ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ดวงดาวที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า กลายเป็นดวงตาอีกหนึ่งคู่ ของเด็กผู้หญิง ของเด็กผู้ชาย
จำเขามาเพื่อมาใช้ในวันเด็ก วันที่เด็กๆมีความสำคัญเพียงวันเดียวใน ๓๖๕ วัน ที่จริงควรจะป็นทุกวันนะ
เช้าวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒ ก็ตรงกับวันเด็กนั่นเองล่ะครับ ด้วยความรู้สึกที่ว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจ ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องแก้ไขให้ลุล่วงให้ได้ จะได้อย่างใจหรือไม่ต้องลองดูครับ ดังนั้นเวลาประมาณ ๘.๐๐ ผมจึงพาเจ้าเหล็กไหลออกเดินทางอีกครั้ง (เช้ากว่านี้ไม่ได้เพราะหนาวมาก)ซึ่งคิดว่าน่าจะไป-กลับได้ภายในหนึ่งวัน ไปคนเดียว และเหตุผลที่เดินทางคนเดียวก็เนื่องจากพบว่า การเดินทางโดยลำพังให้ความคล่องตัวกว่า ไม่ต้องกังวลกับใครว่าจะชอบอย่างที่เราคิด อย่างที่เราเห็นดีหรือไม่ ที่สำคัญไม่อยากชวนใครให้วุ่นวาย และถ้าอีกฝ่ายตอบว่าไม่ว่าง(เจอบ่อย.....ฮา) ผมก็คงหงิก อิ อิ
จำเขามาเพื่อมาใช้ในวันเด็ก วันที่เด็กๆมีความสำคัญเพียงวันเดียวใน ๓๖๕ วัน ที่จริงควรจะป็นทุกวันนะ
เช้าวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒ ก็ตรงกับวันเด็กนั่นเองล่ะครับ ด้วยความรู้สึกที่ว่ายังมีอะไรบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจ ตั้งใจว่าวันนี้จะต้องแก้ไขให้ลุล่วงให้ได้ จะได้อย่างใจหรือไม่ต้องลองดูครับ ดังนั้นเวลาประมาณ ๘.๐๐ ผมจึงพาเจ้าเหล็กไหลออกเดินทางอีกครั้ง (เช้ากว่านี้ไม่ได้เพราะหนาวมาก)ซึ่งคิดว่าน่าจะไป-กลับได้ภายในหนึ่งวัน ไปคนเดียว และเหตุผลที่เดินทางคนเดียวก็เนื่องจากพบว่า การเดินทางโดยลำพังให้ความคล่องตัวกว่า ไม่ต้องกังวลกับใครว่าจะชอบอย่างที่เราคิด อย่างที่เราเห็นดีหรือไม่ ที่สำคัญไม่อยากชวนใครให้วุ่นวาย และถ้าอีกฝ่ายตอบว่าไม่ว่าง(เจอบ่อย.....ฮา) ผมก็คงหงิก อิ อิ
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ผม Zero adjust ที่สะพานเสรีประชาธิปไตยหรือสะพานข้ามแม่น้ำมูลเพื่อจะได้ทราบว่าวันนี้จะต้องเดินทางเป็นระยะทางเท่าไร และเปรียบเทียบว่าถ้าไม่หลงทางกับลองหลงทางดูระยะทางจะต่างกันมากหรือไม่
ผมจับเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๔ อุบลราชธานี-เดชอุดมเป็นเส้นหลัก เวลาเกือบจะสายอย่างนี้อากาศยังคงเย็นเพราะอุณหภูมิลด ๓-๕ องศาเซลเซียส ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ตั้งแต่เมื่วาน ดังนั้นเสื้อกันลมที่ใช้กันหนาวด้วยจึงต้องทำหน้าที่ห่อหุ้มร่างกายช่วงบน ส่วนช่วงล่างคงเป็นกางเกงขี่จักรยานขาสั้นธรรมดา ถนนยังไม่มียวดยานมากนักแม้ว่าเด็กๆที่ผู้ปกครองพามาเที่ยวจะเริ่มออกมาแล้วก็ตามแต่ยังดูปลอดโปร่งอยู่มาก ลมส่งจากด้านหลังทำให้ความเร็วของการปั่นทำได้ดีพอควร
ผมจับเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๔ อุบลราชธานี-เดชอุดมเป็นเส้นหลัก เวลาเกือบจะสายอย่างนี้อากาศยังคงเย็นเพราะอุณหภูมิลด ๓-๕ องศาเซลเซียส ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้ตั้งแต่เมื่วาน ดังนั้นเสื้อกันลมที่ใช้กันหนาวด้วยจึงต้องทำหน้าที่ห่อหุ้มร่างกายช่วงบน ส่วนช่วงล่างคงเป็นกางเกงขี่จักรยานขาสั้นธรรมดา ถนนยังไม่มียวดยานมากนักแม้ว่าเด็กๆที่ผู้ปกครองพามาเที่ยวจะเริ่มออกมาแล้วก็ตามแต่ยังดูปลอดโปร่งอยู่มาก ลมส่งจากด้านหลังทำให้ความเร็วของการปั่นทำได้ดีพอควร
แก้ไขล่าสุดโดย เรืองศิลป์086 เมื่อ 15 ม.ค. 2009, 13:08, แก้ไขแล้ว 1 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ขอออภัยครับที่โพสต์ซ้ำ
ตั้งใจจะใช้ภาพนี้
ตั้งใจจะใช้ภาพนี้
- ไฟล์แนบ
-
- SL372816.jpg (61.14 KiB) เข้าดูแล้ว 1298 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
เพียงไม่นานก็ผ่านสี่แยกเลี่ยงเมืองแล้วก็มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีตามลำดับ ถนนสี่เลนเรียบและโล่งอย่างนี้เสือใหนๆก็ชอบ ผมก็เช่นกัน แต่แม้จะเรียบและโล่งผมก็ยังคงลงไปปั่นที่ไหล่ทาง มีเหตุผลก็คือ เนื้อที่ของไหล่ทางกว้างพอที่จะให้จักรยานอย่างเราใช้ได้ ไหล่ทางมีสภาพดีไกล้เคียงกับผิวจราจรบนถนน ที่สำคัญคือปลอดภัยกว่า มองไปข้างหน้าก็ให้รู้สึกดีใจว่าถนนที่มีสภาพอย่างนี้คงจะพาเราไปถึงปลายทางได้โดยไม่ลำบาก
ดีใจได้พักเดียวก็ต้องเปลี่ยนความคิด เนื่องจากพอเลยวัดบ้านโนนใหญ่ไปไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร ถนนกลายสภาพเป็นคอขวดคือคอดเข้ามาจากสี่เหลือสองเลน ที่แย่กว่าก็คือผิวจราจรชำรุดเป็นตะปุ่มตะป่ำเนื่องจากการซ่อมถนนโดยใช้ยางมะตอยคลุกกับหินเกร็ดหยอดลงไปในหลุมเล็กหลุมน้อย ทำให้เกิดเป็นเนินสูงบ้างต่ำบ้าง ต้องลงไปใช้ไหล่ทาง และก็ชำรุดอีก ยางหลุดล่อนกลายเป็นดินลูกรัง นั่นแหละคือทางวิ่งของรถถีบ แต่ ดีกว่า ราบเรียบกว่า ดีกว่าที่จะไปกระเด้งกระเด็นกระดอนอยู่บนผิวจราจรเสี่ยงต่อการที่จะถูกเก็บสะแปร์ จะเป็นสภาพนี้ไปจนกระทั่งเลย อบต.นาส่วงไปแล้ว รวมระยะทางประมาณ ๓ กม. ไม่เข้าใจว่าระยะเพียงเท่านี้ไม่มีใครคิดจะทำอะไรให้ดีกว่านี้แล้วหรือไร และก็คงสภาพนี้มาเป็นเวลานานมากแล้วด้วย จำได้ว่าปั่นไปตามถนนสายนี้ไปเมื่อเกือบสองปีมาแล้วสภาพก็แบบนี้เลย
ดีใจได้พักเดียวก็ต้องเปลี่ยนความคิด เนื่องจากพอเลยวัดบ้านโนนใหญ่ไปไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตร ถนนกลายสภาพเป็นคอขวดคือคอดเข้ามาจากสี่เหลือสองเลน ที่แย่กว่าก็คือผิวจราจรชำรุดเป็นตะปุ่มตะป่ำเนื่องจากการซ่อมถนนโดยใช้ยางมะตอยคลุกกับหินเกร็ดหยอดลงไปในหลุมเล็กหลุมน้อย ทำให้เกิดเป็นเนินสูงบ้างต่ำบ้าง ต้องลงไปใช้ไหล่ทาง และก็ชำรุดอีก ยางหลุดล่อนกลายเป็นดินลูกรัง นั่นแหละคือทางวิ่งของรถถีบ แต่ ดีกว่า ราบเรียบกว่า ดีกว่าที่จะไปกระเด้งกระเด็นกระดอนอยู่บนผิวจราจรเสี่ยงต่อการที่จะถูกเก็บสะแปร์ จะเป็นสภาพนี้ไปจนกระทั่งเลย อบต.นาส่วงไปแล้ว รวมระยะทางประมาณ ๓ กม. ไม่เข้าใจว่าระยะเพียงเท่านี้ไม่มีใครคิดจะทำอะไรให้ดีกว่านี้แล้วหรือไร และก็คงสภาพนี้มาเป็นเวลานานมากแล้วด้วย จำได้ว่าปั่นไปตามถนนสายนี้ไปเมื่อเกือบสองปีมาแล้วสภาพก็แบบนี้เลย
- ไฟล์แนบ
-
- SL372818.jpg (63.07 KiB) เข้าดูแล้ว 1291 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ขออนุญาตระบายนิดนะครับ
สงสารชาวบ้านที่ต้องทนทรมานกับถนนที่สภาพแย่ๆมาเป็นเวลานาน
ไปต่อครับ ถัดจากนี้ไปถนนปรับเป็นสองเลนแต่ราบเรียบ แล้วปรับเป็นสี่เลนช่วงก่อนที่จะเข้าตัวอำเภอ
และผมยังคงอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๒๔ ไหล่ทางช่วงนี้ดีมากๆเลยโดยเฉพาะช่วงที่เป็นสี่เลนจะมีช่องทางสำหรบเรากว้างถึง๒.๕ เมตร
แต่ที่จะต้องระวังก็คือคุณพี่แมงกะไซค์ทั้งหลายที่วิ่งสวนทางมา
ไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวแต่เป็นอย่างนี้ทั่วประเทศไปแล้ว
สงสารชาวบ้านที่ต้องทนทรมานกับถนนที่สภาพแย่ๆมาเป็นเวลานาน
ไปต่อครับ ถัดจากนี้ไปถนนปรับเป็นสองเลนแต่ราบเรียบ แล้วปรับเป็นสี่เลนช่วงก่อนที่จะเข้าตัวอำเภอ
และผมยังคงอยู่บนทางหลวงหมายเลข ๒๔ ไหล่ทางช่วงนี้ดีมากๆเลยโดยเฉพาะช่วงที่เป็นสี่เลนจะมีช่องทางสำหรบเรากว้างถึง๒.๕ เมตร
แต่ที่จะต้องระวังก็คือคุณพี่แมงกะไซค์ทั้งหลายที่วิ่งสวนทางมา
ไม่ใช่ที่นี่ที่เดียวแต่เป็นอย่างนี้ทั่วประเทศไปแล้ว
- ไฟล์แนบ
-
- SL372821.jpg (58.35 KiB) เข้าดูแล้ว 1293 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ในที่สุดจะเห็นป้ายบอกทางก่อนจะเข้าตัวอำเภอว่าถนนสาย ๒๔ จะพาเลี้ยวขวาไปสุดทางที่ อ.โชคชัย
แต่เราไม่ไปครับ ยังคงตรงไปข้างหน้าจับแนวทางหลวงหมายเลข ๒๑๙๒
ผมตรงเข้าตัวอำเภอไปพบทางสามแพร่งมีไฟแดง
หยุดรอไฟสักเดี๋ยวแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนที่จะพาไป อ.น้ำยืนซึ่งก็ยังเป็นถนนหมายเลข ๒๑๙๒อยู่
จนกระทั่งหก กม.ผ่านไปก็จะเป็นทางแยกซ้ายมือที่จะไป อ.น้ำยืน
ผมยังคงตรงไป สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นดีมาก ลมส่งหลังทำให้ไม่ต้องออกแรงมากนัก
แต่ก็ทำใจเผิ่อไว้แล้วว่าขากลับเจอหนักแน่ๆ
แต่เราไม่ไปครับ ยังคงตรงไปข้างหน้าจับแนวทางหลวงหมายเลข ๒๑๙๒
ผมตรงเข้าตัวอำเภอไปพบทางสามแพร่งมีไฟแดง
หยุดรอไฟสักเดี๋ยวแล้วเลี้ยวขวาไปตามถนนที่จะพาไป อ.น้ำยืนซึ่งก็ยังเป็นถนนหมายเลข ๒๑๙๒อยู่
จนกระทั่งหก กม.ผ่านไปก็จะเป็นทางแยกซ้ายมือที่จะไป อ.น้ำยืน
ผมยังคงตรงไป สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นดีมาก ลมส่งหลังทำให้ไม่ต้องออกแรงมากนัก
แต่ก็ทำใจเผิ่อไว้แล้วว่าขากลับเจอหนักแน่ๆ
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ถึงแยกทองสวัสดิ์ผมเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข ๒๒๑๔
จนกระทั่งผ่านความคดโค้งของถนนในหมู่บ้าน บ้านหนองอ้ม ต.หนองอ้ม อ.ทุ่งศรีอุดม ไปประมาณไม่น่าจะเกิน ๖๐๐ เมตรก็มีป้ายขนาดใหญ่ที่ข้างทางซ้ายมือหลังข้ามสะพานห้วยอาลีไปแล้ว ทางเข้าปราสาทบ้านเบญจ์ ระยะทาง ๑๕๒๐ เมตร แต่พอเลี้ยวซ้ายไปกลับพบป้ายอีกป้ายบอกว่า ปราสาทบ้านเบญ ๙๕๐ เมตร
คงไม่ใช่เรื่องของความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่น่าจะเป็นเรื่องของจุดที่ใช้วัดระยะทาง ที่เลือกต่างสถานที่กัน อิ อิ
จนกระทั่งผ่านความคดโค้งของถนนในหมู่บ้าน บ้านหนองอ้ม ต.หนองอ้ม อ.ทุ่งศรีอุดม ไปประมาณไม่น่าจะเกิน ๖๐๐ เมตรก็มีป้ายขนาดใหญ่ที่ข้างทางซ้ายมือหลังข้ามสะพานห้วยอาลีไปแล้ว ทางเข้าปราสาทบ้านเบญจ์ ระยะทาง ๑๕๒๐ เมตร แต่พอเลี้ยวซ้ายไปกลับพบป้ายอีกป้ายบอกว่า ปราสาทบ้านเบญ ๙๕๐ เมตร
คงไม่ใช่เรื่องของความคิดเห็นไม่ตรงกัน แต่น่าจะเป็นเรื่องของจุดที่ใช้วัดระยะทาง ที่เลือกต่างสถานที่กัน อิ อิ
- ไฟล์แนบ
-
- SL372826.jpg (61.74 KiB) เข้าดูแล้ว 1299 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
แล้วก็จริงอย่างที่ป้ายที่สองบอกเพราะมีป้ายขนาดใหญ่อีกอันปักไว้ให้เห็นชัดเจนด้วยระยะทางไม่ถึงกิโลเมื่อปั่นจากปากทางเข้ามา
เมื่อเข้าไปข้างในก็พบว่าตัวปราสาทอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับที่ทำการ อบต.
ที่ถูกก็คือที่ทำการถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ข้างเคียงกับตัวปราสาท อาจมีเหตุผลที่ดีคือต้องการที่จะดูแลรักษาโบราณสถานแห่งนี้อย่างไกล้ชิดก็เป็นได้
หากอยู่ห่างอาจมีใครเข้าไปกระทำการที่อาจก่อให้เกิดการเสียหายต่อสถานที่ก็ได้
ค่อนข้างเห็นด้วยหากเป็นเหตุผลอย่างที่ผมคาดคะเน
เมื่อเข้าไปข้างในก็พบว่าตัวปราสาทอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับที่ทำการ อบต.
ที่ถูกก็คือที่ทำการถูกสร้างขึ้นในพื้นที่ข้างเคียงกับตัวปราสาท อาจมีเหตุผลที่ดีคือต้องการที่จะดูแลรักษาโบราณสถานแห่งนี้อย่างไกล้ชิดก็เป็นได้
หากอยู่ห่างอาจมีใครเข้าไปกระทำการที่อาจก่อให้เกิดการเสียหายต่อสถานที่ก็ได้
ค่อนข้างเห็นด้วยหากเป็นเหตุผลอย่างที่ผมคาดคะเน
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ปราสาทบ้านเบญจ์ตั้งอยู่ที่หมู่ ๔ บ้านเบญจ์ ต.หนองอ้ม อ.ทุ่งศรีอุดม จ.อุบลราชธานี
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๓ กม. ทางอบต.ได้พยายามจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถาน
โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากทางจังหวัดและอำเภอเจ้าของท้องที่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอุบลราชธานี
อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ ๖๓ กม. ทางอบต.ได้พยายามจัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณสถาน
โดยได้รับการสนับสนุนทั้งจากทางจังหวัดและอำเภอเจ้าของท้องที่และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอุบลราชธานี
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ปราสาทบ้านเบญจ์เป็นกลุ่มปราสาทขนาดเล็กถูกขุดแต่งโดยกรมศิลปากรในปี พศ. ๒๕๓๓
เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะแบบเกลียงราวครึ่งศตวรรษที่ ๑๖ ประกอบด้วยปราสาทขนาด ๑๙.๕*๒.๕ เมตร สูงประมาณ ๒.๕ เมตร ก่อด้วยอิฐจำนวน ๓ หลัง ก่อแยกกันเรียงเป็นแถวเดียวตามแนวทิศเหนือ-ไต้
ปราสาทองค์ประธานมีขนาดใหญ่กว่าตั้งอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยองค์บริวารทั้งสอง
ภายในปราสาททั้งสามองค์คงปรากฏฐานโยนีอยู่
ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
สภาพในวันนี้คือปราสาททั้งสามองค์ต่างชำรุดและเอียงเนื่องจากการทรุดตัวของฐาน
ส่วนยอดขององค์บริวารได้พังทลายลงมาคงเหลือส่วนกลางลงมาถึงฐาน
สำหรับองค์ประธานมีหญ้าขึ้นปกคลุมส่วนยอดและน่าจะพังลงมาในเวลาอีกไม่นานหากไม่เร่งหาวิธีแก้ไข
เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะแบบเกลียงราวครึ่งศตวรรษที่ ๑๖ ประกอบด้วยปราสาทขนาด ๑๙.๕*๒.๕ เมตร สูงประมาณ ๒.๕ เมตร ก่อด้วยอิฐจำนวน ๓ หลัง ก่อแยกกันเรียงเป็นแถวเดียวตามแนวทิศเหนือ-ไต้
ปราสาทองค์ประธานมีขนาดใหญ่กว่าตั้งอยู่ตรงกลางขนาบข้างด้วยองค์บริวารทั้งสอง
ภายในปราสาททั้งสามองค์คงปรากฏฐานโยนีอยู่
ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
สภาพในวันนี้คือปราสาททั้งสามองค์ต่างชำรุดและเอียงเนื่องจากการทรุดตัวของฐาน
ส่วนยอดขององค์บริวารได้พังทลายลงมาคงเหลือส่วนกลางลงมาถึงฐาน
สำหรับองค์ประธานมีหญ้าขึ้นปกคลุมส่วนยอดและน่าจะพังลงมาในเวลาอีกไม่นานหากไม่เร่งหาวิธีแก้ไข
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
กำแพงล้อมรอบปราสาทเป็นศิลาแลงก่อเป็นแนวรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสูงประมาณเมตรครึ่งยังมีสภาพดี
ซุ้มโคปุระมีอยู่เพียงด้านเดียวคือด้านหน้าทางทิศตะวันออกที่เป็นทางเข้า
และที่นอกกำแพงทิศตะวันออกเช่นกันมีฐานอาคารจตุรมุขตั้งอยู่
ภายในกำแพงส่วนที่เป็นช่องว่างระหว่างกำแพงและตัวปราสาทมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นขึ้นปกคลุมอยู่ให้ความร่มรื่นแก่บริเวณเป็นอย่างดีและทาง อบต.ได้นำเอาลีลาวดีมาปลูกแซมเป็นระยะๆ
ภายนอกกำแพงมีสระน้ำสองสระหรือบารายความยาวเท่ากับด้านกว้างของกำแพงขนาบข้างทางทิศเหนือและไต้
นอกจากนี้ก็ยังมีต้นไม้ใหญ่อีกหลายต้นเรียงรายอยู่รอบๆ
ส่วนมากจะเป็นต้นกะบกส่งผลให้ทั้งส่วนที่เป็นปราสาทและที่ทำการ อบต.มีความร่มเย็นเป็นอย่างยิ่ง
ซุ้มโคปุระมีอยู่เพียงด้านเดียวคือด้านหน้าทางทิศตะวันออกที่เป็นทางเข้า
และที่นอกกำแพงทิศตะวันออกเช่นกันมีฐานอาคารจตุรมุขตั้งอยู่
ภายในกำแพงส่วนที่เป็นช่องว่างระหว่างกำแพงและตัวปราสาทมีต้นไม้ใหญ่หลายต้นขึ้นปกคลุมอยู่ให้ความร่มรื่นแก่บริเวณเป็นอย่างดีและทาง อบต.ได้นำเอาลีลาวดีมาปลูกแซมเป็นระยะๆ
ภายนอกกำแพงมีสระน้ำสองสระหรือบารายความยาวเท่ากับด้านกว้างของกำแพงขนาบข้างทางทิศเหนือและไต้
นอกจากนี้ก็ยังมีต้นไม้ใหญ่อีกหลายต้นเรียงรายอยู่รอบๆ
ส่วนมากจะเป็นต้นกะบกส่งผลให้ทั้งส่วนที่เป็นปราสาทและที่ทำการ อบต.มีความร่มเย็นเป็นอย่างยิ่ง
- ไฟล์แนบ
-
- SL372833.jpg (62.23 KiB) เข้าดูแล้ว 1290 ครั้ง
-
- SL372834.jpg (60.23 KiB) เข้าดูแล้ว 277 ครั้ง
-
- SL372836.jpg (48.19 KiB) เข้าดูแล้ว 1295 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ในการขุดแต่งของกรมศิลปากรได้พบทับหลังที่จำหลักลวดลายเป็นรูปเทพนพเคราะห์และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ปัจจุบันเก็บรักษาและตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณท์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี
รูปเทพนพเคราะห์ก็คือรูปเทวดาประจำทิศทั้ง ๙ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระนารายณ์ พระอินทร์ พระพาย พระราหู และพระเกตุ ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู(ข้อมูลจากพิพิธภัณทสถานแห่งชาติอุบลราชธานี)
รูปเทพนพเคราะห์ก็คือรูปเทวดาประจำทิศทั้ง ๙ ได้แก่ พระอาทิตย์ พระจันทร์ พระนารายณ์ พระอินทร์ พระพาย พระราหู และพระเกตุ ตามความเชื่อในศาสนาฮินดู(ข้อมูลจากพิพิธภัณทสถานแห่งชาติอุบลราชธานี)
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
เที่ยงกว่าแล้วครับ แต่อิ่มกับปราสาทหลังเล็กทั้งสามหลังเลยพาลไม่หิวเอาดื้อๆ
นอกจากปราสาทแห่งนี้แล้วยังมีอีกที่คือปราสาทหนองทองหลางอยู่ในบริเวณไกล้เคียง
แต่เนื่องจากข้อมูลที่ผมมีไม่พอเพียงต่อการเข้าไปค้นหา
สืบหาจากแหล่งใดก็ไม่ได้รายละเอียดได้แต่ติดค้างไว้ก่อน หากได้ข้อมูลครบถ้วนจะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป
นอกจากปราสาทแห่งนี้แล้วยังมีอีกที่คือปราสาทหนองทองหลางอยู่ในบริเวณไกล้เคียง
แต่เนื่องจากข้อมูลที่ผมมีไม่พอเพียงต่อการเข้าไปค้นหา
สืบหาจากแหล่งใดก็ไม่ได้รายละเอียดได้แต่ติดค้างไว้ก่อน หากได้ข้อมูลครบถ้วนจะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
เสร็จสิ้นการเข้าเยี่ยมชมปราสาทหลังเล็กที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็นเพียงหลังเดียวที่ยู่ภายในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี
มีคนอุบลอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่ามีปราสาทอยู่ที่นี่
หรือรู้ก็ยังไม่เห็นความสำคัญของโบราณสถานที่เป็นสมบัติของชาติ
น่าที่จะช่วยกันออกมาให้ความรู้และประชาสัมพันธ์
เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของท้องที่ควรจะต้องสร้างองค์ความรู้ในเรื่องนี้
เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชนให้กว้างขวางมากขึ้นกว่านี้
ณ เวลานี้การท่องเที่ยวปราสาทบ้านเบญจ์ยังไม่อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วไป
โจทย์ที่จะนำมาคิดก็คือ ทำอย่างไร
มีคนอุบลอีกจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่ามีปราสาทอยู่ที่นี่
หรือรู้ก็ยังไม่เห็นความสำคัญของโบราณสถานที่เป็นสมบัติของชาติ
น่าที่จะช่วยกันออกมาให้ความรู้และประชาสัมพันธ์
เฉพาะอย่างยิ่งเจ้าของท้องที่ควรจะต้องสร้างองค์ความรู้ในเรื่องนี้
เพื่อเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณชนให้กว้างขวางมากขึ้นกว่านี้
ณ เวลานี้การท่องเที่ยวปราสาทบ้านเบญจ์ยังไม่อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วไป
โจทย์ที่จะนำมาคิดก็คือ ทำอย่างไร
- ไฟล์แนบ
-
- SL372841.jpg (61.68 KiB) เข้าดูแล้ว 1272 ครั้ง
-
- SL372842.jpg (48.85 KiB) เข้าดูแล้ว 1280 ครั้ง
-
- SL372843.jpg (63.63 KiB) เข้าดูแล้ว 1706 ครั้ง
-
เรืองศิลป์086
- ขาประจำ
- โพสต์: 248
- ลงทะเบียนเมื่อ: 07 พ.ย. 2008, 19:38
- Tel: 086-6500-327
- team: ubncycling
- Bike: GT
Re: ปั่นเดี่ยว-เที่ยวปราสาท
ลมแรงกระโชกมาเป็นจังหวะๆเล่นเอาความเร็วที่ไม่ค่อยจะมีนักลดฮวบลงไปอีก
ออกแรงเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะเคลื่อนที่ไปช้าๆ
ทั้งๆที่ได้ทำใจล่วงหน้าตั้งแต่ขามาแล้วแต่ก็อดบ่น(ในใจ)ไม่ได้
จะพัดไปทำใมกันนักหนา(วะ)
ระยะจากปราสาทบ้านเบญจ์ถึง อ.เดชอุดมแค่ ๒๑ กม.ใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่ง
นั่นคือเกือบบ่ายสองโมงผมจึงได้ทานอาหารมื้อกลางวัน
ที่จริงก็โทษลมแล้งไปตามเรื่องทั้งๆที่ร้านอาหารข้างทางก็มีตลอดไม่แวะเองช่วยไม่ได้
แต่ตั้งใจจะมาแวะทานอะไรที่ร้านที่เคยแวะเมื่อรอบที่แล้ว(ปีกว่ามาแล้ว) ปรากฏว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนหาร้านไม่เจอ เอาล่ะข้าวผัดที่ร้านในตลาดสักจานดีกว่า
ว่าแล้วก็เอาชนิดที่หนักท้องเอาไว้น่ะแหละ แล้วจึงออกไปสู้กับลมต่อจนกระทั่งถึงอุบลเมื่อเกือบๆสี่โมงครึ่ง
ด้วยระยะทาง ๑๓๕ กม.ที่ผมต้องเล่นกับลมจนอิ่มลมไปเลยครับผม
ขออนุญาตจบทริปสั้นๆ(สั้นจริงๆ)ของผมในวันเด็กไว้เพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม
หากข้อมูลใดที่ไม่ตรงความจริงกรุณาท่านได้โปรดทักท้วง
เพื่อให้เกิดความรู้ที่กระจ่างต่อไป
ขอบคุณอีกครั้งครับ
ออกแรงเพิ่มมากขึ้นเพื่อที่จะเคลื่อนที่ไปช้าๆ
ทั้งๆที่ได้ทำใจล่วงหน้าตั้งแต่ขามาแล้วแต่ก็อดบ่น(ในใจ)ไม่ได้
จะพัดไปทำใมกันนักหนา(วะ)
ระยะจากปราสาทบ้านเบญจ์ถึง อ.เดชอุดมแค่ ๒๑ กม.ใช้เวลาไปชั่วโมงครึ่ง
นั่นคือเกือบบ่ายสองโมงผมจึงได้ทานอาหารมื้อกลางวัน
ที่จริงก็โทษลมแล้งไปตามเรื่องทั้งๆที่ร้านอาหารข้างทางก็มีตลอดไม่แวะเองช่วยไม่ได้
แต่ตั้งใจจะมาแวะทานอะไรที่ร้านที่เคยแวะเมื่อรอบที่แล้ว(ปีกว่ามาแล้ว) ปรากฏว่าสภาพแวดล้อมเปลี่ยนหาร้านไม่เจอ เอาล่ะข้าวผัดที่ร้านในตลาดสักจานดีกว่า
ว่าแล้วก็เอาชนิดที่หนักท้องเอาไว้น่ะแหละ แล้วจึงออกไปสู้กับลมต่อจนกระทั่งถึงอุบลเมื่อเกือบๆสี่โมงครึ่ง
ด้วยระยะทาง ๑๓๕ กม.ที่ผมต้องเล่นกับลมจนอิ่มลมไปเลยครับผม
ขออนุญาตจบทริปสั้นๆ(สั้นจริงๆ)ของผมในวันเด็กไว้เพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชม
หากข้อมูลใดที่ไม่ตรงความจริงกรุณาท่านได้โปรดทักท้วง
เพื่อให้เกิดความรู้ที่กระจ่างต่อไป
ขอบคุณอีกครั้งครับ