เห็นด้วยๆ ...ถ้าที่พวกผมปั่นไปร่วมกิจกรรมจากบ้านไป-กลับ 70+กม.แต่จะให้ใส่ชุดธรรมดาเหมือนปั่นทำธุระแถวบ้าน ผมก็ไม่ไปมันหรอก สำหรับผมเรื่องแต่งกายมันแล้วแต่คน+common senseม๊้งครับ ก็คงไม่มีใครแต่งเต็มยศเพื่อจะซื้อของที่7-11แถวบ้านแหละ เอ๊ะหรือมีpoomsira เขียน:ขอเริ่มด้วยความเห็นของท่านหนึ่งในเว็บบอร์ด - "จะให้ไปดูหนังกินข้าวบนห้างด้วยชุดจักรยานได้อย่างไร ตามความเห็นผมแล้ว ชุดจักรยานมีไว้ในสนามแข่งเท่านั้น แต่มิใช่มีไว้ในชีวิตประจำวัน"
ทำไมต้องคิดแบบนั้นละครับ ชุดจักรยานมีข้อดีคือใส่แล้วเหงื่อแห้งเร็ว เย็นสบาย ทำไมจะต้องจำกัดว่าเฉพาะในสนามแข่งถึงจะใส่ได้ ?
ผมใส่ชุดจักรยานปั่นไปดูหนัง ฟังเพลง ประชุมธุรกิจกับลูกค้า ไปงานศพ ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปงานสังสรรค์ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร ไม่เห็นมีใครมองเราด้วยสายตาแปลกๆ มีแต่เราจะคิดไปเอง
ถ้าจะไปงานสุภาพหน่อยก็เอาเสื้อเชิ้ต เน้กไท สูท พับเรียบร้อยใส่เป้ไปเปลี่ยน เสร็จงานก็เปลี่ยนกลับ ปั่นกลับบ้าน
ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
ทำไมจะต้องคิดว่าใส่ชุดจักรยานไปไม่ได้ ไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ เราทำอะไรผิดหรือครับ
ส่วนบทความ ขออนุญาตออกความเห็นในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ
"ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ"
ขอเรียนถามว่ามีใครไปบังคับเขาครับ ใส่หมวกกันน้อกย่อมดีกว่าแน่นอน แต่ถ้าไม่มีเงิน หรือไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่เป็็นไร ไม่เห็นมีใครจะไปด่าเขาเสียๆ หายๆ เลยครับ จึงไม่เข้าใจว่าอาจารย์ธงชัยท่านได้ความคิดนี้มาจากไหน
"เพราะ สหรัฐอเมริกาที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการบังคับใช้หมวกกันน๊อค กลับเป็นประเทศที่มีคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันติดอันดับบ๊วยของโลก ส่วนใหญ่จะใช้รถ 8 สูบ 3,000 ซีซี ไว้ขับไปซื้อแมคโดนัลด์ข้างบ้าน"
อันนี้คงเป็นสหรัฐอเมริกาที่อาจารย์ท่านเห็นเมื่อสิบปีที่แล้วกระมังครับ ผมเรียนและทำงานในหลาย ๆ เมืองในสหรัฐมาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่มัธยมจนจบโทและทำงาน และไปยุโรปก็บ่อย แน่นอน ยุโรปมีคนปั่นจักรยานในชีิวิตประจำวันมากกว่า แต่อเมริกาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมปั่นไปทำงานทุกวันในเมือง Washington DC ก็มีเพื่อนร่วมทางปั่นด้วยกันเยอะมาก ทุกคนใส่หมวกกันน้อกทั้งนั้น หลายคนก็ใส่ชุดจักรยาน ในขณะที่ยุโรป อาจารย์บอกว่าไม่มีใครใส่หมวกกันน้อก ไม่มีใครแต่งชุดจักรยาน ก็เป็นความจริง แต่มันไม่ใช่ causal relationship กัน ทำให้ผมสงสัยว่าคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก เป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คิดได้แค่นี่เหรอครับ การที่อเมริกาคนปั่นกันน้อย เพราะการวางผังเมืองและสภาพภูมิประเทศ มากกว่าการใส่หรือไม่ใส่ชุดหรือหมวกกันน้อค
สมัยนี้ เป็นยุคที่น้ำมันแกลลอนละ 3-4 เหรียญ คนอเมริกันก็เริ่มเดิน เริ่มปั่น กันเยอะแล้วครับ ยอดขายจักรยานในปี 2008 - 2009 เพิ่มสามเท่าเลยครับ ซึ่งเป็นจักรยานระดับปั่นทั่วไป ไม่ใช่เสือหมอบคันละ 3-4 พันเหรียญ
"ถามว่าคนพวกนั้นเป็นคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ คนกลุ่มนี้ใช้จักรยานสำหรับการบันเทิงและออกกำลังเท่านั้น ส่วน คนใช้จักรยานตัวจริงไม่ได้ออกมาร่วมรณรงค์ด้วย เพราะเขาไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่ได้เป็น "เจ้าของ" โครงการเหล่านี้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น เขาจึงไม่ไปร่วม "
ประการแรก คนกลุ่มนี้ มีไม่น้อยที่ไม่ใช่ปั่นเพื่อออกกำลังและบันเทิง มีจำนวนไม่น้อยที่ปั่นไปทำงาน ไปธุระ ฯลฯ
ประการที่สอง "คนใช้จักรยานตัวจริง" ทำไมไม่รวมคนกลุ่มนี้ด้วยละครับ กลุ่มคนชั้นกลางที่มีเงินซื้อรถ แต่เลือกที่จะปั่นไปทำงาน
ประการที่สาม ถ้าพูดถึงตาสีตาสาอาม่าอาซิ้ม งานที่ผ่านมาก็มีหลายท่านมาร่วมนะครับ ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปที่ปั่นจักรยานมือสองญี่ปุ่น หรือจักรยานประเภทคันละพันบาทจากห้าง Lotus ที่ปรกติปั่นไปจ่ายตลาด ก็ยังมีมาร่วมด้วย อาจารย์คงไม่ได้ออกมาดูจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ได้แต่อ่านหนังสือพิมพ์ดูทีวีอยู่กับบ้าน แล้วเห็นภาพว่าคนที่มารณรงค์ส่วนใหญ่คือชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก
ประการที่สี่ "เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น" งง ครับ ว่าที่สรุปเช่นนี้เพราะอะไร เพราะได้ไปสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้มาแล้วหรืออย่างไร สาเหตุที่ท่านเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกับชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก เป็นเพราะท่านไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีกำลัง ไม่ได้รับข่าวสาร
"คาร์ ฟรี เดย์ ที่เรากำลังรณรงค์กันอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นการรณรงค์เพื่อคนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว หาใช่คนส่วนใหญ่ที่ใช้จักรยานอย่างจริงจังในชีวิตประจำวันไม่"
สิ่งที่คนที่อาจารย์เรียกว่า "คนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว" กำลังเรียกร้องอยู่นั้น หากสำเร็จขึ้นมา คนที่ใช้จักรยานส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์้ด้วย มิใช่หรือ
ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ศาลต้นฟุตบอล ซอยชัยพฤกษ์ ???
-
poseidon304
- ขาประจำ
- โพสต์: 131
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 เม.ย. 2009, 12:53
- Tel: 0918134599, 0879343279
- team: โคราชไบค์ปักธงชัยสัมพันธ์
- Bike: Giant,BH,Scott,Chuang Cycle
- ตำแหน่ง: อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
- altesia
- ขาประจำ
- โพสต์: 142
- ลงทะเบียนเมื่อ: 14 ธ.ค. 2009, 15:07
- Tel: 086 984 1409
- Bike: จักรยานพับ Oyama dolphin, coyoteจีน โดนหลานสาวยึดไปแหล่ว, gogobike X-bike ก็อปจากจีนแท้ๆ
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ทุกอย่างล้วนมี 2 ด้าน เหรีญนก็มี 2 ด้าน มุมมองของแต่ละคนก็แตกต่างกันไปครับ
แต่ถ้าถามว่างานนี้จัดเพื่อใคร???
ในมุมมองของผมคือ งานนี้จัดขึ้นเพื่อ"รณรงค์ให้คนมาใช้จักรยาน" คนที่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างตามี ยายมา หรือคนขายปลาหมึกปิ้ง ฯลฯก็คงไม่ต้องรณรงค์ให้เสียเวลา เพราะยังไงพวกท่านก็ใช้จักรยานอยู่แล้ว
แต่เป้าหมายน่าจะเน้นไปที่ผู้มีรถส่วนตัวอยู่แล้วให้มาขับขี่จักรยาน เพื่อช่วยโลกสีเขียว และเพื่อผลักดันให้เกิดสิ่งที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่จักรยาน
ถ้าสามารถขี่จักรยานในกรุงเทพๆด้อย่างปลอดภัย ไม่มีรถเมล์ ไล่จี้ตรูดจักรยาน ไม่มีแท็กซี่ปาดหน้าจักรยานเพื่อเข้าไปรับผู้โดยสาร ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวบีบแตรไล่หรือ ขับรถปิดทางเล็กๆ ขณะรถติด ประมาณว่าตูไปไม่ได้ พวกมึ..แกก็ไปไม่ได้ แน่นอนว่าที่พูดมานั้นหมายถึงเลนจักรยานที่ไม่มีรถประเภทอื่นมาใช้ได้
ฟังดูก็อาจจะเห็นแก่ตัวที่จะต้องมีเลนเฉพาะของจักรยาน แต่ถ้าถามว่าหากทุกคนเห็นว่าการขี่รถจักรยานปลอดภัย อยู่ในเลนที่เป็นสัดเป็นส่วน จะมีคนหันมาขี่จักรยานเพิ่มมั้ย แน่นอนคนมีฐานะมีรถยนต์ขับคงไม่คิอจะมาขี่จักรยานให้เหนื่อย ถ้าจะออกกำลังกายไปฟิตเนสดูสาวๆ ในชุดรัดรูปแล้ววิ่งอยู่บนลู่วิ่งดีกว่า
แต่สำหรับผู้ที่โดยสารรถสาธารณะเมื่อเห็นความปลอดภัยในการขับขี่ จะไปเสียเวลารอรถเมล์ทำไม สู้หาจักรยานราคา 1-2พันมาขี่ไม่เร็วกว่ารึ แถมปลอดภัยต่างหากเพราะมีเลนเฉพาะ คนขับมอเตอร์ไซค์ที่ดาวน์มอเตอร์ไซค์มาขี่เพราะเบื่อการใช้รถสาธารณะแบบนี้ และเพราะมอเตอร์ไซค์วางดาวน์แค่ 500 หรือไม่ก็ไม่ต้องวาเงินดาวน์ก็ได้ จึงเลือกมอเตอร์ไซค์ขี่ แต่ก็ต้องเป็นหนี้อีกไม่รู้กี่ปี แต่ถ้าซื้อจักรยาน 1-2พันก็ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีหนี้สิน เดินทางสะดวกปลอดภัย(หากมีเลนจักรยาน)
ถามว่าถ้ามีเลนจักรยานที่จะช่วยให้ชีวิตสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย คุณจะยังคงยอมติดแหงกอยู่กับรถเมล์บนถนนเป็นชัวโมงๆ หรือไม่
แต่อีกด้านก็คงจะมีเสียงบ่นๆ ออกมาว่าไอ้พวกจักรยาน แหม่มทำรถติดไม่พอ เอือกเอาถนนไปใช้เลนนึงโดยที่พวกตูเข้าไปเอี่ยวไม่ได้ ภาษีพวกตูก็จ่ายนาโว๊ย(แต่ก็เลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก จ่ายให้น้อยที่สุด ยังไม่เคยเห็นมีใครยอมจ่ายภาษีแบบเต็มๆ โดยไม่อิดออด ไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าสักคน)
จะสรุปง่ายๆ ก็คือว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อตามียายมา แต่เพื่อให้นักการเมืองที่ขี่จักรยานเอาหน้าผ่านกล้องโทรทัศน์ ได้รับรู้ถึงจำนวนและพลังของคนใช้จักรยาน ให้คนที่ได้พบเห็นเกิดความสนใจและหันมาขี่จักรยาน (วันงานผมได้ไปซื้อน้ำกินที่แผงลอยที่สวนจตุจักร แม่ค้าถามว่าเห็นเมื่อเช้ามีขี่จักรยานขบวนใหญ่ ดีเน๊อะ เห็นแล้วอยากขี่บ้าง แต่อย่าไปถามคนขับรถใช้ถนนละ เค้าไม่ต่อยให้ที่ทำรถติดก็บุญแล้ว แต่พวกพี่ก็ใช้ถนนทุกวันอยู่แล้วนา ขอแก็งจักรยานซิ่งกวนเมืองสักวันไม่ได้เหรอ??)
ซึ่งนี่ก็คือการรณรงค์ จะทำเพื่อใครละ ไม่มีหรอก ก็แค่อยากให้คนหันมาขี่รถจักรยานเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอื่น นอกเสียจากคนบางกลุ่มช่วยสนับสนุนงานนี้ เพื่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น
ส่วนเรื่องการแต่กายเหรอ ใครจะใส่แบบไหนก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ จะไม่ใส่หมวกก็ไม่มีใครว่านิ ฟิกเกียร์ก็ใส่หมวกแฟชั่นจะตายไป แต่ถ้าใส่หมวกกันกระแทกมันจะปลอดภัยกว่าหรือเปล่า เสื้อ?? ใส่เสื้อระบายเหงื่อให้ตัวแห้งสบายตอนขี่มันไม่สมควรเหรอ มันผิดกาละเทสะเหรอ จะขี่จักรยานยังไงให้เหงื่อไม่ออก? กางเกง? จะใส่ขาสั้นขายาวก็ไม่มีใครว่านี่ แต่ปัญหาของกางเกงจักรยานมันอยู่ที่มันเป็นกางเกงรัดรูป คนที่มองดูว่าโป๊ น่าอาย แต่มันก็มีเป้าใหญ่ๆ ปิดไว้ไม่ใช่รึ(ดีซะอีก ทำให้มองดูว่าของเราใหญ่กว่าปกติ
) แต่จะไม่ใส่ก็ไม่เห็นมีใครว่านิ แต่ถ้าเห็นสาวๆ ใสชุดแอโรบิค ชุดว่ายน้ำ ชุดยิมนาสติก หรือกางเกงจักรยาน ละดูกันให้ตาเป็นมันเชียว แต่ที่ตัวเองใส่ทำเป็นรับไม่ได้(กลัวอะไรมีดีต้องโชว์เป้ากางเกงจักรยานช่วยได้
) แต่จริงๆ พวกที่ไม่อยากใส่เพราะไม่กล้าใส่ หรืออาย มากกว่า จริงๆ จะไม่ใส่ก็ไม่ได้มีใครไปตราหน้าว่านอกคอกนี่น่า แต่กลับกัน รู้สึกว่าคนที่ใส่ชุดจักรยานเต็มยศ จะเป็นฝ่ายโดนตราหน้าว่าใส่ไปได้ยังไง หน้าด้าน หน้าไม่อาย แต่งตัวไม่เหมาะสม ไม่ถูกกาละเทสะ (ถ้าไปงานแต่งงานแล้วขี่จักรยานไป ใครจะบ้าใส่ชุดจักรยานเต็มยศไปอวยพรเจ้าบ่าวเจ่าสาวบ้าง เค้าก้หาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนสิ) ฯลฯ ซะมากกว่านะ
ครับอ่านมาก็คงเดาได้ว่าผมใส่ชุดจักรยานเต็มยศ ขี่มาทำงาน 20-40โลต่อวัน จะใส่ชุดไปรเวทธรรมดาก็ได้ แต่ระยะขนาดนี้ ถึงที่ทำงานก็ต้องอาบน้ำเช็ดตัวอยู่ดี ทำไมไม่ใส่ชุดที่ทำให้ขับขี่สบายๆ แล้วมาอาบน้ำแต่ตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทำงานละ จะใส่ชุดทำงานปั่นมาแล้วนั่งดมเหงื่อตัวเองทั้งวันทำไม(คนบ่นว่าเหม็นน่ะไม่ใช่ตัวเองหรอก แต่เป็นเพื่อนร่วมงานมากกว่า)
แต่ถ้าถามว่างานนี้จัดเพื่อใคร???
ในมุมมองของผมคือ งานนี้จัดขึ้นเพื่อ"รณรงค์ให้คนมาใช้จักรยาน" คนที่ใช้จักรยานในชีวิตประจำวันอย่างตามี ยายมา หรือคนขายปลาหมึกปิ้ง ฯลฯก็คงไม่ต้องรณรงค์ให้เสียเวลา เพราะยังไงพวกท่านก็ใช้จักรยานอยู่แล้ว
แต่เป้าหมายน่าจะเน้นไปที่ผู้มีรถส่วนตัวอยู่แล้วให้มาขับขี่จักรยาน เพื่อช่วยโลกสีเขียว และเพื่อผลักดันให้เกิดสิ่งที่จะช่วยเสริมความปลอดภัยในการขับขี่จักรยาน
ถ้าสามารถขี่จักรยานในกรุงเทพๆด้อย่างปลอดภัย ไม่มีรถเมล์ ไล่จี้ตรูดจักรยาน ไม่มีแท็กซี่ปาดหน้าจักรยานเพื่อเข้าไปรับผู้โดยสาร ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวบีบแตรไล่หรือ ขับรถปิดทางเล็กๆ ขณะรถติด ประมาณว่าตูไปไม่ได้ พวกมึ..แกก็ไปไม่ได้ แน่นอนว่าที่พูดมานั้นหมายถึงเลนจักรยานที่ไม่มีรถประเภทอื่นมาใช้ได้
ฟังดูก็อาจจะเห็นแก่ตัวที่จะต้องมีเลนเฉพาะของจักรยาน แต่ถ้าถามว่าหากทุกคนเห็นว่าการขี่รถจักรยานปลอดภัย อยู่ในเลนที่เป็นสัดเป็นส่วน จะมีคนหันมาขี่จักรยานเพิ่มมั้ย แน่นอนคนมีฐานะมีรถยนต์ขับคงไม่คิอจะมาขี่จักรยานให้เหนื่อย ถ้าจะออกกำลังกายไปฟิตเนสดูสาวๆ ในชุดรัดรูปแล้ววิ่งอยู่บนลู่วิ่งดีกว่า
แต่สำหรับผู้ที่โดยสารรถสาธารณะเมื่อเห็นความปลอดภัยในการขับขี่ จะไปเสียเวลารอรถเมล์ทำไม สู้หาจักรยานราคา 1-2พันมาขี่ไม่เร็วกว่ารึ แถมปลอดภัยต่างหากเพราะมีเลนเฉพาะ คนขับมอเตอร์ไซค์ที่ดาวน์มอเตอร์ไซค์มาขี่เพราะเบื่อการใช้รถสาธารณะแบบนี้ และเพราะมอเตอร์ไซค์วางดาวน์แค่ 500 หรือไม่ก็ไม่ต้องวาเงินดาวน์ก็ได้ จึงเลือกมอเตอร์ไซค์ขี่ แต่ก็ต้องเป็นหนี้อีกไม่รู้กี่ปี แต่ถ้าซื้อจักรยาน 1-2พันก็ได้เป็นเจ้าของ ไม่มีหนี้สิน เดินทางสะดวกปลอดภัย(หากมีเลนจักรยาน)
ถามว่าถ้ามีเลนจักรยานที่จะช่วยให้ชีวิตสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย คุณจะยังคงยอมติดแหงกอยู่กับรถเมล์บนถนนเป็นชัวโมงๆ หรือไม่
แต่อีกด้านก็คงจะมีเสียงบ่นๆ ออกมาว่าไอ้พวกจักรยาน แหม่มทำรถติดไม่พอ เอือกเอาถนนไปใช้เลนนึงโดยที่พวกตูเข้าไปเอี่ยวไม่ได้ ภาษีพวกตูก็จ่ายนาโว๊ย(แต่ก็เลี่ยงแล้วเลี่ยงอีก จ่ายให้น้อยที่สุด ยังไม่เคยเห็นมีใครยอมจ่ายภาษีแบบเต็มๆ โดยไม่อิดออด ไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อให้ประเทศก้าวหน้าสักคน)
จะสรุปง่ายๆ ก็คือว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อตามียายมา แต่เพื่อให้นักการเมืองที่ขี่จักรยานเอาหน้าผ่านกล้องโทรทัศน์ ได้รับรู้ถึงจำนวนและพลังของคนใช้จักรยาน ให้คนที่ได้พบเห็นเกิดความสนใจและหันมาขี่จักรยาน (วันงานผมได้ไปซื้อน้ำกินที่แผงลอยที่สวนจตุจักร แม่ค้าถามว่าเห็นเมื่อเช้ามีขี่จักรยานขบวนใหญ่ ดีเน๊อะ เห็นแล้วอยากขี่บ้าง แต่อย่าไปถามคนขับรถใช้ถนนละ เค้าไม่ต่อยให้ที่ทำรถติดก็บุญแล้ว แต่พวกพี่ก็ใช้ถนนทุกวันอยู่แล้วนา ขอแก็งจักรยานซิ่งกวนเมืองสักวันไม่ได้เหรอ??)
ซึ่งนี่ก็คือการรณรงค์ จะทำเพื่อใครละ ไม่มีหรอก ก็แค่อยากให้คนหันมาขี่รถจักรยานเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายอื่น นอกเสียจากคนบางกลุ่มช่วยสนับสนุนงานนี้ เพื่อคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งต่อไปเท่านั้น
ส่วนเรื่องการแต่กายเหรอ ใครจะใส่แบบไหนก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอ จะไม่ใส่หมวกก็ไม่มีใครว่านิ ฟิกเกียร์ก็ใส่หมวกแฟชั่นจะตายไป แต่ถ้าใส่หมวกกันกระแทกมันจะปลอดภัยกว่าหรือเปล่า เสื้อ?? ใส่เสื้อระบายเหงื่อให้ตัวแห้งสบายตอนขี่มันไม่สมควรเหรอ มันผิดกาละเทสะเหรอ จะขี่จักรยานยังไงให้เหงื่อไม่ออก? กางเกง? จะใส่ขาสั้นขายาวก็ไม่มีใครว่านี่ แต่ปัญหาของกางเกงจักรยานมันอยู่ที่มันเป็นกางเกงรัดรูป คนที่มองดูว่าโป๊ น่าอาย แต่มันก็มีเป้าใหญ่ๆ ปิดไว้ไม่ใช่รึ(ดีซะอีก ทำให้มองดูว่าของเราใหญ่กว่าปกติ
ครับอ่านมาก็คงเดาได้ว่าผมใส่ชุดจักรยานเต็มยศ ขี่มาทำงาน 20-40โลต่อวัน จะใส่ชุดไปรเวทธรรมดาก็ได้ แต่ระยะขนาดนี้ ถึงที่ทำงานก็ต้องอาบน้ำเช็ดตัวอยู่ดี ทำไมไม่ใส่ชุดที่ทำให้ขับขี่สบายๆ แล้วมาอาบน้ำแต่ตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ทำงานละ จะใส่ชุดทำงานปั่นมาแล้วนั่งดมเหงื่อตัวเองทั้งวันทำไม(คนบ่นว่าเหม็นน่ะไม่ใช่ตัวเองหรอก แต่เป็นเพื่อนร่วมงานมากกว่า)
แก้ไขล่าสุดโดย altesia เมื่อ 29 ก.ย. 2010, 11:14, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
- faroh26
- ขาประจำ
- โพสต์: 239
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 11:20
- Bike: Gary Fisher >>>>>>> Father of MTB
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
โอ้ววันเดียวปาเข้าไป สามสิบกว่าโพสต์
สำหรับมือใหม่ในโลกจักรยานอย่างผม คิดว่า คาร์ ฟรี เดย์ ในเมืองไทย คงเป็นเหมือนแค่วันสำคัญวันหนึ่งของชาวจักรยาน ที่ออกมาแสดงตัว ว่าพวกเราก็มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้นะ
แต่ตอนนี้ผมว่าพวกเราหลงประเด็นกันไปมากกว่า คาร์ ฟรี เดย์ นะครับ ไม่ใช่วันรณรงค์การปั่นจักรยานโลก
ถึงแม้ผมจะไม่ได้ออกมาใช้จักรยานทุกวัน แต่ทุกวันทำงานของผม เป็นคาร์ ฟรี เดย์ ตลอดครับ เพราะผมใช้บริการรถเมล์สาธารณะ รถไฟฟ้า รถไฟ เรือโดยสาร รถสองแถว ทุกวัน ซึ่งรถยนต์ส่วนตัวก็มีครับ แต่ใช้เฉพาะวันหยุดที่ต้องเดินทางไกลๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองครับ ที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของ คาร์ ฟรี เดย์ คือให้พวกเราลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ รถบริการสาธารณะให้มากขึ้น ลองดูรูปที่สกรีน บนเสื้อที่แจกในงาน คาร์ ฟรี เดย์ หรือ อ่านเอกสารที่เขาแจกในงานดูจะเข้าใจได้ครับ จักรยาน เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้เท่านั้นเอง
ใครได้ ใครเสีย ผมไม่รู้ ไม่สนใจ แต่ผมดีใจที่ ยังมีคนที่ใส่ใจอยากปั่นจักรยาน แม้เพียงแค่ 1 วัน/ปี ก็นับว่าดีแล้ว กว่าการที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยครับ
สำหรับมือใหม่ในโลกจักรยานอย่างผม คิดว่า คาร์ ฟรี เดย์ ในเมืองไทย คงเป็นเหมือนแค่วันสำคัญวันหนึ่งของชาวจักรยาน ที่ออกมาแสดงตัว ว่าพวกเราก็มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้นะ
แต่ตอนนี้ผมว่าพวกเราหลงประเด็นกันไปมากกว่า คาร์ ฟรี เดย์ นะครับ ไม่ใช่วันรณรงค์การปั่นจักรยานโลก
ถึงแม้ผมจะไม่ได้ออกมาใช้จักรยานทุกวัน แต่ทุกวันทำงานของผม เป็นคาร์ ฟรี เดย์ ตลอดครับ เพราะผมใช้บริการรถเมล์สาธารณะ รถไฟฟ้า รถไฟ เรือโดยสาร รถสองแถว ทุกวัน ซึ่งรถยนต์ส่วนตัวก็มีครับ แต่ใช้เฉพาะวันหยุดที่ต้องเดินทางไกลๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองครับ ที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของ คาร์ ฟรี เดย์ คือให้พวกเราลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ รถบริการสาธารณะให้มากขึ้น ลองดูรูปที่สกรีน บนเสื้อที่แจกในงาน คาร์ ฟรี เดย์ หรือ อ่านเอกสารที่เขาแจกในงานดูจะเข้าใจได้ครับ จักรยาน เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้เท่านั้นเอง
ใครได้ ใครเสีย ผมไม่รู้ ไม่สนใจ แต่ผมดีใจที่ ยังมีคนที่ใส่ใจอยากปั่นจักรยาน แม้เพียงแค่ 1 วัน/ปี ก็นับว่าดีแล้ว กว่าการที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยครับ
<<< If you don't aim high, you shall never hit high. >>>
Gary Fisher Father of MTB
Gary Fisher Father of MTB
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
^
^
มีแบบนี้จริงๆ หรือครับ?
ผมว่าเกินเหตุไปนะ ไม่ได้ต่อต้านชุดจักรยาน แต่แหม ไปประชุม ไปงานแต่งงาน ไปงานศพ ดูจะไม่เหมาะ คนเขาจะว่าลับหลังเอาได้ว่าไม่ให้เกียรติเจ้าภาพนะ
ยกเว้น เราจะเป็นระดับประธานกลุ่มบริษัท งานแต่ง งานศพ เป็นงานของลูกน้องคนในบริษัท
ไปช็อปปิ้งหรือไปดูหนังก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่คนก็คงมองแปลกๆ เล่นสวมชุดทีมเต็มยศมาเลย
ยกเว้นแต่ว่าสวมกางเกงขาสั้นลำลองทับกางเกงจักรยาน สวมเสื้อยืดโปโล ถือหมวก ถือถุงมือ อันนี้ผมก็ทำบ่อยนะครับ หมวกก็เหน็บไว้ที่เป้ คนยังมองเลย
เกิดนักปั่นสาวๆ อยากปั่นจักรยานไปฟังเทศน์ฟังธรรมในวัดแล้วนุ่งกางเกงจักรยานฟิตเปรียะเข้าวัด มันก็กระไรอยู่ใช่มั้ยครับ?
อันนี้ผมออกจะไม่ค่อยเห็นด้วย โอเค เราอาจคิดว่าตัวเองเป็นปัจเจกชน จะคิดจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของคนๆ นั้น แต่ผมก็คิดว่ายังต้องดูกาลเทศะอยู่นะครับ
เออ..ถ้าเจ้าของบทความเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เหมาะสมหลังจากปั่นจักรยาน ก็ขออภัยที่อาจตกหล่นทำให้เข้าใจผิด
แต่ถ้าสวมทั้งชุดนั้นไปร่วมงาน ผมก็ว่ามันประหลาดไปนะ
^
^
มีแบบนี้จริงๆ หรือครับ?
ผมว่าเกินเหตุไปนะ ไม่ได้ต่อต้านชุดจักรยาน แต่แหม ไปประชุม ไปงานแต่งงาน ไปงานศพ ดูจะไม่เหมาะ คนเขาจะว่าลับหลังเอาได้ว่าไม่ให้เกียรติเจ้าภาพนะ
ยกเว้น เราจะเป็นระดับประธานกลุ่มบริษัท งานแต่ง งานศพ เป็นงานของลูกน้องคนในบริษัท
ไปช็อปปิ้งหรือไปดูหนังก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่คนก็คงมองแปลกๆ เล่นสวมชุดทีมเต็มยศมาเลย
ยกเว้นแต่ว่าสวมกางเกงขาสั้นลำลองทับกางเกงจักรยาน สวมเสื้อยืดโปโล ถือหมวก ถือถุงมือ อันนี้ผมก็ทำบ่อยนะครับ หมวกก็เหน็บไว้ที่เป้ คนยังมองเลย
เกิดนักปั่นสาวๆ อยากปั่นจักรยานไปฟังเทศน์ฟังธรรมในวัดแล้วนุ่งกางเกงจักรยานฟิตเปรียะเข้าวัด มันก็กระไรอยู่ใช่มั้ยครับ?
อันนี้ผมออกจะไม่ค่อยเห็นด้วย โอเค เราอาจคิดว่าตัวเองเป็นปัจเจกชน จะคิดจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของคนๆ นั้น แต่ผมก็คิดว่ายังต้องดูกาลเทศะอยู่นะครับ
เออ..ถ้าเจ้าของบทความเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เหมาะสมหลังจากปั่นจักรยาน ก็ขออภัยที่อาจตกหล่นทำให้เข้าใจผิด
แต่ถ้าสวมทั้งชุดนั้นไปร่วมงาน ผมก็ว่ามันประหลาดไปนะ
แก้ไขล่าสุดโดย Dhandranunda เมื่อ 29 ก.ย. 2010, 12:04, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
+10 ครับ ตรงประเด็นจริงๆfaroh26 เขียน:โอ้ววันเดียวปาเข้าไป สามสิบกว่าโพสต์![]()
![]()
สำหรับมือใหม่ในโลกจักรยานอย่างผม คิดว่า คาร์ ฟรี เดย์ ในเมืองไทย คงเป็นเหมือนแค่วันสำคัญวันหนึ่งของชาวจักรยาน ที่ออกมาแสดงตัว ว่าพวกเราก็มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้นะ
แต่ตอนนี้ผมว่าพวกเราหลงประเด็นกันไปมากกว่า คาร์ ฟรี เดย์ นะครับ ไม่ใช่วันรณรงค์การปั่นจักรยานโลก
ถึงแม้ผมจะไม่ได้ออกมาใช้จักรยานทุกวัน แต่ทุกวันทำงานของผม เป็นคาร์ ฟรี เดย์ ตลอดครับ เพราะผมใช้บริการรถเมล์สาธารณะ รถไฟฟ้า รถไฟ เรือโดยสาร รถสองแถว ทุกวัน ซึ่งรถยนต์ส่วนตัวก็มีครับ แต่ใช้เฉพาะวันหยุดที่ต้องเดินทางไกลๆ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองครับ ที่เป็นวัตถุประสงค์หลักของ คาร์ ฟรี เดย์ คือให้พวกเราลดการใช้รถส่วนตัว หันมาใช้ รถบริการสาธารณะให้มากขึ้น ลองดูรูปที่สกรีน บนเสื้อที่แจกในงาน คาร์ ฟรี เดย์ หรือ อ่านเอกสารที่เขาแจกในงานดูจะเข้าใจได้ครับ จักรยาน เป็นแค่ส่วนหนึ่งของแคมเปญนี้เท่านั้นเอง
ใครได้ ใครเสีย ผมไม่รู้ ไม่สนใจ แต่ผมดีใจที่ ยังมีคนที่ใส่ใจอยากปั่นจักรยาน แม้เพียงแค่ 1 วัน/ปี ก็นับว่าดีแล้ว กว่าการที่เราไม่ได้ทำอะไรเลยครับ
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- giggs11
- ขาประจำ
- โพสต์: 368
- ลงทะเบียนเมื่อ: 20 ก.ค. 2010, 16:58
- team: CHAM SQ / Coffee BIKE CLUB
- Bike: รถถัง ยี่ห้อ TIGER , Merida Matt TFS500D / OYAMA
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งของอาจารย์นะครับ ว่าการขี่จักรยานมันไม่สะดวกในบ้างสถานการณ์ เช่น เมื่อถึงช่วงเวลาที่เราเร่งรีบในชั่วโมงเร่งด่วน แต่อาจารย์ต้องไม่ลืมนะครับ ความจริงมันมีอีกหลายปัจจัยที่อาจารย์ไม่ได้พูดถึง เช่นเรื่องใกล้ตัวเราเองนี้แหละนั้นคือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนไทย คนไทยบางคนอะขี้เกียจครับ ( ไม่ได้มีเจตนาว่าใครนะ อิอิ ) ต่อให้อยากไปไหนสักทีที่ใกล้ๆในระยะทางที่ใช้จักรยานได้แต่ก็ไม่ใช้ เพราะคนไทยรักสบายครับ ต่อให้ท้องถนนในเมืองไทยไม่มีรถยนต์ก็เหอะ มันก็ยังไม่ปั่นหรอกครับไอ้จักรยานอะ ผมว่าตัวอาจารย์เองที่บอกว่าไปรณรงค์ CFD ที่ต่างประเทศมาตัวอาจารย์เองก็คงไม่น่าจะใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน เพราะผมเห็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายไม่ขับรถคันโตก็นั่งรถที่มีคนขับพาไปส่ง
ส่วนไอ้เรื่องการแต่งตัวนะ คนปั่นจักรยานอะ เขาไม่ได้ปั่นเพื่อจะได้แต่งตัวโก้ๆ หรอก ที่เขาใส่กันเพื่อนป้องกันตัวเองต่างหากครับ เพราะความไม่ปลอดภัยในการใช้จักรยานบนท้องถนนต่างหาก ทั้งๆที่ไอ้ถนนทุกเส้นเนียมันเป็นของทุกคน แต่คนหลายคนกลับมองว่ามันไม่ใช่ที่ของจักรยาน จนบางครั้งคนใช้รถยนต์กลับมองว่าการขี่จักรยานหรือคนที่ขี่จักรยานมาทำงานนั้นเป็นเรื่องที่โครตจะตลกเลยครับ 55555
ผมว่าบางครั้งการที่มีนักวิชาการออกมาเขียนบทความในแง่ลบต่างๆนาๆ ของบ้านเมืองเพื่อให้งานเขียนของตัวเองขายได้ ผมว่าเอาเวลาส่วนนั้นไปคิดดีกว่าทำอย่างไรให้เมืองไทยมันน่าอยู่กว่านี้
ป.ล. การแต่งตัวโก้เก๋แบบเต็มยศมันไม่ผิดกฎหมายนะครับ มันเป็นสิทธิของแต่ละคน และคนที่แต่งตัวเต็มยศไม่ได้ขี่จักรยานเพราะความบันเทิงอย่างเดียว ถ้าถนนเมืองไทยหรือระบบขนส่งของเมืองไทยมันเอื้ออำนวยมากกว่านี้ผมว่าพวกผมเองก็คงใช้จักรยานในชีวิตประจำวันเหมือนกัน สำหรับตัวผมการขี่จักรยานมันไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงนะ ผมพึ่งค้นพบโลกที่ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ทั้งหลายไม่เคยเข้าถึงมากกว่า 5555555
ส่วนไอ้เรื่องการแต่งตัวนะ คนปั่นจักรยานอะ เขาไม่ได้ปั่นเพื่อจะได้แต่งตัวโก้ๆ หรอก ที่เขาใส่กันเพื่อนป้องกันตัวเองต่างหากครับ เพราะความไม่ปลอดภัยในการใช้จักรยานบนท้องถนนต่างหาก ทั้งๆที่ไอ้ถนนทุกเส้นเนียมันเป็นของทุกคน แต่คนหลายคนกลับมองว่ามันไม่ใช่ที่ของจักรยาน จนบางครั้งคนใช้รถยนต์กลับมองว่าการขี่จักรยานหรือคนที่ขี่จักรยานมาทำงานนั้นเป็นเรื่องที่โครตจะตลกเลยครับ 55555
ผมว่าบางครั้งการที่มีนักวิชาการออกมาเขียนบทความในแง่ลบต่างๆนาๆ ของบ้านเมืองเพื่อให้งานเขียนของตัวเองขายได้ ผมว่าเอาเวลาส่วนนั้นไปคิดดีกว่าทำอย่างไรให้เมืองไทยมันน่าอยู่กว่านี้
ป.ล. การแต่งตัวโก้เก๋แบบเต็มยศมันไม่ผิดกฎหมายนะครับ มันเป็นสิทธิของแต่ละคน และคนที่แต่งตัวเต็มยศไม่ได้ขี่จักรยานเพราะความบันเทิงอย่างเดียว ถ้าถนนเมืองไทยหรือระบบขนส่งของเมืองไทยมันเอื้ออำนวยมากกว่านี้ผมว่าพวกผมเองก็คงใช้จักรยานในชีวิตประจำวันเหมือนกัน สำหรับตัวผมการขี่จักรยานมันไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิงนะ ผมพึ่งค้นพบโลกที่ผู้ใหญ่ที่มีความรู้ทั้งหลายไม่เคยเข้าถึงมากกว่า 5555555
สายลม+แรงขา=อิสระที่ผมพึ่งค้นพบ(ว่าปวดขา)
มือใหม่หัดปั่น FOOTBALL AND BICYCLE IS DRUG
The only thing necessary for triumph of EVIL is Good man DO Nothing
ปู่ คร๊าบ....บ กำลังใจจากปู่อยู่ที่ข้อมือผม
มือใหม่หัดปั่น FOOTBALL AND BICYCLE IS DRUG
The only thing necessary for triumph of EVIL is Good man DO Nothing
ปู่ คร๊าบ....บ กำลังใจจากปู่อยู่ที่ข้อมือผม
-
roychob
- ขาประจำ
- โพสต์: 1019
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 11:35
- team: กลุ่มรวมมิตร
- Bike: Touring
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
เป็นการดีที่นักปั่นได้ร่วมวงคุยกันอย่างนี้
คาร์ฟรีเดย์ปีนี้ ก็จัดไม่เหมือนปีที่แล้ว
ที่ผ่านๆมาได้แต่รวมตัวนักปั่นถ่ายเป็นรูปขวานทองเพื่อสร้างสถิติ
ก็เท่านั้น
การจัดงานปีนี้ ต้องถือว่าก้าวย่างไปอีกหนึ่ง
ประเด็นที่จุดติดนี้คงส่งแสงประกายเข้าตาผู้จัดงานแน่ๆ
***
ศ. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เจ้าของบทความเป็นคนที่คลุกคลีกับจักรยานมานานแล้วครับ
หารายละเอียดจากกูเกิลกันได้ครับ
คาร์ฟรีเดย์ปีนี้ ก็จัดไม่เหมือนปีที่แล้ว
ที่ผ่านๆมาได้แต่รวมตัวนักปั่นถ่ายเป็นรูปขวานทองเพื่อสร้างสถิติ
ก็เท่านั้น
การจัดงานปีนี้ ต้องถือว่าก้าวย่างไปอีกหนึ่ง
ประเด็นที่จุดติดนี้คงส่งแสงประกายเข้าตาผู้จัดงานแน่ๆ
***
ศ. ธงชัย พรรณสวัสดิ์ เจ้าของบทความเป็นคนที่คลุกคลีกับจักรยานมานานแล้วครับ
หารายละเอียดจากกูเกิลกันได้ครับ
“ความจริงใจพบเจอได้ แต่เรียกหาไม่ได้
สหายคบหาได้ แต่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้ ” •••ร้อยโฉบ•••
สหายคบหาได้ แต่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้ ” •••ร้อยโฉบ•••
- poomsira
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 17:43
- team: ChamSq (CSQ777)
- Bike: Specialized Sirrus; Bike Friday Pocket Rocket 105; Bianchi Nirone Veloce
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
อาจารย์ธงชัยท่านเขียนไว้ครับ หนังสือพิมพ์มติชน วันอาทิตย์ที่ 26 หน้า 5 คอลัมน์ talk of the townGT2008 เขียน:ขอแสดงความคิดเห็นต่อนิดนึงนะครับ
ข้อความที่เห็นใน Link นี้
http://www.oknation.net/blog/tigerjun/2 ... 28/entry-1
ใน คอลัมน์ ทอล์ค ออฟ .......ฯลฯ โดย............
ข้อเท็จจริงที่ผมยังไม่ทราบ คือ ตัวอักษรที่ตีพิมพ์ลงใน คอลัมน์ฯ ดังกล่าว
ผมยังไม่เคยเห็นของจริงๆ ....
ดังนั้นการวิภาคใดๆ ผมคิดว่า วิจารณ์ไปที่ Link กับข้อความที่ปรากฏใน blog ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
อย่าต่อเนี่องไปถึง ชื่อตัวบุคคลทีี่่ปรากฏ โดย............ หรือแม้กระทั่งเจ้าของ blog ก็ตาม
อาจจะไม่เป็นการยุติธรรมนัก เพราะ ชื่อบุคคลดังกล่าว โดย............ "เขาอาจเขียนหรือไม่เขียนก็ได้"
ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ยังไม่ทราบแน่แท้
เพราะเขาไม่อาจมาตอบโต้กับพวกเราในที่นี้ได้
Cars : Limitations
Bicycles : Possibilities
Bicycles : Possibilities
- poomsira
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 17:43
- team: ChamSq (CSQ777)
- Bike: Specialized Sirrus; Bike Friday Pocket Rocket 105; Bianchi Nirone Veloce
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ขอโทษครับคุณธรรมนูญที่ทำให้เข้าใจผิด ผมได้พิมพ์ในโพสต์ที่แล้วว่าถ้าเป็นงานที่ต้องสุภาพ ก็จะเอาชุดเปลี่ยนใส่เป้ไปด้วย เห็นด้วยครับว่าเราต้องเคารพสถานที่และกาลเทศะDhandranunda เขียน:ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
^
^
มีแบบนี้จริงๆ หรือครับ?
ผมว่าเกินเหตุไปนะ ไม่ได้ต่อต้านชุดจักรยาน แต่แหม ไปประชุม ไปงานแต่งงาน ไปงานศพ ดูจะไม่เหมาะ คนเขาจะว่าลับหลังเอาได้ว่าไม่ให้เกียรติเจ้าภาพนะ
ยกเว้น เราจะเป็นระดับประธานกลุ่มบริษัท งานแต่ง งานศพ เป็นงานของลูกน้องคนในบริษัท
ไปช็อปปิ้งหรือไปดูหนังก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่คนก็คงมองแปลกๆ เล่นสวมชุดทีมเต็มยศมาเลย
ยกเว้นแต่ว่าสวมกางเกงขาสั้นลำลองทับกางเกงจักรยาน สวมเสื้อยืดโปโล ถือหมวก ถือถุงมือ อันนี้ผมก็ทำบ่อยนะครับ หมวกก็เหน็บไว้ที่เป้ คนยังมองเลย
เกิดนักปั่นสาวๆ อยากปั่นจักรยานไปฟังเทศน์ฟังธรรมในวัดแล้วนุ่งกางเกงจักรยานฟิตเปรียะเข้าวัด มันก็กระไรอยู่ใช่มั้ยครับ?
อันนี้ผมออกจะไม่ค่อยเห็นด้วย โอเค เราอาจคิดว่าตัวเองเป็นปัจเจกชน จะคิดจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของคนๆ นั้น แต่ผมก็คิดว่ายังต้องดูกาลเทศะอยู่นะครับ
เออ..ถ้าเจ้าของบทความเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เหมาะสมหลังจากปั่นจักรยาน ก็ขออภัยที่อาจตกหล่นทำให้เข้าใจผิด
แต่ถ้าสวมทั้งชุดนั้นไปร่วมงาน ผมก็ว่ามันประหลาดไปนะ
ในชีวิตจริง ก็ขอยกตัวอย่างนะครับ
1. ไปงานศพ ผมใส่เสื้อจักรยาน กางเกงจักรยานแล้วกางเกงแสล็กขายาวดำทับ รองเท้าก็ปั่นทั้งๆ ที่ใส่รองเท้าหนังสีดำ แล้วก็เอาเสื้อเชิ้ตขาว เน็กไทดำใส่เป้ไปเปลี่ยน ถ้างานที่เจ้านายเสด็จก็พับสูทใส่เป้ไปด้วย (ไม่ยับครับ)
2. งานแต่งงาน งานหรูๆ ในโรงแรม ก็ทำเช่นกัน เอาจักรยานไปฝาก รปภ หรือ front desk แล้วก็เดินฝ่าล้อบบี้ไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยน เอาเป้ใส่ชุดจักรยานกลับไปฝาก front desk แต่ถ้างานชุมนุมศิษย์เก่า งานรวมกลุ่มเพื่อน งานอะไรที่มันไม่ได้จัดในห้องอาหารในโรงแรมห้าดาว ก็ไปแบบชุดจักรยานนี่แหละครับ
3. ประชุมลูกค้า แล้วแต่ว่างานอะไร ถ้าลูกค้าเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันที่รู้จักกันนานแล้ว ก็คุยกันทั้งๆ ชุดจักรยานนะแหละ แต่ถ้าระดับผู้บริหาร หรือคนที่ไม่ได้สนิทด้วย ก็เอาชุดเปลี่ยนครับ
4. ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง กินข้าว เดินห้าง ก็ชุดจักรยานเลยครับ
เวลาผมปั่นใกล้ๆ ก็ใส่ชุดธรรมดาปั่นครับ อย่างเวลาอยู่ออฟฟิสจะไปธนาคารหรือกินข้าวเที่ยง ก็ปั่นออกมาทั้งชุดทำงาน เพียงแต่ว่าเวลาผมจะไปไหนมาไหนส่วนใหญ่มันไกลครับ เหงื่อออกมากครับ
Cars : Limitations
Bicycles : Possibilities
Bicycles : Possibilities
- Dhandranunda
- ขาประจำ
- โพสต์: 9545
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 พ.ค. 2010, 20:58
- Tel: 083970โหลโหลโหล
- team: ไม่มี
- Bike: Merida Matts 70d /Masi Triple CX
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
poomsira เขียน:ขอโทษครับคุณธรรมนูญที่ทำให้เข้าใจผิด ผมได้พิมพ์ในโพสต์ที่แล้วว่าถ้าเป็นงานที่ต้องสุภาพ ก็จะเอาชุดเปลี่ยนใส่เป้ไปด้วย เห็นด้วยครับว่าเราต้องเคารพสถานที่และกาลเทศะDhandranunda เขียน:ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
^
^
มีแบบนี้จริงๆ หรือครับ?
ผมว่าเกินเหตุไปนะ ไม่ได้ต่อต้านชุดจักรยาน แต่แหม ไปประชุม ไปงานแต่งงาน ไปงานศพ ดูจะไม่เหมาะ คนเขาจะว่าลับหลังเอาได้ว่าไม่ให้เกียรติเจ้าภาพนะ
ยกเว้น เราจะเป็นระดับประธานกลุ่มบริษัท งานแต่ง งานศพ เป็นงานของลูกน้องคนในบริษัท
ไปช็อปปิ้งหรือไปดูหนังก็คงไม่เป็นไรมั้ง แต่คนก็คงมองแปลกๆ เล่นสวมชุดทีมเต็มยศมาเลย
ยกเว้นแต่ว่าสวมกางเกงขาสั้นลำลองทับกางเกงจักรยาน สวมเสื้อยืดโปโล ถือหมวก ถือถุงมือ อันนี้ผมก็ทำบ่อยนะครับ หมวกก็เหน็บไว้ที่เป้ คนยังมองเลย
เกิดนักปั่นสาวๆ อยากปั่นจักรยานไปฟังเทศน์ฟังธรรมในวัดแล้วนุ่งกางเกงจักรยานฟิตเปรียะเข้าวัด มันก็กระไรอยู่ใช่มั้ยครับ?
อันนี้ผมออกจะไม่ค่อยเห็นด้วย โอเค เราอาจคิดว่าตัวเองเป็นปัจเจกชน จะคิดจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของคนๆ นั้น แต่ผมก็คิดว่ายังต้องดูกาลเทศะอยู่นะครับ
เออ..ถ้าเจ้าของบทความเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดที่เหมาะสมหลังจากปั่นจักรยาน ก็ขออภัยที่อาจตกหล่นทำให้เข้าใจผิด
แต่ถ้าสวมทั้งชุดนั้นไปร่วมงาน ผมก็ว่ามันประหลาดไปนะ
ในชีวิตจริง ก็ขอยกตัวอย่างนะครับ
1. ไปงานศพ ผมใส่เสื้อจักรยาน กางเกงจักรยานแล้วกางเกงแสล็กขายาวดำทับ รองเท้าก็ปั่นทั้งๆ ที่ใส่รองเท้าหนังสีดำ แล้วก็เอาเสื้อเชิ้ตขาว เน็กไทดำใส่เป้ไปเปลี่ยน ถ้างานที่เจ้านายเสด็จก็พับสูทใส่เป้ไปด้วย (ไม่ยับครับ)
2. งานแต่งงาน งานหรูๆ ในโรงแรม ก็ทำเช่นกัน เอาจักรยานไปฝาก รปภ หรือ front desk แล้วก็เดินฝ่าล้อบบี้ไปเข้าห้องน้ำเปลี่ยน เอาเป้ใส่ชุดจักรยานกลับไปฝาก front desk แต่ถ้างานชุมนุมศิษย์เก่า งานรวมกลุ่มเพื่อน งานอะไรที่มันไม่ได้จัดในห้องอาหารในโรงแรมห้าดาว ก็ไปแบบชุดจักรยานนี่แหละครับ
3. ประชุมลูกค้า แล้วแต่ว่างานอะไร ถ้าลูกค้าเด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันที่รู้จักกันนานแล้ว ก็คุยกันทั้งๆ ชุดจักรยานนะแหละ แต่ถ้าระดับผู้บริหาร หรือคนที่ไม่ได้สนิทด้วย ก็เอาชุดเปลี่ยนครับ
4. ดูหนัง ฟังเพลง ช้อปปิ้ง กินข้าว เดินห้าง ก็ชุดจักรยานเลยครับ
เวลาผมปั่นใกล้ๆ ก็ใส่ชุดธรรมดาปั่นครับ อย่างเวลาอยู่ออฟฟิสจะไปธนาคารหรือกินข้าวเที่ยง ก็ปั่นออกมาทั้งชุดทำงาน เพียงแต่ว่าเวลาผมจะไปไหนมาไหนส่วนใหญ่มันไกลครับ เหงื่อออกมากครับ
ต้องขออภัยที่เข้าใจผิดครับ
ขวด
The Power Of Slow Ride
The Power Of Slow Ride
- poomsira
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 17:43
- team: ChamSq (CSQ777)
- Bike: Specialized Sirrus; Bike Friday Pocket Rocket 105; Bianchi Nirone Veloce
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
มิเป็นไรมิได้ครับ ผมเขียนไม่เคลียร์เองครับ 
Cars : Limitations
Bicycles : Possibilities
Bicycles : Possibilities
- faroh26
- ขาประจำ
- โพสต์: 239
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 11:20
- Bike: Gary Fisher >>>>>>> Father of MTB
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
สังคมจักรยานนี่ดีเนอะ อย่างนี้ผมรักตายเลย
แสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเปิดเผย ผิดถูก พร้อมที่จะให้อภัยกัน คงไม่มีใครถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด หรอกครับ
สังคมไทยเรามันเป็นแบบนี้ คงต้องร้องเพลงของเบเกอร์รี่กันต่อไปล่ะครับ
" อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่จะรับมัน ตามความคิด สติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด "

แสดงความคิดเห็นกันได้อย่างเปิดเผย ผิดถูก พร้อมที่จะให้อภัยกัน คงไม่มีใครถูกทั้งหมด หรือผิดทั้งหมด หรอกครับ
สังคมไทยเรามันเป็นแบบนี้ คงต้องร้องเพลงของเบเกอร์รี่กันต่อไปล่ะครับ
" อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่จะรับมัน ตามความคิด สติเราให้ทัน อยู่กับสิ่งที่มี ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน และทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด "
<<< If you don't aim high, you shall never hit high. >>>
Gary Fisher Father of MTB
Gary Fisher Father of MTB
- tasamalee
- ขาประจำ
- โพสต์: 1120
- ลงทะเบียนเมื่อ: 28 ก.ค. 2010, 20:22
- Tel: 089-452-2283
- team: GARMIN BICYCLE
- Bike: ดูข้อมูลของ EDGE เพิ่มที่นี่ http://garminbicycle.blogspot.com/
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมใช้จักรยานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เมื่อ35ปี กอ่นผมก็ไม่มีถุงมือไม่มีหมวกครับ แต่เมื่อ7ปีที่ผ่านมาผมใช้ถุงมือและหมวกมาตรอดเลย
...ทำไมผมถึงใช้มัน...เมื่อ7ปีก่อนผมเกิดจักรยานล้ม....จึงคิดได้ เรื่องความของsafetyต้องคิดติดลบสุดๆ...เรื่องการใช้ชีวิตต้องคิดบวกมากๆ ครับ
...ทำไมผมถึงใช้มัน...เมื่อ7ปีก่อนผมเกิดจักรยานล้ม....จึงคิดได้ เรื่องความของsafetyต้องคิดติดลบสุดๆ...เรื่องการใช้ชีวิตต้องคิดบวกมากๆ ครับ
GARMIN BICYCLE รับซ่อมไมล์ garminและไมล์ igpsport ติดต่อได้ที่
Line ID: garminbicycle
facebook:จิรพงษ์ ทัศมาลี
ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ลิงค์นี้ครับ
ลิงก์ร้านค้า https://shopee.co.th/igpsport
Line ID: garminbicycle
facebook:จิรพงษ์ ทัศมาลี
ดูรายละเอียดสินค้าได้ที่ลิงค์นี้ครับ
ลิงก์ร้านค้า https://shopee.co.th/igpsport
- ชยุต (Pc)
- ขาประจำ
- โพสต์: 210
- ลงทะเบียนเมื่อ: 06 ส.ค. 2008, 22:33
- team: กลุ่มชมสวน
- Bike: GT PANTERA
- ตำแหน่ง: Nonthaburi
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
เราชาวจักรยานด้วยกัน หลายท่านมีจุดประสงค์ให้รัฐพัฒนาทางจักรยานด้วยกัน น่าทำความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับกลุ่มผู้ใช้จักรยานนะครับ
ผมลองสืบค้นดู เจอมา 2 หัวข้อ ดังนี้
"คนรักกับคนใช้จักรยาน" พี่สมพิศ นำมาจาก มติชนรายวัน ฉบับ 14 พ.ค. 49
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=90611
http://www.thaincc.com/index.php/knowin ... users.html
"การแบ่งกลุ่มผู้ใช้จักรยาน" คุณจารุกัญญา นำมาจากคอลัมน์ “ฟ้ากว้าง” เดลินิวส์ เมื่อ 24 ก.พ. 51
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 1044&st=34
http://www.thaincc.com/index.php/knowin ... users.html
ผมลองสืบค้นดู เจอมา 2 หัวข้อ ดังนี้
"คนรักกับคนใช้จักรยาน" พี่สมพิศ นำมาจาก มติชนรายวัน ฉบับ 14 พ.ค. 49
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkatoo.pl?id=90611
http://www.thaincc.com/index.php/knowin ... users.html
"การแบ่งกลุ่มผู้ใช้จักรยาน" คุณจารุกัญญา นำมาจากคอลัมน์ “ฟ้ากว้าง” เดลินิวส์ เมื่อ 24 ก.พ. 51
http://www.thaimtb.com/cgi-bin/viewkato ... 1044&st=34
http://www.thaincc.com/index.php/knowin ... users.html
หนทางง่ายๆ ในการพาร่างกายไปใกล้ธรรมชาติ คือ จักรยาน … เชิญชมและติดตาม:
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
รวม URL กระทู้แนะนำเส้นทางจักรยานชานเมือง และแผนที่, My Twitter, My Facebook
- faroh26
- ขาประจำ
- โพสต์: 239
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 11:20
- Bike: Gary Fisher >>>>>>> Father of MTB
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมสนใจมาขี่จักรยานก็ด้วยเพราะเหตุผลแบบนี้ล่ะครับ เห็นคนอื่นเขาขี่กัน น่าสนุก แถมยังได้เป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว ประหยัดค่าเดินทาง(ใกล้ๆ)ไปทำงานตอนเช้าไปได้อีกเยอะ เพราะถ้านั่งมอเตอร์ไซค์วินมาขึ้นรถไฟฟ้า 2 เที่ยว ก็ 50 บาทต่อวัน ทำงาน 20 วัน ประหยัดไปได้ 1,000 บาท แล้วเห็นๆ เก็บตังค์เอาไปเลี้ยงสาวหรือแต่งจักรยานดีกว่าครับaltesia เขียน:จะสรุปง่ายๆ ก็คือว่างานนี้ไม่ได้ทำเพื่อตามียายมา แต่เพื่อให้นักการเมืองที่ขี่จักรยานเอาหน้าผ่านกล้องโทรทัศน์ ได้รับรู้ถึงจำนวนและพลังของคนใช้จักรยาน ให้คนที่ได้พบเห็นเกิดความสนใจและหันมาขี่จักรยาน (วันงานผมได้ไปซื้อน้ำกินที่แผงลอยที่สวนจตุจักร แม่ค้าถามว่าเห็นเมื่อเช้ามีขี่จักรยานขบวนใหญ่ ดีเน๊อะ เห็นแล้วอยากขี่บ้าง แต่อย่าไปถามคนขับรถใช้ถนนละ เค้าไม่ต่อยให้ที่ทำรถติดก็บุญแล้ว แต่พวกพี่ก็ใช้ถนนทุกวันอยู่แล้วนา ขอแก็งจักรยานซิ่งกวนเมืองสักวันไม่ได้เหรอ??)
<<< If you don't aim high, you shall never hit high. >>>
Gary Fisher Father of MTB
Gary Fisher Father of MTB