ศาลต้นฟุตบอล ซอยชัยพฤกษ์ ???
-
roychob
- ขาประจำ
- โพสต์: 1019
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ค. 2009, 11:35
- team: กลุ่มรวมมิตร
- Bike: Touring
ศาลต้นฟุตบอล ซอยชัยพฤกษ์ ???
(ชวนคุยครับ)
ศาลต้นฟุตบอล ซอยชัยพฤกษ์
อยู่ปากทางเข้าถนนสวนผักครับ
ผมปั่นจักรยานผ่านแถวนั้นบ่อยๆ เห็นแล้วก็ข้องใจอยู่ว่าทำไมถึงได้ใช้ชื่อนี้
มีใครอยู่ละแวกนั้น พอรู้ที่มาที่ไปไหมครับ
ช่วงแจ้งแถลงไขให้หายงงงวยหน่อย
ขอบคุณมากครับ
กดดูภาพที่หน้า 4กระทู้นี้ครับ
ศาลต้นฟุตบอล ซอยชัยพฤกษ์
อยู่ปากทางเข้าถนนสวนผักครับ
ผมปั่นจักรยานผ่านแถวนั้นบ่อยๆ เห็นแล้วก็ข้องใจอยู่ว่าทำไมถึงได้ใช้ชื่อนี้
มีใครอยู่ละแวกนั้น พอรู้ที่มาที่ไปไหมครับ
ช่วงแจ้งแถลงไขให้หายงงงวยหน่อย
ขอบคุณมากครับ
กดดูภาพที่หน้า 4กระทู้นี้ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย roychob เมื่อ 07 ส.ค. 2011, 09:08, แก้ไขแล้ว 5 ครั้ง
“ความจริงใจพบเจอได้ แต่เรียกหาไม่ได้
สหายคบหาได้ แต่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้ ” •••ร้อยโฉบ•••
สหายคบหาได้ แต่เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้ ” •••ร้อยโฉบ•••
- faroh26
- ขาประจำ
- โพสต์: 239
- ลงทะเบียนเมื่อ: 17 ส.ค. 2010, 11:20
- Bike: Gary Fisher >>>>>>> Father of MTB
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ขอบคุณที่มีบทความดีๆมาให้อ่านครับ
<<< If you don't aim high, you shall never hit high. >>>
Gary Fisher Father of MTB
Gary Fisher Father of MTB
- veenono
- ขาประจำ
- โพสต์: 15565
- ลงทะเบียนเมื่อ: 19 พ.ย. 2008, 21:12
- Tel: 089 776-9110
- team: ฝ่ายข่าวชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย TCC.
- Bike: รถถีบไทยใช้ใจขับเคลื่อน ใต้แสงเดือนและตะวัน http://www.thaimtb.com/forum/viewtopic. ... 6#p3343446
- ตำแหน่ง: 4/35ม.6ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ แขวง/เขต หนองแขม กรุงเทพฯ10160
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ขอบคุณครับที่แบ่งปัน
พูดคุยทักทาย-แนะนำทาง facebookและอีกหลายๆกิจกรรมจาก veenono คลิ๊กเลย
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
ทริป" รักนี้ให้เธอ Tour of Myanmar Meakhong Challenge2013"
จงทำกรรมดี ละเว้นกรรมชั่ว เป็นผู้ให้จะได้ ลดความเห็นแก่ตัว
จักรยานก็เหมือนเม็ดข้าวเม็ดถั่วเม็ดงา ใครปลูกใครหว่านก็ดีมีประโยชน์ต่อสัตว์โลกทั้งนั้นทำไปเถอะ
- notebkk
- สมาชิก
- โพสต์: 10
- ลงทะเบียนเมื่อ: 23 มี.ค. 2010, 15:38
- team: เต่าทางเรียบ
- Bike: Touring
- ตำแหน่ง: Bangkok
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
It's the inconvenien truth. เป็นเรื่องจริงที่เจ็บปวดครับ
- GT2008
- ขาประจำ
- โพสต์: 4156
- ลงทะเบียนเมื่อ: 30 ก.ย. 2008, 11:20
- team: ปั่นไม่โหด ความเร็วไม่เกิน 30
- Bike: MTB, RB, FB
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ
ผมใช้จักรยานในหลายๆ รูปแบบในชีวิตประจำวัน
บ้านผมอยู่สาทร ที่ทำงานบางรัก
เท่าที่อ่านประเด็นจะอยู่ที่ชุดจักรยาน
ผมจะสวมหมวกกันกระแทกและถุงมือทุกครั้งที่ปั่น ไม่ว่าใกล้-ไกลแค่ไหนก็ตาม เพราะมันเป็นเรื่องของความปลอดภัยเบื้องต้น
(1.) ขี่ไปทำงาน ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานประมาณ 4 ก.ม. ไปกลับ 8 ก.ม.
อย่างนี้ผมจะไม่เน้นแต่งตัวอะไร เสี้อเชิร์ตขาว ผูกไทเป็นบางครั้ง แต่ไม่ค่อยบ่อยเพราะมันร้อน ส่วนกางเกง ก็ขายาวธรรมดา ที่คนทั่วๆ ไปใส่ไปทำงานกัน ไม่มีซับปอร์ดอะไรทั้งสิ้น ขี่ทุกวันจนชิน จนก้นไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
(2.) ไปซื้อกับข้าว ข้าวของเครื่องใช้ เที่ยวงาน Fair ไปมาหาสู่มิตรสหาย ระยะทางประมาณ 20 ก.ม. ก็ใส่เสื้อยืด กางเกงขายาว ธรรมดาเช่นกัน
(3.) ออกกำลังกายยามเย็น กินลมชมวิว ก็ใส่เสี้อยืด กางเกงขายาวธรรมดาอีกเช่นกัน ระยะทางไม่เกิน 30 ก.ม.
(4.) แต่ถ้าไปร่วมก๊วนกับเพื่่อนๆ ท่องเที่ยว ในระยะทางที่ไกลมากขึ้น อาจเริ่มจาก 30 ก.ม. ขึ้นไป อย่างนี้ต้องใช้ชุดจักรยาน เพราะจะช่วยระบายเหงื่อ และกันก้นเจ็บได้เป็นอย่างดี
(5.) ผมไม่ใช่นักแข่ง ไม่มีกฎข้อใดที่ห้ามไม่ให้ผมสวมชุดปั่นจักรยานไม่ได้ นักว่ายน้ำ นักเล่นยูโด นักวอลเลย์บอล นักฟุตบอล นักฟันดาบ ฯลฯ คนที่เล่นกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อการออกกำลังกาย ล้วนมีชุดตามแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่นักแข่งขัน เขาก็แต่งชูดตามแบบกีฬาประเภทนั้นๆ
เพราะฉะนั้นชุดจักรยานใครจะแต่งไม่แต่งก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ของการรณรงค์
ไม่มีกฎข้อห้ามของประเภทของรถ ราคาแพงไม่แพง ต้องสวมหมวก ถุงมือ ถุงมือ รองเท้า ถุงแขน
ที่ว่าคนใช้จักรยานส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ารวมรณรงค์ เป็นเพราะข้อมูลข่าวสารไปไม่ทั่วถึง
ความรู้สึกแบ่งแยก ส่วนใหญ่เรื่องของประเภทของรถ และราคาจักรยาน ซึ่งไม่น่าเอามาเป็นประเด็นเลย
ตัวอย่างของผู้รณรงค์ การรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ผู้รณรงค์ก็สูบบ้าง ไม่สูบบ้าง และไม่ใช่ว่าผู้ไม่สูบทุกคนหรือส่วนใหญ่ จะต้องเข้าร่วมการรณรงค์ ผู้สูบบุหรี่ ผู้อยากเลิกบุหรี่ ก็เห็นหลายคนช่วยกันรณรงค์เลิกบุหรี่
เป้าหมายและประเด็นสำคัญของการรณรงค์คือ การแสดงเจตนาว่า จักรยานเป็นอีกทางเลีอกหนึ่งของการคมนาคม
ใครจะว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ เป็นการแสดงพลัง ชั่วครั้งชั่วคราว ทำเอาหน้า ผู้รณรงค์หลายท่านอาจนำจักรยานใส่รถมา และมาปั่น
ผมว่ามันก็ไม่ใช่ที่เราจะต้องมาปิดกัน กีดกัน กระแนะกระแหนคนต่างๆ เหล่านี้
ผมเห็นว่า ทุกคนที่มาร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการ "รณรงค์การใช้จักรยาน" ทั้งสิ้น เป็นการนำเสนอทางเลีอกอีกทางหน่ึ่ง
ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนอื่นๆ จะต้องมาใช้จักรยานกัน ชอบก็มาหามาปั่นกัน ใครไม่ชอบก็แล้วไป
ขอเพียงผู้รณรงค์มาร่วมกันแสดงความรู้สึกนึกคิด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ดังนั้น การรณรงค์ เป็น "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ก็เท่านั้นเอง
ตัวผมเองก็เป็นคนหน่ึ่งที่หันมาใช้จักรยาน ก็เพราะ "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ดังกล่าว

ผมใช้จักรยานในหลายๆ รูปแบบในชีวิตประจำวัน
บ้านผมอยู่สาทร ที่ทำงานบางรัก
เท่าที่อ่านประเด็นจะอยู่ที่ชุดจักรยาน
ผมจะสวมหมวกกันกระแทกและถุงมือทุกครั้งที่ปั่น ไม่ว่าใกล้-ไกลแค่ไหนก็ตาม เพราะมันเป็นเรื่องของความปลอดภัยเบื้องต้น
(1.) ขี่ไปทำงาน ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานประมาณ 4 ก.ม. ไปกลับ 8 ก.ม.
อย่างนี้ผมจะไม่เน้นแต่งตัวอะไร เสี้อเชิร์ตขาว ผูกไทเป็นบางครั้ง แต่ไม่ค่อยบ่อยเพราะมันร้อน ส่วนกางเกง ก็ขายาวธรรมดา ที่คนทั่วๆ ไปใส่ไปทำงานกัน ไม่มีซับปอร์ดอะไรทั้งสิ้น ขี่ทุกวันจนชิน จนก้นไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
(2.) ไปซื้อกับข้าว ข้าวของเครื่องใช้ เที่ยวงาน Fair ไปมาหาสู่มิตรสหาย ระยะทางประมาณ 20 ก.ม. ก็ใส่เสื้อยืด กางเกงขายาว ธรรมดาเช่นกัน
(3.) ออกกำลังกายยามเย็น กินลมชมวิว ก็ใส่เสี้อยืด กางเกงขายาวธรรมดาอีกเช่นกัน ระยะทางไม่เกิน 30 ก.ม.
(4.) แต่ถ้าไปร่วมก๊วนกับเพื่่อนๆ ท่องเที่ยว ในระยะทางที่ไกลมากขึ้น อาจเริ่มจาก 30 ก.ม. ขึ้นไป อย่างนี้ต้องใช้ชุดจักรยาน เพราะจะช่วยระบายเหงื่อ และกันก้นเจ็บได้เป็นอย่างดี
(5.) ผมไม่ใช่นักแข่ง ไม่มีกฎข้อใดที่ห้ามไม่ให้ผมสวมชุดปั่นจักรยานไม่ได้ นักว่ายน้ำ นักเล่นยูโด นักวอลเลย์บอล นักฟุตบอล นักฟันดาบ ฯลฯ คนที่เล่นกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อการออกกำลังกาย ล้วนมีชุดตามแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่นักแข่งขัน เขาก็แต่งชูดตามแบบกีฬาประเภทนั้นๆ
เพราะฉะนั้นชุดจักรยานใครจะแต่งไม่แต่งก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ของการรณรงค์
ไม่มีกฎข้อห้ามของประเภทของรถ ราคาแพงไม่แพง ต้องสวมหมวก ถุงมือ ถุงมือ รองเท้า ถุงแขน
ที่ว่าคนใช้จักรยานส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ารวมรณรงค์ เป็นเพราะข้อมูลข่าวสารไปไม่ทั่วถึง
ความรู้สึกแบ่งแยก ส่วนใหญ่เรื่องของประเภทของรถ และราคาจักรยาน ซึ่งไม่น่าเอามาเป็นประเด็นเลย
ตัวอย่างของผู้รณรงค์ การรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ผู้รณรงค์ก็สูบบ้าง ไม่สูบบ้าง และไม่ใช่ว่าผู้ไม่สูบทุกคนหรือส่วนใหญ่ จะต้องเข้าร่วมการรณรงค์ ผู้สูบบุหรี่ ผู้อยากเลิกบุหรี่ ก็เห็นหลายคนช่วยกันรณรงค์เลิกบุหรี่
เป้าหมายและประเด็นสำคัญของการรณรงค์คือ การแสดงเจตนาว่า จักรยานเป็นอีกทางเลีอกหนึ่งของการคมนาคม
ใครจะว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ เป็นการแสดงพลัง ชั่วครั้งชั่วคราว ทำเอาหน้า ผู้รณรงค์หลายท่านอาจนำจักรยานใส่รถมา และมาปั่น
ผมว่ามันก็ไม่ใช่ที่เราจะต้องมาปิดกัน กีดกัน กระแนะกระแหนคนต่างๆ เหล่านี้
ผมเห็นว่า ทุกคนที่มาร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการ "รณรงค์การใช้จักรยาน" ทั้งสิ้น เป็นการนำเสนอทางเลีอกอีกทางหน่ึ่ง
ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนอื่นๆ จะต้องมาใช้จักรยานกัน ชอบก็มาหามาปั่นกัน ใครไม่ชอบก็แล้วไป
ขอเพียงผู้รณรงค์มาร่วมกันแสดงความรู้สึกนึกคิด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ดังนั้น การรณรงค์ เป็น "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ก็เท่านั้นเอง
ตัวผมเองก็เป็นคนหน่ึ่งที่หันมาใช้จักรยาน ก็เพราะ "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ดังกล่าว
- breezent
- ขาประจำ
- โพสต์: 4736
- ลงทะเบียนเมื่อ: 12 พ.ค. 2010, 20:32
- Tel: 089.109.6334
- team: Cham SQ.
- Bike: เสือดำ Trek3900 | เสือเขียวเหลือง Specialized Allez Comp hTC
- ตำแหน่ง: พุทธมณฑลสาย3
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
+100GT2008 เขียน:ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคนครับ
ผมใช้จักรยานในหลายๆ รูปแบบในชีวิตประจำวัน
บ้านผมอยู่สาทร ที่ทำงานบางรัก
เท่าที่อ่านประเด็นจะอยู่ที่ชุดจักรยาน
ผมจะสวมหมวกกันกระแทกและถุงมือทุกครั้งที่ปั่น ไม่ว่าใกล้-ไกลแค่ไหนก็ตาม เพราะมันเป็นเรื่องของความปลอดภัยเบื้องต้น
(1.) ขี่ไปทำงาน ระยะทางจากบ้านไปที่ทำงานประมาณ 4 ก.ม. ไปกลับ 8 ก.ม.
อย่างนี้ผมจะไม่เน้นแต่งตัวอะไร เสี้อเชิร์ตขาว ผูกไทเป็นบางครั้ง แต่ไม่ค่อยบ่อยเพราะมันร้อน ส่วนกางเกง ก็ขายาวธรรมดา ที่คนทั่วๆ ไปใส่ไปทำงานกัน ไม่มีซับปอร์ดอะไรทั้งสิ้น ขี่ทุกวันจนชิน จนก้นไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป
(2.) ไปซื้อกับข้าว ข้าวของเครื่องใช้ เที่ยวงาน Fair ไปมาหาสู่มิตรสหาย ระยะทางประมาณ 20 ก.ม. ก็ใส่เสื้อยืด กางเกงขายาว ธรรมดาเช่นกัน
(3.) ออกกำลังกายยามเย็น กินลมชมวิว ก็ใส่เสี้อยืด กางเกงขายาวธรรมดาอีกเช่นกัน ระยะทางไม่เกิน 30 ก.ม.
(4.) แต่ถ้าไปร่วมก๊วนกับเพื่่อนๆ ท่องเที่ยว ในระยะทางที่ไกลมากขึ้น อาจเริ่มจาก 30 ก.ม. ขึ้นไป อย่างนี้ต้องใช้ชุดจักรยาน เพราะจะช่วยระบายเหงื่อ และกันก้นเจ็บได้เป็นอย่างดี
(5.) ผมไม่ใช่นักแข่ง ไม่มีกฎข้อใดที่ห้ามไม่ให้ผมสวมชุดปั่นจักรยานไม่ได้ นักว่ายน้ำ นักเล่นยูโด นักวอลเลย์บอล นักฟุตบอล นักฟันดาบ ฯลฯ คนที่เล่นกีฬาประเภทต่างๆ เพื่อการออกกำลังกาย ล้วนมีชุดตามแบบฉบับของตนเอง ซึ่งเขาเหล่านั้นก็ไม่ใช่นักแข่งขัน เขาก็แต่งชูดตามแบบกีฬาประเภทนั้นๆ
เพราะฉะนั้นชุดจักรยานใครจะแต่งไม่แต่งก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ของการรณรงค์
ไม่มีกฎข้อห้ามของประเภทของรถ ราคาแพงไม่แพง ต้องสวมหมวก ถุงมือ ถุงมือ รองเท้า ถุงแขน
ที่ว่าคนใช้จักรยานส่วนใหญ่ ไม่ได้เข้ารวมรณรงค์ เป็นเพราะข้อมูลข่าวสารไปไม่ทั่วถึง
ความรู้สึกแบ่งแยก ส่วนใหญ่เรื่องของประเภทของรถ และราคาจักรยาน ซึ่งไม่น่าเอามาเป็นประเด็นเลย
ตัวอย่างของผู้รณรงค์ การรณรงค์การไม่สูบบุหรี่ ผู้รณรงค์ก็สูบบ้าง ไม่สูบบ้าง และไม่ใช่ว่าผู้ไม่สูบทุกคนหรือส่วนใหญ่ จะต้องเข้าร่วมการรณรงค์ ผู้สูบบุหรี่ ผู้อยากเลิกบุหรี่ ก็เห็นหลายคนช่วยกันรณรงค์เลิกบุหรี่
เป้าหมายและประเด็นสำคัญของการรณรงค์คือ การแสดงเจตนาว่า จักรยานเป็นอีกทางเลีอกหนึ่งของการคมนาคม
ใครจะว่าเป็นเพียงสัญลักษณ์ เป็นการแสดงพลัง ชั่วครั้งชั่วคราว ทำเอาหน้า ผู้รณรงค์หลายท่านอาจนำจักรยานใส่รถมา และมาปั่น
ผมว่ามันก็ไม่ใช่ที่เราจะต้องมาปิดกัน กีดกัน กระแนะกระแหนคนต่างๆ เหล่านี้
ผมเห็นว่า ทุกคนที่มาร่วมงานได้มีส่วนร่วมในการ "รณรงค์การใช้จักรยาน" ทั้งสิ้น เป็นการนำเสนอทางเลีอกอีกทางหน่ึ่ง
ซึ่งก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนอื่นๆ จะต้องมาใช้จักรยานกัน ชอบก็มาหามาปั่นกัน ใครไม่ชอบก็แล้วไป
ขอเพียงผู้รณรงค์มาร่วมกันแสดงความรู้สึกนึกคิด ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ดังนั้น การรณรงค์ เป็น "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ก็เท่านั้นเอง
ตัวผมเองก็เป็นคนหน่ึ่งที่หันมาใช้จักรยาน ก็เพราะ "การเชิญชวน การนำเสนอ เป็นแรงดลใจ" ดังกล่าว
เรื่องชุดผมก็เห็นด้วยนะ ใครจะใส่ชุดอะไรก็ปั่นกันได้ ไม่จำเป็นต้องชุดจักรยาน ดูอย่างพวกเราที่ปั่นไปทำงานกันสิ
แต่หมวกนี่ไม่เห็นด้วยเลย เพื่อความปลอดภัยของชีวิตตัวเอง ชีวิตเราราคาแพงกว่าจักรยานเยอะ ป้องกันไว้ดีกว่าแก้เนอะ
พวกเราจะทำตัวเป็นเหมือนหยดน้ำเล็กๆ ที่หยดลงในแอ่งน้ำใหญ่ ให้เกิดคลื่นเป็นระลอกๆ เป็นแรงกระเพื่อมขับดันสังคมกันต่อไป
BIKE YOUR LIFE.
--------------------------------------------------------------
น สิยา โลก วฑฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก
--------------------------------------------------------------
น สิยา โลก วฑฺฒโน ไม่ควรเป็นคนรกโลก
- nonlany
- ขาประจำ
- โพสต์: 9601
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 17:24
- team: Bike Xenger, Cham SQ, TCHA, Coffee Bike, etc...ทุกกลุ่มเลย
- Bike: อัศวินสีส้ม, D.N.A., นอนจัง
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
หมวก และ ถุง มือ สำคัญ มากนะคะ ที่รอดมาได้ จาก อุบัติเหตุ ก็ 2 อย่างนี้ทั้งนั้นคะ
แม้ยามหลับก็ยังฝันเป็นเรื่องจักรยาน
http://www.facebook.com/BangkokBicycle
http://nonlany.wordpress.com
http://www.facebook.com/BangkokBicycle
http://nonlany.wordpress.com
- nonlany
- ขาประจำ
- โพสต์: 9601
- ลงทะเบียนเมื่อ: 22 ธ.ค. 2008, 17:24
- team: Bike Xenger, Cham SQ, TCHA, Coffee Bike, etc...ทุกกลุ่มเลย
- Bike: อัศวินสีส้ม, D.N.A., นอนจัง
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ลองให้ สื่อออกข่าวเยอะๆ สิ พวกจักรยาน ทั่วไปก็มาแน่ๆ แต่นี่ ไม่มีเลย
ก่อนหน้า ททท จัดงานปั่นเล่นๆ ชมเมือง มีการประชาสัมพันธ์ ออกทีวี มีคนทั่วไปมาร่วมปันกันเยอะแยะเลยคะ
ประเด็นที่ขาดมากที่สุด คือ การประชาสัมพันธ์ มากกว่า คนจักรยาน แม่บ้านเลยไม่ได้ออกมากัน
ก่อนหน้า ททท จัดงานปั่นเล่นๆ ชมเมือง มีการประชาสัมพันธ์ ออกทีวี มีคนทั่วไปมาร่วมปันกันเยอะแยะเลยคะ
ประเด็นที่ขาดมากที่สุด คือ การประชาสัมพันธ์ มากกว่า คนจักรยาน แม่บ้านเลยไม่ได้ออกมากัน
แม้ยามหลับก็ยังฝันเป็นเรื่องจักรยาน
http://www.facebook.com/BangkokBicycle
http://nonlany.wordpress.com
http://www.facebook.com/BangkokBicycle
http://nonlany.wordpress.com
- park1a
- ขาประจำ
- โพสต์: 1518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2009, 12:34
- Tel: 0894407774
- team: ""-""เสือเมืองนนท์..
- Bike: .....ไหหักๆๆ.....
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมเต็มยศทุกงาน...ครับ
ใกล้ๆก็มอไซค์...ไกลๆวันหยุดเพื่อนมากๆอยากให้หัวใจเต้นแรงๆก็จักรยาน
สรุปตัวผม....สุขทางใจ...ชอบที่จะทำครับ.....
ใกล้ๆก็มอไซค์...ไกลๆวันหยุดเพื่อนมากๆอยากให้หัวใจเต้นแรงๆก็จักรยาน
สรุปตัวผม....สุขทางใจ...ชอบที่จะทำครับ.....
ปั่นจน แก่...
-
ลุงโท
- ขาประจำ
- โพสต์: 7222
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 มิ.ย. 2010, 16:43
- ตำแหน่ง: บางกะปิจ้า
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมปั่นมาทำงานบ่อย การแต่งกายขึ้นอยู่กับระยะทาง
ถ้าปั่นจากบ้าน 20 กม ไปกลับ 40 กม เปลี่ยนชุด เพราะเหงือออก มาอาบน้ำสวนลุม
บ้านอยู่บางปิ ทำงานสีลม
ถ้านำรถมาครึ่งทางก็ชุดทำงานเลย ระยะหลังจะทำแบบนี้ครับ จอดรถอโศก แล้วปั่นมา
เลาะทางรถไฟ ออกสถานีมักกะสัน ลักไก่หน้าไทยพาณิชย์แล้วออกหลังสวน เข้าสีลม
แต่ถ้าระยะไกลเป็น 50-60-70-120-140 ก็ชุดที่เหมาะสมครับ
ถ้าปั่นจากบ้าน 20 กม ไปกลับ 40 กม เปลี่ยนชุด เพราะเหงือออก มาอาบน้ำสวนลุม
บ้านอยู่บางปิ ทำงานสีลม
ถ้านำรถมาครึ่งทางก็ชุดทำงานเลย ระยะหลังจะทำแบบนี้ครับ จอดรถอโศก แล้วปั่นมา
เลาะทางรถไฟ ออกสถานีมักกะสัน ลักไก่หน้าไทยพาณิชย์แล้วออกหลังสวน เข้าสีลม
แต่ถ้าระยะไกลเป็น 50-60-70-120-140 ก็ชุดที่เหมาะสมครับ
- poomsira
- ขาประจำ
- โพสต์: 467
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ส.ค. 2008, 17:43
- team: ChamSq (CSQ777)
- Bike: Specialized Sirrus; Bike Friday Pocket Rocket 105; Bianchi Nirone Veloce
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ขอเริ่มด้วยความเห็นของท่านหนึ่งในเว็บบอร์ด - "จะให้ไปดูหนังกินข้าวบนห้างด้วยชุดจักรยานได้อย่างไร ตามความเห็นผมแล้ว ชุดจักรยานมีไว้ในสนามแข่งเท่านั้น แต่มิใช่มีไว้ในชีวิตประจำวัน"
ทำไมต้องคิดแบบนั้นละครับ ชุดจักรยานมีข้อดีคือใส่แล้วเหงื่อแห้งเร็ว เย็นสบาย ทำไมจะต้องจำกัดว่าเฉพาะในสนามแข่งถึงจะใส่ได้ ?
ผมใส่ชุดจักรยานปั่นไปดูหนัง ฟังเพลง ประชุมธุรกิจกับลูกค้า ไปงานศพ ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปงานสังสรรค์ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร ไม่เห็นมีใครมองเราด้วยสายตาแปลกๆ มีแต่เราจะคิดไปเอง
ถ้าจะไปงานสุภาพหน่อยก็เอาเสื้อเชิ้ต เน้กไท สูท พับเรียบร้อยใส่เป้ไปเปลี่ยน เสร็จงานก็เปลี่ยนกลับ ปั่นกลับบ้าน
ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
ทำไมจะต้องคิดว่าใส่ชุดจักรยานไปไม่ได้ ไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ เราทำอะไรผิดหรือครับ
ส่วนบทความ ขออนุญาตออกความเห็นในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ
"ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ"
ขอเรียนถามว่ามีใครไปบังคับเขาครับ ใส่หมวกกันน้อกย่อมดีกว่าแน่นอน แต่ถ้าไม่มีเงิน หรือไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่เป็็นไร ไม่เห็นมีใครจะไปด่าเขาเสียๆ หายๆ เลยครับ จึงไม่เข้าใจว่าอาจารย์ธงชัยท่านได้ความคิดนี้มาจากไหน
"เพราะ สหรัฐอเมริกาที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการบังคับใช้หมวกกันน๊อค กลับเป็นประเทศที่มีคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันติดอันดับบ๊วยของโลก ส่วนใหญ่จะใช้รถ 8 สูบ 3,000 ซีซี ไว้ขับไปซื้อแมคโดนัลด์ข้างบ้าน"
อันนี้คงเป็นสหรัฐอเมริกาที่อาจารย์ท่านเห็นเมื่อสิบปีที่แล้วกระมังครับ ผมเรียนและทำงานในหลาย ๆ เมืองในสหรัฐมาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่มัธยมจนจบโทและทำงาน และไปยุโรปก็บ่อย แน่นอน ยุโรปมีคนปั่นจักรยานในชีิวิตประจำวันมากกว่า แต่อเมริกาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมปั่นไปทำงานทุกวันในเมือง Washington DC ก็มีเพื่อนร่วมทางปั่นด้วยกันเยอะมาก ทุกคนใส่หมวกกันน้อกทั้งนั้น หลายคนก็ใส่ชุดจักรยาน ในขณะที่ยุโรป อาจารย์บอกว่าไม่มีใครใส่หมวกกันน้อก ไม่มีใครแต่งชุดจักรยาน ก็เป็นความจริง แต่มันไม่ใช่ causal relationship กัน ทำให้ผมสงสัยว่าคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก เป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คิดได้แค่นี่เหรอครับ การที่อเมริกาคนปั่นกันน้อย เพราะการวางผังเมืองและสภาพภูมิประเทศ มากกว่าการใส่หรือไม่ใส่ชุดหรือหมวกกันน้อค
สมัยนี้ เป็นยุคที่น้ำมันแกลลอนละ 3-4 เหรียญ คนอเมริกันก็เริ่มเดิน เริ่มปั่น กันเยอะแล้วครับ ยอดขายจักรยานในปี 2008 - 2009 เพิ่มสามเท่าเลยครับ ซึ่งเป็นจักรยานระดับปั่นทั่วไป ไม่ใช่เสือหมอบคันละ 3-4 พันเหรียญ
"ถามว่าคนพวกนั้นเป็นคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ คนกลุ่มนี้ใช้จักรยานสำหรับการบันเทิงและออกกำลังเท่านั้น ส่วน คนใช้จักรยานตัวจริงไม่ได้ออกมาร่วมรณรงค์ด้วย เพราะเขาไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่ได้เป็น "เจ้าของ" โครงการเหล่านี้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น เขาจึงไม่ไปร่วม "
ประการแรก คนกลุ่มนี้ มีไม่น้อยที่ไม่ใช่ปั่นเพื่อออกกำลังและบันเทิง มีจำนวนไม่น้อยที่ปั่นไปทำงาน ไปธุระ ฯลฯ
ประการที่สอง "คนใช้จักรยานตัวจริง" ทำไมไม่รวมคนกลุ่มนี้ด้วยละครับ กลุ่มคนชั้นกลางที่มีเงินซื้อรถ แต่เลือกที่จะปั่นไปทำงาน
ประการที่สาม ถ้าพูดถึงตาสีตาสาอาม่าอาซิ้ม งานที่ผ่านมาก็มีหลายท่านมาร่วมนะครับ ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปที่ปั่นจักรยานมือสองญี่ปุ่น หรือจักรยานประเภทคันละพันบาทจากห้าง Lotus ที่ปรกติปั่นไปจ่ายตลาด ก็ยังมีมาร่วมด้วย อาจารย์คงไม่ได้ออกมาดูจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ได้แต่อ่านหนังสือพิมพ์ดูทีวีอยู่กับบ้าน แล้วเห็นภาพว่าคนที่มารณรงค์ส่วนใหญ่คือชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก
ประการที่สี่ "เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น" งง ครับ ว่าที่สรุปเช่นนี้เพราะอะไร เพราะได้ไปสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้มาแล้วหรืออย่างไร สาเหตุที่ท่านเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกับชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก เป็นเพราะท่านไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีกำลัง ไม่ได้รับข่าวสาร
"คาร์ ฟรี เดย์ ที่เรากำลังรณรงค์กันอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นการรณรงค์เพื่อคนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว หาใช่คนส่วนใหญ่ที่ใช้จักรยานอย่างจริงจังในชีวิตประจำวันไม่"
สิ่งที่คนที่อาจารย์เรียกว่า "คนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว" กำลังเรียกร้องอยู่นั้น หากสำเร็จขึ้นมา คนที่ใช้จักรยานส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์้ด้วย มิใช่หรือ
ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ทำไมต้องคิดแบบนั้นละครับ ชุดจักรยานมีข้อดีคือใส่แล้วเหงื่อแห้งเร็ว เย็นสบาย ทำไมจะต้องจำกัดว่าเฉพาะในสนามแข่งถึงจะใส่ได้ ?
ผมใส่ชุดจักรยานปั่นไปดูหนัง ฟังเพลง ประชุมธุรกิจกับลูกค้า ไปงานศพ ไปงานวันเกิดเพื่อน ไปงานสังสรรค์ ไม่เห็นมีใครว่าอะไร ไม่เห็นมีใครมองเราด้วยสายตาแปลกๆ มีแต่เราจะคิดไปเอง
ถ้าจะไปงานสุภาพหน่อยก็เอาเสื้อเชิ้ต เน้กไท สูท พับเรียบร้อยใส่เป้ไปเปลี่ยน เสร็จงานก็เปลี่ยนกลับ ปั่นกลับบ้าน
ผมปั่นไปประชุมกับการบินไทย ไปปตท. ไป SCG ไปงานแต่งงานที่ Oriental ดุสิตธานี เชอราตัน ไปช้อปปิ้งที่เอ็มโพเรียม พารากอน ไปดูหนังที่ Central World ไปงานศพวัดมกุฎ วัดพระศรี
ทำไมจะต้องคิดว่าใส่ชุดจักรยานไปไม่ได้ ไม่เข้าใจจริง ๆ ครับ เราทำอะไรผิดหรือครับ
ส่วนบทความ ขออนุญาตออกความเห็นในประเด็นดังต่อไปนี้ครับ
"ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ"
ขอเรียนถามว่ามีใครไปบังคับเขาครับ ใส่หมวกกันน้อกย่อมดีกว่าแน่นอน แต่ถ้าไม่มีเงิน หรือไม่เห็นความสำคัญ ก็ไม่เป็็นไร ไม่เห็นมีใครจะไปด่าเขาเสียๆ หายๆ เลยครับ จึงไม่เข้าใจว่าอาจารย์ธงชัยท่านได้ความคิดนี้มาจากไหน
"เพราะ สหรัฐอเมริกาที่เป็นตัวตั้งตัวตีในการบังคับใช้หมวกกันน๊อค กลับเป็นประเทศที่มีคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันติดอันดับบ๊วยของโลก ส่วนใหญ่จะใช้รถ 8 สูบ 3,000 ซีซี ไว้ขับไปซื้อแมคโดนัลด์ข้างบ้าน"
อันนี้คงเป็นสหรัฐอเมริกาที่อาจารย์ท่านเห็นเมื่อสิบปีที่แล้วกระมังครับ ผมเรียนและทำงานในหลาย ๆ เมืองในสหรัฐมาเป็นสิบ ๆ ปี ตั้งแต่มัธยมจนจบโทและทำงาน และไปยุโรปก็บ่อย แน่นอน ยุโรปมีคนปั่นจักรยานในชีิวิตประจำวันมากกว่า แต่อเมริกาก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ผมปั่นไปทำงานทุกวันในเมือง Washington DC ก็มีเพื่อนร่วมทางปั่นด้วยกันเยอะมาก ทุกคนใส่หมวกกันน้อกทั้งนั้น หลายคนก็ใส่ชุดจักรยาน ในขณะที่ยุโรป อาจารย์บอกว่าไม่มีใครใส่หมวกกันน้อก ไม่มีใครแต่งชุดจักรยาน ก็เป็นความจริง แต่มันไม่ใช่ causal relationship กัน ทำให้ผมสงสัยว่าคนที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอก เป็นอาจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คิดได้แค่นี่เหรอครับ การที่อเมริกาคนปั่นกันน้อย เพราะการวางผังเมืองและสภาพภูมิประเทศ มากกว่าการใส่หรือไม่ใส่ชุดหรือหมวกกันน้อค
สมัยนี้ เป็นยุคที่น้ำมันแกลลอนละ 3-4 เหรียญ คนอเมริกันก็เริ่มเดิน เริ่มปั่น กันเยอะแล้วครับ ยอดขายจักรยานในปี 2008 - 2009 เพิ่มสามเท่าเลยครับ ซึ่งเป็นจักรยานระดับปั่นทั่วไป ไม่ใช่เสือหมอบคันละ 3-4 พันเหรียญ
"ถามว่าคนพวกนั้นเป็นคนใช้จักรยานในชีวิตประจำวันหรือไม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ คนกลุ่มนี้ใช้จักรยานสำหรับการบันเทิงและออกกำลังเท่านั้น ส่วน คนใช้จักรยานตัวจริงไม่ได้ออกมาร่วมรณรงค์ด้วย เพราะเขาไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่ได้เป็น "เจ้าของ" โครงการเหล่านี้ ที่เป็นเช่นนี้เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น เขาจึงไม่ไปร่วม "
ประการแรก คนกลุ่มนี้ มีไม่น้อยที่ไม่ใช่ปั่นเพื่อออกกำลังและบันเทิง มีจำนวนไม่น้อยที่ปั่นไปทำงาน ไปธุระ ฯลฯ
ประการที่สอง "คนใช้จักรยานตัวจริง" ทำไมไม่รวมคนกลุ่มนี้ด้วยละครับ กลุ่มคนชั้นกลางที่มีเงินซื้อรถ แต่เลือกที่จะปั่นไปทำงาน
ประการที่สาม ถ้าพูดถึงตาสีตาสาอาม่าอาซิ้ม งานที่ผ่านมาก็มีหลายท่านมาร่วมนะครับ ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปที่ปั่นจักรยานมือสองญี่ปุ่น หรือจักรยานประเภทคันละพันบาทจากห้าง Lotus ที่ปรกติปั่นไปจ่ายตลาด ก็ยังมีมาร่วมด้วย อาจารย์คงไม่ได้ออกมาดูจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร ได้แต่อ่านหนังสือพิมพ์ดูทีวีอยู่กับบ้าน แล้วเห็นภาพว่าคนที่มารณรงค์ส่วนใหญ่คือชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก
ประการที่สี่ "เพราะเขาแต่งตัวไม่เหมือนคนพวกนั้น" งง ครับ ว่าที่สรุปเช่นนี้เพราะอะไร เพราะได้ไปสัมภาษณ์คนกลุ่มนี้มาแล้วหรืออย่างไร สาเหตุที่ท่านเหล่านี้ไม่ได้มาร่วมกับชาวจักรยานประเภทใส่ชุดใส่หมวก เป็นเพราะท่านไม่ค่อยมีเวลา ไม่มีกำลัง ไม่ได้รับข่าวสาร
"คาร์ ฟรี เดย์ ที่เรากำลังรณรงค์กันอยู่ทุกวันนี้จึงเป็นการรณรงค์เพื่อคนเพียงกลุ่มเล็กๆ กลุ่มเดียว หาใช่คนส่วนใหญ่ที่ใช้จักรยานอย่างจริงจังในชีวิตประจำวันไม่"
สิ่งที่คนที่อาจารย์เรียกว่า "คนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว" กำลังเรียกร้องอยู่นั้น หากสำเร็จขึ้นมา คนที่ใช้จักรยานส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์้ด้วย มิใช่หรือ
ขอแสดงความคิดเห็นเพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
Cars : Limitations
Bicycles : Possibilities
Bicycles : Possibilities
-
griz
- ขาประจำ
- โพสต์: 4116
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 20:05
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
กับบทลงท้ายที่ว่า..
ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ
ไม่รู้ว่าการใส่หมวก..กับใส่ชุดจักรยาน..เป็นสาเหตุให้คนไม่ขี่จักรยาน..ผมเองก็พึ่งจะทราบ..
การใส่หรือไม่คงไม่มีใครบังคับกระมังครับ..
ไม่รู้ซิว่าคนอื่นคิดอย่างไร..แต่ตัวผมอ่านบทความนี้..แล้ว คิดว่าผู้เขียนมีความคิดในด้านลบกับคนที่แต่งชุดจักรยาน กับใส่หมวกนิรภัย.. เพิ่งทราบเหมือนกันว่าการที่เราแต่งตัวเต็มรูปแบบแล้วปั่นไปทำงาน.. เขาคิดว่าเราปั่นโชว์
ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ
ไม่รู้ว่าการใส่หมวก..กับใส่ชุดจักรยาน..เป็นสาเหตุให้คนไม่ขี่จักรยาน..ผมเองก็พึ่งจะทราบ..
การใส่หรือไม่คงไม่มีใครบังคับกระมังครับ..
ไม่รู้ซิว่าคนอื่นคิดอย่างไร..แต่ตัวผมอ่านบทความนี้..แล้ว คิดว่าผู้เขียนมีความคิดในด้านลบกับคนที่แต่งชุดจักรยาน กับใส่หมวกนิรภัย.. เพิ่งทราบเหมือนกันว่าการที่เราแต่งตัวเต็มรูปแบบแล้วปั่นไปทำงาน.. เขาคิดว่าเราปั่นโชว์
"You're better than you think you are. You can do more than you think you can."
If you're a triathlete, we're families.
If you're a triathlete, we're families.
- BoyMTB
- ขาประจำ
- โพสต์: 2785
- ลงทะเบียนเมื่อ: 04 ส.ค. 2008, 09:36
- Tel: 084-0222-910
- team: Boy'z Bike
- Bike: Giant Anthem,Giant XTC A1,Specialized Allez Alu/Carbon
- ตำแหน่ง: เด็กดอนเมือง
- ติดต่อ:
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมใช้จักรยานในชีวิตประจำวันทุกวัน
สินค้า
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
Park Tool,Hope, Buff ,Shimano, Topeak,
Line @ BoyMTB
- park1a
- ขาประจำ
- โพสต์: 1518
- ลงทะเบียนเมื่อ: 21 ก.พ. 2009, 12:34
- Tel: 0894407774
- team: ""-""เสือเมืองนนท์..
- Bike: .....ไหหักๆๆ.....
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมเห็นด้วยคับโชว์...ไปเลย..จะได้รู้ว่าผ้าชามัวร์เค้าไม่ได้มีไว้เช็ครถอย่างเดียวgriz เขียน:กับบทลงท้ายที่ว่า..
ถ้า เราจะรณรงค์ให้เกิดคาร์ ฟรี เดย์ แล้วบังคับให้ตามี ยายมาใส่ชุดจักรยาน แถมด้วยหมวกกันน๊อคตอนขี่จักรยาน ชาติหน้าตอนบ่ายๆ ก็คงไม่เกิดคาร์ ฟรี เดย์ ในประเทศไทยกระมังครับ
ไม่รู้ว่าการใส่หมวก..กับใส่ชุดจักรยาน..เป็นสาเหตุให้คนไม่ขี่จักรยาน..ผมเองก็พึ่งจะทราบ..
การใส่หรือไม่คงไม่มีใครบังคับกระมังครับ..
ไม่รู้ซิว่าคนอื่นคิดอย่างไร..แต่ตัวผมอ่านบทความนี้..แล้ว คิดว่าผู้เขียนมีความคิดในด้านลบกับคนที่แต่งชุดจักรยาน กับใส่หมวกนิรภัย.. เพิ่งทราบเหมือนกันว่าการที่เราแต่งตัวเต็มรูปแบบแล้วปั่นไปทำงาน.. เขาคิดว่าเราปั่นโชว์
...ผมก็เพิ่งมารู้ตอนปั่นจักรยานนี้และครับ..
ปั่นจน แก่...
- kbcowboy97
- ขาประจำ
- โพสต์: 229
- ลงทะเบียนเมื่อ: 26 มิ.ย. 2009, 11:08
- Bike: LA, Gary Fisher Marlin 09
Re: คาร์ ฟรี เดย์ เพื่อใคร?
ผมว่าผู้เขียนคอลัม มองโลกในแง่ร้ายไปหน่อยนะ จะมานั่งเปรียบเทียบกันเพื่ออะไร อะไรที่ให้ความรู้สึกดี ๆ กับตนเองโดยไม่ทำให้คนรอบข้าง เดือดร้อนก็ทำไปเถิดครับ และก็ไม่จำเป็นต้องให้มีใครบังคับให้ ตาสีตาสา มาใส่หมวก ขี่จักรยานด้วยเหมือนกัน คิดมากไป ปล่อยวางเสียบ้าง ท่านอาจะเลยจุดนี้ไปแล้ว อยากให้มาอยู่บนอานจริง ๆ ขี่มาทำงาน แล้วท่านจะเห็นว่าทำไม ... ต้องใส่หมวก .... ใส่ถุงมือ ... สังคมมันวุ่นวายก็เพราะคนมีอภิสิทธิ์ที่จะเขียนต่อว่าใครก็ได้แบบนี้
แก้ไขล่าสุดโดย kbcowboy97 เมื่อ 28 ก.ย. 2010, 17:03, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง