกับ99บนสะพานอะไรซักที่ที่ทำเสร็จใหม่ๆ ต้องไปจอดรถแถวบางนามั้ง ปั่นไปดูช้างเอราวัณ หลังจากนั้นผมก็ออกปั่นกับกลุ่มเราประจำ มีอยู่วันผมก็ได้มีโอกาสไปปั่นกับพี่ท่านนั้นอีกครั้งเป็นทริปไปฉะเชิงเทรา พอจบทริป พี่เข้าบอกว่าปั่นแรงอย่างนี้มาปั่นกับพวกผมได้ สิ่งที่ผมคิด(ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่คิด) ว่าวันแรกที่เจอกันการพูดของพี่เขาดูเหมือนจะเหยียดกลุ่ม99นิด(แต่พี่เขาอาจจะหวังดีกับมือใหม่อย่างผมก็ได้) หลังจากจบทริปฉะเชิงเทรา167กม.ในวันนั้น ผมก็ตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้ ผมจะทำในสิ่งที่หลายคนที่คิดเช่นนั้น ให้คิดใหม่ว่าในกลุ่ม99 CITY BIKE ไม่ใช่จะมีแต่ขาใหม่ ขาอ่อน แต่ยังมีสมาชิกในกลุ่มบางคน ที่พัฒนาหรือพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นขาอ่อนมือใหม่ตลอดไปนะจ๊ะ :mrgreen:

นี้แหละเป็นที่มาของการพยายามของผม ในการพัฒนาตัวเอง และผลักดันตัวเอง บางครั้งคำพูดบางประโยค ของบางคน ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมพยายามพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่จมปลักปั่นอยู่แบบเดิม แหม....เขียนไปเขียนมาก็มาเรื่องที่อยู่ในใจอีกแล้วครับ ;) ;)

ส่วนเรื่อง Power Meter ตอนมีหมอบก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ดูมันจะซีเรียสมากไปสักหน่อย และอย่างที่พี่เป็คว่า ราคาแพงมาก ถ้าซื้อมาก็ต้องคาดหวังว่าลงแข่งแล้วต้องชนะ :lol: :lol: :lol: ผิดCONCEPTของผมไป ว่าการแข่งเป็นตัวบังคับให้ขยันซ้อม ลงแข่งก็เพื่อความมันส์ สนุก ตื่นเต้น ไม่หลุดกลุ่มแรกง่ายๆ ก็HAPPYแล้วครับ ยังไม่ได้คาดหวังเรื่องการชนะ :mrgreen:
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
mhonglio
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 14:47
Tel: 0863549963
team: Lingbaa XS, 99 City Bike,DTK
Bike: Pinarello FP 4:13

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย mhonglio »

THE LECK เขียน:
เสือ Spectrum เขียน:อ้าว ! เขียนอย่างนี้ถ้าที่บ้านมาอ่านละก็ตัวใครตัวมันนะครับ :lol: :lol: :lol:

*********************************

ของคุณเล็กนี่ตำราเยอะดีครับ พอดีผมเอาแค่รักษาสุขภาพ แล้วก็หาความสุขจากการปั่นจักรยานเท่านั้นเองครับ ก็เลยไม่ค่อยสนใจลูกเล่นในการซ้อมเท่าไร ถ้ามีเป้าหมายเอาไปแข่งด้วยอย่างคุณเล็กก็น่าสนุกครับ
ผมจะมีปัญหาการเทียบเกียร์ระหว่างหมอบกับภูเขา ส่วนใหญ่ก็เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก
ต้องใช้เรื่องค่า GI มาเปรียบเทียบครับ แต่ก็ยังมีตัวแปรเรื่องหน้ายางเล็ก-ใหญ่ต่างกันอีกครับ ผมว่าเอาชัวร์ๆ อีกหน่อยต้องเล่น Power Meter แล้วละครับ แต่คงต้องรอราคาลงมาอีกสักนิดหนึ่งครับ

GI : ค่า Gear Inches - ตัวช่วยชี้วัดในการเปรียบเทียบสมรรถนะจักรยานอย่างง่ายๆ

http://www.bikeloves.com/board_qa/show_ ... p?qID=8068

ตำราเยอะแต่อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจครับ :roll: :roll: :roll: ก็เอาแต่ที่ตัวเองพอเข้าใจมาผสมผสานกันเป็นโปรแกรมใหม่ขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรืเปล่าครับ :lol: :lol: :lol:

ตอนช่วงแรกๆที่มาปั่นจักรยานก็ไม่ได้คิดอะไรมากครับ ก็แค่อยากออกกำลังกาย แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ผมไปออกทริปกับกลุ่มอื่น แนะนำตัวว่าเพิ่งปั่นไม่นาน มีพี่คนหนึ่งพูดจาเหมือนกับว่าถ้ามือใหม่ให้ไปปั่นกับกลุ่ม99 ตอนนั้นผมยังไม่ได้ปั่นกับกลุ่มเรา จนมาปั่นครั้งแรกกับ99บนสะพานอะไรซักที่ที่ทำเสร็จใหม่ๆ ต้องไปจอดรถแถวบางนามั้ง ปั่นไปดูช้างเอราวัณ หลังจากนั้นผมก็ออกปั่นกับกลุ่มเราประจำ มีอยู่วันผมก็ได้มีโอกาสไปปั่นกับพี่ท่านนั้นอีกครั้งเป็นทริปไปฉะเชิงเทรา พอจบทริป พี่เข้าบอกว่าปั่นแรงอย่างนี้มาปั่นกับพวกผมได้ สิ่งที่ผมคิด(ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะไม่คิด) ว่าวันแรกที่เจอกันการพูดของพี่เขาดูเหมือนจะเหยียดกลุ่ม99นิด(แต่พี่เขาอาจจะหวังดีกับมือใหม่อย่างผมก็ได้) หลังจากจบทริปฉะเชิงเทรา167กม.ในวันนั้น ผมก็ตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้ ผมจะทำในสิ่งที่หลายคนที่คิดเช่นนั้น ให้คิดใหม่ว่าในกลุ่ม99 CITY BIKE ไม่ใช่จะมีแต่ขาใหม่ ขาอ่อน แต่ยังมีสมาชิกในกลุ่มบางคน ที่พัฒนาหรือพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นขาอ่อนมือใหม่ตลอดไปนะจ๊ะ :mrgreen:

นี้แหละเป็นที่มาของการพยายามของผม ในการพัฒนาตัวเอง และผลักดันตัวเอง บางครั้งคำพูดบางประโยค ของบางคน ก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมพยายามพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่จมปลักปั่นอยู่แบบเดิม แหม....เขียนไปเขียนมาก็มาเรื่องที่อยู่ในใจอีกแล้วครับ ;) ;)

ส่วนเรื่อง Power Meter ตอนมีหมอบก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ดูมันจะซีเรียสมากไปสักหน่อย และอย่างที่พี่เป็คว่า ราคาแพงมาก ถ้าซื้อมาก็ต้องคาดหวังว่าลงแข่งแล้วต้องชนะ :lol: :lol: :lol: ผิดCONCEPTของผมไป ว่าการแข่งเป็นตัวบังคับให้ขยันซ้อม ลงแข่งก็เพื่อความมันส์ สนุก ตื่นเต้น ไม่หลุดกลุ่มแรกง่ายๆ ก็HAPPYแล้วครับ ยังไม่ได้คาดหวังเรื่องการชนะ :mrgreen:

ถูกต้องเลยครับพี่เล็ก ฝนตกซ้อมบนเทรนเนอร์มาทั้งอาทิตย์แทบเป็นลมคาเทรนเนอร์ เพราะพี่เล็กนี่ละครับคนอาไร้ขี่เสือภูเขาเสือหมอบตามไม่ทัน

ว่าแต่ไปเติมรอยสักที่ร้านเท่าไหร่คร้บ 555
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

mhonglio เขียน:
ถูกต้องเลยครับพี่เล็ก ฝนตกซ้อมบนเทรนเนอร์มาทั้งอาทิตย์แทบเป็นลมคาเทรนเนอร์ เพราะพี่เล็กนี่ละครับคนอาไร้ขี่เสือภูเขาเสือหมอบตามไม่ทัน

ว่าแต่ไปเติมรอยสักที่ร้านเท่าไหร่คร้บ 555
หม่องเวลาซ้อมบนเทรนเนอร์มันจะหนักกว่าการปั่นบนถนนครับ ควรลดเกียร์ให้เบากว่าปรติที่เคยปั่นบนถนน ขยันซ้อมแบบนี้ไม่นานพี่ก็ตามหม่องไม่ทันแล้ว วันนี้ตอนที่แยกกันก็ยิงตรงม้วนเดียวถึงสภากาแฟ หม่องน่าจะไปกับพี่ ปั่นคนเดียวไม่มีคนบังลมเลย ลมแรงมาก วันนี้รู้สึกว่าสมาธิดีมาก เพราะตั้งใจปั่นแบบสบาย ไม่อัดไล่ใคร แค่คุมโซน heart rate ไม่ให้เกินโซน3 กับรอบขาให้อยู่ที่90-100 ไปเริ่มเซ็ทไมล์ที่ร้านครูอ้อ ถึงสภากาแฟ 33km. avอยู่ที่30.5รวมcool down 3km.พักกินก๋วยเตี๋ยวกับกาแฟ แต่พักน้อยไปหน่อย พอออกปั่นมีอาการจุก ขากลับคิดว่าจะตามลม กลับหนักกว่าเดิม ไปพักร้านน้องก้อย ขากลับ33km.avลดลงเหลือ 29.4 ถึงบ้านประมาณเที่ยง ระยะทาง 131km. คราวหน้าหม่องมาช่วยลากหน่อยนะครับ :mrgreen:
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
mhonglio
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 14:47
Tel: 0863549963
team: Lingbaa XS, 99 City Bike,DTK
Bike: Pinarello FP 4:13

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย mhonglio »

THE LECK เขียน:
mhonglio เขียน:
ถูกต้องเลยครับพี่เล็ก ฝนตกซ้อมบนเทรนเนอร์มาทั้งอาทิตย์แทบเป็นลมคาเทรนเนอร์ เพราะพี่เล็กนี่ละครับคนอาไร้ขี่เสือภูเขาเสือหมอบตามไม่ทัน

ว่าแต่ไปเติมรอยสักที่ร้านเท่าไหร่คร้บ 555
หม่องเวลาซ้อมบนเทรนเนอร์มันจะหนักกว่าการปั่นบนถนนครับ ควรลดเกียร์ให้เบากว่าปรติที่เคยปั่นบนถนน ขยันซ้อมแบบนี้ไม่นานพี่ก็ตามหม่องไม่ทันแล้ว วันนี้ตอนที่แยกกันก็ยิงตรงม้วนเดียวถึงสภากาแฟ หม่องน่าจะไปกับพี่ ปั่นคนเดียวไม่มีคนบังลมเลย ลมแรงมาก วันนี้รู้สึกว่าสมาธิดีมาก เพราะตั้งใจปั่นแบบสบาย ไม่อัดไล่ใคร แค่คุมโซน heart rate ไม่ให้เกินโซน3 กับรอบขาให้อยู่ที่90-100 ไปเริ่มเซ็ทไมล์ที่ร้านครูอ้อ ถึงสภากาแฟ 33km. avอยู่ที่30.5รวมcool down 3km.พักกินก๋วยเตี๋ยวกับกาแฟ แต่พักน้อยไปหน่อย พอออกปั่นมีอาการจุก ขากลับคิดว่าจะตามลม กลับหนักกว่าเดิม ไปพักร้านน้องก้อย ขากลับ33km.avลดลงเหลือ 29.4 ถึงบ้านประมาณเที่ยง ระยะทาง 131km. คราวหน้าหม่องมาช่วยลากหน่อยนะครับ :mrgreen:
โหพี่เล็กอย่างฟิตเลย เมื่อวานผมก็ปั่นได้นิดเดียวครับไม่ได้พักเลยน่าจะ overtrain เพราะปั่นรวดเดียวในศูนย์ฯได้แค่ 20 โลเองครับ av 31.5 เอง รอบขาก็ 90-100 เช่นกัน มันดูเนือยๆครับพี่ อาจจะรอเรื่องงานด้วยเลยไม่มีสมาธิ เอาไว้จะไปปั่นกับพี่เล็กด้วยครับ แต่ยังไม่น่าจะลากไหวน๊ะ ครับพี่ ^^
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

ผมก็ตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้ ผมจะทำในสิ่งที่หลายคนที่คิดเช่นนั้น ให้คิดใหม่ว่าในกลุ่ม99 CITY BIKE ไม่ใช่จะมีแต่ขาใหม่ ขาอ่อน แต่ยังมีสมาชิกในกลุ่มบางคน ที่พัฒนาหรือพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ได้เป็นขาอ่อนมือใหม่ตลอดไปนะจ๊ะ :mrgreen:
ตอนนี้ 99 City Bike ก็ไม่ค่อยมีขาอ่อนแล้วครับ ตามข่าวเห็นพี่เมืองบ่นว่าต้องพยายามลดความเร็วในการเดินทางลงมาสักนิดไม่อย่างนั้นต่อไป ขาอ่อน มือใหม่จะไม่กล้ามาปั่นฯ กับ 99 City Bike ครับ :lol: :lol: :lol:

**************************
ส่วนเรื่อง Power Meter ตอนมีหมอบก็เคยคิดเหมือนกัน แต่ดูมันจะซีเรียสมากไปสักหน่อย และอย่างที่พี่เป็คว่า ราคาแพงมาก ถ้าซื้อมาก็ต้องคาดหวังว่าลงแข่งแล้วต้องชนะ :lol: :lol: :lol:
เท่าที่ตามอ่านข้อเขียนเก่าของคุณ NBT และความเห็นใหม่ๆ ของคุณ Giro พอจะสรุปได้ว่าระบบวัดการซ้อมด้วย HR มีจุดอ่อนตรงที่ว่าการขึ้นหรือลงของ HR มี Delay ครับเช่นปั่นฯ อัดขึ้นสะพานแม้ว่ากินแรงมากแต่ HR จะไม่ขึ้นสูงทันที แต่จะไปพุ่งตอนลงสะพานและกำลังจะปั่นฯ ต่อนั่นแหละครับ มันจะไม่ขนานไปกับการใช้แรงในการปั่นฯ ทำให้บางครั้งเราคาดหรือคำนวนการผิดเหมือนกันครับ แต่ Power Meter จะดีกว่าตรงที่ทำให้เราเห็นในทันทีว่าตอนนี้ "แรง" กำลังตกหรือชึ้น เหมือนวัดได้ Real Time มากกว่า

แต่ในส่วนตัวผมว่า Art Of Cycling นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราสร้าง "สมดุลย์" ระหว่างสุขภาพของหัวใจและสุขภาพของกล้ามเนื้อได้ในระดับใหนมากกว่า หัวใจแข็งแรง ชีพจรดีแต่กล้ามเนื้อไม่มีแรงก็ไม่มีประโยชน์

แรงขาดีแต่หอบตลอดเพราะคุมชีพจรไม่เป็นก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือไม่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นสมดุลย์ที่ดีคือจุดใหนที่ปั่นฯ ได้แรงที่ดีตลอดในขณะที่หัวใจก็ไม่ทำงานหนักเกินไปด้วยครับ

**************************
หม่องเวลาซ้อมบนเทรนเนอร์มันจะหนักกว่าการปั่นบนถนนครับ ควรลดเกียร์ให้เบากว่าปรติที่เคยปั่นบนถนน
ยืนยันตามคุณเล็กอีกคนครับ ความหนักนั้นหนักทั้งเรื่องแรงเสียดทานของลูกกลิ้ง และ จากรูปแบบของการปั่นฯ ที่เวลาปั่นฯ ปรกติบนถนนเรายังสามารถปล่อยใหลได้แต่บนเทรนเนอร์จะต้องปั่นฯ ตลอดไม่มีช่วงพักขาเหมือนบนถนนจริงครับ จึงรีดแรงมากกว่าในช่วงเวลาใกล้เคียงกันครับ

เรื่องแรงเสียดทานของลูกกลิ้งนี่เป็นอีกเรื่องที่ทำให้เวลาปั่นฯ เราจะรู้สึกว่า "ไม่เหมือนการปั่นฯ จริงบนถนน" เพราะว่าเทรนเนอร์สำหรับซ้อมหลายตัวใช้ Flywheel เป็นตัวหน่วงหรือสร้างความหนึดครับ และน้ำหนักของ Flywheel โดยเฉพาะ Minoura ใกล้เคียงกับชื่อรุ่นครับ อย่างเช่นรุ่น 850 นี่ใช้ Flywheel หนักประมาณ 800 กรัม อีกรุ่นสำหรับนักกีฬานี่ใช้ Flywheel หนัก 1 กิโลฯ กว่าเลยครับ Feeling ประมาณปั่นฯ ขึ้นเขาตลอดครับ
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

mhonglio เขียน:
โหพี่เล็กอย่างฟิตเลย เมื่อวานผมก็ปั่นได้นิดเดียวครับไม่ได้พักเลยน่าจะ overtrain เพราะปั่นรวดเดียวในศูนย์ฯได้แค่ 20 โลเองครับ av 31.5 เอง รอบขาก็ 90-100 เช่นกัน มันดูเนือยๆครับพี่ อาจจะรอเรื่องงานด้วยเลยไม่มีสมาธิ เอาไว้จะไปปั่นกับพี่เล็กด้วยครับ แต่ยังไม่น่าจะลากไหวน๊ะ ครับพี่ ^^
มีอยุ่ช่วงทีผมกระหน่ำซ้อมอย่างหนัก ผลคือOVER TRAIN ผลเสียมากกว่าผลดี เดี่ยวนี้ดีหน่อย วันไหนตื่นมามองจักรยาน แล้วรู้สึกไม่อยากจับอยากต้องละก็ วันนั้นผมจะไม่ปั่นเลย รอวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า ในตำราเขาบอกว่า หยุดพักร่างกายหนึ่งถึงสองวัน ช่วยให้ร่างกายฟื้นคืนสภาพ ดีกว่าไปปั่นต่อ มันไม่ได้ทำให้ดีขึ้นในวันเดียวกัน กลับจะทำให้ทดถอยเสียอีกครับ ว่างๆไปปั่นด้วยกัน แต่วันอาทิตย์นี้สงสัยต้องไปปั่นคนเดียวแถวชะอำ ไม่ก็หัวหินครับ :mrgreen:
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

เสือ Spectrum เขียน: ตอนนี้ 99 City Bike ก็ไม่ค่อยมีขาอ่อนแล้วครับ ตามข่าวเห็นพี่เมืองบ่นว่าต้องพยายามลดความเร็วในการเดินทางลงมาสักนิดไม่อย่างนั้นต่อไป ขาอ่อน มือใหม่จะไม่กล้ามาปั่นฯ กับ 99 City Bike ครับ :lol: :lol: :lol:

**************************
เรื่องนี้บางทีผมก็มองว่าถ้ามีทั้งขาแรง และมือใหม่นั้น การร่วมทริป ถ้าไม่ได้ซีเรียสก็ไปด้วยกันได้ครับ แต่สมาชิกบางท่านมาปั่นกลุ่มได้เพียงวันอาทิตย์ ก็อยากจะปั่นให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการซ้อม ต้องการพัฒนา มันก็เหมือนไปด้วยกันไม่ได้ เช่นถ้าพักบ่อย พักนาน เกินไปคนที่อยากจะพัฒนาก็คงเซ็ง สุดท้ายก็ต้องย้ายไปหากลุ่มใหม่ ที่อยู่ระดับเดียวกัน ซึ่งสมาชิกหลายๆคนก็ปั่นกับกลุ่มมาตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งกลุ่ม ก็คงไม่อยากจะย้ายไปไหน ในเมื่อสมาชิกของเรามีขาแรงมากขึ้น ผมเสนอว่าควรต้องแบ่งกลุ่มกันระหว่างขาแรงกับมือใหม่แล้วครับ มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ผมไม่คิดว่าเป็นการแตกแยก ขาแรงบางคนอยากปั่นเบาก็ไปช่วยดูแลขาใหม่ได้ สำหรับผมไม่ซีเรียส วันไหนอยากปั่นแบบอัดหนักๆ ผมก็ออกทริปคนเดียวหรือก็ไปกับกลุ่มพี่โชค วันไหนคิดถึงเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ผมก็ยังไปออกทริปกับกลุ่มของเราอยู่ครับ อันเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ แต่ผมก็อยากเห็นกลุ่ม99 CITY BIKE ยังคงCONCEPTเดิมคือขาอ่อนมือใหม่มาร่วมได้ แต่ก็ควรต้องมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับสมาชิก ที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ เป็นการพัฒนาของกลุ่ม99 ที่พวกเราควรจะดีใจครับ
เท่าที่ตามอ่านข้อเขียนเก่าของคุณ NBT และความเห็นใหม่ๆ ของคุณ Giro พอจะสรุปได้ว่าระบบวัดการซ้อมด้วย HR มีจุดอ่อนตรงที่ว่าการขึ้นหรือลงของ HR มี Delay ครับเช่นปั่นฯ อัดขึ้นสะพานแม้ว่ากินแรงมากแต่ HR จะไม่ขึ้นสูงทันที แต่จะไปพุ่งตอนลงสะพานและกำลังจะปั่นฯ ต่อนั่นแหละครับ มันจะไม่ขนานไปกับการใช้แรงในการปั่นฯ ทำให้บางครั้งเราคาดหรือคำนวนการผิดเหมือนกันครับ แต่ Power Meter จะดีกว่าตรงที่ทำให้เราเห็นในทันทีว่าตอนนี้ "แรง" กำลังตกหรือชึ้น เหมือนวัดได้ Real Time มากกว่า

แต่ในส่วนตัวผมว่า Art Of Cycling นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราสร้าง "สมดุลย์" ระหว่างสุขภาพของหัวใจและสุขภาพของกล้ามเนื้อได้ในระดับใหนมากกว่า หัวใจแข็งแรง ชีพจรดีแต่กล้ามเนื้อไม่มีแรงก็ไม่มีประโยชน์

แรงขาดีแต่หอบตลอดเพราะคุมชีพจรไม่เป็นก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือไม่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นสมดุลย์ที่ดีคือจุดใหนที่ปั่นฯ ได้แรงที่ดีตลอดในขณะที่หัวใจก็ไม่ทำงานหนักเกินไปด้วยครับ

**************************
ใช่แล้วครับพี่เป็ค heart rate มันdelay ไปหน่อย บางครั้งผมมัวแต่ดูheart rate ในขณะที่ตัวเองเพิ่มรอบขามากขึ้น กับเกียร์หนัก จนปั่นจะไม่ไหวแล้ว heart rate ยังอยู่ที่ 90นิดๆ พอผ่อนแรงลงมา heart rate เพิ่งกระดกขึ้นไป 115% :lol: :lol: :lol: ตอนหลังพอรู้แบบนี้ ก็เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยเชื่อตัวเลขซักเท่าไร heart rate ผมว่าใช้ได้กับการปั่นคุมโซนได้ แต่ถ้าซ้อมแบบ jump workout หรือ sprint workout ตัวเลขไม่แม่น อาจมีหัวใจวายครับ :lol: :lol: :lol: :mrgreen:

Art Of Cycling นั้นสำหรับผมยังเข้าไม่ถึงแก่นของมันจริงๆครับ ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และพัฒนาอีกนานครับ
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
mhonglio
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 14:47
Tel: 0863549963
team: Lingbaa XS, 99 City Bike,DTK
Bike: Pinarello FP 4:13

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย mhonglio »

ขอบคุณครับ พี่เล็ก และ พี่เสือSpectrum สำหรับคำแนะนำที่ดีมากๆครับ
รูปประจำตัวสมาชิก
mhonglio
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 654
ลงทะเบียนเมื่อ: 10 ต.ค. 2009, 14:47
Tel: 0863549963
team: Lingbaa XS, 99 City Bike,DTK
Bike: Pinarello FP 4:13

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย mhonglio »

THE LECK เขียน:
เสือ Spectrum เขียน: ตอนนี้ 99 City Bike ก็ไม่ค่อยมีขาอ่อนแล้วครับ ตามข่าวเห็นพี่เมืองบ่นว่าต้องพยายามลดความเร็วในการเดินทางลงมาสักนิดไม่อย่างนั้นต่อไป ขาอ่อน มือใหม่จะไม่กล้ามาปั่นฯ กับ 99 City Bike ครับ :lol: :lol: :lol:

**************************
เรื่องนี้บางทีผมก็มองว่าถ้ามีทั้งขาแรง และมือใหม่นั้น การร่วมทริป ถ้าไม่ได้ซีเรียสก็ไปด้วยกันได้ครับ แต่สมาชิกบางท่านมาปั่นกลุ่มได้เพียงวันอาทิตย์ ก็อยากจะปั่นให้ได้ตามที่ตัวเองต้องการซ้อม ต้องการพัฒนา มันก็เหมือนไปด้วยกันไม่ได้ เช่นถ้าพักบ่อย พักนาน เกินไปคนที่อยากจะพัฒนาก็คงเซ็ง สุดท้ายก็ต้องย้ายไปหากลุ่มใหม่ ที่อยู่ระดับเดียวกัน ซึ่งสมาชิกหลายๆคนก็ปั่นกับกลุ่มมาตั้งแต่ช่วงแรกของการตั้งกลุ่ม ก็คงไม่อยากจะย้ายไปไหน ในเมื่อสมาชิกของเรามีขาแรงมากขึ้น ผมเสนอว่าควรต้องแบ่งกลุ่มกันระหว่างขาแรงกับมือใหม่แล้วครับ มันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี ผมไม่คิดว่าเป็นการแตกแยก ขาแรงบางคนอยากปั่นเบาก็ไปช่วยดูแลขาใหม่ได้ สำหรับผมไม่ซีเรียส วันไหนอยากปั่นแบบอัดหนักๆ ผมก็ออกทริปคนเดียวหรือก็ไปกับกลุ่มพี่โชค วันไหนคิดถึงเพื่อนสมาชิกในกลุ่ม ผมก็ยังไปออกทริปกับกลุ่มของเราอยู่ครับ อันเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเองนะครับ แต่ผมก็อยากเห็นกลุ่ม99 CITY BIKE ยังคงCONCEPTเดิมคือขาอ่อนมือใหม่มาร่วมได้ แต่ก็ควรต้องมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับสมาชิก ที่พัฒนาขึ้นมาอีกระดับ เป็นการพัฒนาของกลุ่ม99 ที่พวกเราควรจะดีใจครับ
เท่าที่ตามอ่านข้อเขียนเก่าของคุณ NBT และความเห็นใหม่ๆ ของคุณ Giro พอจะสรุปได้ว่าระบบวัดการซ้อมด้วย HR มีจุดอ่อนตรงที่ว่าการขึ้นหรือลงของ HR มี Delay ครับเช่นปั่นฯ อัดขึ้นสะพานแม้ว่ากินแรงมากแต่ HR จะไม่ขึ้นสูงทันที แต่จะไปพุ่งตอนลงสะพานและกำลังจะปั่นฯ ต่อนั่นแหละครับ มันจะไม่ขนานไปกับการใช้แรงในการปั่นฯ ทำให้บางครั้งเราคาดหรือคำนวนการผิดเหมือนกันครับ แต่ Power Meter จะดีกว่าตรงที่ทำให้เราเห็นในทันทีว่าตอนนี้ "แรง" กำลังตกหรือชึ้น เหมือนวัดได้ Real Time มากกว่า

แต่ในส่วนตัวผมว่า Art Of Cycling นั้นขึ้นอยู่กับว่าเราสร้าง "สมดุลย์" ระหว่างสุขภาพของหัวใจและสุขภาพของกล้ามเนื้อได้ในระดับใหนมากกว่า หัวใจแข็งแรง ชีพจรดีแต่กล้ามเนื้อไม่มีแรงก็ไม่มีประโยชน์

แรงขาดีแต่หอบตลอดเพราะคุมชีพจรไม่เป็นก็อยู่ในลักษณะเดียวกันคือไม่มีประโยชน์เหมือนกัน ดังนั้นสมดุลย์ที่ดีคือจุดใหนที่ปั่นฯ ได้แรงที่ดีตลอดในขณะที่หัวใจก็ไม่ทำงานหนักเกินไปด้วยครับ

**************************
ใช่แล้วครับพี่เป็ค heart rate มันdelay ไปหน่อย บางครั้งผมมัวแต่ดูheart rate ในขณะที่ตัวเองเพิ่มรอบขามากขึ้น กับเกียร์หนัก จนปั่นจะไม่ไหวแล้ว heart rate ยังอยู่ที่ 90นิดๆ พอผ่อนแรงลงมา heart rate เพิ่งกระดกขึ้นไป 115% :lol: :lol: :lol: ตอนหลังพอรู้แบบนี้ ก็เอาความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก ไม่ค่อยเชื่อตัวเลขซักเท่าไร heart rate ผมว่าใช้ได้กับการปั่นคุมโซนได้ แต่ถ้าซ้อมแบบ jump workout หรือ sprint workout ตัวเลขไม่แม่น อาจมีหัวใจวายครับ :lol: :lol: :lol: :mrgreen:

Art Of Cycling นั้นสำหรับผมยังเข้าไม่ถึงแก่นของมันจริงๆครับ ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และพัฒนาอีกนานครับ
ผมโชคดีหน่อยวันธรรมดามีเวลาว่างเยอะ ก็จะอัดหนักๆอยู่คนเดียววันอาทิตย์ก็ปั่นคุมโซนบ้าง เร็วบ้าง ช้าบ้าง แต่สิ่งที่ชอบก็ได้พบได้คุยกับพี่ๆ น้าๆ 99City Bike ทุกๆคนล่ะคร้าบ
iceskate05
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 502
ลงทะเบียนเมื่อ: 24 ก.ย. 2008, 20:22
Tel: 02-9349253
team: Freelance
Bike: Freestyle

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย iceskate05 »

ขอบ่น เล็กน้อยถึงปาน กลางนะครับ.............. ขอความกรุณา ท่านผู้อาวุโส ช่วย รับฟังผมบ้างครับ
1. ตอนต้นปี มีสองล้อ อยากได้ อีก คัน......ก็ดันกลายเป็น 4 ล้อ อดได้ 2 ล้อ คันใหม่
2. หน้ายาง 1.25 ปั่นตามหมอบสูสีมาหลายปี ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นล้อควาย.........( แล้วก็บ่นว่าตามหมอบไม่ทัน ) ตามพี่โชคทันคนเดียว............... ปั่นไปเถอะ ครับ แรงเร็ว ข้า มือใหม่..........ก็ปั่นเหมือนกัน...........มีคนเคยถามผมว่า ..............................
1.คุณ ปั่นจักรยานเพื่ออะไร ครับพี่น้อง และ 2. ไปให้ได้ - กลับให้ถึง
THE LECK
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 1036
ลงทะเบียนเมื่อ: 19 ส.ค. 2008, 22:20
Tel: 089 991 8111
team: # 99 City Bike # ไม่ก็ฉายเดี่ยว
Bike: Gary fisher , Ellsworth
ติดต่อ:

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย THE LECK »

iceskate05 เขียน:ขอบ่น เล็กน้อยถึงปาน กลางนะครับ.............. ขอความกรุณา ท่านผู้อาวุโส ช่วย รับฟังผมบ้างครับ
1. ตอนต้นปี มีสองล้อ อยากได้ อีก คัน......ก็ดันกลายเป็น 4 ล้อ อดได้ 2 ล้อ คันใหม่
2. หน้ายาง 1.25 ปั่นตามหมอบสูสีมาหลายปี ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นล้อควาย.........( แล้วก็บ่นว่าตามหมอบไม่ทัน ) ตามพี่โชคทันคนเดียว............... ปั่นไปเถอะ ครับ แรงเร็ว ข้า มือใหม่..........ก็ปั่นเหมือนกัน...........มีคนเคยถามผมว่า ..............................
1.คุณ ปั่นจักรยานเพื่ออะไร ครับพี่น้อง และ 2. ไปให้ได้ - กลับให้ถึง
ปื๊ด....ผมฟังทุกคน แต่บางคำถามผมตอบไม่ได้ แต่บางคำถามผมออกความเห็นได้

1. รับทราบ

2. ทุกวันนี้ผมใช้ยาง1.95 เคยใช้1.75ไม่เห็นข้อแตกต่างครับ 1.25ไม่เคยใช้

ผมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ และก็พยายามพัฒนาตัวเองไปเรื่อยครับ เมื่อ3ปีก่อนผมซื้อ gary เดิมๆ ไม่ได้อัพอะหลั่ยเลย วันแรกปั่นได้5km. เหนื่อยชิบ... เห็นพี่คนหนึ่งปั่นในสวนรถไฟ ปั่นวันละ40km. ผมนี่อึ้งไปเลยครับ พยายามซ้อมหนักขึ้น 4เดือนต่อมาผมทำ100km.ครั้งแรก จนเดี๋ยวนี้ผมไปไกลขึ้นและเร็วขึ้น แต่คงมีซักวันที่ผมจะต้องปั่นช้าลง ไปไม่ไกล ตามกาลเวลา แต่วันนี้ผมยังมีกำลัง มีแรงบันดาลใจในการพัฒนาไปเรื่อยๆ สำหรับคนอื่นผมไม่ทราบว่าปั่นจักรยานเพื่ออะไรครับ ผมตอบแทนไม่ได้ แล้วปื๊ดละปั่นจักรยานเพื่ออะไร???

วันแรกที่ปื๊ดปั่นจักรยานก็เป็นมือใหม่ ขาอ่อน เหมือนผม เหมือนทุกๆคน คงไม่มีใครปั่นวันแรกแล้วเป็นขาแรง แต่ผมเชื่อว่าในใจ ทุกคนก็มีความต้องการพัฒนาตัวเองไม่มากก็น้อย ไม่อยากจะปั่นรั้งท้าย อยากปั่นให้ทันคนอื่น อยากปั่นให้ไกลขึ้น ปั่นให้เร็วขึ้น (ถ้าไม่ต้องการก็เป็นขาอ่อนมือใหม่อยู่ตลอดไป) นี่คือเสน่ห์ของจักรยานครับ

เร็ว ช้า ก็ปั่นเหมือนกัน ถูกครับ ช้าหรือเร็วก็คือการออกกำลังกาย บางคนขาอ่อนมือใหม่ เมื่อก่อนผมก็เป็น แต่ผมไม่ยอมจมปลักอยู่แบบนั้น ผมพยายามปรับปรุงฝึกซ้อมครับ ผมไม่ได้ต้องการแข่งกับใคร แต่ผมกำลังแข่งกับตัวตนผมเอง เวลาของผมเหลือน้อยแล้ว ผมยังเดินทางมาไม่ถึงครึ่งทางที่คิด ผมยังไม่หยุดครับ

แต่อย่างที่น้องปืนเคยบอกไว้ว่า บางทีขาแรงถึงบางปะอิน ท้ายยังอยู่แถวคลองเปรม แล้วจะดูแลกันอย่างไร บางคนพักแล้วนั่งคุยกันนาน พอเริ่มปั่นใหม่ก็ล้าไม่อยากปั่นแล้ว

การมาออกความเห็นของผมครั้งนี้ ไม่ต้องการให้เกิดการแตกแยก แต่อยากเห็นกลุ่มเรามีการพัฒนารูปแบบการจัดทริปให้เหมาะสม ทั้งขาอ่อนมือใหม่ และขาแรง ขาอึด ครับ ถ้าไม่มีใครเห็นด้วยก็ไม่เป็นไรครับ ผมน้อมรับทุกความเห็น

ไปให้ได้ กลับให้ถึง ถูกต้องแล้วครับ เราปั่นจักรยานมันเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เราไปได้ไกลขึ้น ไปให้เร็วขึ้น โดยใข้กำลังของตัวเราเองครับ แต่บางทีก็มีเหตุไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ อุบัติเหตุเอย ยางรั่ว ยางแตก โซ่ขาด ตะคริวกินผมก็เป็นอยู่บ่อยๆ มันก็เป็นเหตุให้ไปไม่ได้ กลับไม่ถึงได้เหมือนกันครับ

ผมก็ยังเป็นเล็กคนเดิม ที่ต่อสู้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวด้วยตัวเองมาเกือบทั้งชีวิต จักรยานก็แค่ความมันส์ที่ผมกำลังสนุกกับมันอยู่ณ.วันนี้ อย่างไรผมก็ต้องใช้แรงของผมเองปั่นมันด้วยตัวเอง ไม่ได้มีใครมาช่วยปั่นให้มันเบาแรงหรือเร็วขึ้นครับ

ราตรีสวัสดิ์และสวัสดีครับเพื่อนสมาชิกทุกคน
http://www.thaitattoo.net

INSTAGRAM tattoo_thailand
รูปประจำตัวสมาชิก
เสือ Spectrum
ขาประจำ
ขาประจำ
โพสต์: 4449
ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 12:58
Tel: -
team: 99 City Bike
Bike: LA Spectrum

Re: ตอบทุกปัญหาคาใจโดยพี่เสือ Spectrum

โพสต์ โดย เสือ Spectrum »

1. ตอนต้นปี มีสองล้อ อยากได้ อีก คัน......ก็ดันกลายเป็น 4 ล้อ อดได้ 2 ล้อ คันใหม่
แต่ก็เป็น 4 ล้อที่ทำให้เอา 2 ล้อไปปั่นฯ ที่แปลกใหม่ไกลๆ ได้ไม่ใช่หรือครับ :D
2. หน้ายาง 1.25 ปั่นตามหมอบสูสีมาหลายปี ตอนนี้ เปลี่ยนเป็นล้อควาย.........( แล้วก็บ่นว่าตามหมอบไม่ทัน ) ตามพี่โชคทันคนเดียว............... ปั่นไปเถอะ ครับ แรงเร็ว ข้า มือใหม่..........ก็ปั่นเหมือนกัน...........
ผมมองว่าไม่มีปัญหาอะไรครับ บางคนมีความสุขเมื่อได้เห็นตัวเลขความเร็วบนหน้าจอที่คนอื่นทำไม่ได้ แต่บางคนก็มีความสุขแค่ได้ปั่นฯ จักรยาน ได้เห็นทิวทัศน์ใหม่ๆ แปลกตา บางคนปั่นฯ ไป ถ่าย(รูป)ไป ก็อยู่บนเส้นทางเดียวกันแบบที่คุณ Leck ว่าได้ครับ ขอแค่รู้เส้นทาง ไม่หลง ปั่นฯ เร็วก็ไปรอตรงจุดพักก่อน ปั่นฯ ช้าก็ตามมาทีหลัง ไปเฮฮากันตรงปลายทาง

ผมเห็นด้วยกับคุณ Leck ตรงประโยคที่ว่าถ้าคุณปั่นฯ ช้าไม่เป็น คุณก็จะไม่รู้จัก "ความเร็ว" อย่างแท้จริง

อีกอย่างมันขึ้นกับรสนิยมและความชอบด้วยครับ อย่างจักรยาน Single Speed เอาจริงมันก็ไม่เร็วสะใจเท่าเสือหมอบ แต่ความที่มันเป็น Single Speed มันก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบตรงความ เบา ปราดเปรียว เร็ว ในแบบ Single Speed

ฝรั่งเขาบอกว่าจะรู้จักเทคนิคจักรยานได้เต็มที่ต้องเริ่มหัดมาจาก Single Speed ก่อน ความเร็ว ช้า จะสั่งได้ยังไงก็อยู่แค่ปลายเท้าของเราเองไม่ได้อยู่ที่เกียร์เพราะไม่มีเกียร์จะให้เปลี่ยน ดังนั้นตอนนี้เราจะเห็นความหลากหลายของจักรยานเต็มไปหมดครับ ทริปไปบางปะอินเที่ยวล่าสุดของ 99 City Bike ก็ยังมี Fixed Gear ปั่นฯ ไปและกลับตั้งหลายคันครับ :mrgreen:
เมื่อพ้นไปจากการ "แพ้" หรือ "ชนะ" เราก็จะได้อยู่ในที่ที่ไม่มี "ความทุกข์ใจ"
ตอบกลับ

กลับไปยัง “99 City Bike”